มีนาคม 2553

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
จ่าเพียร...............วีรบุรุษในดวงใจ




เมื่อพูดถึง คนชายขอบ หรือ ภาษา อังกฤษใช้คำว่า : marginal people ; marginalisation ซึ่งเรามักมองไปถึง บุคคลหรือกลุ่มคนที่สังคมไม่สนใจเหลียวแล ถูกทิ้งขว้างแปลกแยกจากสังคมกระแสหลัก เช่น ชาวเขา ชนกลุ่มน้อย ผู้หญิงขายบริการ กลุ่มรักเพศเดียวกัน หรือคนพิการ

นอกจากนี้ คนชายขอบยังรวมถึงผู้ที่ถูกปฏิเสธโดยสังคมส่วนใหญ่ เช่น ในห้องเรียน ถ้าบังเอิญเราเรียนไม่เก่ง แต่เพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นคนเรียนเก่งแทบทั้งหมด เราก็อาจจะกลายเป็นคนชายขอบได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น กาลเทศะ (space/time) จึงไม่ใช่แค่คนที่อยู่ชายขอบแบบที่อยู่ตามชายแดนระหว่างประเทศ เท่านั้น แต่หมายถึงคนที่ถูกคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นคนส่วนน้อยหรือไม่มีอำนาจในสังคม

จากคำนิยามดังกล่าว คำว่าชายขอบก็สามารถเปรียบเทียบกับจ่าเพียร ได้เหมือนกัน (ผู้เขียนเรียกเขาตอนที่ทำงานที่สถานีตำรวจจะนะช่วงสั้นๆ) เพราะเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่และถูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ ่(ส่วนใหญ่) มองไม่เห็นค่า

จ่าเพียรคือหนึ่งในวีรบุรุษของตำรวจไทยหรือปัจจุบันถึงแม้เขาได้เลื่อนยศเป็นพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญาช่วงข้ามคืนแต่ไม่มีโอกาสใช้ตำแหน่ง

การเสียชีวิตเพราะถูกลอบวางระเบิดระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ทำให้ประเด็นการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง เพราะ ท่าน เพิ่งออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตร (รองผบก.-สว.) ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.กันตัง จ.ตรัง ตามที่ร้องขอกับผู้บังคับบัญชาเอาไว้ว่าต้องการพักผ่อนในช่วง 18 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ

แหล่งข่าว จากสถาบันข่าวอิศราระบุว่า "ท่าน ไปถามนาย (ผู้บังคับบัญชา) นายก็บอกว่าทำเต็มที่แล้ว กระทั่งมีการตรวจสอบกันภายหลังและได้ข้อมูลว่า นักการเมืองคนหนึ่งที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเป็นคนเปลี่ยนโผ ซึ่งนายกฯอาจจะไม่ทราบ แต่จุดนี้เองที่ทำให้ ท่าน ตัดสินใจนำข้อมูลไปร้องเรียนกับนายกฯโดยตรงที่ทำเนียบรัฐบาล และพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียนซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผบก.- สว. กล่าวว่า การเสียชีวิตของท่าน แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของงานด้านการบริหารบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งไม่มีความเป็นธรรม ปล่อยให้ตำรวจบางนายอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมนานเกินไป ทั้งๆ ที่การสับเปลี่ยนบุคลากรเป็นเรื่องธรรมดาและสมควรกระทำในห้วงเวลาที่เหมาะสม"

สภาพของท่านก็เหมือนกับข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่ว่าทหาร หรือตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยทั่วไป ซึ่งเปรียบเสมือนกับชายขอบในสังคมไทยดีๆ นั้นเอง

ตามทฤษฎีของฟูโก้ หรือที่รู้จักในนามมิเชล ฟูโก้ เป็นนักปรัชญาประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ในต้นศรรตวรรษที่ 20 ได้อธิบาย โครงสร้างทางประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงผ่านรูป "วาทกรรม" และที่สำคัญวาทกรรมนั้นจะทรงพลานุภาพจะต้องเข้าสู่กระบวนการสถาปนา อำนาจ ในการสร้างชุดความรู้ขึ้นมา สิ่งเหล่านี้คือ สัจจะ ในปริบททางสังคม

