|
|
ไม่ว่าแสงสว่างจะส่องทางทิศไหน...แต่ถ้าไม่เปิดหน้าต่างออกไปรับแสงเราก็ยังอยู่ในที่มืดอยู่ดี...
ทั้งหมดไม่ได้ขึ้นอยู่กัยแสง...แต่อยู่ที่เรา...อยู่ว่าเราต้องการพบเจอแสงสว่างนั้นไหม...
เช่นกัน...หากข้างนอกมืดสนิท...แต่เราอยู่ในเรือนซึ่งสว่างและปลอดภัย...
อันตรายจากความมืดสนิทนั้นก็ไม่สามารถย่างกรายมาหาเราได้...หากเราไม่ประมาทและเปิดประตูเพื่อพาตัวเองออกไปพบเจอความมืดนั้น
บางอย่างมีเวลาของมัน...และเมื่อหมดเวลาก็ต้องยอมรับว่ามันจบลงแล้ว...และปล่อยมันให้เป็นไปตามครรลองของมัน...
เมื่อบางอย่างจบลง...ก็ต้องพิจารณาว่าที่ผ่านมานั้น...สิ่งนั้นทำอะไรให้เกิดประโยชน์หรือโทษแก่เรา...และเราได้อะไรจากการเกิดและดับไปของสิ่งนั้นในวันนี้
ตามสัจธรรมของธรรมชาติ...ไม่มีใครสามารถย้อนเวลาได้...ยกตัวอย่างเช่น...เราไม่สามารถฟื้นคืนชีพคนตายให้กลับมามีลมหายใจได้อีกครั้ง
เมื่อต้องลาจากโลกนี้ไปแล้ว...สิ่งที่เหลืออยู่...คือ...ผลของสิ่งที่เค้าได้ทำไว้...ถ้าเป็นเรื่องดีก็คือผลกรรมดีที่เป็นบุญ...แต่ถ้าเป็นเรื่องร้ายก็คือผลกรรมที่เป็นบาป
เราทำได้แค่พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น...และทำความเข้าใจในครรลองของธรรมชาติ...
ว่าไม่มีสิ่งใดคงอยู่กับเราตลอดไป...ทุกอย่างตั้งอยู่และก็ดับไปเสมอ...
ไม่ว่าเราจะใหญ่โต...หรือมากวาสนาแค่ไหนก็ตาม...เราก็ไม่สามารถเอาชนะครรลอง-กฎของธรรมชาติและกฎแห่งกรรมได้...
ในทุกภพภูมิ...มีผู้ดูแลอยู่...ทุกที่มีกฎและครรลองที่ต้องปฎิบัติตาม...และมีมายาวนานมากแล้วเพื่อที่จะดูแลหลายชีวิต...หลายจิตวิญญาณให้ได้อยู่กันอย่างสงบสุข
เพราะงั้นไม่ว่าจะโลกมนุษย์หรือสวรรค์ นรก บาดาล หรือมนุษย์ ก็มีคุมกฎอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดการเบียดเบียนต่อกัน...
ตามศาสนาพราหมณ์ มีผู้สร้าง(พระพรหม)...มีผู้ดูแล(พระวิษณุ)...และมีผู้ทำลายสิ่งที่ไม่ดี(พระศิวะ)...
และตามหลักพระพุทธศาสนา ทุกสิ่งที่เราทำ...หรือทุกการกระทำของเรา...ส่งผลเสมอในภายหน้า...จะใช้เวลาสั้นหรือยาวก็หนีผลของกรรมนั้นไม่พ้น...
เพราะงั้นอย่าประมาทในการใช้ชีวิต...สะสมกรรมดีไว้ชีวิตก็จะดีขึ้นเอง...
จบ...
| Create Date : 18 ตุลาคม 2567 |
| Last Update : 18 ตุลาคม 2567 17:06:02 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 343 Pageviews. |
 |
|
|
|
|
 |
|
|
|