สเปน โปรตุเกส 8 วัน ตอนที่ 1/2
สเปน โปรตุเกส 8 วัน  วันที่ 24 มิ.. – 1 ..58  ตอนที่ 1/2

วันแรก ออกเดินทาง ตอนตีหนึ่ง ถึง มาดริด ประมาณ 7.30 . เวลาที่สเปนช้ากว่าไทย5 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมงตื่นมากี่ครั้งก็ยังไม่เช้าซะที นอนกันเพลินเลย


จากเดิมที่ Plan ว่าจะไปอังกฤษแต่พอได้ยินว่า TG ลดราคาก่อนยกเลิกเที่ยวบิน(Route) ไปมาดริด สเปน ราคาทัวร์ถูกมาก เลยเปลี่ยนใจทันที สเปน โปรตุเกส 8วัน บินตรง TG ราคา 49,900 บาท ผ่าน Thaifly.com ไกด์ประจำ Trip คุณอดุลย์ศักดิ์ ดูแลลูกทัวร์เป็นอย่างดี สุดยอดค่ะ


วันที่สอง มาดริด Madrid เมืองหลวงของ ประเทศสเปน


หลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของสเปน (Kilómetro Cero) อากาศ 32 องศา แต่แดดแรงมาก


ไกด์บอกให้ถ่ายรูป ผู้หญิงเสื้อเหลือง แล้วบอกทีหลังว่าเป็นผู้ว่าการเมืองมาดริด ได้รับเลือกตั้งเมื่อวานนี้



รูปปั้นหมีกินผลต้นมาโดรนโย่ (Oso y el Madroño) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมาดริดคือ ตัวหมีนี้จะอยู่ในตราประจำเมืองมาดริดเลยตรงกลางลานกว้างก็มีอนุสาวรีย์ของพระเจ้าการ์โลสที่สาม (Carlos III) ตั้งอยู่ด้วย



อนุสาวรีย์ของพระเจ้าการ์โลสที่สาม(Carlos III)

มาดริดเป็นเมืองหลวงเพียงแห่งเดียวในยุโรปที่มีต้นกำเนิดมาจากการตั้งเมืองของชาวอาหรับจากแอฟริกาเหนือหรือแขกมัวร์ที่เข้ามาครอบครองดินแดนในคาบสมุทรไอบีเรียตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่8




city tour Madrid น่านั่งจัง




Plaza Mayor พลาซ่ามายอร์ จัตุรัสหลวงศููนย์กลางเมืองเก่าที่สร้างขึ้นในปี

.. 1619 โดยกษัตริย์ฟิลลิปที่3 ด้วยศิลปะผสม ออสเตรีย-สเปน เป็นจตุรัสที่ล้อมรอบด้วยอาคารทั้งสี่ด้าน ที่นี่ถือว่าเป็น landmark ที่สำคัญอีกแห่งนึงของมาดริดอนุสาวรีย์พระเจ้าเฟลิปเป้ที่ 3 (Felipe III) อยู่กลางplaza






Mercado deSan Miguel หรือตลาดซานมิเกล แค่เดินผ่าน ไม่ได้เข้าไป shopping 



เดินออกมาทางด้านหลังของPlaza จะเจอถนนที่ตัดเชื่อมไปถึงPalacio Real ถือเป็นพระราชวังหลวงของราชวงศ์สเปน สร้างขึ้นราวสมัยศตวรรษที่ 18 มีพื้นที่ใช้สอยภายในพระราชวังใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรปตะวันตก มีห้องมากถึง3,418 ห้อง! ใหญ่กว่าพระราชวังแวร์ซายน์อีก







ส่วนภายในตกแต่งแบบฝรั่งเศส โดยสร้างขึ้นแทนพระราชวังอัลคาซาร์ซึ่งถูกไฟไหม้เมื่อ ค..1734 ให้ถ่ายรูปแค่ด้านนอก รูปภาพของพระราชวงค์ที่อยู่ด้านใน หน้าตาดีทั้งนั้น 



