Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
3 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 

step to Disney




Walt Disney world 




 จะมีใคร .. ไม่อยากไปดิสนีย์ จริงมั๊ยค๊ะ ^^



ดิสนีย์แลนด์เป็นเหมือนความฝันของเด็ก ๆ ทุกคน .. อย่าว่าแต่เด็กเลย


เพราะแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็มีความฝัน .. ว่าครั้งนึงในชีวิตต้องไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ให้ได้สักครั้ง



ฉันก็เป็นหนึ่งคน .. ที่มีความฝันนั้นค๊ะ



และแล้ววันนึง .. โอกาสในการทำความฝันให้เป็นจริงก็มาถึง


การได้เข้าร่วมในโครงการ Disney summer camp ที่ Walt Disney land, Orlando, Florida


เป็นยิ่งกว่าความฝันที่เคยฝันไว้ด้วยซ้ำ .. การได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งความฝันนานถึง 3 เดือน


... คงจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของฉันไม่มาก ก็น้อย ...





เปิดประตูสู่ความฝัน



กว่าจะเป็นเด็กดิสนีย์ได้นั่นไม่ยาก .. แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนกันสำหรับเด็กผู้หญิงคนนึง


ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษอยู่ในแค่ระดับงู ๆ ปลา ๆ เหมือนฉัน ...



ขั้นตอนแรก .. ของการเข้าสู่โครงการ ก็คือการสมัคร .. ขั้นตอนนี้ไม่ยากเท่าไหร่


แค่ทำการสมัครผ่านเว็บ แล้วก็จบ รอรับวันสัมภาษณ์ทางอีเมล์



ขั้นตอนที่ 2 .. ขั้นตอนนี้ .. หินสุด ๆ สำหรับฉัน เพราะมันคือการสัมภาษณ์กับฝรั่งซึ่งเป็นครู


ที่สอนอยู่ในสถาบันภาษาลอนดอนเฮาส์ ... โดยครูที่มาสัมภาษณ์เราทั้งหมดในวันนี้ เป็นชาวอังกฤษ


ทำให้สำเนียงแตกต่างการที่เราเคยเล่าเรียนมา ซึ่งมันเป็นอเมริกัน .. และโดยเฉพาะสำหรับคนที่


เลเวลภาษาอังกฤษแค่ระดับกระดิกหูฟังได้ช้า ๆ แบบฉันแล้วละก็ .. ขั้นตอนนี้แทบจะทำให้ฉันหัวใจหยุดเต้นเลยจริง ๆ



วันที่ 8 สิงหาคม 2010  (ถ้าจำไม่ผิด ^^)


ฉันกับเพื่อนมานั่งรอสัมภาษณ์ตั้งแต่แปดโมงเช้า ที่โรงแรมที่เป็นสถานทีนัดสัมภาษณ์


จำได้เลยว่าเด็ก ๆ ที่มาสัมภาษณ์ในวันนั้นเยอะมาก ๆ แทบไม่ที่นั่ง .. ถึงขั้นต้องจับกลุ่มนั่งรอกันตามพื้นเลยทีเดียว


ฉันได้ลำดับสัมภาษณ์ที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าตามกำหนดการต้องได้สัมภาษณ์ตั้งแต่ก่อนเที่ยง


แต่ฉันได้สัมภาษณ์จริง ๆ ตอนเกือบสี่โมงเย็น .. และ ระหว่างการรอนั้น


มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับฉันจริง ๆ ... การได้เห็นเพื่อนคนแล้ว คนเล่าเดินออกมาจากห้องสัมภาษณ์


บางคนผ่าน และ หลายคนไม่ผ่าน .. นั้นทำให้ฉันใจแป๋วไปเรื่อย ๆ ยิ่งได้ยินเสียงลือ เสียงเล่าอ้าง


ว่าการครูที่มาสัมภาษณ์พูดเร็วบ้าง พูดเบาบ้าง พูดไม่รู้เรื่องบ้าง ยิ่งทำให้กดดันเข้าไปใหญ่



พอถึงเวลาเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ เพื่อนฉันคนนึงได้สัมภาษณ์ก่อนหน้าฉัน


