พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
เมนูอันตรายติดอันดับโลก เที่ยวเกาหลีแนวใหม่

สวัสดีครับคราวนี้ท่านทูตเนมขอพาทุกท่านเที่ยวเกาหลีใต้ในมุมที่แปลกๆบ้างนะครับซึ่งคราวนี้เราจะไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่ากำลังจะเป็นที่นิยม



เครื่องบินจะเป็นที่นั่งแบบ3-3 บริการน้ำเปล่าฟรีตลอดเที่ยวบิน แอร์เย็นเว่อร์!!!





สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ บินกับ Jeju Air ขอบอก สจ๊วตหล่อครับ แอร์ก็สวย แต่บริการน้ำเปล่าฟรีอย่างเดียวตลอดเที่ยวบินครับ ตามราคาค่าเครื่องบินเลย ครับเบาว์ๆๆรอบนี้ผมไป 5วัน3คืน ครับ เดินทางจากสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานอินชอน ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่ารอบนี้ที่ไปมีไปสถานที่ใหม่ซึ่งท่านสามารถติดตามได้จากด้านล่างนี้ สำหรับในส่วนที่ไม่ได้ลงนั้นก็คือที่เดิมที่ว้ำและก็ซ้ำกับที่ทุกท่านเคยไปกันมาแล้ว อย่างเช่น พระราชวังเคียงบ็อก หรือไปตามคลองรวมทั้งเมียงดง ไปคล้องกุญแจไปทีไรก็ต้องขึ้นไปเพื่อชมวิวพาเพื่อนไปคล้องกุญแจช่วยให้เต็มบริเวณเร็วๆ และสถานที่ต่างๆแต่ที่จะรีวิวนี้คือสิ่งที่ผมยังไม่เคยได้ไปและทำและคาดว่าหลายๆท่านก็คงยังไม่ไปและยังไม่ได้ทำเช่นกันครับ อ่ออีกอย่างที่ต้องบอกก่อนครับว่าผมไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ครับต้องขออภัยที่ลงช้าไปเนื่องจากทำรีวิวไม่ทันจริงๆครับลงหลายเวปไซต์และหลายที่ท่องเที่ยวมากๆ

เรามาเริ่มจากการเดินหาร้านอาหารกันก่อนเลยนะครับทั้งย่านจะขายเหมือนๆกันเราเลยสุ่มเข้าสักร้านซึ่งที่นี่ก็เป็นที่นิยมที่ผู้คนหลังเลิกงานเขาเข้ามาทานอาหารค่ำกัน บางโต๊ะก็มาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ต้องขอโทษที่จำชื่อย่านนี้ไม่ได้พอดีบังเอิยเดินไปเจอครับ


น่าตาร้านที่เขาไปเปิดพิศดาร ด้วยความที่อ่านภาษาเกาหลีไม่ออกก็ชี้มั่วๆๆไป แต่ทำจำได้คือ ซันนักจี สั่งไม่ผิดอยู่อย่างเดียวครับ


เอาล่ะเเรามาเริ่มจากที่ได้พาดหัวไว้ ขอพาทุกท่านมาชิมไปพร้อมๆกับผมก่อนนั่นคือเมนูหมึกเต้น ไม่ต่างจากกุ้งเต้นครับ ภาษาเกาหลีเรียกกันว่า ซันนักจี เป็น1ในเมนูที่อันตรายติดอันดับโลกครับหลายๆท่านอาจเคยได้ยินและเห็นจากหนังไทยเรื่องกวนมึนโฮ และที่เคยเป็นข่าวดังไปทั่วโลกครับ

