คนละฟากฟ้า - บทที่ 19






แล้ววันหนึ่งพราวพรายก็ได้ข่าวจากวิชชาอย่างไม่คาดฝัน หลังจากขาดการติดต่อกันไปนานเป็นปี วันนั้นเธอกำลังนั่งแปลเอกสารสำคัญให้จอห์นตามปกติ เมื่อโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขึ้น หญิงสาวก็เอื้อมมือไปรับ

“ออฟฟิศจอห์น บริวเออร์ค่ะ”

เงียบ...ไม่มีเสียงตอบกลับมา

“ฮัลโหล ออฟฟิศจอห์น บริวเออร์ค่ะ ต้องการพูดกับใครคะ ฮัลโหล


เมื่อทางปลายสายยังเงียบกริบอยู่เหมือนเดิมหญิงสาวก็ขมวดคิ้ว ขณะที่กำลังคิดจะวางสายก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากปลายสาย...เสียงที่เคยคุ้น


“พราวใช่ไหม ผมเองนะ...ผม..วิชชา”

พราวพรายตกตะลึงพูดไม่ออกอยู่นานจนอีกฝ่ายต้องย้ำว่า “พราว จำผมได้ไหม วิชชาไงล่ะ”

“วิชชาหญิงสาวยังไม่หายตกใจ ยังไม่เชื่อหูตัวเอง

“ใช่จ้ะพราว วิชชาของพราวไง” ทางโน้นรีบตอบกลับมาอย่างดีใจ

“วิชชาโทร.มาจากไหน รู้เบอร์พราวได้ยังไง” เสียงของเธอยังสงสัย ไม่แน่ใจอยู่เหมือนเดิม

“ตอนนี้ผมอยู่กรุงเทพฯ ได้เบอร์จากแจ๋ม” แจ๋มคือเพื่อนสนิทคนหนึ่งของพราวพรายที่มหาวิทยาลัย


เมื่อเชื่อแน่แล้วว่าคนที่กำลังพูดอยู่กับเธอขณะนี้คือวิชชาคนที่เคยรักพราวพรายก็เกิดความรู้สึกสองอย่างที่สวนทางกัน วิชชาคนทรยศที่อยู่ๆก็เลิกเขียนจดหมายส่งข่าวคราวมาเป็นปี และวิชชาผู้เคยคบหากันสนิทแนบแน่นเช่นคนรู้ใจ ที่เคยให้สัญญาว่าจะกลับมาแต่งงานกันหลังเรียนจบกลับมาบ้าน แต่ตอนนี้หญิงสาวพยายามปัดเจ้าความรู้สึกที่ตรงข้ามกันออกไปก่อนชั่วคราว จนกว่าจะได้รู้แน่ชัดว่าอะไรเป็นอะไร


“วิชชากลับมาอยู่เมืองไทยแล้วหรือ เรียนจบแล้วใช่ไหม”

ชายหนุ่มผู้นั้นอึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบกลับมาอย่างระมัดระวัง

“ยังไม่จบหรอก ช่วงนี้ปิดภาค ผมเลยกลับมาเยี่ยมบ้าน คงจะอยู่สักสามเดือนแล้วกลับไปเรียนต่อให้จบ มีบางอย่างเกิดขึ้นกับผมที่ทำให้ไม่สามารถเรียนให้จบตามกำหนดได้ พราว..ขอพบหน่อยได้ไหม พบกันแล้วผมจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พราวจะได้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ผมขาดการติดต่อกับพราว ได้ไหมจ๊ะ”


หญิงสาวใจเต้นรัว รู้สึกราวกับได้ของรักที่หายไปกลับคืนมา แม้จะยังไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างวิชชากับเธอจะกลับไปเหมือนเดิมหรือไม่ แม้จะเชื่อว่าเขาทรยศต่อเธอ แต่พราวพรายก็ยังอยากพบเขาอย่างน้อยก็สักครั้ง เธอต้องการฟังเหตุผลของเขาว่าเป็นอย่างไร เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนก่อนจะตัดสินใจอะไรต่อไป


พราวพรายรีรอเล็กน้อยก่อนจะตกปากรับคำ

“ก็ได้ แต่พราวอยู่อุบลฯนะ ไม่ได้อยู่บ้าน”