เค้าสัมภาษณ์กับครูผู้หญิงฝรั่งที่สวยมาก .. แต่มีฉายาประจำตัวว่า สวยสังหาร


เพราะเค้าให้เด็ก ๆ ที่มาสัมภาษณ์ตกมาหลายคนแล้ว ... รวมถึงเพื่อนของฉันที่เข้าไปก่อนหน้า


ฉันจึงพยายามสวดมนต์ ไหว้พระ ขอพร จากสิ่งศักดิ์ทุกแขนง ท่านเทวดา ฟ้าดิน เจ้าที่


ว่าอย่าให้ได้สัมภาษณ์กับคุณเจนนิเฟอร์คนนี้เล้ยย !! สาธุ



แต่เหมือนโชคจะไม่ค่อยเข้าข้างสักเท่าไหร่.. เพราะ คนที่สัมภาษณ์ฉัน คือ


คุณเจนนิเฟอร์สวยสังหารเนี่ยแหละ .. มันทำให้ฉันตื่นเต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้าเธอเลย


หูอื้อ ตาลาย มือไม้สั่นไปหมด พอเธอถามฉันว่า What's your name? ฉันถึงต้องนั่งนึกอยู่วูบนึง


ว่าเธอพูดว่าอะไร ... และ ความเหว่อยังไม่หมดแค่นั้น ฉันฟังเธอพูดไม่รู้เรื่องตั้งแต่คำถามแรก


ต้องขอให้เธอของแล้ว ถามอีก จนสุดท้ายต้องยอมแพ้ .. บอกเธอไปว่า


Sorry! i don't understand this question.


เธอถึงยอมเปลี่ยนคำถามให้ .. ที่ซึ่งตอนนี้ฉันเริ่มใจเย็นลงนิดหน่อย


จึงพยายามจะจับคำพูดเป็นคำ ๆ จากประโยคยาวพรืดดดดด .. ที่เธอพูดออกมา


พอจับใจความได้ .. ก็ตอบคำถามไป ตามที่คิด .. แอบมีโม้บางนิดหน่อย


และยังมีตอนที่เข้าใจคำถามผิด ทำให้ตอบไปคนละทิศ คนละทางกับคำถามเลยก็มี


แต่ด้วยความขี้โม้ของฉันทำให้ฉันพยายามพรีเซ้นต์ตัวเองออกมาสุดฤทธิ์


นำเสนอทุกวิถีทางว่าฉันน่ะ .. อยากทำงาน และ จะตั้งใจทำงานจริง ๆ


จำได้ว่าพูดออกไปเยอะมาก พูดแม้กระทั่งเรื่องที่เธอไม่ได้ถาม ...



จนสุดท้าย ... เธอก็บอกฉั้นว่าาาา ... I guess you will past !!!


ฉันแทบจะกระโดดกอดเจนนิเฟอร์เลยตอนนั้น รู้แค่ว่าดีใจขั้นสุดยอด


อย่างน้อยฉันก็ทำสำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น !!!



ฉันผ่านสัมภาษณ์รอบแรกแล้วค๊ะ ^^






 สัมภาษณ์รอบที่ 2



หลังจากสัมภาษณ์รอบแรกผ่านมาได้อย่างหวุดหวิด


ทำให้ฉันรู้ตัวเองเลยว่าระดับภาษาอังกฤษของฉัน อยู่ในระดับที่แย่แค่ไหน


ฉันจึงตัดสินใจลงเรียนพิเศษคอร์สเตรียมตัวสัมภาษณ์รอบต่อไปทันทีที่สัมภาษณ์รอบแรกผ่าน


 ครูที่สอนภาษาอังกฤษของฉันที่ลอนดอนเฮาส์ เป็นคนน่ารักมาก ๆ 


สอนสนุก .. แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกอายตัวเองอย่างถึงที่สุด เพราะทุก ๆ คนในคลาสที่มาเรียน


เก่งภาษาอังกฤษกันสุด ๆ ไม่รู้จะมาเรียนเพิ่มกันอีกทำไม


ทำให้ฉัน .. ได้แต่กดตัวเองเองเหมือนเคย !!! ว่าคนอื่น ๆ เค้าเก่งมาก


สัมภาษณ์รอบสองนี้ .. มีหวังไม่รอดแหง๋ ๆ .. แต่ก็พยาย้ามม พยายามไปเรียนทุกวัน


ตอบได้มั้ง ไม่ได้มั้งก็ไม่เป็นไร .. อย่างน้อยให้ได้ไปรู้ว่าเค้าจะถามว่าอะไรบ้างก็ยังดี (วะ)



