มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
1 มิถุนายน 2555
บร๊ะ งูเห่ากัด!

โรงพยาบาลที่ผมเคยอยู่ อยู่ต่างจังหวัดครับ ธรรมชาติที่นั่นถือได้ว่ายังพอใช้ได้ มองไปทางไหนก็มีสีเขียว แม้ว่าจะเป็นสีเขียวที่เกิดจากทุ่งนาและต้นยูคาลิปตัสก็ตามที
เมื่อมีนาก็ย่อมมีหนู และเมื่อมีหนูก็แน่นอนครับว่าต้องมี"งู"

สมัยที่ยังเรียนอยู่ อาจารย์ก็จะสอนว่าเวลามีคนโดนงูกัดมาหมอจะต้องดูแผลเขี้ยวงูนะว่ามันเป็นแบบไหน เป็นแบบมีเขี้ยวสองรูหรือเป็นแบบรอยฟันเล็กๆเรียงกันเป็นแถว ถ้าเป็นงูพิษก็จะมีรอยเขี้ยวสองเขี้ยว ส่วนงูไม่มีพิษก็ไม่มีเขี้ยวพิษเป็นรูๆ จากนั้นหมอก็ต้องไปดูว่าอาการของคนไข้เป็นอย่างไร มีอาการที่เข้าได้กับพิษของงูแบบไหน ถ้าได้ตัวงูมาจะดีมากจะได้ตรวจอาการได้แม่นๆ
แต่ลืมที่อาจารย์สอนไปให้หมดครับ เพราะในความเป็นจริง.....

วันนึงมีคนพาเพื่อนมาโรงพยาบาล ขาเต็มไปด้วยเลือด

หมอแมว : ไปโดนอะไรมาครับ
คนไข้ : งูกัด.......
ห้องฉุกเฉินเงียบจนได้ยินเสียงควายในทุ่ง เพราะดูจากสภาพแผลที่แบะเปิดยาวไปครึ่งน่องกับใบไม้ที่อัดอยู่ข้างใน งูหรือหมีฟัดมาฟะ
เพื่อนคนไข้ : งูเห่ากัดน่ะหมอ ผมเลยเอามีดกรีดเปิดแผล
หมอแมว : แผลงูกัดเค้าห้ามกรีดนะครับ แต่เอาเถอะ ว่าแต่ใบไม้นั่นมันอะไร ไปตกคลองที่ไหนมาครับ
เพื่อนคนไข้ : อ๋อ ก็เสลดพังพอนไงหมอ หมอไม่รู้อะไร มันกันพิษงูเข้าหัวใจได้นะ
หมอแมว : ทีหลังห้ามทำแบบนี้นะครับ เพราะมันสกปรก (เขี่ยใบไม้ใบหญ้าออกมา) เอ๊ะเดี๋ยวนะคุณ นี่มันไม่ใช่เสลดพังพอนนะ มีทั้งรากทั้งใบต้นหญ้าต้นอะไรเต็มไปหมด
เพื่อนคนไข้ : หมอไม่รู้อะไร...
หมอแมว : บ้านผมปลูกเสลดพังพอน
เพื่อนคนไข้ : พอดีเห็นต้นไม้ขึ้นแถวนั้นก็เลยคิดว่าใช่เลยรวบๆมาใส่แผลน่ะ

อ้าว เห็นบอกตรูไม่รู้อะไร ตกลงเอ็งน่ะไม่รู้ใช่ไหมว่าเสลดพังพอนมันหน้าตายังไง
ก็เลยต้องจัดการล้างแผลเอาเศษหญ้าเศษดินโคลนที่อัดอยู่ตามซอกกล้ามเนื้อแดงๆออกมา แล้วก็เปิดคาไว้เพราะเย็บแผลไม่ได้ ปิดท้ายด้วยฉีดยาบาดทะยัก
แต่ก็ลองตรวจร่างกายดูคนไข้ดู ไม่เห็นว่ามีอาการอะไรของการถูกงูพิษกัดเลย งั้นไปดูงูที่สองคนนั้นเอามาดีกว่า เพราะว่าอย่างน้อยจะได้ดูว่าเป็นงูอะไร มีพิษไม่มีพิษ งูที่ว่าอยู่ในกระสอบปุ๋ยพลาสติก

หมอแมว : งูตายหรือยังครับ
เพื่อนคนไข้ : ตายแล้ว

ถ้างูตายแล้วทำไมเอ็งต้องเดินหนีไปยืนอีกฟากของห้องฟะ
ผมเปลี่ยนใจเดินเอากระสอบไปเปิดที่อ่างล้างเครื่องมือ อย่างน้อยอ่างลึก2ฟุตงูน่าจะไม่หนีออกมาได้
แต่มันก็นิ่งๆนี่หว่า
หรือเราคิดมากไปเองฟะ
งั้นเทเลยแล้วกัน
พอซากงูที่ว่าหล่นลงไปในอ่าง มันก็เลื้อยพรืดยกหัวยกคอขึ้น จะยกมากแค่ไหนผมบอกไม่ได้เพราะตอนนี้หมอแมวไปยืนอยู่ข้างๆเพื่อนคนไข้ที่อีกฝั่งนึงของห้องเรียบร้อย หลังจากยืนหายใจหายคอเสร็จก็มองไปอย่างอุ่นใจ เพราะงูมันปีนอ่างล้างเครื่องมือมาไม่ได้ หรือถึงปีนมาได้ กว่าจะมาถึงพวกเราก็มีคนไข้นอนตาปริบๆขวางไว้อยู่

