Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
4 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ความสำเร็จที่(ไม่)สำเร็จ


เมื่อประสบความสำเร็จ อย่าหยุดอยู่กับที่





ความสำเร็จนั้นเป็นดอกผลของการลงมือทำบางสิ่งบางอย่างลงไป
และมักนำมาซึ่งความพึงพอใจแก่ผู้ทำที่ได้เห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นได้สำเร็จแล้ว
ความพยายามหรือพลังกาย
พลังใจที่ทุ่มลงไปมิได้สูญเปล่าแต่บางครั้งความสำเร็จก็มักทำให้ใครหลายคน
หยุดอยู่กับที่เข้าโดยไม่รู้ตัว



หยุดด้วยรู้สึกว่าสิ่งที่ทำสำเร็จแล้ว และไม่มีสิ่งใดให้ต้องทำอีก



หยุดด้วยรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมานั้นมีมากมายจนล้นเกิน ทำให้เข้าสู่ภาวะที่ไม่ได้ทำอะไรเลย



หลังทำบางสิ่งบางอย่างที่พยายามมานานสำเร็จลง
เด็กหนุ่มบางคนก็หยุดการทำสิ่งที่ใหม่และแตกต่างจากเดิมเอาดื้อๆ
ด้วยความที่เชื่อว่าสิ่งที่เพิ่งทำสำเร็จลงนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนรอบข้างเขา
เฝ้ารอมานาน และทั้งหมดที่ทำไปก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับชีวิต



เมื่อรู้สึกพึงพอใจกับความสำเร็จ เด็กหนุ่มจึงเปลี่ยนไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว
จากความที่เคยกระหายใคร่รู้ในหลายเรื่อง
กลับกลายเป็นความชินชาที่มีต่อสิ่งโดยรอบ



จากคนที่ชื่นชอบทดลองทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ
กลับเป็นคนที่มองสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องธรรมดา
และเลือกที่จะไม่ทำในสิ่งเหล่านั้นด้วยเหตุผลว่าเป็นสิ่งที่เคยทำมาแล้ว
หรือไม่ก็เพราะคิดว่ารู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเช่นไร



ความสำเร็จของเด็กหนุ่มกักขังเขาไม่ให้เดินทางต่อเข้าโดยไม่รู้ตัว
และนั่นทำให้กายกับใจมิได้ถูกขัดเกลาด้วยสายลมแห่งอุปสรรคที่ช่วยให้ชีวิต
เติบโตขึ้น



เพียงแค่ไม่กี่อึดใจเด็กหนุ่มก็หยุดนิ่งอยู่กับที่มาเป็นเวลาหลายปีหลังจากความสำเร็จครั้งนั้น


วันหนึ่งผู้อาวุโสที่สังเกตความเป็นไปของเด็กหนุ่มมาโดยตลอดจึงเตือนให้เขาเริ่มเดินทางด้วยการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่อีกครั้ง ใครคนนั้นบอกว่า คนเราไม่ควรหยุดอยู่กับที่นานๆ เพราะนั่นก็เท่ากับทำให้เราค่อยๆ ตายไปโดยไม่รู้ตัว



"เวลามันหมุนไปเรื่อยถ้าไม่ทำอะไรก็เท่ากับเสียเวลาไปเฉยๆ พยายามทำนู่นทำนี่เข้าไว้ เผื่อวันพรุ่งนี้จะไม่มีโอกาสได้ทำ" ใครบางคนบอก



เมื่อทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จ
และรู้สึกว่าหลายๆอย่างเริ่มอยู่ตัวจนเกิดอารมณ์อยาก
"หยุด"การทำบางสิ่งบางอย่างต่อ
ชายหนุ่มมักหวนคิดถึงวิถีของซามูไรพเนจรที่ชื่อ "มิยาโมโต
มูซาชิ"ขึ้นมาอยู่เสมอชีวิตของนักดาบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในคริสต์ศตวรรษ
ที่ 17 ผู้นี้ ถูกนำมาเขียนเป็นนิยายโดย "โยชิคาวา
เอญิ"และกลายเป็นผลงานอมตะที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ



ตลอดเส้นทางชีวิตของมูซาชินั้นมีแต่การเดินทางอย่างต่อเนื่อง
เขาไม่เคยหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน
การเดินทางที่ยาวนานทำให้เขาเรียนรู้ความสามารถหลายๆ ด้านไปพร้อมกัน



นอกจากจะเป็นนักดาบที่เยี่ยมยอดแล้ว เขายังเป็นนักวาดภาพ เขียนบทกวี
และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้อย่างน่าชมที่สำคัญความเปลี่ยวเหงา โดดเดี่ยว
ได้กล่อมเกลาให้เขาบรรลุซึ่งความจริงแห่งตัวตน



ตลอดการเดินทางของมูซาชิทำให้เขามีโอกาสประลองฝีมือกับนักดาบที่มีชื่อเสียงหลาย
คน
แต่ชัยชนะที่มูซาชิได้รับมาก็มิได้ทำให้เขาหยุดอยู่กับที่หรือเปลี่ยนไปจาก
วันแรกที่เขาตัดสินใจออกเดินทาง



