Group Blog
 
 
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
สมาธิสั้นในผู้ใหญ่

คนส่วนมากคงไม่คิดว่าจะมีสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ และไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อชีวิตเราอย่างไร จริง ๆ แล้วไม่เฉพาะเด็กเท่านั้นที่มีอาการสมาธิสั้น ผู้ใหญ่ก็เป็น ผู้ใหญ่ที่เป็นก็คือเด็กที่เคยสมาธิสั้นนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราเป็น เพราะเมื่อหลายปีก่อนยังไม่มีโรคนี้ คนรู้จักน้อยมาก

เมื่อเราได้มาพบว่าตัวเองสมาธิสั้น มันมีผลกระทบต่อชีวิตเรามาก เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่ก็มีความเศร้าอยู่ พยายามหาคนรักษาก็ไม่มีการรักษาโดยตรงที่เมืองไทย มีแต่หมอจิเวชเด็ก ทุกวันนี้เรายังคงดิ้นรนที่จะรักษา ทำให้ตัวเองมีสุขมากขึ้น มองสิ่งที่ผ่านมาแล้วยอมรับมัน

เราเชื่อว่ามีคนอีกหลาย ๆ คนที่เป็นสมาธิสั้น แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ไม่รู้ว่ามันมีผลต่อชีวิตเราอย่างไร หวังว่าถ้าได้อ่านบทความนี้ จะำทำให้เข้าใจได้มากขึ้นนะคะ

สามีเราได้เห็นถึงความสำคัญจึงแปลหนังสือบางบท จากหนังสือ Delivered from Distraction เขียนโดย Edward M' Hallowell, M.D., and John J. Ratey, M.D.

ความรู้สึกของการเป็น ADD

ผู้คนส่วนมากที่ไม่เป็น ADD ไม่เข้าใจอาการ ADD จากการที่รู้จักแต่ด้านลบของอาการ ADD จากสื่อต่างๆ ผู้คนจึงมักมองแต่ในด้านความป่วยไข้ของอาการนี้จนเกินไป ดังนั้นจำเป็นมากที่คุณต้องอธิบายให้แก่ผู้คนทั่วไปถึงความซับซ้อนของอาการนี้ แท้จริงแล้วอาการ ADD เป็นผลรวมของลักษณะอาการและพฤติกรรมที่แตกต่างและหลากหลายและยังมักขัดแย้งกันอยู่ภายใน ลักษณะเหล่านี้วนเวียนอยู่ในตัวคุณ และจะคอยกระทบแต่ละด้านของชีวิตคุณในช่วงเวลาที่ต่างกันไป
อาการและพฤติกรรมดังกล่าวอาจประกอบด้วย

- ความตื่นตัวทางร่างกายและจิตใจอย่างสูง (บางครั้งมาพร้อมด้วยความอ่อนล้าอย่างรุนแรง)
- ใจที่ซัดส่ายและว่อกแว่กได้ง่าย (บางครั้งมาพร้อมด้วยสมาธิที่นิ่งมากอย่างน่าประหลาดใจ)
- ปัญหาเกี่ยวกับความจำ การวางแผนและการคาดการณ์
- การเดาใจได้ยากและความหุนหันพลันแล่น
- ความคิดสร้างสรรค์ชั้นยอด
- การขาดการยับยั้งชั่งใจ เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกัน
- ความไร้ระเบียบ (มาพร้อมทักษะในการจัดการชั้นยอดในบางสถานการณ์)
- การมักชอบผัดวันประกันพรุ่ง (บางครั้งมาพร้อมกับทัศนคติว่าต้องทำเดี๋ยวนี้ ต้องได้เดี๋ยวนี้)
- ทัศนคติที่ชัดเจนสลับกับทัศนคติที่เลือนลาง
- ความขี้หลงขี้ลืม (แต่ก็สามารถระลึกบางสิ่งในอดีตที่ไม่ค่อยสลักสำคัญได้อย่างแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ)
- ความสนใจหลงใหล (มาพร้อมกับความเฉยเมยต่อสิ่งเร้าในเวลาอื่น)
- การมองโลกแบบแปลก ๆ อย่างเป็นเอกลักษณ์
- การขี้หงุดหงิด (มาพร้อมกับใจที่อ่อนโยน)
- แนวโน้มที่จะติดเหล้า ติดบุหรี่ ใช้ยา หรือหมกหมุ่นกับกิจกรรมบางอย่าง เช่น การพนัน การจับจ่ายซื้อของ เรื่องเพศ อาหาร หรืออินเทอร์เน็ต (แต่บางครั้งก็ละทิ้งโดยสิ้นเชิงในบางเวลา)
- การขี้กังวลอย่างไม่มีเหตุผล (มาพร้อมกับการไม่ใส่ใจ เมื่อมีเหตุที่ควรใส่ใจ)
- การมักเป็นคนหัวรั้นหรือคนคิดนอกกรอบ
- การมักปฏิเสธความช่วยเหลือจากคนอื่น (มาพร้อมกับการมักหยิบยื่นความช่วยเหลือแก่คนอื่น)
- ความเอื้อเฟื้อที่มักจะมากเกินพอดี
- การมักทำความผิดเดิม ๆ ซ้ำซากโดยไม่เรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาด
- การมักประเมินเวลาการทำงานหรือการเดินทางไปที่หมายน้อยเกินไป
- องค์ประกอบอื่น ๆ อีกมาก โดยองค์ประกอบเหล่านี้ไม่มีตัวใดโดดเด่นอยู่ตลอดเวลาและบางองค์ประกอบก็อาจไม่เกิดกับทุกคน

คนเป็น ADD แต่ละคนมักมีลักษณะอาการที่ต่างกันไป ความแตกต่างหลากหลายนี้ทำให้การระบุลักษณะอาการของจิตใจอันซัดส่ายเลื่อนลอยเหล่านี้แทบเป็นไปไม่ได้

อย่างไรก็ดี เพียงการสังเกตอย่างผิวเผินก็สามารถเห็นความแตกต่างระหว่างคนเป็นและไม่เป็น ADD ได้ เพียงแต่เราไม่สามารถระบุได้ถึงขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างการมีหรือไม่มีอาการ ADD ไม่ได้หมายความว่าขอบเขตนั้นไม่มีอยู่ ดังที่รัฐบุรุษในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 นาม Edmund Burke กล่าวว่า “ถึงแม้จะไม่มีเส้นแบ่งกั้นชัดเจนระหว่างกลางวันและกลางคืน แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ากลางวันไม่ใช่กลางคืน”

ดังนั้นขอผมอธิบายอาการ ADD ในมุมมองของผม แรกสุด ผมไม่ชอบคำคำนี้จริง ๆ ความรู้สึกนี้อาจมาจากการที่ผมเองเป็น ADD ความรู้สึกต่อคำนี้ก็คือ หากใครสักคนจะผิดปกติ พวกเขาต้องเป็นคนที่เดินไปไหนก็คอยแต่สังเกตจุดนี้มุมนั้น ทุกรายละเอียดทุกซอกทุกมุม ผมเรียกลักษณะเหล่านี้ว่าอาการสมาธิล้นเหลือ (Attention Surplus Disorder) คนเหล่านี้จะทำสิ่งใด ๆ ตามที่ถูกกำหนดมาให้ คอยตำหนิคนที่ไม่ทำตามคำบอก คอยบอกคนอื่นว่าให้ทำอะไร อย่างไร และคอยตำหนิหากคนคนนั้นไม่ทำตาม

ชีวิตเช่นนี้หรือที่น่านิยม หากเป็นคุณ คุณจะไม่อยากเป็นคนที่มีสมาธิสั้นมากกว่าสมาธิล้นเหลือหรือ ถ้าคุณจะเรียกอาการหนึ่งว่าเป็นความผิดปกติ คุณจะไม่เลือกอาการสมาธิล้นเหลือหรือ ใครเล่าจะอยากไปกำหนดความสนใจไปที่รายละเอียดยิบย่อยเป็นเวลานานๆ เราควรจะเรียกความสามารถที่จะนั่งคิดบัญชีธนาคารได้นานๆ ที่จะนั่งนิ่งๆบนเก้าอี้โดยไม่ปริปากคุย ว่าเป็นสัญญาณของสุขภาพจิตที่ดีหรือไร หากเป็นผมมอง ผู้คนที่ไม่ได้เป็น ADD นับได้ว่าเป็นสมาชิกถาวรของสมาคมน่าเบื่อแต่กำเนิด แล้วใครล่ะที่เป็นคนขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอารยธรรม ใครล่ะที่ให้กำเนิดแนวคิดใหม่ๆในปัจจุบัน แน่ละ บรรดาคนเป็น ADD นั่นเอง

แต่ผมจะไปเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนการระบุอาการไม่ได้ อาการสมาธิล้นเหลือจึงยังคงเป็นลักษณะในอุดมคติที่คนทั่วไปถูกสั่งสอนบอกกล่าวให้อยากมีอยากเป็น แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาการที่มีลักษณะตรงข้ามกับอาการสมาธิล้นเหลือคือความป่วยไข้ที่ถูกเรียกชื่อว่าอาการ ADD

การเป็น ADD ก็เป็นวิถีชีวิตรูปแบบหนึ่งที่อยู่กับเรามาตลอดนับแต่อดีต แต่จนกระทั่งไม่นานมานี้ อาการ ADD ไม่ได้ถูกให้ชื่อ หรือแม้แต่ผู้มีอาการ ADD ก็ไม่มีชื่อเรียก ก่อนที่ความป่วยไข้นี้จะได้รับการวินิจฉัย ชีวิตของคนเป็น ADD อาจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความไม่เข้าใจกัน แต่หากอาการนี้ได้รับการวินิจฉ้ย ผู้เป็น ADD ก็เริ่มที่จะพบโอกาสใหม่ ๆ อันเป็นประตูไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างมาก
คนบางคนเชื่อว่าอาการ ADD ไม่ได้มีอยู่จริง เขากล่าวเช่นนั้นเพราะเขาเหล่านั้นไม่เคยต้องเผชิญกับอาการนี้ในวัยเด็ก หรือในเพื่อน ๆ หรือเหล่าเพื่อนร่วมงาน แต่เชื่อผมเถอะ ผมบอกได้จากประสบการณ์ที่พบจากตัวเองกว่า 55 ปี พร้อมกับประสบการณ์ในวิชาชีพกว่า 25 ปีว่าอาการ ADD มีอยู่จริง การมีอยู่จริงของอาการ ADD ก็เสมือนกับการมีอยู่จริงของลักษณะนิสัยมองโลกแง่ดี ความฉลาดเฉลียวในคำพูด หรือความกล้าหาญ อาการ ADD มีอยู่จริง ถึงแม้ว่าจะตรวจวัดให้ได้อย่างแม่นยำได้ยาก มองจากภาพ x-ray ก็ไม่เห็น หรือส่องกล้องดูก็ไม่ได้
คำเปรียบเปรยมีอยู่มากมายที่ถูกใช้อธิบายอาการ ADD การเป็น ADD เปรียบได้กับการขับรถฝ่าฝนโดยมีไม้ปัดน้ำฝนที่ใช้การไม่ได้ ขณะที่คุณฝ่าฝนไป กระจกหน้าเปียกปอนและเป็นฝ้าแต่คุณก็ไม่ชะลอรถลง คุณคงความเร็วไว้ในขณะที่ก็พยายามเพ่งมองทาง แต่ทำไมคุณไม่ชะลอรถหรือจอดรถเสียก่อนล่ะ การทำเช่นนั้นไม่อยู่ในวิสัยของคนเป็น ADD คุณยังคงขับต่อไป ยิ่งเร็วยิ่งดีเสียด้วยซ้ำ อุปนิสัยนี้แท้จริงอยู่ในสายเลือดของคุณ

การเป็น ADD ยังคล้ายกับการนั่งฟังการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุที่มีคลื่นรบกวนอยู่มาก ยิ่งพยายามฟังให้ชัด คุณก็ยิ่งหงุดหงิด นาน ๆ ครั้งเสียงวิทยุก็จะชัดใสไร้คลื่นรบกวน คุณสามารถได้ยินการถ่ายทอดอย่างชัดเจน หากมีแมวร้องขึ้นมา คุณก็รู้ว่านั่นคือเสียงแมวไม่ใช่คลื่นรบกวน เสียงถ่ายทอดที่ชัดเจนนั้นทำให้คุณจดจ่ออยู่กับการถ่ายทอดนั้น คุณรู้สึกดีเหลือเกิน แต่ในทันใดที่คลื่นรบกวนกลับมา คุณก็จะหงุดหงิดยิ่งกว่าเก่า คุณโกรธจนแทบอยากจะพังวิทยุเครื่องนี้เสียหรืออยากจะเตะแมวให้หายหงุดหงิดก็น่าจะดี

การเป็น ADD ยังเหมือนกับการพยายามต่อบ้านจากสำรับไพ่ภายใต้ลมแรง คุณต้องพยายามปกป้องตัวเองจากกระแสลมก่อนที่จะเริ่มต่อโครงบ้านขึ้นได้จากไพ่แต่ละใบ คุณพากเพียรต่อไป คุณภูมิใจในสิ่งที่คุณทำมา แต่ในเพียงอึดใจ ลมก็กรรโชกพัดบ้านของคุณล้มกองลง จากนั้นคุณก็เริ่มอีก และลมก็ชนะคุณอีกครั้ง จากนั้นคุณก็เริ่มต่อฐานบ้านขึ้นอีก แต่ยังไม่ทันไร ไพ่ก็หลุดมือไป แต่คุณก็ไม่ยอมแพ้ อุปนิสัยนี้มีได้กับคนเป็น ADD พวกเขามีแต่จะพยายามมุมานะ แต่หลายต่อหลายครั้ง เขาจะคอยพยายามแต่วิธีเดิม ๆ ที่ไม่ประสบผล แต่เขายังพยายามต่อไป

ในอีกมุมหนึ่ง การเป็น ADD ก็เหมือนมีพลังเหนือมนุษย์ตลอดเวลา กับเด็ก ๆ ผมมักบอกพวกเขาว่าพวกเขามีสมองที่เป็นเหมือนรถแข่ง สมองของพวกเขาคิดไปว่องไวกว่าสมองคนปกติ แต่ปัญหาของพวกเขาคือการแตะเบรกให้แก่สมอง เมื่อพวกเขามีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เขาก็ต้องการทำบางสิ่งเพื่อตอบสนองความคิดนั้น แต่ไม่ทันไรความคิดต่อมาก็ผุดขึ้น ยังไม่ทันที่จะกระทำการตามความคิดแรกได้เสร็จ เขาก็วิ่งไปตามความคิดที่สองแล้ว แต่แล้วก็แน่ละ ความคิดที่สามผุดขึ้นมาแทรก และเขาก็วิ่งไปตามความคิดใหม่นั้น กว่าจะรู้ตัวอีกที ผู้คนก็เริ่มเรียกพวกเขาว่าไร้ระเบียบ หุนหัน ไม่เชื่อฟัง พร้อมคำติเตียนอีกร้อยแปด ซึ่งเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ในทางตรงข้ามพวกเขามีความมุ่งมั่นอย่างสูงที่จะกระทำการให้บรรลุเป้าหมาย หากแต่มีมือที่มองไม่เห็นที่คอยดึงรั้งเขาไปทางซ้ายทีทางขวาที พวกเขาจึงอยู่กับกิจกรรมหนึ่ง ๆ นาน ๆ ได้ยากเต็มที

นอกเหนือจากนั้น สมองของคนเป็น ADD ก็เต็มล้นด้วยสิ่งต่าง ๆ ตลอดเวลา คุณเคาะนิ้ว เขย่าขา ฮัมเพลง ผิวปาก หันมองที่โน่นทีที่นี่ที แกะเกา ขีดเขียนลายเส้นไร้ความหมายไปเรื่อย ๆ ซึ่งล้วนแต่ทำให้ผู้คนคิดว่าคุณไม่ได้ตั้งใจหรือเป็นคนขี้เบื่อ แต่แท้จริงแล้ว การวุ่นอยู่กับสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ทำให้คุณสามารถตั้งใจได้ สำหรับผมเอง ผมจะมีสมาธิกับสิ่งหนึ่ง ๆ ได้ดีกว่า ถ้าผมกำลังเดินอยู่หรือกำลังมีดนตรีคลออยู่ใกล้ ๆ และถ้าจะให้เลือกแล้ว ผมมีสมาธิได้ดีกว่าในห้องที่มีคนคับคั่ง จอแจ เทียบกับในห้องที่ผมนั่งอยู่กับความเงียบ สำหรับผมแล้ว ธรรมชาติในตัวผมสั่งผมให้หลีกหนีจากห้องอ่านหนังสือในห้องสมุด ห้องเหล่านี้เป็นสถานที่ที่สงบสำหรับคนทั่วไปได้พักพิง แต่สำหรับผมแล้ว มันคือห้องทรมานตนดี ๆ นี่เอง

บางคนกล่าวได้อย่างน่าฟังว่า “เวลาคือสิ่งที่ปิดกั้นไม่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันได้ในคราวเดียว” หรืออาจกล่าวได้ว่า เวลาแบ่งแยกขณะต่าง ๆ ออกเป็นเสี้ยวเล็ก ๆ ที่แยกจากกัน ทำให้เราสามารถทำสิ่งหนึ่งได้เพียงอย่างเดียวในขณะหนึ่ง ๆ แต่ในอาการ ADD ห้วงเวลาได้ยุบรวมเข้าหากัน คุณรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นในคราวเดียว ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว หรือก็คือไปทำทีหลังเลย ความฉุกละหุกนี้ทำให้คนเราเสียศูนย์ไปได้ คุณจะไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ว่าสิ่งใดควรทำก่อนและหลัง สิ่งใดสามารถถูกผลัดไปก่อนได้ แต่ในทางกลับกัน คุณมีแต่จะมุ่งไปข้างหน้า โดยไม่มองให้ดีก่อน ราวกับโลกทั้งโลกจะโถมเข้ามาหาคุณ หากคุณไม่ทำอะไรในทันใดนั้น
ในโลกแห่งอาการ ADD การระบุเวลามีเพียงเดี๋ยวนี้กับยังไม่ใช่ตอนนี้ เช่นหากเจ้านายสั่งให้พนักงานที่เป็น ADD ไปเตรียมการนำเสนอมาให้พร้อมใน 3 เดือน ในความคิดของคนเป็น ADD นั่นหมายถึงยังไม่ใช่ตอนนี้ และพนักงานคนนี้ก็จะลืมเรื่องนี้ไป จนเมื่อเวลา 3 เดือนข้างหน้ามาถึงก็เป็นเวลาเดี๋ยวนี้ที่งานต้องเสร็จ ซึ่งก็สายไปเสียแล้วที่จะทำให้เสร็จ เจ้านายก็จะคร่ำครวญอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “คุณจะเตรียมพร้อมให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ คุณน่ะเป็นคนที่มีความสามารถและพรสวรรค์ดีที่สุดในบริษัทนี้แล้ว แต่ถ้าคุณไม่จัดการตัวเองให้ดีกว่านี้ ไม่ว่าที่นี่หรือที่ไหน คุณก็ไม่สามารถทำผลงานขึ้นมาได้”

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่อาการซึมเศร้าและวิตกกังวลจึงมักเกิดกับคนเป็น ADD ที่ไม่รู้ว่าตนเองเป็น พวกเขาไม่รู้ได้ว่าเมื่อใดจะลืมบางสิ่ง หรือพูดบางอย่างผิด ๆ หรือไปตามนัดอย่างผิดที่ผิดเวลา

ผมนึกถึงพิพิธภัณฑ์ขึ้นได้ การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของผมเป็นเหมือนวิธีที่คนทั่วไปเดินชมตลาดขายของเก่า เดินชมตรงนี้นิด เดินไปตรงนั้นหน่อย ของตรงโน้นก็น่าสนใจ ผมเป็นคนชมชอบศิลปะ แต่วิธีการชื่นชมศิลปะของผม ก็ทำให้คนมองได้ว่าผมเป็นคนไร้รสนิยมอย่างน่ารังเกียจ

แต่ในทางกลับกัน บางครั้งผมก็นิ่งจับจ้องกับภาพเขียนหนึ่งอยู่ได้นาน ๆ ผมดำดิ่งลงไปในโลกของภาพเขียนนั้นจนลืมทุกสิ่งภายนอกไป ในชั่วขณะเหล่านี้ ผมเหมือนคนเป็น ADD ส่วนมาก คือสามารถมีสมาธิจดจ่อได้อย่างมาก ลักษณะเช่นนี้แย้งกับความเชื่อที่ว่าพวกเราเป็นคนไม่มีสมาธิ ต่อเมื่อเรามีความสนใจและสารสื่อประสาทในสมองมีความพร้อม และมีระบบรองรับสนับสนุนเรา เราก็สามารถมีสมาธิได้แน่วแน่ดั่งสุนัขล่าเนื้อ

มีอีกอาการหนึ่งที่ผมรู้จักดี อาการทนรอในคิวไม่ได้ ผมว่าจะว่าไม่ได้ก็คงไม่เชิง เพราะชีวิตแต่ละวันก็ต้องมีการต่อคิว และผมก็รอในคิวได้อยู่โดยไม่ได้ทำท่าทางทุรนทุรายจนเกินเหตุ ก็แค่ผมไม่ชอบการรอคอย เมื่อใดที่ต้องรอคอย ผมมักทำอะไรบางอย่างที่จริง ๆ แล้วไม่ควรจะทำ

สิ่งที่ต้องขยายความตรงนี้คือจังหวะระหว่างการกระทบอารมณ์และการกระทำ คนเป็น ADD ส่วนใหญ่รวมทั้งผมขาดการยับยั้งชั่งใจ ความสามารถนี้เทียบได้กับการคิดพิจารณาถึงคำพูดในสมองที่ผุดขึ้นก่อนที่มันจะพรั่งพรูออกมาจากปาก ผมจำได้ดีถึงประสบการณ์ครั้งเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 5 เช้าวันหนึ่งผมสังเกตได้ว่าทรงผมของคุณครูวิชาเลขดูแปลกไป และในทันใด ผมก็โพล่งออกไปว่า “คุณครูครับ นั่นครูใส่วิกผมใช่ไหมครับ” แน่นอน ผมก็ถูกไล่ไปยืนนอกห้อง

นับแต่นั้นมา ผมก็เรียนรู้ที่จะสะกดอดกลั้นคำพูดเหล่านั้น แต่ผมก็ยังคงมีปัญหาในเรื่องการพูดผิดที่ผิดเวลา ความจริงแท้อันหนึ่งสำหรับการเป็น ADD ก็คือ เราต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพียงเพื่อจะทำกิจกรรมพื้น ๆ เช่น นั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ หรืออดกลั้นไม่บอกคุณตำรวจจราจรที่โบกรถให้เราว่าเขาหน้าตาเหมือนตัวตลก

สำหรับความสัมพันธ์ชายหญิงแล้ว การเป็น ADD ก็เป็นปัญหาได้ ถ้าคุณคอยแต่เปลี่ยนเรื่องสนทนา หยุกหยิก หรือโพล่งคำพูดที่ไม่เหมาะออกมา ภรรยาของผมได้เรียนรู้ที่จะไม่ถือสาเอาลักษณะอาการของผมมาเป็นอารมณ์

เมื่อผมแรกพบกับเธอ เธอคิดว่าผมเป็นพวกบ้าบอ เพราะบางครั้งผมก็ผลุนผลันออกไปจากร้านอาหารเมื่อทานข้าวเสร็จ หรือไม่ก็เปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นในระหว่างสนทนากันอยู่ แต่เธอก็ค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับความหุนหันของผม ถือเป็นโชคดีของผมที่ได้มีคู่ชีวิตอย่างเธอ

คนที่เป็น ADD จำนวนมากมักกระหายสถานการณ์ที่เร้าใจ สำหรับผมเอง ผมชอบคาสิโนและการแข่งม้า การจัดการของผมต่อของชอบเหล่านี้คือการไม่ไปบ่อยนัก และเมื่อใดที่ไป ผมก็พกเงินติดตัวไปแต่พอควร แค่ในจำนวนที่ยอมเสียไปทั้งหมดได้ และผมก็หมดตัวอยู่บ่อยไป ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่าการกระหายความเร้าใจเหล่านี้พาคนไปสู่หายนะได้ ดังนั้นจะพบได้ว่าอาการ ADD พบได้มากในอาชญากรและคนที่ชอบเสี่ยงตาย อาการ ADD ยังพบได้บ่อยในคนที่มีบุคคลิกทะเยอทะยาน ชอบการแข่งขัน รวมถึงคนจำพวกเก็บกดอย่างรุนแรง ต่อต้านสังคม ชอบความรุนแรง ติดยาและติดเหล้า

แต่ในอีกมุมหนึ่ง อาการ ADD ก็ยังพบได้บ่อยในคนจำพวกครีเอทีพและจำพวกที่ใช้สัญชาตญาณในการแก้ไขปัญหาในสายงานต่าง ๆ รวมทั้งพบได้มากในคนที่มีพลังในตัวมากและทำงานเก่ง เหตุผลหนึ่งก็อย่างเช่นคุณจะหาความตื่นเต้นเร้าใจได้ไม่ยากในการเป็นหมอผ่าตัด ทนายความ นักแสดง นักบินหรือนักขับรถแข่ง
โดยทั่วไปผู้คนมักไม่พูดถึงด้านดีของอาการ ADD มากนัก ผู้คนมักเน้นย้ำไปที่ปัญหาของการเป็น ADD หรือไม่ก็วิธีการควบคุมอาการ ด้วยมุมมองเช่นนี้ ผู้คนจึงมุ่งแต่หาการวินิจฉัยอาการและมุ่งแต่หาความช่วยหลือ แน่นอนว่าอาการ ADD เป็นปัญหา หากแต่เมื่ออาการ ADD ได้รับการวินิจฉัยและคนคนนั้นได้เรียนรู้วิธีการจัดการกับปัญหา ศักยภาพในสมองของเขาก็จะเป็นเสมือนหีบสมบัติที่ยังไม่ได้เปิดออก

ในทันทีที่เราได้เรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหา ปัญหาก็สลายไป สัญญาณวิทยุที่เคยไม่ชัดก็ชัดใสขึ้น กระจกหน้ารถก็โล่งโปร่งสดใส ลมพายุซาลง และคุณก็กลับมาสร้างบ้านจากการตั้งไพ่ของคุณได้ คุณสามารถปัดฝุ่นแผนการอันยิ่งใหญ่ที่เก็บใส่ลิ้นชักไว้นานนับปีมาเริ่มทำได้ มาบัดนี้จากคนที่เคยเป็นปัญหากวนใจทั้งกับตัวเองและคนอื่น ๆ ก็เริ่มทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เขาทำไม่ได้มาก่อน เขาทำให้คนรอบข้างประหลาดใจ หรือแม้แต่ตัวเองก็ตาม ที่กล่าวมานี้ถึงแม้ผมใช้สรรพนาม “เขา” แต่ก็ล้วนเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

เพราะในช่วงไม่นานมานี้ที่เราค้นคว้าไปในอาการ ADD และพบว่าอาการยุกยิก ไม่อยู่นิ่งไม่จำเป็นต้องเป็นหนึ่งในอาการ ADD เราจึงพบอาการ ADD ในผู้หญิงมากขึ้นทุกที

คนที่เป็น ADD มักจะมีความรับรู้อย่างไม่ธรรมดาต่อชีวิต เป็นวิธีการมองที่ทะลุไปได้ถึงแก่นของเรื่องราว ในขณะที่คนทั่วไปต้องค่อย ๆ ไตร่ตรองไปตามขั้นตอน คนที่เป็น ADD จะบอกคุณไม่ได้ว่าเขาคิดทางออกของปัญหามาได้อย่างไร ว่าเขาไปได้แนวคิดสิ่งประดิษฐ์ของเขามาจากไหน หรือมีแรงบันดาลใจอะไรให้เขาสร้างสรรค์ภาพเขียนที่แปลกใหม่ขึ้นมาได้ เขาจะบอกได้แต่เพียงว่าเขานึกขึ้นมาได้ เขารู้สึกความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาได้

ในบางสถานการณ์ที่เหมือนมืดมิดสำหรับคนทั่วไป คนที่เป็น ADD เสมือนกับสามารถเห็นแสงสว่างหรืออย่างน้อยก็รู้สึกได้ถึงแสงสว่าง พวกเขาสามารถหาทางออกได้ท่ามกลางความมืดมิด สิ่งสำคัญก็คือผู้คนทั่วไปควรตระหนักถึงสัมผัสที่หกที่คนที่เป็น ADD มักจะมีและส่งเสริมในความสามารถพิเศษนี้ กล่าวคือ หากผู้คนแวดล้อมยืนยันแต่วิธีคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลเป็นขึ้นเป็นตอน รวมทั้งพฤติกรรมที่สังคมมองว่าดี ผู้คนเหล่านี้ก็จะไม่สามารถพัฒนาวิธีคิดแบบใช้สัญชาตญาณได้จนถึงระดับที่เขาจะนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ และก็เป็นไปได้ที่ความสามารถเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในทางลบหรือแม้แต่กับอาชญากรรม แต่หากได้รับการบำบัดอย่างถูกต้อง วิธีคิดที่ดูคล้ายจะบกพร่องเหล่านี้ก็กลับกลายเป็นพรสวรรค์ได้

แล้วการบำบัดมีอะไรบ้าง อาจกล่าวได้ว่าการบำบัดคือกิจกรรมใดที่ลดคลื่นแทรกและทำให้สัญญาณจริงชัดเจนขึ้น เพียงแค่ได้รับการวินิจฉัยก็ช่วยลดคลื่นแทรกของความอับอายและการโทษตนเองได้ การกำหนดรูปแบบโครงสร้างในชีวิตประจำวัน เช่น การมีตารางเวลา รายชื่อกิจกรรม พฤติกรรมการกิน นอน และออกกำลังที่ถูกสุขลักษณะ ก็สามารถทำให้สมาธิมั่นคงขึ้นได้ การแตกการทำงานเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แทนการทำครั้งเดียวนาน ๆ ก็ช่วยได้
การบำบัดในรายละเอียดมักต่างกันไป คุณอาจจ้างเลขาที่เข้าใจอาการ ADD หรือจ้างนักบัญชีที่สามารถทำงานกับคุณได้ หรือไปใช้บริการบัญชีธนาคารอัตโนมัติอย่างถูกวิธี หรือเลือกคอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่เหมาะกับคุณ การหาความช่วยเหลือที่เหมาะสมอาจใช้เวลาบ้าง แต่เมื่อได้มาแล้ว ความช่วยเหลือเหล่านี้อย่างน้อยก็มักจะสามารถเปลี่ยนความยุ่งเหยิงวุ่นวาย เป็นความยุ่งเหยิงที่จัดการได้บ้าง

อาจกล่าวได้ว่าจริง ๆ แล้ว การแต่งงานกับคนที่เหมาะสมและการได้งานที่เหมาะสมคือการบำบัดที่สำคัญที่สุดสองอย่างสำหรับผู้ใหญ่ สำหรับเด็กแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการพยายามกำจัดความรู้สึกกลัวและได้รับการเยาะเย้ยจากทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน รวมถึงการสนับสนุนให้เขาไปถึงซึ่งความใฝ่ฝันที่ยิ่งใหญ่ของเขา
อีกหลายวิธีการก็ช่วยได้ เช่นการตีกรอบจากภายนอกเพื่อจำกัดแรงกระตุ้นภายในของคุณที่อาจนำไปสู่อันตรายได้ เมื่อขับรถก็ใส่เข็มขัดนิรภัย เมื่อมีสมุดบันทึกประจำวันก็ใช้ให้เป็นประจำ ตามคนอื่นให้ไปกับเราด้วยในกิจกรรมต่าง ๆ แทนที่จะไปคนเดียว หาคนที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อคอยแนะนำและตักเตือนให้อยู่ในร่องในรอย

การใช้ยาก็ช่วย หากแต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะใช้ยาเพียงอย่างเดียว
แผนการบำบัดที่ครบถ้วน ที่พร้อมรองรับสิ่งสอดแทรกรบกวนที่แตกต่างและหลากหลายเท่านั้นที่นับได้ว่าเป็นแผนการบำบัดที่ดีที่สุด เมื่อนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง แผนการเหล่านี้สามารถช่วยให้คนเป็น ADD ไม่ว่าในช่วงอายุใดมีชีวิตใหม่ได้อย่างแท้จริง

พวกเราที่เป็น ADD ต้องการความเข้าใจและความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้าง แต่จะว่าไปแล้ว จะมีใครไหมล่ะที่จะไม่ต้องการ เราแค่อาจต้องการมากกว่าคนทั่วไปอยู่บ้าง เพราะเราจะเป็นคนที่เข้าใจได้ยากและทำให้คนหัวเสียได้ง่ายเอามาก บ่อยครั้งที่เราก่อความยุ่งเหยิงได้บ้าง แต่หากได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม ความยุ่งเหยิงเหล่านั้นอาจกลับกลายเป็นความมีเหตุมีผลและความงดงามได้อย่างแท้จริง

โดยสรุปแล้ว หากคุณรู้จักใครที่คล้ายผม คือ ชอบกวนคนให้รำคาญ ชอบฝันกลางวัน หลง ๆ ลืม ๆ และไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยอย่างคนอื่นเขา ขอให้คิดถึงอาการ ADD ก่อนที่คนคนนั้นจะเริ่มเชื่อในสิ่งร้าย ๆ ที่คนอื่นมักกล่าวแก่เขา ก่อนที่มันจะสายเกินไปที่จะแก้

ทดลองเปิดกลุ่มใน Facebook นะคะ//www.facebook.com/groups/410009489092896/



Create Date : 14 มกราคม 2553
Last Update : 7 กรกฎาคม 2560 22:29:08 น. 158 comments
Counter : 31501 Pageviews.

