Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 
ลำปาง --- วัดปงสนุก




แวะขากลับ... ลำปาง เมืองรถม้า



ทริปนี้ 30 กรกฎาคม 2558 - 2 สิงหาคม  2558


แม่กลางหลวงตอนที่ 1

แม่กลางหลวง ตอนที่ 2 -- น้ำตกผาดอกเสี้ยว

แม่กลางหลวง ตอนที่ 3 --
นาข้าวขั้นบันได

แม่กลางหลวง ตอนที่ 4 -- กาแฟบ้านคุณสมศักดิ์

แม่กลางหลวง ตอนที่ 5 -- บ้านแม่กลางหลวงวิว

ผาช่อ...ประติมากรรมธรรมชาติ แห่งอุทยานแห่งชาติแม่วาง

จากเชียงใหม่ มาลำปาง



วัดปงสนุก  ตั้งอยู่ในเขต ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นวัดสำคัญคู่กับจังหวัดลำปางมาช้านาน

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยที่เจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย (ลำพูน) เสด็จมาสร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) เมื่อ พ.ศ. 1223 

ธรรมสถานหนึ่งเดียวของไทย ที่ได้รับรางวัล “Award of Merit”  ด้านการอนุรักษ์มรดกทางด้านวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

ตามโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation จากองค์การ UNESCO

วัดปงสนุกมีชื่อเรียกถึง 4 ชื่อ ได้แก่ วัดศรีจอมไคล วัดเชียงภูมิ วัดดอนแก้ว วัดพะยาว


จากประวัติศาสตร์พบว่า เป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การอพยพผู้คนในเหตุการณ์ช่วงปี พ.ศ. 2346

ที่พญากาวิละได้ยกทัพเข้าโจมตีเมืองเชียงแสน ซึ่งเป็นที่ตั้งมั่นของพม่า และได้กวาดต้อนชาวเชียงแสนซึ่งเป็นชาวบ้านบ้านปงสนุกมาตั้งถิ่นฐานที่ลำปาง

รวมถึงการอพยพของคนเมืองพะยาวที่หนีศึกพม่าลงมายังลำปาง ชาวปงสนุกเชียงแสน และชาวพะยาว จึงได้ ตั้งบ้านเรือนจนกลายเป็นหมู่บ้าน

       ราว พ.ศ. 2386 เจ้าหลวงมหาวงศ์ได้ไปฟื้นฟูเมืองพะเยาขึ้นใหม่ ครูบาอินทจักรพระอุปัชฌาย์ของครูบาอาโนชัยธรรมจินดามุนี

ได้นำชาวพะยาว (พะเยา) อพยพกลับ แต่ก็ยังคงเหลืออีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมกลับ และได้มาตั้งรกรากอยู่กับชาวบ้านปงสนุก

ตั้งแต่นั้นมาชื่อวัดและหมู่บ้านจึงเหลือเพียง “ปงสนุก” เพียงชื่อเดียว

ปัจจุบัน วัดปงสนุก แยกเป็น 2 วัด ทั้งที่อาณาเขตก็ไม่กว้างขวางเท่าใด คือ วัดปงสนุกเหนือ และวัดปงสนุกใต้ สาเหตุที่แยกเนื่องมาจาก

พระสงฆ์ สามเณร ในอดีต มีจำนวนมาก จึงแบ่งกันช่วยดูแลรักษาวัด แต่ถึงอย่างไร ทั้งสองวัดก็นับถือกันว่าเป็นวัดพี่วัดน้องอาศัยช่วยเหลือกันมาโดยตลอด

ในอดีตถือว่าเป็นวัดที่มีสำคัญและมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับเมืองลำปาง อาทิ เป็นสถานที่ดำน้ำชิงเมืองบริเวณหน้าวัดระหว่างเจ้าฟ้าชายแก้วและเจ้าลิ้น ก่าน ราวปี พ.ศ. 2302

และยังเป็นสถานที่ฝังเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมือง หลักแรก เมื่อ พ.ศ. 2400 สมัยเจ้าหลวงเจ้าวรญาณรังษีราชธรรม

เสาหลักเมืองดังกล่าว ถูกย้ายไปฝังไว้ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในปัจจุบัน 


ปัจจุบัน “วัดปงสนุก” ได้กลายเป็นแหล่งรวมของสิ่งสำคัญหลายอย่างที่ทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม มากมาย

อาทิ พระพุทธรูปไม้ เสาหงส์ ซุ้มประตูโขง ภาพพระบฎ เขียนเรื่องพระเวสสันดรบนผ้าและกระดาษสา

