" เรื่องราวต่างๆเป็นดั่งทองคำในเทพนิยาย เมื่อคุณแจกจ่ายไปมากขึ้น คุณก็ได้รับกลับมามากขึ้น " พอลลี แมคไกวร์
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
064. พระนางจิรประภามหาเทวี

พระนางจิรประภามหาเทวี




388. ศาลา พระนางจิรประภามหาเทวี แห่ง วัดโลกโมฬี





389. พระนางจิรประภามหาเทวี แห่ง ศาลาพระนางจิรประภามหาเทวี วัดโลกโมฬี




390. พระนางจิรประภามหาเทวี กษัตริยาแห่งล้านนา






392. พระนางจิรประภามหาเทวี กษัตริยาแห่งล้านนา





393. พระนางจิรประภามหาเทวี กษัตริยาแห่งล้านนา





391. คำไหว้ พระนางจิรประภามหาเทวี กษัตริยาแห่งล้านนา



พระนางจิรประภามหาเทวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระนางเจ้าจิรประภามหาเทวี (พ.ศ. 2088-2089) หรือที่เรียกพระนามสั้นๆว่า พระนางจิรประภา ทรงเป็นพระราชธิดาในพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์ในแผ่นดินล้านนา ลำดับที่ 12 พระนางฯ ได้ปกครองเชียงใหม่ต่อจากพระราชบิดา ในสมัยของพระนางฯ หัวเมืองฝ่ายเหนือเกิดการระส่ำระสายเนื่องจากบ้านเมืองเกิดการแย่งอำนาจระหว่างขุนนางกับเจ้านาย ประกอบกับทั้งมีข้าศึกจากภายนอกมารุกราน ทั้ง กองทัพ พม่า และอยุธยาซึ่งตรงกับรัชสมัย สมเด็จพระไชยราชาธิราช แห่ง กรุงศรีอยุธยา ยกทัพมาถึงเชียงใหม่ ในสมัยของพระนางฯ บ้านเมืองอ่อนแอมากมีศึกสงครามขนาบทั้งทิศเหนือและใต้ พระนางฯ ปกครองบ้านเมืองเพียงแค่เพียงปีเศษก็ได้สละราชบัลลังก์แก่ สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระราชนัดดาแห่งอาณาจักรล้านช้าง




พระมหาเทวีจิระประภา
ในภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท (พ.ศ. 2544)
รับบทโดย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล





พระนางจิรประภามหาเทวี
(ภาพวาดมหาเทวีจิรประภา ที่วัดโลกโมฬี)

พระนางจิรประภามหาเทวี (มหาเทวี เป็นคำเรียกผู้ที่เป็นพระมเหสีของกษัตริย์รัชกาลก่อน และเป็นพระมารดาของกษัตริย์รัชกาลต่อมา) เป็นมเหสีของพญาเกศ หรือพญาเกศเชษฐราช กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ 12 และ ลำดับที่ 14 (เพราะครองราชย์ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2068-2081 และครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ.2086-2088) มีโอรส 2 องค์ คือ ท้าวชาย หรือซายคำ และเจ้าจอมเมือง
เมื่อพญาเกศครองราชย์ครั้งแรกนั้น พระองค์มีนโยบายที่จะรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้ขุนนางกลุ่มหนึ่งซึ่งมีหมื่นสามล้านเป็นผู้นำไม่พอใจ ขุนนางกลุ่มนี้จึงคิดก่อการกบฏ แต่พญาเกศทรงทราบเสียก่อน หมื่นสามล้านถูกประหารชีวิต จึงยิ่งเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น กระทั่ง พ.ศ.2081 พญาเกศก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งกษัตริย์และถูกส่งไปครองเมืองน้อย ส่วนเมืองเชียงใหม่นั้นขุนนางได้ตั้งท้าวชายขึ้นเป็นกษัตริย์แทน แต่พระองค์ครองราชย์ได้เพียง 6 ปี ก็ถูกปลงพระชนม์ เมื่อ พ.ศ.2086 แล้วขุนนางก็ไปเชิญเสด็จพญาเกศมาปกครองเมืองเชียงใหม่ อีกครั้งหนึ่ง แต่อีก 2 ปีต่อมา คือ พ.ศ.2088 พญาเกศก็ถูกขุนนาง ซึ่งมีแสนคราวเป็นผู้นำปลง พระชนม์

