คนละฟากฟ้า - บทที่ 14








เมื่อพราวพรายออกจากห้องน้ำกลับมาที่โต๊ะก็เห็นนิคนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียว แต่ไม่เห็นคนอื่นๆ หญิงสาวซึ่งกำลังมึนขนาดหนัก ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มต่อรอเพื่อน คิดว่าทั้งสุนิสาและอมราคงอยู่ที่ฟลอร์เต้นรำกับอรรณพและชลธิศ  อีกสักครู่เมื่อพวกเขากลับมาที่โต๊ะเธอจะบอกว่าง่วงนอนอยากกลับบ้านแล้ว แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มีใครกลับเข้ามาเสียที ในที่สุดพราวพรายก็ฟุบหน้าหลับลงไปบนโต๊ะนั่นเอง


ชายหนุ่มที่มองอยู่เงียบๆขยับจะถามพราวพรายหลายครั้งแล้วว่าจะกลับบ้านหรือยัง เขาจะได้พาไปส่งให้หมดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จะได้กลับบ้านไปนอนบ้าง แต่เมื่อเห็นเธอนั่งดื่มไปเรื่อยๆมองออกไปที่ฟลอร์เต้นรำเฉยอยู่ เขาก็นึกว่าเธอกำลังดูคนอื่นเขาเต้นรำกันเพลิน คงยังไม่อยากกลับ หารู้ไม่ว่าพราวพรายรออมราและสุนิสาที่คิดว่ากำลังเต้นรำอยู่แต่ในที่สุดเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งคอพับคออ่อนฟุบโต๊ะหลับไปแล้ว นิคก็เรียกบริกรมาเช็คบิล เพราะเขาเสนอตัวไว้กับอรรณพแล้วว่าจะจ่ายค่าบาร์เอง เนื่องจากอรรณพเป็นคนจ่ายค่าอาหารในตอนเย็นไปแล้ว


ชำระเงินเสร็จชายหนุ่มก็ก้มตัวลงเรียกพราวพราย

“คุณ...คุณ ตื่นได้แล้วจะได้กลับบ้าน”

พรายพราวนิ่งสนิทไม่กระดุกกระดิก นิคขมวดคิ้วนึกในใจว่าหรือเจ้าหล่อนจะเมาหลับไปเหมือนครั้งที่แล้วอีก เขาเลยจับแขนเธอเขย่าโดยแรง ได้ผล...เธอปรือตาขึ้นมองเขา แต่แล้วก็ผลักมือเขาออกไป

“คราย..ครายน่ะ อย่า...อย่ามา...ยุ่งน่า คน..จา..นอน ปาย..ปายห่างๆ” แล้วก็หลับตาลงไปอีก

นิคส่ายหน้าอย่างเอือมๆ  โธ่เอ๊ย...นึกว่าจะเก่งแค่ไหน

“นี่คุณ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ จะมานอนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เดี๋ยวบาร์เขาก็จะปิดแล้ว”

พราวพรายลืมตาขึ้นมาอีก ส่งเสียงดังกว่าเก่าว่า “คราย..น่ะ..ยุ่งจัง” แล้วเหมือนจะจำได้เพราะเธอพูดต่อว่า “อ๋อ..อือ..นึกว่าคราย เจ้า..ฝาหรั่ง..ขี้..เต๊ะ นี่เอง”


คราวนี้พอหญิงสาวฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะอีก นิคก็เลยตัดสินใจรั้งตัวเธอให้ยืนขึ้น พอยืนได้พราวพรายก็เซเข้าหาอกเขาแล้วซุกหน้าอยู่ตรงนั้น  แข้งขาอ่อนจนแทบล้มลงไป ถ้าเขาไม่รีบโอบตัวเธอเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มมองหากระเป๋าถือที่คาดว่าเธอคงมีติดตัวมาด้วย เมื่อพบแล้วก็หนีบเอาไว้ตรงซอกแขน


นิคต้องกึ่งประคองกึ่งลากพราวพรายไปตลอดทาง จนถึงรถที่จอดอยู่ใกล้ประตูทางออก เมื่อเธอยังโซซัดโซเซแข้งขาอ่อนไม่สามารถจะปีนขึ้นรถจิ๊ปได้ เขาก็เลยต้องช้อนร่างส่งเธอขึ้นไปบนรถจนได้อย่างทุลักทุเล แล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักของเธอกับสุนิสา ที่เขาเคยมาแล้วสองสามครั้ง


เมื่อรถมาจอดหน้าประตูบ้านซึ่งมืดสนิท ชายหนุ่มก็เขย่าตัวพราวพราย เพื่อปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากที่นอนฟุบอยู่ แต่พอนึกขึ้นได้ถึงกุญแจบ้านเขาก็คว้ากระเป๋าที่วางไว้ข้างตัวเธอมาเปิดเพื่อหากุญแจ ทั้งๆที่กระเป๋าก็ใบเล็กนิดเดียวแต่เขาก็ยังหากุญแจดอกนั้นไม่เจอ ชักหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆแล้ว ชายหนุ่มเลยเทสิ่งของทั้งหมดในกระเป๋าออกมา แต่ก็ยังไม่พบกุญแจบ้านอยู่ดี มีแต่ลิปสติกและน้ำหอมขวดเล็กๆ ซองบางๆใส่ธนบัตร หวีด้ามเล็กและผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยผืนหนึ่งเท่านั้น


นิคยัดสิ่งของเหล่านั้นกลับลงไปในกระเป๋าใบนั้นตามเดิม นิ่งคิดสักครู่ก็เขย่าตัวพราวพรายอีกที ถามด้วยเสียงห้วนๆว่า “คุณ! คุณ! กุญแจบ้านอยู่ที่ไหน

เมื่อหญิงสาวไม่ตอบและยังไม่ยอมลืมตา เขาก็เลยดึงตัวเธอให้ขึ้นมานั่งพิงเบาะ ใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบบ่าเอาไว้ กันไม่ให้นอนลงไปอีก

