คนละฟากฟ้า - บทที่ 12


แล้วในที่สุดพราวพรายก็จำใจต้องนั่งรถคู่กับนิค ออกไปจากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนแห่งนั้นในเวลาประมาณหกโมงเย็น ชลธิศพยายามคะยั้นคะยอให้คนทั้งสองทานอาหารเย็นให้เรียบร้อยก่อนจะออกเดินทาง แต่นิคซึ่งคงจะเห็นอาการกระสับกระส่ายของพราวพรายปฎิเสธ

“อย่าดีกว่า เดี๋ยวจะดึกเกินไป”

“ไม่หิวกันหรือไง กว่าจะถึงบ้านอีกหลายชั่วโมงนะ” ชลธิศท้วง

นิคเหลือบมองพราวพรายแวบหนึ่ง เขาเห็นแววกังวลในดวงตาของเธอ

“ไม่เป็นไร ถ้าหิวก็แวะร้านอาหารกลางทางได้ ไม่ต้องห่วง”


รถจิ๊ปทหารคันนั้นวิ่งเรื่อยๆไปตามถนนดินลูกรังสีแดง ในรถมีแต่ความเงียบเพราะไม่มีใครปริปากพูดอะไร พราวพรายเมินหน้าออกไปข้างทาง ราวกับสนใจภูมิประเทศแถวนั้นเสียเต็มประดา ส่วนคนขับก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปเรื่อยๆด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เหมือนไม่เคยพบปะพูดจามีเรื่องมีราวกันมาก่อน ไม่เคยร่วมทางไปเที่ยวโขงเจียมเมื่อไม่นานมานี้ ฝ่ายหนึ่งคิดถึงงานที่จะต้องเอากลับไปทำต่อที่ที่พักให้เสร็จในคืนนี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้นอนทั้งคืนเลยก็ได้ เพราะเป็นงานด่วนที่จะต้องนำเสนอต่อหน่วยเหนือในเช้าวันรุ่งขึ้น จะได้กลับหน่วยของเขาในเวียตนามต่อไป ในขณะที่อีกฝ่ายคิดถึงเสื้อผ้าที่ซักตากไว้ตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับถึงบ้านก็คงปาเข้าไปหลายทุ่ม เพราะขณะนี้ก็เริ่มค่ำแล้ว เสื้อผ้าพวกนั้นอาจจะเปียกน้ำค้างหรือโชกฝนจนต้องซักใหม่เสียละมัง


ความจริงตอนแรกนิคคิดจะค้างกับชลธิศที่กองร้อย เพราะจะต้องช่วยกันทำงานชิ้นนั้นให้เสร็จ จุดประสงค์หลักคือนำข้อมูลของแต่ละฝ่าย มาเปรียบเทียบและปรึกษาหารือกันก่อนที่จะสรุปออกมา แต่เมื่อชลธิศมาขอให้เขาค้างเพื่อช่วยแยกพราวพรายออกไปจากอมรา แถมยังพูดในทำนองจะเปิดโอกาสให้เขากับยายหัวฟูคนนั้นสานสัมพันธ์กัน เพราะเธอไม่หวงเนื้อหวงตัวเหมือนผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ เขาจึงจำเป็นต้องล้มเลิกดวามตั้งใจที่จะค้างที่นั่นเพื่อทำงานกับชลธิศให้เสร็จ


นิคไม่ใช่คนที่จะมีอะไรกับผู้หญิงคนใดก็ได้ เพียงเพราะกิตติศัพท์ความง่ายของเธอจากปากผู้ชายบางคน ยิ่งพราวพรายเป็นลูกน้องของจอห์นคนที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของบิดาเขา และเขารู้จักนับถือมานาน นิคยิ่งไม่อยากจะเอาตัวเข้าไปพัวพัน ร่วมอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ชายของเจ้าหล่อน แม้จะยังไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่กับเรื่องราวต่างๆของเธอที่ได้ ยินมา แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ถึงคำพังเพยที่ว่า ‘ไม่มีไฟก็ย่อมไม่มีควัน’


ความจริงเรื่องที่เธอคบหากับพวกทหารชั้นประทวนผิวดำ นิคเองก็เคยเห็นพราวพรายกับทหารพวกนั้นหลายครั้งเหมือนกัน แต่เท่าที่เห็นก็ไม่น่าจะมีอะไรมากมายอย่างที่อรรณพพูด ก็คงแค่เพื่อนฝูงธรรมดาที่ถูกอัธยาศัยกันเท่านั้น การที่หญิงชายคบหาไปไหนต่อไหนด้วยกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดในสังคมตะวันตกของเขา แต่ที่นี่นิคไม่แน่ใจ มันอาจจะดูน่าเกลียดในสายตาของคนไทยก็ได้


