ข้าคือ Sa'kyo
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 มกราคม 2550
 
All Blogs
 

>Love Or Passion< ตอนที่ 4


ทำไมจัดงานแต่งงานแต่ละครั้งมันเหนื่อยอย่างนี้นะ? ไม่อยากจะเชื่อเลย......ชีวิตนี้ทั้งชีวิตฉันจะแต่งงานครั้งนี้ครั้งเดียว คอยดูนะ

ฉันบ่นกับตัวเองระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ขึ้นห้องของตัวเอง วันนี้....ไม่ใช่สิช่วงนี้มีแต่เรื่องให้ฉันเหนื่อย เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจนี่มันหายยากจริง ๆ .......

........ตอนที่ซื้อพี่พีก็ว่าหอม พี่เค้าชอบกลิ่นนี้นะคะ หมวยเลยใช้........

ประโยคคำพูดของหมวยวกกลับเข้ามาในหัวสมองของฉันอีกครั้ง ทำไมถึงสลัดเรื่องของหมวยกับพีออกจากหัวไม่ได้สักทีนะ เขาสองคนคบหากันจริงหรือ? พีจริงจังกับหมวยมากแค่ไหน? ข่าวลือที่ได้ยินมาทั้งหมดเป็นความจริงงั้นเหรอ?

ลมหายใจของฉันพ่นออกมาอย่างเสียไม่ได้......สองขาก้าวเดินออกจาลิฟต์เดินตรงไปยังห้องของตัวเอง ดึกมากแล้วฉันอยากพักมากจริง ๆ

สายตาของฉันจดจ้องอยู่กับร่างของใครบางคนที่มานั่งอยู่บนพื้นที่หน้าประตูห้องของฉัน สายตาของเขาดูเหม่อลอยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ซองสีชมพูที่ฉันจำได้ว่า.......ฉันเคยฝากพี่รุจให้กับเขาคนที่มานั่งอยู่ตรงนี้ ถูกกำไว้แน่นจนยับยู่ยี่ไม่เหลือสภาพ

สองขาของฉันหยุดยืนข้าง ๆ ร่างที่นั่งนิ่งนั่น เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองฉัน ใจของฉันเต้นถี่รัวมากขึ้นเรื่อย ๆ กี่วันแล้วที่ไม่ได้เจอเขา? กี่คืน? กี่ชั่วโมง? กี่นาที?

ฉันเม้มปากสนิท กระพริบตาถี่ยิบเพื่อไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นออกมาให้จางหายไป แต่ช่วยไม่ได้จริง ๆ มันเกินจะกลั้นแล้ว

“จี้........”

เสียงแผ่วเบาของพีเรียกชื่อฉันเขาพยุงร่างที่ดูไร้เรี่ยวแรงของตัวเองขึ้น มันโงนเงนไปมา ฉันได้กลิ่นแอลกอฮอลล์จากร่างของพี เขาดื่มไปมากเท่าไหร่นะ ถึงได้มีสภาพอย่างนี้

“มารอนานแล้วเหรอ ?”

พีพยักหน้าช้า ๆ เขาพยายามอย่างมากที่จะยืนพยุงตัวเองให้มั่นคง แต่มันก็ดูจะทำได้ยากยิ่ง ฉันถลาเขาไปพยุงร่างของพี เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะยืนไม่ไหวจริง ๆ

“ยืนดี ๆ สิพี.....ทำไมถึงดื่มไปมากมายอย่างนี้นะ”

ฉันพูด พร้อม ๆ กับที่มือข้างหนึ่งพยายามยัดลูกกุญแจใส่ลูกบิด และไขประตู้ห้อง ส่วนมืออีกข้างก็กระชับร่างของพีแน่น

ฉันพาร่างของเขาเข้ามาในห้อง ค่อย ๆ พยุงร่างของเขามานั่งที่โซฟา ฉันวางกระเป๋าลงกับโต๊ะรับแขก พยายามขยับตัวของพีให้นั่งได้สบาย ๆ

“อยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวจะไปหาผ้ามาเช็ดหน้าให้”

พีไม่ได้ตอบอะไรฉัน เขาหลับตานิ่ง มือข้างหนึ่งของเขาจับแขนฉันไว้ มันแน่นมากพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกเจ็บ

“ปล่อยก่อนสิพี ฉันจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้”

พีส่ายหน้า เขาดึงร่างของฉันให้ไปนั่งข้าง ๆ เขา ก่อนที่เขาจะหันมาซบหน้าลงกับไหล่ของฉัน มือข้างที่กำการ์ดแต่งงานของฉันตวัดโอบร่างของฉันไว้ โดยที่ยังไม่ยอมปล่อยให้การ์ดใบนั้นหลุดออกจากมือ

“พีคงขอให้จี้เลิกคิดจะแต่งงานไม่ได้........................แต่พีขออยู่อย่างนี้อีกสักพักนะ”

น้ำเสียงที่แผ่วเบาของพีพูดออกมาพร้อม ๆ กับอ้อมกอดที่รัดร่างของฉันให้แน่นขึ้น ฉันตอบสนองด้วยการโอบกอดร่างของพีเช่นกัน

วันนี้ไม่มีกลิ่นน้ำหอมกลิ่นที่หมวยใช้ติดตัวเขามา มีแต่กลิ่นที่พีใช้เป็นประจำ กับกลิ่นแอลกอฮอลล์ที่เขาดื่มเข้าไปเท่านั้น แต่ฉันก็ยังสูดดมกลิ่นนั้นเข้ามาจนเต็มปอด ไม่ว่าตอนไหน กลิ่นกายของพีก็เป็นกลิ่นที่ฉันชอบเสมอ

ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างกำลังเกิดขึ้นที่หัวไหล่ของฉัน ฉันรู้สึกว่ามีหยดน้ำอุ่น ๆ ซึมผ่านเสื้อเข้ามาสัมผัสกับผิวเนื้อของฉัน.........น้ำตา.......

“พี......”

ฉันเรียกชื่อเขา ก่อนที่ร่างของพีจะสะอื้นเบา ๆ ในอ้อมกอดของฉัน.......ไม่จริง !!! พีกำลังร้องไห้อยู่........

ริมฝีปากของฉันเม้มสนิทอีกครั้ง น้ำตาเจ้ากรรมที่คิดว่ามันหยุดไหลไปแล้วเมื่อกี้ไหลออกมาอีกจนได้......ฉันกลายเป็นคนขี้แยไปแล้วเพราะนาย......

และนายกำลังอ่อนแอเพราะฉัน........

ฉันปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปอย่างช้า ๆ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดเพราะการร้องไห้ของเราเท่านั้นที่ดังเมาในหูของฉัน ในออมกอดมีรางของพีอยู่

ฉันอยากจะคิดว่าไม่ว่าเมื่อไหร่? ตอนไหน? นานเพียงไร? ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาออกไปจากชีวิตของฉัน.......ฉันอยากอยู่กับเขาตลอดไป

แต่มันเป็นไปไม่ได้..........ฉันกำลังจะแต่งงาน









ฉันค่อย ๆ ขยับเปลือกตาให้มันลืมขึ้น ความหนักอึ้งเพราะร้องไห้มาอย่างหนักทำให้ฉันลืมตามแทบไม่ได้ โอ้ย........หมดสวยกันพอดี

ฉันเหลือบตามองนาฬิกาติดผนังตัวเดิม เกือบจะที่ยงวันแล้วเหรอ.......ดีนะที่วันนี้เป็นวันหยุด ไม่อย่างนั้นละก็ หัวหน้าโวยฉันกระเจิงแน่ ๆ

ฉันขยับร่างช้า ๆ และพยายามให้เบาที่สุด ฉันไม่อยากให้พีที่กอดร่างฉันอยู่ตื่นขึ้นมาตอนนี้ ฉันแยกตัวออกมาช้า ๆ และค่อย ๆ พยุงร่างของพีให้ค่อย ๆ ซบลงนอนกับโซฟา จัดการยกขาของพีขึ้นไปวางบนโซฟา เพื่อให้เขานอนสบายตัวขึ้น......

จากนั้นฉันถึงเดินมาจัดการกับตัวเอง ฉันถอดเสื้อผ้าแล้วโยนมันลงไปในตะกร้าอย่างไม่แยแสอะไร คว้าเสื้อคลุมมาคลุมกาย แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

ฉันปล่อยให้สายน้ำจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายขับไล่ความสับสนที่อยู่ภายในใจ ความรู้สึกด้านดีของฉันแทบจะไม่มีเหลืออยู่ในใจของฉัน......สิ่งที่มีอยู่ตอนนี้คือ ทำยังไงถึงจะล้มเลิกการแต่งงานระหว่างฉันกับพี่วัฒ

ล้มเลิกงานแต่งงานงั้นเหรอ??......คนโลเลอย่างฉันจะทำได้อย่างนั้นเหรอ?

เหตุผลที่จะล้มเลิก??? เพราะฉันรู้สึกหวั่นไหวกับผู้หญิงคนหนึ่ง จนคิดว่าความรู้สึกนี่คือรัก

เธอรักเขาจริงหรือจีระ??? หรือเป็นเพราะเขาเข้ามาในตอนที่เธอเหงา.......

เธอลืมอะไรไปหรือเปล่าจีระ? ผู้หญิงด้วยกันจะรักกันได้ตลอดไปงั้นหรือ??

เธอมองเห็นความมั่นคงของความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงหรือ??

สิ่งที่ควรจะคู่กันนั่นคือ ผู้หญิงกับผู้ชาย.......

ไม่ใช่ผู้หญิงกับผู้หญิง.....มันเป็นแค่ความหลงชั่ววูบเท่านั้นจีระ

แค่ “หลง” ไม่ใช่ “รัก”..........................

ฉันลืมตามองภาพตัวเองผ่านกระแสน้ำในกระจก.....

ถ้านี่เป็นแค่ “หลง” แล้วความรู้สึกที่อยากอยู่ใกล้ ๆ ความรู้สึกห่วงใย ความรู้สึกหึงหวง เสียใจเวลาที่เขาไม่สนใจ นี่มันคืออะไร?

แค่อ่อนไหวไปตามอารมณ์งั้นหรือ? หรือเพราะอะไร?









ฉันใช้เวลานานมากกว่าปรกติจึงออกจากห้องน้ำ ผมเปียกชื้นของฉันถูกผ้าในมือของฉันซับหยดน้ำ สายตาของฉันกวาดมองไปทั่วบริเวณห้อง

บนโซฟาที่น่าจะมีร่างของพีนอนอยู่ แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า?.....พระเจ้า!!! เล่นตลกอะไรอีก? ฉันเพิ่งจะได้เจอกับเขาเองนะ หลังจากที่ไม่ได้เจอเขามานานแค่ไหนท่านรู้มั้ย?

ท่านเล่นตลกอะไรกับฉันอีก?..... พีไปไหน?

ฉันเดินพล่านไปทั่วห้องรับแขก....ห้องครัว ระเบียง แต่ก็ไร้ร่างของพี.....ฉันโยนผ้าที่ใช้เช็ดผมทิ้งอย่างไม่ใยดี สองขาก้าวเดินฉับ ๆ ไปที่โต๊ะรับแขก เผื่อพีจะทิ้งโน้ตอะไรไว้ บางทีตานั่นอาจจะแค่ลงไปหาซื้ออะไรทาน

ว่างเปล่า.............โต๊ะรับแขกยังคงอยู่ในสภาพเดิมเมื่อคืน ไม่มีโน้ต ไม่มีอะไรทั้งนั้น......ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดเอามาก ๆ การกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาแรง ๆ อาจจะทำให้ฉันหายหงุดหงิด.......

แต่ไม่.......มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ฉันกดโทรศัพท์โทรหาตาพีก็ไม่ติด ครั้งแรกไม่รับ ครั้งที่สองปิดเครื่อง ดีมาก.......

มาหาเมื่อคืน พอตื่นก็หายจ้อย นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ยพี?........

สุดท้ายฉันโง่อยู่ที่โซฟา 1 ชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นไปแต่งตัว.....ไหน ๆ นี่ก็วันเสาร์แล้ว ขอพักให้หายเหนื่อยจากทุก ๆ วันที่ผ่านมาก่อนเถอะ......

ติ๊งต่อง............ติ๊งต่อง............

เสียงจากด้านนอกประตูทำให้ฉันหันขวับไปมอง.... พีมาหรือเปล่า? ขาของฉันก้าวเท้าไปที่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกด้วยแรงของฉัน

.........................น้องหมวย.......................

เธอมาทำอะไรที่นี่?..........แล้วรู้จักที่นี่ได้ยังไง?.........

“สวัสดีค่ะพี่จีระ.....ดูเหมือนพี่จะเพิ่งตื่นนอนนะคะ?”

หมวยยิ้มหวานอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ฉันมาก่อน วันนี้เธอดูน่ารักกว่าทุก ๆ วัน เสื้อยืดสีสมพูอ่อนกับกางเกงยีนส์สีเข้มดูเข้ากับรูปร่างเพรียวสวยของเธอเหลือเกิน

“อะจ้ะ พี่ตื่นสักพักแล้ว....เข้ามาก่อนสิจ๊ะ”

ฉันเชิญหมวยเข้ามาในห้อง.....ความสงสัยยังเปี่ยมล้นอยู่ในความคิดของฉัน แต่ก่อนอื่นขอทำหน้าที่เจ้าของห้องที่ดีก่อน ฉันจัดการเอาน้ำ ขนม มาให้หมวยแล้วขอตัวไปจัดการกับสภาพของตัวเอง

หมวยมีธุระอะไรกับฉัน???

เธอมาที่นี่ได้อย่างไร?

เธอต้องการอะไร?

คำถามต่าง ๆ พลั่งพรูอยู่ในสมองของฉัน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวทุกอย่างต้องถูกเฉลยออกมาให้ฉันได้รับรู้แน่ ๆ

ฉันเสียเวลาสักพักกับการจัดการกับตัวเอง ก่อนจะมานั่งตรงข้ามมองสบตากับหมวย.....ดูเธอไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยกับสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของฉันที่มองไปยังเธออย่างเปิดเผย

ฉันได้รับเพียงแต่รอยยิ้มละไมของหมวยเท่านั้น

“อยู่คนเดียวสินะคะพี่จีระ? แล้ว......”

คงหมายถึงพี่วัฒสินะ.....

“แฟนพี่ไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ พี่อยู่คนเดียวค่ะ”

“แฟน?”

หมวยทวนคำว่า แฟน อย่างสงสัย?

“ก็พี่วัฒ คนที่พี่จะแต่งงานด้วยอาทิตย์หน้าไงคะะ”

หมวยพยักหน้าเข้าใจ ฉันสังเกตเห็นริ้วรอยความหมองเศร้าในแววตาของหมวยได้ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิม........

“หมวยนึกว่าคนที่อยู่กับพี่จีระคือพี่พีซะอีก...”

คำพูดของหมวยทำเอาฉันสะอึก แต่หมวยยังคงทำหน้าตาปรกติ ไม่แสดงอาการอะไรออกมาทั้งนั้น เด็กคนนี้ต้องการอะไรจากฉัน?.....ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะประสาทเสียกับเด็กคนนี้ซะแล้ว.....

“พี่กับพีจะอยู่ด้วยกันได้ยังไงคะ? เราสองคน..ไม่ได้.............เป็น......”

พอมาถึงตรงนี้ฉันถึงกับพูดไม่ออกเอาซะดื้อ ๆ

ฉันกับพีไม่ได้......ไม่อะไรกันละจีระ เธอจะบอกว่าเธอกับพีไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกันอย่างนั้นเหรอ??? เธอพูดได้เหรอ???

ฉันหลบตาที่หมวยมายังฉันอย่าเสียไม่ได้ ฉันไม่กล้าสบตาที่เต็มไปด้วยกระแสค้นหานั้น หมวยยิ้มบาง ๆ ยกแก้วน้ำมาจิบ เธอเอาแก้วน้ำลงวางไว้ที่เดิม ก่อนจะหยิบขนมขึ้นมาดู เธอไม่ยักกะกินเข้าไปแฮะ

“รู้ไหมคะ? ว่านี่คือขนมที่พี่พีชอบ ดอกไม้ในแจกันนั่นเป็นดอกไม้ที่พี่พีชอบ ผ้าม่านนั่นอีก พี่พีคงเอามาเปลี่ยนให้ช่วงที่พี่เค้ามาอยู่ที่นี่ ปากกาด้ามนั้นก็เป็นของพี่พี.... แล้วถ้าหมวยดูไม่ผิด เสื้อยืดตัวที่พี่ใส่อยู่นั่นนะ.....น่าจะเป็นของพี่พีด้วย .........................ใช่ไหมคะ?”

ฉันก้มดูเสื้อที่ตัวเองเผลอหยิบออกมาใส่ มันเป็นเสื้อของพีจริง ๆ วันนั้นฉันเก็บคืนเขาไม่หมด เลยเอาแขวนแอบไว้ในตู้

ปากกา เขาลืมไว้ ฉันก็เอามาวางไว้ที่โต๊ะ บางครั้งที่มานั่งทำงานที่โต๊ะ ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบเอามาดู.....

ดอกไม้นั่น เมื่อวันก่อนฉันก็เป็นคนซื้อมาปักเอง ผ้าม่านนั่น พีก็เป็นคนหอบเอามาเปลี่ยนช่วงที่เขาอยู่ด้วย

ขนม ฉันก็แค่ไปเดินห้างแล้วหยิบมาตามความเคยชิน เพราะมักจะซื้อมาตุนให้พีเสมอ.....ฉันเผลทำอะไรหลาย ๆ อย่างโดยที่มีพีเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทุกครั้ง โดยไม่รู้ตัว

“หมวย.....ไม่ได้ว่าอะไรถ้าพี่จะไม่ตอบคำถามที่หมวยจะถามต่อไปนี้ แต่ถ้าพี่คิดจะตอบหมวยอยากให้พี่คิดให้ดีก่อนที่จะตอบ”

ฉันมองหน้าหมวยอย่างสงสัย หมวยรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง ? แล้วกำลังจะถามอะไรฉัน? เธอต้องการอะไร?

“พี่รักพี่พีหรือเปล่าคะ?”

หมวยถามฉันมาตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม ฉันเผลอปากจะตอบคำถามนั้น แต่หมวยส่ายหน้า

“หมวยบอกแล้วไงคะ......ว่าถ้าคิดจะตอบให้คิดให้ดีซะก่อน แต่ถ้าไม่อยากตอบก็อย่าตอบ”

ฉันหุบปากลงทันที ทำไมหมวยต้องห้ามตอนที่ฉันกำลังจะตอบ? แต่ถ้าหมวยไม่ห้ามฉันก็คงจะตอบว่า “ไม่ได้รัก” ซึ่งนั้นเป็นการดีที่หมวยห้ามฉัน เพราะตอนที่ฉันกำลังจะพูด ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจจะขาดยังไงไม่รู้

ฉันนิ่งคิดอย่างที่หมวยบอก ฉันรักพีหรือเปล่า?

ไม่รู้.......

ฉันห่วงเขาไหม? คำตอบ.....ห่วง

ฉันแคร์เขาไหม? คำตอบ......แคร์

ฉันรู้สึกหึงเขากับคนอื่นไหม? คำตอบ.......หึง

ฉันอยากให้เขามีความสุขไหม? แน่นอนนั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ

แล้วตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่? คำตอบก็คือ.....ฉันกำลังนั่งบ้าอยู่กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มาซักไซ้ไล่เลียงความรู้สึกของฉัน เพื่ออะไรที่เธอคนนี้กำลังทำ? ในเมื่อเธอก็คงปรารถนาในตัวของพีไม่น้อยกว่าฉัน

“หมวยรักพีใช่ไหม?”