ปัจจุบันผมว่า มนุษย์เราขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทานอาหารได้หลากหลายและชอบสรรหาเมนู ใหม่ๆอยู่เสมอ ในครั้งนี้ผมได้ไปลองเมนูที่ขึ้นชื่อของเกาหลีใต้ ที่เรียกว่า ซันนักจี ( หมึกสดมีชีวิตเป็นๆ) ที่เสริ์ฟกันอย่างเลื่องชื่อระบือนามไกลไปยังหลายๆประเทสและเคยเป็นข่าวดัง ไปทั่วโลกที่เคยเป็นข่าวว่ากินเข้าไปแล้วปลาหมึกไปไข่ทิ้งไว้ในช่องปาก ซึ่งผมขอเรียกเมนูนี้ว่าหมึกเต้น ถ้าเทียบกับประเทศไทยก็ที่ไทยเป็นกุ้งเต้นครับ สมัยก่อนเป็นหมึกตัวใหญ่แต่เดี๋ยวนี้เป็นชิ้นเล็กแล้วครับเพราะที่เกาหลีใต้ เขามีกฏว่าต้องทำให้มันเล็กๆเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค  และต้องใจกล้า เท่านั้นถึงจะกินได้เพราะมันจะดิ้นยุบยับอยู่ในปาก บางคนได้ลองก็ชอบใจ แต่บางคนก็พะอืดพะอม คำแรกที่ผมได้ทานเข้าปากไปนั้นมันยังดิ้นๆและเกาะติดกับช่องปากผมด้วย รู้สึกได้เลยว่าระหว่างเคี้ยวๆนั้นมันก็ยังดิ้นได้ในปากเราที่สุดของชีวิต จริงๆกับเมนูนี้ ยิ่งกว่ากุ้งเต้นอีกครับ


สำหรับซันนักจี ต้องดื่มคู่กันกับ โซจู จะอร่อยสุดๆๆครับ หลังจากรู้สึกว่ามันกินยากแล้วก็เลยสั่งพวกต้มๆมาลองทานดู แต่จำชื่อเมนูไม่ได้มันเป็นประมาณว่าต้มปลาอะไรสักอย่างครับชื่อภาษาเกาหลี ผมไม่ค่อยถนัดเท่าไร


ในภาพนี่คือเหล้าโซจูของเลื่องชื่อ(หลายๆท่านคงเคยเห็นจากในซีรี่สย์เกาหลีหรือบางท่านที่เคยไปเกาหลีกันมาแล้วคงได้ลิ้มลองไป ผมว่าไม่ต่างจากเหล้าขาวบ้านเราหรอกครับ)


แต่ผมว่าโรยงาแล้วดูน่าทานนะครับ แต่สุดท้ายพอกลับมาถึงโรงแรมแอบเสียดายเงินเหมือนกันนะครับ มื้อนี้แพงมากๆๆๆเลยอะแบบประมาณว่ากินไรเข้าไปอ่ะ! แอบบาปนะ

ต่อมาเรามาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวสดๆร้อนๆนี้ สถานที่ต่อมาเป็นสถานที่แห่งอนาคตที่กำลังจะดังไปทั่วครับ ซึ่งตอนนี้ทางการเกาหลีใต้กำลังจะเริ่มโปรโมท เมืองเมืองนี้ซึ่งมีการขยายเมืองและสร้างเมืองใหม่ มีชื่อว่า โกยังครับ ที่นี่มีเมืองหิมะและสกีในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้และมีสวนน้ำขนาดใหญ่อีกด้วยครับ หรือที่มีชื่อว่า โลกแห่งลานน้ำาแข็งเล่นหิมะ 365วัน ( One Mount) ถ้าท่านใดไปเกาหลีแล้วรู้สึกเบื่อการข้ามไปยังเกาะนามิหรือไปไม่ตรงช่วงหิมะตกก็สถานที่แห่งนี้เป็นอีกที่ครับน่าไป มีSnow Dome พร้อมแสงสีและเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำขนาดใหญ่อยู่บนอาคารอีกด้วยครับ ซึ่งตอนที่ผมไปนั้นยังไม่ได้เปิดให้บริการ เรียกได้ว่า อนาคตนอกจากคนเกาหลีเองแล้วที่จะมาว่ายน้ำในช่วงหน้าร้อนที่สวนน้ำด้านบนหรือจะมาเล่นสกีในร่มก็ที่แห่งนี้แหละครับ