“แจ๋มบอกผมแล้วละว่าพราวยังทำงานอยู่ที่นั่น พราวจะเอายังไงล่ะ ให้ผมไปพบพราวที่โน่นดีไหม เพราะพราวต้องทำงาน ส่วนผมไม่ได้ทำอะไร เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าวานเอง”


พราวพรายนิ่งคิดว่าจะเอาอย่างไรดี ให้เขามาหาเธอที่อุบลฯหรือเธอจะเป็นฝ่ายไปพบเขาที่กรุงเทพฯ อะไรจะเหมาะกว่ากัน ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจว่าเธอน่าจะเป็นฝ่ายไปพบเขา เธอไม่ได้กลับบ้านเดือนกว่าแล้ว  นอกจากนี้เธอก็ยังไม่อยากให้วิชชารู้จักที่ทำงานและบ้านพักของเธอในอุบลฯ เพราะยังไม่รู้แน่ว่าเรื่องระหว่างเขากับเธอจะออกมาในรูปใด อาจจะพบกันเพียงครั้งเดียวแล้วก็ต่างคนต่างไป ซึ่งในกรณีนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากมายนัก แต่ถ้าสถานการณ์เป็นไปอีกแบบหนึ่ง เธอยอมรับเหตุผลการหายเงียบไปเป็นปีของเขาได้ กลับไปเป็นคู่รักกันเหมือนเดิม หรือแม้จะเป็นได้แค่เพื่อนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


ในที่สุดพราวพรายก็ขอลาพักร้อนห้าวัน เพื่อไปเยี่ยมบ้านและพบวิชชาวันแรกเธออยู่บ้านพูดคุยกับบิดามารดาและพี่ชาย วันต่อมาจึงแต่งตัวออกจากบ้านไปพบกับวิชชาตามนัด ที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง จากกันไปนานกว่าสองปีเมื่อกลับมาพบกันอีกเป็นครั้งแรก ต่างฝ่ายต่างก็มองสำรวจกันและกันอย่างสนใจ ใคร่รู้ความเป็นไปของอีกฝ่ายในช่วงที่ขาดการติดต่อกัน


พราวพรายนั้นเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางดีของวิชชาชัดเจน เขามีเนื้อมีหนังมากกว่าเดิม ขาวขึ้น แว่นสายตาหายไป หน้าที่เคยมีสิวเป็นหย่อมๆก็กลายเป็นเกลี้ยงเกลา ทำให้หน้าตาชองเขาดูดีกว่าเก่า พูดเก่งกว่าเดิม แต่งตัวโก้ขึ้นแทบจะเป็นคนละคนกับวิชชาเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่ที่ยังเหมือนเดิมคือการเดินห่อไหล่เพื่อให้ดูเตี้ยลง ซึ่งคงเป็นความเคยชินที่ไม่อาจสลัดให้หลุดไปได้ง่ายๆ


ส่วนวิชชาก็เห็นสาวน้อยที่สวยบาดตา ทั้งรูปร่างหน้าตาทรวดทรงองค์เอวที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งงดงาม ที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนผิวพรรณสีแปลกตาน่ามองที่สดใสเปล่งปลั่งเป็นนวลใย ดวงตาหวานหยาดเยิ้มที่กำลังมองเขาอยู่ ก็มีประกายวาววับที่ทำให้เขาสะท้อนใจพราวพรายสวยกว่าเก่ามากก็จริง แต่ลักษณะท่าทางการพูดการจาของเธอก็ยังเหมือนเด็กสาวคนเก่า ไม่ได้วางท่าเป็นสาวโสภาเหมือนรูปร่างหน้าตาของเธอเลย มองแล้วชายหนุ่มก็ได้แต่รู้สึกเสียใจและเสียดาย ยามอยู่ไกลก็คิดว่าตัดเธอได้หมดแล้ว แต่ตอนนี้เมื่อได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งทำไมหัวใจของเขาจึงเศร้าสร้อย ทำไมจึงรู้สึกว่ายังรักเธออยู่เหมือนเดิม ทำไมอยู่ๆเขาก็นึกอยากให้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับเขาหายวับไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น