Catedral de Santa Maríala Real de la Almudena หรือมหาวิหารอัลมูเดน่าซึ่งเป็นมหาวิหารประจำราชสำนัก ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลานด้านหน้าของพระราชวังสถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่จัดพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายเฟลิปเป้ มกุฎราชกุมารของสเปน


วันที่สาม เมืองเมรีด้าMerida สเปน และลิสบอน โปรตุเกส



สะพานส่งน้ำ สะพานโรมันที่สร้างข้ามแม่น้ำกวาเดียนา เมืองเมรีดา ประเทศสเปน อากาศประมาณ 32 องศา มีลมเย็นสบาย แดดแรง ฟ้าสวย

เมื่อสองพันปีโรมันเดินทางมาถึงริมฝั่งน้ำกวาเดียนาพบว่าพื้นที่บริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ตามเนินเขาใกล้ๆ มีน้ำจืดหลายแห่งและมีหินแกรนิตอยู่เหลือเฟือ จึงสร้างสะพานส่งน้ำขนาดมหึมาเพื่อลำเลียงน้ำสะพานนี้มีความยาว 830 เมตร สูง 25 เมตร



สนุกสนานกันใหญ่ 


สะพานข้ามแม่น้ำกวาเดียนา สร้างในช่วงเดียวกันมีความยาว 790 เมตร มีคานโค้งสูง 12 เมตร จำนวน 81 ชุด



สะพานนี้ชาวสเปนใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสมบัติ จากอาณานิคมในทวีปอเมริกาใต้สู่ท้องพระคลังที่กรุงมาดริด

สมบัติล้ำค่าที่สุดชิ้นหนึ่งของเมรีดาคือสะพานข้ามแม่น้ำกวาเดียนา นับเป็นสะพานยุคโรมันที่ยาวที่สุดที่ยังหลงเหลือมาจนปัจจุบัน



อัลกาซาบา ตั้งอยู่ริมน้ำ ตรงหัวสะพานโรมัน


ภาพนี้หนุ่มสเปน อาสาถ่ายรูปให้ แต่พอ He เริ่มเดินฟุตเวิร์คถอยหลัง เลยรีบวิ่ง thank you  ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะ แต่เค้ากลัว



เมืองเมรีดาในยุคโรมันสร้าง วิหารแห่งเทพีไดแอนา แม้จะได้ชื่อว่าวิหารแห่งเทพีไดแอนา แต่วิหารนี้ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่จักรพรรดิโรมัน



คู่หวานประจำกลุ่ม





สะพาน ลูซีตาเนียที่เมืองเมรีดาเปิดใช้เมื่อปี 1991 สะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำกวาเดียนาแห่งนี้คือความภูมิใจของชาวเมือง



หลังจากเก็บส้มที่หล่นอยู่บนพื้นมาชิม มันเปรี้ยวมาก เลยเอามาเล่นซะเลย กลัวเสียของ 



ชิม Churros (ชูโรส) หรือปาท่องโก๋สเปน อร่อยมาก กรอกนอกนุ่มใน ชิมไปหลายชิ้น



ข้าวผัดสเปน อาหารกลางวันเหลือกันเต็มจาน  ,พาม่าแฮมก็อร่อยดีแต่รู้ว่าเป็นหมูดิบที่นำไปหมัก เลยกินแบบชิม ๆ 




หอคอยเบเลม “Torrede Belem”  Belem Towerg เขตเบเลมกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส สร้างขึ้น 1514 บริเวณปากน้ำทากูสเคยใช้เป็นอาคารสารพัดประโยชน์ ทั้งป้อมส่งสัญญาณสำหรับการเดินเรือ, สำนักงาน, และคุกกล่าวกันว่าแต่เดิมนั้นเป็นอาคารที่อยู่กลางน้ำ แต่หลังจากเกิดภัยพิบัติสึนามิทำให้ผืนแผ่นดินเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้หอคอยนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำอย่างที่เห็นในปัจจุบัน อากาศประมาณ 28-30 องศา สบาย ๆ แดดแรงเหมือนเดิม






