Between the Line and Something in my Heart
Group Blog
 
 
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
ตามหารักในความทรงจำ (Finding love in Memory) : ตอนที่ 2




หญิงสาวร่างสูงโปร่ง ผิวขาวอมชมพู ท่าทางทะมัดทะแมงอยู่ในชุดกระโปรงยาวกรอมเท้า ท่อนบนเป็นเสื้อยืดคอกลมแขนกุดสีชมพูอ่อนพอดีตัว ดวงหน้ารูปไข่ได้รูป ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกระจ่างใสเป็นประกาย รับกับทรงผมยาวหยิกสลวยเป็นลอนใหญ่ ทำให้ดูสวยหวานหากก็แฝงด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองไม่น้อย หญิงสาวก้าวเดินรวดเร็วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ ไม่ใส่ใจผู้คนที่ต่างพากันจ้องมองด้วยความสนใจด้วยคิดว่าเธอเป็นดาราสักคนในวงการ หญิงสาวกดหมายเลขชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูย่านกลางในเมืองเพื่อขึ้นสู่ห้องพัก



ชั้นสูงสูดของโรงแรมแห่งนี้จัดเป็นชั้นพิเศษที่เป็นห้องชุดหรูมีระดับ บ่งบอกว่าผู้อยู่อาศัยต้องมีฐานะไม่น้อย ทันที่ที่หญิงสาวก้าวล่วงเข้าสู่ห้องชุด หญิงสาวก็มองเห็นร่างสูงคุ้นตาในชุดสีดำยาว นั่งทอดอารมณ์อยู่ริมระเบียงที่ทางโรงแรมจัดไว้เป็นจุดที่ไว้ให้ผู้ที่เข้าอยู่ได้มองเห็นความงามของเมืองนี้ในมุมสูง ดูเหมือนว่าร่างสูงที่นั่งอยู่นั้นจะจมอยู่ในภวังค์ ไม่สนใจว่าตัวเองนั้นจะนั่งอยู่ในตำแหน่งที่หมิ่นเหม่ชวนอันตรายยิ่งหากพลัดตกหล่นลงไป



เสี้ยวหน้าด้านข้างนั้นงดงามราวรูปสลัก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นเหม่อมองไปไกลคล้ายตกอยู่ในห้วงฝัน ดวงตาคู่นั้น หากหญิงสาวผู้ใดได้เห็นย่อมไม่อาจละสายตาและอาจหลอมละลายได้โดยง่าย แต่หญิงสาวผู้ที่คุ้นเคยกับคนตรงหน้านั้นเคยชินเสียแล้ว เขากับเธอสนิทกันจนเกินกว่าจะหลงใหลรูปลักษณ์ภายนอกเฉกเช่นคนสามัญธรรมดา



“เอี้ยนเฟยจ๊า นี่มันโลกมนุษย์นะเจ้าคะ กรุณาอย่าทำให้ผู้คนแตกตื่นด้วยการปีนขึ้นไปนั่งตรงราวระเบียงนั่น ตึกสูงขนาดนี้ คนข้างล่างเห็นเข้าอาจนึกว่านายอกหักจนคิดอยากฆ่าตัวตายสังเวยรักขมเข้า” น้ำเสียงหวานหยอกเย้า ยืนกอดอกมองอีกฝ่ายยิ้มๆ



คนนั่งทอดอารมณ์ ยกริมฝีกปากขึ้นนิดๆ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวตรงหน้า เอ่ยเสียงเย้าแหย่อีกฝ่ายเช่นกัน ทีท่าเช่นนี้ทำให้หญิงสาวคิดว่ามันดูดีกว่าท่าทางเฉยชาไร้ความรู้สึกอย่างที่เจ้าตัวมักปฏิบัติอยู่เป็นนิตย์จนกลายเป็นความเคยชิน



“คุณก็เหมือนกันล่ะน่า เซียงเอ๋อร์ ทำตัวเป็นสาวน้อยสวยใส ถ้าไม่บอกคงไม่มีใครรู้หรอกว่าคุณน่ะเป็นยายแก่อายุหลายร้อยปีแล้ว”



“อ๊าย! ใจร้ายไปแล้วนะเอี้ยนเฟย ฉันบอกแล้วอย่าพูดเรื่องนี้ หน้าตาฉันเนี่ยยังสวยใสน่ารักอยู่นะ ใครเห็นก็ต้องมองทั้งนั้นล่ะ” คนถูกต่อว่าขึ้นเสียงสูง



“คุณเชื่อลมปากมนุษย์พวกนั้นด้วยหรือ” น้ำเสียงนั้นเย็นชา กระด้างไม่น้อย



“นายเคร่งเครียดจริงจังเสมอนะ เอาเถอะมาอยู่บนโลกมนุษย์ก็ต้องทำตัวเป็นมนุษย์หน่อยสิ ว่าแต่ทำไมมานั่งเก๊กหน้าเบื่อโลกขนาดนี้ งานไม่ราบรื่นหรือไง” หญิงสาวซักถาม เดินอ้อมไปยังเคาน์เตอร์บาร์ที่อยู่ด้านในห้อง เปิดตู้เย็นหาของกิน ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มส่ายหัวช้าๆ