“พราวสวยกว่าเก่ามาก” วิชชาพึมพำหลังจากจ้องเธอนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ “ผมทรงนี้ก็เก๋ดีเหมือนกัน แต่ผมว่าพราวไว้ผมยาวเหมือนเมื่อก่อนสวยกว่านะ ดูหวานๆ เป็นผู้หญิงดี”

“ งั้นเหรอ” พราวพรายยกมือขึ้นลูบผมทรงแอฟโฟรของตัวเอง อย่างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นักกับคำติชมของเขา “วิชชาเปลี่ยนไปมากนะ เปลี่ยนไปในทางที่ดี ดีกว่าแต่ก่อนมาก เดี๋ยวนี้ตาหายสั้นแล้วหรือถึงไม่สวมแว่น”

“ผมทำเลสิกที่โน่น สะดวกกว่าใส่แว่นแยะ ค่าผ่าตัดแพงมาก แต่ก็คุ้ม”

หญิงสาวอดคิดไม่ได้ว่าวิชชามีเงินมากขนาดผ่าตัดทำเลสิกได้เชียวหรือเธอรู้ว่าค่าผ่าตัดแพงมาก ไม่น่าที่นักเรียนทุนจนๆอย่างเขาจะมีเงินมากขนาดนั้น

“ทำไมพราวยังทำงานอยู่ที่โน่นอีกล่ะ ผมนึกว่าย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯเสียนานแล้วซะอีก”

“พราวชอบอุบลฯ แรกๆก็ไม่ชอบหรอก แต่อยู่ไปนานๆเข้าก็ชอบ ได้เพื่อนดีๆอีกหลายคน”

พูดกันมาถึงตรงนี้ พนักงานเสิร์ฟ ก็นำอาหารที่สั่งไว้ตั้งแต่เข้ามาใหม่ๆมาเสิร์ฟให้ หนุ่มสาวทั้งสองรับประทานอาหารกันเงียบๆ ต่างคนต่างใช้เวลาในช่วงนั้นกับความคิดของตัวเอง พราวพรายกำลังคิดว่าเมื่อไหร่วิชชาจะบอกเหตุผลที่ทำให้เขาขาดการติดต่อกับเธอเสียที ในขณะที่วิชชาก็กำลังชั่งใจ ว่าจะบอกความจริงแก่พราวพรายได้มากน้อยแค่ไหน ที่จะไม่ทำให้เขาต้องเสียเธอไปอีกครั้งหนึ่ง


หลังจากจบอาหารมื้อนั้นและนั่งจิบกาแฟกันต่อ วิชชาซึ่งรู้ว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องพูดกับพราวพรายให้เข้าใจ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้เขาไม่สามารถติดต่อส่งข่าวคราวถึงเธอได้ มองหน้าผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่อ่อนเชื่อม


“พราวคงเสียใจมากใช่ไหม ที่อยู่ๆผมก็หายไป ไม่ได้ติดต่อกับพราวเลย”


หญิงสาวอึ้งไปอึดใจก่อนจะบอกเขาตามตรงว่า “เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือที่พราวจะต้องเสียใจ ที่อยู่ๆจดหมายของวิชชาก็หายไป ความจริงพราวอาจจะไม่เสียใจมากนักก็ได้ ถ้าวิชชาเขียนจดหมายสักฉบับมาบอกว่าเราจะไม่ติดต่อกันอีก จะด้วยเหตุผลอะไรพราวก็รับได้หมด เพราะเชื่อว่าการกระทำของคนเรามีเหตุผลรองรับทั้งนั้น” เธอหัวเราะนิดหนึ่งเพื่อคลี่คลายบรรยากาศที่เริ่มเครียด “คงยกเว้นคนบ้าเท่านั้นมั้ง ที่ทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องมีเหตุผล”


“พราว..พราวรู้ไหมว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับผม” วิชชาเริ่มต้นแต่แล้วก็หยุดไปอีก

พราวพรายมองหน้าเขาอย่างสงสัย “มีอะไรงั้นหรือ”

“ผมเกิดอุบัติเหตุตอนปิดภาคเรียน...”

