'*^-+...ไม่มีอะไรงดงาม เท่าความสงบสุข...+-^*'

Nowhere like HOME...

มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า
"บ้านคือที่ให้วิ่งหนี แล้วรอวันกลับมา"



ครั้งแรกที่ฉันได้ยินประโยคนี้ ก็ต้องรู้สึกสะดุดกึกทันใด...ใคร ๆ ก็เป็นเหมือนกันอย่างนั้นหรือนี่...ฉันยังจำได้ดีว่าฉันอยากหนีจากบ้านมาสู่ความอิสระในโลกกว้างมากแค่ไหนในตอนนั้น และตอนนี้ฉันก็ซึ้งเสียยิ่งกว่าซึ้งว่าฉันอยากกลับไปอยู่บ้านมากเพียงใดเช่นกัน

เป็นเวลากว่าปีได้แล้ว ที่ฉันจากบ้านมาระเห่เร่ร่อนทำงานเป็นทาสขายแรงงานแลกเงินในแดนไกล แม้จะเป็นชีวิตที่ใฝ่ฝัน ได้ท่องเที่ยว มีอิสระ มีเงิน มีความหรูหรา แต่สุดท้าย สิ่งที่ฉันโดยหา กลับไม่ใช่สิ่งที่ฉันมีอยู่ในมือ...การจากลาหนีมาทำให้ฉันรู้แล้วว่า บ้านและคนในนั้นมีค่าต่อจิตใจฉันมากแค่ไหน

ทุกเดือนที่ฉันกลับบ้านเกาะไฟลท์ อยู่ได้เพียง 36 ชั่วโมงหรือ 1 วันครึ่งตามโควต้าที่บริษัทให้นั้น...ฉันต้องมีอาการ nostalgia (ศัพท์พี่หนูหล่อ) หลังจากกลับมาอยู่คูเวตเสียแทบทุกครั้ง อาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากมา คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ ทำตัวเป็นเด็ก ๆ เกาะแขนแม่ไม่ปล่อยเหมือนวันเปิดเทอมวันแรกแล้วดิ้นกับพื้นร้องไห้โฮ ๆ ว่า "ไม่อยากไปโรงเรียน ๆ ๆ ๆ"








กลับเมืองไทยครั้งที่ผ่านมานี้ ทำให้ฉันได้คิดอะไรหลาย ๆ อย่างทีเดียวว่า บางทีอาจถึงเวลาแล้วก็ได้...ที่ฉันอิ่มตัวจากการเป็นแอร์ตะวันออกกลางเร่ร่อน แล้วควรกลับไปลงหลักปักฐานหรือโยกย้ายงานต่อไป ฉันก็ไม่รู้ทำไม แต่ฉันมีความสุขเหลือเกินกับทุกวินาที ทุกสิ่งทุกอย่างในกรุงเทพฯ อยากเก็บช่วงเวลาเหล่านั้นไว้ให้มากที่สุด เหมือนชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปนาน สูดอากาศควัน ๆ ให้สมกับที่คิดถึงอย่างเต็มปอด


รถติดยาวเหยียด ควันพิษฟุ้งกระจาย รถเมล์ร้อน ๆ รถตุ๊ก ๆ วิ่งฉวัดเฉวียนเกลื่อนถนน มอเตอร์ไซค์วิ่งไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย...แต่ฉันก็โหยหาเหลือเกิน เพราะมันคือ ถนนบ้านฉัน

อาหารข้างถนน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มีอาหารมากมายให้ได้กิน อยากจะกินอะไรก็กิน อยากจะดื่มอะไรก็ดื่ม แม้จะไม่ค่อยสะอาดและเนี้ยบนัก แต่ฉันก็รักมันจัง เพราะมันคืออาหารบ้านเมืองฉัน

ฉันชอบผู้คน สภาพความเป็นอยู่ รอยยิ้มแสนเป็นมิตร ภาษาที่คุ้นเคยหู แม้จะแออัดและอุดอู้ ไร้ระเบียบผังเมืองหรือเต็มไปด้วยนักการเมืองขี้โกง แต่ฉันก็มีความสุข เพราะเป็นผู้คนในบ้านเมืองฉัน







เวลาส่วนใหญ่ใน 36 ชั่วโมงอันน้อยนิดที่มี ฉันทุ่มลงไปกับครอบครัว...พ่อฉันพาไปกินข้าวเย็นอย่างที่ไม่ค่อยจะเคยได้ว่างพาฉันไปบ่อยนัก ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เสียงหัวเราะดัง ๆ จากมุขตลกของครอบครัว และมุขตลกของพ่อจากฤทธิ์เบียร์ ยังคงทำให้มื้ออาหารครื้นเครงเหมือนเคย...ฉันโหยหาเหลือเกิน

ฉันอ้อนวอนน้องชายให้เล่นกีต้าร์ให้ฟังยามเที่ยงคืน ฉันยังคงทำหน้าที่เป็นคนเคาะเขย่าไข่ประกอบจังหวะได้ดีเหมือนเคย (ฉันว่างั้นนะ) ช่วยกันร้องสลับกับดำน้ำบุ๋ง ๆ ไปจนจบเพลงมั่งไม่จบเพลงมั่ง...คิดถึงเสียงเพลงหลายเพลงสมัยเรียนที่ฉันและน้องไปออกค่ายด้วยกันบ่อย ๆ การพูดคุยลงลึกถึงชีวิต ความเป็นไป มุมมองของโลกและเงื่อนไขของครอบครัว

แม่ฉันเล่าให้ฟังเรื่องละครเกาหลีก่อนข่าว เล่าถึงความเป็นไปของญาติมิตรและที่ทำงาน ฟังฉันปรับทุกข์เรื่องความเป็นอยู่ ชื่นชมในสิ่งที่ฉันคิดถูกทาง ตบกลับมาถ้าฉันคิดอะไรเตลิดเปิดเปิง หยิบทิชชูให้ทีละแผ่นเมื่อน้ำตาฉันคลอเวลาถึงเรื่องอัดอั้นตันใจ และเหนืออื่นใด แม่ยังคงคอยยืนอยู่ข้าง ๆ ฉันเสมอ...ฉันคิดถึงแม่ขึ้นมาอีกแล้ว...








ฉันมองดวงไฟสวยงามยามค่ำคืนจากหน้าต่างเครื่องบินค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ เมื่อเครื่องบินไต่ระดับที่สูงขึ้น ๆ...ฉันมองมันจนกลายเป็นสีดำสนิทกลืนไปกับฟ้าอันมืดมิดยามกลางคืน กรุงเทพฯของฉันหายวับไปกับตา น้ำตาหยดไหลรินอยู่ภายในเงียบ ๆ โดยไม่มีใครได้ยิน ฉันต้องรอคอยอีกกว่าเดือนจึงจะได้กลับมาเยือนบ้านเกิดอีกครั้ง ฉันจะทนรอไปถึงตอนนั้นได้อย่างไร

หรือมันถึงเวลาแล้วจริง ๆ กันแน่นะ...ที่ฉันควรจะต้องกลับบ้านเสียที นานเกินไปแล้วใช่ไหมที่ฉันวิ่งหนีจากมา เงินทองเงินตราจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่บ้านและความอบอุ่น ไม่ใช่ว่าจะหาได้ตลอดเวลา ถึงเวลาที่ฉันรู้ซึ้งดีแล้วล่ะว่า ฉันอยากกลับไปมากเพียงไหน

...อีกไม่นานหรอกนะ ฉันจะวิ่งกลับไปหา กรุงเทพฯและบ้านที่รัก










คิดถึงบ้านบ่อยจังช่วงนี้...

ปัญหาของคนอยู่ไกลบ้าน เป็นธรรมดาหรือเปล่าคะ?

...เริ่มท้อแล้วเหลือเกิน อยากกลับบ้านจังค่ะ




Create Date : 05 พฤษภาคม 2551
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 6:14:07 น. 35 comments
Counter : 1177 Pageviews.

 
สวัสดีครับน้องปอย



เพราะความ "ห่างไกล" รึเปล่า ที่ทำให้เรายิ่งรักกัน.....


ข้อความของน้องปอยในวันนี้
ทำให้พี่ก๋านึกถึงตัวเองเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว
(ทำไมมันย้อนนานจริงวุ้ย 5555)


ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย พี่ก๋าไปเรียนปีแรก
ไม่กลับบ้านเลยนะ ปิดเทอมก็อยู่เล่นที่กรุงเทพฯ
เพราะคิดว่าเป็นอิสระแล้ว

จริงๆใจเราไม่อิสระเลย มันเหงาๆ โหวงๆ
แถมเป็นคนไม่ชอบโทรศัพท์ด้วย 555


ครั้งที่ทะเลาะกับอาจารย์รุนแรงที่สุด
พี่ก๋ากลับบ้านที่เชียงใหม่เลย
โดยไม่บอกเพื่อนเลยว่าจะไปไหนยังไง

กลับมานอนเล่นที่บ้านอยู่อาทิตย์นึง
จนสำนึกเองว่า ต้องกลับไปทำหน้าที่ "ลูกที่ดี" แล้ว


วันนั้นเองที่พี่ก๋ารู้ว่า "บ้าน" สำคัญแค่ไหนสำหรับตัวเอง




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:7:49:17 น.  

 
บ้านคือวิมาน..ของเรา..

ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ แต่ ก็เป็นบ้านเรา..
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ที่คิดว่า ดีๆ กว่าบ้านเราในความรู้สึก
แต่สิ่งที่ค้านอยู่ในใจเราเสมอคือ ...ดีมากๆ แต่ไม่ใช่บ้านเรา..จะรู้สึกอย่างนี้เสมอ
พอเป็นบ้านเรา...ถึงแม้โดยรวมอาจไม่สมบูรณ์ แบบเหมือนที่อื่น...แต่เราก็สุขใจว่า เป็นบ้านของเรา..

ทุกวันเรารู้สึกว่ารักบ้านเรา เพิ่มขึ้นทุกวัน..

ขอให้มีความสุขในห้วงคำนึงแห่งความคิดถึง บ้านค่ะ

คิดถึงห่วงใยค่ะ


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:58:27 น.  

 
อ่านแล้วสะดุดจริงๆ ด้วยค่ะ กึกเลย
เพราะบางอารมณ์ปุ๊กก็อยากลองไปนู่นไปนี่ที่ห่างบ้านเหมือนกัน
เคยห่างบ้านอยู่ปีนึง ตอนนั้นมีความสุขมากเลย เพราะไม่มีอะไรให้ทุกข์
เหงาก็มีเพื่อน อยากทำอะไรก็ทำได้ ไม่มีคนบังคับ
แต่พอเกิดเรื่องทุกข์ๆ ขึ้นมาสุดท้ายก็ "บ้าน" จริงๆ ค่ะ

ส่วนตอนนี้เป็นลูกแหงเต็มขั้น
พอคิดว่าจะไม่ได้อยู่ใกล้แม่แล้วขามันหนักๆ
แม่ปุ๊กอายุมากแล้วด้วย

วันนี้อ่านที่พระไพศาล วิศาโลท่านเขียน
ท่านพูดถึงเรื่องเงินกับความสุขพอดี เดี๋ยวปุ๊กส่งให้คุณปอยอ่านดีกว่า ^^
รู้สึกว่าอ่านแล้วดีอ่ะค่ะ อยากแชร์ให้อ่านด้วย

เรื่องที่เราคุยกันหลังไมค์ ไม่เป็นไรค่า ถ้าปุ๊กบอกก็คือสะดวกใจที่จะบอกอยู่แล้วค่ะ ^^
คอยเอาใจช่วยให้คุณปอยทำตามฝันได้สำเร็จ ค้นพบสิ่งที่ตามหามานานเช่นกันนะคะ (รวมถึงได้กอดแมวด้วย อิอิ)

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ ค่ะ ^^


โดย: Hobbit วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:51:24 น.  

 
ที่ไปแปะไว้ที่บ้านคุณแป๋งอ่ะ บอกพี่หนูหล่อหรือ
บอกพี่แป๋งครับ (เห็นยัง.. อั้ยหนูหล่อ การไม่มีบ้าน
เอง เกิดความกำกวมได้เช่นนี้) ครือว่า... ตอนนี้เรา
สองเกลอกำลังแรงใจตกเหลือแค่เฟสเดียวกันทั้งคู่
เลยครับ... แต่ก็ไม่เป็นไรนะครับ เราแบ่งๆกันได้
อยู่แล้ว

หายใจลึกๆ ทำใจให้เข้มแข็ง แล้วบอกตัวเองเสมอ
ว่าบ้านคอยเราอยู่ ตอนนี้จะหาเงินเยอะๆ แล้วกลับ
ไปทาสีแต่งตัวให้บ้านสวยกว่าเก่า บ้านและทุกคน
ที่บ้านที่เรารักและรักเราก็จะมีความสุขร่วมกัน

พี่หนูหล่อเห็นใจคุณปอยมากเพราะสังเกตโดยเอา
ประสบการณ์ตัวเองเข้าเทียบ คุณปอยต้องออกไป
เผชิญโลกภายนอกที่สภาพแวดล้อมกดดันหลาย
อย่างด้วยวัยน้อยมาก... พี่สาวพี่หนูหล่ออายุสี่สิบแล้ว
ตำแหน่งงานเรียกได้ว่าเป็นหญิงเหล็กคนหนึ่ง ยังแอบ
ไปนอนใกล้ๆแม่ ปรึกษาหารือคุยเล่นด้วยอยู่เสมอ
ไม่ใช่ว่าอยากได้ความเห็นอะไรมากหรอก แต่เขาคงมี
ความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ กินอาหารที่แม่ทำอะไรอย่างนี้

ลองถามใจคุณปอยเองเถอะครับ ว่าคุ้มกันไหมที่ต้อง
มาโดดเดี่ยวอยู่เช่นนี้ หาทางเปลี่ยนแปลงสภาพความ
เป็นอยู่เสียถ้าจำเป็น พี่หนูหล่อเคยลำบากกว่าคุณปอย
แต่เป็นผู้ชายก็ทรหดกว่าอยู่แล้ว และอยู่ในภาวะที่จำเป็น
ต้องลำบากน่ะครับ ก็สู้ๆมา ล้มบ้างลุกบ้าง

เสียดายที่พี่หนูหล่อไม่มีหลังไมค์ แต่ถ้าจะช่วยอะไร
ได้บ้าง เชิญที่ nulaw.m@gmail.com นะครับ


โดย: หนูหล่อ IP: 203.155.232.30 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:19:51 น.  