ฉันโพลงออกไป ตกใจเหมือนกันที่ตัวเองถามออกไปแบบนั้น แต่ก็ดีความรู้สึกค้างคานี้จะได้หมดไปจากใจของฉันสักที

หมวยคลี่ยิ้มบาง ๆ ไม่ได้ตอบฉันในทันที เธอเคี้ยวขนมช้า ๆ ก่อนจะตอบคำถามของฉัน

“รักค่ะ.....รักมากด้วย มากกว่าที่พี่คิดไว้มากแน่ ๆ”

ฉันรู้สึกว่าหัวใจมันกำลังบีบรัดตัวเองมากขึ้น ๆ ยิ่งประโยคต่อไปของหมวยมันยิ่งทำให้ฉันอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ

“แล้วพี่พีก็รักหมวยมากด้วย...มากกว่าที่พี่จีระจะรู้”

ฝ่ามือที่วางอยู่บนขาของฉันกำเข้าหากันแน่น เรียวปากถูกกัดเม้มจนความรู้สึกเจ็บจี๊ดมีแทรกเข้ามา จึงคลายริมฝีปากออก

“ค่ะ....พี่ทราบแล้วค่ะ”

“พี่ทราบ????”

หมวยถามเสียงสูง ใบหน้าเธอดูตกใจ แต่ก็มีรอยยิ้มดีใจ โล่งใจด้วย ฉันรู้ว่าเธอสองคนรักกัน แต่ขอร้องละอย่ามาทำหน้าตามีคามสุขแบบนั้นให้ฉันเห็นได้ไหม?

“ดีค่ะ......ดูพี่พีจะกังวลมากเรื่องระหว่างพี่พีกับหมวย เพราะมีคนพูดถึงกันเยอะเหลือเกิน พี่พีกลัวว่าพี่จะเข้าใจผิด ยิ่งช่วงนี้พี่สองคนไม่ได้เจอกันเลยนี่คะ”

“..............................”

ฉันไม่พูดอะไร ได้แต่ฉีกยิ้มมารยาทให้กับหมวย และดูหมวยจะรู้ว่าฉันแสแสร้งแกล้งทำด้วย เธอจึงพูดออกมา

“ถ้าพี่จีระไม่อยากยิ้มก็อย่ายิ้มเลยค่ะ หมวยไม่ได้ว่าอะไร”

ฉันถอนหายใจออกมา หลับตานิ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้น แล้วตัดสินใจถามหมวยถึงความต้องการที่เธอมาหาฉันถึงที่นี่

“พี่คิดว่าหมวยอาจจะต้องการอะไรมากกว่ามาถามว่าพี่รู้สึกอย่างไรกับพี แล้วก็มาบอกว่าพีกับหมวยรักกันมากแค่ไหนใช่มั้ยคะ?”

หมวยยิ้ม เธอพยักหน้า

“ใช่ค่ะ.......บอกตามตรง ตอนเจอพี่ครั้งแรกหมวยไม่ชอบพี่ เพราะพี่พีเอาแต่พุ่งความสนใจไปที่พี่คนเดียว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน? เมื่อไหร่? พี่พีก็จะมีแต่ จี้ ๆ ๆ ๆ ๆ หมวยไม่ชอบค่ะ”

ฉันนิ่งฟังหมวยที่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ท่าทางของเธอดุจนางพญา การวางตัวกิริยาท่าทางดูสงบ แต่แฝงด้วยอำนาจบางอย่างที่สามารถสะกดคนทุกคนได้ แต่ไม่ใช่กับฉัน............

“มันก็เป็นธรรมดาของคนที่รักกันอย่างหมวยค่ะ ที่จะไม่พอใจ”

“ค่ะใช่.......ตั้งแต่ไหนแต่ไร หมวยมีพี่พีคนเดียว รัก ห่วง อยู่แต่กับพี่พี แต่พี่พีกลับสนใจผู้หญิงที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตาแลเขา ไม่เคยแม้แต่จะคิดถึงความรู้สึกของเขา ถ้าเป็นพี่จีระ พี่จะรู้สึกยังไงคะ? ถ้าต้องมามองคนที่ตัวเองรักเป็นอย่างนี้”

“พี่คงเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขา”

หมวยส่ายหน้ากับคำตอบของเขา.........เธอล้วงเอาสมุดปกสีซีด ๆ เล่มหนาหลายเล่มออกมาจากกระเป๋าที่เธอถือมา เอาออกมาวางที่โต๊ะรับแขก

“ในฐานะน้องสาวหมวยเลิกรักพี่พีไม่ได้คะ”

ฉันเลิกคิ้วขึ้น ปากเผยอออกจากกัน หัวใจมันเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก

“อะไรนะคะ?”

ฉันถามย้ำออกไปอีกครั้งอย่างงง ๆ หมวยยิ้ม

“พี่พีเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของหมวยค่ะ เราสองคนโตมาด้วยกัน พ่อกับแม่เสียไปหมดแล้ว เรามีกันอยู่แค่สอง ไม่รัก ไม่ห่วงซึ่งกันและกันแล้วใครจะมารักมาห่วงเราละคะ?”

คำตอบถูกเฉลยออกมาแล้ว........................หมวยกับพีเป็นพี่น้องกัน พี่สาวไปช่วยเลือกน้ำหอมให้น้องสาวคงไม่แปลก การที่พี่สาวจะสนิทกับน้องสาวก็ไม่ใช่เรื่องพิสดารอะไร

ให้ตายเถอะนี่ฉันหึงบ้าบออะไรกับตาพีนะ?

“หมวยไม่รู้หรอกนะคะว่าพี่จะเอายังไงในเรื่องความรู้สึกของพี่กับพี่พีแล้วก็ว่าที่สามีของพี่ แต่ก่อนที่พี่จะแต่งงาน หมวยอยากให้พี่ดูไดอารีพวกนี้ก่อนค่ะ หมวยไม่ได้จะเร่งรัด หรือบังคับอะไรพี่จีระ แต่หมวยอยากเห็นพี่สาวของหมวยมีความสุขค่ะ........พี่พีรักพี่จีระมานาน....นานเกินกว่าที่พี่จะคิด และรักมาก หมวยมั่นใจว่ามากไม่แตกต่างจากผู้ชายที่พี่กำลังจะแต่งงานนี้ด้วยแน่ ๆ หรือบางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ”

ฉันหยิบไดอารี่ที่หมวยวางไว้มาเปิดดู เริ่มด้วยเล่มที่สีซีดที่สุด ฉันคิดว่านั่นคงจะเป็นเล่มแรก ๆ ที่พีเริ่มเขียน




..............25 พ.ค. 2539........................

