| |
ประวัติเทพเจ้ายุโรป : Bora สายลมแห่งชัยชนะ หากใครก็ตามได้ไปเยือนประเทศแถบสแกนดิเนเวียในช่วงรอยต่อของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ท้องทะเลในแถบนี้จะมีคลื่นลมที่แปรปรวนเป็นพิเศษ สาเหตุของสภาพอากาศนี้ เกิดมาจากกระแสลมที่เรียกกันว่า BORA ในภาษาไทยมักเรียกชื่อลมตามทิศ หรือเรียกตามวิถีชีวิตประจำวัน อย่างเช่นลมบกลมทะเล ซึ่งเรียกตามทิศทางของลมจากทะเล ,ลมว่าว ชื่อลมที่มีที่มาจากลักษณะลมบนที่สม่ำเสมอเหมาะแก่การเล่นว่าว เป็นต้น แต่ในประเทศในแถบยุโรป อาจจะด้วยรากฐานวัฒนธรรมที่เคยเชื่อในเรื่องเทพเจ้าซึ่งมีพลังอำนาจเหนือมนุษย์ จึงนิยมตั้งชื่อสิ่งหลายสิ่งตามชื่อของเทพเจ้าในตำนาน ซึ่งสายลมBORA เป็นหนึ่งในนั้น มีตำนานของเทพเจ้าของพวกนอส (Noarse) หรือที่พวกเราจะรู้จักกันในชื่อของชาวไวกิ้ง อันเป็นที่มาของชื่อสายลมนี้ ในสมัยประมาณ 3000 ปีก่อนที่ชาวไวกิ้งยังอาศัยกันในแถบกรีนแลนท์ ในถิ่นนั้นส่วนมากจะมีแต่ทุ่งทุนดราซึ่งปราศจากต้นไม้ใหญ่ ความเป็นอยู่ของคนในถิ่นนั้นจึงขึ้นกับการล่าสัตว์จับปลาเป็นหลัก ระบบการปกครองของแต่ละชนเผ่าที่เป็นไปในลักษณะตระกูล นั้นทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างชนเผ่าต่างๆได้ เมื่อเวลาผ่านไปและมีจำนวนคนมากขึ้น ความขัดแย้งก็ยิ่งมีมากขึ้น จนกระทั่งบีบให้เผ่าหนึ่งซึ่งนำโดย "อีริค เคราแดง" ต้องทำการอพยพย้ายชนเผ่าภายใต้การนำของตน ปัญหาก็คือการเดินเรือ ในสมัยนั้นไวกิ้งเป็นชนเผ่าที่ต่างจากที่เรารู้จักกัน เพราะไวกิ้งในยุคนั้น ยังไม่มีประสบการณ์ในการเดินเรือในแบบที่เราได้รับรู้จากตามสารคดีหรือภาพยนต์ ... ไวกิ้งในสมัยนั้นยังทำได้เพียงการเดินเรือตามชายฝั่งเท่านั้น ปัญหาของอีริคก็คือชนเผ่าที่อยู่รอบๆไม่ยอมให้อีริคทำการย้ายถิ่นออกไป หัวหน้าเผ่า"ไนมาน"ได้ส่งสาส์นกล่าวหาว่าอีริคแสร้งทำเป็นย้ายถิ่นที่อยู่ของชนเผ่า แต่ที่จริงเป็นการเคลื่อนกำลังเพื่อการรบมากกว่า พร้อมกันนั้นหัวหน้าเผ่าไนมานก็ได้ส่งกำลังประมาณ1000คน (ซึ่งนับว่าใหญ่มากทีเดียวสำหรับยุคสมัยนั้น)ไปตั้งประชิดไว้ อีริคเคราแดงแม้จะเป็นผู้นำที่ได้ชื่อว่าเข้มแข็งที่สุดในหมู่ไวกิ้งด้วยกัน แต่เขาเองก็ประเมินได้ว่าแม้จะเอาชนะกำลังของไนมานที่ประชิดอยู่ได้ แต่ทางฝ่ายเขาก็จะต้องเสียกำลังคนไปไม่น้อยซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการรุกรานจากเผ่าอื่นๆที่อยู่รอบๆ ดังนั้นเขาจึงเสนอความคิดที่ไม่เคยมีชาวไวกิ้งคนใดเคยทำมาก่อนนั่นคือการโจมตีจากทะเล ในยุคนั้นที่การเดินเรือยังไม่มีเข็มทิศหรือเครื่องมือในการหาตำแหน่งจากดาว การเดินเรือต้องอาศัยการสังเกตทิศทางจากแผ่นดิน ... ดังนั้นการเดินเรือของไวกิ้งในสมัยนั้นจึงมักเดินเรือห่างจากชายฝั่งในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร ชัยภูมิของเผ่าไนมานนั้นรอบไปด้วยทะเลโดยตัวเมืองยื่นเป็นแหลมออกไป ก่อนที่จะถึงตัวเมืองนั้นจะมีหอสูงตามชายฝั่งซึ่งเห็นไปได้ไกล ดังนั้นหากแม้นมีเรือที่พยายามเข้ามาโจมตีโดยแล่นเลียบชายฝั่ง ยามชายฝั่งของไนมานก็จะเห็นก่อนอย่างแน่นอน การจะเข้าโจมตีเมืองของไนมานโดยตรงจึงต้องทำการโจมตีจากทะเลลึก จากการศึกษาของนักประวัติศาสตร์พบว่าทำได้โดยการแล่นเรือห่างจากชายฝั่งตะวันออกไปประมาณ10กิโลเมตร จากนั้นมุ่งขึ้นเหนือไปอีกประมาณ30กิโลเมตร แล้วแล่นเรือกลับมาทางตะวันตกเฉียงใต้ อีริคได้รวบรวมกำลังคนของตนราว300คน สร้างเรือพายมีเสากระโดงขึ้น (สมัยนั้นยังไม่มีเรือใบ) และให้ช่างฝีมือช่วยกันทำผ้าขึ้นอย่างลับๆตามแบบที่กำหนด และแล้ววันหนึ่งอีริคก็ประกาศว่าจะโจมตีเผ่าไนมานและพาเหล่าชายฉกรรจ์ของตนออกเรือที่มีแต่เสาโด่เด่ ออกสู่ทะเลตะวันออกในกลางดึก เมื่อแรกออกเดินเรือจนมองไม่เห็นฝั่ง เหล่าชายทั้งหลายก็ยังอุ่นใจว่าอย่างไรเสียหากแล่นเรือหันกลับลำก็จะสามารถกลับไปยังแผ่นดินได้แน่นอน ... จวบจนเมื่ออีริคสั่งให้เปลี่ยนทิศ ก็เริ่มเกิดความไม่แน่ใจขึ้นในหมู่คนของเขา โอลาฟ ซึ่งเป็นนักรบผู้กล้าของเผ่า ตะโกนถามอีริคว่า หากเปลี่ยนทิศแล้วจะหาหนทางกลับสู่แผ่นดินได้อย่างไร อีริคตอบเพียงสั้นๆว่า ขอให้เชื่อมั่นในเทพโบเรียส (Boreas) เทพBoreas เป็นเทพเจ้าแห่งฤดูหนาว เป็นจ้าวแห่งน้ำแข็ง ซึ่งชาวไวกิ้งนับถือกันโดยทั่วไป หมู่เรือทั้งสามสิบลำแล่นไปเรื่อยๆจนกระทั่งฟ้าสาง เมื่อนั้นเอง อีริคก็สั่งให้หยุด ... เมื่อนั้นเอง โอลาฟคนเดิมก็นึกขึ้นได้และถามอีริคอีกครั้งว่า แล้วเมื่อไม่ได้เซ่นสรวงเทพโบเรียสก่อนการเดินทาง แล้วเทพเจ้าจะช่วยหรืออย่างไร การที่โอลาฟพูดนั้นก็มีเหตุผลอยู่ เพราะว่าเทพโบเรียสนั้นโปรดปรานเลือด แล้วในเมื่ออยู่กลางทะเลอย่างนี้แล้ว จะไปหาเลือดมาจากไหนได้ อีริคไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่สั่งให้นักรบทุกคนสวมเกราะให้เรียบร้อย จากนั้นก็ให้นำ"ผ้า"ที่อยู่ในหีบกลางลำเรือแต่ละลำขึ้นไปผูกไว้ที่เสากระโดงเรือ เมื่อนั้นเองนักรบทั้งหลายจึงประจักษ์แก่สายตาว่า ผ้าที่ขึงอยู่นั้นเป็นผ้าสีขาวที่พาดด้วยลายสีแดงที่ทาด้วยเลือดสัตว์ ดังนั้นนักรบทั้งหลายจึงสงบลงได้ด้วยเชื่อมั่นว่าเทพโบเรียสจะต้องพอใจแน่ๆ ... แต่อย่างไรล่ะ? ยังไม่ช้าไม่นาน ก็บังเกิดกระแสลมเย็นพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พัดมาที่ใบเรือ และพาเรือเคลื่อนออกไปช้าๆ ซึ่งในสายตาของมนุษย์ปัจจุบันก็คงเป็นเรื่องปกติ แต่กับคนเมื่อ3000ปีก่อน การที่เรือที่เดิมต้องใช้กำลังคนพายกลับสามารถแล่นได้เองนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่มีหัตถ์เทพเจ้ามาลากจูง อาทิตย์ยังไม่ขึ้นจากขอบฟ้าดี นักรบบนเรือก็เห็นแผ่นดิน