เวลาแห่งการปรับเปลี่ยน
แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่ยุ่งเหยิงที่สุดของปี

ทุกๆ ปี ที่ทำงานจะมีการนำเสนอแผนงานเพื่อการปรับเปลี่ยนนิตยสารในช่วงไตรมาสที่สามถึงสี่ ก่อนหน้านั้น พวกเราจะทำงานกันหนักหน่วง เพื่อทำการบ้าน ไตร่ตรองสิ่งที่ทำมาก่อนหน้า ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งใดได้ผล สิ่งใดไม่ประสบความสำเร็จ แล้วทำเป็นแผนของปี 2554

ปีนี้มีเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยตรงที่ว่ายอดขายรวมของนิตยสารบนแผงลดลง เราจึงต้องปรับตัวเร็วกว่ากำหนด ทำการบ้านหนักกว่าที่เคย มองหาคู่แข่งทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน แล้วสำรวจตัวเองว่าอะไรที่ยังด้อยกว่า ดีกว่า เพื่อกำหนดสิ่งที่เป็นรูปธรรมออกมา

เดือนสิงหาคมกลายเป็นเดือนที่ตารางในปฏิทินของฉันเต็มเอี้ยด ทุกวันเต็มไปด้วยการประชุม การสัมมนา การนำเสนอแผน การปิดเล่ม ไม่นับรวมงานประจำที่ต้องเร่งให้ทัน เวลาดูเหมือนเป็นอุปสรรคอย่างเดียวด้วยค่าที่ว่าทำเท่าไร ก็เหมือนวิ่งตามไม่ค่อยทัน

ถ้าเป็นสองปีก่อน หรือช่วงนี้ของปีที่แล้ว ฉันคงยิ่งกว่ากดดัน ยิ่งกว่าเคร่งเครียด ด้วยความที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ยังจับทิศจับทางไม่ถูก ยังเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ ยังมีมารที่คอยจ้องจับผิด มาปีนี้ สิ่งร้ายๆ หลายสิ่งกระเด็นกระดอนออกนอกเส้นทางไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงแต่ความมั่นใจว่าตัวเองต้องทำได้ ไม่มีคำว่าล้มเหลวในพจนานุกรมของฉัน ไม่มีความรู้สึกที่ว่าตัวเองฝีมือไม่ถึง เพราะนาทีนี้ ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

ค้นหาศักยภาพของตัวเอง ไม่จำกัดขีดความสามารถ จินตนาการนั้นไม่มีขอบเขต คนเราอยู่ได้ด้วยความฝันและความหวัง ถึงจะอยู่ในนาทีวิกฤตที่สิ้นไร้ทุกสิ่ง หากความหวังยังดำรงอยู่ ชีวิตก็จะสามารถก้าวต่อไปได้

พร่ำบอกตัวเองว่า จงรักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยฉันก้ไม่ได้ทำงานที่นอกเหนือความสามารถหรือไม่ชอบพอ ฉันรักงานที่ทำอยู่ แม้จะรู้ตัวว่าอาจเป็นประเภทนิตยสารที่ไม่ถนัด แต่เราก็สามารถเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเอง พัฒนาตัวเองไปสู่จุดที่ดีขึ้นตามลำดับได้ ฉันไม่ชอบคนที่ยอมแพ้ตั้งแต่ต้น ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทำได้หรือไม่

ในเดือนที่ผ่านมายังเป็นช่วงเวลาของการให้คำปรึกษาน้องๆ สองคน ต่างมีจุดรุ่วมคือไม่อยากลาออกจากบริษัทเก่า เพราะอยู่มานาน สบายใจ แต่ไม่ก้าวหน้า อยากจะเปลี่ยนงานก็ไม่กล้า ทั้งที่มีงานใหม่มาเสนอถึงที่ ยินดีรออย่างไม่มีเงื่อนไข ดูแล้วเต็มไปด้วยอนาคตอันสดใส เพียงแต่ขอให้คุณกล้าที่จะก้าวเท่านั้นเอง

หนึ่งในสองน้องยอมลาออกจากงานสิบปีเดิมในที่สุด ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ หลังจากคุยกับฉันไปสามสี่รอบ รอบละเป็นชั่วโมง ฉันบอกว่าสุดท้ายแล้วคนที่จะตัดสินใจไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเขา อนาคตของตัวเอง ความต้องการของตัวเอง ไม่มีใครบอกได้ดีเท่าตัวเองหรอก ขอเพียงซื่อสัตย์ต่อหัวใจจริงๆ ก็พอ ในที่สุด เขาก็ยอมไปเสี่ยงชีวิตในสถานที่ทำงานใหม่

ในขณะที่น้องอีกคนหนึ่งยังไงก็ไม่ยอมไป ทั้งที่รู้อยู่ว่าตัวเองต้องเจอกับสภาพอย่างไร เงินเดือนที่อาจออกไม่ตรงเวลา เจ้านายที่อารมณ์แปรเปลี่ยนตลอดเวลา เพื่อนร่วมงานที่ไม่เคยพัฒนาตัวเองไปจากสิบปียี่สิบปีที่แล้ว สถานที่ทำงานซึ่งเต็มไปด้วยความอ้างว้าง เพราะคนทยอยลาออกไปเมื่อมีทางเลือกใหม่

เหตุผลที่น้องคนนี้ไม่อยากไปที่ทำงานใหม่ ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการ ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปสมัครงานหรอก แต่เป็นเพราะเธอไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับที่ทำงานซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขันได้ ด้วยความที่อยู่สบายมานาน จะเช็คอีเมลของเพื่อนร่วมงานในอินทราเน็ตก็ไม่ชิน ถนัดที่จะโทรหามากกว่า แล้วเธอก็ไม่เข้าใจว่าทุกคนจะรีบเร่งแข่งขันในธุรกิจขนาดนี้ไปเพื่ออะไร

สำหรับบางคน ชีวิตที่นิ่งสงบน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ถ้าสามารถทำได้ ฉันไม่คัดค้านวิธีคิดหรือบทสรุปทางเลือกของเธอหรอก ชีวิตใครก็ชีวิตมัน ฉันเป็นได้แค่ที่ปรึกษา เมื่อชี้ข้อดีข้อเสียให้เห็นแล้วจะเลือกอย่างไรก็อย่างนั้น เพียงแต่ถ้าเป็นฉันจะไม่เลือกแบบเธอเท่านั้นเอง ฉันรักชีวิตที่ท้าทาย ชีวิตที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ชีวิตที่มีสีสัน บางครั้งอาจจะเหน็ดเหนื่อย บางทีอาจจะอ่อนล้า บางหนอาจจะอยากวิ่งหนีไปให้ไกลๆ แต่เมื่อกลับมาและตั้งหลัก ตั้งสติได้ เราจะพบว่า เราจะมีหูตาที่กว้างไกลขึ้น มีทัศนคติ การดำเนินชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น บางอย่างอาจช่วยให้เราดำรงความเป็นอยู่ได้อย่างราบรื่นขึ้นด้วย

ฉันไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนงานหลายๆ ครั้งเป็นสิ่งดี ในขณะที่ชีวิตฉันเปลี่ยนงานมาบ่อยครั้งมาก เป็นไปโดยอัตโนมัติ มิได้ไขว่คว้าเสียทุกครั้ง ทุกครั้งทำให้ฉันมีภูมิต้านทานในชีวิตมากขึ้น อยู่ร่วมกับคนในสังคมง่ายขึ้น มองชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น แล้วก็พยายามเป็นคนดีให้มากขึ้นทุกวัน ทั้งหมดนี้ละมั้งที่เรียกรวมกันว่า ประสบการณ์ ที่ใครก็ซื้อหาไม่ได้ ต้องแสวงหาด้วยตัวเองเท่านั้น

ท่ามกลางความปั่นป่วนยุ่งเหยิงของชีวิตการทำงานช่วงนี้ ฉันกำลังพยายาม พยายามเหลือเกินที่จะเขียนพ็อคเก็ตบุ๊คไปเที่ยวญี่ปุ่นเล่มแรกให้เสร็จ เพราะไม่รู้ว่าจากเดือนหน้าเป็นต้นไป จะมีโอกาสเขียนต่อได้อีกสักแค่ไหน ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก อยากทำอะไรก็รีบทำ ฉันก็พยายามทำอย่างนั้นอยู่ แม้จะมีสิ่งมากมายเหลือเกินที่ต้องทำ แต่ฉันก็หวังว่าจะทำในสิ่งที่ควรทำให้เสร็จสิ้นและดีด้วย เหมือนอย่างที่ทำอยู่ในตอนนี้



Create Date : 17 กรกฎาคม 2553
Last Update : 17 กรกฎาคม 2553 11:59:45 น.
Counter : 369 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Shizuka chan
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้หญิงรักการเดินทาง รักการทำหนังสือ รักประเทศบ้านเกิด และรักประเทศญี่ปุ่น

เป็นจังคาปาน่าถาวรตลอดชีพของ 4 หนุ่ม News ค่ายจอห์นนี่ส์ ^O^
กรกฏาคม 2553

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog