Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 มกราคม 2554
 
All Blogs
 

อ่าน อ่าน อ่าน แล้วก็อ่านหนังสือ


เหตุที่ต้องบริโภคความรู้เป็นอาหาร


อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการประกอบกันทำให้แม่ต้องบริโภคความรู้มากมายจากหนังสือการเลี้ยงดูลูกหลายสิบเล่มอย่างต่อเนื่องตลอดการทำงานในอาชีพแม่เต็มเวลานี้ (น่าจะเรียกว่าตลอดชีวิตนี้มากกว่า)


ประการแรก แม่เพิ่งเคยมีลูก แม่ไร้ซึ่งประสบการณ์โดยสิ้นเชิง


ประการที่สอง แม่เลี้ยงลูกคนเดียว ไม่มีมือลอง (แบบว่าไม่มีตัวช่วย ไม่มี ปู่ ย่า ตา ยาย มาช่วยเลี้ยง)


ประการที่สาม แม่คาดหวังว่าจะต้องเลี้ยงลูกอย่างมีคุณภาพ (เลี้ยงให้เป็นคนดีและเป็นคนเก่ง)


หนังสือซึ่งเดิมเป็นแหล่งความรู้ที่แม่พึ่งพาอาศัยและให้ความเชื่อถือมาโดยตลอด


กลายเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดในวินาทีนี้


บริโภคเวลาไหนบ้าง


อย่างที่รู้ตอนนี้เวลาทั้งหมดในชีวิตแม่นั้นแทบจะเป็นของลูก 100 % เต็ม


ยกเว้น เวลา อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ กินข้าว และเข้านอน


อ้าว แล้วอย่างนี้ แม่จะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือหลายล้านตัวอักษรล่ะจ๊ะ


ไม่ยากเลย ก็เวลาเหล่านี้นั่นแหละ 


ช่วงเช้า หลังจากตื่นนอน (อันนี้ แม่จำเป็นต้องรีบตื่นก่อนที่ภูจะลืมตาแล้วส่งยิ้มหวานให้แม่)


ช่วงสาย ตอนที่ภูหลับกลางวัน (หลังจากทำกับข้าวให้ภู กินข้าวของตัวเอง แทนที่แม่จะนอน ก็อ่านหนังสือแทน)


ช่วงดึก ตอนที่ภูเข้านอนแล้ว (อันนี้สำคัญมาก เพราะตั้งแต่มีภู แม่แทบจะไม่ดูทีวีเลย แม่ว่ามันทำให้เวลาของแม่มีเหลือเฟือ)


ช่วงอื่นๆที่เหลือ จะเป็นช่วงไหนไปไม่ได้ ก็ช่วงที่เข้าห้องน้ำไง 5 นาทีก็เอา


อ่านอะไรกันบ้าง แล้วได้อะไรกันบ้าง


(Book Review)


1. คุณคือครูคนแรกของลูก


เล่มนี้ซื้อมาตั้งแต่ต้องครรภ์ เพราะเห็นว่าเนื้อหาค่อนข้างน่าสนใจและเป็นอะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน อีกอย่างคงจะเป็นเพราะชื่อหนังสือมันโดน แบบว่ามันตรงกับความคิดเห็นและความเชื่อส่วนตัว  


ตอนที่อ่านแรกๆ ตอนนั้นยังไม่คลอดน้องภูเลย อ่านไปก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง บางอย่างก็ไม่เห็นภาพ เพราะยังไม่มีลูกตัวเป็นๆมาให้เลี้ยง อีกอย่างเนื้อหาของหนังสือก็ครอบคลุมไปถึงการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยโน่นเลย (แบบว่าไกลตัวเกินไป) แต่หลักๆที่พอจะจับใจความได้ ก็คงจะเป็น "หนังสือเล่มนี้เป็นแนวทางการดูแลเด็กตามแนววอลดอร์ฟ (Waldorf)" ซึ่งให้เห็นว่า หน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกนั้น เป็นหน้าที่ของแม่ และเน้นให้เลี่้ยงดูเด็กตามธรรมชาติ ไม่เร่งรัด ไม่ืนธรรมชาติของเด็ก และที่สำคัญให้ความสำคัญกับการเล่นอย่างสร้างสรรค์ด้วยวัสดุธรรมชาติ เพื่อที่จะไม่เป็นการปิดกั้นจินตนาการของเด็ก











Free TextEditor




 

Create Date : 16 มกราคม 2554
0 comments
Last Update : 16 มกราคม 2554 12:32:50 น.
Counter : 300 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


mommyintrend
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เคยแต่ทำงาน Human Resource Development เบื่อๆบริษัทไหนก็ลาออกเปลี่ยนไปพัฒนาคนให้บริษัทอื่น มาวันนี้ลาออกมาทำงานพัฒนาคนตามเคย แต่คราวนี้ พัฒนาคนคนเดียว แต่ต้องพัฒนาไปตลอดชีวิต เออ เพิ่งรู้ว่ามันสนุกกว่างานเดิมเยอะเลย อีกอย่างงานนี้ลาออกไม่ได้ด้วยสิ
Lilypie Second Birthday tickers Daisypath Anniversary tickers
Friends' blogs
[Add mommyintrend's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.