หญิงสาวตกใจจนหน้าซีด “อุบัติเหตุเกิดอะไรขึ้น ร้ายแรงหรือเปล่า”

ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ ตาของเขามีแววเศร้า

“ผมไปไต่เขา ห่างจากเมืองที่ผมอยู่หลายร้อยไมล์ แล้วเกิดอุบัติเหตุช่วงที่มีพายุหิมะ เชือกที่รัดตัวอยู่ขาด ผมตกลงมากระแทกหินในระยะที่สูงแล้วก็คงสลบไป อีกสองวันต่อมาถึงมีคนไปพบผม เพราะตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุเป็นที่เปลี่ยว อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา เขาพาส่งโรงพยาบาลแถวนั้น พอฟื้นขึ้นมาผมจำอะไรไม่ได้เลยอยู่สองสามเดือน เดินก็ไม่ได้เหมือนจะเป็นอัมพาต ต้องนอนแซ่วอยู่หลายเดือน เอกสารติดตัวก็หายหมด ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใครมาจากไหน ออกจากโรงพยาบาลแล้วคนที่ช่วยผมก็เลยพาไปอยู่ด้วย เจ้าของบ้านเขาเป็นพยาบาลเก่า เขาช่วยดูแลผมอย่างดีหลายเดือนจนหายเป็นปกติ หลังจากนั้นผมก็ไปรายงานตัวกลับไปเรียนต่อ ตอนนี้ผมยังไม่จบหรอก เสียเวลาที่นอนป่วยไปไหนไม่ได้อยู่เกือบปี”


วิชชารู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขานอกเหนือจากนั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถจะเล่าให้พราวพรายฟังได้ เพราะมันจะทำร้ายจิตใจเธอมากเกินไป ถ้าตลอดเวลาที่เขาหายเงียบไปเธอยังรักและรอเขาอยู่ ซึ่งชายหนุ่มก็คิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าพราวพรายคงยังรักเขาอยู่บ้าง ไม่งั้นเธอจะยอมมาพบเขาทำไม ท่าทางของเธอก็แสดงชัดว่าเธอดีใจมากที่เขากลับมา


ตอนที่วิชชากำลังเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง พราวพรายมีสีหน้าที่ซีดเผือด น้ำตาคลอ เธอมองสำรวจเขาอย่างห่วงใย ราวกับจะมองให้ทะลุเห็นบาดแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุครั้งนั้น


“โถ สงสารวิชชาจัง ตอนนี้หายดีแน่แล้วหรือ” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “ตกจากเขาจนเดินไม่ได้ สมองก็กระทบกระเทือนจนจำอะไรไม่ได้อยู่นานแบบนั้น"

“หายดีแล้ว พราวไม่ต้องห่วง หมอทางโน้นเขาเก่ง เขาตรวจเช็คร่างกายผมหลายครั้ง ก่อนที่จะลงความเห็นว่าผมหายเป็นปกติแล้ว”ชายหนุ่มมีสีหน้าดีใจ เมื่อเห็นความเป็นห่วงของพราวพราย


“ตอนนี้พราวคงพอจะเข้าใจบ้างแล้วใช่ไหม ว่าทำไมผมถึงไม่ได้เขียนจดหมายติดต่อกับพราวเลย” ท่าทางครุ่นคิดของหญิงสาวทำให้เขารีบพูดต่อไปโดยเร็ว “พราวรู้ไหมว่าผมไม่ได้ติดต่อใครเลย แม้แต่ทางบ้านแม่เคยไปสอบถามที่สถานทูตเยอรมันที่กรุงเทพฯ ให้ติดต่อสอบถามมหาวิทยาลัยที่ผมเรียน เพราะไม่ได้ข่าวจากผมเลย แต่ทางโน้นก็ให้คำตอบไม่ได้ เขาเองก็พยายามตามหาผมตลอด แต่ตอนที่ผมไปเที่ยวจนเกิดอุบัติเหตุเป็นช่วงปิดภาคเรียน ตอนไปผมก็ไม่ได้บอกใครด้วยว่าจะไปไหน ทำให้ต้องใช้เวลานานหลายเดือน กว่าที่ทางมหาวิทยาลัยจะหาตัวผมพบ”


พราวพรายนึกสงสารวิชชามากก็จริง และแม้จะเชื่อเรื่องที่เขาเล่าไปแล้วเกินครึ่ง แต่เธอก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมเขาไม่พยายามติดต่อเธอทันทีหลังจากหายจากอาการบาดเจ็บที่เขาอ้าง เพราะเขากับเธอขาดการติดต่อกันนานเกือบสองปีแล้ว เขามัวไปทำอะไรอยู่ ก่อนที่จะมาปรากฏตัวในวันนี้ในสภาพที่สมบูรณ์พูนสุขเช่นนี้


“ช่วงที่กลับไปเรียนต่อ ผมก็ยังต้องกลับไปทำกายภาพบำบัดอีกเป็นระยะๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมเครียดมาก พราวรู้ไหมว่าบางช่วงผมต้องนั่งรถเข็นไปเรียนเสียด้วยซ้ำ บางครั้งท้อแท้จนอยากตาย ผมไม่กล้าติดต่อใครทางเมืองไทยเลย ทั้งพ่อแม่และพราว ไม่อยากให้เป็นห่วง ผมตั้งใจแต่เพียงว่าจะรักษาตัวให้กลับมาเดินได้เป็นปกติเหมือนเดิมเสียก่อน ไม่ต้องใช้รถเข็นหรือไม้เท้า ไม่อยากให้พราวหรือใครทางนี้เห็นผมในสภาพกึ่งคนพิการแบบนั้น แล้วอีกอย่างผมอยากจะเรียนให้จบก่อน จึงจะกลับมาหาพราวและทางบ้าน”


หญิงสาวที่นั่งเงียบๆฟังและคิดตามไปด้วยถามว่า “ถ้าวิชชาตั้งใจยังงั้น แล้วทำไมกลับมาตอนนี้ล่ะ ยังไม่จบไม่ใช่เหรอ”


วิชชาพยักหน้า “ใช่ ยังไม่จบ ยังต้องกลับไปเรียนต่ออีกหน่อย ที่กลับมานี่เป็นช่วงปิดภาคเรียนสามเดือน ทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องทุนของผมอยากให้ผมกลับมาเมืองไทย มาแสดงตัวให้ทางบ้านรับรู้ว่าผมยังอยู่ ตอนนี้สบายดีแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง พวกนี้เขารับผิดชอบดีมาก ผมไปเรียนโดยใช้ทุนของเขา เขาจึงรับผิดชอบผมทุกอย่างจนกว่าผมจะเรียนจบกลับบ้าน แม้แต่ค่าตั๋วเครื่องบินมาคราวนี้เขาก็จัดการให้หมด อ้อ..ค่าใช้จ่ายทำเลสิกนี่เขาก็จ่ายให้ เพราะหมอที่โน่นลงความเห็นว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อสายตาผมด้วย เขาก็เลยอนุมัติให้ทำรวมไปด้วยเลย”


ตอนนี้เมื่อได้ฟังคำอธิบายโดยละเอียดจากวิชชาแล้ว พราวพรายก็เชื่อเขาเกือบเต็มร้อย ที่ยังไม่เต็มก็เพราะความเป็นคนขี้ระแวงที่แฝงตัวอยู่ลึกๆ บอกเธอว่าอย่าเพิ่งเชื่อหมด อย่างไรก็ตามตอนนี้หญิงสาวโล่งใจแล้วที่รู้ชัดจากปากของวิชชา ว่าเขาไม่ได้หายเงียบไปเพราะมีผู้หญิงคนใหม่ อย่างที่เธอระแวงมาตลอด


แล้วอยู่ๆวิชชาก็ถามขึ้นมาว่า “พราวเป็นคนสวย คงมีคนมาจีบเยอะแยะใช่ไหม ตอนนี้พราวมีใครเป็นคนพิเศษหรือยัง”

“วิชชาล่ะไปอยู่ที่โน่นตั้งสองสามปี มีแฟนกี่คนแล้ว”หญิงสาวย้อนถามด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“พราวก็รู้ไม่ใช่หรือว่าผมเป็นคนรักเดียวใจเดียว” แม้จะตอบอย่างนั้นแต่เสียงของเขาก็แปร่งไปเล็กน้อย ซึ่งพราวพรายไม่ทันสังเกต “ พราวยังไม่ได้ตอบเลยว่ามีคนพิเศษคนใหม่หรือยัง ผมภาวนาขอให้ยังไม่มี”

พราวพรายพยายามเปลี่ยนเรื่อง “วิชชาจะกลับไปที่โน่นเมื่อไร?”


วิชชาไม่ยอมให้เรื่องหันเหไปทางอื่น เขาตอบในเชิงรุกว่า “ จะกลับเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับพราวคนเดียว บอกตามตรง ผมกลับมาคราวนี้เพราะอยากพบพราว อยากมาเล่าความจริงให้พราวฟัง ให้พราวเป็นคนตัดสินใจว่าเราจะกลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหม” นิ่งสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายอยู่อึดใจก็กล่าวต่อด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยมั่นใจว่า “ถ้าพราวยังไม่มีคนอื่น”


ความเป็นคนตรงไปตรงมาทำให้หญิงสาวบอกเขาไปตามตรงว่า “พราวยังไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ แต่เรื่องที่วิชชาขอให้เรากลับมาคบกันใหม่พราวยังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้ เราไม่ได้พบกันนานเป็นปีๆ อะไรหลายอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว พราวเองก็ยอมรับว่าทำใจเรื่องวิชชาได้มากแล้วไม่อยากจะผลีผลามตกปากรับคำกับใครแล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”


หน้าตาของวิชชาแปรเปลี่ยนไปจากความลังเลไม่แน่ใจ กลายเป็นตื่นเต้นดีใจและมีความหวังขึ้นมาทันที พราวพรายยังไม่ได้ตกลงยินยอมกลับมาคบหากับเขาเหมือนเดิมก็จริง แต่คำพูดเพียงเท่านั้นของเธอก็เพียงพอแล้ว เขาเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องปกติ ที่เธอจะต้องการเวลาคิด ขอเพียงแต่อย่าคิดนานเกินไปนัก เพราะเขามีเวลาอยู่เมืองไทยเพียงสามเดือนเท่านั้น






Create Date : 27 ธันวาคม 2559
Last Update : 30 ธันวาคม 2559 9:59:33 น.
Counter : 884 Pageviews.

25 comments
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: Duke of Irish 1993 (เตยจ๋า ) วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:12:32:26 น.
  
วิ่งมาส่งกำลังใจก่อนจ้า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
อุ้มสี Diarist ดู Blog
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
เจ้าการะเกด Diarist ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Literature Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ปลาแห้งนอกกรอบ Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:15:17:44 น.
  
วิชชานี่ ยังไงกันนะคะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tui Laksi Photo Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Literature Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
sawkitty Diarist ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Topical Blog ดู Blog
wicsir Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:20:35:09 น.
  
จองที่ฝากกำลังใจก่อนนะคะ
ไว้กลับมาอ่านตอนกลางวัน

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
mcayenne94 Music Blog ดู Blog
Tui Laksi Photo Blog ดู Blog
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
mastana Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

นอนหลับฝันดีค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:22:50:08 น.
  
พราวบอกไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ
จริงๆลึกๆ แล้ว เค้ายังรออยุ่นะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
Tui Laksi Photo Blog ดู Blog
ปรัซซี่ Photo Blog ดู Blog
ชมพร About Weblog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 28 ธันวาคม 2559 เวลา:0:16:50 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

แวะมาอ่านต่อค่ะ มาสวัสดีด้วยค่ะ
โดย: Maeboon วันที่: 28 ธันวาคม 2559 เวลา:1:09:18 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
------------------
สวัสดีครับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 28 ธันวาคม 2559 เวลา:8:19:56 น.
  
ขอส่งสคส.สวัสดีปีใหม่ 2560 ล่วงหน้าเลยนะคะ ขอให้ตุ้ยสุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ ชีวิตครอบครัวอบอุ่นมีแต่ความรักความสุขมากๆทั้งปีใหม่และปีต่อๆไปนะคะ^

โดย: mastana วันที่: 28 ธันวาคม 2559 เวลา:16:02:08 น.
  
มาส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ
ขอให้พี่ตุ้ยมีความสุขมากๆในช่วงเทศกาลปีใหม่นะคะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

.........................................