แต่การมาลงเรียนพิเศษนี้ .. มีข้อดีอีกอย่าง


คือทำให้ฉันรู้จักน้อง ๆ และ เพื่อน ๆ ในโครงการมากขึ้น


เรียกว่ามีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกเพียบ .. เตรียมตัวเป็นแกงค์ไปเที่ยวด้วยกันเลยทีเดียว


ทำให้อนาคตของฉันถ้าผ่านสัมภาษณ์รอบสองนี้ไปได้ คงเต็มไปด้วยความสนุก (คิดเอาเอง)



และแล้วประมาณหนึ่งเดือนหลังจากวันสัมภาษณ์รอบแรก


วันสัมภาษณ์รอบที่สองก็มาถึง ... คนที่มาสัมภาษณ์เราในครั้งนี้ เป็นเจ้าหน้าที่จากดิสนีย์เลย


ฉันเตรียมตัวมาดีมาก ฝึกพูดตอบคำถามอยู่หลายรอบ .. และไปรอรับการสัมภาษณ์ตั้งแต่ไก่โห่


แต่งตัวเงี๊ยะ เรียบร้อยมาก ยังก๊ะจะไปประกวดนักศึกษาดีเด่น



ระหว่างรอรับการสัมภาษณ์ก็ขอให้ได้ตื่นเต้น ขนลุกขนพองไปตามเสต็ป


ยิ่งน้องคนที่จะสัมภาษณ์ด้วยกัน เพราะ คราวนี้เค้าสัมภาษณ์ที่ละ 2 คน ไม่เหมือนคราวที่แล้ว


มีดีกรีเป็นถึงนักเรียน AFS เก่าเลยน๊ะ .. ภาษาอังกฤษเงี๊ยะ!! คล่องปรื๋


ฉันแอบคิดอยู่ในใจเงียบ ๆ ... ตูจะตอบทันมันม่ะเนี่ย !!! แต่น้องเค้าเป็นเด็กน่ารักมากเลยนะ


ชื่อ น้องทราย เรียนอยู่บริหาร อัธยาศัยดีสุด ๆ ชวนเราคุยตลอดก่อนจะเข้าไปสัมภาษณ์


ทำให้เราคลายความกดดันระหว่างรอไปได้นิดหน่อย



พอเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ .. เจ้าหน้าที่เค้าก็ถาม ๆ เรื่องพื้น ๆ ก่อน


เช่น มีรอบสักรึเปล่า ดัดฟันรึเปล่า อะไรแบบเนี่ย ก่อนจะเข้าสู่คำถามทั่วไป


เค้าก็ถามเราเรื่องที่เราเคยไปฝึกงานที่โรงงานไวน์ที่จีนตอนซัมเมอร์ที่แล้ว .. อันนี้บอกตามตรง


ว่าจุดขายของเราเลย .. ที่เคยผ่านงานหนักมาแล้ว เราก็ตอบ ๆ ไป กุก ๆ กัก ๆ นิดหน่อย


แล้วเค้าก็ถามเราอีกว่า ทำไมอยากทำงานกับดิสนีย์ .. เราก็ตอบไปตามเรื่อง ตามราว


แล้วก็จบ .. เค้าหันไปถามน้องทรายต่อ ... น้องทรายตอบได้ดีมาก พูดภาษาอังฤษประหนึ่งเป็น


ภาษาประจำชาติตัวเอง ... เรานี้ได้ยิ้มพยักหน้าหงึก ๆ หงัก ๆ ตามไปด้วย


เพราะไม่รู้จะทำอะไรดีนอกจากยิ้ม .. ฟังน้องเค้าตอบแล้วใจแป้วว ไปเลย คิดว่าคงไม่ได้ชัวร์ ๆ