โอ้ย!!! จะบ้าตายแล้ว.....ถ้าพีไม่ได้ระบายพีต้องอกแตกตายแน่ ๆ ลงทุนไปซื้อไดอารี่มาเลยนะเนี่ย........
หมดตังค์ค่าขนมไปเยอะเลย แต่ไม่เป็นไรยังไงก็ได้ระบายความรู้สึกของตัวเองออกมาบาง

เริ่มเลยดีกว่า.......

วันนี้ก็เป็นอีกวันตั้งแต่เปิดเทอมมาแล้วพีต้องใจเต้นแรงแทบทะลุออกมา แต่วันนี้มันมากว่าทุก ๆ วัน

วันนี้อาจารย์ให้พวก ม. 2 ย้ายแถวไปอยู่เบียด ๆ กับน้อง ม. 1 ที่เพิ่งเข้ามา เพราะข้าง ๆ แถวของม. 2 มีก่อสร้างลานพระพุทธรูป

พีไม่รู้จะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ก็แถวที่พีต้องไปยืนใกล้ ๆ นะ เป็นแถวของน้องคนหนึ่งที่พีแอบมองเขาตั้งแต่วันเปิดเรียนวันแรก....

น้องเขาน่ารักมาก พีเห็นครั้งแรกก็รู้สึกเหมือนตัวจะลอย ๆ อยากเข้าไปถามชื่อน้องเค้า แต่ก็ไม่เคยกล้าสักครั้ง เพื่อนก็แซวกันใหญ่ ช่วยไม่ได้ก็มันอายนี่นา

วันนี้พีต้องถามชื่อน้องเค้าให้ได้.... พีพยายามหาโอกาสเหมาะ ๆ เขาไปถามชื่อน้องเค้านะ แต่ไม่มีโอกาสเลย TT____TT เศร้า แต่เดี๋ยวนั่นอะไรนะ

คนนั้นมันพี่ม. 3 นี่นา มาทำไมที่แถวของน้อง ม. 1 ล่ะ พีมองตามร่างของพี่คนนั้นไป เห็นเขาไปหยุดที่หน้าของน้องคนนั้น..............คนที่พีชอบ เขามาถามชื่อของน้องเค้า...โอ้ย.....ไม่นะ อย่าบอกนะว่าเล็งน้องเค้าอยู่....พี่คนนี้ป๊อบซะด้วย...เป็นทอมที่หน้าตาดีมาก ๆ ๆ

จีระค่ะ......เสียงหวาน ๆ ของน้องเค้าตอบเมื่อพี่คนนั้นถามชื่อ.......ตามด้วย.....

จี้ค่ะ.......คงเป็นชื่อเล่น น่ารักจัง

ขอโทษนะคะ ฉันไม่ชอบผู้หญิงด้วยกันค่ะ........

พีดีใจนะที่ได้รู้ชื่อน้องเค้า.......แต่ก็เสียใจมากที่น้องเค้าพูด เขาไม่ได้ชอบทอมแบบพี




...............5 มิ.ย. 2539................

ช่วยพีด้วย ใจจะละลายแล้ว..........

รู้ทั้งรู้ว่าน้องเค้าไม่ได้ชอบทอม แต่ก็ไม่ยอมตัดใจนะพีนะ.....ดูดิ แอบมองน้องเขาทุกวัน คุยก็ไม่กล้าไปชวนเขาคุย ได้แต่แอบมองเขาอยู่ห่าง ๆ อย่างนี้....

วันนี้ห้องพีเล่นพละ บังเอิญมากกกกกที่ห้องน้องเค้าก็เล่นด้วย อาจารย์เลยแบ่งโรงยิมเป็นสองฝั่ง

พวกพีเรียนบาส น้องเค้าเรียนวอลเล่ย์บอล โอ้ย ๆ ได้อยู่ใกล้น้องเค้าอีกแล้ว.....

อยากขอบคุณเพื่อน เจ้าจีนกับเจ้าเรย์ที่แกล้งโยนลูกบาส เลยไปทางน้องเค้า

แล้วก็อยากฆ่าเจ้าสองคนนี้พร้อม ๆ กันไปเลย ที่ไล่ให้พีให้เป็นคนไปเก็บลูก ถึงจะไม่ได้ไปรับลูกบาสกับมือน้องเค้าก็เถอะ ก็ยังดีว้า ที่คนที่เก็บให้เป็นเพื่อนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากน้องเค้า

โอ้ย ๆ ๆ แค่เห็นน้องเค้าใกล้ ๆ พีก็จะละลายแล้ว........อย่าให้พีต้องไปคุยกับน้องเค้าเลย พีต้องตายแบบไม่รู้ตัวเพราะหัวใจวายตายแน่ ๆ




..............29 มิ.ย.2539...................

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพีไม่รู้ว่าน้องเค้าาเกิดตรงกับวันนี้........แต่เชื่อเถอะว่าไม่รู้จริง ๆ ที่รู้ก็เพราะเจ้าเรย์นั่นแหละที่โผล่ไปโปรยเสน่ห์กับน้องม.1 คนหนึ่งแล้วแอบล้วงความลับมาบอกพี

แต่ก็นะ.......เพิ่งจะรู้วันนี้แล้วจะไปหาของขวัญที่ไหนให้น้องเค้าทันละ สุดท้ายก็ไม่รู้จะทำยังไง เหมือนเดิมอย่างทุกที พักกลางวันก็มาแอบอยู่ในห้องเรียนวิทย์ แอบมองดูน้องเค้าจากตรงนั้น

พีเห็นน้องเค้าได้รับของขวัญจากเพื่อน ๆ ของเขา มีรุ่นพี่บางคนเอาดอกไม้ ของขวัญมาให้ พีอยากเดินเข้าไปเอาของขวัญไปให้น้องเค้าอย่างนั้นบาง แต่พีไม่กล้า ของขวัญก็ไม่มี ในมือตอนนี้ก็มีแค่ลูกอมรูปหัวใจอยู่เม็ดเดียว.....