“กุญแจบ้านอยู่ไหน

พราวพรายลืมตาขึ้นมอง ตอบด้วยเสียงขุ่นๆว่า “อยู่..นาย..กา..เป๋าไง เซ่อ..จัง”

“มีที่ไหนล่ะ สงสัยจะเอาไปทิ้งที่ไหนเสียแล้ว ยิ่งชุ่ยๆอยู่ด้วย”

คราวนี้หญิงสาวทำท่าเหมือนจะสร่างเมา เธอทำตาเขียวใส่เขา เอื้อมมือมากระชากกระเป๋าออกจากมือเขา ใช้มือควานลงไปหากุญแจอยู่นานก่อนจะส่ายหน้าง่อกแง่กไปมา

“ม่าย..มี... ปาย..หนายเนี่ย”


ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างพยายามระงับอารมณ์ เขาเองก็ง่วงจะแย่อยู่แล้ว เพราะวันนี้ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งประชุมมาทั้งวัน อยากจะกลับบ้านพักผ่อนเต็มทีแล้ว นิคลงจากรถเดินเข้าไปมองที่ประตูบ้านแล้วลองผลักดู เผื่อจะไม่ได้ล้อค แต่ประตูไม่ขยับ ถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรดีกับยายขี้เมาคนนี้ พอนึกขึ้นมาได้ถึงเพื่อนร่วมบ้านของพราวพราย ที่คงจะมีกุญแจเข้าบ้านอีกดอกหนึ่ง เขาเลยเดินกลับไปหาพราวพราย ที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนจะหลับไปอีกแล้ว


“สุนิสามีกุญแจอีกดอกไม่ใช่หรือ ลองโทรหาเขาสิ เผื่อเขาจะมาเปิดให้ “

พราวพรายลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มองนิคด้วยดวงตาที่ขุ่นขวาง

“ ฉันมีโท..รา..ศัพท์ ที่หนายล่ะ อยาก..โทรก็หา..ทางเองสิ ฉันง่วง..จา..แย่..อยู่แล้ว”


ชายหนุ่มถอนใจอีกครั้งเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ หยิบวิทยุรับส่งเครื่องเล็กๆกะทัดรัดออกมาจากกระเป๋ากางเกง พยายามติดต่อกับอรรณพ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา นิคเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือ เห็นว่าขณะนั้นตีหนึ่งครึ่งแล้วก็เลยเลิกติดต่อ คิดว่าป่านนี้อรรณพและสุนิสาคงหลับไปแล้ว


“ตกลงจะเอายังไง” นิคถามอย่างอ่อนใจ “เข้าบ้านไม่ได้แล้วคุณจะไปนอนที่ไหน”

หญิงสาวส่ายหน้าไปมา โบกมือไล่เขา ทำท่าเหมือนจะปีนลงจากรถ

“ปาย..ด้าย..แล้ว ฉานจา..นอน..หน้าบ้าน..นี่แหละ”


นิคยืนท้าวสะเอว มองท่าที่กำลังพยายามจะปีนลงจากรถของพราวพรายอย่างปลงอนิจจัง ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะต้องมาเจอเรื่องบ้าๆอะไรแบบนี้   ไหนใครว่าผู้หญิงไทยเรียบร้อยเป็นเลดี้ไงล่ะ ใครนะบอกเขาว่าผู้หญิงไทยดีๆไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ แล้วยายนี่ล่ะ ผู้หญิงไทยที่ไม่ดีหรือไง เห็นทีไรไม่ทำบ้าก็เมาแอ๋ ยังไม่เห็นอีกอย่างเดียวเท่านั้น คือยังไม่เห็นสูบบุหรี่แต่เขาก็คิดเอาเองว่าปกติเจ้าหล่อนอาจจะทำอยู่แล้วก็ได้ โดยที่เขายังไม่มีโอกาสเห็น


พราวพรายหย่อนขาลงจากรถจิ๊ปทั้งๆที่ยังหลับหูหลับตา ใช้เท้าที่ยังลอยอยู่ในอากาศแกว่งหาพื้นเพื่อยึดเหยียบพาตัวลงจากรถ แต่ก็หาไม่พบเพราะรถจิ๊ปทหารค่อนข้างสูง เมื่อเท้ายังไม่สามารถแตะพื้นได้ หญิงสาวก็เลยปล่อยมือข้างที่จับผ้าใบข้างรถลงมายึดพนักเก้าอี้เอาไว้ เบี่ยงตัวให้เอียงไปข้างหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะกระโดดลงจากรถด้วยวิธีนั้น


ตลอดเวลานั้นนิคยืนมองดูอยู่อย่างอิดหนาระอาใจ ใจหนึ่งก็อยากให้เจ้าหล่อนตกจากรถลงไปที่พื้นถนนเสียให้รู้แล้วรู้รอด จะได้หมดเรื่องหมดราวกันไป เขาก็ทำตามคำพูดที่ให้ไว้กับอรรณพแล้วที่จะพาผู้หญิงคนนี้มาส่งบ้าน ก็มาส่งจนถึงหน้าบ้านแล้วไง ส่วนเรื่องที่ว่าจะเข้าบ้านได้หรือไม่ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาสักหน่อย ใครใช้ให้เจ้าหล่อนไม่เอากุญแจบ้านติดตัวมาด้วย แต่อีกใจหนึ่งก็นึกเวทนาว่าเจ้าหล่อนเมาจนไม่รู้เรื่องอย่างนี้ ถ้าปล่อยไว้นอกบ้านก็คงได้นอนหนาวตากฝนตากน้ำค้าง จนป่วยเป็นนิวโมเนียอยู่แถวประตูนี่ละมัง


ในที่สุดชายหนุ่มก็ไม่มีทางเลือก นอกจากขึ้นรถขับตรงไปที่ที่พักของเขาซึ่งเป็นทางออกที่เขาไม่เต็มใจสักนิด นอกจากไม่เคยพาใครมาที่นี่แล้วเขายังไม่เคยบอกใครเรื่องที่พักแห่งนี้ของเขาด้วย เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว เป็นที่ๆเขาจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองตามลำพัง ผ่อนคลายจากหน้าที่การงานที่นำความเครียดมาให้ตลอดเวลา


