un'estate italiana : Day 4 Spagna, Panteon, Piazza Novara

เช้าวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนเช้านี้ผมและแฟนมีกิจกรรมเข้าพิธีมิสซาตอนเช้าที่โบสถ์ใกล้ๆ สถานีแตมินี่ ชื่อว่า Basilica del Sacro Cuore (Sacro Cuore di Gesù aCastro Pretorio) ในประเทศคาทอลิกแบบนี้ตามโบสถ์เขาจะตีระฆังให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่าควรเข้าโบสถ์หาพระได้แล้ว(แม้คนจะไม่ค่อยเข้าเหมือนในอดีตกาล) เราเข้าพิธีมิสซากันตอน 8 โมงเช้า(ฟังไม่ออกเพราะเขาใช้ภาษาอิตาเลี่ยน) เมื่อเสร็จพิธีกรรมเราก็นัดเจอพลพรรคเพื่อเดินทางไปเที่ยวในกรุงโรมเป็นวันสุดท้ายเดินกันให้ขาหักครับ 555


ภายในโบสถ์ Basilica del Sacro Cuore


หลังจากหลายวันเราไม่ได้เตรียมการเรื่องอาหารนักและหลังจากได้กินไส้กรอกในซุปเปอร์มาเก็ตแถวสถานีแตมินี่วันนี้ก็เลยว่าจะซื้อไปนั่งกินกลางวันแถวไหนซักแห่ง เราลงรถไฟใต้ดินและมุ่งหน้าสู่สวนสาธารณะParco Borghese (ถึงประมาณ 10.50) สวนนี้อยู่บนเนินเขาPincio Hill บรรยากาศร่มรื่น มีชาวอิตาเลี่ยนทุกเพศวัยมาเดินเล่นออกกำลังกายกันมากมายอากาศดีมากๆ เราเดินเล่นถ่ายรูปสวนและบรรยากาศผู้คนและวิถีชีวิตของชาวโรมกันอย่างเพลิดเพลินเราเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ จนมาถึง Pincio Squareที่เป็นจุดที่มองเห็นวิวกรุงโรมที่สวยงาม มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันมากมายรวมทั้งศิลปินที่มาเปิดหมวกเล่นดนตรีให้บรรยากาศดูสุนทรีย์มากยิ่งขึ้น

บรรยากาศสายวันอาทิตย์ในสวน Parco Borghese



วิวเมืองโรมจาก Pincio Square

หลังจากถ่ายรูปไปจนพอใจเราก็เดินลัดเลาะไปตามถนนและผ่านตึกVilla Medici ซึ่งสมัยก่อนย่านนี้เรียกว่าแถวขอบกำแพงกรุงโรมที่สร้างไว้ป้องกันเมืองจากพวกคนเถื่อนแต่พอดีต้องจ่ายค่าเข้าเราเลยไม่ได้เข้าไปดูเพราะวันนี้ตามแผนการต้องเดินอีกไกลเมื่อผ่านจาก Villa Medici ก็จะมาเจอบันไดสเปนอันลือชื่อ หรือเรียกว่าSpagna ประมาณเที่ยงวัน น่าเสียดายที่โบสถ์บริเวณด้านหลัง (Trinitàdei Monti) ดันปิดซ่อมทำให้ภาพถ่ายวิวจุดนี้อาจไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

ก่อนทางลงบันไดสเปน


โบสถ์Trinità dei Monti ที่กำลังซ่อมแซม และเสาโอบิลิส

สถาปัตยกรรมโบราณต่างๆ ในอิตาลีมักจะมีการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอที่น่าชื่นชมคือเวลาเขาปิดซ่อมเขาจะทำนั่งร้านและมีภาพของอาคารนี้ทำเป็นผ้าใบบังไว้อีกชั้นทำให้ตัวตึกดูไม่น่าเกลียด