 


น้องปอยจ๋า.....

มีผู้หญิงคนหนึ่งนะค่ะ อายุ 43 ปี

มีความฝัน ตั้งแต่เด็กเยอะแยะมากมาย

นั้นคือ ตลอดเวลาตั้งแต่เด็ก เคยโหยหา...........

คำว่าโหยหานี้ พอถึงเวลาเข้าจริงๆ ก็ยังไม่รู้ตัวเลยนะค่ะว่า

เราโหยหาสิ่งใดกันแน่ แต่พอมาบัดนี้ มีลูกเต็มบ้าน

มีหลานเต็มเมืองแล้ว จึงเข้าใจค่ะว่า เราโหยหาสิ่งใด

สิ่งที่เราโหยหา อันที่จริงไม่มีตัวตน แต่เป็นที่จิตใตสำนึกของเราไงค่ะ

คิดไปเอง ว่าเราต้องการอย่างนั้นเราต้องการอย่างนี้

ไปตามประสาเด็ก แม้นว่าเราจะโตเป็นสาวแล้วก็ตาม

แต่ม๊าขอบอกว่าตามประสาเด็ก เพราะตอนนั้นเรายังไม่มีครอบครัว

ทำให้หลายๆอย่าง ยังเป็นมุมมองแบบเด็กๆ เท่านั้นเอง

แต่พอถึงวันนี้แล้ว ผู้หญิงคนนั้น ผ่านเรื่องราวมากมาย

หลายอย่าง หลายซ้อน ย้อนไปย้อนมาให้กลายเป็นคนที่

วางเฉยและสงบนิ่ง แม้นตัวจะยังคงเล่นซุกซนอยู่

แต่ใจนั้นสงบนิ่งนานแล้วค่ะน้องปอยขา..................


หากเราย้อนมองกลับไป สิ่งที่เราต้องการแท้จริงนั้น

ต่อให้เราตายจากไปแล้วนั้นล่ะค่ะ ถึงจะหยุดยั้ง ความต้องการเหล่านี้ได้

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา มักจะสอนลูกสาวอยู่เสมอว่า

จงอย่าทิ้งความเป็นตัวตนของเรา เพื่อนจะคบเราหรือไม่คบ

ก็ไม่เป็นไร เพราะเราย่อมหนีความเป็นตัวตนของเราเอง

ไปไม่ได้ เหมือนม๊านะค่ะน้องปอยขา...........

เป็นลูกทะเล เป็นลูกสาวชาวสวน อยู่ๆ ก็มีลูกชายของท่านคนหนึ่ง

ที่พังงา มาชื่นชอบ ชื่นชอบในความเป็นตัวตนของม๊านะค่ะ

น้องปอยเห็นม๊าเพียงด้านเดียวนะค่ะ ด้านที่เห็นเป็นยังไง

อีกหลายๆด้านของม๊า ก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่เลยค่ะ

ลูกชายของท่านคนนั้น ก็คือป๋าไงล่ะค่ะ ป๋าเองค่ะ..........

ป๋าพูดกับม๊าก่อนแต่งงานว่า ม๊ามีอะไรมากมายให้ป๋าเรียนรู้

ให้รู้จักชีวิตแท้จริงคืออะไร สิ่งที่ป๋าโหยหา นั้นไม่มีตัวตน

เป็นความคิดในเชิงลบนะค่ะ........

ม๊าเรียนก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่ตลอดชีวิต ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาพอสมควร

อันที่จริงคำว่าประสบการณ์ชีวิตของม๊านี้ ก็คือ การเรียนรู้จากชีวิตสัตว์เสียมากกว่าค่ะ

ได้ช่วยเหลือตัวนั้น ได้รับอุปการะตัวนี้...............

สัตว์เหล่านี้ มีอะไรบอกม๊ามากมาย มาตั้งแต่ม๊าเกิดมาจำความได้เลยค่ะ

เขาสอนม๊านะค่ะ สอนว่า ทุกข์หรือสุขนั้นอยู่ที่ใจ การเป็นผู้ให้ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นผู้รับ

ให้รอยยิ้มใสๆ ให้ความรู้สึกดีๆ มอบเสียงหัวเราะรื้นๆช่วยกันให้เป็นสุขขึ้น

..............

ป๋าเคยคุยกับม๊าอยู่เสมอๆว่า

ป๋าโชคดีที่ได้เจอม๊า เจอผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาๆคนนี้ค่ะ

รักและห่วงใยน้องปอยนะค่ะ

ยังไงๆ ถ้าม๊าแต่งงานเร็ว มีลูกเร็ว น้อยปอยก็เป็นลูกของม๊าได้อยู่ดีค่ะ


โดย: นางมารร้ายจีจี้ วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:21:37 น.  

 
มีคนสองรุ่น

รุ่นพ่อแม่เรา ส่วนมากจะหนีออกจากบ้านแล้วสร้างบ้านใหม่กับใครคนหนึ่ง

ส่วนรุ่นเราที่พร้อมกว่า แต่สับสนกว่า มักจะรอวันหนึ่ง ที่ตัดสินใจวิ่งกลับบ้าน

พี่ไม่รู้ว่าพี่จะเป็นแบบไหน พี่อาจจะสร้างบ้านใหม่ แต่แน่นอน คนละแบบกับคำว่าบ้านและครอบครัวอย่างที่นิยามไว้

แต่ก็อีกนั่นแหละ บางทีบ้านของพี่อาจจะมีพี่อยู่คนเดียวก็ได้

เอาน่า เรายังมีเวลาหนีออกจากบ้านได้อีกเยอะ เพระโลกนี้ยังมีที่ให้เราไปอีกเยอะเช่นกัน

ปล กลับมาเมืองไทยเหรอจ้ะ วันเสาร์พี่อาจอยู่ที่วีวี่ (ตอนนี้เจ้าของ คุณวิ เขาคงจะยกร้านให้พี่แล้วล่ะ ไปบ่อยเหลือเกิน) ตอนเย็นๆ ถ้าฝนไม่ตก ถ้าว่าง ก็ไปนั่งชิลล์ๆ เอามะนิวมาด้วยนะ (หมายถึงถ้าว่างนะ ไม่ว่างไม่เป็นไร เพราะพี่ปของพี่อยู่แล้ว) ส่วนวันอาทิตย์พี่คาดว่าจะติดถ่ายแฟชั่นอ่ะ


โดย: แอบชอบ คห. ข้างล่าง วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:38:36 น.  

 
มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า
"บ้านคือที่ให้วิ่งหนี แล้วรอวันกลับมา"

น้องปอยจ๋า เข้มแข็งสู้ๆ นะคะ ทำหน้าที่ ที่มีอยู่ในมือให้ดีที่สุด
พี่เข้าใจความหมายคำขึ้นต้นอย่างดี...สมัยวัยรุ่นไม่อยาก
อยู่เลยที่บ้าน มีแต่เรื่องเดิม ปัญหาเดิม ซ้ำๆ
ไม่ได้คิดถึงพ่อแม่มากมายเลยค่ะ คิดถึงแต่ตัวเอง
ว่าวันนี้ฉันจะทำอะไร เป็นอะไร อยากได้อะไร

และไม่อยากอยู่บ้านที่พ่อเข้มงวดมากและหัวโบราณ
แบบคนจีนเก่าแก่....
จนวันหนึ่ง ญาติป่วยเป็นอัมพาต ขอให้พี่ไปช่วยดูแล
หลายเดือนเลยค่ะ ตอนนั้นพี่เรียนรามฯ ไม่จำเป็นต้องเรียน
ทุกวันเหมือนมหาวิทยาลัยอื่นๆ

ระหว่างดูแล ปฏิบัติป้าสะไภ้ ท่านจุกจิก จู้จี้มากๆ พี่ทำให้เค้าทุกๆ อย่าง
ข้อดีของตัวพี่คือนิ่งๆ ไงคะ โกรธก็นิ่ง ในใจหน่ะคิด
สิ่งที่เรามาทำอยู่นี้ เราไม่เคยทำให้พ่อแม่เลย
เราไม่เคยบีบนวด ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย
แต่ตอนนี้เรากำลังทำให้ญาติคนนึงที่แม่รักอยู่

ความคิดถึงแม่ แทบทำให้อยากกลับบ้าน
นั่งมองฟ้าทุกวัน สวดมนต์ภาวนาให้ป้าสะไภ้แข็งแรง
คิดถึงบ้าน คิดถึงเหลือเกิน

กลับบ้านได้ครั้งนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปจนแม่รู้สึกค่ะ

หลังแต่งงาน ชีวิตเจอมรสุมมากมาย
ได้เป็นแม่คนแล้วยิ่งซึ้งคำว่าแม่ และบ้านของเรามากมาย
ตอนอุ้มท้องน้องภูกลับบ้านนี้..คลอดน้องภูคนเล็กที่นี่
พี่มีความสุขที่สุดในชั่วชีวิตที่ผ่านมา....

แต่ว่า...ชีวิตแต่ละคนแต่ละรูปแบบกันนะคะน้องปอย
บางทีความเหงา ความคิดถึง มันดึงเรากลับบ้านสม่ำเสมอ
ระหว่างนี้เป็นกำลังใจให้สู้ๆ ภาวนาให้น้องปอยได้เจอ
หนทางกลับบ้าน..และได้อยู่ใกล้ครอบครัว..
อย่างมั่นคง และสวยงาม นะคะ

สู้ๆ


โดย: Jiji&Kaka วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:27:20 น.  

 
ไม่รู้เหมือนกันครับว่าถึงเวลาที่จะหยุดการเดินทางที่ห่างบ้านหรือยัง
หรือควรกลับมาเริ่มต้นอะไรใหม่ที่บ้านเกิดหรือเปล่า...
แต่บอกได้อย่างนึงว่า เราจะมีความสุขทุกครั้งที่เราได้เลือกทางเดินชีวิตของเราเอง
ไม่ว่าเดินไปแล้วจะเจออะไรข้างหน้าก็ตาม แล้วก็อย่ากลัวที่จะเลือกทางเส้นใหม่ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังไงก็ทีทางเส้นใหม่มาให้เราเลือกเดินเสมอครับ
เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย..

+++++++++++++++++

แวะมาขอบคุณที่แวะไปที่เยี่มน่ะครับ


โดย: หนึ่งในชาวโลก วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:10:55 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปอย
ส่งใจมาจากกทม....กทม.ฝากมาบอกว่าคิดถึง
และรออยู่เสมอ...ฮิ ฮิ


โดย: ชีวิตมีลีลา วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:58:16 น.  

 
อ่านแล้วเข้าใจ น้อยปอยมากยิ่งขึ้นเลยว่าเหงาคิดถึงบ้านขนาดไหน
เฮ้อ..ผมก็ไม่ค่อยจะห่างบ้านสักเท่าไร

แต่ที่น้องเล่ามานั้นเห็นภาพเลย..
กาทำงานในต่างแดนแลกกับอิสระภาพจริงๆ
แต่หนึ่งเดือนก็คงไม่นานเกินไปหรอกครับ...
เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้วครับผม..


มีอะไรก็คุยกับเพื่อนๆใน blog ได้นิ
ถึงอยู่ไกลแต่เราก็ย่อโลกลงมาอยู่ในจอคอมได้นะครับ


โดย: Little Knight วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:40:23 น.  

 
คิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว ก็กลับมาอยู่สิครับ ความสุขใจ ความอบอุ่น บางครั้งมีเงินมากมายก็ไม่สามารถหาซื้อได้นะครับ
ไม่มีที่ไหนจะให้ความสุข ความอบอุ่นได้เท่ากับบ้านเราแล้วครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:30:58 น.  

 
มีแขกหลายคนถามว่าำทำไม ถึงไม่อยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ ทั้งๆ ที่ความสามารถดาเพียงพอ ดาตอบว่า ที่เมืองไทยนะ It's just my home. Nowhere else is better. ถึงจะไม่สบายกาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้ คือความสบายใจ ดาไม่รู้ว่าคนเราต้องการอะไรมากกว่ากัน ระหว่างสบายใจเพราะความรักความผูกพันธ์ของคนในครอบครัว กับเงินตรามากมายมาทำให้สบายกาย แต่สำหรับดา อย่างแรกจะมาก่อนเสมอ

ตอบคำถามเนื่องน้ำตกหน่อยนะค่ะ คนถามอาจลืมไปแล้ว แหะแหะแหะ

ป้าก็เกือบไม่ไหวละค่ะหนูปอย แต่ยอมแพ้ไม่ได้เดี๋ยวเด็กจะสมน้ำหน้า เอ่อ ดาไม่ชอบยาดมค่ะ ดมแล้วมันมึนง่ะ อืม ส่วนเรื่องนิยายกับเที่ยว คือว่า ต้องอ่านนิยายจบเล่มก่อนถึงจะยอมเที่ยวนะค่ะ เลยเป็นคนพกหนังสือไปไหนด้วยไม่ได้ เพราะจะลืมโลกไปเลย


โดย: veeda วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:46:45 น.  

 
น้องปอยจ๋า
เวลาหนูไปเที่ยวบล็อกพี่ หนูก็จะได้ยินเพลงนี้..

Home - Michael Bublé

Another summer day
Has come and gone away
In Paris and Rome
But I wanna go home
Mmmmmmmm

Maybe surrounded by
A million people I
Still feel all alone
I just wanna go home
Babe I miss you, you know

And I’ve been keeping all the letters that I wrote to you
Each one a line or two
“I’m fine baby, how are you?”
Well I would send them
but I know that it’s just not enough
My words were cold and flat
And you deserve more than that

Another aeroplane
Another sunny place
I’m lucky I know
But I wanna go home
Mmmm, I’ve got to go home

Let me go home
'Cause I’m just too far from where you are
I wanna come home

And I feel just like I’m living someone else’s life
It’s like I just stepped outside
When everything was going right
And I know just why you could not
Come along with me
That this is not your dream
But you always believed in me

Another winter day has come
And gone away
In even Paris and Rome
And I wanna go home
Let me go home

And I’m surrounded by
A million people I
Still feel all alone
Oh, let me go home
Oh, I miss you, you know

Let me go home
I’ve had my run
Baby, I’m done
I gotta go home
Let me go home
It will all be all right
I’ll be home tonight
I’m coming back home

พี่ขอเป็นกำลังใจให้คนไกลบ้านนะคะ..


โดย: เอื้องสามปอย วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:21:46 น.  

 
คุณปอย อาการเดียวกันเลยค่ะ
ต่างกันที่ของอ้อนพ่อกับแม่จะมาหาค่ะ หลังจากลูกสาวที่อยู่ห่างไปแค่ไม่กี่จว.ไม่ได้กลับบ้านมาเกือบสองเดือนก็อาชีพอย่างอ้อน วันเสาร์อาทิตย์ก็อยู่เวรหนิคะ

อาการคิดถึงบ้านกำเริบที ก็ท้ออยากย้ายกลับบ้านเร็วๆ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะคะ ชีวิตก็มีอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม บางทีการที่เราตั้งจุดหมายว่าจะกลับไป ก็ไม่ได้แปลว่าขณะที่เราเดินทางอยู่เราจะมีความสุขไม่ได้ใช่ไหมคะ ขณะที่เรายังต้องดำเนินชีวิตอยู่แบบนี้ ก็คงต้องหาทางทำให้ตัวเองรักวิถึชีวิตแบบนี้ให้ได้...เหมือนจะฝืนใจ แต่ คุ้มนะคะถ้าทำใจได้...

คุณปอย อ้อนว่าเรามีอะไรหลายอย่างคล้ายกันนะคะ
(คิดเอาเอง) อย่างน้อยก็ความผูกพันกับครอบครัวหนึ่งล่ะ

หนังสือเรื่องแซลมอนกับเพลงหน่ะรู้สึกว่าเข้ากันเพราะเป็นเรื่องราวการใช้ชีวิตเหมือนกันหน่ะค่ะ ...อ่านและฟังแล้วทำให้เราหายเครียดกับชีวิตไปมาก...เรียกว่าสบายใจขึ้นก็ได้ค่ะ ก็ชีวิตไม่ได้มีอะไรมากมาย...บางทีการตามหาความหมายของชีวิตก็อาจจะไม่ได้มีคุณค่ามากไปกว่าการ "ใช้ชีวิต " ก็ได้นะคะ

ขอให้มีความสุขกับการอ่านเพชรพระอุมาและดูอิมซังอ๊กค่า...


โดย: BeCoffee วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:45:48 น.  

 
สำหรับเรื่องนี้ พี่มีอารมณ์สองอย่าง และรู้เลยว่า
มันเป็นแบบไหน เพราะเจอมาแล้ว

แต่ว่าตอนห่างบ้านก็ไม่ได้หนีบ้านเพราะมีปัญหา
แต่เพราะว่ามันคือชีวิตที่จะต้องเป็นไป
เลยต้องห่างไกลบ้าน ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็ดีนะ
เพราะว่ามันทำให้เรามีอะไรใหม่ๆ มาในชีวิต
และทำให้เรารู้วา .. อ้อ เราคิดถึงบ้าน เราโหยหา
มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

อะไรที่ไม่เคยได้คิดถึง ก็มาคิดตอนอยุ่ห่างบ้าน
นี่ล่ะ เห็นได้ง่ายๆ เรื่องอาหาร ความเป็นอยู่
ทุกอย่าง เพราะตอนอยุ่บ้านเราอะไรก็ได้
ไม่มีเรื่องแปลกใหม่ อะไรเลย แต่ว่าพอต้องอยุ่
ห่างบ้าน ห่างเมือง ห่างอะไรที่เราคุ้นเคย มันเลย
ทำให้เราคิดถึง ...

แต่ตอนนี้ เรากลับมายืน ณ จุดเดิม แต่ด้วย
สถานการณ์ใหม่ อะไรที่คุ้นเคย ก็เหมือนว่า
มันจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว .. เอ่อ มองในแง่ดี
มันก็ทำให้เราเข้าใจคนที่อยู่ไกลบ้าน และอยู่
ใกล้บ้าน เวลาพูดคุยกันมันเลยเก็ต ..

แต่ตอนนี้ อยากอยู่ห่างบ้านอ่า .. เพราะคิดว่า
มันสบายใจกว่า .. เอ พูดแล้วเหมือนพวก
กำลังมีปัญหาเลยแฮะ 555+

ว่าแล้วเรามาแตะมือกันไม๊น้องปอย
แลกกันอ่ะพี่อยู่ไกลบ้าน น้องปอยกลับมา
อยู่ใกล้บ้าน ...

ถ้าทำได้ก็ดีเลยน๊า ว่าไม๊เอ่ย


โดย: JewNid วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:08:47 น.  

 
แวะมาคุยอีกรอบค่ะ เอาเป็นว่า ขอให้คุณปอยหายเหงาเร็วๆ น้า คนที่ได้มีโอกาสอยู่ไกลบ้าน มักจะได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งเสมอว่า บ้านมีค่ามากเพียงใด แต่ยังไงๆ ถึงจะไกลตา แต่ก็ใกล้ใจนะค่ะ

ดาเป็นสาวกเพลงนี้เหมือนกันค่ะ Home - Michael Bublé ฟังวันละไม่รู้กี่รอบ โดนใจสุดๆ ไปเลย

ท่องไว้ค่ะ น่าเดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว (ดาท่องประจำเลย กับอีกคำ ตูมาทำไรที่นี่ฟะ)

เอางี้ดีกว่า ดาจะส่งของขวัญไปปลอบใจ คราวที่แล้วแค่เล่า เอ่อ คราวต่อไปเอาตัวเป็นๆ มาปล่อยเลยดีมั้ยเรา อืม ขอที่อยู่ด้วยจ้า


โดย: veeda IP: 118.95.108.147 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:41:56 น.  

 
พี่หนูหล่อคะ...
ที่แปะไว้ที่บ้านพี่แป๋ง ตอนนั้นตั้งใจให้พี่แป๋งค่ะ
เพราะมันเป็นบทที่พี่แป๋งเขียนไม่ใช่เหรอคะ
แล้วก็ไม่ทราบด้วยว่าพี่หนูหล่อก็จิตตกคือกัน
(นั่นสิคะ มีบลอคเร็วพลัน)

ขอบคุณมากเลยนะคะ สำหรับกำลังใจที่มีให้กันเสมอ
ปอยอยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุข ก็มีเหตุผลอย่างหนึ่ง
ก็คือปอยมีโลกอินเตอร์เนท โลกตัวอักษรนี้อยู่เสมอ
ใครไม่มาสัมผัสจะไม่รู้เลยจริง ๆ นะคะว่ามันสวยงาม
ปอยได้รับกำลังใจดี ๆ มิตรภาพดี ๆ ความอบอุ่น
และความจริงใจอย่างที่บางทียังหาไม่ได้จากโลกจริง ๆ
ทุกครั้งที่รู้สึกแย่หรือดาวน์ แค่ตัวอักษรไม่กี่ตัวจากเพื่อนๆ
มันก็กลับทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อจริง ๆ นะ

พี่หนูหล่อเอง ก็รวบรวมกำลังใจกลับมาไว ๆ นะคะ
ไม่ว่าจะเป็นอะไร เกิดจากอะไร ปอยก็ยังคงมีกำลังใจ
และมิตรภาพดี ๆ ให้พี่หนูหล่อเสมอ ๆ ค่ะ เหมือนที่พี่
คอยดูแลน้องสาวคนนี้เสมอ ๆ ยังไงละคะ (ซึ้ง ๆ)
พี่หนูหล่อเข้มแข็งเสมออยู่แล้ว ยิ้มให้ตัวเองให้ได้นะคะ
แล้วโลกทั้งโลกจะคอยยิ้มให้เราเสมอค่ะพี่ ^___^
ยิ้มให้ด้วยทีนึง...

ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ จากการอ่านเม้นต์ยาว ๆ ของเพื่อนทุกคน



โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:19:32 น.  

 
ไม่ได้เข้ามานานยังเขียนได้ดีและถ่ายรูปได้สวยเหมือนเดิมเน่อ

ขอบคุนมากสำหรับคำแนะนำในบล๊อก รับทราบไว้แล้วส่วนเรื่องจะทำได้หรือไม่ ก็อยู่ที่กำลังใจอย่างเดียว

หวังว่าคงสบายดี


โดย: BrettAnderson วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:19:49 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทาย มาให้กำลังใจครับ

"ไม่มีที่ไหนที่ให้ความสุขได้เท่าบ้านของเราหรอก"

มีคนบอกผมไว้อย่างนี้จิรง ๆ ครับ

ผมก็คิดถึงบ้าน คิดถึงคนที่บ้านเสมอครับ ถึงแม้ว่าผมจะกลับบ้านทุกวันเสาร์และอาทิตย์ก็ตามครับ เพราะว่าผมมาพักอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ใกล้ที่ทำงานครับ

ผมก็อยากกลับไปอยู่ที่บ้านเหมือนกันครับ เบื่อที่จะต้องนั่งกินข้าวคนเดียวทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ครับ อยากกลับไปนั่งกินข้าวร่วมกับครอบครับทุก ๆ วันเหมือนกันครับ

ขอให้คุณ น.ส.ดุ่บดั่บ ได้กลับบ้านบ่อย ๆ นะครับ

ผมจะบอกว่ามีอาชีพเป็นแอร์ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ผมจะบอกว่าถ้าเป็นเครื่องกรองอากาศได้น่าจะดีกว่านะครับ

(มีแจกมุขตอนท้ายด้วย ... อิอิ)

อีกครั้งนะครับ ... จะคอยให้กำลังใจ จะมีมีแรงใจต่อสู้กับงานที่ทำนะครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:07:13 น.  

 
บางครั้ง....ยามที่อยู่บ้านนานๆ
ก็รู้สึกเฉยๆออกจะเบื่อๆเป็นบางครั้งเหมือนกันค่ะ

แต่ยามที่ต้องอยู่ไกลบ้านเมื่อไร
ความรู้สึกคิดถึงบ้าน...มันเกิดขึ้นในใจทุกที

เพราะว่าสิ่งที่เราคิดถึงคือคนที่อยู่ในบ้าน

^ ^


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:38:08 น.  

 


น้องปอยขา......

ม๊าเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดานะค่ะ

ที่เลี้ยงลูกสาว และลูกแมวด้วยหัวใจ

ทำให้เข้าใจลูก(ของชาวบ้าน)ขึ้นมาหน่อย

ม๊ายินดีนะค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าหากม๊า

ให้คำแนะนำได้ ม๊ายินดีเป็นที่สุดเลยค่ะ

.............

สำหรับชีวิตของม๊าเกิดมาจนป่านนี้นะค่ะ

ม๊าเป็นคนที่ไม่ชอบบังคับใจตัวเองค่ะ

แต่ก็ไม่เคยเอาแต่ใจตัวเองนะค่ะน้องปอยขา

คำพูดตรงนี้ ม๊ายินดีให้น้องปอย ลองนำไป

ประยุกต์ใช้กับตัวเองได้นะค่ะ

รักเสมอนะค่ะ..............

ถ้าหากน้องปอยเหงาๆ ม๊าฝากเพื่อนคนหนึ่ง

ไว้ในอ้อมใจของน้องปอยด้วยก็ได้นะค่ะ

(มีแจกมุขตอนท้ายนิดเดียวเองค่ะ)



โดย: นางมารร้ายจีจี้ วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:55:54 น.  

 
ขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวนี้นิสนึง ผมจะไปดูคอนเสริตนี้ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร เผื่อแผ่ไว้ถ้ามีคนรู้จักที่ชอบฟังเพลงแนวเดียวกัน เพราะปัจจุบันเพลงในชุดพาฝันของ "กีตาร์เทพ" ชุดนี้เป็นอัลบั้มที่น่าจะเรียกได้ว่าหาฟังได้ยากที่สุดไปแล้ว

รบกวนพื้นที่นิสนะครับ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=webmaster&month=16-05-2008&group=6&gblog=73


โดย: BrettAnderson วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:00:01 น.  

 
เพลงนี้เพราะมากครับ เอาเนื้อเพลงนี้ไปฟังดู ถ้าชอบก็ตามลิงค์ที่ลงไว้ข้างล่างไว้เลย มีเพลงให้ฟังด้วย

เพลง : พรุ่งนี้ยังมี
ศิลปิน : ชัคกี้ ธัญญรัตน์ และวง บลูแพลเนต
คำร้อง : เบญญา นันทขว้าง
ทำนอง/เรียบเรียง : ชูศักดิ์ ธัญญรัตนางค์กูล (ชัคกี้ ธัญญรัตน์)

อ้าวว้าง ความเดียวดาย มาเยี่ยมเยือน
ยามน้ำตา พร่าพราย ใจละเมอ
เหม่อมอง มองไปไกล สุดสายตา
ในนภา มืดมน มีแสงดาว
หากเก็บดวงดาว มาไว้ได้
เมื่อยามเดือนสิ้นแสง มีดาวช่วยส่องทาง
จะเก็บดวงดาว เป็นของฝาก
แม้ฟ้าจะเปี่ยมฝน เธอคงยังเปี่ยมหวัง
หากเธอ มีพลังจงมั่นใจ
อย่าร้องไห้ พรุ่งนี้ยังมี
ดั่งดาว ส่งประกายทอนภา
เปรียบเหมือนเธอ ส่องแสง แรงใจ


//www.wherearepop.com/index.php?topic=10953.5;wap2


โดย: BrettAnderson วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:31:35 น.  

 
อิอิอิ

มา เปิด ซิง เอม

เปน เนื้อ ขู่ แว้ว ย่อม ม่าย แค้ววว กัน ก้าบบบบ

รูปงาน แต่ง เรา พรี่ ดุ่บ ต้อง แลบ ลิ้ ด้วย นะ ก้าบบบ

รับ รอง แท็ก ซี่ เอ้ย ม่าย ช่าย ก้าบ

เช็ด ขรี้ โอย ม่ายยย

เซ็ก ซี่ สุด ใจจจ

อา หาน ใน งาน จา

inter มั่ก

ครือ

คราย อยาก กิน รายยยย

ดื่ม รายยยยยยย

อาวว มา เอง

งาน เรา มี

น้าม แข็ง ป่าว หั้ย ก้าบบบบบบ

มี้ บอก ว่า ต้อง ปรา หยัด เพรื่อ อา นา คด ของ เรา ก้าบ

ส่วน พรี่ กะ ป๋ม

มี้ จา ทาม

ข้าว ข่าย ต้ม กะ เกลือ หั้ย

มี้ บอก น้าม มัน กะ น้าม ปา แพง ก้าบบบบ

ถ้า พรี่ ม่าย ขัด ข้อง

มี้ รบ กวน หั้ย จิ๊ก

wine กะ อา หาน บน เคื่อง มา หั้ย มี้ ด้วย นะ ก้าบบบบบ

ส่วน ชุด ของ เรา

มี้ บอก หั้ย ปาย ซื้อ ผ้า sale เมตร ลา 20 บาด

มา คน ลา 2 เมตร ก้าบบบ

ห่ม แว้ว อาววว เข็ม กัด ติด

แว้ว บอก แขก ว่า เรา artist

อิอิอิ

แต่ง เส็ด แว้ว มี้ บอก ว่า อาว recycle

มา ช้าย ด้าย อีก ก้าบบบบ

พรูด เล่น ก้าบบบบบ

มี้ บอก ว่า

ต้อง จัด ที่ กำ แพง เมือง จีน ก้าบบ

ดู แว้ว มั่น คง ดี ก้าบบบบบบบ









โดย: dogamania วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:38:40 น.  

 
วันเกิดปีที่ผ่านมา ฟลุ๊คบอกแม่ว่า เนี่ยวันนี้ก็อายุ 21 แล้วนะ
แม่ฟลุ๊คตอบกลับมาว่า แม่ก็ยังเห็นหนูเป็นเด็กอยู่ดีล่ะ

ปล.ฟลุ๊คไปดู tokyo tower มา เป็นเรื่องความรักของแม่กับลูก ดูแล้วร้องไห้ไปหลายรอบเลยค่ะ กลับมาบ้านรักแม่มากกว่าเดิมเลยอ่ะ


โดย: little_fuku วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:55:06 น.  

 
หวัดดีค่ะ...ปอย
บล็อกวันนี้โดนใจเหลือเกิน
อ่านเม้นท์ข้างบน...โดนใจหลายความเห็นนะ
บางความเห็นก็ซึ้ง..ตรงกับความรู้สึกเป๊ะเลย
ความรู้สึกเราเป็นอย่างไร...วันนี้ปอยคงเข้าใจดีกว่าใครๆ

แต่ก็คงยังยืนยันเหมือนเดิม
ว่าทำปัจจุบัน..ให้ดีที่สุด...อาจไม่ดีที่สุดสำหรับใคร
แต่ว่าอย่างน้อย...เราก็ได้พยายามแล้ว
เห็นด้วยค่ะ...ที่ว่า..บ้านคือที่ที่เราอยากหนี
แต่สุดท้ายแล้ว...ก็คือที่ที่เราอยากกับไปซุกตัวลงนอน..นั่นแหล่ะ

รู้ไหม..ว่าเวลาไหน ที่คนอยากกลับบ้านที่สุด
ก็เวลาที่คนคนนั้น..ไม่สบายใจอย่างไรล่ะ
บ้าน..จะเป็นที่พักพิงเสมอ..ยามที่เราท้อแท้ใจ
อย่างไรเสีย...ขอให้ปอยรู้เถอะว่า
ไม่ใช่ปอยคนเดียวหรอก...ที่รู้สึกเช่นนี้
อย่างนี้..ยังมีเราอีกคนหนึ่ง..ที่รับรู้และเข้าใจ

สู้ต่อไปจ้า...ไอ้มดแดง..อิอิ


โดย: nikanda วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:6:08:12 น.  

 
น้องปอย

พี่ก๋าชวนมาดูคำตอบ
ที่เมื่อวันก่อนน้องปอยถามพี่ก๋าเอาไว้น่ะครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:7:53:31 น.  

 
ฉันมองดวงไฟสวยงามยามค่ำคืนจากหน้าต่างเครื่องบินค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ เมื่อเครื่องบินไต่ระดับที่สูงขึ้น ๆ...ฉันมองมันจนกลายเป็นสีดำสนิทกลืนไปกับฟ้าอันมืดมิดยามกลางคืน กรุงเทพฯของฉันหายวับไปกับตา น้ำตาหยดไหลรินอยู่ภายในเงียบ ๆ โดยไม่มีใครได้ยิน ฉันต้องรอคอยอีกกว่าเดือนจึงจะได้กลับมาเยือนบ้านเกิดอีกครั้ง ฉันจะทนรอไปถึงตอนนั้นได้อย่างไร

หรือมันถึงเวลาแล้วจริง ๆ กันแน่นะ...ที่ฉันควรจะต้องกลับบ้านเสียที นานเกินไปแล้วใช่ไหมที่ฉันวิ่งหนีจากมา เงินทองเงินตราจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่บ้านและความอบอุ่น ไม่ใช่ว่าจะหาได้ตลอดเวลา ถึงเวลาที่ฉันรู้ซึ้งดีแล้วล่ะว่า ฉันอยากกลับไปมากเพียงไหน
--------------น้ำตาซึมๆ ค่ะคุณปอย-----ซึ้งจัง งิงิ
ปอแวะมาเยี่ยมค่ะ
ยังไม่เคยจากบ้านไปไหนไกลๆ นานๆ
...อ่านไดอารี่นี้แล้ว รู้สึกว่าไม่อยากจากไปไหนอีกเลยค่ะ

คิดถึงคุณปอยนะคะ คุณปอยสบายดีน๊าคะ
ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ..งุงิ
ภาพของฝากค่ะ...
a href="//www.glitter-graphics.com">


โดย: Butterflyblog วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:55:43 น.  

 
อืมมม อาการ nostalgia นี่กำลังเป็นเลยล่ะ

เมื่อคืนนี้เอง...

หลังจากที่นั่งทบทวนหนึ่งปีที่ผ่านมา

ปีที่ 17 ของชีวิต ที่กำลังจะผ่านไป

เหมือนฝัน

เหอๆๆ มันมีอะไรหลายอย่างเข้ามามากมายเหลือเกิน

ทั้งที่เป็นเวลาเพียงปีเดียว

แล้วมันจะผ่านไป

แล้วเราจะสะอาดขึ้น

หลังจากที่รู้ว่ารอยเปื้อนมันเป็นยังไง


(โอ๊ย งง เหอๆๆ มาพล่ามอะไรให้ฟังเนี้ย)


โดย: Unravel วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:23:15 น.  

 
ตอน เด็ก ที่ มี้ ถูก ส่ง ปาย เรียน

10 ขวบ จน 22 ขวบ มัน นานนนนนน มั่ก ก้าบบบบบบบ

รวบ รวม น้าม ตา ด้าย 2 มา หา ซา หมุด

แถม ตอน ปะ ถม

มี้ เปน คน ไทย คน เดียว ใน โลง เลียน

แอบ คุมม โปง โฮ โฮ ทุก วัน

แต่ พอ มา นึก ย้อน ดู

มัน ก้อ เปน ปรา สบ กาน ที่ ดี

พรี่ ก้าบบบบบบ

Home Sick แน่ เยยยย

มี้ หั้ย ป๋ม มา โอ๋ โอ๋ โอ๋ พรี่ ก้าบบบบบบบบ

มี้ ชม ว่า พรี่ เข้ม แข็ง มั่ก

งาน พรี่ เคียดดด เคียดดด

อืมมมมมมม

คริด ซ้า วร่า

เมื่อ ฟาม เคียด เยอะ = เงิน เดือน เยอะ

อิอิอิ

ถ้า พรี่ กับ มา อยู่ นี่

เหมือน มาส เตอร์

ป๋ม จา ชวน

พรี่

มาสเตอร์

พรี่หนู หล่อ

มา มาววววววววววววววววววววววววววว

อาวววววววววววว หั้ยยยยยยยยยย

เปนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ม๋า

คลาน

4 ขา แข่ง กะ เอมมมมมมมมมม เยยยยยยยยย ก้าบบบ

รัก ซัม เหม๋อ กรั้บ


โดย: dogamania วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:21:02 น.  

 
ดีจ้าน้องปอย ..

เป็นยังไงมั่งเอ่ย วันหยุดอย่างวันเสาร์
ต้องมีบินไปไหนบ้างหรือเปล่าเอ่ย ..
พี่ไมไ่ด้บินไปไหน เพราะว่ายังอยู่บนพื้นอยู่
แต่ก็นั่นล่ะ เศร้าอีกแระ เพราะว่าคอมเดี้ยง
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จู่ๆ กำลังพิมพ์ๆ อ่านๆ
แล้วมันก็ restart ให้เองเลย ..
เออ แน่ะ คอมมันเก่งอ่ะ ทำนอกเหนือคำสั่งได้ด้วย
แต่มันไม่รู้หรอกเหรอว่า มันเล่นทำเอาเราเซ็ง
ไปเลยอ่ะ กับการเก่งเกินไปของเค้า ...
แน๊ เค้าไม่อยากรีสตาร์ทก็ดันมาทำให้ซะได้
เอ่อ .. เก่งจริงคอมพี่


โดย: JewNid วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:40:08 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ
มีภาพแจ่มๆมาให้ชมอีกแล้วนะคะ ดีจังเลย

อยากถ่ายภาพเก่งๆบ้างจัง



โดย: PPpIRCU วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:46:57 น.  

 
ถ้าจะเป็นเเอร์ต้องเรียนอะไรคะ


โดย: กราฟ IP: 118.173.223.24 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:42:20 น.  

 
ที่ที่เธอถ่ายทอดความรู้สึกผ่านทางรูปภาพ อาจเป็นที่ที่เดียวกันที่ฉันเคยผ่านมา...

แม้ฉันอาจไม่ได้ผ่านความรู้สึกที่เธอมีให้กับที่ต่างๆ ในรูปภาพมุมต่างๆ ในกรุงเทพไปพร้อมๆ กับเธอ...

แต่เมื่อฉันได้อ่านเรื่องราวและความคิดของเธอ มันเหมือนฉันได้ไปนั่งบนแทกซี่คันนั้นกับเธอหล่ะ...

เธอคงจะเสียใจมากที่ต้องมาอยู่ไกลบ้าน แต่ความห่างไกลที่เธอประสบมานั้น มันก็เป็นสิ่งลำค่าที่ทำให้เธอได้รู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่สำคัญที่สุด มากว่าเงินทอง ของมีค่าใดๆนั่นคือบ้านของเธอหล่ะ

ฉันเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร มันถูกต้องที่สุดแล้วหล่ะ เพราะฉันรู้ว่าเธอสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะสมได้...เชื่อมั่นใจหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอนะ


โดย: รู้มั้ยว่าสุขใจเพียงใด... IP: 58.9.139.30 วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:24:03 น.  

 
ไม่ใช่เฉพาะคนอยู่ต่างบ้านไกลเมืองหรอกปอย..


ขนาดเราที่ได้กลับมาบ่อย ๆ แต่ถ้าได้แวะไปแถวเยาวราช..ข้าวสาร..บางลำพู..เสาชิงช้า..วังหลัง..ฯลฯ ก้ออดไม่ได้ที่จะดื่มด่ำกับความหลังสมัยยังเยาว์ และก็เพลิดเพลินไปกับสิ่งรอบกายที่เคยเห็น ประหนึ่งว่าไม่เคยเห็นมันมาก่อน.. ตื่นตาตื่นใจกับถนนหนทางแถวนั้น..ที่เดิน ๆ แล้วทะลุมาตรงนี้ได้..ตรงนั้นได้..เสมือนว่าเดินเจอขุมทรัพย์..

ช่วงนี้สนามบินสุวรรณภูมิโดนยึด..
ไฟล์ทถูกแคนเซิล
เราก็ถูกดองไว้ที่เมืองไทย... (กำ)
ที่พักอยู่รัชดา..แต่ก้อไปเดินแถวนั้นทุกวัน..
จนเพื่อนว่าให้ย้ายไปอยู่แถวนั้นซะเลย..55
ไม่รู้เป็นไร...ยิ่งไปเดิน..ยิ่งคิดถึง..
เดี๋ยวบินเมื่อไร..จะไม่มีเวลาไป..

ช่วงนี้ว่างเมื่อไร..ก้อเลยไปมันซะ

ปล. แล้วเราจะเที่ยวเผื่อนะ..



โดย: แคท IP: 58.8.89.251 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:2:13:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นางสาวดุ่บดั่บ
Location :
Vichy France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




\\\ดุ่บดั่บๆ///
ดุ่บดั่บ คือ การเคลื่อนตัวของหนอน
หนอนตัวน้อย ๆ ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจต้องการ
ฉันเองก็อยากเป็นหนอนตัวน้อย
จะได้ทำอะไรก็ได้ และไปที่ไหนก็ได้ตามที่ใจฉันฝัน
...ดุ่บดั่บ ๆ ๆ...





>>>คลิก ๆ...สารบัญและสมุดเยี่ยมค่ะ<<<




อ่านบลอคเก่า ๆ ก็ได้นะ

<<การปรับตัว-Acclimatisation>>
::สวนสาธารณะวันหม่น::
ภาพ: ดอกมูเก้
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(2)
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(1)



















Status: ขาวดำ



Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นางสาวดุ่บดั่บ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.