คิดไปคิดมาแล้วชายหนุ่มก็ยักไหล่ ไม่ใช่ธุระอะไรของเขาสักหน่อย เธอจะมีพฤติกรรมอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเขาสักนิด เพราะเขาไม่เคยคิดจะจีบเธอ ตอนนี้เขาเพียงแต่รำคาญสีหน้าที่ปั้นปึ่ง และการไม่ยอมพูดยอมจาตามมารยาทอันควรของเธอ ทั้งๆที่ตอนแรกที่ขับรถออกมาจากค่ายใหม่ๆ เขาก็พยายามชวนเธอพูดคุยเรื่องทั่วๆไปตามมารยาท เพราะนั่งรถกันมาแค่สองคนเท่านั้น แต่เธอก็ตอบเขาแบบเสียไม่ได้ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ทำท่าเหมือนเขาเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ไม่สมควรจะเสวนาด้วย เหมือนตอนไปเที่ยวที่โขงเจียมไม่มีผิด


หลังจากนั่งกันมาในรถได้เพียงครึ่งทาง ที่จะออกไปสู่ปากทางแยกเพื่อขึ้นถนนใหญ่ อยู่ๆจิ๊ปคันที่แล่นมาดีๆก็มีอันกระตุกเป็นจังหวะ แล้วในที่สุดเครื่องก็ดับเอาดื้อๆ คนขับพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ มีเสียงเหมือนเครื่องติดอยู่สองสามวินาที แล้วก็กระตุกดับไปอีก นิคลองสตาร์ทอีกครั้งคราวนี้มีเสียงแพรดๆ แต่เครื่องไม่ติด ชายหนุ่มสบถอะไรออกมาสองสามคำ คว้าไฟฉายที่ซุกอยู่ตรงไหนสักแห่งหนึ่งใกล้ตัว กระโดดลงจากรถ ตรงเข้าไปเปิดหน้าหม้อรถ เช็คอะไรต่ออะไรง่วนอยู่ครู่เดียวก็เดินกลับมาที่รถ ชะโงกเข้ามาสำรวจมาตรวัดต่างๆบนหน้าปัทม์แล้วก็ถอนใจยาว


หลังจากนั้นพราวพรายเห็นเขาคว้าวิทยุสื่อสาร ที่เสียบอยู่แถวเอวออกมา ถอยออกห่างจากรถ พูดติดต่อไปที่ใดที่หนึ่งอยู่ประมาณสองนาที เก็บวิทยุเข้าที่แล้วเดินไกลออกไป หญิงสาวมองตามไป เห็นเขาควักบุหรี่ออกมาจุดสูบ แสงจากปลายบุหรี่แดงวาบๆอยู่ในความมืด


พราวพรายไม่รู้ว่ารถเป็นอะไรและนิคพูดวิทยุกับใครที่ไหน เธอได้แต่นั่งรอด้วยความกังวล เหลียวมองไปรอบตัวก็เห็นแต่ความมืด ดงไม้ทึบที่อยู่ใกล้ถนนก็ดูมืดทะมึนน่าสะพรึงกลัว หญิงสาวนั่งรออยู่ในรถอย่างกระสับกระส่าย ตาก็คอยมองหาเพื่อนร่วมทางที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายไปไหน เขาคงจะสูบบุหรี่หมดมวนและโยนทิ้งไปแล้ว เพราะตอนนี้เธอไม่เห็นแสงจากปลายบุหรี่ของเขา


ขณะที่กำลังพยายามทำใจให้สงบ คิดว่าไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวสักหน่อย ก็แค่ความมืดและความเงียบเท่านั้น พราวพรายก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงสนั่นเหมือนเสียงปืน ยิงติดต่อกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มาจากที่ใดที่หนึ่งห่างออกไป ความตกใจกลัวที่พุ่งปราดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้หญิงสาวรีบปีนลงจากรถด้วยแข้งขาที่สั่นเทา คิดว่าจะไปตามหานิค อย่างน้อยก็ยังมีเขาเป็นเพื่อน อาจจะเป็นพวกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็ได้ไม่ใช่หรือ เธอแปลข่าวเกี่ยวกับพวกนี้มามาก รู้ว่าในเขตใกล้ชายแดนอย่างนี้มักมีเหตุการณ์ที่พวกผู้ก่อการร้าย เข้าซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่บ่อยๆ ว่าได้หรือพวกมันอาจจะโผล่มาตรงนี้เมื่อไรก็ได้


แต่พอเดินห่างจากรถออกไปได้เพียงสิบกว่าก้าว ก็มีเสียงขุ่นๆของผู้ชายคนนั้นดังขึ้นใกล้ๆ 

“ลงมาทำไม

หญิงสาวหันขวับไปตามเสียงด้วยความดีใจ แม้จะรู้สึกขัดหูอยู่บ้างกับความห้วนของน้ำเสียงนั้น ละล่ำละลักถามเขาว่า “เมื่อตะกี้เสียงปืนไม่ใช่หรือ

“รู้เหมือนกันหรือว่าเสียงปืน”เสียงของเขาเหมือนเยาะ

“อ้าว ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ดังซะขนาดนั้น หรือคุณไม่รู้ พวกผกค.หรือเปล่า”

อีกฝ่ายยักไหล่ไม่มีท่าทางสะดุ้งสะเทือน “กลัวมากหรือไง”

แม้จะกำลังกลัว แต่พราวพรายก็ชักรู้สึกโกรธกับคำถามของเขา

“แน่ละ ฉันยังไม่อยากตายนี่ ว่าแต่คุณมีปืนติดรถมาบ้างหรือเปล่า ถ้าไอ้พวกที่ยิงปืนโผล่มาตรงนี้จะทำยังไง”

