Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
เดินเล่น ย่านเยาวราช - วัดอุภัยราชบำรุง , วัดไตรมิตรวิทยาราม





เดินเล่น ย่านเยาวราช


ตอนที่ 1 วัดมังกรกมลาวาส

ตอนที่ 2 ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ

ตอนที่ 3 
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร

ตอนที่ 4  ศาลเจ้าโจวซือกง

ตอนที่ 5 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย , โบสถ์กาลหว่าร์



ทริปนี้ มากับ "นพ"  เพื่อนที่ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน เลยเดินกันแบบสบายๆ  ต่างคนต่างหามุมตัวเอง ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ว่าจะไปไหนบ้าง เดินกันเรื่อยเปื่อย ไม่รีบร้อน แต่อากาศร้อนมากค่ะ  





วันที่  ๒๕  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๕๘   ออกจากโบสถ์กาลหว่าร์  เราเดินขึ้นมาตามถนนเจริญกรุง





แผนที่ จากแผ่นพับ "ยลเสน่ห์เยาวราช ย่ำแดนมังกรกลางกรุง"  จัดทำโดย สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์





ยังพอจะมีอาคารเก่าๆ ให้เห็นบ้าง





ถนนเจริญกรุง

เริ่มตั้งแต่ถนนสนามไชยถึงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถนนตก กรุงเทพมหานคร เป็นถนนรุ่นแรกที่ใช้เทคนิคการสร้างแบบตะวันตก

ปัจจุบัน ผ่านพื้นที่เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมแปราบศัตรูพ่าย เขตบางรัก เขตสาทร  และ เขตบางคอแหลม

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย





ถนนเจริญกรุงเป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๔ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๐๗


เดินเลียบถนนมาเรื่อย มองเข้าไป...วัดนี้ ยังไม่เคยมาเลย  แหงนมองด้านบน จะดูชื่อวัด


อ่านดูป้ายด้านหน้าความว่า...


เข้าไปดูด้านในหน่อยเนาะ


อุโบสถ



วัดญวนในประเทศไทยพอจะประมาณได้ว่าเริ่มต้นขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชหลังจากมีการตั้งหลักแหล่งของชาวญวน

ที่อพยพลี้ภัยสงครามมาตั้งแต่ปลายสมัยธนบุรีเมื่อมีการตั้งวัดญวนขึ้นก็ได้นิมนต์พระสงฆ์ ซึ่งบวชมาจากประเทศญวนมาประจำในประเทศไทย

คณะสงฆ์ญวนชุดแรกๆมีพระผู้ใหญ่ ที่สำคัญ ๒ องค์ คือ พระครูคณาณัมสมณาจารย์ (ฮึง) และพระครูสมณานัมสมณาจารย์ (เหยี่ยวกร่าม) เป็นผู้นำของคณะสงฆ์อนัมนิกายในประเทศไทย

ต่อมาในรัชกาลที่ ๒ และรัชกาลที่ ๓ คณะสงฆ์ญวนในประเทศไทย ได้ขาดการติดต่อกับพระสงฆ์ญวนในเมืองญวนและได้กลับมาติดต่อสัมพันธ์กันอีกครั้ง ในรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕

ในสมัยนั้น มีพระสงฆ์ญวนเข้ามาในประเทศไทยอีกแต่เนื่องจากขณะนั้นญวนตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสพระสงฆ์ญวนในประเทศไทยไม่สามารถติดต่อกับพระสงฆ์ญวนในเมืองญวนได้สะดวกนัก

พระสงฆ์ญวนในประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบประเพณีและวัตรปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับพระสงฆ์ไทยหลายประการ เช่น การออกบิณฑบาต

การทำวัตรเช้าและเย็น การถือวิกาลโภชนา และการผนวกพิธีกรรมฝ่ายเถรวาท เช่นการมีพิธีทอดกฐิน และทอดผ้าป่า พิธีบวช พิธีเข้าพรรษา

วัดญวนในประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นก่อนวัดจีนในรัชกาลที่ ๓ ระหว่างที่สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ (ต่อมา คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงพระผนวชอยู่

ทรงสนพระทัย ในลัทธิประเพณี และการปฏิบัติของพระสงฆ์ฝ่ายมหายานซึ่งในขณะนั้น พระสงฆ์ฝ่ายมหายานมีแต่ฝ่ายอนัมนิกายยังไม่มีฝ่ายจีนนิกาย จึงโปรดให้นิมนต์

องฮึง เจ้าอาวาสวัดญวนตลาดน้อยในขณะนั้นมาเข้าเฝ้า ซึ่งทรงถูกพระราชอัธยาศัยเป็นอย่างดีเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย

เข้ามาอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ และอยู่ในสถานะดังกล่าวเรื่อยมาแม้จะมีการผลัดเปลี่ยนรัชกาลมาจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงแรกที่วัดญวนได้เข้ามาอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร วัดญวนแห่งแรกๆ เช่นวัดญวนตลาดน้อย ก็ได้รับพระราชทานเงินช่วยเหลือในการปฏิสังขรณ์

และยังโปรดเกล้าฯ ให้พระสงฆ์ญวนเข้าเฝ้าเป็นประจำรวมทั้งให้มีพิธีกรรมตามความเชื่อของฝ่ายอนัมนิกายในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๔๑๑ ได้ทรงปฏิบัติตามแบบอย่างสมเด็จพระบรมชนกนาถในเรื่องที่เกี่ยวกับ การอุปถัมภ์ และการปฏิสังขรณ์วัดญวน

โดยพระราชทานเงินช่วยเหลือ ในการปฏิสังขรณ์วัดญวนตลาดน้อยอีกครั้งและได้พระราชทานนามใหม่ว่า วัดอุภัยราชบำรุง คำว่า "อุภัย" แปลว่าสอง แสดงให้เห็นถึงความหมายว่า

เป็นวัดที่ได้รับพระบรมราชูปถัมภ์ จากพระมหากษัตริย์ ๒ พระองค์ คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ

พระราชทานสมณศักดิ์ขององฮึง เจ้าอาวาสวัด เป็นที่ "พระครูคณานัมสมณาจารย์" เป็นเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายอนัมนิกาย ในประเทศไทย ต่อมายังได้พระราชทานนามวัดญวน และวัดจีนอื่นๆ อีกหลายวัดด้วย


ที่มา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน






ด้านในซุ้มประตูทางเข้า


ของวัด อยู่ในกรง  เดินไปส่อง





๑๓.๕๙ น. ออกมาแล้วค่ะ

สายไฟพะรุงพะรังดีแท้ 




ประวัติสังเขปของนางสาวลออ หลิมเซ่งท่าย ต.ม.

(คณะกรรมการจัดการมฤดกส่งมา)

นางสาวลออ หลิมเซ่งท่าย เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีขาล ตรงกับวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๐๙ ณ บ้านเจ๊สัวษร ตำบลตลาดน้อย อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร

บิดาชื่อฉ่ำ เป็นน้องหลวงอภัยวานิช (เจ๊สัวเกี๊ยด) มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๓ คน พี่สาวชื่อละมุน น้องชายชื่อซิ่ว บิดาได้ถึงแก่กรรมเสียตั้งแต่บุตรทั้งสามยังเด็ก

ต่อมาภายหลังเมื่อบิดาถึงแก่กรรมแล้ว มารดาได้ย้ายมาอยู่ที่ตรอกศาลจ้าวโรงเกือก คือบ้านที่อยู่จนถึงแก่กรรมนี้

นางสาวลออ เป็นผู้ที่ได้รับการอบรมจากมารดาที่ดี จึ่งเป็นผู้ที่ขยันขันแข็งในการงาน มีความมัธยัสถ์ในการใช้จ่าย ตั้งแต่เป็นอายุ ๑๒-๑๓ ขวบ ก็ต้องทำงานบ้านอย่างหนัก

นอกจากทำงานบ้านตามปกติแล้ว ยังต้องช่วยมารดาทำขนมขาย และยังรับจ้างเย็บแพรกับร้อยดอกไม้ขาย เป็นรายได้พิเศษในเวลาว่างอีกด้วย

ซึ่งเงินค่าร้อยดอกไม้นี้ได้นำมาพิมพ์หนังสือพระภิกขุปาฏิโมกข์คำแปลแจกจ่ายเป็นธรรมทานถึง ๑,๐๐๐ เล่ม

นางสาวลออได้ครองตนด้วยความสุขสวัสดีตลอดมา จนเมื่อวันศุกร์ที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๒ ก็ได้เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคชรา

หลานได้หาแพทย์แผนโบราณ และปัจจุบัน รักษาเยียวยาจนสุดความสามารถก็หาทุเลาไม่

จนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๒ ตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีเถาะ เวลา ๙.๒๗ น. จึงได้ถึงกาลกิริยาละโลกไปด้วยอาการอันสงบ สิริรวมอายุได้ ๗๔ ปี

การเสียชีวิตของผู้ที่มีคุณงามความดีเช่นนี้ ย่อมนำมาซึ่งความปริวิโยคแด่ปวงญาติมิตรที่รักใคร่นับถือ และบริวารตลอดจนสมณะที่ได้รับความอุปการะจากท่านเป็นอันมาก

(เสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ นางสาวลออ หลิมเซ่งท่าย ต.ม. ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๒)


ขอบคุณ ข้อมูลจากเพจ คุณเจริญ ตันมหาพราน










ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒

ชาวไทยเชื้อสายจีน บริษัท ห้างร้าน กลุ่มมวลชน หน่วยงานราชการได้ร่วมใจกันจัดสร้าง ซุ้มประตูวัฒนธรรมไทย–จีน หรือ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ

เพื่อถวายเป็นราชสดุดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นสัญลักษณ์ของไชน่าทาวน์

ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ออกแบบโดยช่างผู้ชำนาญด้านศิลปกรรมของจีน มีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรม

ยอดหลังคาซุ้มประตู ประกอบด้วยมังกร ๒ ตัว ชูตราสัญลักษณ์  "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒"

และทองคำบริสุทธิ์หนัก ๙๙ บาท ที่หุ้มพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. หมายถึง ชาวไทยเชื้อสายจีนที่เทิดทูนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้เหนือเกล้า

ใต้หลังคาซุ้มประตูเป็นแผ่นจารึกนามซุ้มประตู ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจารึกเป็นภาษาไทยด้านหนึ่ง

อีกด้านหนึ่งเป็นลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จารึกอักษรจีน "เซิ่ง โซ่ว อู๋ เจียง"

หมายถึง "ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน" พร้อมนามาภิไธย "สิรินธร"


ข้อมูลจากวิกิพีเดีย






เดินมาอีกนิด


๑๔.๐๙ น. วัดไตรมิตรวิทยาราม


วัดไตรมิตรวิทยาราม

เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมมีชื่อว่า วัดสามจีนใต้ มีคำเล่ากันว่าวัดสามจีน เดิมมีอยู่สามวัด คือ

วัดสามจีนอยู่ในคลองบางอ้อด้านตรงข้ามกับเทเวศร์วัดหนึ่ง วัดสามจีนเหนือ บางท่านก็ว่าอยู่ที่บางขุนพรหม บางที่ก็ว่าอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี สำหรับวัดที่อยู่บางขุนพรหม คือ วัดสังเวชวิศยาราม

ส่วนที่อยู่จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ วัดโชติการาม อำเภอเมืองนนทบุรี และวัดสามจีนใต้ ได้แก่ วัดไตรมิตรวิทยาราม

       เหตุที่เรียกว่าวัดสามจีน ก็เนื่องด้วยเหตุว่ามีชาวจีน ๓ คนได้ช่วยกันก่อสร้างขึ้นมาจึงได้นามว่า “วัดสามจีน”


ในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปูนปั้นลงรักปิดทอง มีพระนามว่า “พระพุทธทศพลญาณ”  มีพระพุทธลักษณะงดงามมาก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงทราบว่าพระประธานวัดสามจีนใต้มีพุทธลักษณะงดงาม ได้เคยเสด็จมาทอดพระเนตร

ให้ประจักษ์แก่พระเนตรว่างามสมคำเล่าลือกันหรือไม่ แม้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงศ์ ก็ยังได้มาชมพระประธานของวัดสามจีนเสมอเมื่อทรงว่างจากพระภารกิจ


//www.wattraimitr-withayaram.com/






พระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา

** ภาพเก่าเมื่อ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ **



พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร หรือ หลวงพ่อทองคำ หรือที่มีนามซึ่งปรากฏตามพระราชทินนาม ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ ๙) ว่า

“พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร”  

เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย คือ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งสมาธิราบ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางเหนือพระชานุ

ปลายพระหัตถ์ชี้ลงพื้นธรณี หน้าตักกว้าง ๖ ศอก ๕ นิ้ว สูงจากฐานถึงพระเกตุเมาฬี ๗ ศอก ๑ คืบ ๙ นิ้ว น้ำหนักประมาณ ๕ ตันครึ่ง


อ่านเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ


























พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร หรือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร นับเป็น “พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก”

หนังสือกินเนสบุ๊ค ฉบับปี ค.ศ. ๑๙๙๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ได้ทำการประเมินค่าอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ค.ศ. ๑๙๙๐ (พ.ศ. ๒๕๓๓)

และบันทึกไว้ว่า เป็นพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าเฉพาะเนื้อทองคำสูงถึง ๒๑.๑ ล้านปอนด์






พระเกตุเมาฬี





ข้อปฏิบัติภายในพระมหามณฑป





จากหน้าประตูมองเข้าไป (เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเยอะกว่าคนไทย)





มุมมองจากพระมหามณฑป  --   พระอุโบสถค่ะ






ตอนหน้า ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช  (เคยอัพบล็อกไปแล้วล่ะค่ะ ครั้งนี้ ถือโอกาสมาถ่ายซ่อม...)












Create Date : 24 สิงหาคม 2558
Last Update : 24 สิงหาคม 2558 5:17:14 น. 24 comments
Counter : 2794 Pageviews.

 
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

ได้ความรู้มากเลยจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:6:48:56 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หนู

ชอบภาพพระสงฆ์ที่ท่านกำลังเดิน
และภาพตึกเก่าๆ ดูขลังดีครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:7:03:19 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

เป็นอาคารเก่าๆ ที่ ดูสวยงาม คลาสิค มากๆ ค่ะ พี่หนู


โดย: kwan_3023 วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:7:09:33 น.  

 
พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร งดงามมากครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
haiku Fanclub Blog ดู Blog
phunsud Food Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: moresaw วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:8:31:29 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

----------------------------

การทำป้ายบอกประวัติแบบถาวรนี่ดีนะคะ ทำให้ได้รู้ประวัติได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปสืบค้น
คราวนี้มี "ไก่วัด" ด้วย ตัวใหญ่ เดือยโง้งเชียว อิอิ

ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติบอกว่ามี 2 ด้านภาษาไทยด้านหนึ่ง อีกด้านเป็นภาษาจีน
พี่หนูไม่ได้ถ่ายด้านภาษาจีนมาด้วย อยากเห็นอ่ะ เดี๋ยวไปถามอากู๋ก็ได้ อิอิ

พูดถึงหนูดี ที่บอกว่า "เลี้ยงแบบปิด" แต่คงไม่ได้ขังกรงแบบไก่วัดนี้แน่
เข้าใจทั้งแมวและคนเลี้ยงแมวค่ะ เอาใจช่วยนะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:11:35:36 น.  

 
ตามมาเดินเที่ยวเยาวราชค่ะพี่หนู


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:12:57:21 น.  

 
ภาพพระพุทธรูป งามจับตา

ส่วนภาพอื่น ๆ ก็เป็นธรรมชาติที่ดูแล้วดีมากเลยค่ะ

โหวตให้คุณหนูนะคะ

สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:14:23:36 น.  

 
บรรยากาศสมกับเป็นช่วงตรุษจีนค่ะ


สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:15:37:53 น.  

 
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
พระสุโชทัยไตรมิตรงดงามมากค่ะคุณหนู



โดย: หอมกร วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:15:58:31 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่หนู
แพมว่าเวลาเดินเล่นเรื่อยเปื่อยไปแบบไม่เร่งรีบเป็นการเที่ยวที่สบายใจและมีความสุขมากๆเลยนะคะพี่หนู ถนนเจริญกรุงทอดยาวไปเดินย่ำแดนมังกรเมืองกรุงย่านเยาวราชอยากมีโมเม้นท์แบบนี้บ้างจังเลยคงมีความสุขมากๆชีวิตแพมคงคุ้มค่าขึ้นเยอะเลยนะค่ะเนี่ย มาส่งรอยยิ้มหวานๆให้ภาพสวยแห่งแดนมังกรเมืองกรุงให้วิ้งๆหัวใจเรยยย

พี่หนูดูแลตัวเองดีๆด้วยนะคะ
ได้ข่าวเมืองกรุงเทพฯจากข่าวบ่อยๆมิสๆๆนะค่ะ


โดย: mastana วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:21:35:00 น.  

 
ขอขอบคุณสำหรับโหวตด้วยคะ

ชอบภาพวัดไตรมิตรด้วยคร้า...คุณหนูเก็บรายละเอียดมาฝาก
ได้สวยงามโดยเฉพาะองค์พระพุทธรูป
แถวเยาวราชเราแทบจะไม่ค่อยได้ไปเดินเลยคร้า
ดีจังได้เห็นผ่านบล๊อกคุณหนู ...ขอบคุณคะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:22:41:51 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่หนู

หลังๆผมก็ไม่ค่อยวางแผนการถ่ายภาพเลยครับ
ไปดุ่ยๆเอาข้างหน้า 5555

รู้สึกว่าตัวเองถ่ายภาพน้อยลงไปมากด้วย
ช่วงหลังงานยุ่งมากๆเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:23:01:04 น.  

 
เมื่อก่อนไปเดินซื้อของแถวเยาวราชบ่อยค่ะ
ไปตอนเรียนเขียนพู่กันจีน มีร้านนึงขายปากกาพู่กันจีน
เป็นปากกาหมึกซึมหัวเป็นยาง ใช้เขียนการบ้านส่งเหล่าซือ
หาซื้อที่อื่นก็ไม่มีซะด้วย สำเพ็งก็ไปบ่อยเหมือนกัน
แต่พอย้ายบ้านแล้วไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่เพราะไกลมาก
แต่ได้ข่าวว่าจะมีรถไฟฟ้าใต้ดินไปถึงแล้ว
กำลังสร้างสถานีตรงวัดเล่งเน้ยยี่
แบบนี้ก็ไปได้สะดวกเลยค่ะ
ขอบคุณคุณหนูที่พาเที่ยวเยาวราชและเก็บภาพมาฝากกันนะคะ
ชอบตึกเก่า ๆ เสียดายที่ปล่อยให้โทรมมาก
แต่ก็นะ ตึกเก่าแบบนี้ ไม่ทุบทิ้งก็ดีแล้วเนาะ
ขอบคุณมาก ๆ ที่แวะไปฟังเพลงและโหวตให้นะคะ โหวตให้เช่นกันจ้า


โดย: haiku วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:23:33:54 น.  

 
หลวงพ่อทองคำงามมากครับ
เป็นวัดหนึ่ง ถ้ามากทม.ต้องมาไหว้หลวงพ่อทองคำครับ
โหวต สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:23:59:34 น.  

 
วัดไตรมิตรเป็นวัดที่ผ่านบ่อยเมื่อจะไปสะพานเหล็ก หลายๆ ครั้งผมมาจากทางหัวลำโพงน่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสแวะเลย

กำลังว่าจะหาวันว่างไปสะพานเหล็ก คิดว่าถ้าไปช่วงเช้าไปวัดไตรมิตรก่อนได้ จากนั้นค่อยไปสะพานเหล็ก


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:0:15:46 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:2:54:51 น.  

 
มาเดินเล่นเยาวราชต่อค่ะคุณหนู
แถวถนนเจริญกรุงตึกรามบ้านเรือนเก่าๆยังคงอนุรักษ์ไว้นะคะ
สายไฟยุ่งๆก็อนุรักษ์ไว้เช่นกัน อิอิ
เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเมืองไทยจริงๆ
วัดไตรมิตรกว้างใหญ่ พระพุทธรูปสวยจังเลยค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
พรหมญาณี Dharma Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: mambymam วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:6:31:10 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หนู



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:6:51:25 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:9:25:54 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะพี่หนู ชอบมากเลยค่ะ ^___^ พาอู๋เที่ยวกรุง (พาคนบ้านนอกที่เคยเป็นคนกรุงเที่ยวกรุงอีกรอบ)


โดย: auau_py วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:15:40:12 น.  

 
ชอบเยาวราช มีเรื่องราว น่าเดิน เดินไม่เบื่อเลยค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:17:50:13 น.  

 
ตามพี่หนูมองไปส่องไป ภาพอย่างงามนะค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: mastana วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:21:17:13 น.  

 
แหงนมองป้ายชื่อหน้าซุ้มประตู นิคอ่านเป็นวัดอภัยราชบำรุง
ผิดความหมายไปเลยนะคะ
ถ้าไม่บอกเนี่ยนึกว่าเป็นวัดจีนค่ะพี่หนู คล้ายกันเลยเนาะ
คือภายหลังเปลี่ยนเป็นวัดจีนเหรอคะพี่
สายไฟ ตึกเก่า ภาพประวัติศาสตร์ทั้งนั้นค่ะ
หลวงพ่อทองคำ งามมาก ค่ามหาศาลเลย
ทั้งค่าทางใจและค่าความศรัทธาด้วยค่ะ



โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:22:17:04 น.  

 
ได้ยินชื่อเจริญกรุงผมคิดว่าสร้างมาตั้งแต่ก่อตั้งกรุงเทพทุกทีเลยครับ ยิ่งอยู่โซนๆใกล้ๆพระนครด้วย เพิ่งมีสมัย ร.4 นี่เอง...

ในกรุงเทพมีชุมชนชาวญวนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน อย่างข้างๆบ้านเก่าคุณลุงผมแถวบางโพเป็นวัดญวน (วัดอนัมนิกายาราม) สมัยก่อนไปบ้านลุงบ่อยๆ แต่ลุงเสียไปเกือบ 30 ปีแล้วครับ เมื่อวันเสาร์เพิ่งแวะไปอีกรอบ เพราะอยากรู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง เจดีย์ของวัดมีรากไม้ขึ้นอย่างสวยเลย เดี๋ยวมีโอกาสจะเอามาลงบล็อกให้ชมกัน :D

ส่วนอาคารของคุณลออ นี่พี่หนูถ่ายชื่อมาโดยบังเอิญหรือเปล่าครับ กลับมาหาประวัติดูแล้วก็น่าสนใจดี ไปเที่ยวเก็บรายละเอียดมาเยอะๆแบบนี้แล้วสืบประวัติแต่ละสถานที่ย้อนหลังก็คงได้เจออะไรน่าสนใจอีกเยอะเลย

ส่วนวัดไตรมิตรคราวก่อนไป เขากำลังจัดพิธีฉลองวันเกิดเจ้าอาวาส ไม่มีที่จอดเลยครับ เลยไม่ได้เข้าไปดู อยากเห็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกองค์นี้ละครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ชีริว วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:22:22:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 138 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ
อาชีพ ขสมก. (แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)
เป็นแม่บ้านฟูลทาม ไม่รับอาชีพเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น...

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...



โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน


ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.