“คุณทำตัวเหมือนมนุษย์เข้าไปทุกทีนะเซียงเอ๋อร์ เป็นเทพทานอาหารด้วยหรือไง ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนของคุณสมเป็นเซียงเอ๋อร์ เทพธิดาแห่งโชคชะตาจริงๆ”



“ก็แค่เทพตกสวรรค์ อ๊ะ อย่ามาทำเสียงแบบนั้นใส่ฉันนะ เกาเอี้ยนเฟย เราอยู่บนโลกนี่มานานเท่าไหร่แล้ว มันน่าเบื่อไม่ต่างจากบนสวรรค์นั่นแม้แต่น้อย แล้วอาชีพแม่หมอทำนายดวงชะตานี่ฉันก็ไม่ได้ชื่นชอบสักนิด การมองเห็นความเป็นไปของคนอื่นมันไม่สนุกนักหรอก ไม่เข้าใจว่ามนุษย์อยากจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าไปทำไมกัน” หญิงสาวเอ่ยปากโต้ตอบอีกฝ่ายทันควัน



ใช่...บางครั้งเธอเองก็เบื่อ สิ่งที่เธออยากรู้ สิ่งที่เธอตามหา ป่านนี้ก็ยังไม่เจอด้วยซ้ำ อำนาจและความสามารถที่เธอมีในโลกนี้จำกัดยิ่งนัก แต่ก็โชคดีอยู่บ้างที่เธอมีอำนาจวิเศษที่ทำให้สามารถอยู่ได้บนโลกนี้ได้โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเงินทอง



“ที่จริงถ้าคุณไม่เข้ามายุ่งเรื่องของผม คุณก็คงไม่ต้องกลายมาเป็นนางฟ้าตกสวรรค์แบบนี้” คราวนี้นัยน์ตาของชายหนุ่มหม่นแสงลงเล็กน้อย เอ่ยกับอีกฝ่ายว่า



“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ นายไม่เกี่ยวหรอกทั้งหมดมันเป็นเพราะความจุ้นจ้านของฉันเองแหละ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ ทำเหมือนจะลืมเลือนเรื่องบางอย่างที่อยู่ในใจตัวเองเช่นกัน ความเงียบเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ หญิงสาวก็เอ่ยปากออกมาอีกครั้ง จ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง



“รู้สึกว่าเหมือนนายกำลังมีเรื่องปิดบังฉัน เอี้ยนเฟย ปกตินายไม่ใช่พวกที่แสดงอารมณ์ความรู้สึก แล้วไอ้ที่มานั่งหน้าเบื่อโลกนี่ต้องมีสาเหตุ” หากทว่าคนหน้าเฉยไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมาให้จับได้สักนิด แต่คนอย่างเซียงเอ๋อร์มีหรือจะปล่อยให้ผ่านเลยไป



“อย่าคิดมีความลับกับฉัน เอี้ยนเฟย แล้วเลิกเลยไอ้การสะกัดกั้นไม่ให้ฉันอ่านใจนายได้น่ะ” หญิงสาวคาดคั้น หากเกาเอี้ยนเฟยกลอกตาไปมาอย่างอ่อนใจ เซียงเอ๋อร์เป็นคนแปลก อ๊ะไม่สิเป็นนางฟ้าที่คิดอะไรแปลกๆ จะมาคาดคั้นอะไรกับเขา



“นี่มันสิทธิส่วนบุคคล คุณยังจะคิดละเมิดอีกหรือไง เซียงเอ๋อร์” ชายหนุ่มต่อคำกับอีกฝ่าย แน่สิ...อยู่กับเซียงเอ๋อร์ เขาเองจำต้องปิดกั้นความคิดไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่งวุ่นวายโดยง่าย ไม่งั้นเขาคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ หากเซียงเอ๋อร์เข้ามาอ่านความคิดเขาตลอดเวลา



“นี่ฉันมีมารยาทหรอกนะ แล้วนี่ฉันถามนายตรงๆ นายเก็บเงียบฉันจะไปรู้ได้ไง” หญิงสาวแอบทำเสียงน้อยใจอีกฝ่าย ก็นะเธอกับเขามาอยู่บนโลกมนุษย์ตั้งนาน เอี้ยนเฟยยังทำตัวเข้าถึงยากอยู่เช่นเดิม ไหนๆ ก็เป็นเพื่อนร่วมลงเรือลำเดียวกันแล้ว เป็นมิตรกันหน่อยก็น่าจะดี



“ก็แค่ไปรับดวงวิญญาณของหญิงชราคนหนึ่งที่เฝ้ารอคอยจะได้พบหน้าตาหลานรักครั้งสุดท้าย ทั้งที่จริงๆ มันเป็นไปไม่ได้ มนุษย์ก็แปลกหวังคอยอะไรลมๆ แล้งๆ” น้ำเสียงนั้นดูหงุดหงิด จนเธอรู้สึกได้ ปกติแล้วเอี้ยนเฟยไม่ค่อยจะแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับงานที่เขาทำนัก หากคราวนี้...หรือว่า



“นายพูดเหมือนตัวเองไม่เคยเป็นมนุษย์มาก่อน หรือว่านายได้เจอจงจื้อเหยียน” คำพูดเดาส่งนั่น ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าชะงักนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นชาว่า



“เหลวไหลน่าเซียงเอ๋อร์ ไม่เข้าใจว่ายายนั่นทำไมเห็นคนอย่างพวกเรา มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางมองเห็นเราได้ไม่ใช่หรือ หากเราไม่คิดแสดงตัว”



“แล้วนายจงใจปรากฏตัวให้เขาเห็นหรือเปล่าล่ะ เขาไม่ตกใจหรือ อ๊ะ จะตกใจทำไมน้า หากยมทูตมีหน้าตาแบบนาย คงยอมตายมอบดวงวิญญาณให้นายแบบไม่อิดออดแน่ๆ” หญิงสาวมองหน้าอีกฝ่าย ดวงตาเป็นประกายระยับ หากคนฟังดูจะไม่ขำกับคำแหย่เหล่านั้น



“เซียงเอ๋อร์...” เสียงนั้นดูจะไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ทว่าเซียงเอ๋อร์ไม่ใส่ใจ



“เขาเห็นนาย บางทีนายกับเขายังมีความผูกพันบางอย่างหลงเหลืออยู่ก็ได้ ว่าไหม ...จนป่านนี้นายยังไม่ลืมเรื่องพวกนั้นอีกหรือ” ที่จริงก็แปลก คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์เห็นพวกเธออยู่แล้ว หรือว่าหลิวเหวินเซียงจะมีพลังอะไรบางอย่าง



“เขาไม่ใช่จื้อเหยียน หลิวเหวิน เซียงนั่นเป็นคนละคนกัน เราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ต่างคนต่างอยู่แบบนี้ดีแล้ว” เจ้าตัวกระโดดลงมายืนกับพื้นอีกครั้ง ก่อนจะหายตัวตัดบทไปดื้อๆ



“ปากแข็งใจแข็งให้ตลอดนะเอี้ยนเฟย ไม่สนใจแล้วนายรู้ได้ไงว่าหลิวเหวินเซียงคือจงจื้อเหยียนกลับมาเกิด เชอะ” เซียงเอ๋อร์ตะโกนไล่หลัง พอได้อยู่คนเดียวอีกครั้ง จิตใจของหญิงสาวก็ล่องลอยไปไกล ในโสตประสาทของเธอคล้ายได้ยินเสียงที่คุ้นใจ



“เซียงเอ๋อร์ นี่เจ้าทำอะไรลงไป ไม่มีอะไรทำให้เจ้าเกรงกลัวได้บ้างเลยหรือ” น้ำเสียงนั้นจริงจังเคร่งเครียดมีความอิดหนาระอาใจปะปนแฝงความห่วงใยไว้หลายส่วน



“ถิงเฟิงเจ้าจริงจังเกินไปแล้ว แค่ข้าถือวิสาสะเปิดดูสมุดดวงชะตาต้องห้ามแค่นั้น เจ้าทำไมต้องตื่นเต้นด้วย เจ้าไม่พูด ข้าไม่พูดแล้วแล้วใครจะรู้” คนถูกตำหนิมีสีหน้าเสียใจเพียงนิดเดียว ตอบอีกฝ่ายอย่างไม่ใส่ใจในการกระทำของตัวเอง



“เจ้า...เจ้าคิดว่าพ่อของเจ้าไม่รู้หรือ เจ้าจะดูถูกท่านเง็กเซียนไปหน่อยแล้ว เรื่องที่เจ้าทำมันใหญ่มากและนั่นหมายความว่าข้าบกพร่องในหน้าที่” เทพหนุ่มที่มีใบหน้างดงามหล่อเหลาส่ายหน้าอย่างเหลืออด เป็นเขาเองที่ตามใจนางตลอดเวลาจนนางเคยตัว แล้วเป็นไรล่ะนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ เขาจะรับมือไหวหรือ



“ถิงเฟิงเจ้าประสาทไปแล้วนะ แล้งน้ำใจอีกด้วย ข้าแค่ต้องการล่วงรู้ว่าทำไมฟ้าถึงกลั่นแกล้งคนคู่หนึ่งให้เจ็บปวด ข้าต้องการรู้อยากช่วยเหลือก็เท่านั้นเอง” เซียงเอ๋อร์ผู้ไม่เคยทุกข์ร้อนเอ่ยปากถึงสิ่งที่นางทำและเชื่อเสมอว่าไม่มีสิ่งใดผิดหรือเสียหาย



“เจ้าชมชอบคนหน้าตาดีแบบเจ้าหนุ่มนั่นจนยอมทำเรื่องเหลวไหลที่สุดขนาดนี้ ข้าตามใจเจ้าจนเหลิงไปแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงนั้นห้วนแข็งกระด้างทีท่าไม่เหมือนถิงเฟิงที่อ่อนโยนแม้แต่น้อย