“ไม่เห็นจะต้องทำยังไงเลย แค่อยู่เฉยๆก็พอแล้ว หรือคุณมีอะไรจะแนะนำ"

หญิงสาวรู้สึกว่าคำพูดยอกย้อนของเขา ช่างกวนประสาทเสียเหลือเกิน

“เอ๊ะ พูดบ้าๆ ฉันจะมีอะไรไปแนะนำคุณได้ล่ะ คุณต้องคิดเอาเองสิว่าควรจะทำยังไง หรือไม่คิดจะทำอะไรเลย อยู่เฉยๆงอมืองอเท้ายอมให้มันฆ่า เป็นทหารได้ยังไง อย่าลืมนะว่าฉันมากับคุณๆก็มีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครองฉันด้วย จริงไหม”

เธอโหวกเหวกกล่าวหาเขา โดยไม่สังเกตเห็นแววตาขำๆของเขาที่มองเธออยู่ เพราะบริเวณนั้นค่อนข้างมืด

“เก่งนี่ รู้ว่าเป็นเสียงปืน แล้วรู้ไหมว่ามันยิงกันตรงไหน”

“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คงแถวๆนี้แหละ”

“ไม่ต้องกลัวจนเกินเหตุไปนักหรอก เสียงปืนนั่นอยู่ห่างจากตรงนี้หลายกิโล ข้ามเข้าไปในเขตลาวโน่น ถ้ามันจะมาที่นี่จริงก็คงต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ มันยิงปืนก่อกวนเข้ามาในเขตไทยแบบนี้เกือบทุกคืนอยู่แล้ว ที่คุณได้ยินน่ะเสียงปืนใหญ่ รู้จักไหมล่ะ ปืนใหญ่น่ะ”

หน้าของพราวพรายร้อนผ่าว รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก เจ้าหมอนี่คงกำลังหัวเราะเยาะเธออยู่แน่ๆ แต่ก็แข็งใจโต้ตอบเขาออกไป

“รู้จักสิ แปลข่าวอยู่ทุกวัน ทำไมจะไม่รู้ล่ะ”

“แล้วหูคุณกะระยะไม่ถูกหรือไง ว่ามันอยู่ใกล้ไกลแค่ไหน”

เสียงเยาะๆของเขาทำให้พราวพรายโกรธมากขึ้น แต่ก็พยายามข่มใจ

“ไม่เห็นจำเป็นต้องรู้ถึงขนาดนั้นเลย ฉันไม่ใช่ทหารหรือตำรวจ” พอนึกถึงเรื่องรถขึ้นมาได้ เธอก็รีบเปลี่ยนเรื่อง “ รถเป็นอะไรน่ะ อยู่ๆเครื่องก็ดับเสียเฉยๆ”

“ถ้ารู้ว่าเป็นอะไรแล้วคุณจะช่วยแก้ช่วยซ่อมให้ได้หรือไง”

เสียงเยาะๆนั่นทำให้พราวพรายนึกโกรธมากยิ่งขึ้น แต่ก็พยายามข่มใจ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องพึ่งเขาอยู่ดี 

“ฉันซ่อมไม่เป็นหรอก ไม่ใช่ช่าง แล้วคุณล่ะ ซ่อมรถเป็นหรือเปล่า เป็นผู้ชายน่าจะซ่อมเป็นนะ ถ้ารถไม่ได้เป็นอะไรมาก”

เขาไม่ตอบ มองเธอด้วยสายตาขุ่นๆ ที่แม้จะมืดแต่พราวพรายก็พอมองเห็นจากแสงแปลบปลาบบนท้องฟ้า ที่ก้อนเมฆดำมืดกำลังรวมตัวกันแล้วลอยลงต่ำลมก็เริ่มพัดแรงขึ้น

“เมื่อกี้คุณวิทยุไปตามช่างเหรอ”

พราวพรายถามอีกเพราะอยากรู้ บอกตัวเองว่าทำไมจะถามไม่ได้ ในเมื่อเธอก็ตกอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยเหมือนกัน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อยากพูดด้วยก็ตาม

อีกฝ่ายนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อยว่า“อีกสักครู่บ็อบจะให้ลูกน้องเอาน้ำมันรถมาเติมให้”

พราวพรายแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นึกโมโหขึ้นมาทันที 

“น้ำมันหมดเหรอ? นี่แปลว่าคุณขับรถโดยไม่เช็คน้ำมันเลยเหรอ เป็นไปได้ไง”

“นี่คุณ อย่าดีแต่วิจารณ์ ไอ้เกน้ำมันรถคันนี้มันเสียมานานแล้ว ยังไม่ได้ซ่อม เมื่อเช้าผมก็เติมน้ำมันไปบ้างแล้ว แต่อาจจะน้อยไปหน่อย เห็นคุณกระสับกระส่ายอยากจะรีบกลับ อารามรีบ ผมก็เลยลืมนึกถึงเรื่องน้ำมัน”