แต่สุดท้าย พีก็หน้าด้านสุด ๆ ขอร้องให้เจ้าจีนเอาลุกอมที่ถืออยู่เม็ดเดียวนั่นแหละไปให้น้องเค้า กับคำพูดสองสามประโยค เจ้าจีนก็แสนจะดีไม่พูดอะไรมาก.....ช่วยตลอด แต่กว่ามันจะไปน้องเค้าก็เกือบจะเข้าเรียนแล้ว....

เจ้าจีนบอกแค่ว่า น้องเค้าฝากขอบคุณมา...................แค่นี้ พีก็ดีใจจนตัวลอยแล้ว










“สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะครับ”

ฉันพูดกับตัวเองเบา ๆ เมื่ออ่านมาถึงตอนนี้ เหตุการณ์ตอนนั้นไหลย้อนเขามาในสมองของฉัน

รุ่นพี่คนหนึ่งที่ฉันจำหน้าไม่ได้แล้ว เดินเขามาหาเรียกฉัน เขาส่งลูกอมเม็ดหนึ่งให้ฉัน ซึ่งฉันก็รับไว้ คำบอกเล่าของเขาก็คือ

“เพื่อนพี่เพิ่งรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของจีระ มันเลยเตรียมของขวัญให้ไม่ทัน มีแค่ลูกอมกับความรู้สึกที่อยากให้จีระมีความสุขมาก ๆ ในวันเกิดของตัวเอง คงไม่ว่าอะไรนะฮะ”

ฉันพูดไม่ออกชั่วขณะ ความรู้สึกตอนนั้น ของขวัญที่ได้มาราคาแพง ๆ ไม่มีอะไรมีค่ามากเท่าลูกอมหนึ่งเม็ดราคาถูกนั้นได้เลย ตอนที่มันมาอยู่ในปาก ฉันรู้สึกดีสุด ๆ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก คงเพราะคนที่ให้หวังให้ฉันมีความสุขที่สุดจริง ๆ

ฉันเงยหน้าขึ้นจากไดอารี่ ฉันไม่เห็นหมวยนั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว มีเพียงโน้ตเล็ก ๆ ที่วางใกล้ ๆ กับถาดขนม

.......ใช่เวลาในการทบทวนความรู้สึกของตัวเองให้ดีนะคะ อย่าหลอกตัวเอง ได้โปรดมองเห็นความรู้สึกของตนเองด้วยความรู้สึกของตัวเองนะคะ.................หมวย

ฉันวางโน้ตนั่นไว้ที่เดิม

มองเห็นความรู้สึกของตนเองด้วยความรู้สึกของตัวเอง................

อย่าหลอกตัวเองจนต้องหลงทางสินะ..........

ฉันนิ่งคิดอะไรอยู่สักพัก ก่อนที่จะเริ่มเปิดอ่านความรู้สึกของพีในไดอารี่ต่อไปเรื่อย ๆ ความรู้สึกที่ฉันไม่เคยได้รับรู้เลยมาตลอดหลายปี มันถูกบันทึกไว้ทุกวัน ๆ ในไดอารี่หลาย ๆ เล่มนั้น




........31 มี.ค. 44.........

วันนี้พีจบ ม. 6แล้ว พีได้ทุนเรียนที่ อเมริกา พีไม่อยากไปเลย เพราะถ้าพีไปอยู่ที่โน้น พีก็ไม่มีทางที่จะได้เห็นหน้าน้องเค้าอีกเลย แต่พีคงต้องเพื่ออนาคตของตัวเอง

รุ่นน้องหลาย ๆ คนเข้ามาแสดงความยินดีกับพวกพี พีรู้ว่าเราควรจะดีใจที่เรียนจบแล้ว แต่ข้างในของพีกลับไม่ยิ้มแย้มเลย

ตั้งแต่เช้าของวันนี้พียังไม่ได้เห็นหน้าน้องเค้าเลย วันสุดท้ายของการเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้มันช่างเศร้าสำหรับพีเหลือเกิน ตลอดหกปีที่อยู่ที่นี้ พีไม่เคยเลยสักครั้งที่จะคุยกับน้องเค้าไม่เคยเลยสักครั้งเดียว

ทุกวันตั้งแต่วันเกิดของน้องเค้าที่พีให้เจ้าจีนไม่ก็เจ้าเรย์เอาลูกอมไปให้น้องเค้าทุกวัน และคำพูดที่ฝากผ่านเพื่อนไปบอกน้องเค้าเท่านั้น....แค่นั้นสำหรับพี.........

แต่วันนี้..........พีอยากเจอน้องเค้า พีจะพูดกับน้องเค้า คงไม่บอกว่าชอบมากแค่ไหน คงไม่บอกว่ารัก มากเพียงไร.....แค่พูดว่าสวัสดีแค่คำเดียวพีก็พอใจแล้ว.........

แต่ทั้งชีวิตหกปีที่เรียนอยู่ที่นี้ ก็ไม่เลวร้ายจนทำให้พีต้องกลับมานั่งเศร้าคนเดียวที่บ้าน พีเห็นน้องเค้ายืนคุยอยู่กับเพื่อนของพี เจ้าจีนกับเจ้าเรย์

น้องเค้ายิ้มแย้ม น่ารักเสมอ ผมยื่นมองและเก็บรอยยิ้มนั้นไว้อยู่ในความทรงจำเพราะรู้ว่าอีกนานหรือนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ที่เจอกับน้องเค้า

จีนเข้ามาถามพีว่าไม่เข้าไปคุยกับน้องเค้าหรือ???.........ความตั้งใจครั้งแรกที่ว่าจะพูดสวัสดีมันหายไปหมดแล้ว........พีไม่กล้าอีกแล้ว

ส่ายหน้าเป็นคำตอบให้จีน ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา ที่ฝากไปให้น้องเค้าก็มีเพียงแค่ลูกอม และคำพูดว่า “สวัสดี” แล้วก็ “ลาก่อน” เท่านั้น...................................




...................31 ธ.ค. 45........................

5............4..........3............2..............1.........................

Happy New Year , JEE. I Think of you very much.

ใครจะว่าพีบ้าบ้าง ที่มานั่ง Count down ในไดอารี่คนเดียวอย่างนี้.....

ช่วยไม่ได้นี่น่า.........พีอยากนับถอยหลังข้ามปีกับน้องเค้านะ แต่พีอยู่ตั้งอเมริกา น้องเค้าอยู่ที่เมืองไทย และที่สำคัญ น้องเค้าคงไม่มีทางรู้ด้วยว่าพีคิดถึงน้องเค้าอยู่

ตอนนี้จะทำอะไรอยู่นะ?? เรียนอยู่ ม.6 แล้วสินะ คงจะปวดหัวน่าดู เห็นว่าเตรียมเอ็นอยู่

เป็นกำลังใจให้จี้เสมอนะ..............................