มูซาชิยังคงใช้ชีวิตอย่างสมถะไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่
และปฏิเสธที่จะนำตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันกับอำนาจหรือชื่อเสียง
ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นเปิดประตูอ้ารออยู่แล้วก็ตาม





แม้ในตอนจบของเรื่อง
ซึ่งเขาเอาชนะซามูไรที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งท่ามกลางสายตาของผู้คนทั่วทุกสาร
ทิศที่หลั่งไหลมาดูนั้น
จังหวะที่ผู้ชมกำลังตะลึงกับภาพเพลงดาบที่สังหารคู่ต่อสู้ลงได้
มูซาชิก็เดินออกจากลานประลองไปอย่างเงียบๆ
โดยไม่ได้สนใจกับเสียงฮือฮาของผู้คนที่มาชม



ในช่วงสุดท้ายของชีวิตมูซาชินั้น
เขาได้มอบคำสั่งเสียต่อลูกศิษย์ในช่วงเจ็ดวันก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่
12 พ.ค. ค.ศ. 1645 ที่เรียกว่า "วิถีที่เด็ดเดี่ยวแม้โดดเดี่ยว" 18 ประการ
ซึ่งเป็นการสรุปบทเรียนการใช้ชีวิตในฐานะนักดาบว่า


1.จงอย่าใช้ชีวิตที่ขัดกับวิถีแห่งคุณธรรมของชาวโลก 2.ไม่แสวงหาความสุข
ความสบาย ความสำราญใส่ตัว 3.ไม่คลั่งไคล้ยึดติดในทุกๆ สิ่ง
4.ไม่มีใจโลภตลอดชั่วชีวิตนี้
5.เราจะไม่เสียใจในภายหลังกับเรื่องที่ได้ทำไปแล้ว



6.ไม่อิจฉาริษยาผู้อื่น 7.ไม่เสียใจยามพลัดพรากจากกัน
8.ไม่ให้ความรักของหนุ่มสาวมารบกวนจิตใจ 9.จะทำงานอะไรต้องหนักเอาเบาสู้
ไม่เป็นคนเลือกงานสบายๆ
10.ไม่คิดสร้างบ้านเรือนใหญ่โต11.ไม่แสวงหาอาหารที่เลิศรส



12.ไม่สะสมของเก่า 13.ไม่มีความเกลียดชังในจิตใจ
14.ไม่เสียดายชีวิตถ้าจะต้องสละเพื่อ
"มรรค"15.ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยในเรื่องเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน
16.ไม่คิดสะสมเพชรนิลจินดา 17.เคารพพระพุทธเจ้า เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์
แต่ไม่คิดอ้อนวอนขอให้พวกท่านช่วย 18.ไม่เคยห่างจากมรรคาของนักรบ
(มูซาชิฉบับท่าพระจันทร์/สุวินัย ภรณวลัย/สำนักพิมพ์คบไฟ)



18
ข้อจากบทสรุปแห่งชีวิตของสุดยอดจอมดาบนามมูซาชิน่าจะบอกได้ว่า
ไม่ว่าโลกเก่าหรือโลกใหม่น่าจะมีบทสรุปที่คล้ายคลึงกันว่าชีวิตควรต้องเดิน
ทางไปข้างหน้า
เพื่อให้กาลเวลาและอุปสรรคที่พบเจอระหว่างทางช่วยบ่มเพาะให้เราสามารถเข้าใจ
แก่นที่แท้จริงของชีวิต



ยิ่งในโลกปัจจุบันที่ความเปลี่ยนแปลงมีความเร็วแบบนาทีต่อนาทีตามกฎแห่งดิจิตอล
ที่เริ่มกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลหลักต่อยุคสมัยไปทุกวันเช่นนี้
การเผอเรอให้ตัวเองหยุดอยู่กับที่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งก็อาจทำให้เราตก
ขบวนรถไฟแห่งการเปลี่ยนแปลงเอาได้ง่ายๆ



ความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้อาจทำให้เรารู้สึกดีใจภูมิใจ ที่ได้เห็นแรงกาย
แรงใจที่ทุ่มเทลงไปออกดอกผล แต่หากไม่พยายามตรวจดูจิตใจตัวเองให้ดี
ความสำเร็จก็อาจกลายเป็นกรงขังไม่ให้เราเดินทางต่อไปเพื่อค้นหาและเรียนรู้
ให้กว้างขวางมากขึ้น หากเป็นเช่นนั้น "ความสำเร็จ"
ก็ย่อมทำให้เราไม่สามารถ"สำเร็จ" ในชีวิตได้อย่างแท้จริง








ที่มา:หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์








Free TextEditor


Create Date : 04 กรกฎาคม 2553
Last Update : 4 กรกฎาคม 2553 15:48:14 น. 0 comments
Counter : 88 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Misstakob
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Misstakob's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.