แล้วนิคก็นึกขึ้นมาได้ว่าที่เขาลืมก็เพราะไม่ได้คิดว่าจะกลับวันนี้ คิดว่าจะเติมน้ำมันวันรุ่งขึ้นก่อนกลับ หลังเสร็จงานกับชลธิศ ยายบ้านี่ทีเดียวที่ทำให้เขาต้องยกเลิกแผนเดิม รีบร้อนที่จะพาเจ้าหล่อนกลับก่อนที่จะเปลี่ยนใจยอมค้างที่ค่าย ซึ่งอาจจะทำให้ชลธิศได้โอกาส ที่จะยัดเยียดให้เขาช่วยดูแลเจ้าหล่อน ก็ไอ้คำว่า ‘ดูแล ‘ นี่ไม่ใช่หรือที่ทำให้เขาต้องรีบร้อนจนลืมเรื่องเติมน้ำมันรถไปเสียสนิท


อารมณ์หมั่นไส้ที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้เขาพาลต่อ

“แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณจะต้องวิ่งตามแพตตี้มาถึงนี่ล่ะ ไม่รู้อะไรเลยหรือไง”

พราวพรายรู้สึกงง ทำไมเขาต้องทำเสียงขุ่นและตั้งคำถามที่เธอไม่เข้าใจด้วย เป็นความผิดของเขาเองไม่ใช่หรือที่ไม่รอบคอบ ไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองแล้วยังมาทำพูดจาไม่เข้าท่าอีก

“อ้าว..ก็เพื่อนฉันเขาอยากมาหาแฟนเขา แต่ไม่กล้าขับรถมาคนเดียวตั้งไกลนี่ เขาขอร้อง ฉันก็ต้องช่วยเขาสิ หรือคุณเป็นคนใจดำ ไม่เคยคิดจะช่วยใครเลย”

“ถามจริงๆเถอะ คุณไม่รู้หรือไงว่าเพื่อนคุณเขาจะมาค้างกับแฟนเขา” นิคทำเสียงเยาะ เหมือนรู้ทันว่าเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้

“บ้า” หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจที่เขาพูดเหมือนดูถูกเพื่อนเธอ “ แพตตี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะค้างที่นี่สักหน่อย ก็พี่บ็อบเพิ่งชวนเขาไม่ใช่หรือ”

อีกฝ่ายหัวเราะหึหึอยู่ในลำคอ “คุณอายุเท่าไหร่กันเนี่ย ทำเหมือนไร้เดียงสาไม่รู้อะไรเลย นั่งรถมาด้วยกันตั้งหลายชั่วโมง ไม่เห็นกระเป๋าค้างคืนของเพื่อนคุณหรือไง”

ก่อนจะขึ้นรถมาด้วยกันตอนที่พราวพรายขอตัวไปเข้าห้องน้ำ นิคเห็นอมราเดินไปที่รถ เปิดท้ายรถหยิบกระเป๋าค้างคืนใบกะทัดรัดออกมา แล้วรีบนำเข้าไปเก็บในบ้าน

แม้จะมืดจนมองแทบไม่เห็นหน้ากัน แต่พราวพรายก็เชื่อว่าชายหนุ่มผู้นั้น คงกำลังแสยะยิ้มเยาะเธอ เดาได้จากสุ้มเสียงของเขานั่นแหละ

“ไม่มีหรอกไอ้กระเป๋าค้างคืนที่คุณว่าน่ะ คุณเห็นเพื่อนฉันเป็นผู้หญิงแบบไหน จะได้วิ่งโร่เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้ามาค้างกับผู้ชาย” อารามจะปกป้องเพื่อน ทำให้พราวพรายลืมเรื่องระหว่างอรรณพกับสุนิสาไปเสียสนิท

นิคหัวเราะออกมาทันที “เอาเถอะเลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้ว เรื่องของใครก็เรื่องของมัน เอาเป็นว่าผมเชื่อแล้วละว่าคุณเป็นคนซื่อ” พูดจบเขาก็เดินกลับไปที่รถ


พราวพรายมองตามหลังเขาไปอย่างเจ็บใจ หนอย..มาทำพูดจายอกย้อน ผู้ชายอะไรนิสัยแย่มาก นอกจากจะพูดจาเหมือนดูหมิ่นอมราแล้ว ยังมาทำประชดประชันว่าเธอทำเป็นซื่อ เอ๊ะ...หรือเจ้าหมอนี่จะหมายความว่าเธอโง่ แม้จะกำลังนึกเดือดดาลกับคำพูดของนิค แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าขณะนี้เธอยืนอยู่คนเดียวในความมืด และฝนก็ทำท่าเหมือนจะตกลงมาในไม่ช้า หญิงสาวก็รีบวิ่งตามไปที่รถ เห็นเขานั่งอยู่ตรงที่คนขับ เอนศีรษะลงพิงพนัก ทำท่าเหมือนจะนอน พราวพรายก็รีบปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ข้างเขา


“ตามมาทำไมอีกล่ะ” นิคขยับลุกขึ้นนั่งตัวตรง

“อ้าว แล้วคุณล่ะมาทำไม ถามโง่ๆ” เป็นทีของเธอบ้างละ “ใครจะไปยืนบ้าอยู่คนเดียวล่ะ อยู่บนรถเนี่ยอย่างน้อยก็ได้นั่ง จริงไหม”