หีบธรรมโบราณ และธงช้างเผือกขนาดใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งทางวัดได้นำมารวมไว้เป็นพิพิธภัณฑ์

       นอกจากนี้ยังมีเจดีย์วิหารพระนอน วิหารพระเจ้าพันองค์ วิหารโถงทรงจัตุรมุขที่มีรูปแบบงดงาม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมระหว่าง พื้นเมืองล้านนา  พม่า และจีน

ที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของไทย ที่อาคารหลายแห่งในประเทศ เช่น หอคำไร่แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้นำไปเป็นแม่แบบในการก่อสร้างในปัจจุบัน


ข้อมูลจาก : //www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000136421


//www.sac.or.th/databases/museumdatabase/review_inside_ByMember_Detail.php?id=777&CID=18468



ต่อเลยนะคะ วิหารพระนอน





ประวัติการก่อสร้าง






ลั่นทม ดูจากกิ่งก้านสาขา น่าจะอายุเยอะอยู่ค่ะ



แยกย้ายกันเดิน ไม่ค่อยมีรูปลูกเลย


พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุเก็บของเก่าแก่ของวัดเอาไว้มากมาย ซึ่งหาชมแทบจะไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ที่เห็นเรียงรายอยู่นี้ นับเป็นหนึ่งในเครื่องสักการะทางพระพุทธศาสนา ตามแบบล้านนา ที่เรียกกันว่า "เครื่องหลวง"

เครื่องหลวง หมายถึงเครื่องสักการะสูงสุดในพระพุทธศาสนา ชาวล้านนาให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ในพิธีกรรม และมีชื่อเรียกที่หลากหลายเช่น

เตียงพระเจ้า , อาสนา , จองคำ , แท่นคำเหลือง หรือ สังเค็จ มักปรากฏคู่กับเครื่องสูง (เครื่องเทียมยศ) หรือศาสตราวุธ มีชื่อเรียกว่า "ปัดป้าวจามร"

เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ตลอดจนถึงพระพุทธรูป, พระธาตุ (พระเจดีย์) , พระพุทธบาท , พระนอน (พระพุทธไสยาสน์) ตลอดจนถึง พระบรมสารีริกธาตุ

ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งในฐานะเดิมของพระองค์ คือเจ้าชายสิทธัตถะ เครื่องหลวงที่สร้างขึ้นตามอุดมคติของชาวล้านนามักจะแสดงถึง

พระเกียรติยศของวรรณะกษัตริย์หรืออาจจะเทียบได้กับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของภาคกลาง ได้แก่ ธารพระกร, พระแสงขรรค์ , วาลวิชนี , พระมหาพิชัยมงกุฏและฉลองพระบาท หรือที่เรียกว่า "เครื่องท้าวห้าประการ"

เครื่องหลวงประกอบด้วย

  เตียงพระเจ้า หรือที่มีชื่อเรียกว่า อาสนา , จองคำ , แท่นคำเหลือง หรือสังเค็จ สร้างเป็นเตียงมีเสา และมีหลังคา ที่เรียกว่า "ทรงปากบาน" มีพนักพิงด้านหลัง

และมีพนักขนาดเล็ก ทั้งสอง (ไม่ทำพนักตลอดแนว) ไม่นิยมที่จะสร้างเป็นทรงปราสาทยอดแหลมหรือเรียกว่า "เตียงพระเจ้าปากบานหลังก๋าย" บางวัดสร้างเป็นหลังคาทรงจั่ว

ปัดป้าว จามร (เครื่องสูง) หรือ เครื่องเทียมยศ มักจะทำเป็นชุดอยู่ในราวเดียวกัน 1 ชุด อาจจะมี 5 , 6 หรือ 7 ชิ้น

และนิยมที่จะสร้าง 2 ชุดตั้งอยู่ด้านซ้าย และขวาของเตียงพระเจ้า ซึ่งชาวล้านนามักเรียกว่า  "เครื่องสัตตะ 7 ประการ"

ปัดป้าว หรือ พัดโบก มักจะแกะสลักเป็นรูปหัวพญานาคคาบพัด ทำจากไม้แกะสลักหรือสานด้วยเสื่อกก ตกแต่งด้วยการลงรักปิดทอง เป็นเครื่องที่ใช้โบกเพื่อให้ความเย็นแก่พระมหากษัตริย์

จามร มักจะแกะสลักไม้เป็นรูปใบโพธิ์ มียอดแหลม ตกแต่งด้วยการลงรักปิดทอง มักใช้ประกอบราชรถในการเดินทางของพระมหากษัตริย์

ละแอ หรือที่เรียกว่า กุบจิก ภาษาล้านนาเรียกว่า "กุบละแอ" เป็นหมวกทรงยอดแหลม ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ หรือขุนนางใส่ในการออกรบ

หรือเทียบได้กับพระมหาพิชัยมงกุฏ (ชฎา) ของพระมหากษัตริย์ หรืออีกนัยหนึ่ง เปรียบได้กับ ร่ม หรือ สัปทนใช้สำหรับกางบังแดด บังฝนในการเดินทางของพระมหากษัตริย์

บังวัน หรือ บังศูนย์ มักจะแกะไม้เป็นรูปใบโพธิ์ขนาดใหญ่ ใช้ทำหน้าที่บังไม่ให้แสงจากดวงตะวัน (พระอาทิตย์) สาดส่อง พระมหากษัตริย์ในการเดินทาง

บังแทรก มักจะเป็นไม้แกะ หรือสานตอกเป็นทรงกลมใช้ทำหน้าที่บังไม่ให้แสงจากดวงจันทร์สาดส่องพระมหากษัตริย์

ไม้เท้า ไม้วา มักจะเป็นไม้แกะสลัก หรือกลึงให้กลม คล้ายกระบอก ไว้ใช้สำหรับการป้องกันตัว การเดินทางของพระมหากษัตริย์ หรือการเดินทางของพระมหากษัตริย์ที่ชราภาพ

แส้จามรี มักจะแกะเป็นรูปหัวพญานาคปากคาบขนจามรี เพื่อใช้ในการปัดไม่ให้ยุงหรือแมลงกัดต่อยองค์พระมหากษัตริย์


ข้อมูลจากเว็บ //www.touronthai.com/







โน่นค่ะ สามคนพ่อลูก รอแม่ Smiley



กลองปูจา  เป็นกลองที่แทบทุกวัดทางภาคเหนือจะมีกลองนี้ประจำวัดอยู่ ประกอบด้วยกลองใหญ่ หรือ กลองแม่ จำนวน 1 ใบ และกลองเล็ก หรือ ลูกตูบ จำนวน 3 ใบ

 รวมเรียกว่า “กลองปูจา”  ในอดีตใช้ตีเพื่อสื่อความหมายต่างกัน ได้แก่

1)  ตีเพื่อบอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันพระ

2)  ตีประโคมในงานเทศกาลต่าง ๆ

3)  ตีเพื่อเรียกประชุมชาวบ้านหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีผู้ศึกษากันว่าในอดีตกลองปูจานี้ได้ใช้ในการรบเพื่อบอกเหตุ หรือแจ้งเมื่อได้รับชัยชนะ เป็นต้น


ภายในพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปไม้และโบราณวัตถุ มีภาพการบูรณะวิหารพันองค์วัดปงสนุก




เพื่อความปลอดภัย แน่นหนาดีค่ะ


ภาพพระบฏ

เป็นภาพจิตรกรรมของทางภาคเหนือและภาคอีสาน เขียนเป็นรูปพระพุทธเจ้า หรือภาพชุดบอกเล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้า มักเขียนบนผืนผ้าหรือกระดาษสาแขวนไว้ในอาคาร


ตุงค่าว ที่วัดปงสนุกเหนือ ใช้ประกอบพิธีเทศน์มหาชาติทั้ง 12 กัณฑ์ เป็นการบันทึกตามแบบของชาวล้านนาที่มีความหมายตามปี 12 นักษัตร คือ

กัณฑ์ที่ 1 กัณฑ์ทศพร (ปีชวด) กัณฑ์ที่ 2 กัณฑ์หิมพานต์ (ปีฉลู) กัณฑ์ที่ 3 ทานกัณฑ์ (ปีขาล) กัณฑ์ที่ 4 กัณฑ์วนปเวสน์ (ปีเถาะ)

กัณฑ์ที่ 5 กัณฑ์ชูชก (ปีมะโรง) กัณฑ์ที่ 6 กัณฑ์จุลพน (ปีมะเส็ง) กัณฑ์ที่ 7 กัณฑ์มหาพน (ปีมะเมีย) กัณฑ์ที่ 8 กัณฑ์กุมารบรร (ปีมะแม)

กัณฑ์ที่ 9 กัณฑ์มัทรี (ปีวอก) กัณฑ์ที่ 10 กัณฑ์สักกบรรพ (ปีระกา) กัณฑ์ที่ 11 กัณฑ์มหาราช (ปีจอ) กัณฑ์ที่ 12 กัณฑ์ฉกษัตริย์ (ปีกุน)


ตุงค่าวที่วัดปงสนุกเหนือเป็นภาพที่มีความสมบูรณ์ สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นไม่น้อยกว่า 90-100 ปี โดยครูบาอาโนชัย ธรรมจินดามุนี

เจ้าคณะหัวเมืองเหนือรูปแรกของจังหวัดลำปาง (ราชครูเมืองละกอน) ท่านสร้างขึ้นและเก็บรักษาไว้ตามอัตภาพ














แผงพระพิมพ์ และกันฑ์ที่ 13



ขอบแผงพระพิมพ์ แกะสลักลวดลายงดงามตามแบบล้านนา



กัณฑ์ที่ 2 ไม่ได้ถ่ายมาชัดๆ ค่ะ



ขันแก้วทั้งสาม

หมายถึง พานที่ใช้ใส่ดอกไม่ธูปเทียนบูชาสักการะพระรัตนตรัย หมายถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

การทำขันแก้วทั้งสาม สำหรับวัดต่างๆ ทางชุมชนสมัยโบราณต้องการให้ประชาชนนำเอาดอกไม้ธูปเทียนมารวมกันเป็นจุดเดียวเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

บางแห่งทำเป็นพานกลมทรงสูงขนาดใหญ่ นิยมทาด้วยรักและชาด ปิดทอง และจะเขียนลวดลายรดน้ำ อย่างสวยงาม

เมื่อถึงเวลาประกอบพิธีไหว้พระรับศีลหรือสวดมนต์ถวายไทยทาน ผู้แทนของทายิกาคนใดคนหนึ่ง จะยกเอาขันแก้วทั้งสามไปไว้ หน้าพระพุทธรูปประธานโดยการประเคนคือ

เอาขันแก้วแตะกับฐานชุกชีหรือแท่นแก้วเบาๆ ถือว่าเป็นการประเคนและวางไว้ตรงนั้น กราบ 3 หน เป็นอันเสร็จพิธีประเคนขันแก้วทั้งสาม



ขันดอก เป็นพานใส่ดอกไม้ที่ชาวบ้านนำมาบูชาพระที่วัด ทำด้วยไม้กลึง หรือบางครั้งอาจทำในลักษณะของเครื่องเขินสีแดง - ดำ มีหน้าที่ใส่ดอกไม้ถวายพระ ข้าวตอก ธูปเทียน เป็นต้น

 การตกแต่งของขันดอกโดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมลงพื้นผิวด้วยการทารักทาทาง เป็นช่องลายภายนอก ในวัดที่สำคัญขันดอกนั้นๆ จะนิยมตกแต่งลวดลายให้สวยงามวิจิตรบรรจง

อาจจะมีการปิดทอง หรือไม่ก็ประดับด้วยแก้วจีน ชาวลำปางเรียกขันดอกว่า "ขันเหลี่ยม" หรือ "ต้อมก่อม" มักประกอบอยู่ในเครื่องสักการะ อันประกอบด้วย ต้นเทียบ ต้นผึ้ง หมากสุ่ม พลู สุ่ม ต้นดอก (ขันดอก)


ปราสาทน้อย







พัฒนาการของธงชาติไทย


พัฒนาการของธงชาติไทย


ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแห่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อิสรภาพ ชัยชนะ ฯลฯ

ประเทศไทยในสมัยโบราณ ยังไม่มีการกำหนดระเบียบการใช้ธงไว้อย่างแน่นอน จนกระทั่งมีพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบการใช้ธงไว้ออกมาหลายฉบับโดยพระราชบัญญัติธงฉบับแรก

ซึ่งประกาศใช้ในรัชกาลสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้แก่  “ พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม”

กว่าจะเป็น “ธงชาติ” หรือ “ธงไตรรงค์” ดังที่เราเห็นในปัจจุบัน สยามและชาติไทยได้มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาของธงเป็นรูปแบบต่างๆ ดังนี้

ธงแดง  เชื่อกันว่าการใช้ธงแดงเกิดขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในรัชกาลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นสมัยที่การติดต่อค้าขายกับต่างชาติเฟื่องฟู

ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและเมื่อแรกตั้งกรุงรัตน์โกสินทร์  ธงแดงยังใช้เป็นเครื่องหมายประจำเรือค้าขายกับต่างประเทศอยู่

โดยใช้ร่วมกันทั้งสำเภาของหลวงและเรือค้าขายของราษฎรทั่วไป คือ ธงสีแดงเกลี้ยงเหมือนกันหมด