อนุสาวรีย์แห่งการค้นพบ(Monument to the Discoveries)เป็นสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ที่สร้างเพื่อระลึกถึงความสำคัญของการเดินเรือของชาวโปรตุเกสมีลักษณะเป็นแท่งคอนกรีตสูง 52 เมตร รูปเรือใบ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1960เพื่อฉลองครบรอบ 500 ปี การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเฮนรี่ (Prince Henry theNavigator)และยกย่องนักเดินเรือ สำรวจรอบโลก



บนพื้นบันทึกเรื่องราวของการสร้างโลกใหม่จากการเดินเรือของวาสโกดากาม่า ที่ได้รับมอบหมายจากกษัตริย์มานูเอลที่๑ ของโปรตุเกสจนเขาสามารถเดินเรือข้ามแหลมกู๊ดโฮปในแอฟริกาใต้ มาจนถึงอินเดีย ระหว่างปี พ.ศ.๒๐๔๐-๒๐๔๒ ซึ่งแผนที่การเดินเรือของท่านได้ถูกนำมาถ่ายทอดไว้ตรงบริเวณริมปากแม่น้ำทากูสซึ่งก็สามารถมองเห็นประเทศไทยในแผนที่นี้ด้วยเช่นกัน



มีแผนที่ประเทศไทยด้วยโดยระบุปีว่าได้เดินทางไปถึงเมื่อไหร่



มองเห็นสะพาน April 25 ไกล ๆ



ด้านหน้าสุดที่เป็นรูปปั้นเจ้าชายมองออกไปยังทะเลเป็นรูปของ Henrythe Navigator ลูกชายคนเล็กของกษัตริย์โปรตุเกส John I ofPortugal ซึ่งมีบทบาทให้การสนับสนุนการเดินเรือสำรวจ ส่วนรูปปั้นคนอื่น ๆที่อยู่ด้านหลังเจ้าชายทั้งสองข้าง คือคนดังนักคณิตศาสตร์ นักเขียน นักสำรวจเดินเรือที่มีชื่อเสียงของโปรตุเกสในสมัยนั้น




ร้านขายขนมที่มีชื่อเสียงของโปรตุเกสชื่อว่า Pasteis de Belem และขนมที่ขึ้นชื่อของเขาก็คือ ทาตไข่เราได้รับอิทธิพลทางอาหารของโปรตุเกสมาก็คือขนมหวานต่างๆทั้งทองหยิบ ทองหยอดฝอยทอง รวมทั้งขนมทาตไข่ นี่แหละ ร้านนี้เปิดขายมาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๘๓๗ แล้วด้วยความที่เป็นต้นตำหรับและมีชื่อเสียงเรื่องความอร่อยแบบมือไม่ตกทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าคิวรอตลอดราคาชิ้นละ ๙๐ เซ็นยูโร ไกด์ไปต่อคิวซื้อให้ ส่วนลูกทัวร์ก็ไปเข้าห้องน้ำ กินร้อน ๆ อร่อยมาก หอม กรอบนอกนุ่มใน



มหาวิหารเจอโรนิ มอส“Mosteirodos Jeronimos” ตั้งอยู่ในเขตเบเลมสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ (Manuelline) ซึ่งเป็นศิลปะ กอธิคในสไตล์โปรตุเกสที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ มีลวดลายที่สวยงามของซุ้มประตู หน้าต่างและหัวเสามีการดัดแปลงมาจากพืชน้ำ เปลือกหอย และ เชือกสมอเรือ ฯลฯ ใช้เวลาสร้างนานถึง 70 ปีโดยองค์การยูเนสโกของสหประชาชาติได้ขึ้นทะเบียนให้อารามหลวงแห่งนี้เป็นมรดกโลกด้วย







นักเดินเรือที่มีชื่อเสียงระดับโลก วาสโกดากามา ที่วิหารเจอโรนิมอส ในยุคที่มีการแข่งขันกันหาอาณานิคมใหม่ คริสโตเฟอร์โคลัมบัส ชาวเจนัว ประเทศอิตาลีได้ทุนจากกษัตริย์สเปนเพื่อเดินทางไปสำรวจทวีปอมเริกาจนประสบความสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๐๓๕ หลังจากนั้นวาสโกดากาม่า ก็ได้รับมอบหมายจากกษัตริย์มานูเอลที่๑ของโปรตุเกส จนเขาสามารถเดินเรือข้ามแหลมกู๊ดโฮปในแอฟริกาใต้ มาจนถึงอินเดียระหว่างปี พ.ศ. ๒๐๔๐-๒๐๔๒ ที่วิหารแห่งนี้ได้เป็นที่ฝังร่างของท่าน





