" ดูดวง..ตามดาว " กับ หมอมุก // โทร. 081-270-2838 // สวัสดีปี 2555 ..... (ปีนี้น่าจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ..การก้าวเดินต่อจากนี้ไป อย่ากังวลกับสิ่งที่ผ่านมา แต่ให้เตรียมพร้อมที่จะก้าวไป ฯ)
<<
พฤษภาคม 2555
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
24 พฤษภาคม 2555

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม





แค่ฟังชื่อรุ่นที่หลวงปู่ทิมท่านได้ตั้งไว้ หลายคนคงขนลุกซู่ ..

เรื่องคุณไสย ผงพราย ผีพราย เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเรามาช้านาน หลายคนกลัวผี ไม่เคยเจอผี แต่ก็ชอบเรื่องผีเป็นชีวิตจิตใจ

ไสยศาสตร์ มนต์ดำ น้ำมันพราย เป็นสิ่งน่ากลัวดูลึกลับและน่าสะพรึงกลัว โดยเฉพาะน้ำมันพราย ที่ตามตำราว่าไว้ว่า ต้องสกัดมาจากซากผีตายโหง ผีตายท้องกลม แต่หลวงปู่ทันกลับนำมันมาผสมเป็นมวลสาร สร้างพระ สิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมมีที่มาและที่ไป !!!!

ขอน้อมนำประวัติและปฏิปทาของหลวงปู่ทิม มาเผยแพร่ เพื่อสาธุชนรุ่นหลังที่มีความสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล ทุกรุ่น ที่หลวงปู่ท่านจัดสร้างเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายอย่างกว้างขวาง และมีราคาแพงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

พระขุนแผนผงพรายกุมาร !!!




PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

หลวงปู่ทิม อิสริโก นามเดิมชื่อ "ทิม งามศรี" เป็นบุตรของนายแจ้า นางอินทร์ เกิดที่บ้านรหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ต.ละหาร (ปัจจุบันเป็น หมู่ 1 ต.หนองบัว) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 7 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรคนที่ 2 ของครอบครัว

         เมื่ออายุ 17 ปี นายแจ้ผู้เป็นบิดา นำตัวไปฝากไว้กับหลวงพ่อสิงห์ (วัดละหารใหญ่) เล่าเรียนหนังสือทั้งไทยและอักษรขอม ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นขอลาหลวงพ่อสิงห์กลับไปช่วยโยมบิดา มารดา ทำงานบ้าน จนถึงอายุ 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นลูกหมู่ หรือทหารประจำการในสมัยนั้นอยู่ที่กรุงเทพถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดปล่อยกลับมาอยู่บ้านตามเดิม โยมบิดาจึงได้ขออนุญาตให้ท่านได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา

หลวงปู่ทิม ได้อุปสมบทที่วัดทับมา โดยพระครูขาว เจ้าคณะแขวงเมืองระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อสิงห์เป็นกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการเกตุเป็นอนุสาวนาจารย์ โดยทำพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ ได้รับฉายานามสงฆ์ว่า "อิสริโก" หลังจากบวชแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนทางปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อสิงห์ อาจารย์ของท่าน และศึกษาวิชาต่างๆ จากตำราคู่วัดละหารใหญ่ (เข้าใจว่าเป็นตำหรับเดิมของหลวงปู่สังข์เฒ่า) จนมีความรู้แตกฉานได้ออกจาริกปฏิบัติธุดงค์กับหลวงพ่อยอด นักปฏิบัติที่เป็นอาจารย์ ออกตังค์ไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อเจริญสมณธรรม ออกหาความวิเวกสันโดษ ตามอัธยาศัยเป็นเวลา 3 ปี ครั้นเมื่อใกล้เข้าพรรษากลับมาถึงจังหวัดชลบุรีได้จำพรรษาที่วัดนามะตูมถึง 2 พรรษา ได้เที่ยวร่ำเรียนศึกษาวิชาเพิ่มเติม กับพระเกจิอาจารย์หลายรูป ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่เก่งกล้าอีกลายคน จากนั้นได้กลับมาจำพรรษาที่วัดละหารไร่ และได้รับนิมนต์จากชาวบ้านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ตั้งแต่พ.ศ. 2450 ท่านได้ก่อสร้างเสนาสนะบูรณซ่อมแซมกุฏิ และถาวรวัตถุอีกหลายอย่าง

         หลังจากหลวงปู่ทิม อิสริโก ได้สร้างอุโบสถเสร็จด้วยบารมีของท่านแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2517 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 95 ปี หลวงปู่ทิมได้วางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ "ภาวนาภิรัติ" และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2518 จากนั้นได้สร้างปละปรับปรุงหอฉัน "อุตตโม" หลวงพ่อทิมมีตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นพระครูภาวนาภิรัติ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกว่า "หลวงปู่ทิมฎ ซึ่งท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ณ หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา เป็นเวลา 23 วัน คณะศิษย์จึงได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดละหารไร่ และเก้บศพไว้บนศาลาภาวนาภิรัติ โดยขอพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2526 ณ เมรุวัดละหารไร่

หลวงปู่ทิม อิสริโก ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมและพระวินัยขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระมักน้อย สันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในรูปรส กลิ่น เสียง ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันภัตราหารมื้อเดียวเวลาประมาณ 7.00น. และฉันน้ำชาประมาณ 4 โมงเย็น จะไม่มีการฉันเพลเลย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรืออาหารคาวทุกชนิดท่านจะไม่ยอมฉัน แม้แต่น้ำปลา อาหารที่ท่านฉันส่วนใหญ่จะเป็นผัก ถั่ว หรือน้ำพริกกับเกลือป่น ปฏิบัติอย่างนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี ร่างกายผิวพรรณของท่านก็ปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านยังดีแะลสมบูรณ์อยู่เช่นเดิม ร่างกายอ้วนท้วนพอสมควร ทั้งนี้คงเป็นเพระบุญบารมีของท่านที่สะสมมา จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัด และบริสุทธิ์ในพระธรรมวินัย ดำรงชีวิตอยู่ได้ถึง 96 ปี อายุพรรษา 72 พรรษา และได้มรณภาพด้วยโรคชรา หลังจากเข้ารับการรักษาจาก

และวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี วัดละหารไร่และคณะศิษย์จะร่วมกันจัดงานวันระลึกถึงหลวงปู่ทิม ซึ่งก็มีลูกศิษย์มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

ประวัติวัดละหารไร่

ที่ตั้ง วัดละหารไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

ประวัติความเป็นมา

         วัดละหารไร่นี้ก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2354 โดยหลวงพ่อสังข์เฒ่า รองเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่สมัยนั้น เห็นว่าพื้นที่ทางฝั่งคลองด้านตรงข้ามทางทิศเหนือของวัดละหารใหญ่มีทำเลดีเหมาะแก่การปลูกพืชผัก จึงได้หักล้างถางพงใช้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผัก ขึ้นแรกได้สร้างที่พักร่มเงาไว้เมื่อถึงเวลาเข้าพรรณา ก็จำพรรษาที่วัดละหารใหญ่ ต่อมามีผู้คนไปทำไร่ในแถบใกล้ๆ ที่นั้นมากขึ้น เห็นว่ามีพระสงฆ์อยู่ เมื่อถึงวันพระก็จัดภัตตาหารไปถวายเป็นประจำ ต่อมาได้มีพระภิกษุไปอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ก่อสร้างกุฏิวิหาร พระสงฆ์ก็มาจำพรรษาที่นั่น ตั้งชื่อว่า "วัดไร่วารี" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดละหารไร่" โดยมีหลวงพ่อสังข์เฒ่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก

         ในภายหลังทางวัดละหารไร่ได้มีพระภิกษุแก่อวุโสขึ้นหลวงพ่อสังข์เฒ่าจึ มอบให้ปกครองกันเอง ส่วนตัวท่านได้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ (ทราบว่าภายหลังได้รับการนิมนต์จากเจ้าเมืองระยองไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเก๋ง จังหวัดระยอง) มอบหมายให้หลวงพ่อแดง เป็นเจ้าอาวาสแทน เต่มาได้มีเจ้าอาวาสอีกหลายรูปปกครองวัดละหารไร่ คือ หลวงพ่อเกิด หลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อจ๋วม ต่อมาหลวงพ่อจ๋วมได้ลาสิกขาบท ทำให้วัดละหารไร่ขาดพระภิกษุจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ในขณะนั้นหลวงพ่อทิม อิสริโก (งามศรี) ได้เดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี พุทธศาสนิกชนบ้านละหารไร่จึงพร้อมใจกันนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2450 หลวงพ่อทิมจึงได้สร้างอุโบสถขึ้นหลังหนึ่งทำด้วยไม้ ปัจจุบันได้เลื่อนย้ายมาห่างจากที่เดิมประมาณ 20 วา และบูรณะให้อยูในสภาพเดิม

         ปี พ.ศ.2483 หลวงพ่อทิมได้มอบศาลาการเปรียญเป็นสถานที่เปิดสอนนักเรียนเพื่อให้บุตรหลานได้ศึกษาเล่าเรียน ต่อมาชาวบ้านเห็นดีด้วยจึงได้ร่วมใจสร้างอาคารเรียนแบบ ป.1 ข. ขึ้นหลังหนึ่ง และเริ่มทำการสอนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2483 โดยมีนายเสียน จันทนี เป็นครูใหญ่

         พ.ศ.2514 นายธง สุขเทศน์ และชาวบ้านวัดละหารไร่จึงได้ร่วมใจกันสร้างอุโบสถขึ้นใหม่ โดยหลวงพ่อทิม มอบเงินให้เป็นทุนขั้นแรก 30,000 บาท ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2515 ด้วยบารมีของหลวงพ่อทิม บุโบสถก็สำเร็จภายในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น และได้ขอพระราชทานวิสุงคามเสมาทำพิธีฝังลูกนิมิตเมื่อตั้นปี พ.ศ.2517

          ปี พ.ศ.2478 พระอธิการทิม อิสริโก จึงได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นพระครูชั้นประทวน โดยส่งหมายและตราตั้งไว้ทางเจ้าคณะจังหวัดระยอง แต่หลวงปู่ทิมก็ยังไม่ยอมไปรับ และไม่บอกใคร ทางจังหวัดจึงได้มอบหมายให้เจ้าคณะอำเภอมามอบให้ที่วัดเอง ท่านจึงได้รับเป็นพระครูทิม อิสริโก และได้รับเป็นพระคู่สวด ปีพ.ศ.2497 ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งพระครูทิม อิสริโก เลื่อนชั้นเป็นพระครูสัญญาบัตร ท่านก็ยังไม่ยอมเอา และไม่บอกให้ญาติโยมได้รู้จนทางเจ้าคณะอำเภอได้มีหนังสือส่งไปยังวัด ไวยาวัจกรได้ทราบและนำเรื่องนี้ปรึกษาชาวบ้านและคณะกรรมการวัดให้ทราบ ตึงอาราธนาหลวงปู่ทิม มารับัญญาบัตรพัดยศ เมือนวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2507

บารมีของหลวงปู่ทิม

คัดลอกจากหนังสือที่ระลึก ฉลองหอฉัน และฉลองอายุครบ 8 รอบ พระครูภาวนาภิรัต (ทิม) วัดละหารไร่ ระยอง 10 มิ.ย.2518

จากบันทึกของนายสาย แก้วสว่าง

บิณฑบาตที่จ.ชลบุรี

         มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ ได้มาเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวานนี้ผมเห็นหลวงปู่ทิม ไปบิณฑบาตอยู่ที่เมืองชล ผมจำได้เขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นความจริง เพราะจำหลวงปู่ทิมได้ ผมก็ได้แต่นึกและก็ไม่กล้าตอบ แต่นึกว่าหลวงปู่ของเราจะเป็นไปได้หรือ ผมจึงเก็บเอาเนื้อความนี้ไว้แต่ในใจและก็คุยกันเรื่องอื่นต่อไป อยู่มาประมาณอีกสัก 10 กว่าวันก็มีคนเมืองชลมาเล่าให้ผมฟังอีก ก็เหมือนกับทีคนแรกเล่าให้ผมฟังทุกประการ ผมจึงลองถามหลวงตาที่เป็นขรัวรองอยู่ที่วัดดูและเล่าเรื่องราวให้ท่านฟัง ท่านตอบว่า อาตมาก็ไม่ทราบและไม่ได้สังเกตเพราะฉันจังหันต่างกัน แต่ก็ปรากฏท่านทีอาหารแปลกปะปนอยู่เสมอ แต่ก็อาจจะเป็นความจริงเพราะท่านเป็นพระที่สำเร็จญาณชั้นสูงอยู่แล้ว