สถานที่ต่อมาคือ แหล่งท่องเที่ยวย่านวอมิโด หรือสถานที่พักผ่อนริมทะเลและที่นัดพบของหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ครับ







สถานที่ตรงนี้ก็มาชมวิวทะเล นั่งชิวๆกินลมชมวิวไป ถ้ามาเป็นคู่รักที่แอบส่องเห็นหนุ่มสาวเกาหลีก็มาเป็นคู่ๆ สถานที่บริเวณนี้ก็กว้างพอสมควรครับ แต่ผมว่าดูๆแล้วเหมือนจะสวนสนุกเก่าไปนะครับ

เอาล่ะครับจากนั้นเราไปกันต่อที่ย่านไชน่าทาวน์ซึ่งเวลาปกติแล้วอย่างตอนผมไปต่างประเทศย่านนี้เป็นอีกย่านที่ผมชอบไปเดินหาของทานครับ และเมื่อมาเกาหลีผมได้ยินชื่อว่าย่านไชน่าทาวน์ที่นี่ก็มีของเลื่องชื่อระบือไกลที่ต้องมาลอง

ชุมชนไชน่าทาวน์ เพียงแห่งเดียวของเกาหลี มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งใจว่าจะไปชิม ซาลาเปาขี้โกง ซาลาเปาสายรุ้งกันครับเพราะย่านนี้มีร้านอร่อยอยู่สองเจ้าที่ดังๆๆแต่ ปรากฏว่าผมมาเช้าเกินไปร้านยังเปิดไม่หมดซึ่งพยายามขอเขาวื้อเขาบอกยังทำไม่เสร็จ  แต่ไหนๆๆก็มาแล้วก็ได้ทาน...จำชื่อภาษาเกาหลีไม่ได้อะครับ รสชาติอร่อยอยู่ครับดังภาพด้านล่าง


ซึ่งเมื่อเรามาไชน่าทาวน์แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่าถัดจากไชน่าทาวน์ไปก็จะเป็นอีกจุดชมวิวท่าเรือ ซึ่งก็เดินต่อๆๆไปขึ้นเขานิดๆๆไม่สูงมากครับเพื่อไปสถานที่ตั้งของอนุเสาวรีย์นายพลแมกซ์อาเธอร์ และจุดชมวิวเมืองท่าเรือซึ่งระหว่างทางก็เป็นสวนสาธารณะเล็กๆบนเชิงเขาสวยครับ

จากภาพนี้คืออีกทางขึ้น ถ้าท่านไม่ได้เดินผ่านย่านไชน่าทาวน์นะครับ

ระหว่างเดินขึ้นเขาแอบเหนื่อยก็พักนั่งดื่มกาแฟ อากาศกำลังดีครับระหว่างนั่งเพลินๆก็คิดขึ้นได้ว่าจากประสบการณ์ผมว่าพอมานั่งคำนวณเงินในการเที่ยวเกาหลีแล้วระหว่างทริปที่มาเที่ยวเอง กับแบบที่ซื้อทัวร์มา ผมว่าค่าใช้จ่ายต่างกันมว๊าาาก เพราะซื้อทัวร์ผมว่าราคาถูกกว่ามาเองนะ แม่ผมมาเมื่อธันวาคมปี 2556 แม่ซื้อทัวร์มา 9,900บาท พอดูรุปและสอบถามแล้วคุณแม่ผมก็ไปที่เดียวกันเป๊ะๆๆกับที่ผมเคยไปโรงแรมก็นอนดีๆๆ อาหารครบทุกมื้อ ผมก็ตะลึงเลยทีเดียว พอผมได้มีโอกาสลองไปกับทัวร์ผมได้ไปในราคา10,900บาท โอ้วแม่เจ้า ค้นพบความจริงว่าการมากับทัวร์สำหรับประเทศเกาหลีใต้ คุ้มสุดๆๆครับ คุ้มเกินค่ามากๆๆเฉพาะค่าเรือบินก็คุ้มแล้วครับ


และก็มาถึงอนุสาวรีย์ท่านนายพล แมกซ์อาเธอร์ซึ่งระหว่างสองข้างทางก็เต็มอิ่มกับวิวของเมืองติดทะเล