“จะมากไปแล้วนะถิงเฟิง เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาต่อว่าข้า แม้เกาเอี้ยนเฟยจะหน้าตาดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ข้าหูตามืดบอดแบบที่เจ้ากล่าวหา ข้าเพียงเห็นว่าโชคชะตาเล่นตลกเกินไป ข้าผิดด้วยหรือ” เซียงเอ๋อร์ขึ้นเสียงไม่ยอมแพ้เช่นกัน



ถิงเฟิงเงียบงัน ใช่ว่าเขาไม่รู้และก็เป็นเขาเองที่แอบละเมิดกฎเพราะความใจอ่อนของตัวเองเช่นกัน คงเพราะเข้าใจความรู้สึกของคำว่ารัก เขาเองก็ต้องพร้อมยอมรับความผิดของตัวเองเช่นกัน ผู้คุมกฎผิดกฎเสียเองได้อย่างไร หากเขาไม่อยู่ตรงนี้ใครจะคอยห้ามปรามความใจร้อนดื้อรั้นของนางกัน



“เซียงเอ๋อร์โชคชะตาของแต่ละคนถูกกำหนดมาแล้ว แม้ว่าเจ้าจะเป็นเทพแห่งโชคชะตาก็ไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิ์สอดรู้สอดเห็นเรื่องราวเหล่านั้นได้ หากเจ้าคิดช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงดวงชะตาคนอื่นเขาไปทั่ว โลกมิวุ่นวายไปหมดหรือ” น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนลง



“ข้าเข้าใจ...ถิงเฟิง ข้าขอโทษ” นางยอมเอ่ยปากขอโทษรับรู้ว่าบางครั้งตนเองก็เอาอารมณ์เป็นใหญ่เช่นกัน



“ท่านถิงเฟิงและท่านเซียงเอ๋อร์ ท่านเง็กเซียนมีบัญชาให้ท่านทั้งสองเข้าพบ” เทพชั้นผู้น้อยเอ่ยเสียงสุภาพขัดขึ้นขณะที่ก้าวเข้ามารายงาน ถิงเฟิงสูดลมหายใจลึกยาว รับรู้ชะตากรรม มือแข็งแรงกุมมือบางของอีกฝ่ายเบาๆ คล้ายให้กำลังใจ ก่อนปล่อยมือและสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว อยู่ๆ เซียงเอ๋อร์ก็รู้สึกเย็นวาบจับหัวใจ ราวกับว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าถิงเฟิงอีก จึงรีบรุดตามเขาไปเข้าเฝ้าท่านเง็กเซียนฮ่องเต้เช่นกัน



เบื้องหน้าห้องโถงโล่งกว้างไร้วี่แววของเหล่านางฟ้าเทวดา เดิมทีนางคิดว่าจะถูกพิพากษาต่อหน้าทวยเทพเหล่านั้นเสียอีก เซียงเอ๋อร์ก้าวเท้าเข้าไปยังโถงกว้างนั้น ข้างหน้าของนางคือบัลลังก์สีทองอร่าม ผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นมีแววตาจริงจังเด็ดขาด บ่งบอกถึงความมีอำนาจ ข่มให้บริเวณโดยรอบดูขลังน่าเกรงขาม เซียงเอ๋อร์รับรู้ในใจว่านี่คงเป็นเรื่องใหญ่ นานครั้งที่นางจะเห็นแววตาเข้มงวดจริงจังเช่นนั้นของผู้เป็นพ่อ



เหลือบมองไปนางเห็นเกาเอี้ยนเฟยยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าท่านเง็กเซียนผู้เป็นใหญ่ในสรวงสวรรค์นี้ ท่าทางนั้นดูไม่ทุกข์ร้อนหรือหวาดกลัว ขณะที่ถิงเฟิงยืนเยื้องออกไปอีกมุมหนึ่ง



“มาแล้วหรือ เซียงเอ๋อร์ เจ้านี่มันช่างดื้อรั้นเอาแต่ใจจริงๆ ก่อเรื่องให้วุ่นวายใจได้ตลอด” น้ำเสียงนั้นมีแววติเตียนชัดเจน อีกทั้งยังมีความอิดหราระอาใจปะปนอยู่ สีหน้าของผู้เป็น
ใหญ่ในที่นั้น ยิ่งเอ่ยยิ่งจริงจัง เคร่งเครียด



“ท่านพ่อ ข้าผิดไปแล้ว แต่นั่นเป็นเพราะข้าอยากช่วยเหลือคนเท่านั้น” สีหน้าของหญิงสาวหม่นหมองลงคล้ายยอมรับความผิดที่ตนกระทำ หากแต่ก็ยังแน่วแน่ในเจตนาของตนว่าไม่ได้ทำในเรื่องที่ผิดแต่อย่างใด