ในช่วงที่แผ่นดินล้านนาว่างกษัตริย์นี้ บ้านเมืองมีแต่ความวุ่นวาย ขุนนางแตกแยกเป็นหลายกลุ่ม และต่างก็แย่งชิงอำนาจกัน โดยพยายามสนับสนุนคนของตนขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่ในที่สุดกลุ่ม เชียงแสน ซึ่งประกอบด้วย เจ้าเมืองเชียงแสน เจ้าเมืองเชียงราย เจ้าเมืองลำปาง และเจ้าเมืองพาน สามารถกำจัดกลุ่มแสนคราวได้ จึงได้ไปเชิญเสด็จพระไชยเชษฐาธิราช แห่งอาณาจักรล้านช้าง มาเป็นกษัตริย์เชียงใหม่

พ.ศ.2088 ระหว่างรอการเสด็จมาของพระไชยเชษฐาอยู่นี้ บรรดาขุนนางได้เชิญมหาเทวี จิรประภาขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองเชียงใหม่ สันนิษฐานว่าขณะนั้นพระนางคงมีพระชนมายุราว 45 ชันษา

พ.ศ.2088 พระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยายกทัพมาตีเชียงใหม่ มหาเทวีเห็นว่าจะสู้ ไม่ได้ จึงใช้ยุทธวิธีแต่งบรรณาการไปถวายและต้อนรับด้วยสัมพันธไมตรี โดยเชิญเสด็จพระไชยราชาประทับที่เวียงเจ็ดลิน ทำให้เชียงใหม่รอดพ้นจากภัยสงครามไปได้




รูปปั้นพระนางจิรประภา ที่วัดโลกโมฬี


ต่อมา ในปลายปีนั้นเอง กองทัพจากเมืองนายและเมืองยองห้วยยกมาตีเชียงใหม่ มหาเทวีสั่งให้กองทัพเชียงใหม่สู้ศึกเต็มที่ ข้าศึกล้อมเชียงใหม่นานเดือนเศษ จึงล่าถอยไป

เนื่องจากในช่วงปีนี้มีข้าศึกยกทัพมาประชิดถึง 2 ครั้ง ทำให้มหาเทวีต้องขอกำลังจาก ล้านช้างให้มาช่วย ซึ่งกองทัพล้านช้างก็ได้ช่วยทำศึกอย่างเต็มความสามารถ โดยใน พ.ศ.2089 พระไชยราชาได้ยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่และลำพูนอีก มหาเทวีพยายามเจรจาขอเป็นไมตรี แต่ ไม่สำเร็จ เมืองลำพูนถูกตีแตก ในขณะที่เมืองเชียงใหม่สามารถต้านทัพอยุธยาไว้ได้ กองทัพอยุธยาจึงล่าถอยไป

ปลายปี พ.ศ.2089 หลังศึกสงครามกับอยุธยา เมื่อพระไชยเชษฐาธิราชเสด็จมาถึงเชียงใหม่ มหาเทวีจิรประภา ในฐานะผู้รั้งเมือง จึงทรงสละราชสมบัติทันที และเมื่อพระไชยเชษฐาเสด็จกลับเพื่อไปครองล้านช้าง ในปี พ.ศ.2090 พระองค์หวังจะให้มหาเทวีรักษาเมืองอีกครั้ง แต่พระนางปฏิเสธ

ไม่ปรากฏในหลักฐานใดๆ ว่ามหาเทวีจิรประภาสิ้นพระชนม์เมื่อใด อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่า แม้จะเป็นเวลาเพียงปีเศษ ที่พระนางได้ปกครองเมืองเชียงใหม่ แต่พระนางก็สามารถรักษาเมืองให้รอดพ้นจากภัยพิบัติได้ ทั้งนี้ก็พราะความรู้ความสามารถของพระนางนั่นเอง

ที่มาของข้อมูล://www.sri.cmu.ac.th/~maeyinglanna/main2/main3.php






393. พระวิหาร แห่ง วัดโลกโมฬี




395. เก้าอรหันต์ แห่ง วัดโลกโมฬี




400. พระเจดีย์ แห่ง วัดโลกโมฬี

:สถานที่บรรจุอัฐิ พระนางจิรประภา








Create Date : 14 ตุลาคม 2552
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 10:46:46 น. 0 comments
Counter : 6318 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
moonfleet
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นมาได้ หากไม่เคยเป็นความฝันมาก่อน
New Comments
Friends' blogs
[Add moonfleet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.