บันไดสเปน Spagna 


ก่อนลงบันไดสเปนเราจะเจอเสาโอบิลิส (Obelisco Sallustiano) ซึ่งเป็น 1 ใน 13 เสาโอบิลิสในกรุงโรม (อันนี้สร้างขึ้นในยุคโรมัน) โรมถือเป็นเมืองที่มีเสาโอบิลิสมากที่สุดในโลกโดย8 อันขนมาจากอียิปต์และ 5 อันทำขึ้นในสมัยโรมัน ซึ่งเมื่อวันแรกที่เราไปที่จัตุรัสPiazza San Pietro ที่หน้ามหาวิหารSt.Peter ในวาติกันเป็นเสาโอบิลิสที่ขนมาจากอียิปต์ (สร้างในยุคของฟาโรห์Tuthmosis III) ในสวน Borghese ก็มีเสาโอบิลิส


จำนวนนักท่องเที่ยวแถวบันไดสเปน เยอะ


*ใครสนใจเรื่องที่มาของเสาโอบิลิสทั้ง 13อันหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_obelisks_in_Rome

ณ บันได้สเปนเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก คนไทยคนจีนฝรั่งเยอะแยะเรียกว่าเป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโรมทีเดียว ลานด้านล่างเป็นจัตุรัสเรียกว่าPiazza di Spagna มีน้ำพุ BarcacciaFountain อยู่ตรงกลาง(คนถ่ายรูปกันเยอะ) น้ำพุนี้เป็นรูปเรือจม ว่ากันว่าสมัยก่อนแม่น้ำ Tiber ท่วมบริเวณนี้สูงเป็นเมตรประมาณช่วงปี 1598แล้วพอน้ำลดก็มีเรือที่ถูกทิ้งไว้แถวนี้อยู่ลำหนึ่ง เขาเลยสร้างน้ำพุไว้เป็นที่ระลึก

น้ำพุ Barcaccia Fountain


เราเดินเล่นถ่ายรูปจนเริ่มเหนื่อยเลยหาจุดเหมาะๆ แถวบันไดและเริ่มกินอาหารที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ตแถวสถานีแตมินี่(ไส้กรอกอบและแซนวิช) นั่งกินเติมพลังให้ร่างกายและแข้งขาที่เมื่อยล้าให้พอมีพลังกลับคืนเราก็เดินลุยต่อ

จตุรัสที่มีคนขี่จักรยานเก๋ๆ ชมวิว


เป้าหมายต่อไปคือน้ำพุเทรวี่ หรือเรียกว่า Fontana di Trevi โดยเราเดินลัดเลาะไปตามถนนที่เต็มไปด้วยร้านเก๋ๆและร้านแบรนด์เนมระหว่างทางแต่เมื่อไปถึงน้ำพุเทรวี่กลับพบว่าที่นี่ก็กำลังปิดซ่อมเช่นเดียวกันแต่นักท่องเที่ยวก็มากันเต็มเช่นเคยคนส่วนใหญ่มาที่น้ำพุเทรวี่ต้องมาโยนเหรียญเพื่อถือเป็นโชคลางว่าจะได้กลับมาที่โรมอีก(ความเชื่อนี้ตั้งแต่สมัยโรมันโบราณเลย) ว่ากันว่าในแต่ละวันมีคนโยนเหรียญลงไปในบ่อน้ำราว3,000ยูโรทีเดียวขนาดตอนนี้ปิดซ่อมเขายังต้องทำบ่อน้ำจำลองมาให้คนได้โยนเหรียญกันต่อไป

สภาพน้ำพุเทรวี


เบียร์ท้องถิ่น ราคาแปรผันตามสถานที่และร้าน


หลังจากเดินเล่นโดยรอบแล้วเราก็มานั่งพักเหนื่อยจิบเบียร์ชิลๆที่ร้านใกล้ๆน้ำพุเทรวี่เนื่องจากเมื่อยขากันขนาดหนักและเพื่อได้เข้าห้องน้ำของร้านด้วย(ห้องน้ำในเมืองนี้หายาก) หลังจากเพิ่มพลังในหลอดพลังมากขึ้นเราก็เริ่มลุยต่อเพื่อไปที่ Panteon ระหว่างทางผ่านตัวสถาปัตยกรรมโบราณมากมาย(ส่วนใหญ่เป็นโบสถ์) หลายจุดก็เดินแวะเข้าไปดู (สวยและอลังการทุกจุด) เรามาถึงจัตุรัสPiazza della Rotonda ประมาณ 15.40 ซึ่งเป็นจตุรัสด้านหน้าของวิหารPanteon บริเวณลานนี้จะมีน้ำพุซึ่งมีเสาโอบิลิสที่ขนมาจากอียิปต์ตั้งอยู่(โอบิลิสสมัย Ramses II ขนมาจากวัดแห่ง Ra ที่ Heliopolis)

