Group Blog
 
<<
เมษายน 2556
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
9 เมษายน 2556
 
All Blogs
 

ดอกไม้หน้าบ้านแม่ (1)

กลับไปบ้านที่ชัยนาทมาตอนเช้าใส่บาตรเสร็จก็สว่างพอดีไม่มีอะไรทำก็เลยเอากล้องที่ติดไปด้วยถ่ายเรื่อยเปื่อยและก็ได้รูปดอกไม้มาส่วนนึง แล้วก็กลับมานั่งมองดูไม่น่าเชื่อเลยน่ะว่าตรงนี้เมื่อปีที่เขาน้ำท่วมบ้านเราก็ท่วมด้วย น้ำสูงประมาณ 2.5 เกือบ 3 เมตร โชคดีที่เป็นบ้าน 2 ชั้นแต่แม่บอกว่าตอนท่วมใหม่ๆ น้ำแรงมากเรือพายพายไม่ได้เลย บ้านเราอยู่เกือบติดแม่น้ำเจ้าพระยาก็น่าอยู่หรอกที่น้ำจะแรงมาก 


วันก่อนไปวัดปากคลองมะขามเฒ่าริมแม่น้ำยังเห็นร่องรอยน้ำท่วมอยู่เลย 
เราบอกพี่ว่า "ดูระดับน้ำโน่นสิไม่น่าเชื่อเลยว่าจะขึ้นมาถึงนี่ได้ มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก"
พี่เราบอกว่า "ไม่น่าเชื่อเหมือนกันเพราะระดับน้ำมันต่างกันเป็นสิบเมตร ตอนที่น้ำท่วมแม่น้ำคงจะน่ากลัวน่าดู"

บ้านเราอยู่เหนือเขื่อนค่ะซึ่งเคยมีประวัติท่วมหลายสิบปีแล้วและท่วมไม่นาน มาปีล่าสุดเป็นเพราะน้ำแรงจนต้องเปิดประตูน้ำไม่งั้นประตูน้ำพัง บ้านเราน่าจะพื้นที่สูงอยู่ถึงท่วมไม่ถึง 3 เมตรเพราะถัดไปทางหลังบ้านเราเขาท่วมกัน 3 เมตรกว่า น้ำแรงจริงอะไรจริงถนนดักคะนนพังเลยตัดขาดการติดต่อ พี่ๆ เราต้องนั่งเรือหางยาวรับจ้างและไปเอารถที่ไปจอดหนีน้ำและขับไปทำงานต่อระยะทางที่ต้องอ้อมก็ร้อยกว่าโลล่ะ โชคดีที่อำเภอเมืองไม่ท่วมนะไม่งั้นไม่อยากจะคิดเล้ยแค่นี้ไร่นาก็เสียหายมากแล้ว(สวนของบ้านเราก็พังไปโขอยู่มากจนประเมินค่าเสียหายไม่ได้) 

น้ำท่วมรอบนี้โดนกันถ้วนหน้าเลยเนอะบ้านญาติๆ ที่ลพบุรีก็โดนแต่ยังมีอารมณืขันกันอยู่ทั้งที่โรงงานอาก็เกือบเจ๊ง 
พี่สาว(ลูกอา) ส่งข้อความมาถามทานเฟซบุ๊คว่า "อยู่ทางโน้นลุงเชียรกับป้ามวลเป็นยังไงบ้างว่ายน้ำกันเพลินเลยล่ะสิ"
เราบอก "เกือบแล้วให้น้ำหายแรงก่อน ฮ่าๆ"
น้ำมันท่วมไปแล้วจะให้ทำไงเนอะ ร้องไห้เหรอมันร้องไม่ออกหรอก พ่อบอกว่ามันเป็นไปแล้วจะให้ทำยังไงเราก็ต้องเวลาเท่านั้นจะมาร้องโวบวายมันก็ไม่ได้ทำให้น้ำยุบลงเลยนะ ตอนนั้นเรื่องอาหารการกินดีหน่อยทั่วถึงต้องขอชมท่านผู้ว่าจังหวัด ผู้นำชุมชนและคนในชุมชนทุกคนที่สามัคคีกันดีมากๆ เราเองก็ไปตอนน้ำลดลงบ้างแล้ว(แต่ระดับน้ำยังสูงอยู่นะ) เรื่องของเรื่องคือโดนถีบส่งให้หนีน้ำมาบ้านน่ะเพราะน้ำมาถึงกรุงเทพฯ แล้วป้าเรากลัวลูกหลานจะอดตายเลยส่งอาเฮียมารับ...อยากบอกว่าตอนออกจากกรุงเทพฯ ตื่นเต้นมากเพราะน้ำมาแล้วไง เฮียบอกตอนข้าขับรถมายังไม่มีน้ำสักแอ๊ะเลยนะ...