โดย: Sweet_pills วันที่: 29 ธันวาคม 2559 เวลา:16:39:06 น.
  
อ่านเเล้วอยากเป็นพราวพรายจัง อิอิ
สวัสดีปีใหม่ 2560 สุภาพเเข็งเเรง มีควมสุขตลอดไปนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Quel วันที่: 30 ธันวาคม 2559 เวลา:7:36:39 น.
  
เอาละซี้้....ทำไงดี 555

ชวนให้ผมลุ้นอีกแล้ว.....

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ขอบพระคุณครับที่ อวยพรปีใหม่ให้..

ผมก็ขอให้คุณตุ้ย พบความสุข สบาย ร่างกายแข็งแรง เขียนหนังสือ
ได้เยอะ ๆ ตลอดปี 2560 ครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 30 ธันวาคม 2559 เวลา:7:37:38 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
มาสารภาพคุณตุ้ยว่าตอนแรกก็ไม่สนใจเท่าไหร่
แต่ตอนนี้เริ่มติดตามอ่านเรื่องนี้แล้วค่ะ 555

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: หอมกร วันที่: 30 ธันวาคม 2559 เวลา:11:03:51 น.
  
วิชชากลับมา เรื่องราวกำลังเข้มข้นเลยนะคะ

ขอพี่ตุ้ย มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง ในปีใหม่ 2017 ที่จะถึงนี้ค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Topical Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Tristy วันที่: 30 ธันวาคม 2559 เวลา:21:45:17 น.
  
สวัสดีส่งท้ายปีเก่าครับ พี่ตุ้ย
โหวตก่อนครับ
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 30 ธันวาคม 2559 เวลา:23:52:00 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

Happy New Year ค่า
โดย: Close To Heaven วันที่: 31 ธันวาคม 2559 เวลา:20:15:40 น.
  
ขอบคุณพี่ตุ้ยมากค่ะ

ขอพี่ฉลองสนุก ๆ นะคะ สวัสดีปีใหม่อีกครั้งค่ะ

 photo p 6_zps7fnwe8hu.jpg

โดย: Tristy วันที่: 31 ธันวาคม 2559 เวลา:23:33:36 น.
  
เข้ามาสวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ
โดย: Maeboon วันที่: 1 มกราคม 2560 เวลา:1:09:02 น.
  


ปีใหม่นี้ขอให้คุณตุ้ยและครอบครัวมีความสุขมาก ๆ ไม่เจ็บไม่จน
สิ่งร้าย ๆ ก็ขอให้ผ่านไปกับปีเก่า มีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต
คิดอะไรก็ได้อย่างที่หวังและโชคดีตลอดทั้งปี สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ
โดย: haiku วันที่: 1 มกราคม 2560 เวลา:10:27:39 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มกราคม 2560 เวลา:14:02:24 น.
  


สวัสดีปีใหม่ 2017 ค่ะ

ขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดดลบันดาลให้พี่ตุ้ย
ประสบแต่ความสุข สดชื่น มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง
และสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้ตลอดปีนี้นะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 1 มกราคม 2560 เวลา:22:48:57 น.
  
สวัสดีปีใหม่ครับคุณตุ้ย
ขอให้คุณตุ้ยมีความสุข สุขภาพดี ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา มีพลังในการงานตลอดไปครับ
โดย: Insignia_Museum วันที่: 2 มกราคม 2560 เวลา:8:51:46 น.
  



สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ตุ้ย
ขอให้มีความสุข สดชื่น สุขภาพแข็งแรงค่ะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 2 มกราคม 2560 เวลา:21:33:15 น.
  
แอบมาเยี่ยมเยียนคุณตุ้ยค่อนข้างดึก สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยความสุขในปี2560นะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 3 มกราคม 2560 เวลา:23:35:11 น.
  
เเวะเข้ามาสวัสดีปีใหม่ 2017นะคะ
มีความสุข สมใจคิด สุขภาพเเข็งเเรง ร่ำรวยเงินทอง ตลอดปีเเละตลอดไปนะคะ

โดย: Quel วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:1:38:12 น.
  
สวัสดีวันทำงานวันแรกของปี 2560 ครับ พี่ตุ้ย
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:8:24:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]