 
สวัสดีวันพฤหัสฯ ที่แสนจะครื้นเครง ทำงานอีกวันเดียวเองก็จะเป็นวันศุกร์ จะไดัเอากระปุกไปใส่กะเป๋า ^___^


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:12:11:19 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ และข้อมูลที่ถูกต้องในการบำบัดรักษาโรคที่กล่าวนี้ เคยเห็นเด็กที่เป็นรู้ว่าเขาต้องกินยา แต่พอได้มาอ่านและทำความเข้าใจแล้ว เราต้องทำมากกว่าให้เขาแค่กินยาใช่ไหมค่ะ แต่ก็น่าเห็นใจคนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกับเขานะค่ะ เพราะทุกวันก็ต้องทำมาหากิน และให้คอยป้อนข้อมูลหรือว่าทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อดึงดูดเขาหากเขาหลุดออกไปก็ดูจะยากเต็มทน อ่านแล้วบางข้อก็เหมือนตัวเองเหมือนกันแหะ...เช่น ติดคอมพิวเตอร์....


โดย: ขอบคุณค่ะ IP: 61.90.18.105 วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:15:12:36 น.  

 
รบกวนช่วยตอบแบบสอบออนไลน์เพื่อการศึกษาหน่อยค่ะ
ตาม link
//spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dFBZSVJOeks5QUJxeHVGNy1ISlplMnc6MA
ขอบคุณค่ะ


โดย: kaewnumsai วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:16:27:25 น.  

 
ผมก้อเป็นอีกคนหนึ่ง ที่มีอาการและลักษณะของสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ผมจะแก้ไขได้อย่างไรครับ เพราะผมรู้สึกว่าเริ่มที่จะมีความลำบากในชีวิตของการทำงาน อยากทราบวิธีที่แก้ไข บอกมาเปนข้อๆนะครับ หรือจะส่งวิธีมาทาง e-mailก้อได้นะครับ ผมอยากหาย หรือบรรเทาจากอาการนี้ จะได้มีการดำเนินชีวิตที่เปนแบบบุคคลปกติครับ
ปล. taoza_04@hotmail.com เปนเมล์ของผมนะครับ ช่วยคนกุศลแรงนะครับ


โดย: จิ๊กกี้จัง IP: 113.53.114.28 วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:22:24:15 น.  

 
ขอบคุณครับ บางครั้งผมก็สับสนในตนเอง ความคิดที่บางครั้งมันแหวกแนวไม่เหมือนคนอื่นๆเขา ทำให้คนอื่นมองผมเหมือนคนไม่ค่อยจะปกติ ทำอะไรแปลกๆ คิดอะไรแปลกๆและไม่ค่อยยอมรับความคิดเห็นของผม จนทำให้เราขาดความมั่นใจไปเลย บางครั้งเมื่อผมเสนอความคิดไปหรือประดิษฐ์ของใช้ ซึ่งมันไม่ค่อยจะเหมือนใคร กลับมีคนดูถูกดูแคลนว่าทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นเขา แต่สุดท้ายสิ่งของที่ผมประดิษฐ์ หรือ ความคิดที่ผมเสนอไป กลับมีคนเอาไปใช้ และมองว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่นั่นก็เป็น เดือน หรือปี กว่าที่คนอื่นจะคิดได้แบบผม มีปัญหาอย่างหนึ่งของผมที่ผมแก้ไม่ได้เลยก็คือการสื่อสารให้คนอื่นได้เข้าใจในความคิดของผม การเรียบเรียงประโยค หรือพูดสรุปให้คนอื่นๆเข้าใจนั้น ยากเหลือเกิน คำอธิบายที่ง่ายที่สุดของผมคือการวาดภาพ ยังไงก็ขอขอบคุณ บทความที่ผมได้อ่านทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น และไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว


โดย: kong IP: 146.23.250.105 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:33:00 น.  

 
คุณ kong ถ้าได้เข้ามาอ่านอีกหน ต้องบอกว่าคุณไม่ได้โดดเดียวค่ะ เราก็เป็นนะคะ คล้าย ๆ แบบคุณ ถ้ามีโอกาส เมลล์มาคุยกันได้ค่ะ valaipornt@hotmail.com


โดย: pinkyjung วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:49:39 น.  

 
อาการเดียวกันค่ะ บางทีก็ร้องไห้เบื่อที่ตัวเองเป็นอย่างนี้ รังเกียจในสิ่งที่ตัวเองทำ เช่นชอบพูดสวนคนอื่น ฉุนเฉียว เก็บความรู้สึกไม่ได้ ขาดความมั่นใจอย่างแรง ดูถูกตัวเองตลอดเวลา ชอบอยู่ในโลกแห่งความฝัน ความจำสั้น ไม่ใส่ใจในรายละเอียด ทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จเพราะเบื่อหรือเลิกสนใจไปเสียก่อน คิดทำงานใหญ่อะไรไม่ได้เลย.... 9ล9 ขนาดแฟนที่ว่าเข้าใจเรามากแล้วก็ยังเขว... แค่ขับรถก็ยังไม่ก้ากลัวจะเป็นอันตายต่อผู้ร่วมใช้ถนน เพราะขี้ตกใจ ขี้กังวล ลนลาน และชอบเหม่อลอยบ่อย....

แย่ที่สุดคือคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ คิดว่าเราใช้เอดีดีเป็นข้ออ้าง เขาคิดว่าเรามันก็แค่คนนิสัยไม่ดีเท่านั้นเอง ทุกอย่างน่าจะแก้ได้เพียงแต่เราไม่ยอมทำเอง ...แม้แต่พี่สาวเราเองก็คิดอย่างนั้น

ไว้จะแอ็ดเข้าไปคุยนะคะ


โดย: A Blacksheep วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:1:38:09 น.  

 
ADD ไม่ใช่ข้ออ้างนะคะ แต่เราเกิดมาเป็น เป็นอะไรที่เราไม่สามารถทำได้จริง ๆ เหมือนคนตาสั้น จะให้มองเห็นเหมือนคนสายตาปกติไม่ได้

พูดไปการที่จะยอมรับมันก็ยาก เพราะตัวเองก็ยังยอมรับไม่ได้ หลาย ๆ หนยังโทษตัวเองอยู่ในหลาย ๆ เรื่อง แ่ต่พยายามทำความเข้าใจ


โดย: pinkyjung IP: 58.8.51.111 วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:18:32 น.  

 
บทความดีมากเลยค่ะ ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ta IP: 124.122.45.6 วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:01:58 น.  

 
ขอบคุณมากครับสำหรับบทความ

จะลองนำไปปรับปรุงใช้ดุนะครับ


โดย: Chitgy IP: 125.24.222.83 วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:0:05:35 น.  

 
ตอนนี้กำลังประสบปัญหา อาการเหมือนกับ add เลย

สมาธิสั้น แต่บางครั้งเวลาตั้งใจทำอะไรก็สุด ๆ เหมือนกัน

แต่ที่สำคัญ ชอบการอยู่คนเดียวมาก แล้วสุดท้ายก็เหงา ๆ แล้วก็เบื่อเซ็งตัวเองตลอด

จากอาการ add แทบจะเป็นเหมือนตัวเองทุกอันเลยครับ



โดย: ออฟ IP: 115.67.206.34 วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:12:03:13 น.  

 
เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า แต่ก็แบบ เอ้ยไม่ขนาดนั้น เพราะบางทีก็อารมณ์ดี แต่พอมาอ่านเรื่องสมาธิสั้นจากที่นี่ และใน internet ทำให้รู้ว่าเรานี่เป็นโรคสมาธิสั้นนี่เอง ตรงมากกกกกกกกหลายข้อเลย ก็จะพยามบำบัดตัวเอง ขอเป็นกำลังใจให้ตัวเองแล้วก็เพื่อน ๆ นะคะ เราก็มีเพื่อนที่เป็นแบบเดียวกัน เข้าใจเลยค่ะว่ารู้สึกอย่างไร


โดย: Jeab IP: 124.157.152.29 วันที่: 21 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:34:45 น.  

 
พออ่านแล้วก็มีกำลังใจ ยังมีคนที่เป็นเหมือนอย่างเรา เราเป็นคนที่ทำอะไรไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ถึงมีก็น้อยมาก ก็แค่เรื่องเล็กๆ ที่เด็ก 10 ขวบก็ทำได้ ซ้ำคนใกล้ชิดและเพื่อนร่วมงานก็ซ้ำเติม ไม่ให้กำลังใจ การเรียนก็ไม่ดี การงานก็กระท่อนกระแท่น บางครั้งหมดกำลังใจในการยืนหยัดต่อไป สมาธิสั้นมากกกกกก....... เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ต้องใช้เวลานานมากจนครูผู้สอนเอือมระอากับเรา โดนว่าอยู่บ่อยครั้ง แต่อีกด้านนึงเรามีวาจาที่เฉียบคมมาก พูดแล้วทำให้คนสนใจในเราได้ ความคิดทะลุปรุโปร่ง เป็นคนที่เก็บรายละเอียดในความคิด นิสัยใจคอของคู่สนทนาได้มากกว่าคนอื่นๆ


โดย: เราก็เป็นเหมือนกัน IP: 183.89.133.16 วันที่: 22 กรกฎาคม 2553 เวลา:3:37:17 น.  

 
ไม่อยากจะเชื่อ ... เราเป็นเกือบทุกอย่างที่บอกมาเลย แต่ไมุ่ร้ว่าเราเป็นอะไร มองโลกร้าย อารมรุนเเรงและแปรปรวน ทำไรไม่ค่อยสำเร็จ บลาๆๆๆ
คนอื่นคิดว่าเราไม่ตั้งใจ ทำยังไงจะแก้ไขปันหานี้ได้อะคะ
และขอบคุนมากๆสำหรับกระทู้นี้
ขอให้ทุกคนประสปความสำเร็จ + เป็นกะลังใจให้กันเเละกันค่ะ
^.^


โดย: dzd IP: 125.26.148.8 วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:5:26:02 น.  

 
ผมสวดมนต์ บทนึงให้จบยังทำไม่ได้เลยครับ (อันนี้เรื่องจริง) ผมอายที่จะบอกคนอื่นหน่ะครับ เลยพยายามอยู่นื่งๆ ทำเป็นมีสมาธิตลอดเวลา แต่จริงๆแล้วคิดไปเป็นหลายหมื่นเรื่องต่อว้น เลยครับ

แต่อยากจะเป็นนักแปล แต่เท่าที่ลองแปลดู ก็ทำได้นะครับ แต่ต้องตอนมีสมาธิจริงๆ เท่านั้น

ทำอย่างไรครับถึงจะมีสมาธิได้ในระดับเดียวกัน ทุกๆวัน บอกวิธีการรักษาด้วยนะครับ ทำมาเป็นตารางก็ได้ครับว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง ถือว่าทำบุญเถอะครับท่านผู้รู้ ขอบคุณมากครับ


โดย: อาท IP: 121.220.77.36 วันที่: 2 กันยายน 2553 เวลา:21:01:46 น.  

 
คุณอาทคะ คนไม่มี้สมาธิจะฝึกให้อยู่นิ่ง ๆ เลยคงยาก ส่วนตัวเอง ตอนสวดมนต์จะทรมานมาก จิตใจจะว่อกแว่กตลอดเวลา

ถ้าจะแนะนำคือ แบ่งงานเป็นส่วนสั้น ๆ ให้รางวัลตัวเองเมื่องานนั้นเสร็จจะได้มีอะไรดึงให้เราทำงานนั้น ๆ เช่น ถ้าอ่านหนังสือจบครึ่งบท เราจะได้กินขนม 1 ชิ้น อะไรทำนองนี้ค่ะ

นอกจากนั้นการกินยาสำหรับคนเป็นสมาธิสั้นก็ช่วย แต่ต้องพบจิตแพทย์ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจขนาดไหน แต่ต้องลองไปพบดู เพราะจิตแพทย์ผู้ใหญ่ที่เชี่ยวชาญในเมืองไทยยังไม่มี แต่ลองไปคุยดูก่อนนะคะ

เวลาเราทำอะไรที่เราชอบ เรามักจะทำได้นาน ความสุขเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ อย่างเราอ่านหนังสือที่เราชอบก็อ่านได้นาน ลูกชายเป็นสมาธิสั้นก็วาดรูปได้เป็นชั่วโมง

เรื่องความสม่ำเสมอคงยากค่ะ ถ้าไ่ม่ได้กินยา เพราะตัวเองก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ลูกชายก็มีวันที่วาดรูปได้น้อยเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่วาดได้ดี วาดได้นาน

อัีนดับแรก ยอมรับตัวเรา แล้วพยายามทำงานตามตาราง อย่างที่คุณบอกก็ดีค่ะ เช่นกำหนดไว้เลยว่าเวลานี้ถึงเวลานี้จะทำงาน อะไรบ้าง แล้วต้องหาเวลาสนุกปลอดปล่อยด้วย เป็นการปล่อยพลัง

ออกกำลังกายก็ช่วยปล่อยพลังส่วนเกินไปนะคะ

แนะนำเท่าที่รู้นะคะ สงสัยอะไรถามได้ค่ะ ยินดีค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:8:22:41 น.  

 
ถึงทุกคนที่เข้ามาอ่าน และตอบในกระทู้นี้ แม้ตัวเองจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่จะบอกว่า คุณไม่ได้อยู่โดดเดีี่ยวคนเดียวค่ะ

ไม่ใช่ความผิดของคุณที่คุณเป็นแบบนี้ เราแค่เกิดมาเป็นแบบนี้ อย่าโทษตัวเอง อย่ารู้สึกผิด ตอนนี้เรามีเพื่อน ๆ ที่เป็นแบบเดียวกัน ที่เราเข้าใจความรู้สึกของกันนและกัน

ให้กำลังใจทุกคนนะคะ


โดย: pinkyjung วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:8:26:10 น.  

 
ขอบคุณมากๆ ครับ คุณ pinkyjung


โดย: อาท IP: 60.230.162.74 วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:11:55:00 น.  

 
แล้วถ้าผมมีลูก ลูกผมต้องเป็นด้วยแน่นอนเลยมั๊ยครับ


โดย: อาท IP: 60.230.162.74 วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:11:57:15 น.  

 
ไม่จำเป็น แต่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เพราะลูกชายก็เป็น แต่อย่างญาติ ๆ ลูกคนโตเป็น คนเล็กก็ไม่เป็น

แต่การเป็นสมาธิสั้นก็ไม่ได้เสียหายอะไร มีข้อดีเยอะแยะนะคะ เพราะเรามีด้านอื่นดี ๆ อีกเพียบ ไม่ต้องกลัวอะไรค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:14:28:30 น.  

 
เข้ามาในนี่แล้วรู้สึกมีเพื่อน ไม่แปลกแยกดีนะครับ ว่าแต่ที่คุณ pinkyjung สนใจด้านนี้เป็นเพราะต้องคอยดูและลูกหรอครับ แล้วดูแลอย่างไรบ้างครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ


โดย: อาท IP: 60.230.162.74 วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:7:42:40 น.  

 
สนใจด้านนี้เพราะลูกเป็น ตัวเองก็เป็นค่ะ

ตัวเองพอหาข้อมูลตอนสงสัยว่าลูกเป็น เลยรู้ว่าตัวเองก็เป็นค่ะ แล้วทำไมเราต้องโดนดุโดนว่าในสิ่งที่เราบังคับไม่ได้ มีแต่คำ่ว่าทำไม แล้วไม่รู้จะปรึกษาหรือพึ่งใครดี จิตแพทย์เชี่ยวชาญด้านก็ไม่มีให้หา แล้วรู้สึกว่าต้องมีคนมีเป็นแบบเราอีกแยะ ที่หาทางออกไม่ได้ การแปลของสามี การมาทำบล็อค คืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจะทำได้ค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:8:41:20 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความนี้นะคะ


โดย: ส้ม IP: 58.9.58.111 วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:1:51:45 น.  

 
จริงๆแล้วเราอาจเป็นพวก ปกติก็ได้นะผมว่า แต่พวกเราดันมีน้อยกว่า ว่ามั๊ยครับ แต่เท่าที่สังเกตดู คนที่มีชื่อเสียงในสังคม ก็น่าจะมีอาการอย่างนี้้กันทั้งนั้นดูอย่างพวกดาราสิครับ หรือพวกศิลปินก็ได้ถ้าเค้าไม่มีอาการอย่างนี้ เค้าจะเอาพลังงานที่ไหนมาสร้างสรรค์ผลงานของเค้าเหล่านั้นได้ จนผิดปกติที่คนธรรมดาจะทำได้ จริงมั๊ยครับ 555

เพราะฉะนั้นเราไม่ผิด เราแค่ยังไม่รู้วิธีควบคุมพลังงานล้นเหลือในตังเองต่างหาก แล้วเมื่อไหร่ที่เราควบคุมมันได้แล้ว รู้จักนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อัจฉริยภาพจะเกิดขึ้นให้มวลประชาได้ชื่นชมเพิ่มอีกแน่นอนครับ ผิดกับคนที่ไม่มีอาการนี้ครับ เพราะพวกเค้าไม่มีพลังงานพอเพียงที่จะมาผลิตความรู้สึกเพื่อ งานสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ครับ พวกเค้าเรียนเก่ง พวกเค้าทำสิ่งที่เรียกว่า กิจวัตรประจำวันได้ดีเยี่ยม พวกเค้าทำงานกับสิ่งที่ได้ร่ำเรียนมา และพวกเค้าจะเป็นคนดีที่ ไม่เคยสร้างปัญญหา พวกเค้าน่าสงสาร เหมือนชีวิตถูกกำหนดมาว่าต้องทำอะไรบ้าง เดินอยู่ที่ที่เดิม ในวันใหม่ แทนที่เกิดมาครั้งหนึ่งจะได้ลิ้มรสชาติความหลากหลาย

อย่างนี้ไม่เรียกว่าความผิดปกติมากกว่าหรอครับ 55555


โดย: อาท IP: 121.219.19.187 วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:11:59:42 น.  

 
ขอบคุณมากครับ
สำหรับบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจได้ดี
มีประโยชน์ทั้งกับคนที่เป็น ADD และคนที่ใกล้ตัวผู้ที่เป็น ADD จะ
ได้เข้าใจพฤติกรรมที่เกิดขึ้น และช่วยกันปรับและควบคุมอาการ ซึ่งถ้าทำได้ พลังล้นๆที่มีอยู่น่าจะเป็นประโยชน์ได้เยอะเลยครับ
และจากประโยคที่ว่า
" การแต่งงานกับคนที่เหมาะสมและการได้งานที่เหมาะสมคือการ บำบัดที่สำคัญที่สุดสองอย่างสำหรับผู้ใหญ่ "
ผมว่าคุณ pinkyjung ก็โชคดีมากๆแล้วครับ



โดย: docpop IP: 124.120.102.192 วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:0:16:46 น.  

 
สุดยอดครับคุณ pinkyjung ผมมักจะเข้ามาในหน้านี้เวลาเหงาเสมอๆ เลย อ่านข้าความซ้ำไปซ้ำมา แล้วก็ยังมีแรงต่อสู้ ก็ผมมันสมาธิสั้นหนิครับ

ขอบคุณครับ


โดย: อาท IP: 121.219.19.187 วันที่: 19 กันยายน 2553 เวลา:22:43:59 น.  

 
อาการเหมือนสามีเลยคะ จึงสงสัยว่าจะน่าเป็น แต่เค้าไม่รู้ตัวเองและไม่ยอมรับเลยนั่นซิคะ จะทำไงดี


โดย: arrch IP: 202.57.135.60 วันที่: 1 ตุลาคม 2553 เวลา:13:16:50 น.  

 
ลองให้สามีเข้ามาอ่านในนี้ไหมคะ เผื่อสามีจะเข้าใจมากขึ้น


โดย: pinkyjung วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:8:53:57 น.  

 
ขอบคุณมากเลยค่ะ อ่านบทความแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ ตัวเองเคยพบจิตแพทย์ รักษาโรคซึมเศร้า และกินยา แต่ก็ไม่หายขาด เมื่อพบเหตุการที่มากระทบจิตใจมากๆก็กลับมาเป็นอีก แต่สาเหตหลักคือการโทษตัวเอง เมื่อได้อ่านข้อความของคุณ pinkyjung แล้วรู้สึกใกล้เคียงกับที่ตัวเองเป็นมาก ทำให้นึกถึงว่าอาการที่เราเป็นอาจจะเป็นอาการซึมเศร้าที่เกิดจากการที่เราเป็น ADD หรือว่า อาการซึมเศร้าที่เราเคยเป็นจะทำให้เราเป็น ADD ในภายหลัง แล้วจะแยกอาการได้อย่างไรคะว่าเป็น ADD หรือ ซึมเศร้าเพราะอาการมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก ขอบคุณมากค่ะ


โดย: kk IP: 58.8.95.223 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:47:51 น.  

 
คุณ kk เราแยกออกไม่ได้ชัดว่าการซึมเศร้ามาจากสาเหตุอะไรแน่ ๆ คือจะเป็นเพราะ ADD แล้วก็ซึมเศร้า บางทีมันก็เป็นการร่วม บางทีมันเป็นผลต่อเนื่องกันค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:37:46 น.  

 
เราก็เป็นเหมือนกัน และเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นด้วย เราเครียดมากเลยคะ เพราะเราอายุ 29 แล้ว และเราก็ตกงานด้วย หางานเท่าไรก็หาไม่ได้

แต่ก่อนเราเคยทำงานค่ะ แต่ก็รู้สึกเครียดมาก และมักทำงานผิดพลาดเสมอ ชอบเหม่อใจลอย ไม่ค่อยทันคน ไม่สนใจชาวบ้าน เข้าใจอะไรยาก จินตนาการสูงส่ง และมักมีความคิดแปลกๆ ทำอะไรแปลกๆ จนใครๆก็ว่าเราออกจะเพี๊ยนๆ แต่เราก็ไม่เอะใจอะไรค่ะ แต่ผิดพลาดเนี่ยะบ่อยมาก ทั้งๆที่บางทีมันไม่น่าจะผิด แล้วก็อีกหลายๆอาการ แต่ก็ยังไม่คิดว่าตัวเองเป็นสมาธิสั้น

ส่วนชีวิตที่บ้านก็ไม่ถูกกับใครเลย ทะเลาะกับทุกคน จนพ่อ แม่ พี่ น้อง เอือม เกลียดขี้หน้า สุดท้ายเราคิดว่าชีวิตเราแย่ เราเป็นคนไม่ดี โง่ โดดเดี่ยวมาก แฟนก็ไม่มี เลยตอกย้ำตัวเองไปใหญ่ ว่าเราคงไม่ดีจริงๆ ตอนนี้เราก็เลยมีอาการซึมเศร้าด้วยค่ะ

สุดท้ายเราไปทำงานที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะทำ เพราะแต่ก่อนเราและใครๆหลายๆคนคิดว่าเราเลือกงาน จริงๆเราก็เลือกแหละค่ะ เพราะเรารู้ตัวว่าเราต้องทำงานที่เราชอบเท่านั้น เราถึงจะอยู่ได้นาน และทำได้อย่างมีความสุข แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจ คิดว่าเราเลือกมาก อีกอย่างเราเรียนจบสาขาที่หางานยากก็เลยหางานไม่ได้ซักที

เราเลยตัดสินใจไม่เลือกงาน แม้งานจะดูไม่สมวุฒิยังไงก็ไปทำ สุดท้ายไปไม่รอด เพราะเราทำผิดพลาดบ่อยมาก รนมาก จนหัวหน้าที่ทำงานทักว่าเรานี่สมาธิสั้นจัง เราตัดสินใจลาออก ทั้งๆที่ไปทำได้แค่ไม่กี่วัน จริงๆแล้วทุกคนต่างก็บอกว่า เราเพิ่งไปทำคงยังปรับตัวไม่ได้ ให้อดทนไปก่อน แต่เรารู้สึกผิดปกติในตัวเองดีอ่ะค่ะ เราว่ามันไม่ใช่เป็นการประหม่าเพราะเพิ่งทำงาน แต่มันมีอาการผิดปกติจริงๆ คือ เหม่อลอย ลืมในสิ่งที่ทำไปแล้วตั้งหลายครั้ง ลืมในสิ่งที่ไม่น่าลืม ทั้งๆที่พยายามใจเย็น พยายามรอบคอบ แต่มันก็ร้อนรนควบคุมไม่ได้ ผิดพลาดซ้ำซาก จนเราเครียดมาก แล้วหัวหน้าเราพูดบ่นๆเราว่าเรานี่สมาธิสั้น

เราเอะใจมาก....อาการเอะใจเกินคนปกติ คงเป็นอีกอาการของสมาธิสั้นด้วยมั้ง เราเลยรีบกลับบ้านมาเสิซเนต ตอนเรานั่งรถเมล์กลับบ้านมา (เป็นการนั่งรถเมล์กลับบ้านที่นานมากกกกกกกก เครียดมาก) อ่านอาการของคนเป็นโรคนี้ ซึ่งเราก็ตรงทุกอย่าง ไม่มีข้อไหนที่เราไม่เป็นเลย เรานึกถึงวันเก่าในอดีต เราว่าเราเป็นมาตั้งนานแล้ว แต่เราไม่รู้ เรามีปัญหาของ LD ด้วย คือ มีปัญหาเรื่องการคำนวณ เป็นตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กเราตกเลขทุกจุดประสงค์เลยก็ว่าได้ มีปัญหาเรื่องการคำนวณมากๆ เราก็ไม่รู้ว่าเราเป็นแบบนี้ เราก็คิดว่าเราโง่ และคนอื่นๆก็คิดว่าเราก็โง่เช่นเดียวกัน

เราอธิบายให้พ่อ กับแม่ และน้องสาวฟัง ก็ไม่มีใครเชื่อ ทุกคนคิดว่าเราเอาอาการ ADD มาอ้างเหมือนกัน ยังคิดว่าเราไม่อดทน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ เราเลยต้องนั่งเปิดเว็บหน้านี้อ่านให้ฟังเลยค่ะ เพราะละเอียดและเข้าใจง่ายหน่อย เราอ่านให้แม่ฟังคนแรก แม่ก็กว่าจะเชื่อและเข้าใจก็สงสัยอยู่หลายตลบเหมือนกัน ส่วนน้องสาวตอนแรกก็ว่าเราอ้างแล้วก็พยายามบอกให้เรามีสติ เราก็เลยอ้อนวอนบอกให้เขาฟังเราอ่านหน้านี้ให้ฟัง ตอนแรกเค้าไม่ฟัง เราเลยต้องอ้อนวอน ต้องใช้คำว่าอ้อนวอนค่ะ สุดท้ายถึงยอมฟัง พอฟังจบ เค้าก็ดูเหมือนจะเข้าใจก็ไม่ว่าอะไรเรา

เราไม่ต้องการอะไรมากค่ะ เราแค่อยากได้ความเข้าใจมากๆ ที่ผ่านมาเราถูกเลี้ยงด้วยคำด่า ว่า ติเตียน เฆี่ยน ตี จนเราไม่มั่นใจในตัวเอง ก้าวร้าว คิดลบมากๆ จนตอนนี้เราทั้งสมาธิสั้นและซึมเศร้าค่ะ เราอยากไปหาหมอเหมือนกัน แต่ว่าไหนๆตอนนี้แม่เราก็เริ่มเข้าใจเราบ้างแล้ว และเราก็เข้าใจตัวเองแล้วว่าเราเป็นอะไร เราอยากจะลองเข้มแข็งด้วยตัวเองค่ะ แม้ว่ามันจะยากมากก็ตาม

แต่ยังไงเราก็ต้องขอบคุณหน้าบล็อคนี้ด้วยนะคะ ที่ทำให้เราทราบข้อมูลดีๆ และชัดเจนมาก เรามักสับสนตัวเองตลอด ว่าทำไมฉันเป็นแบบนี้ ตกลงฉันเป็นคนดีหรือคนเลว เพราะมันรู้สึกขัดแย้งค่ะ เราว่าเราคิดดีนะ แต่ฉันรู้สึกเลวแบบนี้ เพราะชอบพูดจาไม่คิดเลยค่ะ ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองคิดแล้ว พูดจาทีคนสะอึกตลอดเลย ไม่ก็มักพูดอะไรที่คนอื่นมองว่าโง่ๆออกไป เราเลยไม่ค่อยจะพูด เพราะกลัวคนอื่นเค้าเกลียด ทั้งๆที่เป็นคนพูดมาก เลยดูเหมือนคนเก็บกดไปเลยอ่ะค่ะ พอพูดไปรู้ว่าไม่ดีก็จะเครียดอีก เป็นประจำเลยค่ะ ก็ไม่เข้าใจทำไมมันถึงเป็นแล้วเป็นอีก เครียดจริงๆค่ะ ตอนนี้เลยรู้สึกทำอะไรก็ระแวดระวัง เกินปกติ จนประหม่า จนตั้งใจเกิน เรารู้สึกแย่จริงๆค่ะ เพราะยิ่งตั้งใจมากไป ก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วเครียดด้วยค่ะ

สุดท้าย....ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้า เขียนไม่ปะติดปะต่อ วนไปวนมา แต่ก็ดีใจมากที่อย่างน้อยก็ไม่ใช่เราคนเดียวที่เป็นแบบนี้ ต่อไปเราจะพยายามคิดบวกค่ะ แค่แม่คนเดียวเข้าใจ เราก็ดีใจแล้วค่ะ เพราะที่ผ่านมา เรากับแม่ทะเลาะกันทุกวัน จนชาวบ้านเค้าด่าแล้วค่ะ พอแม่เข้าใจ แม่ก็ด่าเราน้อยลง ใช้ความใจเย็นกับเรามากขึ้น แม้จะดูช้าไปหน่อย เพราะเราจะสามสิบแล้ว แค่นี้ก็ดีใจแล้วค่ะ

ขอบคุณจริงๆค่ะ


โดย: A.K. IP: 182.52.4.100 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:32:54 น.  

