ขอให้ได้บ่น

อัตลักษณ์และตัวตนของฉัน คือ  "ขอให้ได้บ่น"

 


               

 



 



        First   หลายคนที่กำลังเรียนปริญญาโทหรือปริญญาเอกไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามอาจมีคำบ่นที่เหมือนๆกันคือ 100% บ่นว่า  "ทำไมยากจัง"  "ไม่น่าเรียนเลย"  "ทำไมงานเยอะยังงี้ละ"  "เหนื่อยจังเริ่มท้อแล้วนะ"  และ..อยากลาออก  ...... และอีกหลายล้านคำบ่นที่ยากจะคัดสรรค์  ซึ่งเราเองก็บ่นแบบนี้อยู่เป็นประจำโดยเฉพาะคำบ่นสุดท้าย  บ่นไปบ่นมาแม่งก็ไม่ลาออกอย่างที่บ่นซ้ากกกกที  ไม่รู้เป็นยังไง บ่นจนจบคอร์สเวิคไปละก็ยังจะบ่นอยู่  ทำไงได้ละ..ถ้าไม่บ่นมันออกมาบ้างก็คงจะอึดอัดตายไปนานแล้ว  เฮ้อ .. เซ็งจิต 


        Second  นอกจากคำบ่นที่แสนจะป่าวดายแล้ว  ยังต้องมาเจอกับคำบ่นของอาจารย์เกือบทู้กกกกคนที่ต้องบ่นงานของนักศึกษาอยู่เป็นประจำ (ซึ่งคำบ่นที่มาจากอาจารย์หนูก็ขอน้อมรับไว้โดยดีไม่มีการโต้ตอบแต่อย่างใด)  เพราะคำบ่นของจารย์นี่แหละที่ทำให้พวกหนูมีวันนี้  (อ้อ..พูดถึงอาจารย์ขอนินหน่อยนะ)  ไม่น่าเชื่อว่าในม.ของเรายังมีอาจารย์หลายท่านที่ยังยึดติดอยู่ในระบบลูกรักลูกชังอยู่  ซึ่งระบบนี้ทำยังไงก็ไม่สามารถที่จะล้มล้างไปจากการศึกษาของเมืองไทยไปได้  โดยเฉพาะที่คณะของเราเอง  (บอกได้คำเดียวว่ายากกกกส์)   โดนมากับตัวเจอมากับตากับอาจารย์ท่านหนึ่ง (เอ้ะ..หรือมีอีกหลายท่านวะ)  มีนักศึกษาในห้องหลายคนบ่นเหมือนกันและอยากถามอาจารย์ท่านนี้ว่า..การศึกษาก็สูง  เงินเดือนก็สูง  แต่ทำไมยังทำพฤติกรรมแบบนี้อยู่  การศึกษาจากเมืองนอกมันไม่สามารถช่วยทำให้คุณเป็นคนได้บ้างเลยเหรอ  รู้ว่าอาจารย์ชอบคนประจบเอาใจ เลียแข้งเลียขา  ซึ่งก็มีนักศึกษาคนหนึ่งที่ทำแบบนี้กับอาจารย์  จนอาจารย์ก็ให้ A ทุกครั้งจนกลายเป็นมาตรฐานในห้อง  ทำให้นักศึกษาในห้องหมดสิทธิ์ที่จะได้ A ไปโดยปริยาย แต่พวกเราส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้ เพราะพวกเราไม่ได้มีสันดานแบบนี้มาโดยกำเนิด พวกเราเลยไม่เคยได้ A จากอาจารย์  เรานึกว่าการมาเรียนโทแล้วจะไม่เจอกับปัญหานี้แล้วนะ  แม่งยังมีอยู่อีกอะคนประเภทนี้  ไม่ยุติธรรมสิ้นดี  เซ็งง่าววว "-"   แต่ยังไงก็ขอบคุณมหาลัยเป็นอย่างสูงที่สอนให้เป็นคนที่ทันคน  และสอนให้รู้จักคนหลายๆประเภท  เพราะคนเรามีทั้งใส่หน้ากากและไม่ใส่หน้ากาก..ยากนักที่จะดูออก  


         Finally  ท้ายที่สุดที่อยากจะบ่นก็คือ  อยากพูดคำว่า "(กู)จบแล้วโว้ยยย" เร็วๆจัง (ปล.อยากไปให้พ้นจากที่นี่ซะที)  ซึ่งแน่นอน..เราเองก็อยากเป็นหนึ่งคนที่ได้พูดคำๆนี้ออกมา  แต่มันคงอีกยาวไกลและนานแสนนานกว่าเราจะได้พูดคำๆนี้  เพราะอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่กำลังรอเราอยู่ก็คือ  "การเสนอและสอบหัวข้อ"  ซึ่งมันเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่และชิ้นแรกที่เรากับเพื่อนๆจะต้องเจอและฝ่าฟันมันไปให้ได้  เพราะถ้าเราผ่านพ้นมันไปได้เราก็จะสบายละ (รึเป่าวะ..เงอะๆๆๆ "-")  สาตุ๊..ขอให้ลูกจ๊างโจ๊บเร็วๆเต๊อะ

 



 



         ท้ายที่สุดแล้วบางครั้งคนเราจะอยู่ได้ก็เพราะกำลังใจนี่แหละ  ถึงแม้มันจะไม่มากมายแต่ถ้ามันมีอยู่เรื่อยๆมันก็สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตของเราให้ก้าวเดินต่อไปได้ 

 



 




 



                                                                       

 



                                                                     

 



                                                                     

 



                                                                          






Free TextEditor


Create Date : 02 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2553 17:36:34 น. 2 comments
Counter : 170 Pageviews.

 
นาฬิกาน่ารักๆๆ
ขอโค้ดมั่งๆๆๆๆๆ
ฮี่ๆๆ


โดย: oramoreaim วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:58:20 น.  

 
ขอด้วยๆๆ

หนูอยากได้


โดย: น้องแห้งตาตี่ (asilike ) วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:40:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

suputcharin
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Free Clock
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add suputcharin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.