“คนบ้า ปีใหม่ตอนม. 6 ฉันเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องหยุดเรียนเป็นอาทิตย์เลยย่ะ ไม่ได้เคาร์ดาวน์ที่ไหนเลย?”




..........................14 ก.พ. 46.............................

หนาว ๆ ๆ ๆ ๆ ที่นี่หนาวจริง ๆ เลย

วันวาเลนไทน์แล้วดอกกุหลาบแพงงงงง...........มากกกกเลย แต่ก็ซื้อ

ซื้อมาหนึ่งดอก วางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ ไม่ได้เอาไห้ใคร ซื้อมาวางไว้เฉย ๆ เหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ตั้งใจจะให้น้องเค้าแต่ก็ไม่กล้า......ปีนี้ก็เหมือนเดิม และคาดว่าปีหน้าพีก็คงจะซื้อมาเก็บไว้อย่างนี้อีกแน่ ๆ

น้องเค้าจะได้ดอกไม้จากใครบ้างนะ

แต่ว่าดีใจด้วยน้า.....................ได้ข่าวว่าสอบได้โควต้าเรียนที่มหาลัยที่หวังไว้ได้

ว่าแต่ว่า มาดีใจกับน้องเค้าอะไรตรงนี้เนี่ย เค้าจะรู้ด้วยมั้ยวะไอ้พีเอ้ย...........




..................25 เม.ย.47................

ดีใจมาก ๆ วันนี้เป็นวันที่มากถึงเมืองไทย ได้กลับบ้านสักที น้องหมวยมารับที่สนามบิน

คิดถึงน้องสาวคนนี้มาก ๆ

และอีกคนที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคิดถึงไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ไม่ได้เจอกันอีกเลยตั้งแต่เรียนจบ ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ.......

คิดถึงนะครับ..........จี้




................. 25 ต.ค.48.............

วันนี้เป็นวันที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในชีวิตพีได้............

ตั้งแต่กลับจากอเมริกามา แล้วก็เข้ามาทำงานที่นี่ได้ปีกว่าแล้ว วันนี้เป็นวันที่โลกของเจ้าพีคนนี้ดูสดใสที่สุด

ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่วิ่ง และบอกให้พีกดลิฟต์รอนั้น จะเป็นคนเดียวกับที่พีเฝ้าคิดถึงมาตลอด พีแน่ใจว่าเป็นจี้........

ผมยาวสวยนั้นยาวมากกว่าเดิม ตัวยังคงเล็ก ๆ เหมือนเดิม ใบหน้าสวยนั้นดูไม่เหมือนคนที่อายุอ่อนกว่าพี 1 ปีเลย

เสียงหวาน ๆ ที่ผมเคยได้ยินผ่าน ๆ เวลาที่เธอคุยกับเพื่อนบอกผมว่าเธออยู่ชั้นไหน

ขอบคุณพระเจ้า เธอทำงานบริษัทเดียวกับผม......................

เธอมาเช้าอย่างนี้เสมอทุกวันเลย ผมสืบมาแล้วจากการหลอกถามแม่บ้าน เอาละ พรุ่งนี้ผมต้องตื่นแต่เช้า เพื่อนที่จะไปให้ทันกดลิฟต์ให้จี้.................

รู้ไหมจี้.........พีคิดถึงจี้มาก




.............29 พ.ย49..............

ผ่านมาอีกปีหนึ่งแล้วกับอาชีพพนักงานกดลิฟต์ให้จี้

น่าภูมิใจจริง ๆ แต่บางวันก็เศร้านะที่พีไปทำงานสาย............แต่ไม่ใช่วันนี้แน่นอน

วันนี้เป็นวันแรกตั้งแต่ที่ได้รู้จักจี้ฝ่ายเดียวกล้าขยับปากพูดกับจี้ก่อน

“ชั้นไหนครับ” นี่คือประโยคแรกที่พีพูดกับจี้ และวันนี้ก็เป็นวันที่ดีสุดยอด ตามแผนที่วางไว้อย่างกะทันหัน เมื่อทางแผนกของพีขาดคนเขียนแบบเพราะช่างเขียนแบบของชั้นที่พีทำงานลาออกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

โอกาสเหมาะ พีเลยขอให้คุณไพบูลย์หัวหน้าแผนกของจี้ส่งตัวจี้ขึ้นมาทำงานที่แผนกของพี ช่วยไม่ได้ก็คนมันอยากอยู่ใกล้ ๆ นี่นา............

แต่ก็มีเรื่องน่าสะเทือนจิตอยู่นะ พอเริ่มคุยกับจี้ ก็ได้รู้เรื่องที่ไม่อยากจะรู้ที่สุดในชีวิต

จี้มีคนรักแล้ว..........................

อิจฉาผู้ชายคนนั้นจัง...............................




..............20ส.ค.49...................

สามเดือนแล้ว.......ที่จี้ทำงานอยู่ข้าง ๆ พี เราสนิทกัน

จี้คงไม่รู้ว่าพีดีใจแค่ไหน...........ไม่เป็นไรถ้าจี้ไม่รู้

วันนี้นั่งเขียนไดอารี่ในรถ เพราะเมื่อวานพีไม่ได้กลับบ้าน น้องหมวยโวยบ้านแทบแตกตอนกลับบ้านเมื่อกลางวัน

พี่รู้สึกดีใจระคนรู้สึกผิด........เมื่อวานพีทำรุ่มร่ามกับจี้

ทำมากเกินกว่าเพื่อนรวมงานคนหนึ่งควรจะทำ

มากเกินกว่าหัวหน้าพึงปฏิบัติกับลูกน้อง......

มากเกินกว่าคนที่แอบรักเขาข้างเดียวควรจะทำ

ทั้งหมดทั้งมวลเพราะพีไม่รู้จักหักห้ามใจ จะทำยังไงต่อไปดี? พีไม่รู้เหมือนกัน

พีรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่จี้ไม่รู้สึกรังเกียจการกระทำของพี

แต่ไม่ว่ายังไงพีก็รู้สึกผิดอยู่ดีที่ทำแบบนั้น พีเหมือนไม่ให้เกียรติจี้

และเรื่องระหว่างพีกับจี้คงไม่จบลงอย่างสวยงามแน่ ๆ

จี้มีคนรักอยู่แล้ว................แล้วตอนนี้สองคนนั้นกำลังอยู่ด้วยกันบนห้อง

พีเห็นไฟในห้องนั้นดับลง.............

ทำไมนะ???.........ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์จะอยู่ตรงนั้น

ทั้งที่รู้ว่าเขามีเจ้าของ...........

ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีทางรัก......................แต่ทำไมไม่ยอมตัดใจสักที.......

ทำไมยังมอง....เฝ้าคิดถึง.........อยู่อย่างนี้




....................15 ก.ย. 49..........................

เรื่องราวระหว่างพีกับจี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ

พีมีความสุขมั้ยตอนนี้?

พีมีความสุขนะ....มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ ๆ กับจี้ แต่ในความสุขของพีนั้นก็หมายถึงความทุกข์ด้วย

แฟนของจี้ที่มักจะไม่ค่อยได้มาหา เขามาหาจี้วันนี้ และวันนี้เป็นวันที่พีรู้ซึ้งถึงฐานะของตัวเอง

ทั้ง ๆ ที่พีก็ตอกย้ำกับตัวเองเสมอ ๆ ว่าตัวเองเป็นแค่ที่คั้นเวลาของจี้ แต่พอต้องมารับถึงความรู้สึกที่ต้องเผชิญจริง ๆ มันเจ็บเหลือเกิน

จี้ขอกลับบ้านก่อน พีรู้ว่าเพราะอะไร พีได้ยินที่จี้คุยกับน้องชายของแฟนของเธอ หลังจากเคลียร์งาน แล้วก็ไปเลือกน้ำหอมให้น้องหมวยเสร็จ พี่ก็ตรงดิ่งไปหาจี้

ถ้าแฟนจี้เห็นข้าวของ ๆ พีที่ห้องของจี้ เขาคงไม่พอใจ พีไม่อยากให้คนที่พีรักลำบากใจ

แต่ใจหนึ่งของพีก็แอบคิดอะไรชั่วร้าย.......ให้แฟนของจี้เห็นเลยนั่นแหละดี เขาจะได้ทะเลาะกัน เลิกกันไปได้เลยยิ่งดี พีจะได้ครอบครองจี้จริง ๆ ซะที

แต่...........พีก็ทำอย่างนั้นไม่ได้...........พีรักจี้มากเกินกว่าที่จะเห็นจี้ทุกข์ใจ พีเจ็บคนเดียวอย่างนี้ดีกว่า

แต่ก็อยากที่พูด ๆ ไป แม้จะคอยย้ำตัวเองเสมอว่า “เรามันก็แค่คนแอบคบหากัน จะไปเทียบอะไรกับตัวจริงอย่างเขา”

ย้ำกับตัวเองตลอด แต่ก็เจ็บอยู่ดีเมื่อเห็นเขาแคร์อีกคนของเขา..........

........จี้พีรักจี้มาก มากจริง ๆ พี่อยากให้จี้มีความสุข จี้คงมีความสุขถ้าจี้อยู่กับเขา พีดีใจที่ทำให้จี้หายเหงาได้บ้าง แม้มันจะไม่เท่ากับที่เขาคนนั้นให้จี้ แต่พีก็ดีใจทุกครั้งที่เห็นจี้ยิ้ม..........

พีรักจี้.........................




........................15 ธ.ค.49.............................

หลังจากที่พีบอกความรู้สึกของพีให้จี้ฟังครั้งนั้น ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่พีได้คุยกับจี้

ผ่านมากี่วันแล้วที่พีไม่ได้คุย พีกลับไปเหมือนเมื่อครั้งที่เรียนอยู่มัธยมอีกแล้ว แอบมองจี้ มาแต่เช้า แต่ไม่เข้าไปในลิฟต์ รอจนเห็นจี้เดินเข้าลิฟต์ ไม่ยืนดูว่าลิฟต์ที่จี้ขึ้นถึงชั้นที่ทำงานแล้ว

เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา.................

ไม่รู้ทำไมพีถึงได้ยึดติดกับจี้มากมายขนาดนี้...............

กี่วัน กี่เดือน กี่ปี..............พีก็ยังคงรัก

กี่ครั้งที่พีต้องเจ็บ ที่พีต้องคิดถึง................แต่พีก็ยังรัก

แต่นั้น......ก็คงไม่มีค่าอะไรสำหรับจี้......................

พีไม่ได้หวังอะไร................

แค่ได้เห็นว่าจี้มีความสุข พีก็ดีใจแล้ว...........










แง้ว ๆ ๆ

งงมั้ย???

งงกันปะ?

ถ้างงก็จงงงต่อไป เพราะซาน้อยบิ้วอารมณ์ได้แค่นี้

ตอนแรกกะให้จบตอนที่ 4

แต่โอ้วแม้เจ้า!!! เพราะหน้าตาดีเกินไป ให้คนอ่านทรมานเล่นต่ออีกสักตอน ^O^

ตอนนี้พยายามอย่างมากเลยนะที่จะสื่อความรู้สึกของตัวพีออกมา ไม่รู้ว่าคนอ่านจะรับรู้ถึงความรู้สึกของพีได้ไหม..........

บอกด้วยละกันนะ..........ถ้าได้ก็ดีใจละ ที่สามารถเขียนดึงอารมณ์ออกมาได้

แต่ถ้าไม่ได้ ............ ก็ช่างมัน............555 ปัญญาของซาน้อยเขียนได้เท่านี้นี่นา.......

กรรม.........ของคนอ่าน.....แง่ว ๆ = =”

แต่เอาเถอะรับรองว่าตอนหน้าจบแล้น ๆ

ไม่ต่อความยาวสาวความสวยละ ............งั้นตอนนี้ก็เท่านี้ก่อนนะ ขอไปปั่นตอนจบให้ขาหน้าสั้นไปตาม ๆ กันเลย - -V

แล้วจะได้ไป ระทมกันต่อกะสาวจิต ฯ >>>>> ซาน้อยยังมะรู้เลยว่าคู่นี้จะเป็นตายเยี่ยงไร............แต่มะต้องห่วง สาวจิตฯ จะจบให้งาม ๆ แต่ก่อนจบสวย ขอละเลงให้สาแก่ใจคนเขียนก่อนละกัน

อย่างว่าแหละ เด็กน้อยใสซื่อ ก็เป็นอย่างนี้แหละ................

อูยยยยยยยยยยยยยยยยย

ก่อนปั่นตอนจบเรื่อง ชู้ ขอนอนก่อนเอาแรงก่อนดีกว่า

บายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย



"......อย่าลืมเม้นต์กันนะจ๊ะ....."


< ตอนที่ 3




 

Create Date : 23 มกราคม 2550
0 comments
Last Update : 26 มกราคม 2550 14:24:36 น.
Counter : 771 Pageviews.


samurai_KYO
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ข้าคือ...มิบุ ซา'เคียว"

Friends' blogs
[Add samurai_KYO's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.