พร้อมๆกับคนบนฝั่งที่เห็นเรือรูปร่างประหลาดที่สามารถแล่นได้โดยที่ไม่มีคนพายแล่นมาจากทิศซึ่งไม่เคยมีมนุษย์คนใดในยุคนั้นจะมาได้ ก่อนจะถึงฝั่ง อีริคย้ำแผนการให้แก่นักรบทุกคนว่าเป้าหมายอยู่ที่การจัดการกับหัวหน้าเผ่าไนมานเท่านั้น เนื่องจากเมื่อใกล้ระยะธนูจากชายฝั่ง ทหารในเรือแต่ละลำจะต้องกางโล่ป้องกันและมองไม่เห็นทางด้านหน้า ... เมื่อเหลือระยะอีกไม่กี่อึดใจจะถึงชายหาด อีริคได้ให้สัญญาณด้วยแตรรบรูปปลาหมึก (Octopus Pool-O-War) เสียงปู๊ววววว์กังวานไปทั่วบริเวณอันเป็นสัญญาณให้เตรียมยกกำลังขึ้นฝั่ง จากนั้นเมื่อเรือแล่นไปเกยที่ชายหาด อีริคได้กู่ตะโกนเป็นเกียรติแก่เทพโบเรียสด้วยเสียงอันดังว่า " โบร่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาห์" (ต้นฉบับอังกฤษเขียนตรงนี้ว่า Boraaaaaaaaaaaaaaaaaaaaah อันน่าจะหมายความถึงการลากเสียงยาว) จากนั้นกำลังทั้งสามร้อยก็บุกเข้าจับกุมตัวหัวหน้าเผ่าไนมานได้โดยแทบจะไม่ได้รับการต่อต้าน ... จากนั้นอีริคได้สั่งให้นักรบอย่าได้ทำอันตรายแก่ชาวเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงเด็กและคนแก่ แล้วก็ให้ทหารไนมานที่ตกเป็นเชลยให้ไปแจ้งแก่ทัพที่ไปตั้งประชิดอยู่ทั้ง1000ว่าขณะนี้ครอบครัวของนักรบเหล่านั้นรวมทั้งหัวหน้าเผ่าได้ถูกจับเป็นตัวประกันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าในที่สุดทหารของไนมานก็ได้ยอมรับความพ่ายแพ้นี้ ด้วยการรบที่ได้รับการเชื่อว่าเป็นการรบที่ได้เทพเจ้ามาช่วยเหลือ ทำให้อีริคสามารถรวมชนชาวไวกิ้งเข้าไว้ด้วยกันจนกลายชาติที่เข้มแข็งที่สุดในยุคนั้น นักรบไวกิ้ง ในยุคต่อๆมาที่เรารู้จักกัน จึงได้รับอิทธิพลลักษณะต่างๆตามวิถีแห่งโบร่าห์ (Borah way)นั่นคือสวมเกราะที่จะต้องมีลักษณะของเขาสัตว์ทั้งสองข้าง ใบเรือที่จะต้องเป็นสีขาวคาดแดงเลือด และหัวเรือรูปอสรพิษทะเล (Sea Serpent) และมีแตรรบรูปปลาหมึก (Octopus Pool-O-war ) และในการรบใหญ่ๆ เรือของผู้นำของทัพไวกิ้งจะมีมีหัวเรือที่พิเศษออกไปนั่นคือแทนที่จะเป็นรูปงูทะเล ที่หัวเรือจะเป็นรูปของเทพีเฟริน (Ferin) ลักษณะคือจะเป็นรูปหญิงสาวผิวขาวขอบตาสีแดงโลหิต สวมเสื้อToga โดยเปิดไหล่ทางเบื้องซ้าย อันถือเป็นปางหญิงสาวของเทพโบเรียส .... (ในข้อนี้นักโบราณคดีค่อนข้างเชื่อ เพราะว่ารูปสลักเทพีเฟรินที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่ จะพบว่ามีการแกะสลัก'หนวด'บนใบหน้าของหญิงสาว) ชนชาวไวกิ้งซึ่งรบภายใต้วิถีแห่งโบร่าห์นี้ ได้สร้างชื่อในหน้าประวัติศาสตร์มากมาย ดังเช่นการเอาชนะกองทัพผสมของกองทหารโรมันพลูโตเรี่ยนประจำบริเตน(อังกฤษในปัจจุบัน) ที่นำทัพโดย มาฟีรุส โมนา (Mafirus Mona) และ กองทัพบริเตนของ แอนดรูว์ จ้าวแห่งสิงห์โต (Andrew the Lion) ... หากเป็นในสมัยนี้คงไม่น่าแปลกใจนักที่อีริคได้ใช้กระแสน้ำและกระแสลมให้เป็นประโยชน์ เพราะในแถบกรีนแลนท์ช่วงต้นฤดูหนาว กระแสน้ำจะพัดไปทางเหนือและจะมีลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเช้าตรู่ แต่ในสมัยนั้นที่ยังไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ก็น่าแปลกใจที่อีริคสามารถนำเอาหลักทางธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งหลงเหลือเรื่องราวในภาษา เป็นชื่อของลม ซึ่งเหลือนามไว้ในปัจจุบันว่า "กระแสลมโบร่า" อ่านเรื่องราวของกระแสลมโบราเพิ่มเติมได้ที่ wikipedia อำ - เรื่องราวทั้งหมดในนี้ ผู้เขียนแต่งมั่วขึ้นมาเองทั้งสิ้น - ไนมาน เป็นชื่อชนเผ่าแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ในกรีนแลนท์ แต่เป็นในมองโกล - เทพีเฟริน ไม่ได้มีอยู่จริง ... ที่จริงแล้วน่าจะรู้ตัวตั้งแต่บอกว่ามีหนวด เพราะผู้หญิงที่ไหนมีหนวด - แตรรบที่เสียง"ปู๊วววววว์"ของจริง เป็นแตรที่ทำจากเขาสัตว์หรือหอยสังข์แตร ส่วนรูปปลาหมึกนั้นยังไม่ปรากฎในประวัติศาสตร์ใดๆ ไม่อำ - อีริค เคราแดง เป็นผู้นำไวกิ้งที่มีอยู่จริง - Boreas มีเรื่องราวอยู่จริง ... แต่ผู้เขียนลากมาจากเกมส์Golden Sun - กระแสลมโบร่า มีอยู่จริง อ่านตามอย่างสนใจ สุดท้ายอำกันซะงั้นนะหมอ
![]() โดย: Aim IP: 67.15.183.20 วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:22:12 น.
ยังกะอ่านหนังสือเรื่องอำของคุณวินทร์เลย...
โดย: sweety IP: 124.120.42.125 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:14:01:03 น.
สาด
![]() โดย: 555 IP: 124.120.173.8 วันที่: 25 กันยายน 2550 เวลา:23:54:46 น.
เอ่อออ ..หมอคะ อ่านซะนาน..อำกันซะได้...!!
โดย: ChaLi IP: 203.158.118.15 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:30:24 น.
OMG.....
=OH MY GODDDDDDD...... SAWADEE ka k . mor meaw.... โดย: texas girl IP: 75.111.143.238 วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:2:32:52 น.
คงได้แรงบันดาลใจจากคุณวินทร์
โดย: เฮ้อ IP: 58.8.133.31 วันที่: 2 กันยายน 2551 เวลา:19:22:51 น.
ดีนะ เลื่อนลงมาข้างล่างก่อน เห็นคำว่า อำ เลยรู้ก่อน
โดย: โอ๋เอ๋อ IP: 125.27.114.148 วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:15:51:57 น.
เยสแม้งกรุอ่านจนจบมันพึ้งมาบอกสาดดดดดดดดดดดเย็สเป้ด
โดย: สาดดดดด IP: 203.114.114.2 วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:16:23:02 น.
เหี่ยยยยยยยยยยยยยยยย
โดย: สาดดดดดดดดดดด IP: 113.53.83.56 วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:18:46:09 น.
|
หมอแมว
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]![]() Friends Blog Link |




ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [