Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 

1 ปีชีวิต คิดไม่ผิดแม้แต่นาทีเดียว



ผ่าตัดครั้งแรกของชีวิต
ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาปีที่แล้ว
เราต้องไปผ่าตัดส่องกล้องเข้าไปในท้อง หาสิ่งผิดปกติที่ทำให้เราไม่มีลูก
นอกจากเนื้องอกที่เห็นทางการอุลตร้าซาวด์ ซึ่งอันนี้คุณหมอว่าไม่มีส่วนแน่เพราะว่าอยู่นอกมดลูก แล้วขนาดก็เล็กด้วย
พอคุณหมอเจาะสะดือเข้าไปก็ถึงกับอึ้ง
เจอพังผืดคลุมอยู่ที่มดลูกเยอะแยะ
มดลูกของคนปกติควรจะเป็นสีชมพูกลับกลายเป็นสีขาว
เพราะเจ้าพังผืดนี่แหล่ะ เกาะไว้รอบมดลูกเลย
คุณหมอก็จัดการตะลุย จี้ไฟฟ้าเอาออกให้มากที่สุด
แล้วเราก็ต้องถูกฉีดยาสลายพังผืดต่ออีก
เดือนละ 1 เข็ม เป็นเวลา 3 เดือน ช่วงนี้จะไม่มีประจำเดือนมาเลย
หลังจากผ่าตัด ก็นอนแป๊บเดียว สามารถกลับมานอนต่อที่บ้านได้
ที่จริง ถ้าผ่าโรงพยาบาล คงได้นอนพักซักคืน แต่นี่เราผ่าที่คลีนิคนวบุตร
ประหยัดไปกว่าหนึ่งหมื่นบาท ด้วยคุณหมอคนเก่งคนเดียวกัน

พอตกเย็น มีอาการเลือดออกที่แผล
พี่สาวเลยพากลับมาที่คลีนิค มาให้หมอดูแผล ทำแผลให้ใหม่
ช่วงเวลาที่เดินขึ้นไปคลีนิค เลือดมาเปรอะเสื้อเต็มไปหมดเลย
เหมือนโดนยิงที่พุง ตลกดี

กลับบ้านมานอน อาการก็ปวดท้องไปหมด
คือ มันมีลมในท้อง เพราะต้องโดนอัดแก๊สเช็คว่าท่อรังไข่ตันไม๊
ทรมานตรงที่ลมมันอยู่ในช่องท้อง ไม่ได้อยู่ในลำไส้ เลยไม่สามารถผายลมได้เหมือนปกติ ต้องรอให้มันซึมผ่านผิวหนังออกมาเอง
จะเปลี่ยนท่านอนที น้ำตาไหลเลย เพราะว่าลมดันไปทุกทิศทาง เจ็บไปหมด

ตอนแรกไม่คิดเลยนะว่าจะทรมานขนาดนี้
คุณหมอว่าชิลๆ ผ่าแล้วเดินปร๋อเลย เราไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้นเลย
เห็นแต่คุณหมอ เดินปร๋ออยู่คนเดียว ไปผ่าคนไข้รายต่อไป

แต่ความเจ็บปวดตรงนั้น ก็มีคุณค่าสำหรับวันนี้มากๆ

แล้วก็มีปัญหาเรื่องงานจนได้
ลาป่วย 2 วัน จากที่คุณหมอให้หยุด 7 วัน
มีงานอันนึง ทางทีมต้องกลับไป present ลูกค้า
ซึ่งก็มอบหมายแบ่งงานและไกด์ให้ลูกน้องทำมาสักพักใหญ่
และเราก็ได้ช่วยทำ และตรวจเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เราลาป่วยนั่นแหล่ะ
พอกลับไปทำงาน เจอหน้าเจ้านายก็รู้ได้เลยว่า มีปัญหา
เนื่องจากเราไปผ่าที่คลีนิค เจ้านายไม่เชื่อว่า เราไปผ่าตัดจริงๆ
ทั้งๆที่มีใบรับรองแพทย์ ก็คิดว่าเราไปจ้างคุณหมอเขียน จะได้หนีงาน
เราไม่ได้โชว์ผ้าก๊อซที่พุงหรอก เพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์
เค้าก็ไม่เข้าใจอีกว่าทำไมต้องผ่าวันนี้ ช่วงนี้ กะว่าเราจะหนีงานแน่ๆ
ลูกน้องก็ไม่ได้บอกเค้าว่า ที่ทำๆกันอยู่ เราก็ช่วยไกด์และดูให้แล้ว
ด้วยประการทั้งปวง เลยไม่ให้เราไป present งานด้วย แปลกจัง

ก่อนไปผ่าหลายๆเดือน ก็บอกเค้าไปแล้วว่า ถ้าเกิดไม่ท้อง ทั้งๆที่ทำตามที่หมอบอกทั้งหมดแล้ว คุณหมอจะขอผ่าดู
ถ้าไม่ผ่าติดเจาะดู เราจะไม่สามารถมีลูกได้เลย
พอประจำเดือนมา คุณหมอเลยจะขอผ่าล่ะ
แต่ว่ามันจะมีช่วง ให้ประจำเดือนหมด และก่อนวันไข่ตก
ช่วงเวลามันมีไม่กี่วัน ไม่งั้นก็ต้องรอเดือนต่อๆไปอีก ซึ่งงานมันก็มีอีกแหล่ะ
เราก็ตั้งใจดีว่า ไปผ่าวันที่ 5 ธันวา เป็นวันหยุด ลาป่วยไม่ต้องมาก

นอกจากเรื่องนี้ เจ้านายก็ขุดเรื่องประหลาด มาด่าเราไม่จบสิ้น
เช่น ตอนเค้าชวนเราไปทำงานกะเค้า เราซื้อตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว
เราขอไปเที่ยวก่อน ค่อยเริ่มงาน เค้าก็ไม่ยอม ขอให้ไปช่วยงานก่อน 7 วัน
แล้วก็ค่อยลาไปญี่ปุ่นก็ได้ เค้าจะทำเรื่องให้
พออารมณ์เสีย ก็ขุดเอามาด่าว่า มีใครที่ไหน มาทำงานแค่ 7 วัน แล้วลาไปเที่ยว อ้าวววววววววว งงไปเลย

มีเรื่องเยอะแยะ ที่เค้าเอามาด่าแล้วเราก็งง ว่าเหตุผลอยู่ตรงไหน
ทุกเรื่องที่ผ่านมา ก่อนจะทำอะไร ก็คุยกันหมด เค้าก็ดูเข้าใจดี

เราก็ทำงานให้เต็มที่ เกินร้อยด้วยซ้ำ เพราะต้องทำงานแทนลูกน้องที่ออกไป เพราะโดนเค้าบีบออก แล้วเค้าไม่รับคนมาเพิ่ม
ตลอดมาเราก็ยังต้องทนฟัง เรื่องที่เค้ามาบ่นด่าลูกน้องแต่ละคนให้ฟัง ลูกน้องที่เค้าบ่นก็ลูกน้องเราเองนั่นแหล่ะ
เราก็แก้ตัวแทนลูกน้อง เค้าก็ด่าเรากลับ โกรธเราอีก
พอเราฟังไปเฉยๆ วันดีคืนร้าย ก็มาด่าอีกว่า เราเอาแต่ด่าลูกน้องตัวเอง ไหงงั้นล่ะ

ลูกน้องโทรมาลาป่วย ก็โดนว่าอีกว่าทำไมอนุญาต ไม่มีใครป่วยจริงหรอก ทุกคนป่วยการเมืองทั้งนั้น ป่วยแค่ไหน ก็มาทำงานได้ แต่เราว่ามันเป็นสิทธิของลูกน้องนะ ลูกน้องไม่มา เราก็รับทำงานแทนนี่นะ งานก็ไม่ได้เสียซะหน่อย

สุดท้าย เราก็ขอลาออกดีกว่า ไม่ไหวแล้ว
ไม่น่าหลงคำชวน มาทำงานกะเค้าเลย ค่าตอบแทนก็ไม่ได้เยอะกว่า
แถมเสียสุขภาพจิตอีก เพราะว่าเราเห็นแก่ว่าเรารู้จักกันมาก่อนเท่านั้น

มีเรื่องประหลาด คือเพื่อนร่วมงานคนนึง กินข้าวเที่ยวด้วยกันทุกวัน
เค้าก็ชอบเอาเจ้านายมานินทากันขำๆ
พอเราโดนเจ้านายเรียกไปด่า เค้าไม่ไปกินข้าวกะเราอีกเลย
มาทบทวนตอนหลัง เจ้านายพูดกะเราว่า ที่เราฝากด่าเค้ามากะเพื่อนคนนี้ เค้ารู้เรื่องหมดนะ เราก็งง เราไปฝากด่าเค้าตอนไหนหว่า ก็คงเพื่อนกินข้าวเที่ยงคนนี้มั้ง เอาไปเล่า รายงานหมด คงอยากด่าเจ้านายคนนี้ แต่บอกว่าเราเป็นคนพูดซะงั้น เรื่องนี้ก็เป็นบทเรียนชีวิตว่า อย่าไว้ใจใครง่ายๆ แม้กระทั่งนั่งฟังเฉยๆ หรือเออออ แสดงว่า เราเห็นด้วยกะสิ่งที่เค้าพูด มันอาจจะมาทำร้ายเราได้

จนกระทั้งวันนี้ ผ่านไปเกือบปี เจ้านายเค้าก็ยังเที่ยวพูดกะใครต่อใคร สืบว่าเราจะไปทำงานที่ไหน ว่าเราเลวร้ายสุดๆ อย่าไปรับเข้าไปทำงานเชียวนะ คงจะแค้นมากนะ วงการนี้มันก็แคบแค่นี้ พูดไปเถอะ ใครดีๆไม่ดี ก็จะได้รู้กันเองแหล่ะ

การตัดสินใจลาออก ถึงจะทำให้เราเครียดอยู่พักใหญ่ แต่มันก็ทำให้เรามีความสุขใจตอนนี้ จิตใจเราดีขึ้นเยอะ โล่งสมอง เพราะสมองได้รับแต่สิ่งดีๆเข้ามาในหัว ไม่ต้องนั่งทนฟังเรื่องร้ายๆที่เข้ามาทุกๆวัน


ช่วงแห่งการว่างงาน


หลังจากทำงานวันสุดท้าย อีกวัน เราก็บินไปเที่ยวมาเก๊าและฮ่องกง
คุณสามีก็เป็นกำลังใจอย่างมาก กลัวเราเครียดและหดหู่

ตอนแรก วางแผนจะไปเที่ยว Amsterdam กัน แต่พอไม่ทำงาน
ก็เสียดายเงิน กลัวเงินที่เก็บไว้จะหมดไปในเวลาอันสั้น

ช่วงนี้ก็เหงาๆ ประกอบกับได้ยินคนเอามาเล่าว่า เจ้านายเที่ยวเอาเรื่องเราไปพูดในทางร้ายๆ ไม่จบสิ้น ก็เซ็งและเบื่องานวงการนี้ไปเลย เราก็ไม่ได้ชอบทำงานแบบนี้อยู่แล้ว เครียดมากๆๆ แต่ได้เงินดีเท่านั้นเอง ช่วงนี้คุณสามีก็ให้พักใจ มามีลูกกันดีกว่า

เราก็ประหยัดเงินทุกทาง ไม่ค่อยได้ซื้อของอะไรแพงๆ เดินเที่ยวตลาดนัดแถวบ้าน เราก็ได้รู้ว่า ของดีๆไม่แพงมันก็มีในโลกนี่หน่า ชีวิตหรูหรามันก็ไม่ได้จำเป็น เข้าใจแก่นแท้ชีวิตพอเพียงเลยแหล่ะ เสื้อผ้าสองพัน
นาฬิกาเรือนละแสนห้า กระเป๋าใบละหลายๆหมื่น เรามีหมดแล้ว แล้วยังไง ความสุขอยู่ตรงไหน กว่าจะคิดได้ 555

ช่วงนี้ ก็ยังต้องฉีดยาเดือนละเข็ม side effect ก็เยอะ ปวดหัวบ่อยๆ ปวดที เหมือนหัวจะระเบิดตูม แบบในการ์ตูนเลยแหล่ะ

พอเริ่มเหงา ก็ตัดสินใจทำอะไรที่อยากจะทำ

ไปทำอะไรที่อยากจะทำ

อยากเรียนภาษาอื่นๆ เผื่อจะรุ่ง
คิดจะไปเรียนภาษาญี่ปุ่น ก็มีแต่เรียนตอนเย็นๆ หลังเลิกงานทั้งนั้น
ไม่สะดวก เดี๋ยวคุณสามีกลับมาบ้าน แล้วจะไม่เจอกัน
เลยไปเรียนภาษาฝรั่งเศสแทน ที่สมาคมฝรั่งเศส
เพราะมีเรียนครึ่งวัน จันทร์-พฤหัส หายเหงาแน่ๆ
ไปเจอเพื่อนร่วมชั้น เป็น เด็กๆมัธยมที่จะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส และก็คนที่จะไปแต่งงานหรือไปทำงานที่ฝรั่งเศส เราก็เป็นคนเดียว ที่อยากเรียน เพราะว่างจัด 55 เรียนไปก็สนุกมาก น้องก้ามปูที่นั่งเรียนด้วยกัน สนิทกัน ก็น่ารักมากๆ โลกเราสดใส ผู้คนพูดจากันใสๆ ไม่มีอะไรแอบแฝง เราก็ขยันเรียนมากๆ กลัวตามเด็กๆไม่ทัน ช่วงนี้เป็นช่วงมีความสุขมากกกกกกกกกกก

กลับมาบ้านก็มานั่งอ่านทบทวน พอจะสอบก็อ่านจนดึกดื่น
สามียังงงว่า ทำไมจริงๆจังขนาดนี้ คนมันรักอ่ะ เรียนไป 2 ครอสเลยเชียว
พอจะเรียนต่อ มันกลับไม่มีครอส level เราเปิดตอนกลางวันซะแล้ว เฮ้อ!!!
เพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน รวมถึงน้องก้ามปู ก็ไปฝรั่งเศสกันหมดแล้ว เหงาเลย

แล้วก็ไปเจอว่าที่สมาคมฝรั่งเศส มีสอนพวก Art ด้วย น่าสนใจ
เลยชวนคุณสามีไปเรียนถ่ายภาพด้วยกัน สนุกจังเลย

ในที่สุด วันดีๆข่าวดีๆ ก็เข้ามาในชีวิต


พอฉีดยาครบ 3 เข็ม 3 เดือน รออีกเกือบสองเดือน ประจำเดือนถึงจะมาเป็นปกติ แล้วก็จะเริ่มขบวนการตั้งครรภ์ได้ พอผ่านไปสองเดือน ก็ไม่ท้องซะที เอ๊ะ มันยังไง เลยไปหาปรึกษาคุณหมอ คราวนี้อยากจะประหยัด ประกอบกะว่าง เลยไปหาคุณหมอที่จุฬาแทนที่จะไปคลีนิค คุณหมอท่านนี้ก็อยู่ทำคลีนิคที่เคยไปผ่าส่องกล้องด้วย คุณหมอเลยขอไปดู VCD ที่คุณหมอท่านเดิมผ่าเอาไว้ แล้วก็แจ้งว่า อาจจะยากหน่อย เพราะจากที่หมอเห็น พังผืดมันมากจริงๆ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้มันดีไหม ให้พยายามท้องต่อไปอีกหน่อย โดยทำตามคำแนะนำของหมอ ถ้าไม่ท้อง อาจจะต้องผ่าใหญ่โดยการเปิดหน้าท้อง หรือลองทำเด็กหลอดแก้ว คุณหมอก็บอกว่า case นี้ยากนะ ทำใจด้วย

เรากะสามีก็ เอ่ออออ ทำไงดี อุตส่าห์ไปผ่าแล้ว ฉีดยาแล้ว ขบวนการตรงนั้นมันก็ผ่านมาหลายเดือนนะ เราก็อายุมากแล้ว เริ่มหมดหวังกะการมีลูก ทำใจกันล่ะ

เราก็เริ่มหางาน มีเจ้านายเก่าแก่ มาชวนให้ไปทำ part-time งาน job นึง งานด่วน ทีมวานไม่พอ ทำแค่ครึ่งวันบ่าย เพราะเราไปเรียนภาษาฝรั่งเศสตอนเช้า เราก็โอเค เกรงใจด้วย อยากช่วยด้วย อยากได้เงินด้วย คิดเงินให้เป็นชั่วโมง เราก็ทำงานอย่างเครียด ไม่คุยไม่เล่น กลัวเค้าจะว่าได้ว่ามากินเงินเค้า นาทีนึงเป็นเงินเป็นทอง

ทำงานไปได้ 3 วัน ปรากฏว่าประจำเดือนไม่มาตามกำหนด เราก็ไม่อยากคิดมาก คิดว่ายังไงก็ไม่ท้อง แต่ก็ลองตรวจดูดีกว่า จะได้สบายใจว่าไม่ท้องแน่ๆ จะได้ไม่ต้องระวังตัวมากนัก ตรวจครั้งแรก ได้เส้นจางๆ คิดว่าตาฝาดแน่ๆ ไปซื้อที่ตรวจดีๆมา ก็ได้เส้นจางอีก ก็ไม่ตื่นเต้นกันหรอก เพราะหมอเองก็ว่ายากที่จะท้อง

จนผ่านไปหลายวัน เลยไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลดีกว่า
รู้ผลตอนบ่าย บ่ายนั้นก็ไปทำงาน พอโทรไปถามผลเท่านั้นแหล่ะ
ไม่เป็นอันทำงาน ขอลากลับ เพราะไม่มีสมาธิเลย ตื่นเต้น กลัวกินเวลาจ้างของบริษัท เดินไปขอเจ้านาย ซึ่งก็ยินดีกะเรา แล้วก็เข้าใจมากๆ ให้กลับเถอะ

ทำงานกว่าจะเสร็จ job นั้น ก็เดือนนึงได้ ช่วงนั้นเริ่มแพ้ท้องแล้วด้วย
แต่ก็ไม่ได้มีอาการอาเจียนรุนแรง แต่เหนื่อยมากๆ เพราะเช้าไปเรียน บ่ายมาทำงาน แล้วก็พะอืดพะอม เกรงใจที่ทำงาน เวลารายงานชั่วโมง ก็มักจะใส่ไม่ครบหรอก เอาเงินเฉพาะเนื้อชั่วโมงที่ทำงานจริงๆ เท่านั้น

ไม่ว่าจะเหนื่อย จะมีอาการแค่ไหน ก็ล้าเฉพาะร่างกาย
แต่ในหัวใจเนี่ย มันพองฟู มันดีใจ มันสู้ไหว เพื่อลูก เพื่อสามี
สามีเองก็เหนื่อยขึ้น เพราะ 3 เดือนแรกของการท้องเนี่ย ต้องดูแลสุดๆ
ทำอะไรหนักมากไม่ได้ งานบ้านบางอย่าง ก็ต้องมาทำแทนเรา
ต้องพาไปหาหมอ ฉีดยากันแท้ง เจาะเลือดเช็คทุกวันศุกร์ เพราะเราไม่ได้ท้องง่ายๆแบบปกติเหมือนคนอื่นทั่วๆไป


จนถึงวันพ่อ 5 ธันวาปีนี้ ท้องได้ 5 เดือนกว่าแล้ว
บางทีก็เครียด แต่ส่วนใหญ่ก็เครียดกลัวว่าลูกจะไม่แข็งแรง
บางทีก็คิดว่า เราจะโชคดีขนาดนี้เลยเหรอ ที่ผ่านมา เรื่องร้ายๆมันเยอะมาก จนไม่แน่ใจอะไรอีกเลย ไม่แน่ใจว่าสามีจะทนเราได้ไหมหรืออีกนานไหม ต้องมาเลี้ยงดู ทั้งแม่และลูก เราก็ไม่ได้มีเงินเดือนเป็นแสนเหมือนก่อน ไม่ได้แต่งตัวสวยๆออกจากบ้านเหมือนตอนทำงาน (แต่กลับบ้านมาโทรมและเครียด) ตอนท้องนี่ก็อ่อนแอ เค้าต้องมาช่วยเหลือมากขึ้น มันน่ารำคาญไหม แล้วพอคลอดออกมา เราจะโทรมมากไหม จะเป็นแม่ที่ดีได้อย่างที่เค้าคิดไหม จะมีเงินเลี้ยงลูกให้ได้ดีๆ อย่างที่ตั้งใจรึเปล่า จะหางานอื่นๆที่สามารถมีเวลาเลี้ยงลูกได้ไหม หรือจะต้องกลับไปทำงานวงการเดิม งานเดิมทำกันเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ไหวไม๊ เราจะไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเลยนะ ก็กังวลหลายอย่างเหมือนกัน แต่คนรอบข้างก็ให้กำลังใจเยอะ อย่างแม่ พี่สาว และสามี ก็ให้กำลังใจได้มากกกกกๆ แล้วก็เจ้าตัวเล็กในท้อง ที่กำลังดิ้นอยู่ตอนนี้ ก็เป็นส่วนที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นได้อย่างที่สุด ถ้าทำงานหาเงินอยู่ ก็ไม่ได้เค้ามาอยู่กะเราหรอก เครียดซะขนาดนั้น

เวลาคิดมากๆ พอย้อนไปเทียบกะ 5 ธันวาปีที่แล้ว ความสุขมันล้นพ้น เป็นความสุขที่มีความหวัง ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยฟู่ฟ่าเหมือนเมื่อก่อน แต่จิตใจมันสมบูรณ์กว่า เป็นมนุษย์มากกว่าเยอะ ฟ้าเป็นสีฟ้ากว่า (เมื่อก่อนไม่ค่อยได้ได้ฟ้า เพราะกลับบ้านก็มืดแล้ว) ไม่น่าเชื่อ แต่จริงสำหรับเรา

กับสิ่งที่ได้มาในปีนี้ เชื่อรึยัง ว่าคิดไม่ผิดเลยแม้แต่นาทีเดียว ความสุขอยู่ตรงนี้นี่เอง






 

Create Date : 08 ธันวาคม 2551
13 comments
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 12:04:13 น.
Counter : 1361 Pageviews.

 

แวะมาอ่านครับผม

 

โดย: joblovenuk 8 ธันวาคม 2551 13:45:00 น.  

 

ดีๆๆๆๆๆ วันนี้มีความสุขก็ดีที่สุดแล้ว
ถึงจะโดนคนบางคนทำร้ายทางวาจา
ก็อย่าไปใส่ใจ ใครทำอะไร จะได้อย่างนั้นกลับไปเอง
อรว่า เค้าคงอิจฉาพี่อ่ะเนอะ
ถ้ายังทนทำงานอยู่ อาจเครียดจนยังไม่ท้องก็ได้
อย่าไปสนใจปากหอย ปากปู เลยเนอะ

พี่อ่ะ โชคดีมากๆ เพราะพี่พงษ์อ่ะ น่าร้ากกกกกที่สุด
ดูแลภรรยา ห่วงใย ใส่ใจ
เลือก care แต่คนที่ care เราดีกว่า

 

โดย: จ้าว..จอม 8 ธันวาคม 2551 13:46:11 น.  

 

ยินดีด้วยนะครับ...ขอให้แข็งแรงทั้งแม่และลูกนะครับ...

 

โดย: Mega-Batt 8 ธันวาคม 2551 15:00:34 น.  

 

อ่านแล้วขนลุก

ฟังหลังฝนเลยจริงๆ

ยินดีกับเรื่องดีดี นะคะ

 

โดย: dayjocho 8 ธันวาคม 2551 22:24:08 น.  

 

สู้ๆ น่ะค่ะ ชอบเครียดเหมือนกันเยยอ่ะ

โดยเฉพาะเรื่อง ฝาชีเนี่ย กลัวไปซ่ะทุกเรื่อง

 

โดย: golf_benz 9 ธันวาคม 2551 7:51:33 น.  

 

ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน...

 

โดย: Mega-Batt 9 ธันวาคม 2551 11:27:50 น.  

 

อ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะ
สถานการณ์เราอาจจะไม่เหมือนกันทั้งหมด
ที่เราเหมือนกันคือกิ๊กก็คิดไม่ผิด ไม่เคยเสียใจเลยที่ตัดสินใจแบบนั้น เวลาเป็นสิ่งที่อะไรก็ทดแทนไม่ได้เนอะ

ยินดีกับพี่ป๋อมด้วยนะคะ กับสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่กำลังจะได้พบกันในไม่ช้านี้ค่ะ :)

 

โดย: กิ๊ก IP: 117.47.19.122 9 ธันวาคม 2551 17:44:42 น.  

 

อย่าไปใส่ใจกับคำพูดบางคำพูดของคนที่ไม่มีความคิดเลยนะค่ะ
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ ดีใจด้วยนะค่ะที่มีความสุขสักที

 

โดย: ฟ้า (pimjan.h ) 10 ธันวาคม 2551 8:22:58 น.  

 

ดีใจด้วยค่ะ บล๊อคคุณสวยถูกใจมากๆ เรียบๆแต่น่ารัก

 

โดย: มารน้อยไร้สังกัด 24 มกราคม 2552 2:40:02 น.  

 

ยินดี ด้ยวค่ะ

 

โดย: ผึ้ง IP: 92.235.153.241 26 มกราคม 2552 1:33:04 น.  

 

ชอบจังเลยค่ะ บล๊อกสวยมากๆๆๆๆ

 

โดย: Augusta & Mummy 28 มกราคม 2552 23:47:38 น.  

 

เฮ้อ เรื่องมันเศร้า

 

โดย: หนุ่ม IP: 58.64.64.30 2 กุมภาพันธ์ 2552 0:43:26 น.  

 

รบกวนหน่อยนะคะอยากทราบว่าไปหาหมอที่ไหนคะ. เพราะแท้งไป4ครั้งแล้วค่ะ. แล้ววันนี้หมอบอกว่ามีผังผืดในมดลูกเยอะมาก. ให้ตัดมดลูกี่ะ. เครียดเลย

 

โดย: แอม IP: 110.168.111.142 29 กันยายน 2555 22:30:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


misspommy
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]









เวปเสื้อผ้า ของใช้เด็ก ที่น่ารักน่าใช้ที่สุด

จำนวนเพื่อนที่อยู่ด้วยกัน :

Friends' blogs
[Add misspommy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.