ยกตัวอย่างกรณีของคนจนมิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเขาเหล่านั้นจน แต่เกิดขึ้นมีกลุ่มบุคคลที่อ้างชุดความรู้หนึ่งในการจัดนิยาม ความจน และสถาปนาชุดความรู้เหล่านั้นโดยแบ่งแยก คนจน และคนรวย ซึ่งมีลักณาการที่ต่างกัน เขาจึงมิได้จนโดยธรรมชาติ แต่กระบวนการทำให้กลายเป็น คนจน ขึ้นอยู่กับอำนาจทางสังคมนั้นๆ

คำว่า วัฒนธรรมราษฎ์ กับวัฒนธรรมหลวง หรือวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมรอง โลกทัศน์แบบจัดจำแนกประเภทจากการสร้างชุดวาทกรรมขึ้นมาจึงมีสารัตถะสำคัญที่ว่า ใครพูด มากกว่าที่จะบอกว่า เขาพูดอะไร เราจึงเลือกที่จะเชื่อ วาทกรรม จากบุคคลที่มีอำนาจของการสถาปนาชุดความรู้มากกว่าที่จะเข้าใจว่า ความหมายที่แท้จริงคืออะไรนั่นเอง

ข้าราชการชั้นผู้น้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นกันเป็นการสถาปนาชุดความรู้ที่เรียกว่า วาทกรรม ซึ่งเอื้อประโยชน์การสร้างความชอบธรรมในสังคมเพื่อประโยชน์ ต่อการกดขี่ปกครอง หรือระเบียบไว้ควบคุม

ข้าราชการชั้นผู้น้อยจึงเป็นผู้ไร้อำนาจซึ่งมิอาจต้านทานพลานุภาพเพราะมันเป็นเสียงที่ไม่ดังพอ เพราะไม่ใช่เจ้าของผู้จัดวางตำแหน่ง เหมือนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากส่วนกลาง ซึ่งไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง และตามพฤตินัยเขาคือ พลเมืองชั้นสอง เพียงเพราะพวกเขามีอำนาจที่จะต่อสู้เรียกร้องที่เบาบางกว่ากลุ่มชนหลักจากส่วนกลางหรือแม้กระทั่งนักการเมืองระดับบิ๊กใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี พวกเขาจึงถูกเอารัดเอาเปรียบในหลายด้าน และยังขาดโอกาสที่จะได้รับความเสมอภาคและความเท่าเทียมในสังคม

ผู้เขียนรวมทั้งคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ซึ่งมี นางอังคณา นีละไพจิตร เป็นประธาน ขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ พล.ต.อ.สมเพียร และผู้บริสุทธิ์ทุกคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะเดียวกันขอให้รัฐบาลเยียวยาแก่ครอบครัว พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ทั้งด้านจิตใจและความยุติธรรมโดยเท่าเทียมกับผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบทุกคน

สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดขอให้รัฐบาลเร่งรัดให้มีการปฏิรูปองค์กรตำรวจ โดยเน้นการกระจายอำนาจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติงานและรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ สมศักดิ์ศรี ปราศจากการแทรกแซงใดๆพร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่รัฐยึดหลักนิติธรรมและสันติวิธีเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง โดยอดทน อดกลั้นต่อการยั่วยุต่างๆ อีกทั้งควรให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นเพื่อสร้างความปรองดอง และนำความสงบสุขสันติให้คืนกลับสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด


ประวัติ

พ.ต.อ.สมเพียร เกิดที่จังหวัดสงขลา จบการศึกษาจาก โรงเรียนตำรวจภูธร 9 จังหวัดยะลา เมื่อพ.ศ. 2513 เริ่มต้นชีวิตรับราชการตำรวจที่ สภอ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งในขณะนั้น พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเคลื่อนไหวของขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน ทำให้ภาครัฐต้องระดมสรรพกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง เข้าไปแย่งชิงมวลชน และดูแลความสงบเรียบร้อย หลายครั้งที่เกิดการปะทะ ทำให้มีการสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่าย เคยต่อกรกับกลุ่มที่ยืนตรงข้ามกับรัฐแทบทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เคยผ่านการยิงปะทะมาแล้วนับร้อยครั้ง และเคยถูกยิงถูกลอบวางระเบิดได้รับบาดเจ็บถึง 8 ครั้ง

เมื่อปี พ.ศ. 2519 จ.ส.ต.สมเพียรเปิดฉากยิงปะทะกับขบวนการของ กลุ่มนายลาเตะ เจาะปันตัง ที่จับตัวตำรวจและครอบครัวไปเรียกค่าไถ่ที่เทือกเขาเจาะปันตัง อำเภอบันนังสตา ผลจากการปะทะเขาถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาซ้ายและหน้าอก ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกส่งรักษาตัว รพ.ศูนย์ยะลา และจากการปะทะในครั้งนี้ทำให้ขาข้างซ้ายแทบพิการ

ปี พ.ศ. 2526 ยิงปะทะกับ กลุ่มนายคอเดร์ แกแตะ(ราชการกล่าวอ้าง) กับพวกประมาณ 30 คนที่ อำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา ถูกยิงที่ต้นขาขวากระสุนฝังใน ฯลฯ

พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา กลับสู่บันนังสตา ในขณะแผ่นดินกำลังลุกเป็นไฟ กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ สามารถจัดตั้งแนวร่วมฯ และกองกำลังรบขนาดเล็ก (RKK) เพื่อใช้ซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ ให้ได้รับความสูญเสียเป็นจำนวนมาก แม้รูปแบบการก่อความไม่สงบของกลุ่มคนร้ายได้ปรับเปลี่ยนไปจากเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วมาก แต่อาศัยเป็นผู้ชำนาญในพื้นที่มาก่อน และมีแหล่งข่าวเก่าที่เคยทำงานร่วมกันในอดีต จึงไม่เกินความสามารถที่จะที่จะสืบเสาะหาแหล่งกบดาน และติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ และหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง ผกก.สภ.บันนังสตาได้ไม่นาน วันที่ 1 สิงหาคม 2550 ได้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเข้าปิดล้อมตรวจค้น และยิงปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้ายที่บ้านเตี๊ยะ หมู่ 5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา กลุ่มนายสุริมิง เปาะสา ที่ก่อเหตุร้ายในพื้นที่หลายครั้ง ผลการปะทะ ทำให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 6 ราย สามารถยึดอาวุธปืนสงครามและยุทธภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอีกหลายครั้ง สามารถจับกุม สร้างความสูญเสียให้กับกลุ่มคนร้าย และทำลายฐานที่มั่นได้หลายแห่ง จนขบวนการกลุ่มก่อความไม่สงบ วมตัวกันไม่ติด หนีหลบซ่อนออกนอกพื้นที่และบริเวณป่าเขา ทำให้เหตุร้ายในพื้นที่ อ.บันนังสตา เบาบางลงมาก

ถึงแม้ว่า พ.ต.อ.สมเพียร จะมีความสามารถในงานสืบสวน ปราบปราม แต่งานมวลชนก็ไม่ได้ละทิ้ง ยังคงติดต่อฟื้นสายสัมพันธ์เก่ากับประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ ที่เคยทำงานร่วมกันมเมื่อครั้งอดีตด้วยใจถึงใจต่อกัน มีกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจและความรู้สึกอันดีกับชุมชน พ.ต.อ.สมเพียร ไม่เคยที่จะปฏิเสธในการเข้าไปมีส่วนร่วม แม้จะรู้ว่ามีอันตรายแฝงอยู่ในทุกย่างก้าว และเป็นกันเองกับผู้ใต้บังคับบัญชา

ซึ่งหลังจากทำงานในพื้นที่มาอย่างโชคโชนและยาวนาน ทำให้ทางครอบครัวเกิดความวิตกพร้อมทั้งขอให้เปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น "ภูวพงษ์พิทักษ์" เพื่อเป็นสิริมงคล แต่ พ.ต.อ.สมเพียร ได้ขอกลับมาใช้นามสกุลเดิม ส่วนนามสกุลใหม่มีภรรยาและบุตรชายคนที่ 2 - 3 ใช้

จนกระทั่งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 กลุ่มคนร้ายได้ลอบวางระเบิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่วางแผนให้ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา นำกำลังเดินทางเข้าไป จนถูกคนร้ายระเบิดรถยนต์ที่นั่งคันเดียวกันนี้ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเล็กน้อย บริเวณบ้านยีลาปัน หมู่ที่ 11 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา บนถนนสาย 410 ยะลา ? เบตง

การทำเรื่องย้าย

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 พ.ต.อ.สมเพียร เดินทางมาร้องเรียนกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย หลังการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผบก.-สว.ครั้งที่ผ่านมา ระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย เพราะพ.ต.อ.สมเพียรขอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโยกย้ายไปเป็นผกก.สภ.กันตัง จังหวัดตรัง พื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งมีตำแหน่งว่างอยู่ และเห็นว่าเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะเกษียณราชการในปี พ.ศ. 2553 นี้แล้ว หลังจากที่รับราชการตำรวจตั้งแต่ชั้นประทวนมาเป็นเวลา 40 ปี แต่สุดท้ายไม่ได้รับการพิจารณา โดยไม่ทราบเหตุผลชัดเจน จนต้องร้องเรียนเรื่องนี้ให้รัฐบาลรับทราบ

วันที่ 12 มีนาคม 2553 ในขณะที่ พ.ต.อ.สมเพียร นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโต้โยต้าไฮลักซ์วีโก้ 4 ประตู สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กข 9302 ยะลา พร้อมลูกน้อง 3 นาย และ อส.คนสนิท อีก 1 นาย ออกไปติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หลังจากนั้น มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม จำนวน 5-8 คน กดระเบิดที่ฝังไว้ และใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่ จำนวนหลายชุด เกิดการปะทะกันประมาณ 10 นาที เมื่อกำลังเสริมเข้าไปกลุ่มคนร้ายได้ล่าถอยเข้าไปในป่า แรงระเบิดและคมกระสุนส่งผลให้ พ.ต.อ.สมเพียร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ยะลา ส่วนลูกน้องคนสนิท 4 นาย บาดเจ็บสาหัส
รางวัล

พ.ต.อ.สมเพียรได้รับการโปรดเกล้าฯ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญมาลาเข็มกล้ากลางสมร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และกระทำพิธี ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2525 และนับเป็น ตำรวจเพียงคนเดียวในขณะมียศ "จ่าสิบตำรวจ" ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนั้น นอกจากนี้ พ.ต.อ.สมเพียร ยังได้รับพระราชทาน และประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆ อีกมากมาย เช่น

- ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นสอง ประเภทหนึ่ง
- ได้รับประกาศนียบัตร "ผู้มีผลงานสู้รบดีเด่น" จากกระทรวงมหาดไทย
- ได้รับเข็มรักษาดินแดนสดุดี จากกระทรวงมหาดไทย
- ได้รับมอบเกียรติบัตรผู้ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติด้วยความเสียสละ จากองค์การทหารผ่านศึก
- ไดัรับประกาศผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปราม จากกองบัญชาการตำรวจภูธร 9
- ได้รับการคัดเลือกเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนตำรวจภูธร 9 ดีเด่น
- ได้รับหนังสือสำคัญ จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต ) ยกย่องเชิดชู เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน และรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง ด้วยความเข้มแข็งเสียสละ ฯลฯ

หมายเหตุ
- ขอบคุณภาพจาก th.wikipedia.org
- ประวัติ
//th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%8D%E0%B8%B2


ข้อมูลจากเว็บ ไทยเอ็นจีโอ
//www.ThaiNGO.org


จ่าเพียร : สะท้อนคนชายขอบในสังคมไทย
by : อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บิน ชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
IP : (115.87.84.183) - เมื่อ : 15/03/2010 11:01 AM




Create Date : 17 มีนาคม 2553
Last Update : 17 มีนาคม 2553 17:02:51 น.
Counter : 562 Pageviews.

2 comments
  
น่าเสียดายคนดีดี
โดย: kwan_3023 วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:17:47:42 น.
  
ดูข่าวในทีวีตะกี้เอง เรื่องวันนี้มีพระราชทานเพลิงศพ

โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:20:14:09 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Loma-jo
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]