 
คุณ A.K. ดีใจที่เป็นประโยชน์ค่ะ เพราะตัวเองก็อึดอัดคับข้องใจว่าทำไมไม่มีใครจะช่วยคนเป็นอย่างเราเลย อยากให้ได้ช่วยคนอื่น แม้ว่าจะช่วยไม่ได้มาก แค่เป็นเพื่อนก็ยังดีค่ะ

เราเองก็มีอาการคล้าย ๆ คุณ เหมือนบ้างต่างบ้าง ก็เรียกว่าดิ้นรนสับสนกับตัวเองทุกวัน

คนที่เข้าใจเราก็มีสามีเราเนี่ยแหละค่ะ แต่ก็มีบางครั้งที่แม้เข้าใจแต่ก็ยังรับไม่ได้ แม้แต่ตัวเราเองก็ยังรับตัวเองไม่ได้บางครั้ง

ตัวเองก็รู้สึกมีความขัดแย้งในตัวเองเสมอ แต่ก็เลือกที่จะทำตามใจตัวเอง แม้ว่าอาจจะดูขวางโลก ที่ทำไปไม่ได้สบายใจเท่าไหร่ แต่ก็เป็นทางที่เราเลือกแล้ว

ยังไงคุณมีเพื่อนนะคะ ยอมรับแต่อย่ายอมแพ้ค่ะ สู้ ๆ ไปด้วยกัน


โดย: pinkyjung วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:46:57 น.  

 
คิดว่าตัวเองก็เป็นเหมือนกันคะ อายุ 36 แล้ว แต่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นเพราะเพื่อนสนิทสงสัย เลยลองหาข้อมูลดู ก็คิดว่าใช่ โดยมีอาการหลัก คือ ใจลอยง่าย และรู้สึกว่าถ่ายทอดความคิดด้วยคำพูดได้ไม่ดี และมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวลค่ะ ขณะนี้กำลังเครียดเรื่องงาน เพราะทำงานช้า และจำอะไรไม่ค่อยได้ (แต่ตอนเด็กๆ จำแม่นกว่านี้ คาดว่าเป็นเพราะปัจจุบันมีอาการความดันต่ำ) อยากลาออกจากงานมาก แต่ไม่รู้จะทำอะไรกิน อยากหางานที่เหมาะกับตัวเอง ไม่รู้ว่าควรทำอะไร ใครมีข้อแนะนำอะไร เชิญนะคะ จะขอบคุณมาก และขอบคุณคุณ pinkyjung ด้วยคะ ที่เขียน blog นี้ ทำให้รู้ว่ามีคนมีปัญหาเหมือนกับเราเหมือนกัน


โดย: วาว IP: 183.89.80.160 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:19:18:00 น.  

 
เข้ามาอ่านบล๊อกนี้ก็เข้าใจมากขึ้น เพราะว่าสามีมีอาการแบบนี้

ตอนแรกไม่เข้าใจเลยค่ะ เหมือนเค้าเป็นคนพูดอะไรไม่คิดถึงความรู้สึกของเรา แต่ดูไปดูมา คนในครอบครัวก็โดนเป็นประจำ ให้รอนิดหน่อยก็อารมณืเสียเลยค่ะ จนมาเริ่มหาข้อมูล สงสัยว่าเค้าจะเป็น ADD ทำให้เราเข้าใจเค้ามากขึ้นนะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มบอกเค้ายังไง ให้เค้ายอมรับว่าเค้าเป็น ADD แล้วเราอาจจะช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้


โดย: กระต่ายลอยคอ วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:22:51:59 น.  

 

เป็นบทความที่ดีและน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผมในเวลานี้ครับ

ไม่ทราบจะขออนุญาตนำบทความไปเผยแพร่ในบล็อกของผม

โดยใส่เครดิตและลิ้งค์ที่อ้างอิงมาที่นี่ได้รึเปล่า?

เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายคนที่ประสบภาวะเช่นนี้อยู่


ขอบคุณครับ


โดย: นายโตโต้ IP: 61.90.6.164 วันที่: 26 ธันวาคม 2553 เวลา:18:20:27 น.  

 
ยินดีค่ะ คุณ "นายโตโต้"
อยากให้เรื่องนี้แพร่หลายไปค่ะ เผื่อจะเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราสามารถทำได้ค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:15:09:20 น.  

 

ขอบคุณครับ :)


โดย: นายโตโต้ IP: 58.8.154.162 วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:16:53:02 น.  

 
อ่านไปเครียดไปหัวเราะไปด้วยเลยครับ ว่าแล้วผมต้องเป็นพวกสมาธิสั้น อาการตรงทุกประการเลย โดยเฉพาะเรื่องไม่ละเอียดรอบคอบ ทำงานโดนด่าตลอดเลย ลืมนู้นลืมนี่ บางครั้งก็เข้าใจอะไรอยาก แต่บางเรื่องก็เข้าใจไวกว่าคนอื่นอย่างตอนเรียนทั้งคณะเราทำได้อยู่คนเดียวแต่ก็ไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจในแบบที่เราเข้าใจเพราะเรามองไม่เหมือนคนอื่น แต่คนอื่นก็หาว่าเรากั๊กไม่ยอมช่วยทั้งที่เราก็บอกอย่างละเอียดแล้วแท้ หมดกำลังใจเลยครับ ผมไม่รู้จะทำไงดีแล้ว เครียดมากเลนอะครับถึงขนาดอยากตายเลย แต่ที่ทนเพราะยังมีพ่อกับแม่ไม่อยากให้เค้าเสียใจเพราะมันสิ้นคิดเกินไป

ตอนนี้คงได้แต่ทำใจกับสิ่งที่เราเป็น เพราะบางครั้งเราเองก็มีความสุขที่เราเป็นแบบนี้ เวลามีเรื่องเครียดมากๆก็ไปนั่งเล่นเกมส์แค่นั่นเด๋วมันก็ลืมหมด จดจ่ออยู่กับเกมส์นั่นแหละ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีเพื่อนที่เป็นเหมือนกัน แต่แอบอิจฉา คุน pinkyjung ที่มีสามีที่เข้าใจปัญหา เพราะผมก็เพิ่งเลอกกับแฟนเพราะเป็น ADD นี่แหละเฮ้ออออ มันต้องมีสักคนสอที่รับมันได้เน้อ สู้ๆสู้ตาย


โดย: cron IP: 192.168.50.135, 125.25.85.82 วันที่: 29 มกราคม 2554 เวลา:20:42:43 น.  

 
สวัสดีเพื่อนๆชาวบอร์ดทุกคนครับ เครียดมากเลยครับอยากกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วๆไปจังเลยครับ รบกวนเพื่อนๆพี่ๆหรือน้องๆในบอร์ดนี้ช่วยอ่านให้จบแล้วคอมเม้นชี้ทางให้ผมด้วยครับ ผมเองก็คิดว่าผมเป็นนะ ผมอายุ 22 อาการของผมคือเวลาผมอ่านหนังสือหรืออะไรก็ได้ที่เป็นตัวหนังสือผมจะมีเรื่องๆหนึ่งแทรกเข้ามาในหัวผมเรื่อยๆเลยครับ จนทำให้ต้องอ่านซ้ำไปซ้ำมา เช่น อ่านคำว่า abcdefghijklmnopq ผมจะอ่านถึงประมาณตัว n แล้วผมก็จะเหม่อลอยเรื่องที่แทรกเข้ามา หรือ ได้ยินเสียงคนพูดกันไกล้ๆผม ขณะที่ผมกำลังอ่านตัวหนังสือนั้นผมจะวอกแวกไปที่คำพูดนั้นทันทีครับ จนคนที่นั่งเล่นข้างๆผม ประสาทเสียเพราะผม บางครั้งเจอวัยรุ่นห้าวๆ ก็โดนแขวะว่าหน้าตาผมเหมือนคนหาเรื่อง ว่าผมเป็นเอ๋อครับ ไม่เต็มมั้ง หาว่าผมบ้า รู้ตัวว่าโดนแขวะแต่ก็ดื้อครับ ยังเพ่งต่อไป จนบางครั้งทำให้คนที่นั่งข้างๆผมประสาทเสียจนลุกออกไปสูบบุหรี่หรือไม่ก็เลิกเล่นไปเลยครับ ผมจำได้ว่าช่วงสมัยเด็กผมเป็นเด็กที่ซนมากซนจนหัวมีแผลเป็นเต็มไปหมด เคยเอาไม้บรรทัดเหล็กอันใหญ่ฟาดใส่หน้าเพื่อนร่วมชั้นจนคิ้วแตกเย็บ11เข็มเมื่อตอนอยู่ป.5 เหตุผลเพราะโดนเพื่อนรุมเอาดินปาใส่ตอนเรียนวิชาพละ อยากถามคุณ pinkyjung ว่าอาการตอนเด็กของผมใช่หรือเปล่าครับ ผมเป็นคนไม่ชอบเข้าสังคม ส่วนมากจะไปสุมหัวอยู่กับเพื่อนเก่าๆที่คบกันมาตั้งแต่เด็กๆ หรือสนิทมากครับ
ตอนนี้ผมไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียน ตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่า ได้ 3 เดือนแล้วครับ เคยติดกัญชาขึ้นรุนแรง เรียกว่าตัวจริงเลยก็ได้ครับ ติดอยู่ระมาณ 4 ปีเต็ม คือช่วงนั้นไม่เคยทำงานอ่ะไรเลยคือว่าผมเรียนถึงแค่ .2แล้วผมก็ออกจาโรงเรียนมาขายCD เถื่อน ผมจำได้ว่าก่อนหน้าที่ผมจะสูบกัญชา ตอนนั้นสมาธิผมดีมากครับ เป็นคนที่มักจะนำสิ่งใหม่ๆเข้ามาในกลุ่มเพื่อนเสมอ หลังจากที่สูบกัญชามา4ปีเต็มก็ถึงจุดอิ่มตัว ตอนแรกๆผมแค่ลองแต่กลายเป็นติด ตอนผมติดคิดอยู่เสมอว่าเมื่อถึงเวลาผมจะเลิก ผมเลิกได้ครับแค่ 1 ปี คือช่วงเวลาที่ผมไปบวชพระนั้นเอง ตอนนั้นที่ตัวผมเองเริ่มคิดว่าเราดูดกัญชามากจนความจำสั้น(ปัจจุบันผมต้องสูบยาบ้าเพื่อทำให้มีสมาธิมากขึ้นครับแบบว่าอาทิตย์ละ 2-3ครั้งครับ)แต่ว่าเวลาผมตั้งใจทำอ่ะไรแบบว่าอยู่คนเดียวไม่มีใครมารบกวนผมจะทำได้ดีมากเลยครับลักษณะคล้ายๆกับ ADD ยังมีอีกเยอะเลยครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนเกรงใจคนตอบจังอิอิ ก็ขอขอบคุณคุณ pinkyjung มากๆเลยที่โพสข้อข้อคิดและแนวคิดดีๆมีกำลังใจมากเลยครับ ขอเป็นกำลังใจเอาใจช่วยลูกคุณ pinkyjung ด้วยนะครับ แล้วก็ยินดีต้อนรับเพื่อนพี่น้องๆในบอร์ดด้วยนะครับ^^
ปล.บางครั้งเวลาเพื่อนชวนไปดื่มตามงานสังสรรค์ต่างๆ ผมมักปฏิเสธ แต่ก็ไปบ้างถ้าเป็นงานของเพื่อนสนิทมากๆ เวลาไปผมมักจะชอบฟังมากกว่าคุย เพราะเป็นคนตรงเวลาพูดก็จะไม่ไว้หน้าใครปลอบใจตัวเองว่าเราคือคนที่กล้าที่จะแตกต่าง พูดไปตรงๆจนคนที่ผมพูดด้วยรำคานแล้วหันไปคุยกับคนอื่นๆ เพราะผมไปทำลายบรรยากาศ หรือเรียกอีกอย่างว่าไม่รู้กาลเทศะ แต่บางครั้งมันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ครับผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีคุณค่าเลย แม้กระทั้งเพื่อนยังรำคานเราได้ ถ้าเป็นคนอื่นๆละ ผมจุดบุหรี่เข้าไปในห้องน้ำถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วสำรวจตัวเอง ว่าได้พูดอ่ะไรลงไปบ้าง มารู้สึกว่าพูดไม่ดีกับเพื่อนไปก็ตอนอยู่คนเดียว ความรูสึก ระหว่าง กินเลี้ยงกับเพื่อน กับ นั่งสูบบุหรี่ในห้องน้ำ ผมคิดว่าอยู่ในห้องน้ำยังสบายใจกว่า อยู่กินเลี้ยงกับเพื่อนอีกบางครั้งนะครับ
*ผมคงต้องไปจิงๆแล้วครับเดี๋ยวจะยาวขอยคุณอีกครั้งครับที่เสียสละเวลาส่วนตัวของพวกท่านมาอ่านเรื่องราวเพี้ยนๆของคนเพี้ยนๆอย่างผมครับ^^*


โดย: bangkae ผ IP: 58.9.77.215 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:46:41 น.  

 
แวะมาอ่านและขอเป็นกำลังใจให้คุณ cron และคุณ bangkae ผ

คุณ bangkae แนะนำใ้ห้ไปหาหมอดีกว่า ยาที่ทำให้เรามีสมาธิดีขึ้นโดยไม่เป็นยาเสพติดก็มีนะคะ ที่บ้านก็กินอยู่ คือเป็นยาถูกกฏหมาย ควบคุมการจ่ายยาโดยหมอ อย่ายอมแพ้ค่ะ สู้ต่อไป

มีอะไรเข้ามาคุยได้ แวะเข้ามาเรื่อย ๆ


โดย: pinkyjung วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:30:43 น.  

 
เราน่าจะัตั้งชมรม ของพวกเรานะคะ เพราะว่าเราเข้าใจกันเหมือนเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เกิด ทุกวันนี้หาคนที่เป็นเพื่อนเรา เข้าใจเราอย่างแท้จริงยากเหลือเกิน บางครั้งมันเหงามาก อยากมีเพื่อนที่เข้าใจ ที่แย่คือ ลูกชายกำลังเจริญรอยตามแม่มาติดๆ ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา ด้านสังคม เลย สงสารเขาเหมือนสงสารตัวเองในสมัยเด็กๆจริงๆค่ะ ถ้ามีชมรมได้ชมรมนี้คงจะมีแต่คนที่มีความสามารถพิเศษเยอะแยะแน่เลยนะคะ


โดย: ตันหยง IP: 182.53.204.78 วันที่: 4 มีนาคม 2554 เวลา:0:21:31 น.  

 
คุณตันหยง ยินดีค่ะ เมลล์มาคุยกันก่อนก็ได้นะคะ เราก็อยากมีเพื่อน อยากรวมกลุ่มคนเป็นสมาธิสั้นไว้เหมือนกัน เพราะเราเข้าใจกันและกัน แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี เลยเริ่มจากการเขียนบล็อคนี่แหละค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 8 มีนาคม 2554 เวลา:10:16:20 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณ pinkyjung ตั้งแต่ได้มาอ่านบล็อคนี้ ก็เลยเข้าใจชีวิตค่ะ เวลาสามี หรือคนอื่นๆ มองเราแปลกๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คง รู้สึกแย่ แต่ตอนนี้ เมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆเข้ามากระทบ ก็หัวเราะได้เยอะมากขึ้น "ก็เรามันคนพิเศษนี่นา ใครเขาจะเข้าใจเราล่ะ" ดูๆแล้ว ชีวิตของพวกเรา คล้ายๆ หนังเรื่อง เอ็กซ์เมน เลยนะคะ เป็นคนที่แปลกแยก มีความสามารถพิเศษ เกินกว่าคนธรรมดา แต่ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ จริงมั้ยคะ


โดย: ตันหยง IP: 125.27.67.72 วันที่: 9 มีนาคม 2554 เวลา:22:29:12 น.  

 
ผมไม่ได้รับการรักษา แต่โดนติมาตลอด ได้มีเพื่อนเหมือนๆกันก็สะบายใจ ^^ อยากจะบอกว่า ผมเรียน ปวช มาห้า ปี ตอนนี้ก็ยังไม่จบ ติดอยู่ปีสุดท้าย ผมได้เกรดดี แต่ ค้างงานเยอะมาก เพราะพยายามยังไงมันก็ทำไม่ได้ แต่ไม่มีใครเข้าใจ อาจารพูดได้แค่ว่า ข้ออ้างๆ


โดย: หนอนปลอก IP: 223.207.181.14 วันที่: 29 มีนาคม 2554 เวลา:0:09:01 น.  

 
ต้องขอขอบคุณคุณเจ้าของ blog เป็นอย่างมากที่นำมาให้ได้อ่านกัน สารภาพว่าอ่านจบแล้วมีน้ำตาซึมกันเลยทีเดียว (ดราม่าไปไหมคะ) ส่วนตัวเป็นคนที่ไฮเปอร์มาก(บางคราวก็ไฮดาวน์มาก ^^") ปัจจุบันอายุ 28 ที่ผ่านมาเปลี่ยนคณะ มหาลัยมาก็เยอะค่ะ ทั้งที่ผลการเรียนดี (แต่ปัจจุบันกลับมาเรียนต่อใกล้จบแล้วค่ะ) คือมันเหมือนเรารู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เราไม่เข้าใจตัวเองจริง ๆ นะ ไม่ได้แกล้ง แต่เรามักมีคำถามและความสนใจเปลี่ยนแปลงตลอด มันเลยทำให้คนรอบข้างเอือมระอา หลายคนบอกว่าไม่มีวินัยและไม่มีความอดทน ขี้เกียจบ้าง ใจร้อนวู่วามบ้าง (ยอมรับหมดนะ) ตอนทำงานเราก็ทำได้ไม่นานต้องเปลี่ยนงาน limit ก็คือ 2 ปี ทั้งที่เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตัวงานโดยตรง หัวหน้ารัก เป็นคนขยันคนหนึ่งมาเช้ากลับดึก ทำโอทีก็บ่อย แถมเวลาทำอะไรเราจะทำได้พร้อม ๆ กันหลายอย่างมาก ก็งงตัวเองนะ เป็นคนที่สามารถอ่านหนังสือในโรงอาหารที่คนเยอะแต่ไม่ได้ยินเสียงคนได้ (คือได้ยินแหละแต่ไม่รู้สึกว่ามันดังหรือน่ารำคาญ) มีอยู่ครั้งหนึ่งเรานั่งทำงานหน้าคอมตั้งแต่ตีอะไรไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนน้องตามกินข้าวเพราะมันจะทุ่มแล้ว ไฟก็ไม่ได้เปิด ขามีแต่รอยยุงกัดโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลย ช่วงสงกรานต์เคยสามารถนั่งดูซีรี่ส์มาราธอน 4 วันแค่ตื่นกินข้าวหลับนอนได้จนจบ แต่บางทีแค่เรื่องง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นานเรากลับทนไม่ได้ เช่นพวกเสียงโทรศัพท์อะไรแบบนั้น เวลาคนนั่งกดเล่นอ่ะ ได้ยินแล้วโมโหจนอยากเข้าไปหยิบมาปาทิ้ง อีกอย่างที่โหดสุด ๆ ก็เช่นการนั่งสมาธิ แค่ 5 นาทีนี่ก็ไม่รอดแล้ว แต่เราก็เริ่มเอาธรรมะเข้ามาในฝึกการใช้ชีวิตมากขึ้นนะคะ ให้เครดิตแม่เพราะแนะนำทุกอย่าง เคยนั่งได้นานที่สุดน่าจะประมาณ 45 นาที ดีใจมาก แต่ปัจจุบันก็อยู่ในระดับ 10 นาทีถือว่าพัฒนามากที่เมื่อก่อน 5 นาทีก็ไม่ไหวแล้ว

เราแค่อยู่เฉย ๆ ไม่ค่อยได้ แต่เราไม่ได้แกล้งใครจะเข้าใจบ้าง ขนาดนั่งเนี่ยบางทีสั่นขาจนโต๊ะสั่นคนก็คงจะรำคาญ+รังเกียจล่ะมั้ง (แต่ปัจจุบันก็เบาลงแล้ว ก็พยายามฝึก เพราะมันเสียบุคคลิก) บางครั้งเราชอบโพล่งพูดอะไรออกไปแบบไม่ตั้งใจ คือเหมือนเราเปิดเรื่องขึ้นต้นกับลงท้ายไม่เป็นอ่ะ บางทีก็สื่อในสิ่งที่ตั้งใจผิดเพราะใช้คำไม่ถูก เราตั้งใจแล้วว่าเราจะพูดอะไร เพราะความที่โดนว่าบ่อย บางทีท่องไปเลยนะ แต่เราไม่สามารถสื่อสารทำให้มัน smooth แบบคนอื่น ๆ ได้ ได้ลองอ่านหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับการพัฒนาการพูดในที่สาธารณะก็แก้ไม่หาย ทฤษฎีอ่ะเข้าใจแต่ปัญหาคือปฏิบัติจริงไม่ได้ คือถ้าให้เขียนมันยังนั่งลบนั่งคิดได้ เราทำวิจัยเล่มโตเนี่ยสบายมาก ทำรายงานทำคนเดียวตลอด แต่ให้พูดนี่ตายแน่ การพูดเนี่ยจุดอ่อนจริง ๆ ค่ะ บางทีคนฟังเราพูดก็จะทำหน้ารำคาญใส่ หลัง ๆ มาเลยไม่พูดเลย ใครได้ลองทำหน้าแบบนั้นใส่เรามากกว่า 1 ครั้งเราจะไม่พูดกับคน ๆ นั้นอีกเลยถ้าไม่จำเป็น ตอนที่อ่านประโยค

"ผมนึกถึงพิพิธภัณฑ์ขึ้นได้ การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของผมเป็นเหมือนวิธีที่คนทั่วไปเดินชมตลาดขายของเก่า เดินชมตรงนี้นิด เดินไปตรงนั้นหน่อย ของตรงโน้นก็น่าสนใจ ผมเป็นคนชมชอบศิลปะ แต่วิธีการชื่นชมศิลปะของผม ก็ทำให้คนมองได้ว่าผมเป็นคนไร้รสนิยมอย่างน่ารังเกียจ"

เราแทบจะร้องไห้เลยนะ เพราะมันตรงกับเรามาก มีคนว่าเราไม่มีมารยาทไม่มีรสนิยมเพราะท่าทางเลิ่กลั่ก งุ่มง่ามของเรา ความที่เรานิ่งไม่เป็น สงสัยจะดูไม่เป็นสุภาพชน ชนชั้นผู้ดีตีนแดงกระมั้ง ที่ต้องหันช้า ๆ เอี้ยวช้า ๆ เดินช้า ๆ เราเสียใจอ่ะ เพราะเราไม่ได้แกล้ง เรามีปัญหาในการเดิน และการขึ้นบันได (ไม่จับราวหรือไม่ชิดกำแพงไม่ได้) และกลัวความสูง เวลาเดินบนตึกจะเดินริมหน้าต่างไม่ได้เด็ดขาด มีครั้งหนึ่งเคยเกือบเป็นลมตอนเดินเฉียดหน้าต่างคือมันเป็นกระจกทั้งชั้นน่ะ คือถ้าคุณเจอเราเราก็ปกติแหละค่ะ เพราะพยายามแอ๊บเนียนตลอด แต่ถ้าลองได้เผลอหรือตื่นเต้นสันดานก็จะออกทันที เคยขนาดเดินขวิดขาตัวเองหกล้มมาแล้ว แต่โดยรวมเราก็ปกติเหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง แม่เคยบอกว่าเรามีนิสัยที่ไม่ 100 ก็ 0 หรือก็คือถ้าทำก็ทำแบบสุดโต่งแต่ถ้าไม่ทำก็ไม่ทำมันเลย แม่และน้องสาวก็เข้าใจเราส่วนหนึ่งนะคะ ครอบครัวเป็นสิ่งมีค่ามากสำหรับเราเพราะเค้ารักเราในแบบที่เราเป็น โชคดีที่ที่บ้านมีกิจการเราก็เลยไม่ได้ลำบากอะไรมาก ไม่รู้จะขอบคุณต้นตระกูลยังไงดี เราก็เลยพยายามปรับปรุงตนเอง เราไม่เคยเอานิสัยแย่ ๆ ของเรามาเป็นข้ออ้างเลย พยายามหาหนังสืออ่านและพัฒนาตนเองตลอด (แต่แปลกที่เราไม่มีปัญหาเรื่องการอ่านนะ สามารถอ่านหนังสือเล่มหนา 500 กว่าหน้าจบได้วันหรือสองวันและเรารักการอ่านมาก) ปัจจุบันเราทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวเป็นสำคัญ บางเรื่องเราก็ปรับได้ช้ามาก แต่ก็พยายามอยู่ตลอด และขอให้กำลังใจทุกคนเช่นกัน ถ้าไม่มีใครเข้าใจคุณ เราเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจ

ป.ล.แต่ปัจจุบันเรานิ่งขึ้นเยอะนะคะ เพราะแก่หรือเปล่าไม่รู้ แรงตก แต่ถ้าเทียบกับคนวัยเดียวกันเราก็ดูจะแก่ไม่เสร็จอ่ะ 5555555555 มันเหมือนไม่สมวัย แต่เราก็หมั่นฝึกฝนเสมอนะคะ ไม่ว่าจะเรื่องใดเราก็พยายาม ดีใจที่ได้เจอคนที่เป็นเช่นเดียวกัน


โดย: หมาต้นน้ำ วันที่: 31 มีนาคม 2554 เวลา:2:39:45 น.  

 
ขอบคุณคุณ pinkyjung มากครับ ที่นำเรื่องราวมาถ่ายทอด อ่านแล้วเหมือนมองตัวเองอยู่เลย สงสัยตัวเองมานานแล้วครับ ว่าพฤติกรรมต่างๆ ของเราทำไมเป็นแบบนี้ พยายามหาทางแก้โดยหาเครื่องมือต่างๆ เพื่อกันลืม เข้าวัด นั่งสมาธิ ก็หลายหน เพื่อให้ตนเองดีขึ้น แต่ก็ยังไม่พัฒนาเท่าไหร่

แต่คิดว่ายังคงต้องหาทางแก้กันต่อไป เพราะว่ามีผลมากกับชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องงานและคนรอบข้าง

พอได้อ่านบล็อคของคุณ pinkyjung แล้ว ก็เริ่มมีความหวัง เริ่มมองเห็นทางบ้าง ว่าจะเริ่มยังไง ส่วนตัวยังเชื่อว่า น่าจะยังพอแก้ได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องทำให้ดีขึ้น

ขอบคุณคุณ pingkyjung อีกครั้งนะครับ
tum


โดย: tum114@hotmail.com IP: 125.27.12.26 วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:22:27:04 น.  

 
แวะเข้ามาให้กำลังใจทุกคนค่ะ สู้ ๆ ไปด้วยกันนะคะ เราก็ยังต้องสู้อยู่ตลอด อย่ายอมแพ้ แต่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็น แต่ไม่ท้อถอยที่จะำทำสิ่งต่าง ๆ ให้ชีวิตเราดีขึ้น

คุณหมอนปลอก เข้าใจดีค่ะ เรื่องหมกงานเนี่ย ต้องค่อย ๆ พยายามเคลียร์ไปทีละอย่าง ตั้งเป้าไว้นะคะ แล้วจะค่อย ๆ เสร็จไปเอง

คุณหมาต้นน้ำ นั่งสมาธิไม่ได้เหมือนกันค่ะ ใจลอยละล่องตลอด ใครบอกสมาธิสั้นให้ไปฝึกสมาธิขอเถียงค่ะว่าทำไม่ได้ แต่การที่ใจจดจ่อก็ไม่ต้องนั่งสมาธิก็ได้ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมอะไรที่เราชอบก็เป็นสมาธิ

คุณ tum114@hotmail.com ดีใจที่เป็นประโยชน์นะคะ เราก็ขี้หลงขี้ลืม ทุกวันนี้ใช้โทรศัพท์มือถือให้เป็นประโยชน์ค่ะ นัดใครก็ลงไว้ในมือถือ ตั้งเตือนตลอดจะได้ไม่ลืมค่ะ พี่ชายเราใช้สมุดโน้ต ลองหาวิธีที่ถนัดนะคะ


โดย: pinkyjung วันที่: 5 เมษายน 2554 เวลา:22:37:14 น.  

 
เป็นwebpageแรกที่อ่านแล้วเข้าใจตัวเองจริงๆ
ขอชมเจ้าของblogว่าสุดยอดในการแปลอาการออกมาเป็นภาษาได้อย่างชัดเจนและสละสลวยมากครับ
สำหรับตัวผมอาการคือเหมือนวัยเด็กเวลาบางช่วงได้หายไปจำความไม่ได้หมือนไร้สติ
เพื่อนมาเล่าตอนโตว่าบางครั้งออกจากห้องเรียนไปโหนต้นไม้อยู่คนเดียว
มีปัญหาเรื่องการส่งการบ้านตลอด ไม่ต้องถามเรื่องเกรด0ในสมุดพก
ครูภาษาอังกฤษที่พยายามเข้าใจในตัวเราอุตส่าห์สละเวลาส่วนตัวสอนพิเศษ1-1ยังร้องให้ว่าเราเป็นอะไร(25ปีที่แล้วคงไม่มีใครได้ยินเกี่ยวกับโรคนี้)
แต่เราค้นพบตัวเองอย่างหนึ่งว่าเราทำวิชาวิทยาศาสตร์ได้ดี สอบได้ดีจนคะแนนtopระดับชั้น โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร
ชอบวิศวกรรมจนเพื่อนบางคนเรียกเราว่าอัฉริยะ
ปัจจุบันทำงานแล้ว เปลี่ยนงานแค่ครั้งเดียวในรอบ10ปี และภูมิใจกับงานที่ทำมาก ทำให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่า
ที่มาหาอ่านเรื่องนี้เพราะลูกก็เป็นเหมือนตัวเราในตอนเด็ก และแฟนก็หาข้อมูลตรงนี้ ทำให้เข้าใจในตัวลูกและตัวเราเองมากขึ้น
ขอบคุณที่แบ่งปันครับ


โดย: ปังคุง IP: 124.121.119.55 วันที่: 25 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:33:22 น.  

 
เป็นเหมือนกันครับ มียาตัวไหนแนะนำบ้างครับ


โดย: OOP IP: 115.87.207.113 วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:5:39:52 น.  

 
ฮ่าๆ ชัดล่ะ ตัวอิฉันก็คงเปน ด้วยอีกคน มีคนหัวอกเดียวกันแระ มาเริ่มสนใจตัวเองก็ ตอนที่มีลูกของลุกค้าเปนสมาธิสั้น พอเริ่มศึกษาดูข้อมูล ก็เลยรู้ว่าตัวเองเปน
เรียนก็เรียนไม่จบ สักพัก ก็เบื่อเอาเฉยๆ แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองเปนคนเก่ง
แต่ไม่มีปัญหาเรื่องสติปัญญานะ สงสัยเปนเพราะชอบอ่านหนังสือ
จะมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัย การสื่อสาร การบริหารปัญหาหลักของเราคือเบื่อแล้วก็เลิกทำเอาดื้อๆเลย
แค่รู้สึกว่าชีวิตมีหนทางตั้งเยอะ ทำอะไรก็ได้ประมาณนี้
หารายได้ ได้มากกว่าคนที่จบสูงๆ แต่ถ้าหากว่ามียาตัวไหนช่วยให้ เปนปกติ ก้น่าจะดีกว่า มียาตัวไหนแนะนำบ้างไหมค่ะ
แต่พอเปนบ่อยๆความมั่นใจก็หมดเอาเหมือนกันนะ


โดย: หม้อข้าวหม้อแกงลิง IP: 49.228.51.178 วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:18:13:35 น.  

 
อาการเหมือนสามีเลยคะ จึงสงสัยว่าจะน่าเป็น แต่เค้าไม่รู้ตัวเองและไม่ยอมรับเลยนั่นซิคะ จะทำไงดี
-------------------
สามี ยอมไปพบคุณหมอแล้วค่ะ หมอบอกว่าเป็นสมาธิสั้นให้ยามากินก็ดีขึ้น แต่พอต่อมาสักระยะ สามีบอกว่าเค้าไม่เป็นไรแล้วก็ไม่กินยา พยายามควบคุมเรื่องอารมณ์ได้บ้าง แต่จัดระบบความคิด ตัดสินใจไม่ได้เหมือนเดิม

และตอนนี้เราก็เครียดสะสมมาเรื่อย ๆ เพราะลูกก็เหมือนจะเป็น ทำให้เราเหมือนสมาธิสั้นอีกคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าสมาธิสั้นต้องเป็นมาตั้งแต่เด็กหรือเปล่า


โดย: arrch IP: 58.97.63.64 วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:15:08:32 น.  

 
รู้มานานแล้วค่ะ ว่าเปนโรคสมาธิสั้น แต่ไม่เคยคิดหาข้อมูล เพราะคิดว่าคงไม่เสียหายอะไร ใครก็ไม่เดือดร้อน แต่หลังๆเริ่มมีอาการมากขึ้น ขี้ลืมมาก โลกส่วนตัวสูง หงุดหงิดง่าย จึงคิดว่าเข้าข่ายจะต้องบำบัด แต่ไม่รุ้จะไปบำบัดที่ไหน ใครรู้ช่วยแนะนำหน่อยน่ะค่ะ


โดย: หันหนี IP: 223.206.154.178 วันที่: 27 มิถุนายน 2554 เวลา:16:22:40 น.  

 
ผมขอแชร์ประสบการณ์ของผมบ้างนะครับ
สมัยเด็กๆ เราก็สงสัยว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถอดทนอ่านหนังสือเรียน ไม่ชอบทำการบ้าน ไม่ชอบเข้าแถว นั่งสมาธินานๆไม่ได้ วอกแวก พูดจาไม่รู้เรื่อง เข้ากับเพื่อนก็ไม่ได้ เรียนไม่ดี ไม่ตั้งใจเรียน แถมไปกวนเพื่อนอีก ครูเก็กลียด พ่อแม่ไม่มีเวลาและไม่เข้าใจ โดนตี โดนด่าอย่างรุนแรงเป็นประจำ
ตอนนั้น ผมไม่มีเพื่อนเลย พักเที่ยงที่โรงเรียน เด็กคนอื่นจะจับกลุ่มเล่นกัน แต่ผมนั่งเล่นกับ มด กับแมงมุม... ไม่ได้เป็นเปรียบเปรย แต่เล่นกับแมลงจริงๆ จับมด เด็ดขา เด็ดหัว โยนเข้าใยแมงมุม แล้วดูแมงมุมกินมด อะไรอย่างนี้ โรคจิตมากๆ ยิ่งมีอาการเหล่านี้ ผู้คนที่เห็นก็ยิ่งรังเกียจผมมากขึ้น
ขณะนั้น ถึงแม้ผมยังเด็กมาก (ช่วง 8-12 ขวบ) แต่ผมเคยคิดอยากจะตายหลายครั้ง พร่ำถามตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร โดยเฉพาะเวลาหลังจากที่ทำพ่อแม่โกรธ หรือเสียใจ ทั้งตัวเองและครอบครัวเป็นทุกข์ทรมานแสนสาหัสอย่างมาก
ไม่มีใครคิดว่าผม "ไม่สบาย" แม้แต่ตัวผมเอง... (คิดถึงตอนนั้นแล้วน้ำตาไหลเลย)
อย่างไรก็ดี ผมโชคดีมากๆตรงที่ คุณแม่เคยส่งผมไปเรียนดนตรีมาบ้าง และบังเอิญผมก็เล่นได้ดีด้วย พอขึ้นมัธยมต้น ได้มีโอกาสแสดงฝีมือ จนเริ่มเป็นที่ยอมรับของเพื่อนมากขึ้น และพัฒนาตัวเองจนสามารถเข้ากับเพื่อนๆในกลุ่มได้ดี มีความมั่นใจในตนเอง และได้สร้างเทคนิคการดำเนินชีวิตที่เหมาะกับตนเอง ถึงแม้ความคิดตัวเองดูแตกต่างจากเพื่อนอยู่มาก แต่เราก็ระมัดระวังไม่ให้มีปัญหากับเพื่อน และคอยฝึกฝนตัวเองให้แสดงเฉพาะอาการด้านบวกออกมา ประกอบกับเลือกสาขาเรียนที่ตัวเองสนใจ ตอนนั้นสนใจพวกกลศาสตร์/พลังงาน มากเลยครับ นั่งทำโจทย์วิชาฟิสิกข์ได้ทั้งวัน ไม่เบื่อเลย
ผมปรับจุดอ่อนของตัวเองให้เป็นโอกาส สร้างจุดแข็งในวิชาที่ชอบ (บวกกับความโชคดีมากมาย) ทำให้ตัวเองสอบเข้ามหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ ถึงแม้จะมีปัญหาในช่วงระหว่างเรียนพอสมควร แต่ก็ยื้อเรียนจนจบได้
เมื่อผมทำงาน ผมก็โดนเจ้านายตำหนิเรื่องความละเอียดรอบคอบ การเรียบเรียงข้อมูล และการนำเสนอ อยู่เป็นประจำ แต่ก็ทดแทนได้ด้วยการทำงานคล่องแคล่ว และรวดเร็ว และสามารถให้ความเห็นนอกกรอบเกินความคาดหมายคนอื่น ผมเรียนรู้ Attitude ที่ดีจากรุ่นพี่ เพื่อนร่วมงาน และฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อปรับปรุงจุดอ่อนของตัวเอง (ผมทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมง เกือบทุกวันในช่วง 5 ปีแรกของการทำงาน) ผมสร้างผลงานที่โดดเด่นจำนวนมาก ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานและครอบครัว ได้เลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน
จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังพยายามควบคุม และฝึกฝนสมาธิตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จริงๆแล้ว เราพึ่งรู้ตัวว่าเป็น ADD ได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง ไปปรึกษาคุณหมอมา ก็ได้คำแนะนำดีๆ และได้ยาลดอาการสมาธิสั้น (Ritalin) มากิน ก็ช่วยได้เยอะมาก เวลาที่ต้องทำงานที่ใช้สมาธิสูง
ที่เล่ามา เพราะอยากให้กำลังใจเพื่อนๆที่เป็น ADD ว่าอย่าท้อถอย ไม่มีคำว่าช้าที่จะเริ่มปรับปรุงแก้ไขอาการสมาธิสั้น พยายามศึกษาตนเอง ค้นหาความชอบ และดึงข้อดีของอาการสมาธิสั้นของตัวเองออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เราก็ยังสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้
ส่วนคุณพ่อคุณแม่ที่อาจมีลูกเป็น ADD ต้องคอยสังเกตลูกตัวเอง และคอยช่วยเหลือเขาอย่างถูกต้อง ผมมั่นใจว่า การรักษาที่ดี จะไม่ทำให้ลูกต้องลำบากอย่างผมเมื่อตอนเด็กนะครับ


โดย: Mr. BoaT IP: 58.8.40.86 วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:0:38:13 น.  

 
ขอบคุณ Blog นี้มาก ๆ ค่ะ
เรามีเพื่อนอาการแบบนี้เลย..ตรงทุกอย่าง... ทำให้เราหงุดหงิดและมีเรื่องกระทบกันทุกวัน เราสงสัยมาตลอดว่า เพื่อนเราคนนี้เป็นอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวเร็วเดี่ยวช้า ตอนจะทำก็พุ่งเลย ไม่มีการเตือนล่วงหน้า พอจะไม่ทำก็ หยุด ซะงั้น หยุดจริง ๆ อยู่กับที่ อืดเป็นหอยทากเลย แต่ข้อดีเด่น ๆ ที่เพื่อนเรามีคือ ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่สุดยอด คิดนอกกรอบ เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และคิดได้อย่างรวดเร็วทันทีทันใด
แม่เราเป็นพยาบาล..เห็นอาการเพื่อนเรา แม่บอกว่าเพื่อนเราเป็นสมาธิสั้น ให้เข้าใจเขา อย่าหงุดหงิด
ยิ่งได้มาอ่านข้อมูล blog นี้แล้ว ยิ่งเข้าใจมากขึ้นค่ะ ต่อไปนี้เราเข้าใจคนสมาธิสั้นแล้ว...เราก็จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสงบสุขและสบายใจทุก ๆ ฝ่าย...เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ...(ปล.เราจะส่ง blog นี้ให้หัวหน้าอ่านด้วย จะได้เข้าใจกันและบริหารจัดการลูกน้องสมาธิสั้นให้ใช้ความสามารถได้เต็มประสิทธิภาพ)


โดย: Rainy Day IP: 61.91.203.170 วันที่: 5 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:34:42 น.  

 
แนะนำไปหาจิตแพทย์ดูค่ะ จิตแพทย์เด็กอาจจะเข้าใจได้มากกว่า ส่วนจิตแพทย์ผญ ยังหาไม่เจอ ใครเจอช่วยบอกด้วยค่ะ

สมาธิสั้นเกิดจากสมองจริง ๆ ค่ะ เป็นตั้งแต่เกิดคือจะไม่มีสมอง สมองของคนที่เป็นสมาธิสั้น จะไม่เหมือนคนทั่ว ๆ ไป ฉะนั้นเป็นตั้งแต่เกิด ส่วนคนที่คาดว่าจะมาเป็นตอนโต อาจจะเป็นโรคอื่นๆ แล้ว อันนี้รีบปรึกษาหมอด่วน ความเครียดก็ทำให้ความอดทนต่ำ จดจำอะไรไม่ค่อยได้ คล้าย ๆ กับเป็นสมาธิสั้นได้เหมือนกัน


โดย: pinkyjung วันที่: 17 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:00:28 น.  

 
อ่านแล้วตกใจ เพราะตรงหลายข้อทีเดียว เคยโดนเจ้านายว่าสมาธิสั้นเหมือนกันค่ะ แต่เราชอบงานที่ทำอยู่นะ เลยพอทนไหว แต่โปรเจคไหนยาวๆเราก็อยากโยนทิ้งแล้ว แต่ทิ้งไม่ได้ (ไม่งั้นตกงานไม่มีข้าวกิน 555) โดนเพื่อนๆว่าประหลาด แปลก

แต่เราทำงานร่วมกับคนอื่นได้ด้วยกรพยายามทำตัวให้เหมือนคนอื่น แต่มันเหนื่อยมาก กลับมาบ้านนี่เหมือนสวรรค์

อาจจะโชคดีอย่างที่ที่บ้านเราจับเราเข้าวัดนั่งสมาธิบ้างตั้งแต่เด็ก อาการราเลยไม่มากเท่าไหร่อ่ะค่ะ

ขอบคุณเจ้าของบลอคที่เอาบทความนี้มาแบ่งปันนะคะ


โดย: usana IP: unknown, 183.89.120.154 วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:51:51 น.  

 
ไปเจอลิงค์จากกระทู้ในห้องสวนลุมค่ะ เลยตามมาอ่าน ปรากฎว่าตรงกับเราแทบทุกข้อเลยค่ะ ยิ่งอ่านก็ยิ่งตรง แถมรู้สึกอาการมันหนักข้อขึ้นทุกวันๆ จากที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้จะเครียดหรือจะอะไรดี เพราะเราก็เป็นแบบนี้ของเรามานานแล้วตั้งแต่จำความได้ จนคิดว่ามันคืออุปนิสัยหรือบุคลิกของเราไปแล้วส่วนนึง


โดย: เทเลทับขี้ IP: 124.168.230.52 วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:6:06:52 น.  

 
อ่านแล้วตรงทุกข้อเลย เราคิดว่ามันทำให้ชีวิตเรามีปัญหามากเลยนะ อยากแก้ให้หาย ใครก็ได้ที่เป็นเหมือนเราเข้ามาคุยมาแชร์กับเราได้นะจะได้มีเพื่อนคุยที่มีปัญหาเหมือนกันไม่รู้จะคุยกับใคร โทรคุยได้ พริม 0874622933 ยินดีค่ะ


โดย: พริม IP: 113.53.223.244 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:13:03:25 น.  

 
มันใช่เลยยยเป๊ะไม่ได้คิดไปเอง..ลองอ่านให้สามีฟัง...สามีบอกว่าเธอเลยละทำไมเขาถึงเขียนมาเป๊ะอย่างนี้ทำไงดี ADD มันทำให้เราล้มเหลวกลับชีวิตแล้วนะทำไงดี


โดย: sofia IP: 192.168.7.104, 183.89.86.250 วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:17:40:31 น.  

 
คุณ sofia ยังไงคุณก็ยังมีสามี ตอนนี้พยายามทำความเข้าใจ แล้วเลิกโทษตัวเอง ว่าเราแย่ เราเกิดมาเป็นแบบนี้เองค่ะ สู้ ๆ ไปด้วยกัน


โดย: pinkyjung วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:21:13:14 น.  

 
พึ่งโดนเพื่อนว่า... มาว่าแกเป็นโรคสมาธิสั้นหรือ อื่อ พึ่งรู้ตัว



โดย: อาน่า IP: 202.57.155.169 วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:15:53:42 น.  

 
เคยรักษากับอาจารย์ธานีโรงพยาบาลบางกอกเนอร์สซิ่งโฮมหรือBNH ดีมาก อยู่ต่างจังหวัดเลยไม่สามารถต่อเนื่องได้แต่รักษาอยู่สิบกว่าวันช่วยได้เยอะมากตอนนั้นทางโรงพยาบาลวิชัยยุทธเชิญมารักษาให้เพราะหาสาเหตุของโรคบางอย่างไม่เจอ พอได้รับการรักษาก็สามารถเจอสาเหตุและทำให้เข้าใจตัวเองและมีกรอบในการควบคุมความคิดตัวเองมากขึ้น อาการป่วยทางร่างกายที่ลึกๆมาจากความเครียดเพราะเป็นADD ก็หายไปในที่สุด


โดย: นิคกี้ IP: 10.88.48.151, 124.122.251.168 วันที่: 19 กันยายน 2554 เวลา:22:57:10 น.  

 
อ่านทุกความเห็นแล้วนำ้ตาไหลเลยค่ะ ดีใจที่เราไม่ได้เป็นคนเดียว เราทำงานทีไรพี่ที่ทำงานก็ชอบพูดว่าเราทึ่ม. ขนาดตั้งใจทำพยายามรอบคอบแก้ตัวใหม่ก็ไม่ค่อยดีขึ้นเลยค่ะ ขนาดเลี่ยงมาทำงานที่ไม่ใช้ความจำเท่าไร ก็ยังแย่. เพราะงานที่ทำต้องใช้สมาธิสูง. ทำให้เราเก่งช้ากว่าคนอื่นมาก. อีกทั้งขาดความมั่นใจในตนเอง. ทุกข์มากจนลาออกไปพักใจเกือบปี. กลับมาใหม่ก็เป็นเหมือนเดิม. แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมความจำไม่ดีเหมือนคนอื่น นึกว่าตัวเองพยายามไม่พอ. มีปัญหากับครอบครัวด้วยค่ะทะเลาะกันตลอด อยากออกไปทำงานที่รักก็ทำไม่ได้ เพราะมีลูกต้องเลี้ยงดูและมีหนี้สินที่ถ้าไปทำงานที่รักก็คงมีรายได้ไม่พอจ่าย ก็เลยถูๆไถๆทำงานไปเรื่อยๆ. ประมาณหน้าชื่นอกตรม. แต่เราไม่hyperactive. นะออกแนวเฉื่อยชา. เหม่อลอย เพ้อฝัน. แต่ขี้เบื่อ ทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จ. เรื่องงานจำไม่เคยได้. เรื่องอะไรเก่าๆที่เขาจำไม่ได้กัน ดันจำได้. ติดละครอย่างแรง(เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข). พอมาได้อ่านบล็อกนี้ปัญญาเกิดเลยค่ะ. พอจะรู้จักจิตแพทย์เหมือนกันจะได้ไปคุยดู ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ลาเต้นมข้น IP: 223.205.188.77 วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:19:43:28 น.  

 
จะติดต่อคุณ pinkyjung ได้ที่อีเมลล์ไหนค่ะ รบกวนแจ้งกลับที่ nookie2521@hotmail.com ด้วยค่ะ คิดว่าคนใกล้ตัวเป้นสมาธิ ทำงานไม่รอบคอบเลย ต้องการคำแนะนำค่ะ


โดย: ืnook IP: 119.46.57.229 วันที่: 19 ตุลาคม 2554 เวลา:13:59:05 น.  

 
ขออนุญาตนำ link ของคุณ pinkyjung มาไว้ใน page ผู้ใหญ่สมาธิสั้นนะคะ เพิ่งทำขึ้น ให้คนที่สนใจเรื่องนี้มาพูดคุยกัน แชร์เรื่องราว หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์กันค่ะ


โดย: Gaii+ IP: 49.48.51.31 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:31:48 น.  

 
เคยไปบำบัดกับอาจารย์บุญเลิศครับ ท่านเก่งมากๆด้านจิตบำบัด ลองดูตาม link นี้นะครับ

//www.hypnoticquality.com/สั่งจิตแก้ปัญหาร้อยเรื่อง.html

ถ้าไปแล้ว ได้ผลยังไง มาเล่าให้ัฟังบ้างนะครับ



โดย: ducko IP: 58.8.12.184 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:01:43 น.  

 
ยินดีค่ะ คุณ Gaii ถ้าเรื่องที่เขียนมีประโยชน์ จริง ๆ ก็มีเรื่องอยากเล่าอีกมากมาย ทุก ๆ วันในการใช้ชีวิตก็มีปัญหาทุก ๆ วัน มันอาจจะเป็นเรื่องไร้สาร หรือเรื่องเล็ก แต่มันสำคัญกับเรา หรือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา


โดย: pinkyjung วันที่: 7 พฤศจิกายน 2554 เวลา:15:22:09 น.  

 
ขอบคุณค่ะ เชิญคุณ pinkyjung และเพื่อนๆ ที่สนใจเข้ามาเยี่ยม หรือ แชร์ข้อมูล แชร์ประสบการณ์ของตัวเองที่ facebook page ตาม link ด้านล่างนี้นะคะ

//www.facebook.com/pages/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99/268333689868702

เรื่องของเราบางทีไม่ใช่เพียงเรื่องเล็กๆ หรือ ไร้สาระ สำหรับใครอีกหลายๆ คนนะคะ ตัวเองยังรู้สึกดีใจและมีกำลังใจที่รู้ว่าสิ่งที่เราหาคำตอบมานาน และโทษตัวเองหลายๆ เรื่อง มันอาจมีสาเหตุมาจากสิ่งที่เรานึกไม่ถึงว่ามันมีอยู่ หรือสำหรับบางคนแค่รู้ว่าเรามีเพื่อนที่เป็นเหมือนเรา ไม่ว่าสิ่งที่เราเป็นจะมีสาเหตุมาจากอาการสมาธิสั้นจริงหรือไม่ เราคงรู้สึกดีและมีคำตอบให้ชีวิตมากมายทีเดียวนะคะ

เจตนาของการสร้าง page นี้ขึ้นมาก็เพื่อให้เป็นพื้นที่คุยกันของทั้งคนที่คิดว่าตัวเองมีอาการสมาธิสั้นและผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ที่สนใจมาให้ความรู้ หรือ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเรา เชื่อเสมอว่าคนเราสามารถพัฒนาตัวเองและปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นได้ เราที่มีอาการสมาธิสั้นก็เหมือนกันนะคะ แต่เราอาจจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกว่าคนอื่นๆ อีกนิดนึง เรื่องที่คนอื่นๆ ทำได้ง่ายๆ อาจจะยากหน่อยสำหรับเรา แต่ทุกอย่างคงไม่พ้นความพยายามของคนเราค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะคะ สู้สู้ :)


โดย: Gaii+ IP: 223.207.140.95 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:28:32 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนตัวเองทุกประการ ตอนเด็กๆไปไหนก็นั่งนิ่งๆเหมือนเด็กคนอื่นไม่ได้จนพ่อกับแม่ถามว่าทำไมไม่นั่งเฉยๆ ตอนนี้อายุ 37 แล้วปัญหายิ่งลุกลามแค่หนังสือพิมพ์คอลัมพ์เล็กๆยังต้องพยายามบังคับตัวเองให้อ่านให้จบ ปัจจุบันมีปัญหากับภรรยามาก ทะเลาะกันบ่อยเพราะพูดไม่รู้เรื่อง และ ไม่ระมัดระวังในคำพูด ทำให้ทะเลาะกับภรรยาบ่อยๆ อยากจะขอคำแนะนำครับว่า ควรไปพบแพทย์ที่ไหนดี และ นอกจากพบแพทย์ กินยา แล้วมี่วิธี การรักษาทางอื่นไหม อยากลดอาการของตัวเองลงครับ


โดย: skytrain IP: 180.222.146.132 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:18:53 น.  

 
อายุเท่ากันเลยค่ะ คุณ skytrain

เราก็มีบ้างที่ไม่เข้าใจสามี สามีก็ไม่เข้าใจ แม้ว่าเค้าจะพยายามเข้าใจเราแล้ว สามีต้องเข้าใจทั้งลูกทั้งภรรยา

ไปหาจิตแพทย์ที่ไหน ก็หาได้หลายที่ ลองไปคุยดูก่อนก็ได้ ว่าเค้าพอจะรู้เรื่องสมาธิสั้นในผู้ใหญ่บ้างไหม

การกินยา ตัวเองก็ไม่ได้กินยาสมาธิสั้น เพราะมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก แต่รักษาจิตใจด้านอื่น พวกวิตกกังวล แต่มีหลาย ๆคนกินยาสมาธิสั้นแล้วดีค่ะ ส่วนตัวก็ให้ลูก ๆ กินอยู่เหมือนกัน การกินยาไม่ได้เลวร้ายนะคะ

เราเองประเมินไว้แล้ว ตอนแรกค่อนข้างต่อต้านการกินยาพอสมควร แต่ตอนนี้กินแล้วสบายใจก็กิน บางทีเครียด ๆ กินยาแล้วดีขึ้น เห็นได้ชัดเจน ก็ไม่รู้จะไม่กินทำไม

กลัวว่ายาจะมีผลข้างเคียงต่อตับต่อใจ แต่เราคิดแบบนี้นะคะ กับลูกเนี่ย ถ้าลูกจะอายุสั้นไปหน่อยเพราะการกินยาก็ยอม เพราะกินยาแล้วเค้ามีความสุขมากขึ้น ดีกว่ามีชีวิตยืนยาวโดยทุกข์

พวกเราที่เป็นสมาธิสั้น คงทราบดี ว่าสมาธิสั้นมีผลต่อชีวิตไม่ใช่เรื่องของการทำงานไม่สำเร็จหรืออยู่นิ่งไม่ได้

แต่เป็นเรื่องของคำตำหนิติเตียนของคนรอบข้างที่ทำลายเรา การที่เราผิดหวังในตัวเอง การที่ขาดความภาคภูิมิใจในตัวเอง ส่งผลระยะยาวมากกว่า


โดย: pinkyjung วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:58:47 น.  

 
ขอบคุณ คุณ pinkyjung สำหรับคำแนะนำครับ
ผมว่าจะลองไปพบหมอที่สถาบันสมเด็จเจ้าพระยาดูก่อน
ได้บอกภรรยาเรื่องจะไปหาหมอไปแล้ว เค้าจะขอไปเป็นเพื่อนด้วย ได้ผลอย่างไรไว้จะมาเล่าให้ฟังนะครับ


โดย: skytrain IP: 180.222.146.132 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:9:20:58 น.  

 
ผมก็เ็ป็นคนหนึ่งที่มีอาการที่อ่านมาทั้งหมด ทำอะไรนานๆก็ไม่ได้ ชอบแวบคิดไปนู่นคิดไปนี่ผมเบื่ออาการอย่างนี่มากบางครั้งก็เบลอๆแบบเรานั่งมองอะไรนานจนต้องเตือนตัวเองว่าอย่าเบลอ เพราะว่าต้องทำงาน ผมทำอะไรก็ไม่สำเร็จซักอย่างจนคนอื่นๆว่าผมเป็นคนที่ไม่มีความสามารถเลย บางครั้งท้อเมื่อเวลามีคนอื่นมาว่าเราอย่างนี่หลังจากได้อ่านบทความแล้วผมก็ จะพยายามปรับตัวเองครับ


โดย: prasit: IP: 115.87.198.141 วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:1:03:34 น.  

 
สวัสดีครับ ผมเป็นคนนหนี่งที่เคยเข้ามาห้องนี้เมื่อนานมาแล้ว ประมานต้นปีที่แล้วครับ ผมเป็นโรคสมาธิสั้นที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้เมื่อประมาณสามปีก่อนครับและก็รับการรักษา(หมายถึงการกินยา)มาประมาณ2ปีครึ่งครับ จุดประสงค์หลักของการพิมพ์ตอนนี้ก็เพราะผมอยากจะแชร์กับเพื่อน ๆ ครับ
ส่วนตัวแล้วรู้สึกตอนนี้มีความสุขกับชีวิตมากขึ้นคงเป็นเพราะตอนนี้ผมเริ่มคนพบอะไรบางอย่างผมหมายถึงวิธีการช่วยผยุงจิตใจให้เรารู้สึกมีความสุขกับการดำเนินชีวิตในทุกๆวันนะครับ(เป็นวิธีที่ผมปฏิบัติอยู่ในทุกๆวันและรู้สึกว่าดีขึ้นเรื่อยๆครับ)
1. ส่วนตัวแลัวผมคิดว่าพันธุ์ของเราเป็นพวกคิดอะไรเกี่ยวกับตัวเอง อยู่กับตัวเองไม่ค่อยสุสิงกับใคร พูดอีกอย่างก็คือไม่ค่อยสนใจคนอื่น สนใจแต่เรื่องของตัวเองเท่านั่น สิ่งนี้มันจะส่งผลให้เราเป็นคนที่มีความคิดค่อนข้างแคบกว่าคนอื่น คุยกับใครก็จะไม่ค่อยมีใครสนใจเราเท่าไหร่ คนอื่นคุยอะไรก็ตามไม่ค่อยทัน วิธีแก้มันง่ายและสั้นมากครับ อ่านหนังสือเยอะๆและหัดตั้งใจฟังผู้อื่นอย่างจิงจัง ยังงัยก็ตามผมทราบบดีว่าทั้งสองอย่างสำหรับพวกเรามันพูดง่ายแต่ทำยาก เหตุผลหลักก็เพราะเราขาดสมาธิ ดังนั้นผมอยากให้เราหันมาฝึกสมาธิกันครับ การฝึกสมาธิของผมคือการสวดมนต์ครับ ผมสวดมาเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี แล้วครับ(จำได้ว่าเริ่มใกล้ๆกับวันที่เข้ามาอ่านห้องนี้แหละครับ) ผมสวดพระคาถาชินนบัญชร คาถาเดียวครับเริ่มตั้งแตวันละ1จบ 3จบ4จบ ไปเรื่อยๆ พยายามท่องให้ได้โดยไม่ต้องอ่านครับเพื่อให้เราสามารถฝึกสมาธิได้ดีขึ้นครับ เพราะการอ่านไปสวดไปมักทำให้เราหลุดไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากนั้นขอแนะนำครับว่าจะเป็นการง่ายขึ้นครับถ้าเราจะเริ่มสวดในขณะกินยาอยู่ ใช้ยาเป็นตัวช่วยครับ หลังจากนั้นพอคุณเริ่มรู้สึกว่าการสวดมนต์กลายเป็นนิสัยของคุณแล้วคุณอาจโซโล่เดียวได้เลยครับ หลักการของผมข้อสุดท้ายสำหรับหัวข้อนี้ซึ่งสำหรับผมถือเป็นหัวใจ ทุกครั้งที่สวดผมอยากให้คุณตั้งมั่นจิตใจแบบที่คุณสามารถจะทำได้ดีที่สุด ระลึกถึงสมเด็จโตฯ ขอให้ท่านโปรดเมตตานำทางเราไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น เพราะผมเชื่ออย่างที่สุดครับว่าที่ผมมาถึงจุดที่ดีขึ้นได้เป็นเพราะบารมีของทาง และอานุภาพของพระคาถาชินนบัญชร บวกกับความสมำ่เสมอของผมครับ
2. ผมว่าอีกวิธีที่จะทำให้เรามีสมาธิขึ้นคือการตั้งเป้าหมายในชีวิตครับ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า เรามักจะไม่สามารถทำหรือคิดอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวได้ครับ ดังน้้นเหมือนเดิมให้เราพึ่งยาไปก่อน จากนั้นให้พยายามเค้นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณชนิดที่ถ้าคุณได้สิ่งนี้แล้วชีวิตคุณจะมีความสุขมากๆ แต่ขอยำ้ว่าไม่ควรตั้งไว้หลายเป้าครับควรคิดไว้สัก3เป้าหมาย เลือกมาหนึ่งเป้าที่สามารถจะทำได้ทันทีในตอนนี้เดี่ยวนี้ จากนั้นคุณก็พยายามคิดถึงสิ่งนั้นเป็นหลักในชีวิตคุณไปเลยครับ อยู่กับมันจนกว่าคุณจะสำเร็จ อย่างอื่นในชีวิตที่บกพร่องไปก็ลืมๆไปครับ อย่าไปคิดมาก คิดสักว่าชีวิตคนเรามันก็แค่นั้น อย่าไปจิงจังกับมันมาก จากนั้นก็หันมาดูเป้าของเราว่าเราทำดีรึยัง วิธีนี้ผมเห็นว่ามันช่วยตัดความฟุ้งของเราได้ในระดับหนึ่งครับและนอกจากนั้นมันช่วยให้อย่างน้อยคุณมีความสำเร็จอยู่ในมือแน่นอนแล้ว แม้จะไม่มากมาย แต่ก็ทำให้เรารู้สึกตระหนักในคุณค่าของการมีชีวิตได้ในระดับหนึ่งครับ
3. สิ่งสำคัญอีกประการที่ผมพอจะนึกออก คือเรื่องของสภาพจิตใจครับผมว่าโดยพื้นฐานพันธุ์ของเราจะชอบโทษตัวเองเป็นนิสัย และจิตใจบอบบางเสียใจง่ายใครพูดอะไรก็จะเสียใจโทษตัวเอง ผมว่าวิธีจะผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายอันนี้สำหรับผมคือการปรับทัศนคติตัวเองครับ คือลองฟังและจับใจความครับว่าเค้าด่า หรือ ว่า เพราะวัตถุประสงค์อะไร เช่นทำมั้ยคุณคิดช้าจังจะทำไรกินได้เนี่ย ผมก็จะคิดว่าเราเป็นคนคิช้ารึเปล่าถ้าใช่ก็ยอมรับแต่ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ครับคิดซะว่าดีอีกมีคนบอกข้อบกพร่องให้เรา (ถ้าให้คิดเองผมว่าเรามองไม่ออกหรอก)จากนั้นผมว่าต้องหาจุดเด่นให้ตัวเองเพืื่อทดแทนข้อบกพร่องของตัวเรา ในประเด็ดนี้ผมคิดว่าเราทุกคนต้องมีข้อดีของตัวเองครับพยายามค้นหาแล้วนำมาใช้เป็นประโยชน์ ก็จะช่วยให้คุณ และ คนรอบข้างของคุณตระหนักคุณค่าของตัวของคุณเองมากขึ้นครับ
สุดท้ายนี้ผมของเป็นกำลังใจให้พวกเราทุกคนมีชีวติที่ดีีๆๆๆขึ้นนะครับ วิธีการข้างต้นถ้ามันจะเป็นประโยชน์กับชีวิตของใครสักคนแม้สักข้อหนึ่ง หรือทำให้ค้นพบกับความสุขในชีวิตก็เนื่องมาจากบารมีของสมเด็จโตฯ และอานุภาพของพระคาถาชินบัญชรครับ


โดย: ลิงหลับ IP: 210.213.57.184 วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:20:07:30 น.  