และน้องน้ำก็ผ่านพ้นไปมาปี 56 ก็แล้งสุดๆ ซะงั้น ต้นไม้ใหญ่ๆ ที่ตายไปพร้อมเหตุการณ์น้ำท่วมก็โตไม่ทันเพราะถ้ายังมีต้นไม้ใหญ่ๆ (ซึ่งไม่ได้ใช้เวลาโตแค่ 2 ปี) มันก็จะช่วยคลายร้อนได้มากกว่านี้

ตอนนี้ที่บ้านเลยมีแต่ดอกไม้(ซึ่งเมื่อก่อนไม่ค่อยได้ปลูกหรอกแม่ชอบต้นไม้ที่กินได้มากกว่า เช่น มะม่วง มะปราง) แต่มันเข้าทางคนที่ชอบดอกไม้อย่างเรานะแบบว่าแอบดีใจเล็กๆ อิอิ




ระดับน้ำในภาพคือภาพลวงตาเพราะมันลึกกว่านี้ บ้านเราเทพื้นสูงกว่าดินเพิ่มอีกประมาณ 30 ซม. จากภาพบางส่วนต้นไม้ตายแหงแก๋เลยนะพอหลังน้ำท่วมตายคาต้นก็เยอะมีต้นโมกต้นนึงยังอึกถึงตอนนี้ทั้งที่ตอนนี้ท่วมมิดต้นเลย...อึดจริงอะไรจริง

และเมื่อความห่อเหี่ยวผ่านพ้นไปก็เจอกับความสดใสของไม้ดอก(ซึ่งหลังๆ เหมือนจะไม่ทนเพราะแดดแรงมาก ที่บ้านพ่อเราใช้รดน้ำแบบสปริงเกิลพ่อเราต่อเอง งานช่าง งานศิลปะประดิษฐ์ ดนตรี ฯลฯ ต้องยกให้เขาล่ะเก่งมากแต่ไม่ติดมาถึงลูกสาวเลยวุ้ย - -")



โป้ยเซียนของแม่ (แต่พ่อปลูก ฮ่าๆ) วันก่อนโทร.ไปหาแม่ขำมาก แม่บอกปลูกต้นพุดพิชยาแล้วนะ(แม่ไปเห็นที่วัดหลวงปู่ศุขแล้วชอบมากพี่เราเลยซื้อมาให้) เราถามบอกปลูกตรงไหนแม่บอกว่าปลูกแนวรั้งสลับต้นเข็มและก็แอบถอนต้นสนที่พี่ข้างบ้านให้มาออกให้สมลักษณ์ไปแล้ว - -" (พี่สมลักษณ์ก็ชอบปลูกต้นไม้บ้านแกอยู่ไปทางหลังบ้าน)
เราบอกโอโห...แม่ปลูกเองคนเดียวเลยเหรอ !! แม่เราบอกเปล่าหรอกพ่อกับชวาล(พี่ชายคนรอง)ปลูกน่ะแม่แค่ไปชี้ว่าจะลงตรงไหน...แหม่...พูดเหมือนปลูกเองเลยนะแม่ - -"



เราชอบต้นนี้ต้นจริงสีแดงสดมาก ก็เลยบอกแม่ให้ซื้อมาให้บ้าง...แต่...พอกลับไปบ้านทำไมมันกลายพันธุ์หรือแม่ทำไมมันสีแดงด่างๆ อ่ะ(แม่ซื้ออีกสีมาให้) แม่บอกว่าคนขายบอกว่าสีด่างๆ ที่เอามานี่มันเป็นพันธุ์ใหม่ก็เลยเอามาให้สองต้น...โอย ลูกฟังแล้วน้ำตาตก T^T อยากจะกรีดร้องดังๆ ว่าหนูอยากได้สีแดงงงงงง แงๆ TOT


ตอนแรกกะจะขโมยกลับมากรุงเทพฯ ด้วยแต่โดนพี่ชายคนโตเบรคหัวทิ่ม มันบอกว่าหนักรถกู (ต้นมันใหญ่และเป็นรถเก๋ง) ถ้าเอ็งอยากขนไปด้วยก็ไปเอารถกระบะมาขนไปเองไป !! ทำไมบ้านนี้มีแต่คนทำร้ายจิตใจหนู...แงๆ T^T


สีแดงสดสวยเนอะ อยากได้แต่ดันได้น้องด่างมาแทน T^T


ต้นนี้ออกสีครีมๆ ไข่ไก่


นี่ไงน้องด่าง แต่ที่แม่ซื้อมาให้ไม่ใช่ด่างชมพูแบบนี้นะ สีจะออกด่างแดงๆ ไม่สดใสเหมือนต้นนี้...แต่คนเดินผ่านบ้านเราเขาชอบมาหยุดดูล่ะบอกว่าสวยจังแต่เราว่ามันเห็นสวยเลย(หมายถึงต้นที่บ้านนะ) สงสัยในหมู่บ้านไม่มีคนปลูกโป้ยเซียนเลยกลังคิดว่าเจอของแปลกแหงเลย ^ ^"




น้องด่างกับหยดน้ำที่เพิ่งรด ^ ^


ต้นนี้แอบน่ารักแต่เราก็ยังเทใจให้น้องแดงอยู่ดี


ต้นนี้ของจริงสวยนะเขาจะขาวนวลนิดๆ แบบดูคุณหนูหน่อย
ถ้าใครชอบโป๊ยเซียนเราก็แนะนำว่าลองซื้อมาปลูกดูนะคะเลี้ยงง่ายแต่ไม่ใช่ให้ขาดน้ำนะที่สำคัญดอกเขาทนมากเลยค่ะ จากที่สังเกต ของบ้านแม่ออกดอกดกมากๆ อาจเป็นเพราะได้แดดดี อากาศโปร่ง ส่วนของเราพอดอกร่วงไปแล้วก็เขียวสวยเชียว(มีแต่ใบดอกไม่มีนั่นเอง - -") บ้านเราหันหน้าทางทิศเหนือแดดจะส่องแค่ไม่กี่เดือนนี้ 

เราทำยังไงรู้ไหมคะ...ฮ่าๆ ก็ยกไปตากแดดสิคะทั้งสองต้นเลยตอนนั้นต้นยังไม่ค่อยโตและกระถางเล็ก แต่เราก็เอ๊ะ...กระถางเล็กไปหรือเปล่าก็เลยเปลี่ยนให้โตขึ้น+ใส่ปุ๋ย+ยกตากแดด(ไม่แนะนำให้ผู้หญิงทำเพราะปวดหลังมากตอนนี้เราเลิกแล้วใช้ลากแทน) แต่แดดน่าจะแรงไปใบมันเหี่ยวเราเลยลากกระถางเข้าบ้าน
แต่ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าชื่นใจหลังจากพาออกไปรับแดดหลายวัน ช่อดอกแตกเพียบเลยค่ะมันกำลังโตล่ะ...สงสัยจะมีลาภ...เฮ้ย ไม่เกี่ยวกันซะหน่อย อิอิ

มาต่อดอกไม้อื่นๆ ถ่ายมาปะปายบอกแล้วว่าถ่ายแบบไม่ได้ตั้งใจ

ทับทิมที่ขยันออกแต่ดอกแต่ไม่ขยันติดลูก พ่อบอกว่าสงสัยต้นนี้จะเป็นตัวผู้


ขนาดต้นมะเขือยังถ่าย - -"




ดอกอะไรไม่รู้แต่ทนแดดดีจัง ขนาดตากแดดดอกเขายังไม่เหี่ยวเลยนะ


ดอกไม้ยอดฮิตเพราะไปที่ไหนก็เจออันนี้เราก็ไม่รู้ชื่อเหมือนกัน เป็นพุ่มออกดอกดกมากๆ