“งั้นเชิญคุณนั่งให้สบายไปคนเดียวเถอะ”

พูดจบเขาก็กระโดดลงจากรถ ไม่อยากนั่งเหมือนซุ่มทำอะไรอยู่กับเธอสองคนหรอก หมั่นไส้เสียจนพาลคิดกลัวจะเสียชื่อ ถ้าใครมาเห็นเข้า ไม่ใช่ชื่อของเธอหรอก..ชื่อของเขาต่างหาก

“อ้าว...จะไปไหนอีกล่ะ บ้าจัง”หญิงสาวโวยวาย กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว

พอเห็นเธอทำท่าเหมือนจะปีนลงจากรถตามเขามาอีก นิคก็หันมาบอกว่า“อยู่บนรถนั่นแหละดีแล้ว ไม่ต้องลงมาหรอก ไม่รู้หรือไงว่าแถวนี้งูชุม”

พราวพรายชะงักทันที ชักขาที่ยื่นออกมานอกรถกลับเข้าไปในรถตามเดิม ตาละห้อยมองตามหลังนิคที่เดินหายไปในความมืด บ้าที่สุด...ไม่รู้หรือไงว่าเธอน่ะกลัวทั้งงูกลัวทั้งความมืด ส่วนอันตรายจากผู้ก่อการร้ายนั่นน่ะไม่ต้องพูดหรอก กลัวที่สุดอยู่แล้ว


หญิงสาวนั่งกระสับกระส่ายเหลียวซ้ายแลขวาอยู่คนเดียว ภาวนาให้รถที่จะเอาน้ำมันมาเติมให้มาเสียที จะได้ออกเดินทางกันต่อ ฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา ผสมกับลมแรงที่พัดกรรโชกมาเป็นระยะ ทำให้รู้สึกหนาวมากขึ้น เมื่อรอแล้วรอเล่านิคก็ไม่กลับมาเสียที ในที่สุดพราวพรายซึ่งทนความหนาวจากแรงลมไม่ไหว ก็ปีนไปทางด้านหลังรถ ลงนอนซุกอยู่บนเบาะ รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย เพราะลมที่พัดผ่านมาพัดเลยตัวเธอไป


ในที่สุดเมื่อฝนเริ่มหนาเม็ดขึ้นนิคก็กลับมาที่รถ พอไม่เห็นผู้หญิงที่ควรจะนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ ก็ตกใจ นึกโมโหขึ้นมาทันที เจ้าหล่อนคงแอบปีนลงจากรถหายไปไหนแล้ว ป่านนี้คงเปียกฝนจนโชกแล้วละมัง เดี๋ยวก็จะมาเป็นภาระให้เขาอีกหรอก นั่งโมโหอยู่ครู่หนึ่งก็หันไปมองที่เบาะหลัง แล้วก็ถอนใจยาวอย่างโล่งอก ผู้หญิงคนนั้นหลับไปแล้วและคงจะหนาว เขาเห็นเธอนอนตะแคงตัว เข่าสองข้างงอขึ้นไปเกือบถึงอก แขนสองข้างประสานกันแน่นอยู่กลางอก มองแล้วชายหนุ่มก็รู้สึกเวทนา ความจริงเธอยังเหมือนเด็กๆอยู่เลย ดูท่านอนขดอย่างนั้นก็รู้แล้ว ไม่เหลือท่าหญิงสาวผู้กร้านโลกย์ตามที่เคยได้ยินมาสักนิด นิคนึกถึงเสื้อวอร์มตัวหนาของเขา ที่ใส่ถุงพลาสติค ซุกไว้ใต้เบาะที่นั่งข้างคนขับขึ้นมาได้ ก็หยิบมากางออก ก่อนจะชะโงกตัวเข้าไปใช้เสื้อตัวนั้นคลุมร่างของพราวพรายเอาไว้


หลังจากฝนซาลงไม่นาน ในที่สุดรถปิ๊คอัพจากค่ายตชด. ก็มาถึง ตำรวจที่ติดรถมาด้วยช่วยพลขับหิ้วถังน้ำมันขนาดไม่ใหญ่นักมาที่รถของนิค เติมน้ำมันใส่รถจิ๊ป พูดอะไรกับนิคสองสามคำก็ขึ้นรถขับย้อนกลับไป หลังจากที่รอดูจนแน่ใจแล้วว่ารถจิ๊ปสตาร์ท ติดตลอดเวลาดังกล่าวพราวพรายนอนหลับสนิท มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เมื่อมีเสียงเรียก


“นี่..คุณ ตื่นก่อน ลุกขึ้นมากินอะไรก่อน เดี๋ยวค่อยนอนต่อ”

หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นนั่ง พอมองเห็นแสงไฟสว่างก็ดีใจ

“ถึงอุบลฯแล้วเหรอ

“ยังหรอก เพิ่งถึงตัวอำเภอเขมราฐ เกือบสามทุ่มแล้ว ผมหิว ลงมาหาอะไรกินกันก่อน”