สุดท้าย .. ฝรั่งก็ถามว่ามีอะไรอยากถามเค้ามั๊ย .. เราก็เลยชิงถามไปบ้างว่า


 เค้าเคยมาเชียงใหม่มั๊ยก่อนหน้านี้ .. แล้วก็เค้าชอบอาหารไทยมั๊ย


เป็นคำถามที่เด็กอนุบาลสุด ๆ เลยว่ามั๊ย .. แล้วน้องทรายก็ชวนเค้าคุยเรื่องอาหารไทย


เรื่อยเปื่อยอีกนิดหน่อย .. แล้วเป็นว่า จบการสัมภาษณ์



คราวนี้ให้ไปรอผลการสัมภาษณ์ที่บ้าน



หลังจากนั้น .. นานหลายอาทิตย์ .. เราก็รอ .. ร้อ .. รอ


ว่าเมื่อไหร่เค้าจะโทรมาบอกสักที .. ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ทำใจไว้บ้างล๊ะ


ขอให้แค่บอกมา จะได้ตัดใจ ... ว่าไปนั่น!!



จนวันนึง .. พี่เค้าโทรมาบอกว่า เราผ่านการสัมภาษณ์แล้ว


กรี๊ดลั่นห้องเลย ... ดีใจสุด ๆ ในที่สุด


ดิสนีย์ก็รับเราเข้าทำงานแล้วน๊ะ ^^



ขอวีซ่า !!!



และแล้วขั้นตอนสุดท้ายสำหรับการจะได้อเมริกาก็มาถึงสักที


ไปขอวีซ่า ... กดดันอีกล๊ะ .. ไม่รู้ทำไมต้องกดดันทุกสเต๊ปขนาดนี้


พ่อกับแม่เรา .. ทำงานแค่ค้าขาย ไม่ได้มั่นคงอะไร .. แถมเสตทเม้นต์ก็น้อยด้วย


เพื่อนที่ไปขอมาก่อนหน้า ... ก็ขอวีซ่าไม่ผ่านอีก บอกว่าพูดไว พูดเบา ตอบไม่ได้


ทำให้เรากดดันตัวเอง (อีกแล้ว)



เครียดอยู่หลายวัน !!! ก่อนไปขอวีซ่า เตรียมตัวสุด ๆ เลย


เอกสารพร้อมมาก เอาไปทุกสิ่งอย่างที่คาดว่าเค้าอาจจะขอดู


นัดกัน 7.30 น. แต่เราไปตั้งแต่หกโมง .. ช่วงนั้นเป็นหน้าหนาวด้วย


เรียกว่าไปเอาคิวที่หน้ากงสุลตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยแหละ


ได้คิวสัมภาษณ์ที่ 9 .. คิดในใจ สงสัยคิวแรกจะมาตั้งแต่ตีสอง 555



นั่งรอสัมภาษณ์ไป .. ตื่นเต้นไป !!


แต่พอเข้าไปปุ๊ป .. งงมาก .. เค้าถามแค่ว่าเรียนที่ไหน เรียนอะไร


พ่อแม่ทำงานอะไร แล้วจะทำอะไรหลังเรียนจบ


ใช้เวลาไม่ถึง 4 นาที ... เค้าก็บอกว่าดีใจด้วย คุณผ่านวีซ่า


ดีใจแบบงง ๆ



สุดท้ายเหมือนยกภูเขาออกจากอก ... ตอนนี้ เราจะได้ไปดิสนีย์แล้วน๊ะ


ค่าเครื่องก็จ่ายไปแล้ว ไปกับโครงการ 55,000 บาท ไปกลับ


ค่อนข้างแพงน๊ะ .. แต่ถ้าจองเองก็ไม่เป็นอีก ไปกับพี่ ๆ เค้า ถือว่าซื้อความสะดวกแล้วกัน



ตอนนี้ได้รอ .. วันที่ 14 มีนานี่ก็จะไปล๊ะน๊ะ


เอาไว้ถึงที่นู่นเมื่อไหร่ จะเก็บเรื่องสนุก ๆ มาเล่าอีกที ^^






 




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2554
1 comments
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2554 21:56:52 น.
Counter : 513 Pageviews.

 

ขอบคุณที่ไปให้คำแนะนำเรื่องบ้านที่เชียงใหม่
เป็นข้อแนะนำที่ดี

 

โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) 8 กุมภาพันธ์ 2554 12:24:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


KhunNuMim
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add KhunNuMim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.