ยิงไม่ถูก

         มีชาวบ้านหนองละลอกคนหนึ่งชื่อ นายธง สุขเทศ หรือชาวบ้านละแวกนั้นมักเรียกว่า ปลัดธง บ้านอยู่ไม่ห่างจากบ้านผมเท่าไรนัก หลังจากที่ผมกลับจากทำงานก็อาบน้ำจวนจะทานอาหาร เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ปลัดผู้นี้ก็เริ่มจะทานอาหารเหมือนกัน หยิบจานอาหารมาวางและมีลูกสาวอยู่ใกล้ๆ ผมก็กำลังทานอาหารอยู่ที่บ้าน ก็ได้ยินเสียงปืนระเบิดขึ้น 2 จังหวะ 4 นัด แล้ว 3 นัดติดต่อกัน ปรากฏภายหลังว่าผู้ยิงพาดปืนกับขอบสังกะสีรั้วบ้านระยะประมาณ 4 เมตร แต่กระสุนมิได้ถูกนายธงเลย มีกระสุนไปถูกขาตั้งรถจักรยานทำให้สะเก็ดบินไปโดนเด็กลูกสาวที่ขาบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้คงเป็นเพราะอภินิหารเหรีญหลวงปู่ทิมรุ่นแรกซึ่งนายธงแขวนคออยู่เพียงเหรียญเดียว ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ยิงใช้ปืนคาบิ้น 2 กระบอกเพราะเก็บปลอกกระสุนได้แน่ชัด

ยิงไม่เข้า

มีคนเดินทางมาจากเมืองชลเล่าให้ผมฟังว่าเพื่อนของเขาถูกยิงตอนเวลาหลังอาหารด้วววยปืนลูกซองถึง 9 นัด เสื้อขาดทะลุถึงผิวหนังไหม้เกรียมแต่ไม่เข้า ทั้งนี้ก็เพราะเขาได้ปลักขิกหลวงปู่ทิมกับลูกอมมาแขวนไว้เพียงไม่กี่วัน และเรื่องเท่าที่ผมเห็นมาเกี่ยวกับปลักขิกก็คือหลานของผมถูกสุนัขกัดจนเสื้อออกางเกงขาดเป็นริ้วรอย ถึงกับล้มลงนอนร้องไห้ เมื่อผมวิ่งไปช่วยปรากฏว่าไม่มีรอยเขี้ยวสุนัขเลย เด็กคนนั้นมีแต่เพียงปลักขิกของหลวงปู่ทิมแขวนอยู่ที่เอว 1 อันเท่านั้น

น้ำมนต์เดือด

         เมื่อราว พ.ศ.2511 ที่วัดตะพงนอก อ.เมือง จ.ระยอง ได้มีพิธีปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังหลวงพ่อจันทร์ เจ้าอาวาสวัดตะพงนอก ในพิธีนี้ได้นิมนต์เกจิอาจารย์มาหลายรูปด้วยกัน และหลวงปู่ทิมก็ได้รับนิมนต์ด้วย หลังจากเริ่มพิธีปลุกเสก หลวงพ่อต่างๆ ก็ได้ทำการปลุกเสก และในพิธีนี้ อาจารย์รัตน์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดได้นำโอ่งใส่น้ำมนต์มาตั้งไว้ และนิมนต์หลวงปู่ทิมทำการปลุกเสกน้ำมนต์องค์เดียวท่ามกลางพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ปรากฏว่าน้ำมนต์ที่อยู่ในโอ่งใหญ่ครึ่งโอ่งพอหลวงปู่ลงมือปลุกเสกน้ำได้เดือดและค่อยๆ ทวีความสูงขึ้นท่ามกลางความอัศสสจรรย์ของผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอ่างมาก ปรากฏว่าหลวงจากพิธีแล้ว น้ำมนต์ได้ถูกชาวบ้านแย่งเอาไปจนหมดสิ้น

แคล้วคลาด

         นายจำลองแห่งร้านทวีทรัพย์ ได้ชวนนายเพียรวิทย์ จารุสถิติ นายนิวัฒน์ ร้านรุ่งเรืองมิตร ได้ไปหาหลวงปู่ทิมเพื่อนมัสการท่าน ขากลับได้บูชาเหรียญ รูปถ่ายและปลักขิก กลับมาได้ครึ่งทางนายนิวัฒน์จึงชวนนายจำลองเพื่อขอลองของ ทั้ง 3 ก็ได้ทำการทดลองโดยทั้ง 3 นำเอาเครื่องรางดังกล่าวอาราธนาแล้วแขวนกิ่งต้นไม้ นายจำลองได้ใช้ปืน .22 ยิงในระยะห่างกันประมาณ 1 คืบ ปรากฏว่ายิงไม่ถูก นายนิวัฒน์จึงขอยิงบ้าง จ่อยิงปรากฏว่าไม่ถูกอีกเช่นกัน ทั้งคู่บอกว่าถ้าระยะนี้ยิงไม่ถูกก็ไม่ต้องใช้ปืนแล้ว เพราะทั้งคู่เป็นผู้ที่สนใจปืนอยู่แล้ว

ถ่ายรูปหลวงปู่ไม่ติดถ้าไม่ขออนุญาต

         เมื่อคราวปลุกเสกของที่วัดพลา จังหวัดระยอง หลวงปู่ได้รับนิมนต์ไปนั่งปลุกเสกด้วย มีช่าวภาพหนังสือพิมพ์ไปถ่ายรูปโดยไม่ขออนุญาตจากหลวงปู่ก่อนปรากฏว่า กดชัตเตอร์เท่าไรๆ ชัตเตอร์ก็ไม่ทำงาน แต่พอนึกได้เข้าไปขออนุญาตก็ติดและได้ภาพที่ชัดเจนดี

