กันยายน 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เขียนให้น้อง ๆ เวบนักเรียนไทยในบังกาลอร์ หัวข้อ มารู้จักบังกาลอร์กันก่อน
น้อง ๆ นักเรียนไทยในบังกาลอร์ช่วยกันทำเวบไซด์โฉมใหม่ขึ้นมา เลยช่วยเขียนเรื่องราวเอาไปแปะในเวบให้อ่านกันเล่น ๆ ประเดิมด้วยหัวข้อนี้แล้วกันนะจ๊า

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีสำหรับเวบไซด์สมาคมฯ โฉมใหม่ ที่น้อง ๆ ช่วยกันทำขึ้นมา หม่อมป้าขอตัดริบบิ้น ณ ที่นี้เลยแล้วกัน

ส่วนพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่สำหรับเขียนเรื่องราว ความรู้ ตลอดจนข้อมูลเป็นประโยชน์สำหรับน้อง ๆ ที่เรียนอยู่ที่บังกาลอร์ หรือกำลังจะเดินทางมาเรียน หรือวางแผนจะมาเรียน หรือไม่เคยคิดจะมา ก็สามารถอ่านได้ อย่างน้อยก็จะได้รับรู้ว่า น้อง ๆ ที่เรียนกันอยู่ที่นี่ ไม่ธรรมดาอย่างไร มีชีวิตความเป็นอยู่ และเผชิญหน้ากับอะไรกันบ้างที่นี่



ที่บอกว่าน้อง ๆ เหล่านี้ไม่ธรรมดา คืออะไร ก็ไม่ใช่ว่ามีหางงอก หรือมีสองหัวแต่อย่างใด ทุกคนที่มาเรียนที่นี่ก็เป็นคนธรรมดาทั่วไป บางคนมาเรียนก็ไม่เคยพูดภาษาอังกฤษเลย บางคนก็เก่งมาอยู่แล้ว เมื่อก่อนนี้เคยนึกถึงภาพพจน์ของเด็ก ๆ ที่มาเรียนอินเดีย โดยเฉพาะผู้หญิง จะนึกถึงประมาณ ตัวใหญ่ ๆ บึกบึน อึดหน่อย เพราะเวลาคนไทยเราคุยกันถึงประเทศอินเดียแล้ว บางคนจะออกอาการนิดนึงว่าอินเดียเนี่ยนะ เธออยู่ได้หรอ .. แต่ขอบอกว่าไปเจอมาแล้ว น้อง ๆ ที่เรียนอยู่ที่นี่แต่ละคน หุ่นไม่บึกบึนอย่างที่นึกไว้ รูปร่างออกจะผอมบาง (เอ..หรือว่าตอนมานี้บึกบึน แต่พอมาอยู่กลายเป็นผอมบางไปเลยหว่า) หน้าตาเป็นคุณหนู อรชรอ้อนแอ้นกันทั้งนั้น เลยต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่เลย



การศึกษาของอินเดียถ้าเทียบกับเมืองไทยแล้วต่างกันอย่างเห็นได้ชัด อย่างเมื่อก่อนเคยเรียนโรงเรียนวัด เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนป.สี่ เพิ่งจะ Good morning teacher how are you today ตอนเช้าในห้องเรียนพร้อมกันในห้องด้วยเสียงยาน ๆ ช้า ๆ แล้วก็ควักเอาการบ้าน c-a-t, r-a-t, b-a-t ที่คุณครูให้ท่องเมื่อวานมาส่ง (น้อง ๆ รุ่นใหม่คงไม่รู้เพราะเดี๋ยวนี้ที่เมืองไทยก็พัฒนาเรื่องการศึกษาแล้ว แบบนี้คงไม่มีในป.สี่) การบ้านที่ว่านี้ที่อินเดียจะเป็นการบ้านของเด็กอนุบาลสอง ถ้าขึ้นป.หนึ่ง ป.สองนี้ต้องอ่านหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษได้แล้ว เพราะฉะนั้นความรู้สึกของเราว่าน้อง ๆ ที่จบมาจากอินเดียก็ใช้ได้ทีเดียว (แค่ฟังสำเนียงอินเดียออกก็โอแล้ว)



ถ่ายมาจากห้องเรียนของมินนี่ (เตรียมอนุบาล)



ขอตัดเข้าเรื่องที่มีสาระกันบ้าง ขอพูดถึงข้อมูลคร่าว ๆ ของอินเดียก่อน

ประเทศอินเดีย (India) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ เมืองหลวงอยู่ที่กรุงนิวเดลี (New Delhi) อินเดียมีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ ด้านเศรษฐกิจ อินเดียมีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก

ภาษาที่ใช้ คือภาษาฮินดีเป็นภาษาราชการ หรือภาษากลาง โดยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษารอง (จากการคาดเดาเนื่องจากมีหลายภาษาจัดเลยคุยกันไม่รู้เรื่อง เลยต้องใช้ภาษาอังกฤษนั่นเอง อิอิ) อีกทั้งรัฐธรรมนูญอินเดียยังรับรองภาษาท้องถิ่น อีก 16 ภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง อาทิ เตลูกู เบงกาลี มาราธี ทมิฬ อูรดู กุจราดี และปัญจาบี

ศาสนา นับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 81.3 มุสลิมร้อยละ 12 คริสต์ ร้อยละ 2.3 ซิกข์ร้อยละ 1.9 อื่น ๆ (พุทธ เชน และนาซิ)ร้อยละ 2.5

สกุลเงิน รูปี อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับประมาณ 47 รูปี, หนึ่งบาท เท่ากับประมาณ 1.5 รูปี (เรท ณ กันยายน 2011)



และข้อมูลคร่าว ๆ ของบังกาลอร์

เมืองบังกาลอร์ เป็นเมืองหลวงของรัฐกรณาฏกะ ( Karnataka) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย ชื่อเดิมของเมืองบังกาลอร์ คือ เมืองเบงกาลูรู(Banguluru) หมายถึง สถานที่ซึ่งมีการต่อสู้ เมืองนี้ได้รับการเรียกขานว่า เมืองสวนดอกไม้ (Garden City) เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาชนิด บางทีก็เรียกว่า “ เมืองหลวงแห่งไอที” เมืองบังกาลอร์จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองไอทีระดับโลก เนื่องจากปัจจุบันบังกาลอร์กลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตไมโครชิพที่สำคัญของโลก เป็นแหล่งผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา บังกาลอร์มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก ซึ่งมีหลายชาติหลายภาษาและมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ และยังถือเป็นเมืองการศึกษาเนื่องจากในแต่ละปีจะมีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อจำนวนมากในแต่ละปี อาทิเช่น จีน เกาหลี ซาอุดิอาระเบีย อาหรับ ไทย

จากบังกาลอร์มีเส้นทางคมนาคมทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน เชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่หลายเมืองในอินเดีย และประเทศใกล้เคียง เมืองนี้มีสภาพอากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว หน้าร้อนจะมีอูณหภูมิเฉลี่ย 27-30 C และหน้าหนาวอุณหภูมิเฉลี่ย 15-19 C จึงจัดได้ว่าบังกาลอร์เป็นหนึ่งในเมืองที่อากาศดีที่สุดในอินเดีย
รู้แค่นี้ก็พอแล้วคร่าว ๆ ไว้คราวหน้าค่อยมาว่ากันเพิ่มเติมนะจ๊ะ




Create Date : 17 กันยายน 2554
Last Update : 19 กันยายน 2554 14:27:36 น.
Counter : 4716 Pageviews.

4 comments
  
สนใจอยากพูดภาษอังกฤษได้เก่งแต่งบประมาณไปยุโรปจำกัดเรยทราบมาว่าอินเดียเมืองบังกาลอค่ะค่าครองชีพไม่แพงแต่ยังขาดข้อมูลที่จะเตรียมตัวไปค่ะขอรบกวนแนะนำด้วยค่ะจะเปนพระคุณยิ่ง


ขอบคุณค่ะ
โดย: ตาล IP: 115.87.3.241 วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:20:26:51 น.
  
นู๋ตาลลองเข้าไปที่เวบนักเรียนไทยในบังกะลอร์นะจ๊ะ มีน้อง ๆ อยู่ที่นี่เค้าแนะนำได้จ้า
โดย: ปุ๊ก (Moti ) วันที่: 18 ตุลาคม 2554 เวลา:23:36:36 น.
  
รอตอนต่อไปอยู่นะค้าาา
โดย: confetti IP: 110.169.253.24 วันที่: 20 ตุลาคม 2554 เวลา:16:30:44 น.
  
อีกประมาณ 2อาทิตย์กำลังจะเดินทางไปบังกาลอเพื่อทำธุระประมาณ5วัน อยากได้น้องๆนักเรีนไทยมาช่วยนำทางให้หน่อย พอจะมีน้องๆว่างบ้างไหมครับ รบกวนติดต่อที่pune2518@hotmail.com ครับ
โดย: อัฐปูเน่ IP: 1.46.99.239 วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:0:06:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Moti
Location :
Delhi  India

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]



Moti เป็นภาษาฮินดี้ แปลว่าอ้วน ซึ่งตรงกับชื่อเล่นของเรา ปุ๊ก จากกรุงเทพ ไปตั้งรกรากอยู่บังกะลอร์เกือบเจ็ดปี ที่บังกาลอร์อยู่ลำพังกับลูก ๆ สองปีเพราะสามีย้ายไปทำงานดูไบ หลังจากนั้นก็ย้ายตามสามีไปดูไบได้สามปี ตอนนี้กลับไทยล้าวว

ขอเกร่นก่อนสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่าน เรื่องราวและข้อความทั้งหมดใน Blog นี้มาจากความคิดเห็นและประสบการณ์ของเจ้าของ Blog ซึ่งอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจบางคนที่เข้ามาอ่าน ถ้าหากอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบใจก็สามารถกดเครื่องหมาย x ที่มุมบนขวาได้ จะดีกว่าเข้ามาเม้นท์เพื่อก่อกวนนะจ๊ะที่รัก

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ งานเขียนและภาพประกอบในบล็อคนี้เป็นลิขสิทธิ์ตามกฏหมายนะคะ กรุณาอย่าลอกหรือก๊อปปี้ไปใช้ที่อื่นเลยนะค๊า
รวมมิตรภารตะ by Moti Bloggang

Instagram
New Comments