หน้า Panteon บริเวณจตุรัส Piazza della Rotonda 

ที่ Panteonนี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอีกที่หนึ่งของโรมนักท่องเที่ยวเข้าคิวกันเพื่อเข้าชมภายในวิหาร

ตึกแพนธีอัน  “แพนธีอัน”มาจากภาษากรีก ที่แปลว่า “พระเจ้าทั้งหมด” เป็นสิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่ในกรุงโรม เดิมสร้างโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา (MarcusVipsanius Agrippa) สำหรับเป็นเทวสถาน (Roman temple) สำหรับเทพต่างๆของโรมันโบราณ โรมันโบราณ ต่อมาก็ได้รับการสร้างใหม่ในต้นคริสต์ศตวรรษที่2

แต่ตัวสิ่งก่อสร้างจะอุทิศให้แก่เทพเท่าใดนั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่โต้แย้งกันอยู่คำว่า “แพนธีอัน” โดยทั่วไปในปัจจุบันหมายถึงอนุสาวรีย์ที่เป็นที่เก็บศพของคนสำคัญแพนธีอันเป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดสิ่งหนึ่งและได้รับการใช้สอยตลอดมาในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 ก็ใช้เป็นคริสต์ศาสนสถานของโรมันคาทอลิก ที่อุทิศให้ “พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนา” ตัวตึกเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีโดมขนาดใหญ่ที่เก่าที่สุดในกรุงโรม ความสูงของช่องตา (oculus) บนเพดานและเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องวัดจากด้านในเท่ากับ43.3 เมตรเท่ากัน (ข้อมูลจาก Wikipedia)

ภายใน Panteon รูเหนือหัวนั่นฝนตกลงมาได้นะ


ภายในวิหารแพนธีอันมีช่องที่เปิดโล่งด้านบนที่เปิดโล่ง(ฝนตกก็เปียก) คนเดินเข้ามาชมภายในกันมากมายหลังจากเดินทัศนาและถ่ายรูปกันจนพอใจแล้วเราจึงเดินออกมาและมุ่งหน้าสู่ Piazza Novara ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Panteon นัก บริเวณจตุรัส Piazza Novara เป็นลานกว้างสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่1 มีนักท่องเที่ยวและมีศิลปินมาวางขายภาพวาดอยู่มากมาย 



หน้าจตุรัส Piazza Novara 


บนลานกว้างจะมีน้ำพุอยู่ 3จุด Fontana del Quattro Fiumi (น้ำพุแห่งแม่น้ำทั้ง 4) อยู่ตรงกลางหน้าโบสถ์สไตล์บาโรคสร้างในศตวรรษที่17 ชื่อ Sant'Agnese in Agone น้ำพุนี้มีเสาโอลิลิส (Obelisco Agonale) ตั้งอยู่ เสาโอบิลิสที่สร้างในยุคโรมันนี้ถูกจัดวางโดยศิลปินBernini และทิศใต้มีน้ำพุ Del Moro และทิศเหนือน้ำพุแห่งเนปจูน(Fountain of Neptune) ถ้าใครเคยอ่านหรือดูหนังเรื่องAngels and Demon ของ Dan Brownคงพอจะจำฉากน้ำพุแห่งแม่น้ำทั้ง 4 ได้


Fontana del Quattro Fiumi (น้ำพุแห่งแม่น้ำทั้ง 4)

เราเข้าไปชมภายในโบสถ์ Sant'Agnesein Agone ซึ่งภายในอลังการมากตามสไตล์ Baroque มีงานปติมากรรมตามสไตล์โบสถ์แบบคาทอลิก

ภายในโบสถ์ Sant'Agnese in Agone

สภาพความเหนื่อยล้าวันนี้เยอะเหมือนกันนะครับเพราะเดินกันจนเมื่อยพื้นถนนในกรุงโรมส่วนใหญ่เป็นพื้นหินเรียงต่อกัน ความที่มันไม่เรียบบางทีเดินแล้วเมื่อยและเหนื่อยเหมือนกันเราเดินต่อผ่านตามถนนไปเรื่อยๆ แวะร้านขายของบ้าง สุดท้ายแวะร้านอาหารกินกาแฟและเข้าห้องน้ำชาร์จพลังขา


แวะกินน้ำร้านข้างทางพักเท้า (พอดีเบียร์มันราคาเท่าโค้ก)

นั่งอยู่ได้ซักครึ่งชม.จึงเดินต่อไปจนถึงPiazzaVenezia ที่มีอาคารสวยๆ อาคารหนึ่ง Altar of the Fatherland หรือเรียกว่า (Altare della Patria) บ้างเรียก NationalMonument to Victor Emmanuel II (Monumento Nazionale a Vittorio Emanuele II) ซึ่งมีคนมาถ่ายรูปกันเต็มไปหมด ที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับVictor Emmanuel กษัตริย์องค์แรกของประเทศอิตาลี

Monumento Nazionale a Vittorio Emanuele II


ถ่ายรูปในเวลาอาทิตย์ใกล้ตก

เรานั่งเล่นตรงบันไดหน้า Monumento นี้อยู่พักหนึ่ง ถ่ายรูปเล่นจหนำใจแล้วจึงเดินหาทางกลับบ้านโดยดูจากแผนที่แล้วเราอยู่ไม่ไกลจาก Colosseo ซึ่งระหว่างทางจะผ่านTraiano, Foro Augusto (Forum of Augustus) และ Foro Romano และซากโบราณสถานมากมายในวันนั้นบนถนนเจอแฟนบอลลาซิโอเดินดีใจ (รู้สึกว่าบอลชนะและแซงโรม่าเพื่อนร่วมเมือง) 



เราเดินไปจนเจอโคลอสเซี่ยมที่ตั้งตระหง่านรับแสงแดดยามเย็นสีส้มสวยงาม เราลงสถานีColosseo เพื่อกลับไปยังสถานีแตมินี่และเดินกลับโรงแรม

หลังจากกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมแล้ว ตอนค่ำๆ เราจึงนัดแนะออกมากินอาหารเพื่อหวังเชียร์มิลานเจอลาซามพ์ทุกคนแต่งชุดมิลานออกมากิน สุดท้ายเมื่อได้เห็นสกอร์ทางมือถือเล่นคิดว่าแค่นั่งกินข้าวกันตากลมหนาวก่อนแล้วกันวันนี้เวลามันไม่ให้ด้วย (สุดท้ายบอลเสมอ).. นั่งหนาวตากลมริมถนนและกลับโรงแรมนอนพักเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางสู่ฟลอเร้นส์ในวันถัดไป




Create Date : 24 พฤษภาคม 2558
Last Update : 8 มิถุนายน 2558 22:33:13 น.
Counter : 653 Pageviews.

2 comments
  
ข้อมูลเสาโอบิลิส ไม่เคยรู้มาก่อนเลย เดินผ่านไปเฉย ขอบคุณมากค่าที่มาเขียนอธิบาย
โดย: Beebee IP: 94.23.252.21 วันที่: 26 พฤษภาคม 2558 เวลา:4:56:06 น.
  
บอกตรงๆ ไอ้ตรงชื่อ สิ่งก่อสร้างยาวๆ นี่กวาดตามองผ่าน พยายามจำแล้วแต่ไม่สำเร็จ เห็นโบสถ์แล้วนึกถึงหนัง the Godfather
โดย: เสี่ยคนเดิม IP: 171.4.139.110 วันที่: 27 พฤษภาคม 2558 เวลา:13:39:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
พฤษภาคม 2558

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
22
23
25
26
28
29
31
 
 
All Blog