เสกตะกรุดใต้น้ำ

         คุณป้าอยู่ งามศรี บ้านอยู่ใกล้ๆ วัดละหารไร่และเป็นหลานของหลวงปู่ทิมได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยหลวงปู่ทิมอายุประมาณ 60-70 ปี เวลาท่านทำตะกรุดท่านจะลงไปทำใต้น้ำโดยถือตะกรุดแล้วเดินลุยน้ำลงไปจากศาลาหน้าวัด มีผู้เห็นกันหลายคน เมื่อหลวงปู่ทิมทำตะกรุดเสร็จเดินลุยน้ำขึ้นมาทุกคนประหลาดใจ เพราะเนื้อตัวและจีวรของหลวงปู่ทิมหาได้เปียกน้ำไม่

         เสกตะกรุดลอย

         ท่านอาจารย์รัตน์ เจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองเล่าให้ฟังว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่มีพลังจิตกล้าแข็งมากสามารถเสกจนตะกรุดลอยได้ ท่านเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งได้นิมมนต์พระอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดระยองมา 4 รูปด้วยกัน มีหลวงพ่อหอม หลวงพ่ออ่ำ หลวงพ่อชื่น และหลวงปู่ทิม ให้หลวงพ่อที่มาทั้ง 4 รูปนำตะกรุดสาริกามาด้วย แล้วนำลงใส่บาตรให้หลวงพ่อทั้ง 4 องค์นั่งล้อมรอบบาตร และขอให้ท่านทุกองค์เรียกตะกรุดให้ลอยขึ้นจากบาตร หลวงพ่อหอม เป็นผู้เรียกก่อนโดยนั่งบริกรรมอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมา จากนั้นหลวงพ่ออ่ำ และหลวงพ่อชื่อก็ได้นั่งบริกรรมทำนองเดียวกัน ตะกรุดก็ไม่ยอมลอยขึ้น จนถึงองค์สุดท้ายคือหลวงปู่ทิม ท่านนั่งบริกรรมอยู่สักครู่ก็ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมาจากก้นบาตร หลวงพ่อหอมและเจ้าอาวาสวัดหนองกระบอกเห็นเช่นนั้นก็ตกใจแลบอกว่า ขอให้ช่วยทำให้วิ่งรอบบาตรด้วย หลวงปู่ทิมก็นั่งหลับตาภาวนา ตะกรุดก็วิ่งอยู่รอบๆ บาตรท่ามกลางความตื่นตะลึงของพระสงฆ์ทุกองค์ และเรื่องนี้ได้เป็นที่โจษขานกันทั่วไปในจังหวัดระยอง

อำนาจจิตอันกล้าแข็งของหลวงปู่ทิม

         แม้แต่เครื่องปั่นไฟท่านก็สามารถบังคับให้หยุดได้โดยไม่ทราบสาเหตุ คือ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่วัดละหารไร่มีลิเกมาเล่น พอลิเกกำลังจะออกแขกก็ปรากฏว่าไฟฟ้าดับพรึบลง พอแขกเข้าโรงไฟฟ้าก็สว่างขึ้นเป็นอย่างนี้ถึง 3ครั้ง จนต้องมีคนเตือนคณะลิเกให้ไปขออนุญาตหลวงปู่ทิมเสียก่อน เมื่อไปขออนุญาตแล้วก็ปรากฏว่าไฟฟ้าที่เคยปิดๆ ดับๆ ก็ติดสว่างตลอดทั้งคืน

หลวงปู่ทิมเป็นพระที่สร้างของยาก

         มีผู้ไปขอสร้างของเสมอ แต่ถูกปฏิเสธไปเกือบทุกราย ท่านบอกว่าท่านไม่เก่ง แต่นับเป็นการประหลาดมากเมื่อครั้งที่คุณชินพร สุขสถิตย์ บรรณาธิการหนังสืออภินิหารและพระเครื่องไปกราบนมัสการและขออนุญาตท่านสร้างพระเครื่องเพื่อหารายได้สร้างศาลาการเปรียญท่านอนุญาตให้โดยดี ทั้งๆ ที่ตัวผู้ขอสร้างเองยังหนักใจเรื่องทุนที่จะนำมาลงทุนสร้างซึ่งต้องใช้เงินหลายแสนเพราะมีการหล่อพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ พราะสังกัจจัยและพระปิดตาถึง 4 รายการด้วยกัน แต่หลวงปู่ทิม ท่านบอกว่า "ทำไปเถิดและจะสำเร็จเอง" ถึงปรากฏเป็นเรื่องจริงขึ้น บรรดาทุนรอนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องจ่ายให้ช่างหล่อกันก็มีลู่ทางและได้มาอย่างไม่น่าเชื่อในการสร้างพระเครื่องครั้งนี้ หลวงปู่ทิมท่านพูดว่า "เป็นการสร้างของลูกศิษย์แท้ๆ และเงินทองจะไหลมาเทมา" หลวงปู่ทิมจึงอนุญาตให้คุณชินพรและคุณอารมย์ ทับสุวรรณ ครอบครูเป็นศิษย์ของท่านได้ทั้งๆ การจะครอบครูเป็นศิษย์โดยตรงของหลวงปู่ทิมนั้นนับว่ายากมาก ศิษย์ที่จะได้รับครอบครูต้องปรนนิบัติรับใช้เป็นเวลาหลายๆ ปีจึงจะครอบครูให้


เรื่องจากคุณธงชัย อุดมความสุข

ตะกรุด 3 กษัตริย์

         นับเป็นยอดตะกรุดมหานิทรา ยิงไม่ออก ถ้านำไปแขวนไว้ที่เสาหมอจะสะกดคนในบ้านให้หลับไหลหมด ขึ้นหยิบทรัพย์สินได้และดูเหมือนจะประสบกับโยมวัดผู้หนึ่ง เสียของเกือบหมดบ้านเพราะนอนไมรู้สึกตัวเลย เนื่องจากเอาตะกรุด 3 กษัตริย์ไปแขนไว้ที่เสาหมอกลางบ้าน หลวงปู่ทิมทราบเรื่องจึงไม่คิดจะทำอีก

         อาของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่านางเอี้ยน เกสารัตน์ เสมียนประจำสำนักงานสหกรณ์ระยองไปขอตะกรุด 3 กษัตริย์จากหลวงปู่ทิม พอได้มาก็เอากลัดไว้กับเสื้ออย่างมั่นคง พอลากลับหลวงปู่ทิมถามว่าตะกรุดยังอยู่ดีหรือ? นางเอี้ยนก็ตอบว่าอยู่ค่ะ หลวงปู่หัวเราะแบมือให้ดู ปรากฏว่าตะกรุดอยู่ในมือหลวงปู่ทิม นายเอี้ยนหันมาดูที่เสื้อไม่พบตะกรุดก็ตกใจ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าหลวงปู่ทิมทราบดีว่านางเอี้ยนไม่ค่อยเชื่อถือท่านเท่าใดนัก จึงลองให้ดู ตะกรุด 3 กษัตริย์ของท่านนี้เล่ากันว่าเอาปืนยิงใส่บ้านยังไม่ออกเลย ไปยิงลิงยิงค่างถ้าเอาตะกรุดไปด้วยก็จะทำให้ยิงไม่ออกเช่นกัน

เรื่องจากคุณชินพร สุขสถิตย์

ปลาของหลวงปู่ทิม

         ช่างมงคล นาคแทน ผู้รับเหมาสร้างโบสถ์และศาลาการเปรียญได้เล่าให้ผมฟังว่า มีอยู่วันหนึ่งคุณมงคลได้มาที่วัดเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง หลวงปู่ได้เรียกเข้าไปหาและสั่งว่าได้ขอร้องไม่ให้ลูกน้องไปยุ่งเกี่ยวกับปลาในสระแล้วทำไมลูกน้องจึงเข้าไปยุ่งอีก ขอให้ช่วยไปตักเตือนสั่งสอนด้วย คุณมงคลได้ยินดังนั้นก็ตกใจ เพราะหลวงปู่ได้สั่งไว้หลายหนแล้วว่าให้กำชับคนงานอย่าให้ไปยุ่งกับปลาในสระน้ำ คุณมงคลจึงกลับไปที่พักคนงานและเรียกลูกน้องมาด่าทุกคน แล้วถามว่าใครไปจับปลาของหลวงปู่ ซึ่งทุกคนปฏิเสธ คุณมงคลจึงไปหาหลวงปู่อีกและออกรับแทนลูกน้องว่า ไมมีลูกน้องคนใดไปยุ่งเกี่ยวกับปลาของหลวงปู่เลย หลวงปู่ทิมจึงว่า "ไอ้คนดำมืดยังไง" คุณมงคลก็กลับไปใหม่ และไปเรียกนายดำซึ่งมีผิวกายดำมะเมื่อมอยู่คนเดียวมา และบอกว่า "หลวงปู่บอกว่าลื้อไปจับปลาของท่านมาจริงหรือเปล่า" นายดำได้ยินก็ตกใจพูดกับช่างมงคลว่า "ท่านรู้ได้อย่างไรก็ผมไปแอบจับตอนตี 1 แล้วนี่ครับ

เกี่ยวกับปลานี้

         คุณเพรียรวิทย์ จารุสถิติศิษย์ก้นกุฏิของท่านเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อถึงวันดีคืนดี หลวงปู่จะเดินลุยน้ำลงไปในสระ คลี่ชายจีวรออก จับกางสองมือแล้วช้อนปลาเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง มีปลาเข้ามาขังอยู่ที่ชายจีวรแน่นไปหมด คุณเพียรวิทย์บอกว่าหลวงปู่ใช้มนต์จินดามณีเรียกปลามาหา

เรื่องจากคุณ พ.เด็กวัด..หลวงปู่ทิมของผม

         สมัยที่หลวงปู่ทิมเดินจงกรม ท่านกำหนดจิตยกมือพนมเหนืออก ข้อศอกคู้แนบติดกับลำตัวย่างเท้าก้าวเดินอยางช้าๆ กำหนดเดินไปข้างหน้าเก้าสิบเก้าก้าว และกันหลังกลับถอยไปอีกเก้าสิบเก้าก้าว บริเวณที่หลวงปู่ทิมเดินจงกรม บริเวณที่เดินจงกรมนี้ต้นหญ้าไม่กล้างอกขึ้นมา แต่แปลกที่สุด ไม่ว่าพวกมดหรือสัตว์สี่เท้าใดๆ ไม่กล้าเดินผ่านบริเวณนั้น จะต้องเดินอ้อมพ้นเขตบริเวณจงกรม

คาถาของหลวงปู่ทิม

"มะอะอุ ทุกขัง อนิจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ"
หลวงปู่ทิมท่านว่าเป็นคาถาที่ดีและก็สั้น และพุทธคุณของคาถาบทนี้ก็สูงมากอยู่ที่คนปฏิบัติ ท่านยังกรุณาเล่าให้ฟังว่า มีใครคนหนึ่งที่อยู่ตลาดมาปรับทุกข์ให้ท่านฟังว่า ขายของก็ไม่ดีทะเลาะกับเมีอยู่ที่บ้านแทบทุกวัน ญาติพี่น้องต่างเกลียดชัง อยากจะขอคาถาให้เขารัก หลวงปู่จึงให้คาถาบทนี้ไป ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ ชายผู้นั้นมีความสุขแล้ว จะไปไหนเมียก็ตามไปด้วย ญาติพี่น้องก็รักใครกันดี ผู้เขียนจึงมั่นใจว่าพุทธานุภาพในคาถาบทนี้จะประสบผลสำหรับผู้ที่ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าผู้ใดได้รับคาถานี้ไป ขอให้นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และคุณหลวงปู่ทิมเป็นที่ตั้งทุกอย่างก็จะอำนวยโชคพอสมควรกับบุญกรรมของบุคคลนั้น


***

ส่วนประวัติการจัดสร้างพระขุนแผนพรายกุมาร มหาภูตินั้น ขอให้ท่านโปรดติดตามได้ในข้อมูลที่เปิดเผยกันทั่วไป 


ในส่วนที่จะเขียนต่อจากนี้ไปเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน และ ประสบการณ์ที่ได้รับจากพระขุนแผนพรายกุมาร อย่าได้ถือเป็นข้อมูลอ้างอิงแต่อย่างใด เอาเป็นว่าเล่าสู่กันฟังแล้วกัน ...