 
คำแนะนำของคุณลิงหลับดีมากเลยค่ะ ตัวเองพยายามสวดมนต์บ้าง ฝึกสมาธิด้วยการกำหนดจิตบ้าง ต้องใช้หลายๆ วิธีสลับกันไปเรื่อยๆ อิอิ แต่ทั้งสองวิธีก็ยังยากอยู่ ต้องพยายามต่อไป

เรื่องการอยู่กับตัวเองมากเกินไปก็รู้ตัวเหมือนกันนะคะ ทำให้บางทีเราเหมือนเป็นคนชิลชิลหรือเฉื่อยชาเกินไปในสายตาคนรอบข้าง ทำงานที่ต้องใช้สมาธิเช่นงานเขียนไม่ค่อยทันตามเวลา มักจะหาเรื่องผลัดวันประกันพรุ่งที่จะเริ่ม หรือไม่พอเริ่มทำก็คิดมากเกินไป จะดับมันได้จริงๆ ก็ตอนหลับ เลยติดนิสัยว่าถ้าฟุ้งมากๆ ก็ขอนอนสักงีบ ตื่นมาจะทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น เรากลายเป็นคนที่ต้องนอนเยอะ เพราะรู็สึกแตกต่างชัดเจนว่าช่วยให้สมองปลอดโปร่ง แต่คนที่อยู่ด้วยจะเห็นเราเป็นคนขี้เกียจ ก็เข้าใจดีว่าทำไมเค้าถึงคิดอย่างนี้

มีเรื่องถามค่ะว่าคุณลิงหลับไปรักษาจากที่ไหน ตัวเองอยากจะใช้วิธีกินยาร่วมกับการปรับตัวเองโดยวิธีอื่นๆ ร่วมด้วย รบกวนแนะนำด้วยนะคะ


โดย: Gaii+ IP: 223.207.94.44 วันที่: 25 มกราคม 2555 เวลา:17:33:02 น.  

 
ก็ตามโรงพยาบาลทั่วไปครับ เช่น ศิริราช, จุฬา, หรือ รพ ตากสินครับ แล้วแต่สะดวก
เริ่มต้นก็เข้าไปแล้วติดต่อแผนกจิตเวชย์ครับ แจ้งคุณพยาบาลว่าต้องการพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านสมาธิสั้น แต่ก่อนไปให้ทำใจเป็นกลางก่อนนะครับว่าเราอาจเป็นโรคนี้หรือไม่ก็ได้ คืออย่าปักใจเชื่อว่าเราต้องเป็นหรือไม่เป็นโรคนี้แน่ๆ เพราะบางคนอาจคิดว่าตัวเองเป็นแต่จริงๆไม่ใช้ก็เยอะนะครับ (จิงๆถ้าไม่เป็นก็ถือว่าคุณโชคดีแล้วแหละ)
ข้อเพิ่มเติมก็คือว่าก่อนไปรพ พยายามศึกษาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ เพื่อที่จะตอบคำถามคุณหมอได้ตรงกับตัวเรามากที่สุด เกี่ยวกับประเด็นนี้ผมว่าลองทบทวนจากบล๊อกแรกของคุณ pinkyjung อีกสักครั้งหนึ่งครับ เพราะผมว่าตั้งแต่อ่านข้อมูลเกี่ยวกับสมาธิสั้น ที่เป็นเว๊บของคนไทย ข้อมูลของคุณpinkyjungอ่านง่าย ตรงประเด็น และเห็นภาพชัดที่สุดแล้วครับ ซึ่งสิ่งนี้สามารถช่วยต่อยอดทั้งคุณและผมให้เริ่มศึกษาตัวเองอย่างชัดเจนมากขึ้น เอ่อ ถามสั้นๆ ตอบสะยาวเลยเน้อ!
ขอให้โชคดีนะครับคุณGaii+


โดย: ลิงหลับ IP: 192.168.51.55, 110.168.170.213 วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:10:07:53 น.  

 
ตามข้อเขียนของเจ้าของบล๊อก ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มี่หลายลักษณะอยู่ในข่ายสมาธิสั้น ซึ่งผมก็มีลูกชาย หมอวินิจฉัยว่าเขาเป็นเด็กสมาธิสั้น ทำให้ผมหันกลับมามองตัวเอง และผมคิดว่า่ใช่ผมอยู่ในข่ายสมาธิสั้น เห็นทีจะต้องไปพบหมอเพื่อขอคำปรึกษาและบำบัดครับ


โดย: มานพ IP: 103.5.183.44 วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:11:17:27 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ คุณลิงหลับ สำหรับข้อมูล
ขอบคุณที่เตือนให้พิจารณาตัวเองดีดีก่อน เพราะเคยได้ยินเหมือนกันว่าสาเหตุอื่นๆ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่จะมีความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาจจะมีผลกับสมาธิเหมือนกัน ก็ลองสังเกตุตัวเองมาระยะนึงนะคะ เพราะตัวเองก็มีปัญหาสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับระบบฮอร์โมนในร่างกายด้วย แต่นิสัยหลายๆ อย่างที่ตัวเองทำซ้ำๆ การพยายามปรับและค่อยๆ สังเกตก็ได้ข้อสรุปเหมือนกันว่าใช่แน่ๆ และคงจำเป็นต้องพึ่งยาจากคุณหมอเพราะยังต้องทำงานที่ใช้สมาธิมากอยู่ (งานเขียน, งานแปล) แต่เคยอ่านเหมือนกันว่าการบำบัดด้วยยาอาจจะมีผลข้างเคียงบ้างก็ได้ แต่คงไม่ใช่กับทุกคน หวังว่าคงช่วยให้เราดีขึ้น :).


โดย: Gaii+ IP: 223.204.110.201 วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:14:09:33 น.  

 
ยินดีครับ


โดย: ลิงหลับ IP: 192.168.51.55, 58.9.26.90 วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:23:09:19 น.  

 
อ่านข้อความเเล้วรู้สึกว่าโดนใจจริงๆ เพิ่งเริ่มมีอาการหนักๆไม่นานมานี้เอง เลยลอง search ใน google ดู ก็เห็นคำว่าอาการสมาธิสั้น" เลยลองทำความเข้าใจในทุกลิงค์ที่เกี่ยวกับสมาธิสั้นดู ก็คิดดว่าน่าจะเป้นครับ คือผมเคยเสพยามาก่อนแต่ตอนนี้หยุดมาได้เดือนนึงเเล้วเพราะผมคิดว่าน่าเป็นเพราะยาเสพติดส่วนนึงที่ทำให้ผมเริ่มมีอาการทำสิ่งต่างๆ เช่น ฟัง พูด อ่าน เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเเต่ตอนนีหยุดยามาได้เดือนกว่าๆ เเล้วก็ยังเป็นอยู่เครียดมากเพราะอ่านหนังสือไม่ค่อยเข้าใจได้เหมือนเก่าเลยคือบางทีก็เข้าใจ(มากๆ) เเต่บางครั้งกลับไม่เข้าใจเลย เครียดมากครับ บางครั้งดูหนังตาดูเเต่สมองไม่ได้คิดตามไปด้วยเลย ทั้งๆที่ซื้อบัตรเข้าไปดูตั้ง 160 บาท (อิอิ) เล่นเกมบางครั้งก็เก่งเว่อเเต่บางครั้งยิ่งกว่าคนที่เพิ่งหัดเล่นอีก ก่อนหน้านี้อย่าว่าเเต่ให้อ่านอะไรยาวๆเลย เเค่อ่านวรรคเดียวผมยังทำความเข้าใจได้ยากมากๆ เเต่บทความนี้โดนจริงๆ อ่านปรู้ดเดียวจบเลยก็เลยคิดว่าถ้าผมสนใจอะไรมากๆก็น่าจะมีสมาธิเกี่ยวกับสิ่งนั้นได้ดี ขอบคุณสำหรับบทความนี้ครับ


โดย: sunnymart IP: 192.168.1.20, 110.168.68.26 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:4:42:40 น.  

 
คุณ sunnymart ลองปรึกษาจิตแพทย์ดูไหมคะ จริง ๆ แล้วยาสมาธิสั้น ก็เป็นยาควบคุม ทำให้มีสมาธิได้ดีขึ้น ดีกว่าไปเสพยา ลูกก็รับยาอยู่ ในการควบคุมของแพทย์ ทำงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เล่นกีฬาก็มีผล ไม่งั้นจะเหม่อ ทำอะไรช้าว่อกแว่กง่าย ต้องพูดเตือนหลายหน


โดย: pinkyjung วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:43:07 น.  

 
แล้วผมต้องทำไงมั่งอะคับ จะบอกเค้าว่าอะไรแล้วเค้าจะเข้าใจหรอคับ มีผู้รู้ด้านนี้จริงๆ อย่างเข้าใจหรอครับ หมอเค้าอยู่โรงพยาบาลไหนอะคับ ขอโทษที่ถามยาวไปหน่อยนะครับ อยากให้รวบรัดครับ ขอบคุณมาก


โดย: sunnymart IP: 1.46.129.10 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:11:44 น.  

 
ไปแผนกจิตเวช รพ. รัฐ เอกชน มีหลายที่ ไปลองคุยดูก่อน ถ้าคุยแล้วพอเข้าใจเราก็รักษาต่อ ถ้าคุยแล้วไม่คลิ๊กเปลี่ยนหมอดีกว่าค่ะ คือจะแนะนำที่ไหนพูดยาก เพราะเคยแนะนำหมอให้เพืื่อนไปเพื่อนคุยไปชอบก็เปลี่ยนหมอ จิตแพทย์ที่พอจะรู้เรื่องนี้พอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นจิตเวชเด็ก เอกชนจะได้พบ อ. หมอ ราชการนอกเวลา หมอที่เคยรักษาลูกย้ายไปอยู่เอกชน รพ. ด้านเจิตเวชโดยเฉพาะ

ลองดูก่อนนะคะ


โดย: pinkyjung วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:25:58 น.  

 
มีอาการมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กค่ะ แต่คิดว่าตัวเองก็เหมือนคนอื่นที่เขาไม่คิดว่ามันจะเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี่มีสามีลำบากมากในการใช้ชชีวิต และในอนาคตอยากมีลูกก็กลัวว่าลูกจะเป็นเหมือนตัวเอง


โดย: นิต้า IP: 200.41.114.205 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:37:18 น.  

 
ดิฉันกลุ้มใจมากค่ะเพราะมีแฟนเหมือนจะเป็นADDเลยค่ะพอมาเจอโพสอ่านแล้วเหมือนจะใช่เลย เพราะแฟนเป็นคนขี้ลืมมากขี้ลืมชนิดที่ว่าเรื่องพึ่งกระทำเสร็จใหม่ๆก้อลืม เช่นชอบลืมกดห้องน้ำบ่อยมาก ชอบลืมปิดแก๊ส(นี่ทุกครั้ง). ชอบลืมล็อคบ้าน ชอบลืมวางของทิ้งไว้ (ของหายประจำ)ชอบไม่รูดซิปกางเกง ขี้หลงขี้ลืมแบบชนิดที่ว่าผิดปกติ มีอาการป้ำๆเป๋อๆเปิ่นๆ อยู่เฉยๆไม่ได้ พูดมากแต่พูดจาไม่ดี ใช้คำพูดไม่ดีกับคนอื่น ไม่มีใครคบ ไม่มีมารยาทและบุคลิกภาพไม่ดี พอบอกพอเตือนหรือแค่ทักเช่น "เธอขี้มูกไหล" เช่น เรียกให้เค้า "ไปล้างมือ" เค้ากับโมโหว่าทำไมต้องพูดด้วย แต่อาการที่ทักที่เตือนเค้าจะโมโหโกธรมากถ้าเป็น ดิฉัน และพ่อแม่เค้า กับคนอื่นเค้าจะไม่โมโห แต่ก้อมีโมโหกับคนทั่วไปเหมือนกันถ้ามากๆ เค้าไม่สามารถเข้าสังคมคุยกับใครได้เลย เพราะเค้าพูดจาไม่ดี แต่แปลกเค้าสมัยเรียนก้อเคยได้เกียรตินิยม แต่ก้อมีช่วง สอบตก เรื่องงานเค้าก้อดูโอเค เค้าโชคดีที่เป็นเจ้าของกิจการ เวลาพูดกับใครเค้าเลยไม่ถือสา แต่ก้อได้แค่นั้น เค้าเป็นคนไม่ฟังเหตุผล ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ในเรื่องนิสัยไม่ดีของเค้า เค้ายอมรับว่าตัวเค้ามีปัญหาแต่เค้าบอกให้ดิฉันแก้ บอกว่าต้องเปลี่ยนที่ตัวดิฉัน ดิฉันจะทำไงให้เค้าเลิกก้าวร้าวกับคนอื่นค่ะ จริงอย่างที่แฟนบอกเหรอค่ะว่าต้องเป็นที่ดิฉันเปลี่ยน ดิฉันรักเค้าถึงรู้ว่าเค้ามีปัญหาทางจิตก้อเถอะแต่ดิฉันก้อทนไม่ได้เมื่อพาเค้าออกสังคมพูดคุยกับคนข้างนอก ดิฉันจะทำไง อีกไม่กี่วันจะพาเค้าไปพบจิตแพทย์ หมอเค้าจะช่วยได้มั๊ยค่ะ ยาจะพึ่งได้เหรอ เค้าบอกที่ไปเพราะจะให้ดิฉันคุยกับหมอว่าคนที่เป็นอย่างเค้าควรคุยกับเค้ายังไง ดิฉันกำลังจะบ้าแล้วค่ะ ไม่รู้ทำไรให้ ทะเลาะกันในเรื่องไม่น่าทะเลาะกันเลย เค้านิดนึงก้อแสดงอาการโมโห กับเรื่องขี้ลืมขั้นรุนแรง จะทำไงค่ะทำไงดีให้เค้าหาย ดิฉันสงสารเค้ามากแต่ก้อทนเค้าไม่ได้ ช่วยด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ ดิฉันอยากให้เค้ามีเพื่อน มีสังคมบ้างอ่ะค่ะ ดิฉันกลุ้มใจจริงๆค่ะจะแต่งงานกันแล้ว ช่วยหน่อยนะคะ


โดย: นาริตา IP: 115.87.183.103 วันที่: 3 มีนาคม 2555 เวลา:21:33:13 น.  

 
คุณนาริตา ปรึกษาหมอดีแล้วค่ะ คือเรื่่องการทน ถ้าทนไม่ได้ ก็อย่าทนดีกว่า เรื่องแบบนี้ต้องเป็นการยอมรับกันมากกว่าทนกัน ถ้ารับกันได้ เข้าใจได้ก็ดีค่ะ ถ้ารับกันไม่ได้ ต้องทนจะมีความสุขได้อย่างได้ ถ้าปรับทัศนคติได้ก็คงดี

ถามว่าจะเปลี่ยนเค้าได้ไหม คงยาก ตัวดิฉันเองมีข้อเสียเยอะแยะ ก็ไม่เปลี่ยนค่ะ เปลี่ยนไม่ได้ อาจจะปรับบางส่วนได้ เข้าใจคนที่อยู่กับเรามากขึ้น

ยาแก้ได้บางเรื่อง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องค่ะ อาจจะทำให้เค้าใจเย็นได้มากขึ้น ลืมน้อยลง สุขภาพจิตดีขึ้น แต่คงไม่ใช่แก้ได้หมด

ถ้าคุณปรับได้ เข้าใจเค้าได้ก็คงดี เหมือนสามีดิฉัน ยอมรับว่าเค้าเป็นคนดีค่ะ แต่ก็มีที่เค้าหงุดหงิด อารมณ์เสียและเครียด แต่คือบางครั้งเค้าจะรู้แต่มีโกรธอยู่ดี

บางเรื่องถ้าเข้าใจกัน รู้ว่าทำไมเค้าลืม เค้าไม่ได้ตั้งใจลืม คุณก็จะไม่ทะเลาะกับเค้าละ เพราะเข้าใจกัน

ไปปรึกษาหมอดูก่อนนะคะ เป็นยังไงมาเล่าให้ฟังกันได้ค่ะ อย่างน้อยไม่ได้มีคุณอยู่คนเดียว


โดย: pinkyjung วันที่: 4 มีนาคม 2555 เวลา:18:15:39 น.  

 
คุณนิต้าค่ะ มีลูกก็อาจจะเป็นได้ค่ะ ที่จะสมาธิสั้น แต่ไม่ได้แปลว่าคนเราแม้ไม่มีโรคภัยอะไรจะมีความสุขดีตลอด หรือคนเป็นสมาธิสั้นจะไม่มีความสุข คนปกติบางทีก็มีลูกสมาธิสั้น ไม่มีใครบอกได้ค่ะ แล้วสมาธิสั้นก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย สำหรับดิฉันเอง แม้ชีวิตจะมีปัญหาบ้าง แต่ก็ภาคภูมิใจที่ตัวเองในแบบที่เป็น ไม่ได้ด้อยกว่าใคร ไม่ได้มีความสุขน้อยกว่าใคร

สมาธิสั้นก็แค่เราไม่เหมือนคนอื่นแค่นั้นเอง เราก็เป็นคนอย่างที่เราเป็น

โลกนี้มีความไม่แน่นอนเสมอ บอกไม่ได้ว่าลูกเราจะเป็นอย่างไร อย่าไปกลัวไว้ก่อน ความกลัวมีไว้ดี แต่อย่ากลัวจนทำอะไรไมได้


โดย: pinkyjung วันที่: 4 มีนาคม 2555 เวลา:18:22:22 น.  

 
ขอบคุณสำหรับ บทความนะครับ เป็นบทความที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมอ่านมา ดีเพราะ มันทำให้ผม มั่นใจได้ว่าตัวผมไม่ได้มีปมด้อย แต่เป็นพวกพิเศษ ผมเพิ่งไปแอดfacebook คุณ pinkyjung มานะครับ
ปัจจุบัน ผม อายุ 32 ย่างเข้า 33 ผมตอนเด็กเป็นสมาธิสั้นพันธ์แท้ ลูกพี่ลูกน้อง ฝั่งพ่อผมเป็นหมดทุกคน มีไม่กี่คนที่อาการหนักต้องหาหมอ ส่วนผมตอนเด็กๆไม่มีใครรู้ว่าผมเป็น มีผลตอนเป็นผู้ใหญ่ด้วย ใครที่เป็นแล้วตอนผู้ใหญ่มีปํญหา หรือใครมีลูกเป็น เมล มาหาผมได้นะครับ ผมเคยลองอยู่กับ เด็กสมาธิสั้นมาคนนึงอายุ 5 ขวบ (อันนี้แม่เขาไม่เชื่อว่าลูกเขาเป็นแต่เด็กมีอาการครบตามวินิฉัย) คือผมคนเดียวที่สอนเขาได้ ผมเขาใจดี เพราะตอนเด็กๆผมเป็น ผมเลยเข้าใจดี ทุกวันนี้ อาการต่างๆที่บทความนี้เขียนไว้ นั้นคือตัวผมเลย แต่ผมมีวิธีทำความเข้าใจ ให้คุณเข้าใจไว้ ว่าพวกเราไม่ได้มีปมด้อย แต่พวกเรามีสิ่งที่คนอื่นไม่เคยรู้ในโลกของเรา เรามีความสามารถหรือว่าคิด หรือวิธีแก้ปัญหา ที่ไม่ได้มีอยู่ในตำรา เมื่อใดที่เราลบสิ่งที่เรากลัว หรือสิ่งที่ทำให้เราขาดความมั่นใจได้ ในตอนเด็กก็ดีหรือในตอนโตก็ดี เมือตอนนั้น คุณจะเข้าใจในชีวิตของคุณ ผมอาจจะไม่โชคดีเหมือนคนอื่นๆที่เป็น add แต่แล้วความบังเอิญและเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็กยันโต ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงไปในทางทีดี ตอนนี้ผมอยากให้พ่อแม่ทุกคนรู้ว่าถาลูกเริ่มมีอาการ ควรรีบตรวจดู ไม่ได้ไปอายว่ามีลูกไม่ปกติ เพราะสิ่งที่ผมเจอมาตอนเด็กๆ นั้นค่อนข้างหนัก ตอนประถม 1-6 ผมย้ายมาสี่โรงเรียน ซ้ำชั้นอีกปีด้วย ไม่มีใครเข้าใจ เขาหาว่าผม เหลือขอเพราะผมซน เขาหาว่าผมไม่ตั้งใจเรียนเพราะผมดื้ัอ เขาหาว่าผมโง่ทั้งๆที่ผมตอบคำถามได้ แต่ผมอธิบายไม่ได้ว่าคำตอบมันคิดยังไง (สรุปโดนหาว่าลอกข้อสอบ) เพราะว่าผมไม่เคยสนใจเรียนไม่เคยทำการบ้านมาสาย แถมอาทิตย์นึงมาไม่เคยครบ 5 วัน เวลาสอบผมทำได้ เกือบเต็มในทุกวิชา (สมัยประถมต้น) ผมเลยต้องสอบใหม่เพราะหาว่าผมลอกข้อสอบ ครั้งต่อไปผม ทำข้อสอบเสร็จภายใน 10 นาที เขาก็หาว่าผมกามั่วๆ เขาไม่เคยรู้หรอกว่า ผมอ่านตัวหนังสือธรรมดา ไม่ได้ ผมต้องอ่านๆผ่านรวดเดียว แล้ว ต้องเลือกคำตอบในเวลาเดียวกัน ...........นี่คือส่วนนึงในชีวิตผม ในความคิดของผมสำหรับ ADD เด็ก ADD ทุกคนจะบกพร่องหรือไม่มีหรือทำไม่ได้ เหมือนกับเด็กปกติ แต่ในทางกลับกัน เด็ก ADD จะมีความสามารถหรือพรสวรรค์ ที่เด็กธรรมดาไม่มี เราต้องหาให้เจอแล้วใช้ส่วนนั้นดำเนินชีวิตและเรียกความมั่นใจกลับคืน แล้วเราจะใช้ชิวิตอย่างมีความสุขมากว่า คนปกติ

แล้วใครมีปํญหาเกียวกับชีวิตคู่ ก้อปร๊กษาผมได้นะครับ ถึงอายุผมจะน้อย แต่ประสบการณ์ผมก้อไม่ได้น้อยเท่าอายุ อย่าดูถูกพวก ADD นะครับสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นแล้วหลงเข้ามาอ่าน
่ใครที่มีความคิดหรือเป็นเหมือนผม มาแชร์ความคิดได้นะครับเพราะตอนนี้ผมมีปํญหาเกียวกับเปลี่ยนงานบ่อย เพราะว่าผมเรียนรู้ได้เร็ว เมื่อเรียนรู้หมดแล้วมันจะขาดความตื่นเต้น ขาดความเร้ากระตุ้น ผมก้อเบื่อ เบื่อเสร็จก้อไม่มีกระจิกระใจทำงาน แม้ว่างานนั้นจะได้เลื่อนขั้น แล้วได้เงินมากชนิดที่ใครหาว่าผมประสาทไม่ดี ทั้งๆที่ดีแล้วคิดจะเปลี่ยนงาน zilenxer@hotmail.com


โดย: ไฮเปอร์ผู้ใหญ่หัวใจไม่เคยแพ้ IP: 112.120.200.74 วันที่: 5 มีนาคม 2555 เวลา:6:13:23 น.  

 
อีกนิดนึงนะครับ สำหรับคนที่อยากจะพบจิตแพทย์ ควรหาจิตแพทย์ที่เป้น ADD เหมือนกัน จะเข้าใจ เพราะว่า ADD มันไม่ได้ตายตัวเหมือนในตำรา คนไม่เป็นยังไงก็ไม่เข้าใจลึกซึ้ง ใครที่ไปหาหมอแล้วไม่ได้เรื่อง ลองเมลมาหาผม ผมอาจจะให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ เพราะผมเป็นADDและมันอยู่กับผมมาตั้งแต่เกิดจนถึงทุกวันนี้ และผมก็ผมรับมันแล้วตกลงกับมันว่า เราจะใช้ชีวิตด้วยกัน เรายอมรับกันและกัน
ผมอยากช่วยทุกคนเพราะผมเข้าใจชีวิตผมตอนเด็กๆดี เพราะว่าADD มันทำให้ผมจำความตอนเด็กได้ ตั้งแต่ผมยังเดินไม่ได้ คือผมยังเล็กมาก ไม่มีใครเชื่อจนต้องพิสูจน์ โดยการ เขียนแผนผังบ้าน เพราะบ้านหลังนั้นผมอยู่ตอน เกิดจนถึง 3 ขวบ แต่จะให้จำว่าของที่วางไว้ไม่ถึงห้านาทีดันจำไม่ได้ จนปัญญาเหมือนที่ผม พิมพ์อยู่ ผมเป็นคนพิมพ์สัมผัสได้ไม่ดูแป้น ประมาณ 50 คำต่อนาที แต่จะให้ผมตอบว่า ตัวพญันชนะอยู่ ตรงไหนผมตอบไม่ได้ ผมจำไม่ได้จริงๆ
กรุณาทำความเข้าใจด้วยว่า ถ้าลูกมีอาการ อย่าหลอกตัวเองหรือไม่ใส่ใจเกียวกับโรคนี้ พวกเขาไม่ได้ป๋วย แต่วิธีคิดมันแตกต่างอย่าไปโทษลูก ถ้าเข้าใจและสอนตั้งแต่เด็ก เขาจะโตขึ้นมาเป็นที่ภาคภูมิใจของครบครัว Zilenxer@hotmail.com


โดย: ไฮเปอร์ผู้ใหญ่หัวใจไม่เคยแพ้ IP: 112.120.200.74 วันที่: 5 มีนาคม 2555 เวลา:6:34:40 น.  

 
ดิฉันพาแฟนไปหาจิตแพทย์แล้วแต่พอเล่าและให้แฟนลองคุยกับแพทย์ หมอสรุปบอกว่าเค้าไม่ได้เป็นADD แต่สมองฝ่อ ก้อไม่เข้าใจว่าเป็นไง เพราะเค้านอกจากขี้ลืมขั้นเทพแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องควบคุมอารมณ์ และการใช้คำพูดที่ผิดโดยขาดการยั้งคิด เหมือนคนเป็นADD เลย แต่ดิฉันตอนแรกๆคบเค้าก้อคิดว่าเค้าเป็นคนซื่อๆ ไม่มีอะไร ต้องคบกันนานๆ ถึงค่อยๆแสดงอาการให้เห็น แต่คุณหมอก้อไม่ได้บอกแฟนอะไรว่าเป็นไรบอกแต่ดิฉัน แล้วหมอก้อให้ยาแผงฟรอยชื่อไรไม่รู้มาที่วางที่ลิ้นแล้วละลายมา 0.5m.g รู้สึกว่าพอแฟนกินยาก้อไม่เห็นดีขึ้นเลย กับมีผลข้างเคียงมากขึ้นอีก คือแฟนบอกว่าหมดแรง โทรม ขี้เกียจทำไร นอนทั้งวัน ทานมาได้สามวันละค่ะ เค้าดูงงๆ หนักขึ้นไปอีก เลยคิดว่าควรจะเลิกกินดีมั๊ย ถ้าหมอช่วยไม่ได้ ดิฉันคงต้องยอมให้เค้าเป็นไปเหมือนเดิมตามปกติชีวิตเค้า ชีวิตฉันไงก้อเลือกเค้าแล้วก้อคงต้องเปลี่ยนที่ตัวดิฉัน พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้โกธรแฟนเวลาเค้าพูดไม่ดี แต่พูดตรงๆนะคะ ลึกๆข้างในโกธร แต่พยายามเข้าใจเค้าและระงับความโกธรเอาไว้ มันยากนะคะในเมื่อเค้าพูดจาให้เสียใจมาโดยที่ตัวเราจะไม่โกธรเลย ดิฉันรับได้ แต่สังคมรอบข้างคนอื่นเค้ารับไม่ได้ ฉันคงต้องคุยกับเค้าเป็นเพื่อนเค้า แค่นี้จริงๆ คนอื่นไม่เข้าใจ


โดย: นาริตา IP: 61.90.71.68 วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:17:45:54 น.  

