Spain : Málaga, Costa del Sol
Málaga, Costa del Sol, Spain


เข้าเช็คอินที่โรงแรม Hotel ILUNION โรงแรมนี้พิเศษตรงที่ในห้องน้ำ นอกจากมีไฟแบบธรรมดาแล้ว ยังมีไฟสีแดงด้วย เอาไว้บิ๊วอารมณ์ ?





สะพานข้ามแม่น้ำ Guadalmedina รากศัพท์มาจากภาษาอาหรับแปลว่า River of the City เนื่องจากสมัยก่อนคาบสมุทรไอบีเรียนั้นเคยถูกยึดครองโดยแขกมัวร์ (Moor)

ชื่อสถานที่และสถาปัตยกรรมหลายอย่างจึงได้รับอิทธิพลแบบอาหรับมา





เดินไปบริเวณใจกลางเมือง ระยะทาง 1.5 กม. เมืองค่อนข้างไซส์เล็ก คนเยอะ บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก







Catedral de la Encarnación de Málaga (Cathedral of Málaga)

โบสถ์คาทอลิก เริ่มก่อสร้างในปีคริสตศตวรรษที่ 16 ใช้เวลาสร้างราวๆ 250 ปีจึงแล้วเสร็จ





Alcazaba และซากปรักหักพัง





คำว่า Alcazaba มาจากภาษาอาราบิกคำว่า Al-qasbah แปลว่า Citadel

ปราสาทอื่นๆที่มีอิทธิพลมาจากแขกมัวร์ จะได้ยินชื่อ Alcazaba แทบทุกที่ นอกจากที่นี่แล้วยังมีที่ Toledo กับ Segovia อีก

ปราสาทยุคกลางสถาปัตยกรรมแบบ Moorish เป็นป้อมปราการไม่อยู่ริมทะเล แต่ค่อนข้างใกล้ทะเลพอสมควร

สมัยคริสตศตวรรษที่ 15 แขกมัวร์ยึดครองคาบสมุทรไอบีเรียไว้ได้ครึ่งหนึ่งทางตอนใต้ เหลือแค่แคว้นทางเหนือคือ Castille, Leon (ปัจจุบันรวมกันเป็น Castilla y León), Aragon, Galicia, Navarra, Catalan และโปรตุเกสทางตอนเหนือ

ในช่วง Reconquista ภาษาอังกฤษคือ Reconquest หรือ Re-Christianization of Iberian Peninsula คือ การทำให้คาบสมุทรไอบีเรีย เปลี่ยนจากดินแดนแห่ง "อิสลาม" เป็นดินแดนแห่ง "คริสเตียน" อีกครั้ง

พระเอกและนางเอกหลักก็คือ พระราชา Ferdinand II แห่งแคว้น Aragon และพระราชินี Isabel I แห่งแคว้น Castille

โดยปี ค.ศ.1487 พระราชา Ferdinan II และพระราชินี Isabel I ได้ส่งกำลังมายึดครองป้อมแห่งนี้โดยใช้เวลา 3 เดือน แต่สงครามยังไม่จบ รอติดตามใน blog ตอนต่อไปเมือง Granada คร่าวๆก็คืออีก 5 ปีต่อมาทั้งสองพระองค์ได้ยึดคืน เมืองที่ถูกแขกมัวร์ยึดเมืองสุดท้ายคือ Granada ได้ในปี 1492

กำจัดอิทธิพลของอิสลามออกจากคาบสมุทรไอบีเรียได้สำเร็จ

จะเห็นได้ว่าสมัยก่อนโดยเฉพาะยุคกลาง ศาสนามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนอย่างมาก ใครทำตัวแปลกประหลาดนอกเหนือจากการตีความของคำสอนศาสนา อาจโดนข้อหาเป็นแม่มด โดนเผาทั้งเป็นได้ นอกจากจะมีผลต่อความคิดของคนแล้ว ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองระหว่างประเทศอีก ต่างศาสนากันก็สามารถฆ่ากัน ทำสงครามกันได้

พอมาถึงในยุคเรเนสซองจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ศาสนาเดียวกันแต่ต่างนิกายกันก็ยังทะเลาะกันได้ ยกตัวอย่างเช่นศาสนาอิสลาม นิกายซุนนี กับ ชีอะห์ เป็นอิสลามเหมือนกันก็ยังทะเลาะกัน หรือในยุโรปเอง ประเทศเป็น Protestant ก็แบ่งขั้วทางการเมือง
เห็นได้ชัดเช่น ฝ่ายโปรเตสแตนท์ ได้แก่อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ปรัสเซีย(เยอรมัน) สวีเดน vs. ฝ่ายคาทอลิกคือ ฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย แคว้นเล็กแคว้นน้อยที่เป็นประเทศอิตาลีในปัจจุบัน ก็ไม่ค่อยถูกกัน

อังกฤษกับฝรั่งเศส คงไม่ต้องพูดถึง รู้ๆกันดีอยู่แล้ว ทั้งผลประโยชน์ในยุโรปและในอาณานิคมโพ้นทะเล
อังกฤษกับสเปน ก็เคยทำสงครามทางทะเลโดยสเปนแพ้ กองเรือ Armada ถูกจม สเปนถูกเขี่ยออกจากการเป็นมหาอำนาจใหญ่ทางทะเล
สมัยก่อนเนเธอร์แลนด์เป็นเมืองขึ้นของสเปน อังกฤษให้ท้ายกษัตริย์ William van Oranje ก่อกบฎเพื่อประกาศเอกราชจากสเปน

The Prinsenhof, Delft : Click Here !! 

เบลเยียมทางตอนเหนือแคว้น Flander ที่พูดภาษาดัตซ์ หนึ่งในสาเหตุที่ไม่รวมประเทศกับเนเธอร์แลนด์ เพราะชาวแคว้น Flander เป็นคาทอลิก แต่เนเธอร์แลนด์เป็นโปรเตสแตนท์

สมัยนโปเลียน ประเทศคาทอลิกส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศส เช่น สเปน แคว้นเล็กแคว้นน้อยในอิตาลี (ยกเว้นออสเตรียเพราะฝ่ายนิยมสาธารณรัฐที่ก่อการปฏิวัติฝรั่งเศสได้ตัดหัวพระนางมารีอังตัวเนตต์ที่เป็นพระชายาของหลุยส์ 16 ทำให้ออสเตรียประกาศสงครามกับฝรั่งเศสทันที)
เห็นได้ชัดในสงครามคาบสมุทร Trafalgar ฝรั่งเศสกับสเปนจับมือกันต่อสู้กองทัพเรือของอังกฤษนำโดย Admiral Horatio Nelson สุดท้ายกองทัพเรืออังกฤษชนะ แต่ Horatio Nelson ถูก Sharpshooter (พลซุ่มยิง ปัจจุบันคือ Sniper) ของสเปนยิงตาย ปัจจบัน Admiral Nelson เป็นวีรบุรุษ มีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่บริเวณ Trafalgar Square คือ Nelson Column

Nelson Column, Trafalgar Square, London : Click Here !!

ปัจจุบันอังกฤษก็ยังมีดินแดนติ่งหนึ่งอยู่บนแผ่นดินทางตอนใต้ของสเปนคือ Gibraltar ปัจจุบันสเปนก็ยังเขม่นกับอังกฤษเรื่องนี้อยู่แต่หลักๆเป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศล้วนๆมากกว่า เคยมีการทำประชามติว่าชาว Gibraltar จะอยู่กับอังกฤษหรือจะคืนสู่สเปน ผลโหวตแทบเป็นเอกฉันท์ว่าขออยู่กับอังกฤษต่อ
สเปนทำทุกวิถีทางให้คนข้ามไป Gibraltar ลำบาก มี Barrier กั้น ทำให้ด่าน ตม.เสียเวลามากๆ

พระราชกรณียกิจของพระราชินี Isabel I ยังไม่จบแค่นี้ มีที่สำคัญมากๆอีกสองอย่าง อย่างนึงสำคัญระดับประเทศ อีกอย่างนึงเป็นสิ่งที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก

ไว้เล่าให้ฟังตอนต่อไปจริงๆล่ะ

ต่อๆ เดี๋ยวไม่จบ

Ayuntamiento (Town Hall)





ศาลากลางของเมือง Málaga

หลังจากเวียนหัวกับประวัติศาสตร์แล้ว มาชมชายทะเล Costa del Sol ดีกว่า





Costa del Sol แปลเป็นภาษาอังกฤษคือ Coast of the Sun เป็นชายหาดทางตอนใต้ของสเปน ระยะทางราวๆ 100 กว่าๆ กม.

ชายหาด ทรายไม่ขาวมาก แต่ไม่มีขยะซักชิ้นเลย









ส่วนนึงได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมส์ Final Fantasy VII มีเมืองในเกมคือ Costa del Sol คิดว่าอิงจากสถานที่จริงๆคือที่นี่

เนื้อเรื่องในเกมเป็นยังไงลืมไปละ แต่เพลงเพราะ รู้สึกอยากเป็น Cloud พา Aeris มาเที่ยวสองคน





ประติมากรรม Rubik ??





ปิดท้ายด้วย Tourist information center





Create Date : 16 มิถุนายน 2560
Last Update : 16 มิถุนายน 2560 23:18:44 น.
Counter : 279 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



Mickeytae
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



มิถุนายน 2560

 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
16 มิถุนายน 2560