ที่พักของนิคเป็นอพาร์ตเมนท์อยู่ชั้นบนสุดของตัวอาคาร ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดสี่ชั้นด้วยกัน โชคดีที่มีลิฟต์ ไม่งั้นเขาคงต้องอุ้มหรือลากเจ้าหล่อนไต่บันไดขึ้นไปอีกเป็นแน่ พอไขกุญแจประตูเข้าไปได้นิคก็ลากแขนพราวพราย พาไปนั่งลงที่เก้าอี้บุนวมหนึ่งในสองตัว ปล่อยให้หญิงสาวนั่งคอพับคออ่อนอยู่ตรงนั้น ส่วนเขาเดินเข้าไปในห้องนอนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร มองไปรอบห้องว่าจะจัดที่นอนให้เธอตรงไหน 


เตียงขนาดห้าฟุตของเขายับยุ่งยู่ยี่ ผ้าปูที่นอนก็ยังไม่มีใครมาเปลี่ยนให้  ปกติพนักงานทำความสะอาดประจำอาคารจะมาทำความสะอาดห้องให้เขา สัปดาห์ละครั้งตามที่ตกลงเอาไว้กับผู้ให้เช่า ส่วนผ้าปูที่นอนจะเปลี่ยนทุกสองสัปดาห์ หรือตามแต่เขาจะสั่ง ปกตินิคไม่ค่อยได้มาใช้อพาร์ตเมนท์แห่งนี้ เพราะส่วนใหญ่เขาทำงานอยู่ในเวียตนาม จะเข้ามาที่หน่วยงานในฐานทัพที่อุบลฯประมาณเดือนละครั้งๆละสามสี่วันเท่านั้น บางเดือนก็ไม่ได้มาเลยด้วยซ้ำ


นิคหยิบผ้านวมผืนหนาจากตู้เสื้อผ้าติดฝา ออกมาปูลงบนพื้นว่างหน้าเตียงนอน แต่ห่างออกไปประมาณสองเมตร หยิบหมอนใบหนึ่งจากเตียงโยนลงไป หาผ้าห่มได้ผืนหนึ่งก็เอาออกมาวางเตรียมไว้ กะว่าจะให้พราวพรายขึ้นไปนอนบนเตียง ส่วนเขาจะนอนบนพื้นห้องตรงนี้ ไม่คิดจะออกไปนอนนอกห้องหรอก ก็ทำไมเขาจะต้องทำถึงขนาดนั้น ที่ยอมนอนกับพื้นให้เจ้าหล่อนนอนบนเตียงของเขา ก็เสียสละมากพออยู่แล้ว เรื่องน่าเกลียดหรือไม่น่าเกลียดน่ะเขาไม่สนใจหรอก ท่าทางเจ้าหล่อนก็ไม่เห็นน่าจะต้องให้เกียรติอะไรนักหนา ดีไม่ดีอาจจะเคยไปเมาที่ไหนแล้วมีคนหิ้วกลับไปบ้านกี่คนแล้วก็ไม่รู้


ระหว่างที่กำลังสาระวนจัดเตรียมที่นอนอยู่ ชายหนุ่มก็ได้ยินเหมือนเสียงคนอาเจียน ดังลอดเข้ามาทางบานประตูที่เปิดแง้มอยู่ พอเข้าใจว่าเสียงนั้นหมายถึงอะไร นิคก็วิ่งออกจากห้อง ทันได้เห็นพราวพรายกำลังโก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย มีเศษอาหารและน้ำกองอยู่บนพื้นห้องสองสามกอง ส่วนเจ้าตัวก็กำลังพยายามปัดอาเจียนของตัวเองที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่บนอกเสื้อและหน้าตัก อย่างชุลมุนวุ่นวาย


ชายหนุ่มตรงเข้าไปดึงร่างของพราวพรายซึ่งยังไม่หยุดอาเจียน ลากเข้าไปในห้องน้ำ ดึงตัวเธอให้นั่งราบลงบนพื้นห้องน้ำติดกับชักโครก เปิดฝาชักโครกขึ้น กดหน้าให้อาเจียนลงไปในชักโครกโดยตรง หญิงสาวอาเจียนอีกสองสามครั้งแล้วก็หยุด ทำท่าสบายขึ้นหลังจากที่ได้อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงแล้ว พอรู้สึกดีขึ้นเธอก็นอนลงไปบนพื้นห้องน้ำ ทั้งๆที่เนื้อตัวยังเปรอะเปื้อนด้วยน้ำและเศษอาหาร ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง


ทั้งๆที่หมั่นไส้จนอยากจะทิ้งพราวพรายให้นอนอยู่ตรงนั้นจนรุ่งเช้า แต่นิคก็อดรนทนไม่ได้ ต้องคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่แขวนอยู่บนราวที่ปกติเขาใช้เช็ดหน้า ชุบน้ำแล้วบิดจนหมาด เช็ดอย่างไม่ปราณีปราศรัยลงไปบนใบหน้าที่แหงนหงายอยู่ จนผ้าขนหนูผืนเล็กในมือเขาเต็มไปด้วยสีต่างๆ ทั้งดำจากคิ้วของเธอ แดงจากลิปสติกและบรัชออน เขียวจากอายแชโดว์ที่เธอพอกเอาไว้ เมื่อลอกเครื่องสำอางที่โปะไว้จนหนาออก นิคก็เห็นใบหน้าสวยใสสะอาดเหมือนเด็กวัยรุ่น โผล่ขึ้นมาแทนใบหน้ากร้านๆเต็มไปด้วยเครื่องสำอางสีฉูดฉาดที่เคยเห็นจนชินตา