หมอแมว : ไหนว่าตายแล้วไง
เพื่อนคนไข้ : ผมตีมันตายแล้ว สงสัยมันกระตุกหลังตายมั้งหมอ
หมอแมว : งั้นคุณไปหยิบงูกระตุกหลังตายนั่นมาให้ผมดูแล้วกัน
เพื่อนคนไข้ : ไม่เอา หมอไปดูเองสิ อุตส่าห์จับมาเป็นๆหมอจะได้เห็นชัดๆว่างูอะไร

อ้าว อิบัคเตรี ตกลงหลอกตรูว่างูยังไม่ตายใช่ไหม ยังดีนะตรูไม่ได้ล้วงมือลงไป
ผมได้แต่โล่งใจในความโชคดี เพราะถ้างูกัด ก็ต้องโดนเจาะเลือดต่อทั้งคืน พรุ่งนี้ทำงานต้องง่วงทั้งวันแน่ๆ แถมถ้างูมันมีพิษมีอาการก็ต้องไปตามเพื่อนมาอยู่เวรแทน เกิดเพื่อนมาอยู่แทนไม่ไหวแล้วคืนนี้มีคนไข้อาการแย่ขึ้นมามีหวังเจอร้องเรียนแหงๆ

ตุบ ตุบ! เสียงพี่ยามเอาไม้กระทุ้งงูในอ่างสองสามทีแล้วก้มลงไปดู

ยาม : หมอครับ งูสิงครับหมอ ไม่มีพิษ
เพื่อนคนไข้ : พี่จะไปรู้อะไร งูเห่านะพี่ ตอนกัดมันยังแผ่แม่เบี้ยอยู่เลย
หมอแมวเดินไปหยิบงูที่ไม่กระตุกหลังตายขึ้นมา จับดึงๆหนังหาแม่เบี้ย เปิดผากดูก็ไม่เห็นมีเขี้ยว ..... ตกลงคนไข้โดนเพื่อนคว้านขายัดหญ้าฟรีแหงๆ
หมอแมว : ดึงหนังได้แต่ไม่มีแม่เบี้ยครับ  เขี้ยวพิษก็ไม่มี
เพื่อนคนไข้ : หรืองูจงอางรึเปล่าหมอ
หมอแมว : งูจงอางมีเขี้ยวครับ ตัวนี้ไม่มีเขี้ยว
เพื่อนคนไข้ : งูแมวเซา
หมอแมว : งูแมวเซามีลาย งูสามเหลี่ยมสีเหลืองดำ งูทับสมิงคลาสีขาวดำ งูกะปะมีลายวงๆ งูหัวกระโหลกมีลายที่หัว งูเขียวมีสีเขียว .... ครับ

ผมไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ มือนึงถืองู มือนึงกดกูเกิล ส่วนพยาบาลเดินไปเอาหนังสืองูมาเปิด หนังสือมันก็เล่มเก่าๆหน่อยมีแต่รูปงูพิษ ซึ่งปัญหามันก็เหมือนๆกันทุกที่คือเวลามีคนโดนงูกัดแบบนี้ ที่โรงพยาบาลจะมีแต่หนังสือภาพงูมีพิษ ส่วนงูที่ไม่มีพิษมันไม่มีรูป คนที่โดนกัดมาหลายๆคนก็จะกลัวว่ามันอาจจะเป็นงูชนิดใดชนิดหนึ่งที่หมอยังไม่รู้จัก ยังไม่มีการค้นพบ หรือค้นพบครั้งแรกแล้วดันเป็นงูพิษ และเค้ากำลังจะจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะผู้ค้นพบและคนแรกที่โดนกัดตายด้วยงูชนิดนี้
ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือการทำให้เห็นชัดๆไปเลยว่างูตัวนี้มันคืองูอะไร จะได้ไม่ต้องมานั่งกลัวนั่งกังวลกัน
ถ้าเป็นสมัยก่อนหมอที่นี่คงต้องใช้วิธีไปตามผู้รู้มา แต่สมัยนี้เรามีกูรูกูเกิล หาได้ทุกอย่าง

หมอแมว : ตกลงเว็บสยามเรปไทล์บอกว่าเป็นงูสิงครับ
เพื่อนคนไข้ : เว็บมั่วป่าวหมอ
หมอแมว : ไม่มั่วครับ ลองดูเอาเอง
เพื่อนคนไข้ : (ยื่นหน้ามาดู) จริงด้วย เหมือนกันเป๊ะเลย แล้วจะกรีดแหวกแผลทำไมเนี่ย

เออ แล้วเอ็งจะกรีดทำไม แล้วคำพูดนั้นคนไข้ควรเป็นคนพูดมากกว่านะครับ

คนไข้ : งั้นทำแผลเสร็จขอกลับเลยนะหมอ
หมอแมว : ถ้ากลับไปเอายาไปกินแล้วพรุ่งนี้เช้ามาทำแผลด้วยนะครับ
เพื่อนคนไข้ : ของูไปด้วยนะหมอ
หมอแมว : ดีเลยครับ เอากลับไปให้คนอื่นดู จะได้รู้จักว่าตัวนี้มันงูสิง

สองคนนั้นเดินพยุงกันไปที่มอเตอร์ไซค์ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าคนเจ็บจะโกรธเพื่อนแค่ไหนที่มากรีดขาฟรี

หมอแมว : สงสัยไอ้คนโดนกัดโกรธเพื่อนมันสุดๆแน่
พี่ยาม : ไม่หรอกหมอ
หมอแมว : ทำไมล่ะพี่
พี่ยาม : ก็มันบอกว่าจะเอางูสิงไปผัดแกล้มเหล้ากินกันต่อน่ะ

นี่ยังจะมีกะใจกินกันอีก -_-'




Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 23:17:24 น.
Counter : 4725 Pageviews.

0 comments
Share to Facebook
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หมอแมว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]