นิคตอบห้วนๆ ลงจากรถเดินเข้าไปในร้านอาหารเล็กๆริมถนน ไม่สนใจว่าเธอจะตามลงมาหรือไม่ พราวพรายผลักเสื้อที่คลุมตัวอยู่ออก ปีนลงจากรถตามเข้าไปนั่งที่โต๊ะตัวเดียวกับเขา ตอนนี้เธอเพิ่งรู้ตัวว่าหิวและอยากเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่พราวพรายเข้าห้องน้ำ นิคก็สั่งอาหาร เมื่อเธอกลับมาที่โต๊ะก็เห็นอาหารสามอย่างมีไข่เจียว ผักบุ้งไฟแดง หมูทอดกระเทียมพริกไทยและข้าวต้มร้อนๆสองสามถ้วยวางรออยู่แล้ว


นิคเลื่อนถ้วยข้าวต้มมาให้ตรงหน้าเธอ ก่อนจะก้มหน้าก้มตารับประทานอย่างหิวจัด ในขณะที่หญิงสาวรีๆรอๆ ไม่กล้าบอกว่าเธอไม่ชอบข้าวต้มทุกชนิด ข้าวในถ้วยของนิคหมดไปครึ่งถ้วยแล้ว เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม


“อ้าว..ทำไมไม่กิน หรือไม่หิว อีกเกือบสองชั่วโมงนะกว่าจะถึงบ้าน หรือไม่ชอบกับข้าว ถ้าไม่ชอบก็สั่งใหม่สิ”

“ฉันไม่ชอบข้าวต้ม”พราวพรายอ้อมแอ้มบอกเขา

ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที ถามด้วยเสียงเหมือนรำคาญว่า “แล้วจะกินอะไร

อยากกินอะไรก็สั่งเอาเองแล้วกัน” 

พูดจบเขาก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไป จนข้าวต้มหมดไปสองถ้วย

หญิงสาวหันไปบอกคนขายอาหารให้นำข้าวสวยมาให้ เมื่อข้าวมาถึงเธอก็รีบตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว กลัวเขาจะหาว่าเรื่องมากอีก

“คุณไม่กินใช่ไหม ข้าวต้มถ้วยนั้นน่ะ” ชายหนุ่มถาม

“ไม่หรอก คุณจะเอาใช่ไหม”

เธอส่งถ้วยข้าวต้มให้เขา นึกนินทาอยู่ในใจว่ากินจุชะมัด มิน่าตัวใหญ่ยังกับยักษ์


พอรับประทานอาหารเสร็จเห็นน้ำดื่มสองขวดที่อยู่บนโต๊ะ พราวพรายก็หยิบมาขวดหนึ่ง แกะพลาสติกที่หุ้มฝาขวดออก เปิดฝายกขึ้นดื่ม ความที่อยากจะเอาใจเขาบ้าง เพราะวันนี้ก็รบกวนเขามามากแล้ว เธอก็เลยทำเป็นใจดีหยิบขวดของเขามาเปิดให้ วางมันลงไปใกล้ๆถ้วยข้าวต้มของเขา นิคเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนเอื้อมมือมาหยิบน้ำขวดนั้นยกขึ้นดื่ม

เห็นเขาทำท่าเหมือนอิ่มแล้ว พราวพรายก็รีบก้มลงหยิบสตางค์ในกระเป๋า ตั้งใจว่าจะขอออกค่าอาหารมื้อนี้เอง เพราะรู้สึกเกรงใจที่ทำตัวเป็นภาระให้เขามาตลอด แต่พอเธอบุ้ยใบ้เรียกเด็กให้มาเก็บเงิน ก็ได้ยินเสียงขุ่นๆของเขาดังขึ้น

“นั่นคุณจะทำอะไร”

“ก็..จ่ายค่าอาหารไง”

“ไม่ต้อง ผมจ่ายเอง” เสียงของเขาขุ่นกว่าเก่าสองเท่า

“งั้นให้ฉันช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งได้ไหม”

“ไม่ต้อง” คราวนี้ความขุ่นของเสียงคูณสาม

นิคควักเงินออกส่งให้เด็กเสิร์ฟหลังจากรู้ราคาอาหาร ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำโดยไม่พูดไม่จา เมื่อกลับมาขึ้นรถอีกครั้งหนึ่ง พราวพรายก็ปีนขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ

ชายหนุ่มสตาร์ทรถแล้วถามว่า “ไม่ไปนอนข้างหลังหรือ หลับก็ได้นะ ถึงบ้านคุณแล้วผมจะปลุก” เสียงของเขาปกติ ไม่ขุ่นคลั่กเหมือนก่อนหน้านั้น

พราวพรายส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ละ ไม่ง่วงแล้ว”

ตอนนี้เมื่ออยู่บนถนนหลวงซึ่งราบเรียบ นิคก็เร่งความเร็วของรถขึ้น ทำให้ลมที่ปะทะกับรถและตัวเธอแรงขึ้น พราวพรายยกมือขึ้นกอดอกเพราะรู้สึกหนาว

นิคหันมามองเธอแวบหนึ่งบอกห้วนๆว่า “เอาเสื้อข้างหลังโน่นมาใส่เสียสิ  ลมทั้งเย็นทั้งแรง เดี๋ยวจะไม่สบาย”