ดอกนี้น่าจะฮิตกว่าเพราะมีเกือบทุกบ้าน ขนาดที่วัดยังมีเลย ^ ^


นี่ก็น่าจะฮิตนะ...ดอกเข็ม ^ ^


ต้นนี้ตอนแรกไม่ได้สนใจแต่สะดุดตาตรงที่มันออกดอกทุกวันและดอกก็อยู่แค่วันเดียว แบบว่าถ้าดอกนี้ร่วงจะมีดอกใหม่มาไม่ขาดเราก็เลยถามพ่อว่าดอกอะไร พ่อบอกจำไม่ได้ - -"
พ่อบอกพี่เราซื้อมาก็เลยโทร.ไปถามมันว่า ดอกที่เหมือนต้อยติ่งที่ฝักมันเวลาเอาไปแช่น้ำแล้วดังเป๊ะๆ ที่ขึ้นข้างน่ะชื่อต้นอะไร มันบอกต้นไหนวะเราก็บอกลักษณะต้นไป โอโห...คุณชายรับไม่ได้ที่ไปหาว่าดอกเขาเป็นดอกไม้ข้างทาง มันบอกว่าชื่อต้อยติ่งฝรั่งโว้ย !! 
โอ๊ะ...ชื่อดูดีมีสกุลรุนชาติแฮะ เราก็เลยเอามาปลูกกรุงเทพฯ ด้วยสองต้นเป็นต้นน้อยๆ นะ อยากบอกว่าเลี้ยงง่ายดีและถ้าอยู่ในสภาพอากาศที่เหมาะสมดอกออกดกเต็มต้นเลยนะ (เห็นบ้านพี่สาวปลูกอยู่สวยเชียว)

ฮ้า...ไม่มีอะไรจะพิมพ์แล้วเวิ่นเว้อมาเยอะว่าแล้วก็ไปรดน้ำต้นไม้บ้านเราดีกว่า ตอนนี้เรากำลังเป็นโรคจิตไปนั่งคุยกับต้นไม้ทุกวันเลยแต่เขาฟังรู้เรื่องนะเพราะโตวันโตคืนเลยทีเดียวหลังจากแห้งเหี่ยวมานานตั้งแต่พี่เราไม่ได้ดูแลเพราะกลับไปเปิดร้านชานมไข่มุกที่บ้านชัยนาท
เมื่อก่อนเราเหมือนแม่ล่ะชอบต้นไหนก็ซื้อมาแล้วให้พี่ปลูกเพราะปลูกไม่เป็น...(มีคนบอกว่าเสียชาติเกิดจริงเป็นลูกเกษตรกรเสียเปล่า...ไม่โกรธนะเพราะมันเรื่องจริง - -") แต่ตอนนี้ปลูกเก่งแว้วจ้าก็ดูๆ จากในเน็ต จากห้องต้นไม้ ถามพ่อ ถามป้าข้างบ้านแล้วก็ลองผิดลองถูก ตอนนี้ออกดอกกันสะพรั่งเลยเชียวแต่มีข้อเสียอย่างคือ สภาพอากาศ ทำเลของบ้านที่กรุงเทพฯ ไม่พร้อมไม่งั้นเราคิดว่าคงจะดีกว่านี้

มาถึงตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายๆ คนชอบปลูกต้นไม้ มันมีความสุขเนอะเวลาที่ได้เห็นต้นไม้ที่เราปลูกเองเจริญเติบโต(ยิ่งมีคนชมยิ่งปลื้มจายยย) ที่สำคัญมันทำให้เรามีความสุขและอารมณ์ดีค่ะ เวลาที่เราเครียดๆ เขียนหนังสือไม่ออกก็จะลงไปรดน้ำต้นไม้ คุยกับเขาพออารมณ์ดีก็ขึ้นมาที่ห้องทำงานและก็ทำงานต่อหรือมานังทำงานฝีมือ อ่านหนังสือ...ใครว่าชีวิตโสดเหงา...ไม่มีคำนั้นสำหรับเราหรอกค่ะ อิอิ 






 

Create Date : 09 เมษายน 2556
0 comments
Last Update : 9 เมษายน 2556 8:51:48 น.
Counter : 1374 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


moopandakae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




กรอบบล็อค รูปกล่องคอมเม้น
Friends' blogs
[Add moopandakae's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.