ธงจักร ในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระราชดำริว่า ควรจะมีเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่จะเป็นเครื่องสังเกตถึงความแตกต่างระหว่างเรือหลวงและเรือราษฎร

จึงทรงมีพระบรมราชโองการให้ทำรูปจักร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์จักรีไว้ตรงกลางธงสีแดงเกลี้ยง เพื่อเป็นเครื่องหมายของเรือหลวง ส่วนเรือค้าขายของราษฎรยังคงใช้ธงแดงเกลี้ยงเช่นเดิม

ธงช้างเผือกในวงจักร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงให้มีการเพิ่มเติมรูปช้างเผือกลงไว้ตรงกลางวงจักรในธงที่ใช้บนเรือหลวง

ธงช้าง ธงชาติสยาม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สยามได้ทำสนธิสัญญาเปิดประเทศค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้น ทำให้เรือสินค้าของประเทศต่างๆ เข้ามาค้าขายมากขึ้น

ทรงมีพระราชดำริว่า ธงแดงเกลี้ยงของพ่อค้าสามัญชนนั้นใช้ซ้ำกับประเทศอื่น ทำให้ยากแก่การสังเกต จึงควรใช้อย่างเรือหลวง แต่ให้เอารูปจักรออก เหลือไว้แต่ช้างเผือก




ธงช้างเผือก สมัยรัชกาลที่ 6



ถ้ามีเวลาเยอะ คงได้เดินละเลียดอ่านเนาะ



เอกสารบันทึกอักษรล้านนา เขียนเมื่อปี จ.ศ. 1221 หรือ ปี พ.ศ. 2402



เดินวนออกมาแล้วค่ะ









พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ กับพิพิธภัณฑ์หีบพระธรรม ตรงกลาง - บันไดนาค ทางขึ้นลงพระธาตุ


หน้าบันแกะสลักนูนต่ำงามมาก












Create Date : 28 ตุลาคม 2558
Last Update : 28 ตุลาคม 2558 5:19:10 น. 34 comments
Counter : 1335 Pageviews.

 
โหวต Photo Blog ครับพี่หนู


ผมชอบดูภาพวาดดอกไม้แห่งความสุข ที่วาดไว้ตามตู้เก็บพระไตรปิฎก บางวัดก็วาดตามหน้าต่าง

ตู้ที่พี่หนูถ่ายภาพมาก็เก่าแก่มากเลยนะครับ
ดูจาก พ.ศ. แล้วน่าจะเป็น 2472 เลยทีเดียว



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:6:21:20 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
เป็นแหล่งรวบรวม ของ ที่ มีค่า จริงๆ นะคะ
ทุกๆอย่าง ล้วน เป็น ของเก่า ที่ มีค่า มากๆ จริงๆ คนรุ่นหลัง ได้เห็น ประวัติศาสตร์ บ้านเรา จริง นะคะ


โดย: kwan_3023 วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:6:55:05 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณหนู...

ขอชื่นชมครอบครัวนี้..เลี้ยงลูกดีมากๆค่ะ

ครอบครัวอบอุ่นด้วย..

มีความสุขมากๆตลอดไปนะคะ



โดย: อ้อมแอ้ม IP: 49.230.206.40 วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:7:30:55 น.  

 
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
บล็อกนี้ขาดชีวิตชีวา เพราะไม่มีดาราหน้ากล้องค่ะคุณหนู



โดย: หอมกร วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:8:11:40 น.  

 
ตามคุณหนูมาไหว้พระเช่นเคยค่ะ
บันทึกล้านนาเก่าแก่มากเลยนะคะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:10:30:00 น.  

 
ภาพพระบฏนี่ได้มาจากแถบทิเบตหิมาลัย
เค้าไม่ค่อยมีทรัพยากรจะสร้างอาคารหรือจิตรกรรมแบบบ้านเราได้ อีกอย่างก็เหมาะแก่การติดตัวไปตามที่ต่างๆ แบบพ่อค้า

จากทิเบตลงมาพุกาม จากพุกามลงมาล้านนา แต่สมัยอยุธยาก็มีนะ ในพิพิธภัณฑ์สามพระยามั้ง แต่ที่สวยๆ เยอะ ๆ เคยเห็นที่วัดมหาธาตุเพชรบุรี ในพิพิธภัณฑ์เหมือนกัน แต่ปรกติเค้าไม่น่าเปิด


โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:10:37:01 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Food Blog ดู Blog
multiple Diarist ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

------------------

ของเก่าแก่ที่มีคุณค่าแบบหามิได้คือหาอีกไม่ได้แล้ว
จะหยิบจะจับแม้แต่หายใจรดยังกลัวว่าจะทำให้เสียหายเลยนะคะ แฮ่ ๆ
โดยเฉพาะเอกสารบันทึกอักษรล้านนา ดูท่าทางหยิบเปิดยังลำบากเลย



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:11:30:36 น.  

 
มาชมต่อครับ
ร้านข้าวซอยอิสลามอยู่ปากทาง
ไม่กล้าทางเข้าวัด ถามร้านซักรีดถัดมา
เค้าชี้ตรงไป ถามจนสุดทางจริงๆครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: moresaw วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:13:04:08 น.  

 
ก็ว่าไปมาแล้วแต่ไม่คุ้นตาเลยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:13:35:49 น.  

 
ของเก่าๆ เยอะมากเลยนะคะ บางอย่างไม่เคยเห็นเลย

เดี๋ยวนี้ถึงกับต้องสร้างเหล็กมันครอบพระเอาไว้เลยนะคะ โจรสมัยนี้ชุมอย่างกับยุง


โดย: คนสวยที่ไม่เคยสวย วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:13:41:27 น.  

 
ตอนนี้กะว่า
จะทำบล็อกไปเรื่อย ๆ
เท่าที่มีเวลา และอารมณ์
เพราะเรื่องค้างเยอะมาก
จนต้องปลง ๆ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:14:55:24 น.  

 
อิสานก็สวย ๆ
มีอีกหลายที่ที่เก่า ๆ อารยธรรมก็เก่าแก่นะคะ
ทัวร์อิสานนี้ก็ไป 5 วัน ขับรถวันละ 500 โลเหนื่อยไปค่ะ
อาจต้องเลือกเป็นจุด ๆ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:15:06:42 น.  

 
อยากจะไปอยู่นานแล้วเพราะมีเพื่อนบล็อก
สนิทมากคนหนึ่ง (น้องปุ๊ก มัจฉานุ) ทำ
โฮมสเตย์อยู่ข้างวัดนี้ แต่ก็ไปไม่ถึงสักที
ต้องมาตามเที่ยวกับน้องหนูเสียก่อน

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนสวยที่ไม่เคยสวย Book Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

ว่าแล้วก็ย้อนไปตามชมทีละภาพ



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:20:11:43 น.  

 
วัดปงสนุก นี้ได้ยินชื่อมานาน แต่เพิ่งได้ชมแบบละเอียดมากก็ครั้งนี้เอง
ช่วงนี้เพิ่งจะนึกถึงวัดอีกวัดหนึ่งที่ลำปางอยู่พอดี คิดจะวางแผนขึ้นไปไม่ช้าก็เร็วนี้
ถ้าได้ไปคงจะมีเรื่องมาเล่าบ้างครับ


โดย: หมุนตามไมล์ วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:20:42:16 น.  

 
สวัสดีค่ะเย้ๆๆ พี่หนูกลับมาแล้วนะค่ะ ^^
วัดปงสนุกบรรยากาศรอบวัดสวยดีฮ่ะ
แพมชอบภาพมุมของพระพุทธรูปที่
พี่หนูถ่ายคร้าแบบว่าได้ความรู้สึกเหมือน
ได้มองเห็นอยู่ใกล้ๆอ่ะคะ ภาพเยอะมาก
วันนี้เนตแพมโหลดวิ้งๆเลย สวยค่ะ
พี่หนูสุดยอดมาก


ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
Opey Art Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5



โดย: mastana วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:20:59:02 น.  

 
พี่หนูไปเที่ยวป่ากับบ้านแอ๋น

แอ๋นก็ตามมาชมวัดเก่าๆและน่าสนใจทั่วไทยก็พี่หนู

เป็นการแลกเปลี่ยนที่ลงตัวนะคะ อิอิ
รายละเอียดเยี่ยม ได้ความรู้กับแนวศิลปะเก่าแก่แถวลำปางดีจังเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
NENE77 Literature Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: anigia วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:22:34:46 น.  

 
พักที่เคแอลเป็นไงบ้างครับ พี่หนูจองที่พักได้รวดเร็วจริงๆ คนดูแลเขาเอาใจใส่ลูกค้าดีเนาะ ^^ พี่หนูไปเที่ยวกระบี่รอบนี้เจอควันไหมครับ?
ขาหมูแสงเจริญยังไม่เคยกินเลยครับ ขาหมูนางรองสองเจ้าที่ผมลงในบล็อกไม่อร่อยเท่าที่คิดทั้งสองเจ้าจริงๆ (ลักษณามากินรอบก่อนก็แบบนี้แหละ ไม่ได้คาดหวังมากมายอะไร แต่กับข้าวอย่างอื่นเขาอร่อยครับ ส่วนจิ้งนำน่าผิดหวังพอสมควร)
โอกาสได้มาแถวนี้อีกก็ยากเต็มทน เพราะผมเก็บที่เที่ยวในอีสานใต้เกือบหมดแล้ว ยกเว้นถ้าขึ้นเขาพระวิหารก็อาจได้ผ่านมาแถวนี้อีก

ลำปางวัดดังๆเยอะเหมือนกันครับ และวัดที่เป็นศูนย์กลางก็โยกย้ายไปตามยุคสมัย ตั้งแต่วัดพระแก้วดอนเต้า (ยุคหริภุญชัย), วัดปงสนุก (ยุคล้านนา) และวัดบุญวาทย์ (ยุคปัจจุบัน) ตัววัดปงสนุกถูกบูรณะช่วงที่กวาดต้อนชาวเชียงแสนมาที่ลำปาง แต่วัดนี้เดิมเคยเป็นศูนย์กลางเมืองลำปางตั้งแต่สมัยล้านนาชื่อวัดเชียงภูมิแต่ลดความสำคัญลงไปหลังตกเป็นเมืองขึ้นพม่า
ถึงจะไม่ค่อยเหลือสิ่งก่อสร้างเก่าๆ แต่เขาก็มีอะไรให้ดูเยอะดีครับ โดยเฉพาะส่วนพิพิธภัณฑ์กับเสาหลักเมืองเก่า พี่หนูถ่ายรุปได้ละเอียดมาก ให้ข้อมูลของสำคัญแทบทุกชิ้น



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tui Laksi Travel Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ชีริว วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:23:11:49 น.  

 
นิ่มไปหมดทัืงตัวค่ะ ดีนะที่มีกระดูก อิอิ

ขนเขาเหมือนกำมะหยี่สองชั้นค่ะ
น่ารัก ตาแป๋ว รู้เรื่อง โอ๊ยยย รักมากกก


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:23:16:15 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนสวยที่ไม่เคยสวย Book Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
...................
ภาพสวยมากเลยค่ะ


โดย: โอพีย์ (Opey ) วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:3:54:20 น.  

 
บรรยากาศรอบๆวัดดูร่มรื่นดีจังค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: mambymam วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:8:04:23 น.  

 
เห็นภาพหมอกแล้วค่ะคุณหนู
เมื่อวานไล่ภาพเร็วไปหน่อยมั๊งคะ



โดย: หอมกร วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:8:05:54 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่หนู

ตู้พระธรรมอายุตั้ง 80 กว่าปีเลยนะครับ
เก่าแก่มากๆ

ผมชอบทรงวัดของลำปางมากๆเลยครับ
ดูแข็งแรง ถ้าวัดทางเชียงราย เชียงใหม่
จะดูทรงอ่อนช้อยกว่าครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:8:24:41 น.  

 
พี่เคยเขียนเรื่อง คะๆค่ะๆ ไปทีนึงแล้งเมื่่อ
ห้าปีก่อน แล้วก็มีคนเข้าไปเม้นท์แบบตลก
ไม่อยากฮาว่า ภาษาไทยเธออ่อนแอ แล้ว
จะพยายามแก้ไขนะคะ พี่หนูหล่อ จนบัดนี้
เธอก็ยังค่ะๆคะๆผิดที่อยู่นั่นแหละ

แล้วบางคนก็เข้ามาใช้สิทธิสตรีบอกพี่ว่า
ทำไมหางเสียงของผู้หญิงมันช่างยากเย็น
กว่าของผู้ชาย ทีผู้ชายพูดครับตะบัน อิอิ
ว่าแล้วเธอก็บอกพี่ว่า ต่อไปเธอจะใช้ คะ
คำเดียว แล้วเธอก็ใช้คำเดียวมาแต่บัดนั้น
จนบัดนี้ พี่เลิกไปอ่านบล็อกเธอเลยน้องหนู
เพราะเธอคะตลอด นึกภาพออกไหม อ่าน
แล้วขนลุกขนชันเลยพี่

น้องปุ๊กทำโฮมสเตย์มาสองสามปีแล้วค่ะ
เธอเคยอยากให้ใครรีวิวแบบเล่าสู่กันฟังบ้าง
พี่ยังบอกให้เธอคุยกะน้องหนู แต่เธอเกรงใจ
พี่ก็คิดว่า ถ้าได้ไปก็จะเก็บมาเล่าให้เพื่อนๆ
ฟังบ้าง แต่ก็ว่าจะๆอยู่นั่น



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:10:04:32 น.  

 
วัดปงสนุกนี่หนูได้ยินชื่อบ่อยมากๆ ค่ะ แต่ไม่เคยไปเลยค่ะพี่หนู สวยดีนะคะนี่

มาเที่ยวผ่านบล็อกพี่หนูเอาก็ได้ แฮ่...


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:10:38:48 น.  

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

เห็นภาพเขียนโบราณ การเก็บรักษา
น่าเป็นห่วงครับ เพราะเก็บไว้ในอากาศ
ธรรมดา . มีความชื้น..

ที่น่าสนใจ.. น่าจะนะครับคุณหนู

หนังสือหรือที่เขียน อักษรล้านนา... ถ้า
จัดผู้เชี่ยวชาญ ด้านเก็บรักษา ค่อยๆ
แกะออกมาถ่ายภาพทีละแผ่น แล้วเก็บ
ไว้อย่างดี..

นำภาพถ่ายมา อ่านตีความ หรือทำสำเนา
ไว้หลาย ๆ แผ่นหรือเก็บไว้หลายที่

น่าจะรู้เรื่องราวสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี

ได้แต่คิดครับ เพราะถ้าเก็บกองไว้ในตู้
มีแต่เสื่อมสลาย


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:10:40:22 น.  

 
วัดนี้สวยงามและของเก่าเยอะมากค่ะพี่
สวยสมกับรางวัลด้านการอนุรักษ์เลยค่ะ
งานศิลปะล้านนาเก่าๆ หาดูยาก แค่ดูรูปนี่ก็เพลินเลยค่ะพี่หนู
นิคนี่นึกออกเลยว่าสามพ่อลูกคงยืนรอเป็นระยะๆ ^^

ภาพสวย รายละเอียดเยอะค่ะพี่หนู
อ่านแล้วได้ความรู้ด้วยค่ะ หลายเรื่องเลย



โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:12:03:11 น.  

 
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog

แว๊บมาตอนค่ำค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:18:42:18 น.  

 
ลำปางบุ๊งยังไม่เคยไปเลยค่ะพี่หนู
เอาไว้ลูกโตอีกหน่อยจะพาไปบ้างค่ะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:22:48:45 น.  

 
เป็นวัดที่มีศิลปะล้านนางดงามมากครับ
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 29 ตุลาคม 2558 เวลา:23:45:25 น.  

 
สวัสดีค่า พี่หนู ^^
วัดปงสนุก สวยมาก คิดอยู่เลยว่าไปเชียงใหม่รอบหน้าจะต้องไปให้ได้เลยค่ะ
ชอบวัดโบราณแบบไม่ต้องอะไรมาก สวยที่ศิลปะโบราณแบบนี้ค่ะ

เป็นวัดที่ควรค่ากับการอนุรักษ์มากๆ
พิพิธภัณฑ์หาดูยากด้วยนะคะ สวย มีอะไรเยอะเลยน่าศึกษาจริงๆ

หน้าบันสวยอีกแล้ว ชอบมากเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะพี่หนู


โดย: lovereason วันที่: 30 ตุลาคม 2558 เวลา:1:31:37 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 30 ตุลาคม 2558 เวลา:2:20:21 น.  

 
กำลังจะได้ไปลำปางปลายเดือนนี้กับที่ทำงานค่ะ หอบกะบูนไปด้วย อ่านบล้อคนี้แล้วตื่นเต้นเลยค่ะ


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 30 ตุลาคม 2558 เวลา:11:22:20 น.  

 
ตอนไปวัดพระแก้วดอนเต้าก็สังเกตุเห็นเครื่องหลวงเหมือนกันครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 30 ตุลาคม 2558 เวลา:15:31:17 น.  

 

บันทึกอักษรล้านนา หรือที่เรียกว่า ปับสา ท่านพระครูวุฒิธรรมโสพิศ เจ้าอาวาส วัดพระเจ้าทันใจ ได้แปลส่วนที่เป็นบันทึกเหตุการณ์สำคัญของจังหวัดลำปาง และพิมพ์เผยแพร่จนถึงปัจจุบัน พิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 4 แล้วค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 30 ตุลาคม 2558 เวลา:20:19:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ
อาชีพ ขสมก. (แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)
เป็นแม่บ้านฟูลทาม ไม่รับอาชีพเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น...

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...



โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน


ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.