หญิงสาวชะโงกตัวไปด้านหลัง คว้าเสื้อวอร์มตัวใหญ่ที่คลุมอยู่บนตัวเธอเมื่อครู่นี้มาสวม มันทั้งใหญ่ทั้งหนาแต่ก็ทำให้เธอหายหนาวเป็นปลิดทิ้ง

อีกเกือบสองชั่วโมงต่อมานิคก็จอดรถส่งพราวพรายที่หน้าบ้านพักซึ่งมืดมิด เธอกล่าวคำขอบคุณเขาก่อนจะกระโดดลงจากรถ ทำท่าเหมือนจะวิ่งไปที่ประตูเข้าบ้าน

“เดี๋ยวก่อน”

พราวพรายหันไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มผู้นั้นเดินตามมา นึกตกใจว่าเขาลงจากรถทำไม น่าจะกลับไปได้แล้ว หญิงสาวหยิบกุญแจบ้านออกมาไขประตู

“คุณกลับได้แล้วละ ขอบคุณมาก”

“รออยู่ตรงนี้ก่อน”

พูดจบนิคก็ผลักประตูให้เปิดออก เอื้อมมือไปกดสวิชต์ไฟข้างประตู ทำให้ห้องนั้นสว่างไสวขึ้นมาทันใด

พราวพรายไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไรเมื่อเขาบอกเธอว่า “ผมจะเข้าไปดูในบ้านหน่อย คุณทิ้งบ้านไปทั้งวัน ไฟก็ไม่ได้เปิดทิ้งไว้ ควรระวังไว้ก่อน”

หญิงสาวเห็นเขาเดินเข้าไปชะโงกดูห้องของเธอและสุนิสารวมทั้งเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดูจนทั่ว แล้วเดินกลับมาหาเธอที่ยืนมองเขาอย่างงงๆ แต่ในที่สุดก็เข้าใจ

“เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติ คุณเข้าบ้านแล้วก็ล็อกเสียอย่าออกมาข้างนอกอีก ดึกมากแล้ว”

อีกฝ่ายอึกอัก เพราะถึงอย่างไรก็ต้องออกมาเก็บผ้าที่ตากทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าอยู่ดี

นิคคงสงสัยในสีหน้าท่าทางของเธอ “ทำไม มีอะไรหรือ”

“เอ้อ..ฉันต้องไปเก็บผ้าที่ตากไว้หลังบ้านก่อน”

“งั้นหรือ” ชายหนุ่มทำท่าคิด “งั้นก็รีบไปเก็บเสียสิ ผมจะรออยู่ตรงนี้”

หลังจากที่พราวพรายหอบผ้าที่เก็บจากราวเข้าไปวางในบ้านแล้วนิคก็บอกเธอว่า “เข้าบ้านเถอะ ผมจะไปแล้ว”

“ขอบคุณมากนะ”

พราวพรายรู้สึกประทับใจกับความห่วงใยของเขามาก นึกในใจว่า ‘ความจริงเจ้านิคนี่ก็ใช้ได้หรอก เป็นสุภาพบุรุษกับเขาเหมือนกัน’ แถมยังคิดว่าต่อไปจะทำดีกับเขาสักหน่อย แต่แล้วเสียงที่ลอยมากระทบหู ก่อนที่จิ๊ปคันนั้นจะแล่นออกไปจากหน้าบ้าน ก็ทำให้ความคิดในแง่ดีต่อผู้ชายคนนั้นมลายหายวับไปทันที

“ไม่ต้องขอบใจผมหรอก ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ อย่าเข้าใจผิด ผู้ชายก็ต้องทำแบบนี้ทุกคน เป็นแค่มารยาทอย่างหนึ่งเท่านั้น”

รถคันนั้นหายลับตาไปแล้วทิ้งพราวพรายให้เต้นเป็นเจ้าเข้าอยู่คนเดียว

‘หนอยแน่ะ..พูดดีด้วยไม่ได้ ที่เจ้านี่พูดน่ะหมายความว่าไง เอ๊ะ..มันพูดยังกับกลัวเราจะคิดว่าที่ทำดีกับเราเป็นพิเศษเพราะชอบเราหรือไง ไอ้บ้าเอ๊ย...ผู้หญิงคนไหนคิดยังงั้นกับนายก็บ้าแล้วละ หน้าก็หงิกพูดจาก็เหมือนมะนาวไม่มีน้ำ เชอะ..พบกันอีกเมื่อไหร่จะไม่มองหน้ามันเลย’พราวพรายคิดอย่างเจ็บใจ

เมื่อก้มลงมองตัวเองเห็นยังใส่เสื้อของเขาอยู่ ก็รีบถอดออกจากตัว โยนโครมลงไปบนพื้น แล้วใช้เท้าเตะจนกระเด็นไปกองอยู่ตรงมุมห้องตั้งใจเอาไว้เลยว่าจะแกล้งไม่ส่งคืนเสียเฉยๆ ใครจะทำไม ไม่ได้อยากได้หรอกจะโยนทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ดีไม่ดีจะเอาทิ้งถังขยะเสียด้วยซ้ำ


 

 

 

 

 




Create Date : 16 ตุลาคม 2559
Last Update : 16 ตุลาคม 2559 0:28:54 น.
Counter : 671 Pageviews.

22 comments
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย


ปอมมาส่งกำลังใจในวันหยุดนะคะพี่


ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: กาปอมซ่า วันที่: 16 ตุลาคม 2559 เวลา:13:16:44 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: mariabamboo วันที่: 16 ตุลาคม 2559 เวลา:14:11:05 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 16 ตุลาคม 2559 เวลา:19:22:20 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
สวัสดีค่ะคุณตุ้ย ยังไม่ได้อัพบล็อกเลยค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 17 ตุลาคม 2559 เวลา:9:24:10 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชีริว Diarist ดู Blog
lovereason Topical Blog ดู Blog
kae+aoe Topical Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
กาบริเอล Diarist ดู Blog
mariabamboo Travel Blog ดู Blog
Raizin Heart Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 17 ตุลาคม 2559 เวลา:20:28:38 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

กำลังสนุก...ครับคุณตุ้ย
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 ตุลาคม 2559 เวลา:21:12:25 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 18 ตุลาคม 2559 เวลา:16:19:39 น.
  
มาอ่านตอนที่แล้วเมื่อวันที่ 15 ค่ะ
15-10-2016
ดอยสะเก็ด Literature Blog

วันนี้อ่านตอนนี้ เรื่องราวเริ่มเข้ารูปเข้าเรื่องนะคะ
หลายตอนที่แล้วตามไปทัวร์เยอะเลย ก็สนุก
ไปอีกแบบ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
kae+aoe Topical Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 18 ตุลาคม 2559 เวลา:19:16:09 น.
  
กำลังสนุกเลยค่ะ พระเอกนางเอกทันกันดี

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
Close To Heaven Diarist ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
เจ้าการะเกด Diarist ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
อุ้มสี Photo Blog ดู Blog
AppleWi Craft Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 18 ตุลาคม 2559 เวลา:22:21:51 น.
  
มาส่งกำลังใจค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse วันที่: 19 ตุลาคม 2559 เวลา:6:38:03 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

---------------------------------

ชีวิตเริ่มมีสีสันแล้วนะคะ
แรก ๆ ไม่ถูกกันอย่างนี้แหละ อิอิ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 19 ตุลาคม 2559 เวลา:10:30:01 น.
  
มาอ่านต่อค่ะ

ขอไม่เม้นท์นะคะ

แต่ยังติดตามเรื่องนิคกับพราวอยู่นะคะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 19 ตุลาคม 2559 เวลา:11:00:02 น.
  
ขอบคุณคะพี่ตุ้ยที่ส่งกำลังใจให้หนู
ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับเลยคะ
แวะมาให้กำลังใจพี่ตุ้ยเช่นกันคะ
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Mitsubachi วันที่: 19 ตุลาคม 2559 เวลา:19:23:59 น.
  

แวะมาส่งกำลังใจค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
เตยจ๋า Topical Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 19 ตุลาคม 2559 เวลา:23:53:26 น.
  

โหวต literatureค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: พรไม้หอม วันที่: 20 ตุลาคม 2559 เวลา:13:10:01 น.
  
สวัสดีค่ะ

รุ้งเพิ่งได้อัพบล๊อกถวายความอาลัยค่ะ

เชิญไปร่วมถวายความอาลัยนะคะ



โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 20 ตุลาคม 2559 เวลา:20:52:26 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
หอมกร Movie Blog ดู Blog
Close To Heaven Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 21 ตุลาคม 2559 เวลา:21:36:34 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

อ่านจบแล้วค่ะ น่ารักจัง พออ่านแล้วก็คิดถึงสมัยเป็นสาวชอบอ่านนิยายหวานแหววแบบนี้แหละแล้วก็ฝันละเมอว่าจะมีชายหนุ่มแบบนี้มาตกหลุมมั่ง..อิ อิ สุดท้ายก็ได้เจอมิเชล ก๊ากกก

ขอบคุณนะคะ ตอนหน้าอย่าลืมมาเรียกอีกนะ
โดย: Maeboon วันที่: 22 ตุลาคม 2559 เวลา:11:49:47 น.
  
แพรวพราย เป้นตัวละครที่นาจับตาให้เด่นๆ ได้เลยค่า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
phunsud Food Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
กิ่งฟ้า Literature Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Diarist ดู Blog
Tui Laksi Sports Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 22 ตุลาคม 2559 เวลา:23:09:28 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tui Laksi Sports Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
toor36 Education Blog ดู Blog
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
Tristy Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: Close To Heaven วันที่: 24 ตุลาคม 2559 เวลา:23:52:39 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ คุณยาย คุณย่า หน้าตาสดใสค่ะ ใกล้เดินได้แล้วค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 25 ตุลาคม 2559 เวลา:15:05:38 น.
  
อรพิมไม่หอมค่ะ คุณตุ้ย
ได้แต่ขาว แล้วยังไม่หอมอีกเนอะ

รอตอนต่อไปนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 25 ตุลาคม 2559 เวลา:21:09:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]