พอเดินกลับลงมาจำได้ว่าขาขึนไปเจอร้านกาแฟร้านนึง แวะอีกสักที่แต่แอบแวะนั่งพักถ่ายรุปชมวิวครับ อิอิ


สถานที่ต่อมาครับตั้งแต่เคยมาเกาหลีพึ่งได้มาวัดแห่งนี้ คาดว่าหลายๆท่านก็อาจเคยมาแล้วเช่นกันครับ

บรรยากาศภายในครับ

เรามากันที่วัดโซแกซา
ซึ่งวัดนี้ถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเซนที่มีชื่อเสียงในประเทศเกาหลี ถึงแม้จะเป็นวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของเมือง แต่ภายในวัดมีความเงียบสงบและสวยงามไม่ต่างไปจากวัดอื่นๆ ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมักจะตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา หรือริมชายทะเล ภายในวัดมีต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงกว่า 26 เมตร, อาคารเก่าแก่ และเจดีย์ที่แกะสลักจากหินสูง 7 ชั้นนอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังมีความสำคัญในการจัดพิธีแห่โคมไฟรูปดอกบัว ในวันก่อนวันประสูติของพระพุทธเจ้า ซึ่งตรงกับวันที่ 8 เดือน 4 ของปีจันทรคติอีกด้วยครับซึ่งที่มาวัดนี้เพราะว่าในเกาหลีใต้จริงๆแล้วปกติวัดจะหาในกรุงโซลยากครับต้องไปตามชานเมืองและเคยได้ยินชื่อวัดนี้มานานแล้วด้วยซึ่งในวัดแห่งนี้ก็มีการทำพิธีกรรมคล้ายๆกับที่ไทยเราคือมีการทำบุญถวายข้าวสาร






สำหรับการเดินทางมาเดินมาตามถนนยูจองกังโนหรือเดินมาจากทางพระชาวังเคียงบ็อก สองข้างทางมีแผงขายผลไม้แผงขายปลาหมัก และมี กิมจิอีกชนิดหนึ่ง กิมจิปลาคล้าย ๆ ปลาร้าด้วยนะครับ  บรรจุอยู่ในโถพลาสติก สักพักก็จะเห็นกับร้านขายเครื่องพุทธบูชาพวกพระพุทะรูป เครื่องทองเหลือง ธูป ลูกประคำ ไม้เคาะ อยู่หน้าร้าน แสดงว่าคงใกล้ถึงวัดโชเกชาแล้วและท่านก็จะพบกับประตูวัดที่มีความสวยงามอลังการอยู่สง่าเลยครับ อ่อวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆกับตลาดอินซาดงด้วยนะครับ

เมื่อมาถึงหน้าบริเวณวัดก็จะพบกับซุ้มประตูวัดที่เด่นสง่า


อ่อผมขอทิ้งท้ายว่าถ้าท่านใดที่ขึ้นไปN Towerแล้วกลับลงมาก่อนเดินลงเชิงเขานั้นอย่าลืมเดินอ้อมไปด้านข้างฝั่งศาลานะครับจะมีบริการแต่งกายและถ่ายภาพฟรีกับชุดประจำชาติอีกด้วยมีให้เลือกเยอะมากๆครับ ผมพึ่งสังเกตุว่ามีบริการดีๆแบบนี้

ยังมีอีกที่ครับสนามบินอินชอนก็มีจุดบริการนักท่องเที่ยวที่ให้แต่งกายหรือร่วมกิจกรรมกับทางอค์การการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ในบูธได้อีกด้วยครับ ฟรี!! ผมมาทีไรต้องแวะมาแต่งตัวถ่ายภาพตลอด


ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ
ท่านทูตเนม FB; phumhorthong
ทิ้งท้ายด้วยภาพหนุ่มๆเกาหลี






Create Date : 07 พฤษภาคม 2557
Last Update : 7 พฤษภาคม 2557 6:04:05 น.
Counter : 997 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ท่านทูตเนม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]