 
คุณนาริตา ลองหาหมออื่นดูก็ดีนะคะ คือหาความเห็นที่สอง ดิฉันเองไปหาคราวแรก หมอไม่รู้เรื่องอะไรเลย เปลี่ยนหมอเลยค่ะ

ไม่ได้แปลว่าแฟนคุณจะเป็น ADD เราไม่ใช่หมอ คงวิเคราะห์ให้ไม่ได้ แต่ลองเปลี่ยนหมอน่าจะดี

ส่วนยากินแล้วซึม อืม ยาให้ผลแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าไม่ดี เปลี่ยนยาก็ดีค่ะ เืพื่อนเคยกินยาปรับเคมี แล้วนอนทั้งวันเหมือนกัน พอเปลี่ยนยาแล้วดีขึ้น บอกหมอนะคะ

ไม่ทราบที่คุณไปหาอะไร จิตแพทย์หรือทางประสาทวิทยา คือไม่น่าวิเคราะห์ได้นะ ว่าเป็นสมองฝ่อ ถ้าไม่มีการแสกนสมอง อืมข้องใจคำวินิจฉัยหมอค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:19:12:50 น.  

 
คุณไฮเปอร์ผู้ใหญ่หัวใจไม่เคยแพ้ ขอบคุณสำหรับการแชร์เรื่องราวค่ะ

ส่วน facebook ไม่ค่อยได้เข้าไป เลยไม่ได้แอดนะคะ มีไว้เฉย ๆ ค่ะ มีอะไรส่งมาทางเมลล์ดีกว่าค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:19:17:40 น.  

 
ดิฉันเป็นคนใกล้ตัวเค้าดูพฤติกรรมแฟนมาตลอดดูยังไงเค้าก้อดูเหมือนน่าจะสมาธิสั้นมากกว่าอัลไซเมอร์อีกอย่างตอนนี้เค้าก้อแค่32 อยากเปลี่ยนหมอมากๆค่ะแต่ไม่รู้หมอที่ไหนดีไม่อยากหามั่วแล้วทุกวันนี้พยายามศึกษาข้อมูลดูทางเนตอ่านแล้วข้อก้อตรงกับฟฤติกรรมแฟนว่าเป็นคนสมาธิสั้น ทำไงดีค่ะที่สำคัญเค้ายังไม่รู้ตัวเลยว่าเค้าเป็น แต่ครั้งแรกที่ไปหาเพราะเค้าบอกว่าไม่มีใครเข้าใจตัวเค้าสักคนเค้าอยากรู้ว่าตัวเค้าเป็นไร ครั้งแรกอย่างที่กล่าวตอนคอมเม้นต์ก่อนหน้านี้ไปแล้วหมอบอกเค้าสมองฝ่อเป็นอัลไซเมอร์ เจ้าตัวก้อไม่รู้ว่าหมอบอกแบบนี้ แปลกที่หมอบอกแต่กับดิฉัน ทำให้ดิฉันไม่กล้าพูดเพราะถ้าเป็นตัวดิฉันพูดเค้าก้อโกธรแน่ เพราะพึ่งจะโดนเค้าด่าแรงๆกับมาว่าคุณไม่ใช่หมอ สรุปที่ไปหาหมอมาเค้าก้อยังไม่รู้เพราะหมอไม่พูด ทำไงดีค่ะ กลุ้มจัง. พูดไรหลายๆเรื่อง จู่ๆบางที่ไม่ได้ตั้งใจไปพูดติเตียนครั้งหรือไรเลยเค้ายังโกธรหาว่ามองเค้าเป็นเด็ก ไม่รักษาก้อไม่ได้ มันมีปัญหาด้านการใช้ชีวิตมากค่ะไม่รู้จะอธิบายยังไง อยากให้แฟนมีสมาธิมากขึ้น เพราะไรๆหลายๆอย่างเช่นเค้าบางทีแต่หลายครั้งละข้ามถนนไฟเขียว เปิดประตูบ้านทิ้งไว้ไม่ล๊อค ฉุนเฉียวหงุดหงิด พูดจาให้คนอื่นเสียใจอยู่เรื่อย ช่วยแนะนำหมอรักษาด้านนี้เก่งๆไดมั๊ยค่ะ เห็นมีแต่วัยเด็ก อยากให้แฟนดีขึ้นเป็นห่วงเค้าอ่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ


โดย: นาริตา IP: 58.11.39.233 วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:22:43:25 น.  

 
ขอบคุณเจ้าของบล๊อก
ที่ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น เป้นมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะแต่ไม่มีใครรู้ ซนมาก ทนทำอะไรนานๆไม่ได้ ถูกตีบ่อย ทำงานก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่ต้องทนทำเพราะที่บ้านไม่รวย พอทำงานนานเข้าโตขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น คุณภาพงานต้องดี หัวหน้าคาดหวังมาก แต่ทำและคิดอะไรไม่เหมือนใคร ดีบ้างแย่บ้าง ถูกตำหนิด้วยถ้อยคำที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด มันก็ทรมานนะ อายุเราก็มากขึ้นทุกวันโดนว่าทำอะไรเหมือนเด็กๆ เซ็งจัง
หาหมอจะดีขึ้นมั้ยเนี่ย เจอแต่หมอจิตเวชเด็กน่ะซิ ถ้าไปฝึกสมาธิอาการจะดีขึ้นมั้ยคะ


โดย: ลูกหมูผู้น่ารัก IP: 172.16.3.62, 115.31.138.11 วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:12:24:51 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ pinkyjung
คุณเป็นเหมือนประตู ทีมีแสงส่องสว่างมาให้

ดิฉันเลยค่ะ ดิฉันมีส่งอีเมลด้วยค่ะ

ขอบคุณสำหรับบล๊อคดีๆแบบนี้นะคะ
ขอบคุณจากใจจริงค่ะ


โดย: คนไกลบ้าน (แม่บ้านครอว์ฟอร์ด ) วันที่: 3 เมษายน 2555 เวลา:1:19:01 น.  

 
พิมพ์ตั้งนาน คอมแฮ้ง หายหมดเลย (=[]=)

---------------------------------


ขอบคุณนะคะที่ทำบล็อคนี้ขึ้นมา
ทำให้เราได้รู้ว่า สิ่งที่เราเป็นมันคืออะไร
สิ่งที่คุณบอกมาทั้งหมด มันคือสิ่งที่เราเป็นอยู่เลยอ่ะค่ะ

ขอบคุณนะคะ


โดย: me IP: 125.25.56.0 วันที่: 5 เมษายน 2555 เวลา:13:46:31 น.  

 
แฟนบอกว่าเป็น ADHD เลยลองนั่งทำการหาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่มีอาการ ADHD ก็เลยเจอ Blog นี้โดยบังเอิญขอบอกว่า Blog ให้ความรู้ได้ดีทีเดียวค่ะ ขอบคุณมากที่อุตส่าห์เขียนมาแชร์กัน และดีใจที่คุณสามีของคุณ PinkyJung
ที่รักและเข้าใจคุณ โชคดีจังค่ะ อ้อขอบคุณที่อุตส่าห์แปลบทความดี ๆ มาให้อ่านด้วย

ณัฐเลยไปนั่งค้นหาต่อเรื่องของ Dr.Edward Hallowell เจอคลิปนี้รู้สึกว่าดีมากทีเดียวเป็นประโยชน์ทั้งคนทั่วไปและบุคคลที่พบว่ามีการเป็น ADHD

ใครที่พบว่ามีอาการเข้าข่ายการเป็น ADHD และรู้สึกแย่กับตัวเอง ลองเข้าไปฟังคลิปนี้ดูนะคะ น่าจะช่วยให้รู้สึกว่าการเป็น ADHD ก็มีแง่ดีอยู่มากถ้าหากเรารู้จัก เข้าใจและยอมรับเพื่อนำข้อดีของมันมาเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวัน และรักษาจุดที่รู้ว่าอาจเป็นปัญหาอันเนื่องจากความไม่เข้าใจของคนรอบข้าว

คลิปเป็นภาษาอังกฤษนะคะ แต่ดีมากทีเดียว:
//www.youtube.com/watch?v=HhoXGXtShGs&feature=related

หรือเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ //www.drhallowell.com/
หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกๆท่านนะคะ


โดย: ณัฐ IP: 58.11.28.237 วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:31:26 น.  

 
ผมก็เปนโรคนี้ครับ อ่านแล้วรู้สึกดีขึ้น ผมอายที่จะบอกใครๆ ว่าผมเป็น มาอ่านเจอบล๊อกนี้ ดีใจมากครับ ที่อย่างน้อยผมมีเพื่อนที่เป็น ผมไม่กล้าบอกใครว่าผมเปนโรคสมาธิสั้น เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมีทัศนคติอย่างไรกับโรคนี้้ ผมว่าคนที่เป็นโรคนี้จะเข้าใจอาการของโรคได้ดีกว่าคนทั่วไป ผมจะไปหาจิตแพทย์ลองดู ได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไง จะมาเล่าให้ฟังคับ เป็นกำลังใจห้ทุกคนครับอย่างน้อยคุณก็มีเพื่อน.....


โดย: str IP: 110.77.230.172 วันที่: 25 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:02:32 น.  

 
เมื่อวานได้ดูหนังเรื่องนึง ตัวละครเป็นโรค ADD แล้วก็สะดุดคำนี้เลยมาหาความหมาย คิดว่าตัวเองมีอาการในลักษณะนี้เกือบ 80 % ค่ะ ออกจะมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยสนใจใครนอกจากคนที่เรารู้สึกดี กับคนในครอบครัว แต่กับคนที่ไม่ชอบ ออกจะนิ่ง ๆ มากกว่า หลังจากที่ได้อ่านไป คิดว่ายอมรับตัวเองได้ค่ะ ไม่คิดว่าตัวเองแปลกแยกจากใคร เพราะตัวเราก็คือตัวเราไม่ทำความเดือดร้อนให้กับใครก็พอ อาจจะทำให้คนอื่นมองเราเป็นคนแปลก ๆ ไม่น่าคุยด้วยแต่ก็พยามเข้าใจ แล้วก็พยามหันมาอ่านหนังสือธรรมะค่ะ ช่วยได้มาก คิดว่าเราทุกคนต่างก็มีอาการนี้กันทุกคน อยู่ที่ว่าใครจะแสดงออกมาทางไหน อย่างไร บางครั้งความแปลกก็ไม่ได้หมายถึงการแปลกแยกค่ะ มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเป็นจะดีกว่าค่ะ :)


โดย: tang IP: 58.137.70.179 วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:12:56:42 น.  

 
เป็นโรคนี้มาตั้งแต่เด็กคะ เคยทำเทสตอนเด็กๆแล้วว่าเป็น แต่ที่บ้านไม่เคยรักษาเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่พอโตมาก็พบว่ามันใหญ่มากเลย เครียดคะ อยากรักษาแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เป็นสมาธิสั้นแบบไม่ไฮเปอร์นะคะ อยู่นิ่งๆนี่ล่ะคะ แต่อยู่แต่ร่างกายคะ จิตใจไปที่อื่น เด็กๆอาจารย์จะไม่รู้ว่าเป็นสมาธิสั้นคะเพราะนิ่งมากๆจนเหมือนตั้งใจเรียนเลยแต่ที่จริงแล้วเหม่ออยู่

ตอนนี้แม่เครียดมากเราไม่รู้จะอธิบายยังไงให้แม่เข้าใจว่าเราเป็นโรคนี้ และขณะเดียวกันก็กลัวว่าพอแม่เข้าใจแล้วว่าเราเป็นอะไร ก็กลัวว่าแม่จะเครียดและคิดว่าเป็นความผิดของแม่ แล้วก็กลัวว่าพอแม่เข้าใจแล้วแม่จะไม่ไว้ใจเราเพราะเห็นว่าเรามีศักยภาพไม่พอที่จะทำอะไรๆ ทำให้แม่เป็นห่วงมากขึ้นไปอีก

อยากมีวิธีรักษาอยากทำอะไรได้เหมือนคนอื่นๆเพราะถ้าจะมาให้อธิบายให้คนทั้งโลกยอมรับเราก็คงไม่ได้เราคงต้องเปลี่ยนตัวเอง


โดย: ดลลดา IP: 58.8.227.128 วันที่: 5 กรกฎาคม 2555 เวลา:16:57:51 น.  

 
ปรึกษาจิตแพทย์ดีกว่าค่ะ ถ้าอยากให้สมาธิดีสำหรับเป็นคนสมาธิสั้น ยาช่วยได้ค่ะ อย่างลูก ๆ กินยาก็ดีขึ้นถนัดตา

ส่วนเรื่องแม่กังวล พี่คิดว่าน้องดลลดาควรจะให้แม่เข้าใจปัญหาและพร้อมกันแก้ไข อย่าไปห่วงว่าแม่จะยิ่งกังวลเข้าไปอีกว่าเราเป็นอะไร เพราะถ้าเค้าไม่รู้เค้าน่าจะกังวลกว่า รู้ว่าเราเป็นอะไรจะได้ช่วยกันค่ะ

อะไรที่เคยว่าจะเปลี่ยนเป็นกำลังใจ เปลี่ยนเป็นช่วยเหลือ น่าจะดีทั้งแม่และน้องนะคะ และจริง ๆ แล้วเรายังไม่รู้หรอกว่าแม่ของเราจริง ๆ คิดอย่างไร บอกไปแล้วเค้าอาจจะช่วยเหลือเราได้มากขึ้น

ถ้าแม่น้องไม่เข้าใจ ก็ขอบอกว่าพี่นี่เข้าใจ น้องไม่ได้อยู่คนเดียวโดดเดี่ยว มีเพื่อนร่วมโรคอีกแยะค่ะ หลายคนไม่บอกคนรอบข้าง ครอบครัว

พี่เองนอกจากสามีพี่แล้ว จะบอกว่าญาิติพี่น้องส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจ คนไม่เข้าใจก็มีแยะ คนเข้าใจก็มีค่ะ การยอมรับอาจจะยากสักหน่อย แต่หาความช่วยเหลือจากจิตแพทย์น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะคะ


โดย: pinkyjung วันที่: 8 กรกฎาคม 2555 เวลา:16:50:09 น.  

 
อ่านบทความแล้วทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น ขอบคุณมากๆ ครับ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมเป็นอะไร


โดย: ADD มือใหม่ IP: 124.120.103.14 วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:14:33 น.  

 

จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นรึเปล่า
เพราะตอนเด็กๆ จำได้ว่า ไม่มีอาการแบบนี้เลย เหมือนเพิ่งมาเป็นช่วงสี่ห้าปีหลังนี่เอง

ตั้งใจว่า จะลองไปพบแพทย์ดู เพื่อให้วิเคราะห์ไปเลยว่า ใช่รึเปล่า

แต่บทความนี้เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้กับคุณคนนะคะ


โดย: Alex (Rexular ) วันที่: 26 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:52:45 น.  

 
บทความมีประโยชน์มาก ผมคิดมาตลอดว่า ผมคงเป็น คนประหลาดที่เพื่อนๆ ไม่เข้าใจ แต่พออ่านบล้อคนี้ ทำให้เรารู้ว่า ยังมีคนอีกหลายคนที่เป็นเหมือนเรา ไม่โดเดี่ยว ขอเข้าก้วนด้วยคนนะคร้าบ.....^^


โดย: คิดว่าเป็น add IP: 124.122.229.127 วันที่: 3 สิงหาคม 2555 เวลา:10:18:40 น.  

 
รู้สึกตกใจเหมือนกันเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็น จากการอ่านบทความของหมอท่านหนึ่งผ่านทาง FB วันนี้ (2กันยายน55) โดยบังเอิญ ที่มั่นใจว่าเป็นเพราะทำงานด้านสุขภาพเหมือนกัน ความใจร้อน ขี้หงุดหงิด คิดว่าเป็นนิสัยส่วนตัว เป็นข้อเสียของเรา แต่พอนึกย้อนเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาในชีวิต ก็ใช่เลย คงเป็นมานานแล้วแต่ไม่รู้ตัว ปัญหาน่าจะอยู่ที่วิธีแก้วิธีรักษามากกว่า เพราะเป็นเรื่องของความคิดเป็นเรื่องของระบบสมองที่สั่งการทำงานโดยอัตโนมัต รู้แต่ว่าต้องปรับวิธีคิดใหม่ ต้องฝึกจิตใจให้เข้มแข็งมีสมาธิ ซึ่งดูจะยากมากแล้วไม่รู้จะทำได้รึเปล่า แต่จะพยายาม


โดย: ทำไมต้องเป็นโรคนี้ IP: 49.48.6.97 วันที่: 2 กันยายน 2555 เวลา:22:17:59 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆ คับ มันตรงกับผมเกือบจุกอย่าง ยิ่งได้อ่านคอมเม้นแล้ว ก็ยิ่งแน่ใจว่าเข้าข่าย ADD มีปัญหามาก ในการถ่ายทอดคำพูด อธิบาย ในความคิด แล้วก็เมื่อก่อนจำอะไรได้ดีมาก ตอนนี้ท่องเท่าไหร่ หลายครั้งมาก สอบแล้วก็ลืม มีปัญหามากกับการเรียน ไม่รุ้ว่า เป็นเพราะตัวเรา หรือ เพราะเนื้อหาเรียนมีแต่แบบท่องจำ ที่จริงตัวผมเองถนัดจะใช้ความคิดแบบพลิกแพลง (คิดนอกกรอบ หรือ ประยุกต์ความคิดใหม่ๆ มากกว่า) แต่ถึงอย่างไร ผมก็น่าจะจำได้ดีกว่านี้ โรคนี้มีผลกับความจำระยะสั้น ด้วยหรือป่าวครับ??????
// ก็เพราะเสิรชหาวิธีเพิ่งความจำนี่แหละ เลยมาเจอบทความนี้ ดีใจมากๆๆๆ


โดย: oss062 IP: 202.28.62.245 วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:13:03:44 น.  

 
ความจำระยะสั้นมีแน่นอนค่ะ ลูกชายเราขี้ลืมสุด ๆ บางทีจะบ่นก็ไม่ได้ เค้ารีบ บางทีเค้าจะพูดแทรกพูดแซง เพราะไม่งั้นมีึลืม


โดย: pinkyjung วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:15:52:25 น.  

 
แต่ความเครียดก็มีผลทำให้ความจำไม่ดี สมาธิสั้นลงได้นะคะ


โดย: pinkyjung วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:15:53:10 น.  

 
แล้วโรคนี้ มีอะไรเป็นปัจจัยกระตุ้นให้รุนแรงขึ้นบ้างครับ


โดย: oss062 IP: 202.28.62.245 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:20:54:57 น.  

 
ช่วยแนะนำหมอได้หรือเปล่าครับ ถ้าใครรู้
จะเป็นพระคุณมากเพราะผมก็น่าจะเป็นครับอยากควบคุมผลังงานของเราได้
มันต้องหายครับหรืออย่างน้แยต้องควบคุมอารมณ์เราได้ครับ

ขอบคุณมากครับ


โดย: กกบางโพ IP: 124.121.63.176 วันที่: 5 ตุลาคม 2555 เวลา:11:50:38 น.  

 
เดิมรักษาอาการ Panic กับจิตเวชอยู่ 2-3 ปี (คุณหมอพลังสันต์ รพ.มงกุฏวัฒนะ) ยังไปพบหมอรักษาตามอาการ จนเริ่มลดยาลง...แต่วันนี้ 11 ต.ค. 55 ไปพบหมอเรื่อง panic แต่เราได้แจ้งอาการเหนื่อยง่าย เมื่อทำงานเครียดและกดดัน ก็จะหมดแรงซะงั้น เคยตรวจเลือด ก็พบว่าโปแตสเซี่ยมต่ำ ...ก็รักษาตามอาการไป แต่สองวันก่อนวันที่ 11 ก็เหนื่อยขับรถกลับบ้านไม่ไหว ...จอดรถเรียกมอเตอร์ไซด์ ไปหาหมอ ตรวจเลือด..โปแตสเซียมก็ไม่ต่ำ หมอเวรประจำตอนเย็นบอกเป็นอาการของคนเครียดทำงานหนักหมดแรง เลยหายใจไม่เต็มท้อง พักผ่อนให้สบายใจก็จะดีขึ้นเอง สรุป ...แต่เราว่าเราเป็นบ่อยๆ มันเป็นอะไรนะ....กลับมาที่หมอจิตเวช เราได้แจ้งอาการเหนื่อยหมดแรงให้หมอฟัง หมอก็เริ่มซักประวัติจากตอนเด็กและพฤติกรรมเรา วินิจฉัยว่าเราสมาธิสั้นในวัยผู้ใหญ่...งง เลย แต่ก็จะต้องถูกรักษาด้วยยา ที่ว่าแรงหมดเพราะเรามีอาการ ADD ใช้พลังงานทั้งความคิดและทำเรื่องอื่นๆมากเกิน พอมาอ่านบทความนี้ ชัดเจนมากใช่ที่เราเป็นเลย ...ที่เหลือก็รักษาด้วยยาได้ หมอว่่างั้น ...ขอบคุณบทความนี้มากที่ทำให้เราเห็นตัวเราและเข้าใจตัวเรามากขึ้น ...


โดย: Pannatat IP: 27.130.171.136 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:21:13:16 น.  

 
เป็นเหมือนกันครับ ตรงกันเกือบหมดทุกคนเลย พอบอกที่บ้านเค้าก็บอกว่าให้ฝึกนั่งสมาธิ เราก็บอกทำไม่ได้ เค้าก็บอกให้พยายาม สรุปได้ว่าเค้าไม่เข้าใจว่า ADD เป็นอย่างไร รู้สึกหนักใจเอาเรื่องอยู่ ไหนจะที่บ้าน ไหนจะที่ทำงาน แต่ผมว่าวิธีที่ดีที่สุดคงต้องบอกให้เค้าได้รับรู้ไว้บ้าง หวังว่าเขาจะเข้าใจและเห็นใจคนอย่างพวกเรา


โดย: Rospe IP: 115.87.175.5 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:22:05:21 น.  

 
ช่วงนี้ตัวเองเกิดอาการเครียดเหมือนกัน น่าจะเกิดจากการเข้าสังคมที่เข้ากับตัวเองไม่ได้ เราเคยพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่ไปฟังคนอื่นมาก ๆ ก็เครียดโดยไม่รู้ตัว

ทำให้เกิดอาการแพนิค หายใจหอบขึ้นมา ช่วงนี้เลยต้องจริงจังกับการกินยา หาหมอ และต้องรักษาระยะห่างกับสังคมไว้

การอยู่คนเดียวหรือเพื่อนน้อย ดีกว่าเพื่อนเยอะแล้วนำความทุกข์มาให้เรา


โดย: pinkyjung วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:0:17:18 น.  

 
มีอาการทำผิดซ้ำซาก
ลืมในสิ่งที่พึ่งได้ยินได้ฟัง
พยายามตั้งใจฟังกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่เข้าใจเพราะไม่สนุก ไม่ชอบอยู๋นิ่ง รอนานๆ ต้องหาอะไรทำ
รบกวนแนะนำจิตเวชด้วยคับ
นานเข้ากลัวว่าจะเริ่มมีผลกระทบต่องาน คับ


โดย: Punk IP: 110.168.136.219 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:1:00:19 น.  

 
แฟนมีอาการของสมาธิสั้นทุกข้อเลยค่ะ เลยอธิบายให้เค้าฟัง เค้าเหมือนจะเข้าใจและยอมรับนะคะ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า พอเค้ารู้แล้วว่าตัวเองเป็นอะไร เค้าก็เหมือนจะแค่รับรู้ไว้เท่านั้น ไม่ปรับปรุงหรือเชื่อฟังเวลาที่ดิฉันเตือนให้ทำอะไรในสิ่งที่ควรทำ ออกแนวดื้อค่ะ
กลุ้มใจมากค่ะ ที่กลุ้มใจคือไม่รู้ว่าวันไหนจะโดนให้ออกจากงาน เพราะทำงานไม่มีประสิทธิภาพเลยค่ะ ทำหลายๆอย่างพร้อมกัน แต่มีสำเร็จน้อยมาก สำเร็จก็ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด อธิบายโดยใช้คำพูดไม่เป็น เวลาไม่พอใจอะไรในที่ทำงาน ก็เดินออกมาเฉยๆเลย ทิ้งงานไว้อย่างนั้น บางทีก็ชอบเข้าไปอยู่ในห้องน้ำเป็นช่วงโมงๆ นั่งเล่นเกม และตอนนี้เค้ามีปัญหากับที่ทำงานมาก (แต่ตัวเค้าคิดว่าไม่มี). คือคนที่ทำงานเริ่มเอือมระอากับพฤติกรรมของเค้าแล้วค่ะ แต่เค้ากลับคิดว่าสิ่งที่เค้าทำนั้นไม่ผิดอะไร
ดิฉันพยายามอธิบาย ชี้แนะ และพยายามเข้าใจในตัวเค้า แต่กลายเป็นว่า ตัวเค้าเองไม่พยายามที่จะแก้ไขปรับปรุงในส่วนตรงนี้ด้วยเลย มันเหมือนดิฉันกำลังตบมืออยู่ข้างเดียว ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ อยากพาไปหาหมอจิตแพทย์ แต่เค้าคงไม่ไปแน่นอน และตอนนี้เราอยู่ต่างประเทศค่ะ จึงไม่ทราบว่าจะแก้ไขปัญหานี้ให้เค้ายังไงดี


โดย: มะลิลา IP: 86.1.74.121 วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:0:07:37 น.  

 
คุณมะลิลาคะื เป็นกำลังใจให้นะ

เราเองก็ยังมีปัญหาเยอะแยะ ปัญหาแต่ละวันก็เจอกัน สามีแม้จะรู้แม้จะพยายามเข้าใจเรา แต่ก็มีบ้างที่เค้าเหนื่อยอยู่ ได้แต่หวังว่าเราจะช่วยเค้าได้มากกว่านี้ เนื่องจากเราเฉื่อยแฉะ บวกกับปัญหานู่น ๆ นี่ ๆ ด้วย

ถ้าอยู่ต่างประเทศ ตามเวปภาษาอังกฤษ จะมีเรื่องสมาธิสั้นเยอะมาก ความรู้ดี ๆ คนเป็นเยอะแยะค่ะ ลองเค้าไปอ่านได้ อาจจะลองแชร์ปัญหา หรือลองค้นคนที่เป็นแบบเดียวกันดูนะคะ


โดย: pinkyjung วันที่: 30 ธันวาคม 2555 เวลา:22:26:35 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาการเราเป็นแบบนี้เป๊ะๆเลยค่ะ ยิ่งพออ่านไปยิ่งขนลุก
คือมันตรงมาก เราคิดมาตลอดว่าคนอื่นต้องเป็นแบบเราแน่ๆ
ตกกลางคืนมา นอนไม่หลับ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ทำผิดซ้ำซาก บางวันก็เหมือนอดรีนาลีนพุ่ง
แนะนำจิตเวชด้วยค่ะ


โดย: คนหลงทาง IP: 161.200.210.47 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:21:39:49 น.  

 
ขอบคุณคุณ pinkyjung ที่กรุณาเข้ามาตอบ ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: มะลิลา IP: 86.1.74.121 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:2:42:26 น.  

 
จากที่ิ่อ่านบล้อกของพี่..คิดว่าตัวหนูเองตรงเกือบทุกข้อเลย ตอนนี้อายุ21ย่าง22แล้ว
หนูไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี..และไม่สามารถจะปรึกษากับใครได้เลยเพราะตอนนี้เรียรมหาลัย และก้อมาอยุ่คนเดียว(แต่อยุ่หอกับเพื่ิอนๆ)
เป็นคนที่เรียนรู้บ้างอย่างได้ค่อนข้างจะช้า.. ต้องทำความเข้าใจมากกว่าคนอื่น แต่บางเรื่องกลับเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว. เวลาเรียนตั้งใจมากๆแต่แทบจะไม่เข้าหัวเลยไม่รู้ทำไม. แต่บางเรื่องกลับจำได้ดีแม้จะนานมานานมากๆๆๆแล้วก็ตาม อย่างเวลาอ.อธิบาย เพียงจบประโยคสั้นๆ ไปไม่เพียงกี่วินาทีจำไม่ได้เลยว่าอ.พูดอะไรไป ทั้งๆที่ตั้งใจฟังแล้วและพยายามจดอย่างเร็วที่สุด อย่างเวลาเขียนบางทีเราเข้าใจนะแต่เราไม่สามารถอธิบายออกมาได้. เป็นคนที่ค่อนข้างจะเป้ะและกลัวว่าสิ่งที่ทำไปนั้นจะผิดและเปนคนที่ขี้อายมากไม่กล้าแสดงออก เป็นคนที่มีความตื่นเต้นง่ายอย่างเวลาที่จะต้องไปพูดหน้าชั้นแม้ตอนท่องมาจะจำได้ดีแค่ไหนพอออกไปปุ้ปสิ่งที่ท่องมาทั้งหมดกลับหายไปในทันตา และอย่างเวลาอ่านหนังสือ อ่านได้นิดหน่อยก้อเลิกจิตคิดไปถึงอย่างอื่นเสียแล้ว พอหันกลับมาอีกทีต้องเริ่มอ่านใหม่ทั้งหมด จำไม่ได้เลยว่าอ่านอะไรไป มีปัญหาทั้งด้านการเขียน ทุกครั้งที่ให้ทำmind mapping บอกได้เลยว่าทำไม่ได้เลย ไม่สามารถเชื่อมโยงในหลัก เหตุผล หัวข้อได้ ชอบเขียนวกไปวนมา สรุปใจความหรือประเด็นได้ยาก ยากต่อการเข้าใจมากๆ ตอนนี้ส่งผลต่อการเรียนมากๆเลยค่ะ อีกอย่างคือมีปัญหาเกี่ยวกับการคำนวนด้วยค่ะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อทำความเข้าใจ ช่วงนี้น้องๆก้อเริ่มทักเหมือนกันว่าสมาธิสั้นหรือเปล่า เพราะลืมง่ายมากๆ

มีความรุสึกว่าบางทีตัวเองคิดต่าง แต่เก็บไว้ในใจได้ไม่บอกใครเพราะบางทีพูดไปกลัวว่าจะทำให้คนอื่นมองเราไปในทิศทางอื่น. บางทีก้อชอบอยุ่กับตัวเองชอบอยุ่คนเดียวมากกว่าการอยุ่ท่ามกลางคนเยอะๆ เปนคนที่ไม่มีความคิดสร้างสรรเลยมีบ้างแต่ก้อน้อยมาก.แบบบางสิ่งที่น่าจะคิดได้ก้อคิดไม่ได้ เลยทำให้ตัวเองเหมือนดูด้อยกว่าคนอื่นทำให้เราตามคนอื่นไม่ทัน

หนูควรจะทำอย่างไรดีคะ ตอนนี้ท้อมากๆเลยค่ะ.. เพราะกลัวการเรียนจะแย่ไปมากกว่านี้


โดย: Pplm IP: 110.77.209.82 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:19:15:47 น.  

 
สวัสดีครับคุณเจ้าของเวบ ผมเป็นADHD และรักษามา4ปีแล้วครับ. แวะเข้ามาเว็บนี้เป็นระยะๆ อยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกตัวเองเพื่อพัฒนาการฟัง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษครับ ผมพยามกับมันมาค่อนข้างนานเป็นหลายปีครับ ปัจจุบันรู้สึกมันใจกัภาษาอังกฤษขึ้นครับ. แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่าบ่อยครั้งศัพย์ง่ายๆครับแต่เราฟังไม่รู้เรื่องเพราะเหมือนในหัวมันสะเปะสะปะครับ ทำให้คู่สนทนาเราเข้าใจว่าเราภาษาอ่อน แต่ถ้าวันดีคืนดีรู้สึกมีสมสธิฟังเข้าใจทุกคำไม่ต้องพยายามเลย ปัญหาคือไม่สามารถทำให้มันคงที่ หรือบังคับให้มันพร้อมใช้ได้ตามต้องการ เลยอยากทราบว่าเราพอมีทางฝึกตัวเองมั้ยครับ เพราะเวลาทำงานกับเจ้านายฝร่งจะมีปัญหามากๆเลยครับ
ขอบคุณครับ


โดย: ลิงหลับ IP: 76.185.11.156 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:29:38 น.  

 
คุณลิงหลับ ไปลองหาบทความที่พอจะใกล้เคียงที่สุดเรื่องการฟังมาให้คุณและคนอื่น ๆ ที่สนใจอ่านนะคะ แปลเองกะมือ หาผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=milomarvypinkydiary&month=16-02-2013&group=7&gblog=11


โดย: pinkyjung วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:22:18:41 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยครับ


โดย: ลิงหลับ IP: 76.185.11.156 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:8:17:10 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงในการเลี้ยงดูลูกที่เป็นเด็กพิเศษถึง 2 คน ที่มีทั้งภาวะสมาธิสั้น แอลดี และโอดีดีจนประสบความสำเร็จมาแล้วค่ะ

ปัจจุบันคนพี่อายุ 21 ปี เป็นนิสิตแพทย์ปี 3 ที่ประเทศออสเตรเลียและคนน้องอายุย่าง 19 ปี เรียนมหาลัยรัฐในประเทศหลักสูตรนานาชาติ

แม่สันยินดีช่วยเหลือผู้ปกครองที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษในเรื่องการเลี้ยงดูและการเรียนรู้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


//www.facebook.com/pages/SuperSun-Special-Edu/322023247856832

//www.momypedia.com/index.php?op=blog-blogger&id=128483

//www.momypedia.com/index.php?op=webboard-detail&cid=&tid=916211

และสามารถโทรมาพูดคุย(หลัง 1 ทุ่ม) หรือส่งเมล์มาได้ค่ะ

แม่สัน
081 889 7899
supersuntanee@hotmail.com


โดย: แม่สัน IP: 210.213.58.80 วันที่: 20 มีนาคม 2556 เวลา:12:28:41 น.  

 
กังวัลกับการทำงาน เพราะคิดว่าตัวเองเป็น


โดย: เป็นเช่นกัน IP: 202.28.45.10 วันที่: 26 มีนาคม 2556 เวลา:13:22:41 น.  

 
ขณะนั่งอ่านคอมเมนตอนนี้ยังอ่านไม่ได้เรยอ่านได้ประมาณห้าหกคอมเม้นก็เลิกอ่านแล้วอยากบอกว่าเบื่อค่ะหงุดงิดมันทรมารมันไม่สามารถอธิบายได้ว่าเราเป็นอะไรไม่อยากเป็นคนสมาธิสั้นค่ะรู้สึกว่ามันจะมีผลกระทบกับชีวิพเรามากเลยทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะทำอะไรนานฯไม่ได้อดทนรอคอยอะไรไม่ได้แล้วมันทำให้เรามีปัญหากับคนรอบข้างควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ขาดความยับยั่งชั่งใจนึกอยากพูดอะไรก็พูดเลยจริงฯก็รู้น่ะว่าพูดไปแล้วไม่ดีแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดแต่ข้อดีของเราอย่างหนึ่งก็คือเราจะคิดหรือมีไอเดียใหม่ฯแหวกแนวอยู่ตลอดเวลาแต่เวลาทำทำไม่สำเร็จเลยสักเรื่องค่ะ


โดย: สุดารัตน์ส IP: 110.49.235.65 วันที่: 26 มีนาคม 2556 เวลา:19:45:04 น.  

 
ผมเพิ่งมารู้ความจริง ในวันนี้เองว่า จริงๆแล้ว ผมป่วยอยู่นะ
ข้อสังเกตุอาการข้างต้น ในบทความนี้นั้น ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น
ว่าผมเป็นอะไร ป่วยด้วยโรคอะไรกันแน่

ปัจจุบันผมอายุ 43 ปี ยังไม่มีครอบครัว การศึกษาดี สามารถเรียนจบปริญญาโท ด้วยคะแนนที่ดี แต่ที่ไม่มีครอบครัว เพราะ รู้จักตนเองดีว่า เป็นคนขี้เบื่อ คงทนใครได้ไม่นาน ด้วยอารมณ์ขึ้นๆลงๆ แปรปรวนบ้าง ทำให้มีปัญหากับคนรอบข้างบ้าง

แต่ผมอ่านหนังสือจิตวิทยา รวมถึงฝึกในเรื่องสติ สนใจเรื่องราวพวกนี้มาตั้งแต่เด็กๆ จึงสามารถแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้ได้บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด

บ่อยครั้งที่ผม มักโทษตัวเอง พอนานวันเข้า ผมก็มักคิดว่าผมป่วยเป้นโรคซึมเศร้า ต่อต้านสังคม กลายเป็นคนสันโดษขึ้นทุกที
เคยคิดขนาดไปปรึกษาจิตแพทย์

ผมปฏิเสธการนั่งสมาธิมานานหลายปี เพิ่งมาเริ่มปฏิบัติ ทั้งๆที่เห็นถึงข้อดีของเรื่องพวกนี้ แต่พวกเราก็ทราบกันใช่มั๊ยครับ ว่า มันทรมานแค่ไหน กับการนั่งอยู่นิ่งๆ

ใช่ว่าชีวิตผมจะมีแต่เรื่องแย่ๆ ที่ผมมักคิดไปเอง หรือไปน้อยใจคนอื่นที่คิดว่าเขาไม่เข้าใจเรา การที่เรามองโลกในมุมมองที่แปลกประหลาด หรือ พูดโพล่งอะไรออกมาแบบไร้สติ และไม่ตั้งใจ จนเพื่อนหลายคนมักประนามว่า ผมพูเอะไรไม่ค่อยถนอมน้ำใจคนอื่น

ปัญหาเหล่านี้ ผมค่อยๆปรับแก้ไข ให้มันอยู่ในภาวะสมดุลย์ แต่ก็ไม่ทั้งหมด ก็คงต้องพยายามแก้ไขกันต่อไป

แต่เรื่องดีๆ มันก็มี แถมมีมากจนแตกต่างจากคนอื่นด้วย
เช่น อารมณ์ที่สามารถเข้าใจเรื่องหลายๆเรื่องได้อย่างซาบซึ้ง หรือ ความคิดสร้างสรรค์ที่เยี่ยมยอดต่างๆ แต่ก็ทำเป้นชิ้นเป้นอันน้อยเต็มที (เมื่อเทียบสัดส่วนกับความคิดที่มี)

ความเอื้อเฟื้อ ปรารถนาดีต่อผู้อื่น อันนี้มีมากจริงๆ จนคนรับรู้สึกได้เลยว่า "มาก"เกินไป

จากตัวอย่างบทความข้างต้น แทบจะถอดจากตัวผมในปัจจุบันจริงๆเลยครับ

ขอบคุณมากนะครับ ที่ทำให้ผมได้เจอบทความนี้ ทำให้ผมมีคำตอบให้ตัวเองเสียทีว่า ผม"ป่วย" ด้วยโรคอะไรกันแน่ จะได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ปรับและแก้ไข ให้สมดุลย์มากขึ้น

ขอบคุณเพื่อนเก่าท่านหนึ่ง ที่ทักขึ้นมาว่า ผมต้องป่วยเป้นโรคนี้แน่นอน เพราะสามีฌะอก็เป็นโรคนี้ แต่เป้นอาการทางด้านลบมากกว่า

จนเมื่อมาหาข้อมูลเพิ่มเติม และได้มาเจอบทความนี้ ผมจึงไขปริศนาเรื่องที่ผมสงสัยได้กระจ่างมากขึ้น

ส่วนอาการขี้หลงขี้ลืม ผมแก้ไขด้วยการ จดรายการที่ต้องทำ และทำตามรายการนั้นๆ ช่วยได้เยอะเวลาทำงาน แต่เรื่องส่วนตัว เช่น ลืมกระเป๋น ลืมกุญแจ ลืมโน่น ลืมนี่ ก็แกไขด้วยการบริหารสติให้มากขึ้น

อาการผลัดวันประกันพรุ่ง ยังคงมีอยู่ แต่มักบอกตัวเองว่า ขี้เกียจสันหลังยาวประจำ พยายามแก้ไขต่อไป

อาการไร้ระเบียบ ตรงนี้สามวันดี สามวันป่วยครับ ก็จะพยายามต่อไป

อาการฝีนดื้อ เช่นเวลาขับรถหลงทาง ขับรถกลางสายผน ก็ต้องพยายามเตือนๆตัวเองบ้างแล้ว

อาการซึมเศร้า หดหู่ ที่เป็นโดยไม่มีสาเหตุ ที่กังวลมาโดยตลอด ตอนนี้ก็ได้รับคำตอบแล้วว่า เป็นอาการของโรคเท่านั้น ต่อไปจะได้ไม่โทษตังเอง ไม่รุ้วึกผิด เมื่อทำไม่ได้

อาการฟุ้งซ่าน ร้อยล้านโปรเจค ก็จะพยายามลดๆลงมาบ้าง

อาการอยู่ไม่นิ่ง ทนรอคอยอะไรนานไม่ได้ ก็จะพยายามแก้ไขต่อไป ฯลฯ

นับจากนี้ต่อไป ผมรู้สึกว่า ตัวเองมีค่ามากกว่าแต่ก่อนอีกนะ รู้สึกว่าตัวเอง เจ๋ง มีมุมมองที่หากเข้าใจและขัดเกลาดีๆแล้ว ผมยังทำประโยชน์ได้มากกว่าคนธรรมดาซะอีก

ผมไม่รู้สึกด้อยค่าในบางครั้งอีกแล้ว ฮาาาา
ผมมีคุณค่า และศักยภาพ ที่น่าค้นหาอีกมากมายจริงๆ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับบทความดีๆครับ

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ป่วยด้วยโรคนี้ คุณไม่ได้เป็นคนเดียว อย่าโดดเดี่ยว อย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งล่ะ ที่เข้าใจคุณ

ขอโทษ หากเขียนอะไรเวิ่นเว้อไปบ้าง เพราะ บ่อยครั้งที่ผมมีปัญหาเรื่องการสื่อสารจริงๆ

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับชีวิตครับ






โดย: มันแต IP: 171.5.103.117 วันที่: 28 มีนาคม 2556 เวลา:0:47:06 น.  

 

ดิฉันเป็นคุณแม่ของลูกชายสมาธิสั้น
ที่สังเกตเห็นอาการของลูกมาแต่วัยเริ่มคลาน

จากนั้นก็ต้องคอยดูแล ศึกษา พาไปพบแพทย์
เฝ้าระวังความซุกซน ที่อาจเป็นอันตรายทั้งต่อตนเอง
และผู้อื่นของเขา ต้องตกเป็นคุณแม่จำเลยที่โรงเรียนบ่อยครั้ง รับมือกับความขี้ลืม ไร้ระเบียบ และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังจิตใจของลูก
ไม่ให้บอบช้ำจากการถูกประนามว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน

แต่ตอนนี้ ลูกเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 แล้ว
ประสบความสำเร็จพอสมควร
จากข้อมูลเกี่ยวกับเด็กสมาธิสั้นที่ศึกษามามากมาย
เคยเรียบเรียงเป็นหนังสือ (สัก 5 ปีที่แล้ว สนพ.รักลูก และมีบทที่ว่าด้วยสมาธิสั้นในวัยผู้ใหญ่และวิธีปฏิบัติตนด้วย) หนึ่งในหนังสืออ้างอิงนั้นก็มีเรื่อง Delivered from Distraction เช่นกัน

อยากจะบอกว่า บ้านเราก็มีเว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับ
อาการ ADHD (ในเด็กที่ยังซุกซน จะมี Hypepactivity ส่วน
ADD มักเป็นอาการในผู้ใหญ่) คอยช่วยเหลือพ่อแม่และผู้ที่มีอาการเหล่านี้ ชื่อ //www.adhdthai.com ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของพ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กสมาธิสั้น หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มีมานานกว่า 10 ปีแล้ว ลองเข้าไปดูเผื่อจะได้รับข้อมูลมากขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ


โดย: Amy IP: 171.101.116.181 วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:15:12:03 น.  

 
เราว่าเราเป็นแน่ๆเลยละ เราเคยเข้ามาอ่านหนนึงละ แต่ก็พยายามคิดว่าไม่น่าจะใช่เรามั้ง ผ่านไปสองปีมาอ่านอีกที เราว่ามันใช่เลยแหละ ที่ผ่านมาที่รู้สึกได้ว่าตัวเองมีอาการพวกนั้น เราก็ไม่ได้นอยด์อะไรมากมายนะ นอกจากจะคิดว่าไม่ชอบที่จะให้ใครมองเป็นคนจับจด หรือเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออะไรแนวๆนั้น แต่เรามีความเชื่อมั่นลึกๆว่าเราต้องเอาดีได้แน่ กับชีวิตนี้


โดย: เทเลทับขี้ IP: 124.122.174.224 วันที่: 18 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:41:03 น.  

 
มีแรงใจ ก็ทำให้เราสู้ต่อไปได้ค่ะ ไปถึงสิ่งที่เราตั้งใจและมุ่งหวัง หากท้อหากผิดพลาด ถอยมานั่งพักแล้วเดินต่อไป ยินดีที่เข้ามาทักทายกัน


โดย: pinkyjung วันที่: 19 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:03:18 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ่านแล้วมีอาการตามนั้นทุกประการ เราจะต้องไปตรวจยืนยันหรือเปล่าค่ะว่าไม่ได้คิดไปเอง แต่ตอนนึ้ถ้าทางจะเป็นซึมเศร้า โทรไปสายด่วน 1323 หลังจากคุยไปได้ซักพัก พยาบาลเขาแนะนำว่า ตอนเช้าให้ลองไปพบจิตแพทย์ (อย่างด่วน)ถ้าเราไปแล้วเขาจะสามารถวินิจฉัยไดหรือเปล่าว่าเราเป็น ADD มั๊ย
เราก็กลัวๆ อยู่ที่ต้องไปหาหมอ ไม่อยากคุยต่อหน้ากับคนแปลกหน้าแล้วเขาจะซักโน่นนี่
ขอบคุณนะคะ


โดย: polo IP: 171.7.176.241 วันที่: 20 พฤษภาคม 2556 เวลา:3:16:49 น.  

 
เรื่องของจิตใจบางทีก็ยากจะคุยนะคะ
หมอที่มีความรู้ทางด้านนี้เราไม่แน่ใจว่าจะเยอะขนาดไหน แต่เวลาเปลี่ยนอะไร ๆ ก็คงเปลี่ยน เคยไปหาหมอเจอหมอแบบว่าคุณไม่ได้เป็นหรอก ทั้ง ๆ ที่เราคิดว่าเราเป็นแน่ ๆ จนได้เจอคุณหมอที่คุยกับเรารู้เรื่อง เราไม่แน่ใจว่าคุณไปพบหมอแล้วหมอจะวินิจฉัยยังไง หรือเหมือนที่เราคิดไหม

ส่วนอาการซึมเศร้ารีบรักษาเถอะค่ะ เราเคยเป็น ทิ้งไว้นานไม่ดีแน่ ๆ หมอที่ดีจะให้เวลาเรา ทำให้เราคุ้นเคย เราเองคุยกับคนแปลกหน้าก็โอเคนะ แบบสบายใจ เพราะเค้าคือคนไกลตัวที่เราเล่าได้ บ่นถึงปัญหาของเราได้ หวังว่าเค้าจะช่วยเราได้ด้วย แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยเราได้ทุกอย่าง แต่ก็บรรเทาเบาบางบางไป


โดย: pinkyjung วันที่: 23 พฤษภาคม 2556 เวลา:13:33:12 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ pinkyjung และเพื่อนๆ ร่วมโรค ตอนแรกไม่รู้ว่าตัวเองก็เป็น เพราะเจอในลูกก่อน จนเจ้านายทักว่า ทำไมเธอขี้ลืมจัง เรื่องบางเรื่องจดแล้วยังลืมว่าจดเอาไว้น่ะ ฮาฮาฮา เป็นสมาธิสั้นหรือเปล่า ก็เถียงว่าไม่เป็นค่ะ จนสามีบ่นมาก เรื่องความไม่มีระเบียบ เพราะเค้าเป็นคุณชายระเบียบ เป็นคน logic มากๆ แล้วเค้าบ่นเราเรื่องไม่เตรียมการล่วงหน้า ไม่มีระเบียบ ขี้ลืม ไม่ชอบวางแผน ฯลฯ จนเกือบจะเลิกกันอยู่แล้ว เลยเอะใจ คิถึงคำพูดของเจ้านาย search หาดู เจอบทความนี้!!!!
โอ่ยยยยย นี่มันตัวเราเกือบทั้งหมดเลยนี่น่า......
ก็ต้องยอมรับว่าเป็น และหาวิธีปรับปรุงตัวเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์นะคะ
ที่น่าตลกก็คือ ลูกชายเป็นก่อน ต้องกินยา ออกกำลังกาย และไปทำกิจกรรมบำบัด แต่คุณแม่น่ะ ไม่รู้ตัวเล๊ยยยย ว่าก็เป็นเหมือนกัน

ขอบคุณนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยค่ะ


โดย: เป็นทั้งแม่และลูก IP: 71.202.235.242 วันที่: 7 มิถุนายน 2556 เวลา:3:58:09 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ pinkyjung และทุกๆคน ขออนุญาตลงขายยาหน่อยนะค่ะ พอดีเราไปรับยาจากหมอที่โรงพยาบาลมาเพื่อรักษาสมาธิสั้น แต่เขาไม่ยอมทาน เลยเสียดาย เพราะยาหาซื้อยากและมีราคาแพง ยานี้ไม่มีจำหน่่ายตามร้านขายยานะค่ะ ต้องซื้อจากโรงพยาบาลอย่างเดียวค่ะ ชื่อยา concenta 18 mg มีอยู่ 9 เม็่ด ราคา 900 บาท ขายราคาที่ซื้อมาเลยค่ะ ไม่ได้บวกกำไร ถ้าใครกำลังทานอยู่หรือสนใจจะซื้อยา ติดต่อมาได้นะค่ะ ส่งไปรษณีย์ให้ฟรีค่ะ billionaire59@hotmail.com ขอบคุณค่ะ


โดย: ขายยา IP: 180.183.96.172 วันที่: 26 กันยายน 2556 เวลา:19:06:34 น.  

 
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหามาตั้งแต่เด็ก ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนๆได้แ
ค่อยากให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนยังเป็นเรื่องที่ยากมาก พอโตขึ้นก็พยายาม
เรียนรู้และปรับเปลี่ยนชีวิตให้เป็นไปตามสภาพแวดล้อม(ยิ่งกว่ากิ้งก่าซะอีก)
ใครก็เข้าใจว่าไฮเปอร์ต้องไม่นิ่ง ลุกลี้ลุกลน แต่เมื่ออ่านบทความของคุณ จึง
มบางอย่างสอดคล้องในสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ณั้งแต่เด็กผมจะมีโลกส่วนตัว จะใช้
เวลาว่างเลี้ยงปลาโดยนั่งเพ่งมองปลาในตู้ทั้งวัน วันละ 6-12 ชั่วโมง ทุกวัน
เป็นเวลา 5-6 ปี สังเกตุทุกอิริยาบถการเคลื่อนที่ของปลาทุกตัวที่ว่ายอยู่ในตู้
เช่นนี้จะเรียกว่าสมาธิสั่นอยู่อีกรึปล่าวคับ
ข้อเสียที่มี จำหน้าคนที่พบปะทุกวันผิดประจำ(ผมอาศัยในคอนโดใหญ่ ทักผิด
ทุกวันจนสนิทกันเกือบทั้งคอนโดแล้วคับ)
เวลาคุยกะคนอื่น คุยๆอยู่ก็หลุดๆไปล่วงหน้าไกลคนฟังจะไม่สามารถ
เข้าใจการสื่อสารจากผมเลยคับ( แต่มีบางคนที่เป็นแบบเดียวกันคุยกัน2-3ประ-
โยค มองตาและเข้าใจเพราะข้อความแค่นั้นสื่อสารกันหลายเรื่องแล้ว คนปกติยืน
ฟังไม่สามารถเข้าใจตั้งแต่ประโยคแรก )
กิจกรรมหรือกีฬาที่ทำอยู่ประจำ จะไม่เก่งธรรมดา สามารถพลิกแพลง
และทำได้ดีด้วย แต่พอหยุดทำสัก 2-3 วัน จะต้องมาเริ่มนับ 1 ใหม่ ใช้เวลาปรับ
กลับดังเดิมอีก 2-3 วันเช่นกัน
อารมณ์ แปรปรวน โกรธง่าย โมโหไม่นาน แต่ขี้สงสาร เป็นห่วงเป็น
ใยกับชีวิตคนรอบข้าง
ทุกวันนี้ผมปรับตัวจนจะเป็นโรควิตกจริต ย้ำคิดย้ำทำ ก่อนจะพูดหรือทำสิ่ง
ใดจะต้องไตร่ตรองผลที่จะตกกระทบต่อผู้อื่นทั๋งคำพูดและการกระทำ เป็นสิ้งที่
ลำบากมากคับ
ป.ล.ผมลืมบอกไปทุกวันนี้รอบตัวผมมีเพื่อนมากมายและหลายคนในนั้นก็
เป็นไฮเปอร์เช่นกันบางคนรู้ตัว บ้างก็ไม่รู้ตัว มีบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ เหมือนมี
แม่เหล็กดึงดูดเข้าหากัน ให้เค้าซ่อนอาการมานานแค่ไหน พอมาถึงร้านผมอาการ
จะแสดงออกมา เก็บอาการไม่อยู่ (ผมเชื่อใจและไว้ใจในคนพวกนี้มากกว่าคนปกติซะอีก)


โดย: ท่านโป๊วบางแค IP: 58.11.60.104 วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:13:50:43 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ
ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมา

การเดินทางมาพบบทความนี้ของเรา
คงทำให้เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
แต่ทำให้เรารู้จักกับสิ่งที่เราเป็นได้

เราคิดว่าเราไม่ได้ผิดปกติ แต่เราไม่ได้เป็นปกติเหมือนคนทั่วไปแน่ๆ ข้อมูลในบทความแล้วก็ความเห็นของทุกคน มันเหมือนกับว่า เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวค่ะ
เรารู้สึกว่า เฮ้ !!! ฉันเจอทางที่จะทำให้ฉันรู้สึกมั่นคงมากขึ้นแล้ว :)


ขอบคุณจริงๆนะคะ
ที่สร้างพื้นที่นี้ขึ้นมา



โดย: Meow IP: 27.145.254.28 วันที่: 17 ตุลาคม 2556 เวลา:22:44:44 น.  

 
ขอบคุณมากครับ ที่ทำให้รู้ว่าอาการที่เราเป้นเนี่ย คนอื่นๆก็เป็นเหมือนกัน จะพยายามแก้ไขครับ


โดย: วชิรวิทย์เสล็ดเป็ด กุ๊ก ใจดี IP: 171.98.97.110 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:50:00 น.  

 
ขอบคุณสำหรับห้อข้อดีๆนี้
จากที่อ่านลองใช้วิธีนั่งสมาธิ น่าจะช่วยได้นะครับ อาการ ADD ต่างๆที่เกิดหากมีสติรู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งใดตลอดเวลา คุณก็สามารถควบคุมตัวเองให้อยู่กับสิ่งนั้นและทำงานให้สำเร็จได้

การทำสมาธิเริ่มต้นคุณอาจจะเริ่มจาก 5นาทีต่อวัน 10 นาทีต่อวัน 20นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่คุณสะดวกแต่ให้ทำเป็นประจำ คำที่ใช้การบริกรรม(พุธ-โธ) ให้เปลี่ยนมาเป็นการนับเลขแทนนั้นคือ (0-0,0-1,0-2,...,0-9) แล้วเริ่มต้น 0-0 ใหม่ จนครบเวลาที่ตั้งไว้ การตั้งเวลาอาจจะใช้นาฬิกาปลุกช่วยในเตื่อน

หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกท่านครับ


โดย: Taxus IP: 115.87.14.181 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:08:06 น.  

 
ขอบคุณค่ะ และโชคดีจังที่อ่านเจอค่ะ พี่เอาไปลงในเฟสบุ๊คนะค่ะเผื่อเพื่อนๆจะได้รู้จักโรคนี้ค่ะ


โดย: เล็ก IP: 58.165.177.220 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2556 เวลา:9:59:07 น.  

 
ขอบคุณค่ะ และโชคดีจังที่อ่านเจอค่ะ พี่เอาไปลงในเฟสบุ๊คนะค่ะเผื่อเพื่อนๆจะได้รู้จักโรคนี้ค่ะ


โดย: เล็ก IP: 58.165.177.220 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:31:25 น.  

 
อ่านจบแล้ว..ขอบคุณนะครับ..... ผมน่าจะเป็น ADD ล่ะครับ ผมสามารถวางแผนงาน ไขปัญหาได้ดีกว่าคนปรกติ...แต่ก็มีจุดอ่อนตามอาการที่ได้อ่าน......ผมว่าคนอย่างพวกเราสามารถประสบความสำเร็จได้ถ้ามีความมั่นใจในตัวเองและสิ่งที่ทำแต่เราต้องพยายามอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจ และทำให้เขาให้โอกาสแก่เรา.....แล้วเราจะแสดงให้ดูว่าเราเจ๋งกว่าคนปรกติซะอีก สู้ๆๆๆนะครับทุกคน


โดย: Q26372 IP: 171.5.251.235 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:12:10:57 น.  

 
ในความคิดของผม(เฉพาะผมคนเดียว)เราไม่ได้ป่วยหรืออย่างใดมันแค่ความคิดของเราเองทั้งสิ้นหรือเป็นพรสวรรค์ด้านความคิดเราต้องควบคุมมันให้ได้ ไม่ต้องไปหาหมอที่ไหนหรอกผมเชื่อว่าทุกคนมีวิธีบำบัดของแต่ละบุคคลเพียงแต่คุณเชื่อคนอื่นเท่านั้นเอง


โดย: toey outtaspace IP: 49.230.153.179 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:10:28:23 น.  

 
ทุกวันนี้ก็มีอาการแบบนี้ค่ะ แต่เป็นแบบคิดวนไปมา ไม่ใช่ไฮเปอร์นะ

วิธีที่กำลังทำอยู่ที่ช่วยให้ดีขึ้น:
1. พกสมุดติดตัวไว้จดสิ่งที่คิดได้กระทันหัน เพราะแต่ก่อนตอนที่ต้องนั่งนึกงานว่าต้องทำอะไรบ้างจะนึกได้ไม่หมด และจะชอบมานึกออกได้ทีหลังตอนที่ไม่ตั้งใจจะคิด แต่ก็จะไม่จด คิดเองว่าจำได้ ถึงเวลาจริงลืมค่ะทำให้งานหลุด สมุดเล่มนี้ก็จะใช้จดสิ่งทีต้องทำทุกวันด้วยค่ะ เพราะความสมาธิสั้นจะทำให้ไม่ค่อยนึกถึงงานวันถัดๆไป ใช้สมุดก็ช่วยให้งานหลุดน้อยลงได้

2. เวลาต้องคิดงานยาวๆ จะต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่าจุดประสงค์ของงานที่จะแก้ปัญหานี้คืออะไร แล้วต้องจดลงสมุดหรือคอมพิวเตอร์เป็นแผนงานทุกครั้ง คือระหว่างคิดงานหรืออะไรก็ตามจะฟุ้งซ่านบ่อยมาก พอหลุดไปไกลแล้วรู้ตัวก็กลับมาอ่านหัวข้อทีต้องคิดอีกที ทำให้กลับมาต่องานง่ายขึ้นกว่าการคิดในหัวอย่างเดียว เพราะแบบนั้นจะวนไปวนมาเหมือนกัน แต่เนื่องจากไม่ได้จดจึงจำไม่ได้ว่าคิดอะไรเสร็จไปแล้ว ต้องกลับมาเรื่มคิดใหม่หมดเสียเวลามากกว่า

3. เวลาต้องวางแผนงานใหญ่ๆ ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า พอเรานึกออกว่าต้องทำอะไร มันจะผุดขึ้นมาเยอะมาก แต่เรียบเรียงไม่ถูก มีปัญหาด้านการจัดลำดับความสำคัญของงานว่า สิ่งไหนต้องทำก่อนหลัง จะใช้วิธีจดทุกอย่างลงสมุดหรือคอมก่อน แล้วค่อยๆมาจัดเป็นกลุ่มหรือเรียบเรียงเป็นลำดับไปว่าต้องทำอันไหนก่อน แล้วพยายามกำหนดเวลาของแต่ละสิ่งที่ต้องทำ

4. เรื่องการเรียบเรียงสิ่งที่ต้องพูด เราเป็นคนเขียนได้ แต่พูดไม่ค่อยได้ คือจะเรียบเรียงไม่ทันตอนทีต้องพูดเลย และจะพูดวนไปวนมาด้วย เพราะไอเดียใหม่มันมาก่อนแล้วค่อยนึกขึ้นได้ว่าเรื่องเก่าที่พูดยังขยายความไม่จบ ทำให้คนคุยด้วยบางทีก็สื่อสารกันลำบาก สิ่งที่แก้ไขคือก่อนต้องคุยกับใคร ถ้าเป็นเรื่องสำคัญ จะแต่งลงคอมก่อน เรียบเรียงให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปคุยจริง

5. เห็นด้วยกับคุณ Taxus IP ค่ะ การฝึกสติช่วยได้ ทุกวันนี้ใช้วิธีสวดมนต์และเจริญสติในชีวิตประจำวันอยู่ค่ะ หมั่นสังเกตตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ วางของไว้ตรงไหน ทำให้หลงลืมน้อยลง
และหมั่นสังเกตตัวเองด้วยว่าตอนนี้คิดอะไรอยู่ เลยรู้ตัวว่าเป็นคนคิดซ้ำบ่อยมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ไปเจอเรื่องที่กระทบกับอารมณ์แรงๆ (อาจจะเป็นเฉพาะตัวนะคะ) เช่น หลังจากโดนว่าแรงๆไม่นาน ใจจะคิดย้อนเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาบ่อยมาก และจะลดลงเรื่อยๆหลังจากเวลาผ่านไป แต่ก่อนตอนไม่มีสติพอเป็นก็จะเศร้าตาม แต่พอมีสติรู้ตัวขึ้นมาก็จะสอนตัวเองว่าช่างมันผ่านไปแล้ว พรุ่งนี้เอาใหม่ ทำให้ทุกข์จากความคิดลดลง

6. ฝึกอดทนต่อความอยาก เช่น อยากพูดแทรกเวลาคุยกับคนอื่น อยากเถียง อยากเล่นมือถือระหว่างทำงานหรือเปลี่ยนไปทำงานอื่นทั้งๆที่งานเดิมยังไม่เสร็จ (อดทนต่อความเบื่อ) อยากไปพักผ่อนก่อนทั้งๆที่งานต้องส่งพรุ่งนี้เช้า (ตามใจตัวเองมากเกินไป) คือพฤติกรรมของสิ่งที่เป็นนี้บางอย่างเกิดจากการที่เราตามใจตัวเองมานานจนกลายเป็นความเคยชิน และสามารถแก้ไขได้ที่พฤติกรรมปัจจุบันค่ะ

7. ข้อสุดท้ายอาจจะเฉพาะตัวนะคะ คือเราถือศีลข้อ 5 ประกอบไปด้วยค่ะ คือละเว้นกิจกรรมที่ทำให้ขาดสติเด็ดขาด คือเคยเป็นคนติดเกมมาก วันหนึ่งลองงดเล่นเด็ดขาด (แทบขาดใจ) แต่พองดได้เสร็จเห็นผลทันตาทันที คือจากที่เคยใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ ไม่เคยคิดวางแผนอะไรถึงอนาคต และไม่เคยคิดพัฒนาตัวเอง (เคยแต่อยากเป็น อยากดีขึ้นอย่างเดียว แต่ไม่เข้าใจว่าต้องลงมือทำ) จู่ๆก็คิดขึ้นมา และนำไปสู่ในการลงมือทำพัฒนาตัวเองในที่สุด

ที่เล่ามาคือสิ่งที่เรากำลังทำที่ทำให้อาการดีขึ้นนะคะ สำคัญคือต้องสังเกตตัวเอง เพราะแต่ละคนคงอาการไม่เหมือนกันหมดขนาดนั้น และลองหาวิธีเฉพาะตัวดูค่ะ ขอให้ทุกคนอาการดีขึ้นเร็วๆนะคะ


โดย: Fight IP: 182.52.142.73 วันที่: 7 เมษายน 2557 เวลา:23:51:16 น.  