ศาลาไทย ณสวนสาธารณะวาสกู ดา กามา (Vasco da Gama) เขตเบเลมกรุงลิสบอน ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและโปรตุเกส ครบรอบ ๕๐๐ ปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ศาลาไทย เมื่อก..2555


วันที่สี่  เมืองซินทรา โปรตุเกส



Cabo da Roca (เคป Roca) คือเคปซึ่งเป็นขอบเขตทางตะวันตกเป็นแผ่นดินใหญ่ของประเทศโปรตุเกสและทวีปยุโรป แหลมอยู่ในเขตเทศบาลเมืองซินตราของประเทศโปรตุเกส, และเขตตะวันตกของ Serra de Sintra เมืองลิสบอน




ท่าตะกายผา  Act ได้เนียนมาก


อากาศเย็น ลมแรงมาก ๆ 



Cape de Roca เป็นที่ตั้งของประภาคารที่ใช้สำหรับนำทางเรือเข้า-ออกฝั่ง ซึ่งยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน และร้านขายของที่ระลึกอยู่บนหน้าผา



สุดผืนแผ่นดินตะวันตกของยุโรปและเริ่มต้นผืนแผ่นน้ำของมหาสมุทรแอตแลนติค

ในอดีตเชื่อกันว่าโลกแบนถ้าดูจากปลายสุดของทะเลเหมือนจะมีหมอก เชื่อกันว่าถ้าเดินทางไปปลายสุดเขตแดนจะตกขอบโลกแต่โคลัมบัส ไม่เชื่อจึงเดินทางเพื่อพิสูจน์ว่าโลกกลม 



ใบประกาศให้สำหรับผู้เดินทางมาถึงCaboda Roca



เมืองซินตรา (SINTRA) ชมเมืองซินตราเมืองสวยที่ประกอบไปด้วยพระราชวังของราชวงศ์โปรตุเกสเข้าชมพระราชวังซินตรา (SINTRA PALACE) ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหุบเขาอันสูงชัน






SINTRA Palace ซินตราพระราชวังแห่งชาติ(โปรตุเกส: Palácioนัลเดอซินตรา) เรียกพระราชวัง TownPalace (Palácio da Vila Vila = เมือง)ตั้งอยู่ในเมืองซินตราในโปรตุเกสใกล้เมืองลิสบอน


สามารถถ่ายรูปได้ แต่ก็ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่


สมัยก่อนก็มีผู้ญิ๋งเหมือนกัน หนวดเฟิ้มเชียว


เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ  แต่ตกแต่งได้น่ารักมาก



มุมน่ารัก น่าถ่ายรูป


จัตุรัส Praca do Comercio ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลิสบอน มีของให้ Shopping มากมาย ทั้งของกินของที่ระลึก สินค้าbrandname ต่าง ๆ 





มีรถคล้าย ๆตุ๊ก ๆ ด้วยนะ น่ารัก


สดใส VS ดุดัน


Elevador de Santa Justa เป็นหอคอยชมวิวของเมืองลิสบอน เป็นลิฟตัวแรกของโลก



หลังจากถ่ายรูปและเดินซื้อของที่ระลึก ก็เริ่มหมดสภาพ อากาศร้อนมาก ขอแวะชิมไอศกรีมเจลลาโตดอกไม้ ซะหน่อย  ที่ร้าน Amorino คิวยาวตลอด โคนเล็กราคา 3.5ยูโร เลยแวะเข้าห้องน้ำที่นี่




Create Date : 15 กรกฎาคม 2558
Last Update : 20 สิงหาคม 2558 23:03:13 น.
Counter : 747 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Meanangtatalim
Location :
สมุทรสาคร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



บันทึกการเดินทางจาก ตะลอนทัวร์ไปเรื่อย
กรกฏาคม 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog