space
space
space
<<
ตุลาคม 2567
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
17 ตุลาคม 2567
space
space
space

กรรม...
วันนี้ไปถือศีลที่วัดมาคะ  พระท่านสอนเรื่องกรรม...

กลับมาบ้านก็กำลังค้นหา...ข้อมูลอ้างอิงให้ได้ข้อความที่กระชับและถูกต้องที่สุดมาประกอบการเขียนไดอารี่นี้คะ...

ปรากฎว่า...ที่วิกิพีเดีย...ให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนและกระชับเข้าใจง่าย...อีกทั้งยังมีเนื้อหาครอบคลุมคล้ายกับคำสอนของพระที่วัดอมรคีรีฯ ที่ไปถือศีลมาคะ

เลยขออนุญาตเอา...รายละเอียดดังกล่าวมาลงไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเองและสมาชิกที่สนใจนะคะ



กรรม
 แปลว่า "การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา" ได้แก่
กระทำทางกาย เรียก กายกรรม 
ทางวาจา เรียก วจีกรรม
และทางใจ เรียก มโนกรรม



อกุศลกรรม (กรรมที่เป็นอกุศล, กรรมชั่ว, การกระทำที่ไม่ดี ไม่ฉลาด ไม่เกิดจากปัญญา ทำให้เสื่อมเสียคุณภาพชีวิต หมายถึง การกระทำที่เกิดจากอกุศลมูล คือ โลภะ โทสะ หรือโมหะ เป็นบาป 
  • กรรมชั่ว ความชั่วร้าย ความเสียหาย ความไม่ถูกต้อง ซึ่งให้ผลเป็นความทุกข์ เป็นสิ่งที่ควรเว้น การกระทำบาป กระทำความชั่ว เรียกว่าทำอกุศลกรรม เรียกย่อว่า ทำอกุศล 
  • อกุศลกรรมเกิดมาจากอกุศลมูลอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 อย่างคือ โลภะ โทสะ โมหะ เพราะเมื่อเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้วก็เป็นเหตุชักนำใจให้คิดทำอกุศลกรรม เช่นเมื่อโลภะเกิดขึ้นก็เป็นเหตุให้คิดอยากได้ เมื่ออยากได้ก็แสวงหา เมื่อไม่ได้ตามต้องการด้วยวิธีสุจริต ก็เป็นเหตุให้ทำอกุศลกรรมอื่นต่อไป เช่น ลักขโมย ปล้น จี้ ฉ้อโกง เป็นต้น



กุศลกรรม (กรรมที่เป็นกุศล, กรรมดี, การกระทำที่ดี ฉลาด เกิดจากปัญญา ส่งเสริมคุณภาพของชีวิตจิตใจ หมายถึง การกระทำที่เกิดจากกุศลมูล คืออโลภะ อโทสะ หรืออโมหะ เป็นบุญ ความดี ความถูกต้อง ซึ่งให้ผลเป็นความสุขโดยส่วนเดียว การทำบุญ การทำความดี เรียกว่า ทำกุศลกรรม หรือเรียกย่อว่าทำกุศล 
  • กุศลกรรมที่ควรทำเป็นประจำได้แก่ ให้ทาน เสียสละ รักษาศีล อบรมจิตใจ เจริญภาวนา เรียกย่อว่าบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ซึ่งสามารถทำได้โดยบรรเทาความโลภ ความโกรธ ความหลงให้น้อยลง เพราะถ้ายังมีความโลภ ความโกรธ ความหลงเต็มจิตอยู่ ก็ไม่สามารถทำกุศลกรรมอะไรได้

เครดิต :  ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจาก วิกิพีเดีย 



ในส่วนของเจ้าของไดอารี่นี้...เห็นว่าศาสนาพุทธ...เป็นศาสนาที่ยึดถือพระรัตนไตรเป็นสรณะ...ซึ่งพระพุทธศาสนานั้นเป็นศาสนาที่ให้หลักคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลแก่เรา 

ธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น...ชี้ให้เห็นต้นเหตุของการเกิดทุกข์  และวิธีการดับทุกข์ที่เกิดขึ้น...ให้ความรู้...ให้สติ  และให้ปัญญา  อย่างเป็นเหตุและผล  

ดังเช่นเรื่องกรรมนั้น...กล่าวโดยสรุปได้ว่า...กรรมเป็นการกระทำที่เกิดจาก  จิต  วาจา  และความคิด

และแบ่งได้  2  อย่าง  คือ 
1.อกุศลกรรม (การกระทำที่เกิดขึ้นแล้วส่งผลทางร้ายแก่ผู้อื่น : เป็นบาป )   
2.กุศลกรรม  (การกระทำที่เกิดขึ้นแล้วส่งผลทางดีแก่ตนเองและผู้อื่น  :  เป็นบุญ)


หากเราไม่ประมาท และตั้งตนโดยชอบในศีลแล้ว (ตั้งมั่นในการทำ กุศลกรรม  รักษาศีล)  เราก็จะเกรงกลัวต่อการทำบาป-กังวลและกลัวต่อการเบียดเบียนผู้อื่น   
ซึ่งการตั้งตนและดำรงตนโดยละเว้นและห่างไกลจากการกระทำ อกุศลกรรมนั้นนอกจากจะเป็นบุญที่สะสมแก่เราในเบื้องหน้าแล้ว 
ในภพนี้...ผู้ที่ตั้งตนโดยชอบในศีล...ก็จะห่างไกลจากความร้อนใจ  ทุกข์ใจ  บาดหมางใจ  และการทะเลาะเบาะแว้งจนทำให้มีปัญหาชีวิตในภพนี้-ในขณะนี้   
เพราะผู้ที่ถือศีลนั้น...จะมีศีลเป็นเครื่องมือคุ้มครองป้องกัน...ไม่ให้เราหลงไปกับกิเลสตัณหา  หรือความโลภ  จนเกิดความเดือดร้อน  หรือเกิดมิจฉาทิฐิ  จนนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง
โดยส่วนมากผู้มีศีล...จะละเว้นจากการกระทำบาป...ตั้งมั่นในการทำกรรมดีที่เป็นบุญจนเป็นนิสัยติดตัว  


ขออนุญาตอัญเชิญพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9
(มาไว้เป็นสติให้ตนเองและเผื่อแผ่ไว้สำหรับสมาชิกท่านอื่นๆ...ที่กำลังเหนื่อยและท้อใจให้กลับมามีสติและมีกำลังใจ...ไม่ย่อท้อในการทำบางอย่างแม้จะต้องใช้ความเพียรมากก็ตามนะคะ)





จบ...




 


Create Date : 17 ตุลาคม 2567
Last Update : 17 ตุลาคม 2567 21:35:12 น. 0 comments
Counter : 431 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#22


 
สมาชิกหมายเลข 3881305
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3881305's blog to your web]
space
space
space
space
space