THIS IS MY WORLD
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
Biblia Koshodou no Jiken Techou ให้หนังสือช่วยบอกเล่าเรื่องราว


จะว่าไปแล้วคนญี่ปุ่นนี่โชคดีมากๆเลยนะคะที่สื่อบ้านเค้ามีหลากหลาย เนื้อหาก็แตกต่างกันไปเรียกได้ว่าใครชอบแบบไหนก็มีให้เลือกดูได้อย่างจุใจ มีโอกาสได้ดูซีรีส์เรื่อง "BibliaKoshodou no Jiken Techou" (ชื่อภาษาอังกฤษ AntiquarianBookshop Biblia's Case Files) เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนพล็อตสืบสวนเรื่องอื่นก็คือในเรื่องนี้ตัวเอกใช้วิธีสืบจากหนังสือมือสองนั่นเอง


ชิโอริโกะ รับช่วงต่อกิจการร้านขายหนังสือมือสองจากครอบครัวเธอชื่นชอบและหลงใหลหนังสือมากๆเรียกได้ว่ารู้แทบจะทุกอย่างที่เกี่ยวกับหนังสือเลยก็ว่าได้ วันหนึ่งเธอได้พบกับไดสุเกะ ที่นำหนังสือมาให้เธอตรวจสอบลายเซ็นของนักเขียนชิโอริโกะสามารถรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับอดีตของคุณยายของไดสุเกะได้ เพียงแค่พิจารณาหนังสือเท่านั้นและเรื่องราวก็เริ่มต้นจากนี้ เมื่อชิโอริโกะชักชวนให้ไดสุเกะ ผู้ไม่อ่านหนังสือ (อ่านทีไรเวียนหัวทุกที) มาทำงานที่ร้านหนังสือของเธอ “บิเบลีย (Biblia)”


ความน่าสนใจของพล็อตเรื่องก็อยู่ตรงที่นางเอกสามารถสืบเรื่องราวได้จากการพิจารณาหนังสือเล่มนั้นๆ (ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในแต่ละตอน) ซึ่งเนื้อหาคงต้องไปดูกันเองถ้าหากสนใจแต่สิ่งที่อยากเอ่ยถึงเมื่อได้ชมซีรีส์จบแล้วคือ “อิจฉาคนญี่ปุ่น”


สิ่งที่อิจฉาเห็นจะเป็น ระบบระเบียบ ที่ปรากฏอยู่ในตัวเรื่องแม้จะเป็นการขายหนังสือมือสอง แต่เค้ามีกฎเกณฑ์ที่เป็นระบบมากๆ เช่น มีป้ายติดไว้ในหนังสือว่าซื้อเล่มนี้มาจากร้านใด หรือแม้แต่ระบบการซื้อขายก็ตาม นั่นทำให้เห็นว่า คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับระบบหนังสือมากทีเดียว


การทำงานของตนเองให้เต็มที่ไม่ต้องคิดถึงเรื่องผลตอบแทน แน่นอนอยู่แล้วว่าญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความขยันทำงานหลายคนเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ก็มีอีกหลายคนที่เลือกประกอบอาชีพที่แตกต่างออกไปเช่นตัวชิโอริโกะเองที่เลือกดูแลร้านหนังสือ และเธอก็รู้ทุกอย่างอย่างจริงจังเปรียบเทียบกับบ้านเราแล้ว มีทางเลือกให้นักเรียนม.หกไม่มากนักบางคนต้องเลือกเรียนในสิ่งที่คิดว่าจบออกมาแล้วจะมีงานทำและมีเงิน พูดกันตรงๆก็คือ ใครออกไปเรียนสายอาชีพหรืออาชีพทางเลือก มักจะมองว่า จบไปจะทำอะไรกิน


นิสัยรักการอ่านที่ฝังรากอยู่ในคนญี่ปุ่นตัวพระจันทร์เองได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น แม้จะเห็นว่าคนเล่นโทรศัพท์กันมากขึ้นแต่ก็มีไม่น้อยที่เลือกหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ตรงนี้สามารถสื่อได้ว่าประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับหนังสือมาก เห็นง่ายๆ เลยก็คือวรรณกรรมญี่ปุ่นมีความหลากหลาย หนังสือภาพก็เต็มไปด้วยจินตนาการมังงะเองก็เป็นตลาดที่กว้างขวาง และไม่ได้มีเนื้อเรื่องแค่พื้นๆ เพียงอย่างเดียวเพราะบางเรื่องมีพล็อตหนักและดีมากกว่านิยายบางเรื่องด้วยซ้ำ


Biblia Koshodou no Jiken Techou เนื้อเรื่องอาจไม่ได้สนุกถึงขนาดต้องดูรวดเดียวจบแต่ก็มีเสน่ห์และรายละเอียดซ่อนอยู่ในนั้น เพราะนอกจากความรักต่อหนังสือแล้วตัวเรื่องยังมีประเด็นที่น่าสนใจทั้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการปฏิบัติต่อกันเรียกได้ว่ามีฉากซึ้งๆ เรียกน้ำตาอยู่พอควร แต่ไม่ได้ร้องเพราะคร่ำครวญนะร้องเพราะซาบซึ้งตรึงใจต่างหาก





Create Date : 02 ตุลาคม 2556
Last Update : 2 ตุลาคม 2556 23:28:39 น. 2 comments
Counter : 1281 Pageviews.

 
แวะมาทักทาย ก่อนไปออกกำลังกายครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:19:22:03 น.  

 
ใช่แล้ว พล็อกเรื่องก็ประมาณหนึ่ง
แต่ตัวเสน่ห์ บรรยากาศ และโครงเรือ่งที่แหวกแนว
ทำให้ซีรีย์ของหนอนหนังสือเรือ่งนี้
เพียงแค่เห็นหนังสือก็คุ้มค่าที่จะดูแล้ว

จริงๆเรื่องนี้ทำมาจากการ์ตูนมังงะนะครับ
ก็ได้ความสนุกในอีกระดับหนึ่ง
เพียงแต่ยังไม่มีใครมานั่งแปลให้อ่านเสียที

อายะเมะก็ใสนิ่ง ส่วนอากิระก็เอ๋อซื่อ รับได้รับไม่ได้ก็แล้วแต่คนดูว่าจะเลือกฝั่งไหน
ทว่าที่ชัวร์สุด ดูซีรีย์เรือ่งนี้เราจะเห็นการจัดระบบทะเบียนของ
บรรดาพวกร้านหนังสือว่า.....อืม! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนังสือ
เล่มพิเศษจึงมีค่ากับพวกเขา
เพราะมันบอกเล่าที่มา ตัวตน ช่วงเวลา เนือ้หาสาระ และความใส่ใจของคนที่มอบให้
ที่มันเจ๋งในความคิดตัวเอง คือ
มันไม่ได้สร้างมาเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การอ่าน
แต่พฤติกรรมการอ่านมันเป็นวิถีชีวิตของคนประเทศนี้ไปแล้ว


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 4 ตุลาคม 2556 เวลา:8:13:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พรายพระจันทร์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Instagram
New Comments
Friends' blogs
[Add พรายพระจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.