มองแล้วชายหนุ่มก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าเจ้าหล่อนจะแต่งหน้าแต่งตาให้ดูแก่กร้านราวกับผู้หญิงนั่งชั่วโมงไปทำไม ในเมื่อของจริงบนใบหน้านั้นงามรับกันไม่มีที่ติ ตั้งแต่คิ้วเข้มทั้งหนาและยาวที่ได้รูปงดงามโดยไม่ต้องพึ่งดินสอเขียนคิ้ว แก้มที่เมื่อครู่ก่อนยังทั้งขาววอกและแดงแจ๊ดด้วยแป้งและบลัชออน กลายเป็นแก้มที่ขาวใสนวลเนียนราวกับหินอ่อน ดวงตาที่เขาเพิ่งสังเกตว่ามีขนตายาวเฟื้อย จมูกโด่งแต่ปลายเชิดขึ้นที่บอกถึงความดึงดื้อถือดี และริมฝีปากอวบเต็มตึงยั่วอารมณ์ แดงระเรื่อด้วยวัยที่เขาคิดว่าไม่น่าจะเกินยี่สิบปี


จัดการกับหน้าตาเสร็จ นิคก็มองเสื้อเชิร์ตตัวใหญ่ยาวสีเปลือกมะนาวที่ตอนนี้เปียกชุ่มและเต็มไปด้วยคราบอาเจียน มองแล้วก็นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรกับมัน หรือจะปล่อยเอาไว้อย่างนี้ เพราะเขาไม่ได้มีเสื้อผ้าผู้หญิงสำรองเอาไว้ให้ใครเปลี่ยน แต่ในที่สุดชายหนุ่มก็เข้าไปเลือกได้เสื้อยืดตัวหนึ่งจากตู้ ต่อจากนั้นก็ลงมือปลดกระดุมเสื้อที่พราวพรายใส่อยู่ออก ไม่สนใจหรอกว่าเธออาจจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วโวยวายว่าเขากำลังจะทำมิดีมิร้าย สกปรกแล้วก็เหม็นออกขนาดนี้ ใครมีอารมณ์ได้ก็บ้าเต็มที แล้วอีกอย่าง...หุ่นเหมือนไม้เสียบผีอย่างนี้จะมีอะไรให้ดูนักหนา


นิคหลับหูหลับตาปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตของพราวพรายออกจนหมด พร้อมที่จะเปลื้องออกจากตัวเธอแล้วเปลี่ยนสวมเสื้อยืดของเขาให้แทน แต่พอลืมตาขึ้นเขาก็ต้องสะดุ้งตกใจ คาดไม่ถึงเลยว่ายายบ้านี่จะทันสมัยตามแฟชั่นถึงขนาดโนบรา มิหนำซ้ำ...สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าอย่างยั่วตาท้าทายคือทรวงอกที่ตึงเต่งเคร่งครัด งามสมบูรณ์ด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวที่ทำให้เขาใจเต้นแรง ไม่อาจถอนสายตาออกไปได้


แต่แล้วเมื่อรู้สึกตัวและสำนึกถึงสภาพไร้สติของหญิงที่นอนอยู่ตรงหน้า นิคก็พลิกตัวพราวพรายให้นอนตะแคงหันหลังให้เขา สอดมือเข้าไปดึงเสื้อออกจากตัวเธอ สวมเสื้อยืดให้แทนอย่างทุลักทุเล ส่วนกางเกงยีนส์นั้นถึงจะเปรอะเปื้อนไปบ้าง แต่เขาก็ไม่กล้าแตะต้องหรือถอดออกจากตัวเธออีกแล้ว กลัวว่าจะเจอโนอันเดอร์แวร์เข้าให้อีก ถ้าถึงตอนนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะควบคุมอารมณ์ได้มากน้อยแค่ไหน ถึงตัวเธอจะเหม็นเสียขนาดนั้นก็เถิด ชายหนุ่มเอาเสื้อที่ถอดออกจากตัวพราวพรายลงแช่น้ำในกาลามังเล็กๆที่มีอยู่ในห้องน้ำ คิดว่าพรุ่งนี้ให้เธอจัดการซักเอาเองก็แล้วกัน หลังจากนั้นก็กึ่งพยุงกึ่งลากร่างของหญิงสาวออกจากห้องน้ำ พาไปที่เตียงนอน


ตอนนี้พราวพรายคงเริ่มรู้สึกตัวเล็กน้อยแล้ว เธอทำเสียงอื้ออ้าเหมือนไม่สบอารมณ์อยู่ในลำคอ แต่นิคไม่สนใจ ยังกึ่งลากกึ่งพยุงเพื่อพาเธอไปส่งที่เตียงนอน แต่ทันทีที่เท้าของพราวพรายสะดุดเข้ากับผ้านวมผืนหนาที่เขาปูไว้ใกล้เตียงสำหรับตัวเอง เธอก็ผลักเขาจนเซไป ทิ้งตัวลงนอนบนผ้านวมผืนนั้นแล้วหลับสนิทไปทันที มีเสียงหายใจแผ่วๆสม่ำเสมอดังออกมา นิคยืนงง นี่เจ้าหล่อนจะเอาอย่างไรกันแน่ อยู่ๆนึกจะนอนตรงไหนก็นอนลงไปเสียเฉยๆอย่างนั้น เขารู้สึกอ่อนใจจนเลิกสนใจแล้ว ดีเหมือนกัน ให้ยายขี้เมานอนตรงนี้แหละ ขี้เกียจลากแล้ว เขาเองก็ทั้งง่วงทั้งเหม็นตัวเอง ที่มีคราบอาเจียนติดอยู่ตามเสื้อผ้า


หลังจากโปะผ้าห่มลงไปบนร่างที่นอนแขนกางขากางของเธอ ชายหนุ่มก็ทำความสะอาดพื้นห้องข้างนอก ที่พราวพรายอาเจียนทิ้งเอาไว้หลายกอง ทำไปก็นึกสงสารตัวเองไปด้วย ที่อยู่ดีๆก็ต้องมาเช็ดอาเจียนของยายขี้เมาคนหนึ่ง หลังจากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำสระผมจนสะอาดหมดกลิ่นต่างๆที่ติดตัวอยู่ ก่อนจะออกจากห้องน้ำโดยมีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันร่างกายท่อนล่างเอาไว้ ด้วยความเกรงใจผู้หญิงที่เมาหลับหมดสติอยู่ในห้องเดียวกับเขา เพราะปกติเขาอยู่คนเดียว จึงมักจะออกจากห้องน้ำด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า นิคสวมกางเกงขายาวตัวหลวมแล้วก็ขึ้นเตียง หลับไปในพริบตาด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ


แต่แล้วประมาณตีสี่ของคืนนั้นเองเขาก็ต้องสะดุ้งตกใจตื่น เมื่อมีร่างของใครคนหนึ่งตะกายขึ้นมาบนเตียง ชายหนุ่มที่นอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าฝา หันมามองว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็พบว่ายายขี้เมานั่นเอง ที่ตอนนี้พึมพำว่า ‘เตียงฉัน เตียงฉัน’ ขาดคำก็ล้มตัวลงนอนใกล้เขานิดเดียว


ขณะที่นิคกำลังนอนตัวแข็งมองเธออย่างตกใจอยู่นั้น พราวพรายก็ตะแคงตัวหันมาทางเขา หน้าต่อหน้าอยู่ห่างกันนิดเดียว แขนข้างหนึ่งของเธอกอดหมับเข้ารอบอกเขา ป่ายขาข้างหนึ่งเอาไว้บนสะโพกเขา อกของเธอกับของเขาแนบสนิทกัน จนนิคสัมผัสได้ถึงความตึงความหยุ่นของมัน ที่ส่งผ่านความนิ่มและบางของเสื้อยืดออกมาปะทะกับอกเปลือยเปล่าของเขา ชายหนุ่มนอนนิ่งเงียบใจเต้นโครมคราม ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่จู่ๆพราวพรายก็ขึ้นมานอนบนเตียงเขา ล้อกตัวเขาเอาไว้ด้วยขากับแขนจนแทบกระดุกกระดิกไม่ได้ แต่ครู่ต่อมาเมื่อความตกใจหมดไป เขาก็เริ่มคิดเหมือนผู้ชายทั่วไปว่าหรือเธอต้องการเขา หรือสัญญาณที่อรรณพส่งให้เขาเป็นเรื่องจริง สัญญาณระหว่างชายต่อชาย ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ยาก สนใจก็ลองดูได้


การกระทำของพราวพรายทำให้นิคเริ่มเชื่อว่า เธอคงเป็นสาวใจแตกที่พร้อมจะมีอะไรกับใครก็ได้ แล้วก็แล้วกันไป เขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ย่อมไม่ปฏิเสธผู้หญิงรักสนุกที่เต็มอกเต็มใจจะมีอะไรกับเขา ถึงขนาดพาตัวเองขึ้นมาเสนอให้เขาถึงบนเตียง เธอส่งสัญญาณโจ่งแจ้งขนาดนี้ ถ้าเขายังทำเฉยเธออาจจะคิดว่าเขาเป็นไอ้งั่งก็ได้ แต่ถึงอย่างไรนิคก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก จำเป็นต้องลองทดสอบดูสักหน่อยก่อน 

คิดแล้วชายหนุ่มก็ค่อยๆชักแขนข้างที่เธอกอดเอาไว้ออก ใช้มันโอบไปรอบตัวเธอ รั้งเธอให้ชิดตัวเขามากขึ้น ผงกตัวขึ้นเล็กน้อย ก้มลงมองดวงหน้าที่อยู่ใกล้หน้าเขานิดเดียว พราวพรายยังหลับอยู่ มีเสียงกรนเบาๆแบบคนเมาผ่านออกมาจากริมฝีปากเย้ายวน ที่เผยอออกจากกันเล็กน้อยราวกับจะชวนเชิญ


นิคทดลองด้วยการจูบเบาๆที่หน้าผาก เห็นเธอยังหลับตานิ่งอยู่เหมือนเดิม ก็จูบไล่ลงไปที่แก้มเปล่งปลั่งเป็นนวลใยนั้น แล้วในที่สุดก็จูบริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา จูบนั้นค่อยทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วทันทีที่ลิ้นเขาควานเข้าไปพบกับลิ้นของเธอ พราวพรายก็เบือนหน้าหลบทั้งๆที่ยังหลับตา ร้องเฮ้อฮ้าอย่างรำคาญออกมา หันหน้าหนีแล้วซุกลงไปที่ซอกคอเขา ศีรษะของเธอทับอยู่บนต้นแขนเขา หลับสนิทส่งเสียงกรนเบาๆต่อไป


ตอนนี้นิคเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น พราวพรายคงยังไม่หายเมา และคงคิดว่านอนอยู่บนเตียงที่บ้านพักของเธอ ส่วนเรื่องที่กอดก่ายเขาเอาไว้จนแนบแน่นนั่นน่ะ ก็เป็นไปได้ว่าเธอคงคิดว่าเขาเป็นหมอนข้างที่เธอคงนอนกอดอยู่ทุกคืนจนชิน พอนึกได้เป็นฉากๆเช่นนี้ ชายหนุ่มก็หมดอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นมาโดยสิ้นเชิง อยากจะหัวเราะดังๆออกมาอีกด้วย เขาพยายามจะดึงแขนขาที่กอดก่ายเขาอยู่ออกแต่ไม่สำเร็จ เพราะเธอไม่ยอมปล่อย มิหนำซ้ำยังทำเสียงเหมือนรำคาญที่ถูกรบกวน ในที่สุดเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้เธอปล่อยเขา นิคก็เลยต้องนอนตะแคงกอดตอบเธอเอาไว้เสียเลย แล้วก็หลับลงไปจนได้เมื่อใกล้สว่าง


แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อประมาณเจ็ดโมงเช้า ด้วยเสียงร้องที่แผดสนั่นอย่างตกใจของพราวพราย พอลืมตาขึ้นอย่างงงๆ นิคก็เห็นหญิงสาวผู้นั้นซึ่งคงหายตกใจจากเสียงของตัวเองแล้ว พยายามกระชากแขนของเขาข้างที่กอดเธอไว้จะให้หลุดจากตัวเธอตอนนี้ขาที่ก่ายกอดเขาอยู่ทั้งคืนหลุดออกไปแล้ว นิครีบลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้นพราวพรายก็โถมตัวเข้าใส่เขาอย่างดุเดือด มือที่มีเล็บแหลมยาวข้างหนึ่งของเธอ ตะกุยเต็มแรงลงไปบนหน้าเขา ชายหนุ่มเจ็บแปลบ ยกมือขึ้นแตะหน้าตัวเองก็พบว่ามีเลือดไหลออกมา เท่านั้นยังไม่พอ..พราวพรายกระชากมือข้างนั้นของเขาออกจากหน้า ใช้ปากกัดเต็มแรงจนเลือดทะลัก


นิคซึ่งหายงงแล้วรีบกระโดดหนีพราวพรายลงจากเตียง เข้าไปไขน้ำก๊อกในอ่างล้างหน้าล้างแผลที่มือที่ถูกกัด ใช้ผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนราวซับจนแห้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง


“เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะ อยู่ๆก็มาอาละวาด” นิคถามอย่างเริ่มโมโห

“ไอ้บ้า ไอ้คนทุเรศ” เธอพูดไปหอบไปด้วยความโกรธ “แก..แก นายพาฉันมาที่นี่ทำไม? นายทำอะไรฉัน


พราวพรายแผดเสียงถาม กระโดดลงจากเตียงวิ่งเข้าใส่นิคอีก ตอนนี้ชายหนุ่มตั้งตัวติดแล้ว พอเธอกระโดดเข้าประชิดตัวเขา เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้า นิคก็จับมือเธอเอาไว้แล้วกระชากจนร่างของเธอผวาเข้าไปปะทะกับหน้าอกเขา เขาล้อกตัวเธอเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายเขาได้ แต่พราวพรายไม่ยอมแพ้ ยกหัวเข่าขึ้นกระแทกเข้าไปที่หว่างขาของเขาอย่างจัง ทำให้นิคต้องปล่อยตัวเธอ งอตัวลง ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด หญิงสาวตามติดด้วยการใช้แขนสองข้างที่เหยียดตรงฝ่ามือประกบกันแน่น ฟันอย่างแรงลงไปบนไหล่ที่ค้อมลงมาของนิค จนเขาต้องสะดุ้งอีกครั้งหนึ่งด้วยความเจ็บปวด


“บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ว่านายทำอะไรฉัน? ถ้าไม่บอกจะเจ็บตัวกว่านี้”

ชายหนุ่มที่ยังยืนตัวงอสองมือเกาะกุมอยู่ตรงกล่องดวงใจ ที่ถูกกระแทกอย่างแรงด้วยเข่าของเธอ เงยหน้าขึ้นมองพราวพรายที่ยืนตระหง่านราวกับแม่เสืออยู่ตรงหน้าอย่างงุนงง สงสัยว่าเธอไปเรียนวิชาต่อสู้ป้องกันตัวมาจากสำนักไหน แล้วเรื่องอะไรจึงมาทำร้ายร่างกายเขาขนาดนี้ เขาไปทำอะไรให้


แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตอบว่าอย่างไรหญิงสาวก็ก้มลงมองเสื้อยืดตัวใหญ่ยาวที่สวมอยู่ แผดเสียงว่า “เสื้อฉันอยู่ไหน?เอาเสื้อฉันไปไว้ที่ไหน นายมาเปลี่ยนเสื้อผ้าฉันทำไม


เห็นท่าทางที่เหมือนแม่เสือสาวของเธอเข้า นิคก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเหมือนยอมแพ้

“นี่คุณ ฟังผมก่อน”

เขาเดินช้าๆอย่างระมัดระวังไปนั่งลงบนเตียง เงยหน้าขึ้นมองพราวพรายที่เดินเข้ามายืนจังก้าอยู่ตรงหน้า เตรียมพร้อมที่จะทำร้ายร่างกายเขาอีก ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล

“ผมไม่ได้ทำอะไรคุณเลย มีแต่คุณที่ทำผม” นิคพยายามทำใจเย็นอธิบาย ทั้งๆที่ใจเริ่มเดือดปุดๆขึ้นมาบ้างแล้ว “เมื่อคืนนี้คุณเมามากหลับพับอยู่ในบาร์นั่นแหละ”

“เดี๋ยวก่อน” พราวพรายร้องขัดขึ้นมา “ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ แอ๋วกับพี่ณพสัญญาว่าจะพาฉันไปส่งบ้าน แล้วทำไมกลายเป็นนายที่พาฉันมาที่นี่”

“เขากลับไปก่อน ตอนที่คุณไปเข้าห้องน้ำ อรรณพจะรีบกลับ เลยขอให้ผมพาคุณไปส่งบ้าน”

“นายก็เลยเล่นตลกพาฉันมาที่นี่ใช่ไหม? ทำไมไม่พาฉันไปส่งบ้าน

“ไปแล้ว ผมพาคุณไปถึงบ้านคุณแล้วแต่เข้าบ้านไม่ได้ ไม่มีกุญแจ”

นิคตอบด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง นึกในใจว่ารู้อย่างนี้ทิ้งเจ้าหล่อนให้นอนหนาวตายอยู่หน้าบ้านเสียก็ดีหรอก ไม่ควรหาเรื่องเลยเรา

“ทำไมจะไม่มี กุญแจก็อยู่ในกระเป๋าถือฉันไง อย่ามาเล่นลูกไม้ตื้นๆ หน่อยเลย”

ชายหนุ่มชักโมโหมากขึ้นเรื่อยๆ “มีที่ไหนล่ะ ผมค้นกระเป๋าคุณแล้ว ไม่มีหรอก ตอนที่คุณมาค้นเองอีกรอบก็ไม่มีเหมือนกัน ถ้าคุณไม่ลืมเอาติดกระเป๋าไปด้วย คุณก็คงทิ้งมันไว้ที่ไหนสักแห่งมั้ง”

พราวพรายนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่เชื่อคำแก้ตัวของเขาหรอก

“แล้วไง ถ้าหากุญแจไม่เจอทำไมไม่ติดต่อพี่ณพล่ะ นายก็รู้นี่ว่าแอ๋วอยู่กับพี่ณพ แอ๋วเขามีกุญแจอีกดอก”

นิคมองหญิงสาวอย่างขวางๆ คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่น

“ทำไมจะไม่ติดต่อ ผมวิทยุไปแล้วแต่อรรณพไม่ตอบกลับ คงจะหลับไปแล้ว ตอนที่ผมวิทยุไปนั่นก็เกือบตีสองแล้วมั้ง คุณจะให้ผมทำยังไงล่ะ ถ้ารู้ว่าจะมีเรื่องบ้าๆแบบนี้ผมคงจะเอาคุณไปโยนทิ้งไว้ข้างถนนแล้วละแทนที่จะพามาที่นี่ ให้ต้องเดือดร้อนเจ็บเนื้อเจ็บตัวแบบนี้”

“แล้วทำไมต้องเปลี่ยนเสื้อให้ฉัน” 

พราวพรายอายจนหน้าแดงที่ต้องถามเช่นนั้น เพราะรู้แน่แก่ใจว่าเจ้าหมอนี่คงเห็นหน้าอกเธอหมดแล้ว ยังสงสัยอยู่แต่ว่ามันทำอะไรมากกว่ามองหรือเปล่า

“จำไม่ได้จริงๆหรือว่าคุณอาเจียนออกมากี่กอง เสื้อของคุณน่ะเปียกโชก มีแต่อาเจียนเต็มไปหมด ถ้าผมไม่เปลี่ยนให้คุณอาจจะเป็นปอดบวมตายก็ได้”

“ที่จริงปล่อยฉันไว้ยังงั้นก็ได้ คงไม่ถึงตายหรอก” แล้วพราวพรายก็กลั้นใจถามว่า  “หรือนายเจตนาจะอนาจารฉัน”

“อนาจารคุณนิคชักงงกับข้อกล่าวหาของเธอ “อนาจารยังไง? ผมแค่ถอดเสื้อคุณออกเอาเสื้อผมใส่ให้แทน ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณจะโนบรา”

พราวพรายร้องกรี๊ด “ไอ้ทุเรศ ไม่ต้องมาวิจารณ์ฉัน ไม่เป็นลูกผู้ชายเสียเลย”


นิคมองท่ากึ่งโมโหกึ่งอายของเธออย่างสะใจ อยากจะบอกเสียด้วยซ้ำว่ามันสวยยั่วใจเสียจนเกือบตบะแตก แต่ก็คิดว่าอย่าดีกว่า แค่นี้เธอก็ซ้อมเขาจนจะน่วมอยู่แล้ว ความจริงเขาจะทำร้ายร่างกายเธอบ้างก็ไม่ยากหรอก ก็เขาเป็นผู้ชาย ร่างกายก็แข็งแรงเพราะฝึกหนักอยู่ทุกวัน ที่ยอมอ่อนข้อให้ก็เพราะเห็นเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆบางๆหรอกนะ แล้วก็รู้ด้วยว่าเธอทั้งโกรธทั้งอาย เขาจึงต้องยอมให้เธอซ้อมได้ซ้อมเอา เผื่อเธอจะหายโกรธหายอายไปได้บ้าง


แต่แล้วนิคก็ทนความหมั่นไส้ไม่ไหว ยั่วต่อว่า “ดีเท่าไหร่แล้ว ที่ผมไม่คิดจะเปลี่ยนกางเกงให้คุณด้วยน่ะ” เขาทำหน้ายิ้มเยาะ “ที่ไม่ได้ทำก็เพราะกลัวว่า คุณจะโนอันเดอร์แวร์อีกน่ะสิ”


พอได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็ร้องกรี๊ดออกมาทันที เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บแค้นแสนอาย ไอ้เจ้าบ้านี่มันนึกว่ามันเป็นใคร วิเศษมาจากไหน ถึงได้มาตั้งหน้าตั้งตาวิพากษ์วิจารณ์เธอแบบนี้





Create Date : 09 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2559 13:38:09 น.
Counter : 604 Pageviews.

26 comments
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tui Laksi Travel Blog ดู Blog
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

อุ๊ย ๆ ๆ มาคนแรกเลย เย้
มาอ่านเรื่องสนุกค่าาา
โดย: Close To Heaven วันที่: 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา:14:30:44 น.
  
มาส่งกำลังใจครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
drymodajoe Home & Garden Blog ดู Blog
Close To Heaven Travel Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา:18:15:28 น.
  
กำลังสนุก จบตอนซะแล้ว

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา:18:16:39 น.
  
มาทักทายและส่งกำลังใจค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ไม่ต้องหวานซึ้ง...ก็นึ่งได้ Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา:19:04:40 น.
  
5555555 ตามอ่านมาหลายตอนแล้วค่ะ
ตอนนี้สนุกที่สุด มีสีสันมากค่ะ อิอิ
โดย: หนอนแว่นตาโต IP: 182.232.119.103 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา:20:45:42 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
นี่แหละโทษของน้ำเมาชัดๆ เลยค่ะคุณตุ้ย

โดย: หอมกร วันที่: 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:01:48 น.
  
มาอ่านต่อค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ตุ๊กจ้ะ Hobby Blog ดู Blog
บ้านต้นคูน Food Blog ดู Blog

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse IP: 192.95.30.51 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:2:28:03 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ สบายดีนะครับพี่ เชืยงใหม่เป็นจะไดฝ่องครับ มาทานกาแฟยามเช้าไหมครับ
โดย: หนี่งหน่อง วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:5:29:17 น.
  
สวัสดีค่ะ

ตอนนี้ไม่ชอบพราวเลยค่ะ ทำตัวเป็นเมรีขี้เมา

นี่ถ้านิคไม่ใช่สุภาพบุรุษพอ พราวจะเหลืออะไรคะนี่

ตัวเองเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ ที่ดื่มจนเมามายขนาดไม่รู้เรื่อง

ยังไปทำร้ายนิคเข้าให้อีก

อยากจะรู้จริงๆว่าจะมีเหตุการณ์อะไรทำให้สองคนนี้มองกันและกันในแง่ดีขึ้นมาบ้าง

เท่าที่ติดตามมา ถ้าไม่เป็นเพราะพราวมีอคติกับนิคตั้งแต่แรกพบกันก็คงไม่เป็นแบบนี้

แต่สำหรับนิค ทุกครั้งที่เจอพราวก็ให้บังเอิญพบในแง่มุมที่พาให้คิดไปในแง่ไม่ดีจริงๆ แต่ขนาดที่คิดว่าพราวเป็นผู้หญิงไม่ดี นิคก็ยังเป็นสุภาพบุรุษที่สุดในโลก แมนจริงๆอะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:33:11 น.
  
คุณรุ้งแต่งกลอนได้เก่งมากๆ อ่านแล้วซาบซึ้งค่ะ>>>>>ขอบคุณค่ะ
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:35:06 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

แปะไว้ก่อน นิคกลับมาอ่านค่ะพี่ตุ้ย
ช่วงนี้เงียบๆกันไป เพราะบรรยากาศยังโศกเศร้า
และช่วงปลายปีงานเยอะกันด้วยค่ะพี่
ขอบคุณที่แวะทักทายกันนะคะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:46:21 น.
  
ตอนนี้สนุกมากเลยค่ะพี่ตุ้ย
ตอนอยู่บนเตียงนี่อ่านไปลุ้นไป ฟินนนจิกหมอนไปเลยค่ะ อิอิ
แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรนะคะ นิคเป็นผู้ชายที่ใช้ได้เลยค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Hobby Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ขอบคุณที่แวะชมดอกไม้ค่ะพี่ตุ้ย



โดย: mambymam วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:54:20 น.
  
555 พราวนี่ออกแนวขี้เซาเลยนะคะเนี่ย
ไม่ยอมลุกง่ายๆซะแล้ว น่ารุกจุง

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนผ่านทางมาเจอ Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: จี๊ดจ๊าด (บ้านต้นคูน ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:02:18 น.
  
มาอ่านตั้งเมื่อวานแล้วค่ะ
วันนี้ส่งกำลังใจก่อนนะคะ ง่วงแล้ว

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
mcayenne94 Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:16:31 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
__________________________________
ฝันดีนะครับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:1:53:38 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

-------------------------------

เริ่มสนุกแล้วค่ะ มีสีสันขึ้นเยอะเลย
ไม่ชอบนางเอกขี้เมาเหมือนกันค่ะ ... สงสารนิคจัง 555
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:13:27:14 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Technology Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


แวะมาส่งกำลังใจในตอนเกือบดึกค่า แอบย่องมา อิ อิ
โดย: mariabamboo วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:35:13 น.
  
แวะมาก่อนนอนค่ะพี่ตุ้ย

ยังไม่มีแววเค้าจะญาติดีกันเลยนะคะคู่นี้



บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
sawkitty Photo Blog ดู Blog
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
บ้านต้นคูน Food Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Book Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


ขอบคุณค่ะพี่ตุ้ย

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:42:09 น.
  
ได้เครืีองสำอางมากบ้างค่ะพี่้ตุ้ยแต่ไม่เท่าของเล่นน้องโม
อิ อิ
โดย: mariabamboo วันที่: 12 พฤศจิกายน 2559 เวลา:5:53:51 น.
  
ตอนนี้สนุกดีค่ะ อ่านไปลุ้นไป อิอิ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Hobby Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
Close To Heaven Travel Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 13 พฤศจิกายน 2559 เวลา:12:23:47 น.
  
กรนเสียก่อน ถถถถถถ ^^ เซ็งเบยยย

================

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Art Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Food Blog ดู Blog
ALDI Klaibann Blog ดู Blog
แมวเซาผู้น่าสงสาร Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2559 เวลา:20:42:04 น.
  
มาส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 14 พฤศจิกายน 2559 เวลา:3:44:09 น.
  
สวัสดีครับคุณตุ้ย
ฉากนี้เผ็ดร้อนถึงพริกถึงขิงจริงๆ แต่ตอนสร่างเมาแล้วเท่านั้น
ตอนเมานี่ ผู้หญิงน่าจะเมาชนิดลืมสติ ทำให้เผยจุดอ่อน
ธรรมชาติของสตรี นี่น่าจะจริงนะครับ

ปล. ผมมักจะเก็บสะสมของเล็กๆไม่เปลืองเนื้อที่ และเพื่อการค้นคว้าหาที่มาที่ไป จึงดูเหมือนไม่ค่อจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยครับ

โหวต Literature Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 14 พฤศจิกายน 2559 เวลา:20:18:07 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
 
ผู้เขียน Blog
หมวดเนื้อหา
Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด
Literature Blog
ดู Blog

สนุกดีค่ะ ขอบคุณมากที่ไปาะประตูบ้าน อ่านไปยิ้มไปค่ะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
โดย: Maeboon วันที่: 15 พฤศจิกายน 2559 เวลา:23:54:28 น.
  
ขอบคุณค่ะคุณตุ้ย รออยู่นะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 16 พฤศจิกายน 2559 เวลา:8:13:13 น.
  
มาส่งกำลังใจให้ก่อนนะคร้าคนเก่ง
งานเขียนแนวโรแมนติก น่ารักๆดีคร้า...

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Art Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: Tui Laksi วันที่: 16 พฤศจิกายน 2559 เวลา:17:32:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
พฤศจิกายน 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
9 พฤศจิกายน 2559
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]