ราวสองอาทิตย์ที่แล้วที่ผู้เขียนได้รับพระองค์นี้มา ทราบประวัติว่าตกทอดมาจากผู้พันปลดเกษียรผู้นึง (บัดนี้ทราบว่าได้ถึงแก่กรรมแล้ว) ขออุทิศกุศลผลบุญที่ได้รับแก่ท่านผู้เป็นเจ้าของพระองค์นี้ด้วย

เมื่อได้ร้บพระมาพร้อมกับตะกรุดโทนของหลวงปู่ทิม ผู้เขียนจึงได้อาราธนาขึ้นคอทันที รู้แต่เพียงคร่าวๆว่าเป็นพระขุนแผนของหลวงปู่ทิม แต่ไม่ทราบถึงประวัติการสร้าง จึงยังไม่ทราบถึงความเป็นมาเป็นไปของพระองค์นี้ดีพอ

ภายในระยะเวลาไม่นานนัก ราวไม่เกิน 30 นาที ผู้เขียนรู้สึกมีสิ่งผิดปรกติเกิดขึ้นกับร่างกาย คือ มีเหงื่อเม็ดโป้งเริ่มไหลซึมออกมาจากร่างกาย เริ่มจากใบหน้า ลำคอ ตามตัว ทั่วทั้งร่างกาย มีแต่เหงื่อไหลโทรม จึงคิดในใจว่าทำไมเหงื่อจึงได้ไหลออกมามากมายขนาดนี้ ทั้งที่เป็นเวลาพลบค่ำ ไม่มีแสงแดดแต่อย่างใด !!!

จึงได้เริ่งมือพยายามเก็บข้าวของเพื่อที่จะกลับบ้านเนื่องจากเป็นเวลาเลิกงาน แต่เกือบเก็บไม่หมด จะเป็นลมหมดเรี่ยวแรง อาศัยการภาวนาจิตและสติเป็นปกติ จึงได้ปล่อยวาง ไม่สนใจ รวบรวมกำลังใจ กระทำกิจวัตรตามปกติต่อไป และ แข็งใจขับรถกลับบ้าน อย่างไม่คิดว่าจะขับกลับไปได้หรือไม่

ครั้งที่สองเกือบเป็นลมในรถ ต้องคว้ายาดมมาเสียบคารูจมูกไว้ นึกสังหรณ์อยู่ในใจเล็กน้อยว่าน่าจะเป็นอานุภาพของพระผงพรายกุมาร จึงได้ถอดพระพร้อมกับตะกรุดออกจากคอ แขวนไว้ที่กระจกมองหลังหน้ารถแทน และ ทันทีที่จอดรถได้รวบรวมกำลังแข็งใจก้าวเดินเข้าไปในบ้านซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถประมาณ 30 เมตร เมื่อเข้าถึงบ้านได้เป็นก็เป็นลมล้มพับลงทันที!!!

กว่าจะทุเลาต้องใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมงถึงอาการถึงค่อยทุเลา เริ่มอ้าปากพอหยอดน้ำข้าวต้มได้เพื่อให้มีแรงลุกขึ้นนั่ง แบบ ใจไม่อยู่กับตัว(ประมาณนั้นเลย) แต่ก็ไม่ได้สนใจในความเป็นไปของร่างกายมากนัก ปล่อยให้ผ่านเลยไป คิดว่าอาจเป็นโรคความดัน หรืออะไรสักอย่าง ....

เวลาล่วงเลยมาอีกประมาณสี่ห้าวัน มีความรู้สึกว่าอยากจะห้อยพระผงพรายอีก เนื่องจากจิตยังมีความรู้สึกผูกพันในองค์พระอยู่ แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นโดยความบังเอิญและพอดี คือ ไม่ห้อยพระตั้งแต่อยู่ที่ทำงาน แต่ไปห้อยเอาเมื่อกลับไปถึงบ้าน

และแล้วเหตุการณ์บางอย่างก็ได้เกิดผลขึ้นทันทีทันใด จึงรู้ได้ชัดเจนในครั้งนี้เลยว่า เป็นเพราะส่วนผสมในมวลสารองค์พระผงพรายกุมาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากคราวที่ห้อยพระแล้วเกือบเป็นลมหมดสติในครั้งแรก คือ เริ่มมีอาการร้อนวูบวาบตามเนื้อตัวและใบหน้า และ พอเดินผ่านกระจก จิตคิดอยากจะดูหน้าตัวเอง จึงได้เหลียวมอง เห็นใบหน้าเปลี่ยนไป และ ออกสีแดงปนคล้ำดำ !!!

(อาการผีครอบเข้าแล้ว)

ตอนนี้เองที่เริ่มหาเอาประวัติการสร้างพระของหลวงปู่ทิมมาอ่าน และ ได้พบว่าสิ่งที่ผสมอยู่ในมวลสารองค์พระนั้น ไม่ธรรมดา!!!

เมื่อได้รู้ถึงกรรมวิธีการสร้างแล้ว จิตก็อยากจะค้นคว้าหาคำตอบต่อไปว่าอาการที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะเหตุผลกลใด เพื่อจักปฏิบัติตนได้ถูกต้องและ เหมาะสมต่อไป

จึงได้คว้าลูกประคำมือคู่ใจมากำหนดจิตบริกรรม ก็ไม่นานเพราะได้บริกรรมลูกประคำตลอดเวลาอยู่แล้ว จิตก็ได้ดำดิ่งสาวหาเหตุ กำหนดจิตขึ้นไปกราบหลวงปู่ทิม จึงได้พอเข้าใจแต่ยังไม่กระจ่าง หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ปรากฏร่างหญิงสวมสะไบทอง แต่รัศมีกายยังไม่แจ่มใสมากนัก ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นนางพราย มาอธิบายความให้เข้าใจ พร้อมทั้งได้อุทิศส่วนกุศลให้ ก็รู้สึกว่ารัศมีกายเริ่มที่จะผ่องใสงดงามสว่างขึ้นมาก

จากนั้นพรายที่มาหาก็ได้อธิบายบางสิ่งบางอย่างอีกเล็กน้อย การอธิบายในที่นี้มิได้เหมือนกับการอธิบายในโลกมนุษย์ แต่เ็ป็นการสื่อจากจิตสู่จิต คือ เมื่อนึกปั๊บมันจะเข้าใจปุ๊บเร็วกว่าการพูดจากันตามธรรมดาโดยทั่วไป ก็รู้สึกว่าพลังมหาศาลในองค์พระมาจากมวลสารของบรรดาภูตผีที่หลวงปู่ท่านใดกำหนดจิตให้มารวมตัวกัน จึงได้มีพลังมหาศาลที่แปลกและแรงพิสดารกว่า พุทธคุณของพระเครื่ององค์อื่นๆ ที่ได้เคยสัมผัสมา

(มีต่อ.....)










 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2555
21 comments
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2556 18:25:57 น.
Counter : 67387 Pageviews.

 

อยากอ่านต่ออ่ะครับ มีต่อชิมิ

 

โดย: niw IP: 58.8.100.20 17 พฤศจิกายน 2556 15:17:06 น.  

 

ดีๆๆๆๆ

 

โดย: ดาว IP: 1.46.83.229 31 สิงหาคม 2557 12:08:35 น.  

 

ครับผมมีขุนแผนแบบพี่องค์หนึ่งและเคยใด้รับประสปการณ์มาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นของรุ่นปี พ.ศ ใหนช่วยบอกหน่อยครับ

 

โดย: srisaard@gmail.com IP: 49.230.105.188 15 กันยายน 2557 10:53:28 น.  

 

การเล่นพระของผมนั้นมันต่างกันกับของคนอื่นๆอยู่บ้างก็ตรงที่ ผมจะดูที่ว่าพระองค์นั้นได้ให้อะไรกับเราบ้าง เช่น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเรา ความแตกต่างของพระแต่ละองค์ คือ ดูที่ประสบการณ์ในองค์พระโดยตรง ซึ่งมันก็ต้องใช้ความสามารถที่เฉพาะอยู่พอสมควรจึงจะทำได้ แม้บางองค์เซียนจะมองว่าไม่แท้ แต่ถ้าพระองค์นั้นมีพลังและคุ้มครองเราได้ดี ผมถือว่า ผมเอา ซึ่งจะต่างกับคนอื่นที่จะมองแต่รุ่นและราคาเป็นหลัก ฯ เข้าตำราที่ว่ามีพระดีราคาไม่แพง แต่ศรัทธาดี ทว่า พระดีราคาแพง ไม่มีศรัทธาแท้ ท่านว่าอย่างไหนจะเกิดประโยชน์มากกว่ากัน

 

โดย: MOTOAKANOE 17 กันยายน 2557 15:46:24 น.  

 

ขอบคุณครับ
แต่พิมพ์แบบนี้ด้านหลังมีเป็นตะกรุดไหมครับ

 

โดย: เอก IP: 49.230.148.137 22 มกราคม 2558 22:45:00 น.  

 

มีพระกรุท่ี่ชาวบ้านขุดพบ ที่วัดร้างบริเวณทุ่งมะขามหย่อง กระจายอยู่ที่ชาวบ้านหลายคน ไม่มีใครมีbiglot จึงนำไปปั่นราคาไม่ได้ เป็นพระเก่ามาก ยากแก่การปลอม ให้ท่านดูในกูเกิล"ขุนแผนเคลือบกรุทุ่งมะขามหย่อง"

 

โดย: พี เซ้นเตอร์ IP: 1.10.193.11 10 มิถุนายน 2558 14:16:08 น.  

 

บล๊อคแรกครับสร้างปี 16 แจกปี 17 บล๊อคแรกไม่ใช่รุ่นแรกนะครับ รุ่นแรกปี 12 ต่อมาเป็นขุนแผนลงกรุ คนระยองเรียกยอดขุนพล แจกปี 16 เป็นรุ่นเดียวของขุนแผนที่วัดสร้างแล้วไม่ได้ฝังปรก,ปิดตา,พลอยจันทร์,เหรียญ,ฯลฯ ต่อมาสร้างปี 14 ต่อมาก็ปี 15 นี่คือเฉพาะที่วัดจัดสร้างเองไว้แจกคนช่วยงานหรือถ้าบูชาก็ 20 บาท หรือถ้าเป็นเหรียญก็ 10 บาท ย้ำว่าสร้างไม่มาก

 

โดย: tis IP: 103.49.148.13 26 ตุลาคม 2558 9:28:34 น.  

 

ผมมีองค์หนึ่งคับแต่ข้างหลังฝังเหรียญเสมาอยากสอบถามว่าแท้หรือเปล่าคับบางเซียนบอกว่าเก๊บางเซียนบอกว่าหลวงปู่ไม่เคยสร้างบางเซียนบอกว่าผิดพิมพ์ช่วยตอบหน่อยคับอยากรู้จิงๆคับผม
👑😯😯😯😯😯😯😴😴😴😴

 

โดย: ศศิธร IP: 1.46.96.162 21 กุมภาพันธ์ 2559 11:10:10 น.  

 

ผมองหนึ่งคัฟแต่เหมือนว่าคลายองนี้มากผมดูไห้หนอยคัฟ

 

โดย: ต๋อย IP: 1.179.128.102 22 กรกฎาคม 2559 8:07:32 น.  

 

รอติดติดตามค่ะอยากอ่านต่อ

 

โดย: Bow IP: 182.232.52.73 17 กันยายน 2559 19:24:03 น.  

 

ตอนนี้ราคาอยู่ที่เท่าไร

 

โดย: Fah IP: 118.172.6.17 4 มกราคม 2560 21:16:52 น.  

 

บวช ปี2449 ธุดงค์ 3 ปี จะเป็นเจ้าอาวาส ปี 2450 ได้ไง น่าจะบวชปี 2445 อ่านไปงง ไป

 

โดย: doubt IP: 223.24.105.253 15 มกราคม 2560 15:40:42 น.  

 

บวช ปี2449 ธุดงค์ 3 ปี จะเป็นเจ้าอาวาส ปี 2450 ได้ไง น่าจะบวชปี 2445 อ่านไปงง ไป

 

โดย: doubt IP: 223.24.105.253 15 มกราคม 2560 15:41:21 น.  

 

ประวัติขุนแผนกรุอโยธยาพิมพ์ "ชุนแผนกรุอโยธยา หนังสือขุนแผนแสนเสน่ห์"

 

โดย: วันชัย IP: 1.10.217.83 27 มกราคม 2560 12:29:20 น.  

 

ผมมีองค์หนึ่งฝั่งปรกเหมือนกัน
,

 

โดย: ตั้ม IP: 223.24.169.42 24 ธันวาคม 2560 11:22:14 น.  

 

แท้ครับ

 

โดย: บุญตรี IP: 171.96.190.253 31 มีนาคม 2561 11:10:16 น.  

 

ผมมีหลังนาคปรกหนึ่งองค์ครับ

 

โดย: บุยตรี IP: 171.96.190.253 31 มีนาคม 2561 11:11:20 น.  

 

ผมมีฝังตะกรุดทองคำหนึ่องค์ดว้ยครับ

 

โดย: บุญตรี IP: 171.96.190.253 31 มีนาคม 2561 11:13:19 น.  

 

ของผมมีหลังหลายแบบมากเลยครับเลยไม่รู้ว่าแท้ไหม
ได้มาจากบ้านคุณยายที่อยุธยา ผงพรายใหญ่มีทั้ง หลังยันต์,หลังตะกรุดเดี่ยว คู่และหลายอัน ฝังปิดตา ฝังนาคปรก และอะไรไม่รู้เป็นวงกลมๆ รวมทั้งมีจีวร ส่วนผงพรายเล็กจะมียันต์ ตะกรุดเดี่ยว คู่ พระปิดตาและพรายคู่มีเกศและไม่มี จันทร์ลอย เหรียญบาตรน้ำมนต์ หนุมานคาบตะกรุด

 

โดย: วิริยะ IP: 118.172.47.162 1 ตุลาคม 2561 11:00:25 น.  

 

ราคาแพงประครับรุ่นนี้

 

โดย: สำร้วย IP: 182.232.146.253 29 สิงหาคม 2562 17:14:18 น.  

 

ความรู้พระเครื่อง พิมพ์ "พระหลุดจำนำ"

 

โดย: 4G IP: 125.25.13.36 18 กันยายน 2562 10:08:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


MOTOAKANOE
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





" ทุกชีวิตล้วนมีจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุด
สำคัญที่ว่าคุณกำลังอยู่ตรงที่จุดไหนของมัน
เท่านั้นเอง ..."


" อัญมณีล้ำค่า...แม้อยู่ในป่า ก็ดูสว่างสดใส
ยังประโยชน์ ..แก่มนุษย์ สรรพสัตว์
และ เทวา...ฉันใด
ยังจิตใจให้สาธุชน...เบิกบาน
สงบ..สถิตย์..นิ่งดับ..ทุกสถาน
อมตะธรรมนิรันดร์กาล..มั่นหมาย
ตราบจนสิ้นชีวา ชมน์ วาย...
ร่างสลาย..แต่ใจอยู่...คู่ฟ้าดิน...... . "


" ไม่เห็นทุกข์.........ไม่เห็นธรรม (แท้จริง) "


" พระแท้ย่อมไม่กลัวแว่นขยาย ...
แสงมากไป น้อยไป ยังไงก็ยังแท้.....
พระในใจของเราสิ ผันแปร.....
ไม่คงแท้เหมือนใจพระ ในใจเรา "

" บุญเราทำมาดีแล้ว..ก็รักษาความดีของเรา
ให้ยิ่งๆขึ้นไป เหมือนเกลือรักษาความเค็ม "


" คนใกล้ชิดที่เรารู้จัก..ก็ทยอยตายกันไป คนแล้ว..คนเล่า..จากปู่..ย่า..ตา..ยาย..ญาติสนิท..มิตรสหาย.เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยาก...พ่อ..แม่...ครูบาอาจารย์..........ต่อไปก็คงเป็นเรา ."


" เย็นเยือกดับสนิท..คล้ายคนตาย ................ ทว่า ยังไม่ตาย "

" อยากกู่ก้องร้องตะโกนไปให้ก้องฟ้าฯ .. ทว่าเสียงจะออกมามันไม่มี.........ทุกข์ใดๆภายในปฐพี....ดับหมดสิ้นครานี้ เพราะไม่เอา!!! "

--------- 000 ----------

บูชาคุณพระรัตนตรัย พ่อแม่ ครูอาจารย์ เทพพรหมเทวาผู้มีพระคุณ เผยแพร่ประวัติพระอริยะ เกจิอาจาย์ เป็นธรรมทาน

--------- 000 ----------

ห่วงใย สถานการณ์น้ำท่วม (เชิญชวนทุกท่าน ร่วมกันปฏิบัติบูชา ใน ทาน ศีล และ ภาวนา เอาอนิสงค์ ร่วมอธิษฐานจิต ช่วยให้เมืองไทยรอดพ้นวิกฤตกรรม แผ่เมตตาให้ประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก รอดพ้นจากภัยพิบัติ ฯ)
ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านเลย !!! (ฝนตกทีละเม็ดยังให้น้ำท่วมได้มากขนาดนี้ฉันใด แรงอธิษฐาน แม้้น้อย หากรวมกันเป็นพลังใจย่อมยังให้โลกอันเร่าร้อนได้รับความชุ่มเย็นได้บ้างก็ฉันนั้น.)

หมอมุก 15/10/54

***

" ขอให้ทุกคนมีสติ.. เตรียมพร้อม.. และ ปล่อยวาง ฯ
น้ำมีขึ้น..ย่อมมีลง "

(ขอพรพระสยามเทวาธิราช และ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มภัย จากรุนแรงร้ายให้กลายเป็นทุเลาเบาบาง)

****
ปล.ฝากความคิดเห็นของท่านไว้ได้ในทุกๆกระทู้..เพื่อทราบความเคลื่อนไหวและรายงานผลการติดตาม..เพื่อที่จะพัฒนาผลงานต่อไปฯ

(ขอบคุณในทุกๆ..Comment.เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆสู่สังคมฯ)

***

" ก้าวข้ามผ่านไปในแต่ละปี เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นกว่าในปีต่อไป..เป็นแรงใจให้ทุกๆคนในปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ครับ "

สวัสดีปี 2555

***
New Comments
[Add MOTOAKANOE's blog to your web]

MY VIP Friend