Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
16 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
ภาษาของเด็กภูในวัย 2 ขวบ

ภาษาของเด็กภูในวัย 2 ขวบ


ภูของแม่พูดเป็นประโยคมาตั้งแต่ขวบสามเดือนแล้ว ตอนนี้ 2.1 ขวบ


อันที่จริงแม่ก็ควรจะชินกับการพูดเก่ง(หรือพูดมาก) ของภูได้แล้ว แต่ไม่ชินสักที พอลูกพูดได้เยอะขึ้นแม่ก็ยิ่งมีความสุขและภูมิใจในตัวลูกมากขึ้น


จะไม่ให้ภูมิใจได้ไงล่ะ ไม่รู้ไปสรรหาคำพูดต่างๆ มาจากไหน


มีคนชอบถามแม่ว่า “ทำยังไง เลี้ยงลูกยังไง ถึงได้พูดเร็ว พูดเก่ง แล้วก็พูดรู้เรื่องเหมือนผู้ใหญ่เลย”


โห อันนี้ต้องคุยกันยาวเลยค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก บางทีเราก็ไม่รู้ว่าวิธีต่างๆที่ใช้นั้นมันได้ผลจริงหรือเปล่า รู้แค่ว่าใช้หลายๆวิธีรวมๆกัน แล้วผลมันออกมาแบบน่าชื่นใจแบบนี้นี่เอง อันนี้เป็นตัวอย่างคำพูดน่ารักๆในช่วงนี้


1.      “แม่พูดกับภูมั้ยครับ”


เวลาแม่ดุภู พูดมากๆแล้วภูไม่ฟัง แม่จะเงียบ พอแม่เงียบ


จะมีเด็กน้อยคนหนึ่งเริ่มรู้ตัว ก็จะหยุดการกระทำอันเป็นเหตุให้แม่โกรธ แล้วก็จะพูดเสียงอ่อยๆว่า


"แม่พูดกับภูมั้ยครับ"


โถลูกเอ๋ย แม่เจอคำนี้เข้าไปก็จอดเลย ต้องรีบตอบว่า "พูดครับลูก แม่พูดกับภูครับ"


ภูคงคิดในใจว่า “รอดตัวไป”


2.      “แม่ตื่นมาเล่นกับภูมั้ยครับ นี่มันไม่ใช่เวลานอนแล้ว แม่ตื่นได้แล้วครับ”


อันนี้ไม่ใช่ประโยคที่ใช้ปลุกแม่ตอนเช้านะคะ แต่เป็นประโยคที่ใช้ปลุกแม่เวลาที่แม่พาภูนอน ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน เนื่องจากตั้งแต่ 2 ขวบ มานี่ ภูนอนยากมาก ทั้งกลางวันและกลางคืน บางวันก็ไม่นอนกลางวัน บางคืนกว่าจะนอน โน่น สร้างบรรยากาศ กล่อม ร้องเพลง ต่างๆนานา ใช้เวลาร่วม 2 – 3 ชั่วโมงได้ เพราะอย่างนี้ เวลาที่แม่ไม่ไหวจะเคลียร์แล้ว เลยใช้แผน “นอนหลับ” (บางทีก็หลับจริงเลยเพราะเหนื่อยมาก) ภูก็จะใช้วิธีปลุกแบบมีกลยุทธ์ จะเล่นอยู่ข้างๆก่อนในช่วงแรกๆ แต่พอนานเข้าเห็นแม่ไม่ตื่นสักทีก็จะปลุก โดยการดึงแขนแม่ แล้วพูดเบาๆ (น้ำเสียงออดอ้อนมาก)ว่า “แม่ครับ แม่ไปเล่นกับภูมั้ยครับ แม่ตื่นได้แล้ว มันไม่ใช่เวลานอนแล้ว” เออ ลูกครับ เที่ยงคืนนี่มันไม่ใช่เวลานอนหรือครับ แม่เข้าใจผิดไปเองใช่มั้ย


3.      “ภูก็รักแม่ที่สุดในโลกครับ”


เวลาภูกำลังเคลิ้มจะหลับ แม่จะจูบที่หน้าผากเบาๆ แล้วพูดว่า “แม่รักภูนะครับ หลับซะนะลูก พระคุ้มครองลูกแม่ให้นอนหลับฝันดีนะครับ” แต่เมื่อวันก่อนแม่เปลี่ยนมาพูดว่า “แม่รักภูที่สุดในโลกเลยนะลูก” ภูกำลังจะหลับแล้วแต่ก็อุตส่าห์ตอบกลับมาว่า “ภูก็รักแม่ที่สุดในโลกครับ” ฟังแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว โถลูก จะหลับแล้วยังมีแก่ใจบอกรักแม่ แล้วหลังจากวันนั้น ภูก็จะบอกรักแม่กลับเสมอ


4.      “ภูอยากออกไปข้างนอก ข้างนอกสว่างแล้ว ข้างในนี้มันมืด”


เป็นคำพูดติดปากเวลาที่ภูตื่นนอนแล้วพลิกตัวขึ้นมานั่ง แล้วภูก็จะขอให้แม่พาออกไปจากห้องนอน คือ ตื่นมาก็เล่นเลยนั่นเอง


จริงๆ ยังมีคำพูดมากมายที่ภูพูดแล้วมันน่ารัก แล้วก็สื่อถึงความสามารถในการพูดและการเรียบเรียงประโยคของลูก มีน้อยมากที่ภูพูดแล้วให้คำสลับกันในประโยค แบบว่า Grammar เป๊ะเลย


ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษนั้นก็เช่นกัน ภูฟังประโยคคำสั่งในชีวิตประจำวันได้เกือบทั้งหมด ส่วนประโยคคำถาม จะเข้าใจบางประโยค และสามารถตอบกลับได้ เช่น


What is this? / What is that?


ภูจะตอบเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากภูรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะมาก แทบจะทุกอย่าง สัตว์ทุกอย่าง ผลไม้ทุกอย่าง สิ่งของทุกอย่างภายในบ้าน รถชนิดต่างๆ


What color is this?


ภูจะตอบชื่อสีเป็นภาษาอังกฤษ ภูรู้จักสีในภาษาอังกฤษทุกสี (ตั้งแต่ 1.7 ขวบ) รู้จักมาพร้อมกับสีในภาษาไทย บางทีภูก็จะตอบแต่ชื่อสี เช่น red, white แต่บางครั้งก็จะตอบแบบมี color ต่อท้าย ตามแต่อารมณ์จะพาไป


Which one is big?/ Which one is small?/ Which one is biggest?/ Which one is smallest?


อันนี้ภูตอบได้ตั้งแต่ 1.6 ขวบ โดยจะใช้การชี้เอาว่า อันไหนเล็ก อันไหนใหญ่ แล้วก็จะชอบเล่นเองด้วย แบบว่า เวลาอ่านหนังสือก็จะชี้เองว่า small bear big bear อะไรประมาณนั้น


Do you like this one?


ภูก็จะตอบ Yes, I do. หรือ No, I don’t.


ส่วนใหญ่แล้วภูจะพูดภาษาอังกฤษกับ Daddy ไม่ใช่สิ Daddy สินะที่ส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษกับภู ส่วนแม่จะพูดบ้าง แบบกำหนดเวลา วันนี้พูดช่วงเช้า อีกวันพูดตอนบ่าย แต่ก็น้อยมากที่จะพูดเพราะภูชินกับการพูดภาษาไทยของแม่ไปแล้ว แต่ถ้าอ่านหนังสือภาษาอังกฤษนี่บ่อย


จะว่าไปเรื่องการพัฒนาทักษะด้านภาษาให้ลูกนั้น แม่คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะ ถ้าลูกสามารถสื่อสารกับแม่เป็นภาษาได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เด็กเล็กๆถ้าไม่พูด เราจะค่อนข่างสับสนว่าเค้าต้องการอะไร ไม่เกี่ยวอะไรกับความฉลาด มันเป็นทักษะสามารถฝึกฝนได้ ผู้ใหญ่บางคนชอบสรุปว่า “เด็กพูดเร็วนั้นฉลาด เด็กพูดช้านั้นไม่ฉลาด” แม่ว่าไม่จริง เพียงแต่พอเด็กพูดได้เค้าจึงแลดูเหมือนฉลาดเพราะสามารถสื่อสารกับผู้ใหญ่ได้ก็เท่านั้น


(ชุขออนุญาตรวมรวมวิธีพัฒนาทักษะด้านภาษาไว้ในอีก blog หนึ่งนะคะ เผื่อใครอยากให้ลูกพูดเร็วก็ลองเอาวิธีต่างๆไปเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมนะคะ)







Free TextEditor


Create Date : 16 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2554 15:10:04 น. 0 comments
Counter : 240 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

mommyintrend
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เคยแต่ทำงาน Human Resource Development เบื่อๆบริษัทไหนก็ลาออกเปลี่ยนไปพัฒนาคนให้บริษัทอื่น มาวันนี้ลาออกมาทำงานพัฒนาคนตามเคย แต่คราวนี้ พัฒนาคนคนเดียว แต่ต้องพัฒนาไปตลอดชีวิต เออ เพิ่งรู้ว่ามันสนุกกว่างานเดิมเยอะเลย อีกอย่างงานนี้ลาออกไม่ได้ด้วยสิ
Lilypie Second Birthday tickers Daisypath Anniversary tickers
Friends' blogs
[Add mommyintrend's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.