“เทพแห่งดวงชะตา ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนชะตาของผู้อื่นพร่ำเพรื่อ ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าไม่ควรเปิดหนังสือต้องห้าม และยิ่งไม่มีสิทธิ์จับคู่คนนั้นคนนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า เจ้ามันสบายซะเคยตัว เห็นทีข้าควรจะให้บทเรียนแก่เจ้าบ้างนะ เซียงเอ๋อร์” น้ำเสียงของผู้เป็นบิดานั้นยังคงเจือโทสะอยู่ไม่น้อยที่เห็นท่าทางมั่นใจของผู้เป็นบุตรสาว



“เกาเอี้ยนเฟย เดิมทีเจ้าต้องถูกส่งไปห้องพิจารณาเพื่อตัดสินว่าเจ้าควรไปอยู่ที่ใด แต่...." ยังไม่ทันที่ผู้มีอำนาจสูงสุดจะเอ่ยปากจบ วิญญาณหนุ่มผู้นั้นกลับเอ่ยวาจาไม่ยินดียินร้ายขึ้นว่า



“ไม่ต้องพิจารณากระมังส่งข้าไปลงนรกขุมไหนเลยก็ได้ เพราะตอนมีชีวิตอยู่ข้าก็ไม่ได้ทำดีอะไรมากมายอยู่แล้ว” แววตาของท่านเง็กเซียนแปรเปลี่ยนไปนิดนึง ช่างพูดจาโอหังยิ่งนัก ทว่าดวงวิญญาณของเจ้าหนุ่มนี่ก็น่าสงสารอยู่ไม่น้อย เจ็บปวดกับอดีต จ่อจมอยู่กับความสิ้นหวังเข้าใจผิด ชะตาชีวิตครึ่งดีครึ่งร้าย ดวงชะตายุ่งเหยิงเพิ่มขึ้นเพราะบุตรสาวของเขาด้วย เอาเหอะบางทีเรื่องพวกนี้อาจช่วยเป็นบทเรียนให้ลูกสาวจอมยุ่งของตนได้บ้าง



“เจ้าคิดอยากจะอยู่ที่ใดก็อยู่ได้งั้นหรือ ไม่ง่ายกระมัง โชคชะตาของเจ้าเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว สิ่งที่เจ้าปรารถนานั้นไม่มีวันสมหวังดังใจคิดหรอก นับจากนี้เจ้าจะต้องมีชีวิตสืบไปในฐานะยมทูต เจ้ามีหน้าที่ดูแลและนำดวงวิญญาณที่หมดอายุขัยกลับมาที่นี่เพื่อพิจารณาว่าวิญญาณเหล่านั้นสมควรไปที่ใด บางทีหน้าที่นี้อาจทำให้เจ้ารับรู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่นั้นมีค่าเพียงใด” เสียงดังกึกก้องนั้นราวกับเป็นประกาศิตที่ใครก็ไม่อาจขัดขืน



“ส่วนเจ้า เซียงเอ๋อร์ เจ้าทำผิดวินัย รู้ไหมโทษทัณฑ์ของเจ้าเป็นเช่นไร” น้ำเสียงทรงอำนาจนั้นไถ่ถาม หากผู้ตอบกลับกลายเป็นถิงเฟิง เทพผู้คุ้มกฎสวรรค์



“ท่านเง็กเซียน บทลงโทษสมควรเป็นข้ารับผิดชอบ ในฐานะที่ข้าบกพร่องในหน้าที่”



“ถิงเฟิง เจ้าไม่ต้องรีบร้อนออกรับแทนนาง ข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่ นอกจากเรื่องของเซียงเอ๋อร์ เจ้ายังทำผิดกฎข้ออื่นอีกด้วยนึกว่าข้าไม่รู้อย่างนั้นหรือ” ผู้มีอำนาจสูงสุดได้แต่แอบทอดถอนใจ ถิงเฟิงเอ๋ยถิงเฟิง เจ้ามันตามใจเซียงเอ๋อร์จนเคยตัว เรื่องคราวนี้คงไม่อาจแก้ไข มันเป็นชะตาของฟ้ากำหนดไว้ พวกเจ้ามีกรรมร่วมกันมามีเรื่องต้องชดใช้ คราวครั้งนี้จะเป็นบทเรียนทดสอบความผูกพันของพวกเจ้าแล้ว และสำหรับถิงเฟิงไม่น่าเชื่อว่าจะยอมทำผิดกฎเพราะมนุษย์ตัวเล็กๆ อีกเช่นกัน



“ท่านพ่อ จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ข้าเป็นคนทำผิด ข้าต้องลงไปอยู่โลกมนุษย์สิ ไม่ใช่ถิงเฟิง” หวังเซียงเอ๋อร์ร้องขัดขึ้นอย่างขัดใจ ท่านพ่อบ้าไปแล้วทำแบบนี้ได้เช่นไร



“ทีนี้เจ้ารู้หรือยังล่ะว่าทำอะไรลงไป เซียงเอ๋อร์” ผู้เป็นบิดากล่าวเสียงเข้ม“

“เป็นข้าที่ทำผิดเอง อย่าได้ลงโทษเซียงเอ๋อร์เลย” ถิงเฟิงยังยีนกรานจะรับผิดเสียเองไม่อยากให้หญิงสาวต้องรับโทษทัณฑ์นี้



เกาเอี้ยนเฟยรับฟังบทสนทนาเหล่านั้นในใจกลับรู้สึกเจ็บแปลบ เพียงเห็นสายตาของถิงเฟิง เขาก็ทราบทันทีว่าเทพหนุ่มผู้นี้มอบหัวใจทั้งหมดให้หวังเซียงเอ๋อร์ไปหมดสิ้น ดูท่าเทพสาวผู้นี้จะยังไม่รับรู้ความรู้สึกนั้นกระมัง บนสวรรค์ก็ยังมีความรักฉันหนุ่มสาวอีกหรือ น่าตลกสิ้นดี ปกป้องหญิงอันเป็นที่รักสุดชีวิต ก็แค่ความคิดที่สวยหรูเท่านั้นล่ะ



“ใช่...เป็นความผิดของเจ้าถิงเฟิง ข้าจะส่งเจ้าไปอยู่โลกมนุษย์เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีวันจะช่วยเหลือเซียงเอ๋อร์ได้อีก” ประกาศิตนั้นถือเป็นคำขาดที่ทำให้เทพหนุ่มยอมรับอย่างเงียบงัน ยอมเดินตามเทพชั้นผู้น้อยไปยังประตูเพื่อลงไปยังโลกมนุษย์



“ใจร้ายเกินไปแล้วท่านพ่อ ใครทำผิดคนนั้นก็รับสิ” น้ำเสียงของหญิงสาวไม่พอใจยิ่ง



“ไม่ต้องกลัว เจ้าก็ต้องรับโทษเช่นกันอย่าคิดท้าทายข้า เจ้าต้องลงไปอยู่บนโลกมนุษย์ด้วย” คราวนี้ผู้เป็นบุตรสาวโต้กลับทันควันเมื่อได้ยินประโยคของผู้เป็นบิดา



“ถ้าท่านแม่รู้ ท่านต้องไม่พอใจท่านแน่ๆ”



“เหอะ นางต้องขอบคุณข้าที่ช่วยดัดนิสัยเสียๆ ของเจ้าให้ดีขึ้นมากกว่า เห็นแก่หน้าแม่เจ้าข้าจะให้เกาเอี้ยนเฟยเป็นเพื่อนเจ้าด้วย ใช้เวลาบนโลกนั่นทบทวนเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น” ผู้เป็นใหญ่บอกกล่าวพลางมองไปยังเกาเอี้ยนเฟยที่มีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงสักนิด เฮ้อ!เจ้าหนุ่มนั่นก็หน้าตายไร้หัวใจซะเหลือเกินจะอยู่ด้วยกันไหวไหม



“แล้วถิงเฟิงล่ะ” หญิงสาวรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมา



“เจ้าก็ลงไปตามหากันเองสิ สนิทกันไม่ใช่หรือ ว่าแต่เจ้ารู้กฎสวรรค์นี่ว่าหากต้องลงไปโลกมนุษย์จะต้องดื่มน้ำลืมเลือนเพื่อลบความทรงจำออกทั้งหมด นี่ถือเป็นโทษทัณฑ์สถานเบาของพวกเจ้าแล้วนะ” สำหรับเซียงเอ๋อร์แล้วการต้องตัดขาดกับถิงเฟิง แถมยังเป็นต้นเหตุให้เพื่อนรักต้องพบชะตากรรมเลวร้ายย่อมรู้สึกว่ามันเป็นโทษสถานหนักยิ่ง



“เกาเอี้ยนเฟย หน้าที่ของเจ้าก็ไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือง่ายๆ เพราะข้ารู้มาว่ามีวิญญาณกลุ่มหนึ่งที่คอยล่อลวงดวงวิญญาณที่ยังไม่หมดอายุขัยเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการสร้างขุมพลังของตนเองเจ้าต้องระวังให้มาก เพราะดวงเจ้ามีเคราะห์ระวังตัวด้วยล่ะ หม่าเกา นำตัวสองคนนี่ไปประตูทางออกสวรรค์” เง็กเซียนฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ได้แต่ทอดถอนใจ แม้ไม่อยากจะทำแบบนี้หากนี่คือโชคชะตา รู้แต่ไม่อาจขัดขืน เมื่อเจ้าอยากรู้จักความรัก เจ้าก็ต้องไปหาหนทางเอาเอง ชะตาฟ้ากำหนดไว้แล้ว



เส้นทางไปยังประตูทางออกสวรรค์ดูเหมือนสั้นยิ่งนัก หญิงสาวเงียบงันตลอดทางนางไม่มีโอกาสแม้กระทั่งกล่าวอำลากับถิงเฟิงด้วยซ้ำ เกาเอี้ยนเฟยเหลือบมองคนตรงข้าม แม้จะเย็นชาไร้ความรู้สึก หากเจ้าตัวก็เอ่ยกับหญิงสาวว่า



“ตามหาถิงเฟิงไม่ยากหรอกน่า พ่อเจ้ายังปรานี ยังให้เจ้าจดจำเรื่องราวของเขาได้ แต้ข้านี่สิทำไมไม่ให้ดื่มน้ำลืมเลือนนั่นด้วยนะ ในเมื่อกรุณาให้ข้าทำหน้าที่ที่เหนื่อยหนักแบบนั้น” น้ำเสียงของเกาเอี้ยนเฟยออกจะประชดประชันอยู่บ้าง คำพูดนั่นทำให้หวังเซียงเอ๋อร์เลิกคิดเรื่องของตนชั่วขณะ



“เจ้ามีเรื่องอยากลืมมากมายขนาดนั้นเชียว ว่าแต่จงจื้อเหยียนดื่มน้ำลืมเลือนนั่นด้วยหรือเปล่านะ”



“หวังเซียงเอ๋อร์ หากจะอยู่ร่วมกันต่อไป อย่าเอ่ยชื่อนั่นให้ข้าได้ยินอีก” น้ำเสียงนั้นห้วนกระด้าง นั่นสิเวลานึกถึงนาง ใจเขาเจ็บปวด ราวกับว่าเขาเป็นแค่จอมยุทธ์โฉดเขลาเบาปัญญาและนางช่างเป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ที่คอยโปรดสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ ทำไมเขาถึงรู้สึกเช่นนี้นะ



เซียงเอ๋อร์จับความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ว่ามีทั้งความรักและเกลียดชังไปพร้อมๆ กัน หรือเรื่องที่นางรับรู้ว่ามันจะมีเรื่องอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น ก็สมุดโชคชะตาเนื้อคู่นั่น นางอ่านไม่ทันจบถิงเฟิงก็เข้ามาขัด เลยไม่รู้เรื่องราวเลย นางรู้สึกอดโมโหถิงเฟิงจอมเข้มงวดขึ้นมาไม่ได้ แต่คราวนี้ไม่มีถิงเฟิงคอยอยู่คอยห้ามปรามแล้วแค่คิดก็ใจหาย



“นี่ไม่ใช่เพราะว่ารักมากจึงเกลียดมากหรอกหรือ” นางเอ่ยปากออกมา



“ข้ากับนางไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ป่านนี้นางคงเกิดไปเป็นนางฟ้ากระมัง ออกจะแสนดีขนาดนั้น โลกมนุษย์คงไม่เหมาะกับนางหรอก เป็นนางฟ้าที่ยุ่งวุ่นวายเหมือนเจ้า” คำพูดถากถางนั่นทำเอาเซียงเอ๋อร์ค้อนวงใหญ่ใส่อีกฝ่าย ปากคอเราะรายที่สุด ว่าแต่ยามรักคนผู้นี้จะมีท่าทีแบบไหนนะ อยากรู้จัง



หวังเซียงเอ๋อร์เก็บความคิดนั้นไว้ นับจากนี้ไปชีวิตคงมีเรื่องเปลี่ยนแปลงที่ต้องรับมือไม่หยุดแน่ๆ เมื่อไปอยู่บนโลกมนุษย์ ถิงเฟิง...ข้าต้องหาเจ้าให้เจอให้ได้เลย เซียงเอ๋อร์หมายมั่นในใจ



---------------------------------------------

ตอนที่ 2 กลับมาแล้วค่ะ หายไปเกือบปี ต้องขออภัยด้วยนะคะ ต่อจากนี้จะพยายามเข็นให้ได้อาทิตย์ละตอน ถ้าไม่ติดภารกิจอะไรนะคะ อิอิ แต่เขียนแนวนี้ยากอ่ะ










Create Date : 09 มกราคม 2554
Last Update : 25 สิงหาคม 2556 21:01:31 น. 10 comments
Counter : 415 Pageviews.

 
เย้ๆ ในที่สุดก็กลับมาซะทีนะ สงสัยพิษยมฑูตฟงลงทัณฑ์ให้ต้องรีบกลับมาแต่งฟิคต่อแหงมๆ

เข้าเรื่องเลยแระกันนะ ชอบๆ ชอบบทพี่ชายใจดีนะ แล้วก็ยมฑูตผู้เคร่งขรึม อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่อยู่ต่างภพกันจะสมหวังในรักได้หรือไม่ ในเมื่อชาติที่แล้วผิดหวังมาแล้ว ชาตินี้ก็น่าจะสมหวังได้สักทีนะ


โดย: จางงี้(จูเลี่ยนจาง) IP: 58.11.42.21 วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:16:46:11 น.  

 
555 คุณยมทูตนั่งจ้องตาดุเขม็ง เมื่อไหร่จะได้ออกโรงสักที รอนานแล้วนะ เลิกอู้ๆ

จะพยายามตั้งใจรักษาคอนเซ็ปต์ไว้ไม่ให้หลุดกลางทาง ชาตินี้จะลงเอยสมรักกันไหมต้อรออ่านกันต่อไปค่ะ


โดย: มิโดริ (momoka ) วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:17:15:51 น.  

 

ไปอ่านย้อนตอนเก่ามาแล้วจ้ะ เพราะว่ากลัวจำตัวละครผิดเดี๋ยวจิ้นผิด


โดย: O-yohyo วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:18:33:30 น.  

 

ถิงเฟงมาเกิดเป็นหลิวตงจื้อ (พี่ชายจาง) รึเปล่าคะ อยากให้เป็นแบบนั้นจังเลย เพราะรู้สึกสงสารถิงเฟิงจัง มีใจให้เซียงเอ๋อร์มานาน แล้วต้องมาโดนลงโทษเพราะนางอีกด้วย ตอนที่เซียงเอ๋อร์โดนถิงเฟิงตักเตือนทำให้นึกถึงพี่เหวินชูกับน้องจินห่าวลอยมาเลย


คุณยมทูตเนี่ย จิ้นภาพฟงตอนเล่นเป็นยมทูตได้สบายเลยค่ะ เพราะว่าฟงก็เล่นละครทีวีบีด้วย เหมาะเหม็งเลย ทีวีบีแอบมาอ่านเรื่องของมามิเปล่าเนี่ย


ขำคุณยายเซียงเอ๋อร์จริงๆ เริ่มคิดหนักว่าจะลงเอยกับหลิวตงจื้อ (พี่ชายจาง) ได้ยังไง เพราะคุณยายก็อายุหลายร้อยแถมเป็นเทพอีกต่างหาก หลิวตงจื้อเป็นเพียงแค่มนุษย์ที่อายุไม่มาก แล้วจะคู่กันได้ไงล่ะเนี่ยหนอ


โดย: O-yohyo วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:18:34:32 น.  

 
ใช่ค่ะ มามิตั้งใจให้หลิวตงจื้อเป็นถิงเฟิงค่ะ เพราะเรื่องราวของถิงเฟิงเกี่ยวข้องกับจงจื้อเหยียน ดังนั้นคนคู่นี้ถึงมาเกิเเป้นพี่น้องมีชะตาร่วมกันในชาติภพปัจจุบัน


โดย: มิโดริ (momoka ) วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:19:31:38 น.  

 

เย้พี่ตงจื้อเป็นถิงเฟิงกลับชาติมาเกิด ฮู่เร่

แล้วเมื่อไหร่หนอที่เซียงเอ๋อร์จะรู้ใจตัวเอง แล้วเมื่อไหร่หนอที่พี่ตงจื้อจะกลับมารักเซียงเอ๋อร์อีกครั้ง


ที่บอกว่าถิงเฟิงเกี่ยวข้องกับจงจื้อเหยียน คำใบ้อยู่ในประโยคนี้รึเปล่าคะ


“ถิงเฟิง เจ้าไม่ต้องรีบร้อนออกรับแทนนาง ข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่ นอกจากเรื่องของเซียงเอ๋อร์ เจ้ายังทำผิดกฎข้ออื่นอีกด้วยนึกว่าข้าไม่รู้อย่างนั้นหรือ”


แสดงว่าถิงเฟิงแอบช่วยจงจื้อเหยียนใช่รึเปล่าคะ ซึ่งข้อนี้เซียงเอ๋อร์ก็คงไม่รู้


โดย: O-yohyo วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:21:10:23 น.  

 
อิอิ ใช่ค่ะ เรื่องนี้เซียงเอ๋อร์ก็ไม่รู้ด้วย


โดย: มิโดริ IP: 110.168.102.69 วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:22:36:00 น.  

 

ตามมาแล้วค่า แต่ว่ามึนตี๊บกับตัวละครเพราะ ผกก.ห่างหายไปนานแรมปี ต้องวิ่งจู๊ดไปดู cast นักแสดงหน้าแรกล่ะ

ตอนนี้ถิงเฟิงลงไปเกิดในโลกมนุษย์แล้ว กำลังลุ้นให้เซียงเอ๋อตามหาพี่ตงจื้อให้เจอ จะได้ทำคะแนนใหม่ ให้ตงจื้อกลับมารักอีกรอบ


โดย: หลินอี้ วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:22:28:13 น.  

 

เพลงนี้คุ้นๆหูนะคะมามิ ใช่เพลงของจางเซี๊ยะโหย่วป่าวคะ จำได้ว่าเพลงนี้พี่ชายจางเคยร้องสดในมินิคอนฯให้แฟนคลับฟังด้วย ชอบมากๆล่ะ


โดย: หลินอี้ วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:22:30:33 น.  

 
ใช่แล้วค่ะเพลงของเฮียจางเซี๊ยะโหย่ว

ชอบๆ พอดีฟงเอาไปร้องในคอนเสิร์ตค่ะ

อิอิ ฟงเป็นแฟนเพลงของจางเซี๊ยะโหย่ว


โดย: มิโดริ IP: 124.122.168.218 วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:23:22:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

momoka
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลิขสิทธิ์งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกแห่งนี้เป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
Friends' blogs
[Add momoka's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.