 
อาการแบบนี้แสดงว่าเราไม่ปกติหรือคะ จะแน่ใจได้ยังไงว่าเราเป็นจริงๆๆหรือเพราะเราระเเวงไปเอง กลัวเกินไปหรือเปล่า...!!! ต้องไปหาหมอไหมคะ
แต่ว่าส่วนตัวก็ รู้สึกนะคะว่าสมาธิสั้นแต่มันนก้อมีพฤติกรรมที่ขัดกันก็เลยไม่แน่ใจ
คือเราสับสนในตัวเองบ่อยๆๆอย่างๆคิดเรื่องหนึ่งสักเรื่องอีกเรื่อมันแทรกเข้ามา มีเรื่องอยากพูดแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เค้าเข้าใจแบบที่เราคิด ขี้หงุดหงิดอารมย์แปรปรวนง่ายโดยเฉพาะเวลาตื่นนอนฉุนเฉียวง่ายทั้งๆที่เราคิดว่าเราเป็นคนอารมย์เย็น
เเต่เวลาอ่านหนังสือถ้าเราสมาธิสั้นแล้วทำไมเราอ่านได้คะ แต่อ่านเร็วกว่าชาวบ้านเค้า อย่างแฮรี่พอตเตอร์เล่มหนาๆมาก ช้าสุดประมาณ5-6 ชั่วโมงคือนั่งอ่านแบบไม่สนใจอะไรข้าวไม่กินเลย เวลาอ่านเจอคำยากๆยาวๆก้อกระโดดข้ามๆไปเลยอ่านไม่ก้อจำเป็นคำใหม่ไปเลย
เวลานั่งอยู่เฉยจะหงุดหงิดหนักๆก็ร้องให้เลยคือมันอึดอัดมาก ต้องหาอะไรมาทำวาดการ์ตูนบ้าง ปากกาบ้าง ถ้าไม่มีอะไรทำจริงๆ เราจะคิดเรื่องอื่นไม่สนใจฟังที่เค้าพูด ไม่ใช่แค่เราที่รู้สึกนะคะคนรอบข้างเค้าก้อสังเกต อย่างบางทีเราเดินไปเดินมาเราไม่รู้ตัวว่ากี่รอบแล้วแต่เค้าทักว่าไม่เหนื่อยบ้างหรอ ข้าวของก็เหมือนกันเก็บให้มีระเบียบไม่กี่วันแล้วก้อรื้อแล้วก็เก็บก้อรื้อ เป็นแบบนี้ไม่หาย
แต่คอมเม้นข้างบนอ่านดูแล้วตรงเป๊ะ!!!ทุกข้อคะ
ถ้าเกิดเป็นจริงๆแล้วเราจะถือว่าเป็นคนปกติได้ไหมคะ ทุกวันนี้สังเกตตัวเองก้อไม่ใช่ว่าดีขึ้นเท่าไรแต่พยายามเอาที่เป็นมาปรับปรุงมาพัฒนา โดยส่วนตัวเชื่อว่าคนที่เป็นแบบนี้แสดงว่าพิเศษกว่าคนอื่นคะ...ช่วยอ่านหน่อยนะคะ อาจดูไรสาระแต่สงสัยจิงๆจนมาเจอบล็อคนี้ จะรอนะคะ ขอบคุณคะ



โดย: เส้นไหมใยหม่อน.... IP: 124.121.200.21 วันที่: 28 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:15:40 น.  

 
เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นADHD ตอนอายุเกือบสี่สิบ เลยศึกษาข้อมูลเพิ่งจะเจอเว็บนี้ไม่ทราบว่ายังมีใครติดตามอ่านกันอยู่หรือเปล่า ตอนนี้กินยาอยู่อาการก็ดีขึ้น ถ้าใครอยากหาจิตแพทย์ด้านนี้แนะนำ คุณหมอ ชัยชนะ นิ่มนวล ที่ ร พ BNH ค่ะ


โดย: แพน IP: 49.228.224.144 วันที่: 16 มีนาคม 2558 เวลา:1:37:40 น.  

 
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนะคำสำหรับข้อมูลความรู้ต่างๆ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนอีกมากมายตอนนี้เข้าใจตัวเองมากขึ้นอื่อ เป็นเหมือนกันค่ะ พบจิตแพทย์ ซึมเศร้า เครียด ไปเข้ารับการสะกดจิต แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร นอกจากตัวปัญหา เข้าวัดฝึกสมาธิ จนอยากหันหน้าเข้าวัดไม่เอาแล้วโลกนี้มีแต่ความทุกข์ ใครๆก็ไม่เข้าใจ เกิดเป็นความไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แต่โชคดีก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสเข้าคอร์สทำ workshop กับ Principle Of I See เป็นการพัฒนาการมองให้มี คุณภาพ เกิดเป็นทัศนคติ เปลี่ยนแปลงชีวิต โดยใช้หลักการสังเกต แบบ Observation Appreciation Decoding ช่วยได้มากค่ะ ช่วยให้มีสติมากขึ้น สามาระแยกแยะสิ่งที่เห็นอันเป็นความจริงกับความคิดในหัวเราได้ดี พูดง่ายๆคือ เวลาเราทำอะไรสักอย่าง เรามักจะเห็นภาพในหัวเสมอ ได้ยินเสียงที่อยู่ในหัวเสมอ ทำให้เราไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่เรากำลังคิด พูด ทำอยู่ คนที่เราพูดด้วยก็บอกว่าเราพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ใส่ใจ ตามด้วยความไม่เข้าใจกัน ตอนนี้ก็กำลังใช้วิธีนี้ฝึกอยู่ทุกวัน ทำให้นิ่งขึ้น ไม่พลุ่งพล่าน มีสมาธิดีขึ้น มีความมั่นคงทางจิตใจมากขึ้น เครียดน้อยลง และที่สำคัญเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จากการที่ได้เข้าใจตัวเอง ใช้ศักยภาพที่ตัวเองมีมากขึ้น มองโลกบวก เห็นคุณค่าในตัวเอง แต่ก็นั่นแหละสิ่งเหล่านี้อยู่กับเรามาตั้ง 40 กว่าปีแล้ว คงต้องใช้เวลาค่ะ แต่ก็มีกำลังใจที่จะฝึกต่อไป เพราะสิ่งที่ได้รับคือความสุขของเราเอง เคยถามว่าเคยเสียดายกับช่วงเวลาสับสนที่ผ่านมามั้ย เสียดายค่ะ หากเรารู้แบบนี้ชีวิตเราคงเริ่มต้นอย่างแท้จริงนานแล้ว แต่ก็ไม่หมดกำลังใจ เพราะไม่มีคำว่าสาย ตอนนี้เลยตั้งใจอุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่น ด้วยการจัดทำ คอร์สอบรม Principle Of I See กับโค้ช ต้น สนใจลองเข้าไปชมได้ที่ FB: https://www.facebook.com/pages/Principle-Of-I-See/277024969158660 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ เอ 0899269800 c.sukskon@gmail.com


โดย: เอ Principle Of I See IP: 180.183.129.72 วันที่: 6 กันยายน 2558 เวลา:10:32:29 น.  

 
เท่าที่อ่านก็เข้าข่ายเหมือนกัน เพราะไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู้นั้นคืออะไร จนเพิ่งมารู้ว่าอาการลักษณะนี้คืออาการสมาธิสั้นนั้นเอง ตอนนี้ผมจึงใช้วิธีการทำสมาธิครั้งนึงเป็นระยะเวลาสั้นๆ อย่างน้อย5นาทีต่อครั้ง ทำเป็นแบบนี้สามครั้งต่อวัน และต้องทำให้ต่อเนื่องทุกวัน 1ปีมี365วันก็ต้องทำ 365 วัน เป็นแรมปีก็ต้องทำ คิดว่าดีขึ้นอย่างแน่นอน ทำให้มีสติมากขึ้นโดยอัตโนมัติ


โดย: Electronics IP: 119.46.218.1 วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:22:07:25 น.  

 
ลูกขายอายุ 22ปี เป็นสมาธิสั้น ตอนนี้พักการเรียนอยู่
อยากได้กำลังใจ จากพี่ๆ มากค่ะ

รบกวนติดต่อกลับ 086-800-0101


โดย: มาลัย IP: 27.55.228.250 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:31:43 น.  

 
สวัสดีค่ะทุกคน...ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณเจ้าของกระทู้มากค่ะที่แบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และมีค่ามากสำหรับเราและคงอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ หรือยังคงสงสัย และมีคำถามมากมายหลายหลากที่เกิดขึ้น กับตัวเอง

สำหรับเรา หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาสักระยะ จึงมาถึงวันที่เข้าพบจิตแพทย์จากอาการที่เริ่มชัดขึ้น ส่งผลกระทบมากขึ้นกับชีวิตประจำวันจนไม่อาจปฏิเสธความทรมานจากอาการ และพฤติกรรมบางอย่างในตนเองได้ (ขอย้ำนะคะว่าอาการที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมที่ไปมีผลต่อการดำเนินชีวิตมากขึ้น)หลังจากเข้าพบจิตแพทย์โดยที่เราเข้าใจว่าอาการและพฤติกรรมต่างๆที่สังเกตเห็นนี้ควรเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ และเข้าใจว่าตนเองอาจจะเป็น (Major depressive disorder: MDD) ซึ่งผลปรากฏว่าจิตแพทย์วินิจฉัยว่าเป็น ADHA แบบ Inattention เพราะด้วยบางความคิด อารมณ์ความรู้สึก และพฤติกรรมค่อนข้างมีรายละเอียดอยู่พอมควร จึงมีส่วนที่ซ้อนทับกันหลายประการ
หลังจากนั้นมาก็ตั้งใจมากที่จะเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไปตามนัด สังเกตตนเอง และมีส่วนร่วมสนับสนุนตนเองทุกทิศทาง เพราะโรคทางจิตเวชนั้นเป็นโรคที่อยู่ภายในตนเอง ที่ล้วนเป็นเรื่องของสมอง สารสื่อประสาท จิตใจ และสังคม และอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อกันอย่างปฏิเสธได้ยาก หากเข้าสู่กระบวนการรักษา บำบัด ฟื้นฟู อย่างเหมาะสมก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี (ซึ่งตอนนั้นให้กำลังใจตนเองอย่างนั้นค่ะ)
อย่างที่ทราบกันดีว่าข้อมูลในโรคADHDนั้นยังมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับโรคทางจิตเวชอื่นๆ อาจด้วยความหลากหลายของอาการ แต่พอวันหนึ่งที่มาพบโพสต์นี้ ยอมรับเลยว่าเหมือนมานั่งอ่านเรื่องราวของตนเองจริงๆ แม้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกอาการ แต่คนที่เป็นจะเข้าใจดีว่าหมายถึงอะไร^^หลังจากที่อ่านจบมีหลายๆความรู้สึกเกิดขึ้นมาก ทั้งดีใจ ทั้งเคลียร์ข้อสงสัย ทั้งมีกำลังใจ มากค่ะว่า แม้อาการที่เกิดจากโรคจะก่อให้เกิดปัญหา อุปสรรค หรือวิฤตเกิดขึ้น แต่หากเราได้รู้ว่าเราเป็นโรคนี้นั่นเท่ากับว่าเราได้หายจากโรคนั้นแล้วเกินครึ่ง หากเราเข้าใจในอาการ เข้าใจตนเอง เตรียมพร้อม ยอมรับ เรียนรู้โรค อาการ ตนเอง ไปพร้อมกัน เรียกได้ว่างัดหลายวิธีการมาใช้และค่อยๆฟื้นฟูตนเองอย่างเหมาะสม บุคคลเหล่านี้มีพรสวรรค์อยู่ในตนเองมากเลยทีเดียว หากแต่คุณกำลังอยู่ในจุดเดียวกันกับฉันที่ได้รับรู้ว่าตนเองเป็น ADHD ที่กำลังหมดกำลังใจ ขอให้คุณลองสังเกต และมองเห็นในความสามารถ และความพิเศษในตนเอง แม้บางคนอาจอยู่กับมันมานานมากโดยที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ตามอย่างดิฉัน แม้สิ่งที่ซ้อนอยู่ภายในทำให้เรามองไม่เห็นได้โดยง่าย อาจมีบางครั้งจนเข้าขั้นหลายๆครั้งที่ทำให้เรากังวล จนซึมเศร้าจนเผลอเข้าใจในศักยภาพที่มีอันจำกัดของตนเอง ทุกสิ่งทุกความรู้สึกอาจเกิดขึ้นได้เพียงเพราะเราไม่รู้ และด้วยอาการของโรคนั้นสามารถทำให้เกิดภาวะต่างๆขึ้นได้ก็ตาม แต่ในบางรายอาจพบท้้งหลายภาวะ และโรคก็เป็นได้ สิ่งสำคัญมากสิ่งหนึ่งที่ควรทำนั่นคือเข้าพบจิตพทย์ เพื่อเข้ารับปรึกษาค่ะ และดิฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ADHD แบบ Inattention นั่นหมายความว่าที่เพิ่งมาทราบตอนโตนั่นคือ ได้รับคำอธิบายว่าในเด็กบางรายที่เป็นแล้วเพิ่งมาทราบตอนโตสามารถเกิดขึ้นได้เพราะหากถูกชดเชยด้วย IQแล้วก็จะทำให้เรานิ่งนอนใจว่า ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และไม่ชัดเจนพอที่จะเห็นถึงปัญหาเพราะมองว่ามันโอเค แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพียงถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังอ่านและมีลูกอาจสามารถทำให้ตระหนักและสังเกตลูกอย่างเหมาะสม เพราะดิฉันทางบ้านอยู่ในสังคมวิชาชีพ และไม่พบประวัติอย่างชัดเจนมาก่อน ทั้งนี้มีผลทางการเรียนยืนยันในการตัดสินถึงการเป็น และไม่เป็นเป็นหลัก มาทราบอย่างชัดเจนก็ตอนทำงาน อย่างที่บอกค่ะว่า สมาธิก็ส่วนสมาธิ IQ ก็ IQ มันคนละส่วนกันค่ะ หากสังเกตดีๆอาจมีสัญญาณหรือไม่นั้น บุคคลที่ใกล้ชิดเด็กเท่านั้นที่จะทราบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเล่น การเรียน สังคม และอื่นๆอีกมากมาย หากคุณสงสัยโปรดอย่านิ่งนอนใจนะคะ ลองเข้าปรึกษาจิตแพทย์ดูค่ะ รู้ไว จะได้ส่งเสริมได้อย่างเหมาะสมค่ะ เพื่อลูก เพื่อคุณค่ะ
กระทั่งทุกวันนี้ที่ก็ยังอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่องค่ะ มีสมาธิมากขึ้น รู้สึกโลกสดใสมากขึ้น จัดการอะไรได้ดีขึ้น จิตใจดีขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดมีอีกหลายๆวิธีที่เลือกจะบำบัดไปพร้อมกันค่ะ เริ่มแรกอาศัยความสนใจจากตนเองเป็นหลักเพื่อเป็นการผ่อนคลาย แต่สิ่งที่เป็นผลพลอยได้คือมาสังเกตตนเองว่าการคงตัวของสมาธิดีขึ้น เลยนับได้ว่าMusic Therapy ถูกเลือกเป็นวิธีแรกของทุกๆเช้าค่ะ ขอแนะนำเป็นเพลงบรรเลง หรือเพลงสากลก็ได้ค่ะ ที่ฟังแล้วรู้สึกสบายๆ เช่น country,jazz,เสียงธรรมชาติ เสียงน้ำไหล เสียงนกร้องเป็นต้นค่ะ เพราะในเรื่องของดนตรี หรือศิลปะ ล้วนเป็นวิถีหนึ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด ธรรมชาติให้ และใกล้ตัวมากๆ ลองใช้ประโยชน์ในทางสร้างสรรค์จากสิ่งนี้ดูนะคะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเจ้าของโพสต์มากค่ะ และขอบคุณคุณสามีของคุณมากนะคะ ที่ได้แปล Text ที่เป็นประโยชน์มากๆกับดิฉัน และอีกหลายๆคน

อยากฝากกำลังใจถึงผู้ที่เป็นในโรคนี้ค่ะว่าคุณถือเป็นผู้โชคดีที่ได้รู้ว่าตนเองเป็น เช่นเดียวกับดิฉันที่มีความตั้งใจในทุกๆวันค่ะว่าเราจะได้เรียนรู้เข้าใจในอาการของโรค และวิธีการรักษาฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ขอเพียงรัก เรียนรู้ เข้าใจ มีวินัย ให้อภัย ฝึกความยืดหยุ่น และศรัทธาในตนเองควบคู่ไปกับการรักษาจากแพทย์ ความสำเร็จเกิดขึ้นได้แน่นอนค่ะ ^^


โดย: Lemon Sweet IP: 27.55.17.191 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:18:26 น.  

 
ขอแก้ไขคำที่พิมพ์ผิดค่ะ เป็นADHD แบบ Inattention ค่ะ ไม่ใช่ADHA ค่ะ ^^


โดย: Lemon Sweet IP: 27.55.17.191 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:48:59 น.  

 
ขอบคุณสาระ ดีๆ เกี่ยวกับอาการ สมาธิสั้นในผู้ใหญ
ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด แอนมีอาการเหล่านั้นแทบทั้งหมด


โดย: Ann IP: 49.237.151.54 วันที่: 21 มีนาคม 2559 เวลา:15:35:23 น.  

 
ขอบคุณสาระ ดีๆ เกี่ยวกับอาการ สมาธิสั้นในผู้ใหญ
ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด แอนมีอาการเหล่านั้นแทบทั้งหมด


โดย: Ann IP: 49.237.151.54 วันที่: 21 มีนาคม 2559 เวลา:15:37:12 น.  

 
ขอสั้นๆได้ไหม ยาวไปอ่ะ


โดย: แค่คนที่ผ่านมา IP: 223.207.55.173 วันที่: 1 เมษายน 2559 เวลา:7:12:18 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ ทำให้หายกังวลไปได้เยอะเลย
ตอนนี้อายุ 26 จะ 27 อีกไม่กี่เดือนนี้แล้วหละค่ะ เป็น Graphic Designer มาเรียนต่ออยู่ที่ต่างประเทศ มาคนเดียวเลยพอเกิดปัญหาก็ไม่รู้จะไปปรึกษาใครดี บอกใฟ้แฟนฟังเค้าก็ไม่ค่อยสนใจ บอกที่บ้านเค้าก็หาว่าบ้ารึเปล่า สงสัยดื่มเหล้าเยอะ? (พอดีเป็นคนชอบดื่มหนะค่ะ อาทิตละครั้งสองครั้ง ) เริ่มสงสัยว่าตัวเองผิดปกติเมื่ออาทิตก่อนค่ะ ในคลาสจะต้องมีเขียนบทความแล้วเค้าก็มีตัวอย่างประโยคและบทความมาให้เราทำ คืออ่านบทความแล้วนำมามาเติมในตัวอย่างประโยค แต่ทำไม่ได้ค่ะ มึน งง ไปหมดว่าจะทำยังไงดี ปกติเป็นคนเขียนบทความภาษาอังกฤษได้250 คำ ในเวลา 30 นาทีค่ะ แต่เมื่ออาทิตก่อนเขียนได้แค่ 5 บรรทัด ในเวลา 20 นาที วันศุกร์ที่ผ่านมาจะจดบันทึกสิ่งที่ครูสอนแค่ลอกตามครูบทกระดานก็ทำไม่ได้ค่ะ ในสมองคิดหลายสเต็บสับสนไปหมดเลย เลยนั่งนิ่งๆแล้วบอกตัวเองว่า ก็แค่ทำตามเขียนไปตามที่เห็น แค่นั้นแหละค่ะถึงจะทำได้ มันเป็นเหตุการณ์ที่ดูตลกมากสำหรับบางคนนะคะ แต่หลังจากวันนั้นก็เลยเริ่มทบทวนความผิดปกติของตัวเองค่ะ
ตอนเรียนมัธยม ติดศูนย์วิชาศิลปะ เพราะไม่ยอมส่งงาน เหตุผลเพราะเคยส่งงานไปแล้วครูไม่ยอมเอางานคืน (ในตอนนั้นคืองานของเราสวยมากเราเลยอยากเก็บไว้ แต่พอส่งไปหลายๆชิ้นครูไม่ยอมส่งคืนเลยไม่ส่งเลยทำให้ติดศูนย์เลยค่ะ ตอนนี้จบป.ตรี ด้าน Art&Design )
ตอนเด็กเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยค่ะ โดยการเอาผ้ามารัดคอตัวเองแรงๆ คือเป็นเด็กที่ครอบครัวค่อนข้างเข้มงวด และโดนผู้ปกครองตีและดุด่าบ่อยๆ โดนตีบ่อยมากกกกกกกกกกกกกก
เวลาโมโหหรือขัดใจมากๆชอบทำร้ายร่างกายตัวเองค่ะ บางทีก็ดึงผม ตบหน้า เอามือทุบโต๊ะ เคยเอามือต่อยกำแพงจนมือบวมต้องไปหาหมอเลย ( อาการทำร้ายตัวเองไม่มีตอนอยู่เมืองนอกค่ะ ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ปีแรกที่มาอาจจะมีหดหู่ใจบ้าง แต่ตอนปีก่อนกลับไทยไปสามเดือน ร้องไห้ทุกวัน และคิดฆ่าตัวตายอีกแล้ว )
เป็นคนที่โดนเพื่อนผู้หญิงเกลียดบ่อยมาก เกลียดคือแบบนำเราไปด่าว่าเสียๆหายๆแล้วชวนคนอื่นเกลียดเราด้วยนะ โดนแรกๆก็เสียใจหลังๆมาเริ่มชิน แต่พอมาอยู่ที่เมืองนอกก็ไม่เห็นคนชาติอื่นเค้าจะเกลียดเราเลย มีแต่คนไทยนี่แหละค่ะ ยังคงโดนเกลียดอยู่สม่ำเสมอ อาจจะเป็นเพราะทัศนคติของเราไม่ค่อยตรงกัน ตัวอย่างเช่นเพื่อนดูข่าวดาราแล้วเอามาเม้ากัน บางทีเราก็จะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรารึเปล่า? แล้วเราก็จะแย้งออกไป วงแตกเลยจ้า มีครั้งนึงเพื่อนใส่เสื้อตัวฟิตแล้วพุงมันปลินๆออกมาเป็นชั้นๆ เราก็เลยเตือนว่าแกๆดึงเสื้อหน่อย มันฟิตเห็นเป็นชั้นๆอะ โดนมองแรงเลยค่ะ เหมือนแบบว่าเราน่าเกลียดจังทำไมพูดแบบนี้ ซะงั้นไป
เป็นคนที่มีทัศนคติแปลกๆหลายอย่างค่ะ คนรอบข้างจะบอกตลอดว่าทำไมคิดแปลกๆ แต่บางทีเราก็แปลกใจทำไมคนต้องคิดเหมือนๆกันทำตามๆกันด้วยมันน่าตลกดีจัง บางทีก็โดนด่าว่าโลกสวย
ตอนเรียนคอสไอเอลประสบปัญหา การเขียนกราฟเลยค่ะ พอเห็นตัวเลขปุ๊บ สมองหยุดทำงาน (ตอนนี้ก็ยังบวกลบคูณหารตัวเลขง่ายๆไม่ได้เลยค่ะ) ทั้งๆที่เค้ามีกราฟมาให้และมีคำศัพท์มาให้ เราก็ไม่สามารถเขียนได้ คือรู้ว่าต้องเขียนยังไง แต่ทำไม่ได้ค่ะ แต่พอเรียนเขียน บทที่สอง เป็นการนำขอบเขตความรู้ของตัวเองมาเขียนกลับเขียนได้ดีมากๆเลยค่ะ
ตอนแรกคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าหรือไบโพล่าหรือเปล่า แต่ตอนนี้มันไม่ได้เศร้าอะไรเลยค่ะ แต่ไม่สามารถเข้าใจในเรื่องของแกรมม่า หรือการทำอะไรที่เป็นแบบแผนได้เลย บางครั้งลำดับตัวอักษรผิด บางทีเขียนตัวพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กในคำๆเดียวกัน และสลับตำแหน่งอักษรในภาษาไทย อารมแบบว่าพอเจออะไรในกรอบปุ๊บ จะทำให้คิดอะไรไม่ออกเลย หลายครั้งที่ไอเดียของเราโดนคนอื่นหัวเราะ และครูคิดว่าทำไม่ได้ ก็เลยมาเรียนต่อที่เมืองนอก แต่ดันต้องได้คะแนน ไอเอล 6.5 นี่สิค่ะ ก็เลยทำให้เครียดและกดดันมาก แต่ตอนนี้เปลี่ยนแผนให้ยืดหยุ่นกับตัวเองมากขึ้น ขอบคุณสำหรับบทความนะคะ


โดย: เค IP: 192.99.14.34 วันที่: 24 เมษายน 2559 เวลา:12:51:49 น.  

 
อาการที่อ่านมากตรงกับผม 99%เลย ผมคิดมาตลอดว่าผมชอบมองการไกล ฉลาดกว่าคนอื่น ครูก็ชอบชมว่าฉลาด แม่ก็ชมว่าผมฉลาดแต่ไม่มีไหวพริบ เพื่อนคนที่ฉลาดบอกว่าผม ไอคิวสูงแต่อีคิวต่ำ แต่ทำไมความสำเร็จไม่มีเลย ชีวิตล้มเหลวทุกด้าน ทำงานก็ลาออก เรียนไม่จบ ทำธุรกิจก็เจ้ง แฟนก็ทิ้ง ชีวิตที่ฝันว่าต้องเป็นเจ้าของธุรกิจพังหมด ขาดความมั่นใจ เพื่อนเหลือ1คน ซึ่งคอยซ้ำเติมผมทุกครั้งที่ผมปริปากปรึกษา ผมต้องนั่งหน้าคอมวันละ15ชั่วโมง ใช้ชีวิตไปวันๆ จนมาเจอบทความโรคสมาธิสั้น ผมไม่รอช้าเข้าพอจิตแพตทันที่ ศิษบัตรทอง โรงบาลรัฐ หมอบอกเคยรักษาแค่เด็ก หมอบอกว่าผมไม่น่าเป็นสมาธิสั้น ทั้งๆที่ยังไม่ฟังรายละเอียดลึกๆของผมเลย บอกว่าเป็นแค่นิสัยของเราเอง แต่ผมยืนยันว่าผมเป็นสมาธิสััน100% จนพบหมอครัังที่3 หมิตัดรำคาญโดยยอมให้ริทาลิน แต่ไม่มีคำแนะนำอะไรเลย ผมทรมารมาก ต้องมาบำบัดตัวเองจากการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต แต่อย่างน้อยผมก็รู้ตังและมียาช่วย ผมคงเก่งกว่าหมอแล้วมั่งในโรคของผมนะ


โดย: ธนาธิป IP: 182.232.170.73 วันที่: 15 กรกฎาคม 2559 เวลา:23:52:17 น.  

 
ขอเล่าสั้นๆ ผมเป็นADDแน่นอน100% เพราะทุกอย่างตรงหมด และอ่านคอมเม้นท่านอื่นๆนี้ชัดเลยว่าหัวอกเดียวกัน ผมเข้าใจดีที่ทุกคนเล่ามา ผมก็ผ่านมาเหมือนกัน สิ่งที่น่าเจ็บใจคือคนรอบข้างไม่เข้าใจเรา เพียงเพราะลักษณะภายนอกดูปกติ และเราเป็นผู้ใหญ่ด้วยเราควบคุมมันได้บ้าง ไม่เหมือนเด็ก แต่ADDก็คือADD เราปิดไม่มิดหรอก ปิดคนอื่นได้ ส่งผลให้คนอื่นมองเราเป็นคนไร้ค่า ไม่มีประโยชร์ ไร้ความรับผิดชอบ คนรกโลก แทนที่จะมองว่าเราป่วย


โดย: ธนาธิป IP: 182.232.170.73 วันที่: 16 กรกฎาคม 2559 เวลา:0:18:07 น.  

 
ขอบคุณมาก ครับ. ดีขึ้นมาก จาก เรื่องร้ายๆรอบด้าน ที่ถูกกั้นไว้ จนตัวผมเองต้องหยุดทุกสิ่งนั้งหาคำตอบตัวเองกับสิ่งที่ตัวเองเป็น


โดย: llkumpunll IP: 114.109.166.29 วันที่: 22 มีนาคม 2560 เวลา:13:53:19 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: www IP: 1.46.168.184 วันที่: 15 พฤษภาคม 2560 เวลา:20:42:14 น.  

 
ขอบคุณบทความนะครับ แม้จะหลายปีมาแล้ว แต่ตัวผมเองก็พึ่งทราบว่าเป็นตอน อายุ 34 นิแหละจนหมอให้ริทาลินมา ก่อนนี้ปัญหาส่งผลกระทบหลายสิ่ง เสียโอกาสไปเยอะ แต่ได้รู้ตัวก่อนก็ดีครับ จะได้โฟกัสได้ถูกจุดซะที


โดย: TurkY IP: 124.120.200.33 วันที่: 30 ตุลาคม 2560 เวลา:16:17:46 น.  

 
ขอบคุณทุกความเห็นนะคะ
ขอบคุณที่บทความนี้มีประโยชน์
ยังเข้ามาตามอ่านความเห็นอยู่เรื่อยๆค่ะ


โดย: pinkyjung วันที่: 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา:2:13:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
pinkyjung
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add pinkyjung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.