มีนาคม 2558

1
2
3
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ตอนที่ 4 ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ซกโช - เที่ยวอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน - นั่งรถกลับโซล - กินกุ้งมังกรลดราคา
สวัสดีค่ะ..เดินทางเข้าสู่วันที่ 3 ของทริปกันแล้ว

วันนี้เราจะพาไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ชายทะเลซกโชและบรรยากาศโดยรอบในยามเช้า แล้วจึงนั่งรถเมล์ไปยังอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน นมัสการพระพุทธรูปวัดชินฮึงซา จากนั้นจึงนั่งรถบัสกลับโซลกันค่ะ
พิเศษกับมื้อเย็นลดราคาใน Lotte Mart และกุ้งมังกรนึ่งตัวน้อย

ก่อนอื่น ไปดูแผนที่บริเวณที่พัก The House Hostel กันก่อนค่ะ
ตรงวงรีสีแดง คือ ท่ารถบัสที่เรานั่งมาและจะนั่งกลับ
ส่วนวงรีสีส้ม คือ จุดที่เราจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันค่ะ

ตื่นกันตั้งแต่เช้าเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น 
กว่าจะลุกจากที่นอนได้นี่ กดนาฬิกาปลุกกันไปหลายรอบมาก
หลังจากทำธุระเสร็จเราก็เดินออกจากที่พัก ข้ามถนนแล้วเดินไปทางซ้ายมือ 
เดินไปเรื่อยๆ จะผ่านอนุสาวรีย์ซูบกทัพหรือจุดที่31ในแผนที่ จากนั้นก็ข้ามทางม้าลายและเดินต่อไป เลี้ยวขวาไปตามทางในแผนที่ ตรงทางแยกจะมีป้ายชี้บอกอยู่ค่ะ สังเกตจากป้ายบอกทางก็ได้
((เช้าๆแบบนี้ รถบนถนนน้อยมากค่ะ สงบสุดๆ))

ถึงแล้วค่ะ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น..มาแล้วๆ

ที่ศาลาก็มีคนมารอดูพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะเป็นชาวเกาหลีนะ

เราออกมาช้าไปนิดหรือพระอาทิตย์ท่านรีบก็ไม่รู้ 
เลยไม่ทันได้เห็นตอนที่ขึ้นจากน้ำเลย

เห็นแล้วนึกถึงไข่แดงของไข่เค็มไชยาเลยอ่ะ สีสดดีจัง


ศาลาทรงหกเหลี่ยม จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเล ตัวศาลาจะยื่นออกไปในทะเลเล็กน้อย

ที่นี่จะมีศาลาชมวิว 2 จุด จุดนึงจะยื่นออกไปในทะเล อีกจุดนึงจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก อยู่บนเนินเขาเล็กๆ

จากศาลามองย้อนกลับเข้ามายังชายฝั่ง 
จะเห็นแนวที่เค้าทำไว้เพื่อกันน้ำทะเลกัดเซาะ

น้ำทะเลใสใช้ได้ค่ะ บรรยากาศยามเช้าสดชื่นมาก เงียบสงบ มีแต่เสียงคลื่นซัดกับชายฝั่ง


นางอินกับบรรยากาศ Smiley

พอเต็มอิ่มกับบรรยากาศริมทะเล เราก็เดินกลับออกมาจากศาลา 
เลยเก็บภาพบริเวณรอบๆไว้ซักหน่อย

อันนี้เป็นจุดที่มองกลับไปยังทางที่เราเดินมา สองข้างทางจะเป็นร้านขายอาหารทะเล


แต่เนื่องจากมันยังเช้าอยู่ ร้านเค้ายังไม่เปิดกันเลยค่ะ เลยได้แต่เก็บภาพจากหน้าร้านแทน


นางอยากกิน Smiley ปูอะไรไม่รู้ ตัวเบ้อเริ่มเลย ขายาวได้อีก

เดินไปเรื่อยๆ เห็นตัวนี้อยู่หลายร้าน ไม่รู้มันคือตัวอะไร สีสวยแปลกดี

จะว่ามันเป็นดอกไม้ทะเลก็ไม่น่าใช่ หรือจะเป็นพวกหอยรึป่าวก็ไม่รู้
((ใครรู้วานบอกด้วยนะคะ Smiley))

ลงมาจากศาลา เดินไปทางซ้ายมือ จะไปเจอกับตลาดซาชิมิ 
ตรงนี้มีเรือประมงจอดอยู่เต็มไปหมด 
น่าจะอารมณ์เดียวกับพวกสะพานปลาบ้านเรา 


บริเวณหน้าตลาดซาชิมิในตอนเช้าสงบมากค่ะ 
เพราะแทบจะไม่มีร้านไหนเปิดเลย 555 
เราเลยไม่ได้เข้าไปในตัวตึก เพราะไม่รู้ว่ามันเปิดรึยัง

กำลังเดินกลับไปที่พักอยู่ดีๆ นางก็ปวดดิ้งด่องขึ้นมา 
เลยแวะเข้าห้องน้ำก่อน

ชอบไอเดียในการสร้างห้องน้ำของเค้าจริงๆ ทำเป็นรูปปลาหมึกด้วย
>>เกร็ดความรู้ ห้องน้ำในภาษาเกาหลีเรียกว่า "ฮวาจังชิล" ค่ะ เผื่อไปเที่ยวในย่านที่เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกัน แล้วเกิดปวดหนักปวดเบาจะได้บอกเค้าได้ว่าเราอยากเข้าห้องน้ำ<< 

ระหว่างทางเดินกลับที่พัก เราจะต้องผ่านอนุสาวรีย์ซูบกทัพอีกรอบ

เดินตามน้าผู้ชายเสื้อน้ำเงินไปเลยค่ะ

ผ่านที่พักเราแล้ว แต่ยังค่ะ เรายังเดินกันต่อไป


เช้านี้เป็นเช้าแห่งการเดินออกกำลังกายมากๆ เพราะนอกจากเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เรายังเดินไปเที่ยวตลาดตรงตำแหน่ง 33 ในแผนที่ด้วยคะ มีทั้งร้านขายผัก ร้านขายของแห้ง ร้านเสื้อผ้า ตลาดสด ตรงนี้มีครบเลย ถ้าอยากมาดูตลาดสดต่างถิ่นแวะมาเดินเล่นที่นี่ก็ได้ค่ะ ตัวเรารู้สึกเฉยๆนะ ไม่ต่างอะไรกับตลาดบ้านเราหรอก แต่แม่เรานี่ดูจะชอบแถมยังซื้อแตงกวากลับมากินด้วยแหนะ (เผื่อใครงงว่าซื้อแตงกวามากินกับอะไร บ้านนี้กินแตงกวาเป็นของกินเล่นค่ะ กรอบๆอร่อยดี) 

ผักกาดอะไรซักอย่าง หัวใหญ่มากค่ะ หัวไชเท้าเค้าก็ต้นเท่าขา เหอๆ ใหญ่ได้อีก

เมื่อเดินเที่ยวจนหนำใจ ท้องก็เริ่มจะร้องประท้วงเพราะตั้งแต่เช้ามายังไม่ได้กินอะไรเลย เราจึงเดินกลับที่พักไปกินมื้อเช้า เช็คเอาท์และฝากกระเป๋าไว้ก่อนค่ะ เราจะนั่งรถเมล์ไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติซอรัคซานกันแล้วจึงกลับมารับกระเป๋าเพื่อกลับกรุงโซล

เดินตรงออกจากที่พัก เลี้ยวไปทางซ้ายจะเจอป้ายรถเมล์ 
รอรถเมล์สาย 7-1 รถเมล์สายนี้จะไปสุดสายที่ทางเข้าอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน 

รอสักพัก รถเมล์ก็มา เวลาขึ้นรถให้ขึ้นประตูหน้าและลงตรงประตูหลังนะคะ อย่าชินกับรถเมล์บ้านเราที่จะขึ้นจะลงประตูไหนก็ได้ ขึ้นผิดเดี๋ยวจะโดนคนขับเค้าดุเอาได้ค่ะ

เราเลือกมาเที่ยวที่นี่ในวันธรรมดา เพราะคิดว่าคนน่าจะไม่เยอะมาก
บนรถคันที่เราขึ้น คนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ และหลายๆคนก็ไปลงที่เดียวกัน

ถึงแล้วค่ะ ทางเข้าอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน เดินเข้าไปเลยจ้า 
จุดขายตั๋วอยู่ด้านใน


ที่นี่ เราสามารถเดินเที่ยวชมธรรมชาติหรือนมัสการพระจากวัดต่างๆได้ หรือจะนั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบนเทือกเขาก็ได้ 
แต่วันนี้ลมแรงมาก กระเช้าจึงปิดให้บริการ เสียดายมากค่ะ Smiley

เอาแผนที่มาฝาก ขึ้นกระเช้าไม่ได้ก็เดินเที่ยวด้านล่างเอาค่ะ มีจุดให้เที่ยวชมเยอะแยะ

จุดแรก..สถานีขึ้นกระเช้า 

วันนี้ปิดให้บริการเลยถ่ายได้แค่ด้านหน้าสถานี


ขึ้นกระเช้าของจริงไม่ได้ ก็มาขึ้นกระเช้าจำลองตรงหน้าสถานีแทนนะคะ Smiley

จากนั้นจึงเดินต่อไปยังวัดชินฮึงซา

เดินผ่านซุ้มประตูไปเลยค่ะ

ระหว่างที่เรากำลังเดินผ่านซุ้มประตู ตาเราก็ดันไปเห็นแบงค์พันวอนของใครก็ไม่รู้ปลิวมา แม่เลยรีบตะครุบไว้จะได้เอาคืนให้เจ้าของ แต่ไม่มีใครแสดงตัวเลยค่ะ สุดท้ายเลยเอาไปหยอดตู้ทำบุญในวัดแล้วอธิษฐานให้กับเจ้าของเงินแทน

นางเก็บได้ หุหุ

เลยจุดเกิดเหตุเข้าไปอีกนิด เราก็จะเจอกับพระพุทธรูปองค์ใหญ่
แดดร้อนมากจริงๆ

เลยจากพระพุทธรูปเข้าไป จะเป็นทางเดินไปยังบริเวณวัด
ณ จุดนี้เราก็เก็บภาพไปเรื่อยๆค่ะ





แสงแดดสาดส่องมาก แต่สองแม่ลูกนี่ไม่แคร์ ถ่ายรูปกันเต็มที่


ใกล้แล้วค่ะ ใกล้ถึงประตูหน้าวัดแล้ว


มีป้ายบอกทางด้วย น่ารักเชียว


ถึงแล้วค่ะ ราวบันไดก็คล้ายๆกับวัดบ้านเราแต่ดูเหมือนจะเป็นมังกรนะ
(ไม่แม่นทฤษฎี อันนี้ต้องให้ผู้รู้มาตอบอีกทีค่ะ)

ชัดๆ เน้นๆ


ระหว่างที่เดินผ่านประตูจะพบท่านอยู่ทางด้านข้าง


พอเข้ามาเราก็เจอกับพระสงฆ์คณะหนึ่ง 


เดินต่อเข้าไปยังตัววัด ตรงนี้ถ้าใครสูงก็ระวังศีรษะกันนิดนึง


โผล่ออกมาจะมองเห็นโบสถ์อยู่ด้านหน้า (ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกไหมนะ)
ด้านในเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิม แต่เหมือนเค้าปิดประตูไว้ เราเลยไม่ได้เข้าไป


เข้าไม่ได้ นางเลยไหว้อยู่ด้านนอกค่ะ สาธุ..

ข้างๆกันจะมีอาคารหลังเล็กตั้งอยู่
พอเห็นว่าประตูเปิดและมีรองเท้าวางอยู่ด้านหน้า เราเลยเข้าไปบ้าง


ข้างในนี้เย็นและสงบมากค่ะ  


เราเลยถือโอกาสไหว้พระและนั่งสมาธิกันซะเลย ขอพรท่านให้เดินทางปลอดภัยเที่ยวที่ไหนก็สนุก

หลังจากนั่งสมาธิเสร็จ ก็หยิบเงินที่เก็บได้ออกมาหย่อนลงในตู้บริจาค
ผลบุญมาทันตาเห็นเลยค่ะ มีอาจุมม่าคนนึงที่เข้ามาก่อนหน้าเรายิ้มให้แล้วก็หยิบต๊อกห่อใหญ่ส่งให้ค่ะ บอกให้เราเอาไปกิน ขอบคุณมากนะคะ

จากนั้นเราก็กลับออกมาและเตรียมตัวเดินทางกลับที่พักกัน


ก่อนกลับอย่าลืมถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์หมีนะคะ 
ใครมาแล้วไม่ได้ถ่ายด้วยนี่ถือว่ามาไม่ถึงนะ

ปกติเค้าน่าจะถ่ายกันตอนมาถึงนะ แต่ตอนที่เราไปถึงทัวร์ลงพอดี
เลยคิดว่าออกมาแล้วค่อยถ่ายดีกว่า

ขากลับเราก็มาขึ้นรถหน้าอุทยาน นั่งสายเดิมเลยค่ะ 
บอกคนขับว่าลงซูบกทัพ หรือนั่งไปเรื่อยๆแล้วคอยสังเกตเอาก็ได้

ก่อนเข้าที่พัก แวะหาอะไรเย็นๆกินคลายร้อนซักนิด 
แนะนำอันนี้เลยค่ะ

ตัวดูดรสสาลี่ มันเหมือนสาลี่แช่แข็งมาก กินแล้วสดชื่นดี

พอถึงที่พักก็รับกระเป๋าแล้วเดินไปยังท่ารถบัส 
เราใช้ทางลัดด้านข้างของที่พัก มาตามรูปเลยค่ะ

ตึกสีเขียวนี่คือ The House Hostel 
เดินย้อนขึ้นไปทางด้านบน ตรงไปไม่นานจะเจอถนนใหญ่ 

ข้ามทางม้าลายไป เมื่อมองกลับมาจะเห็นซอยที่เราออกมา


เดินเข้าไปในซอยจะไปโผล่ด้านหลังสถานีพอดี


ขากลับเรายังไม่ได้ซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าค่ะ เนื่องจากกลัวจะบีบเวลาเกินไป
จึงต้องมาลุ้นเอาว่าเที่ยวที่เราจะกลับ รถจะเต็มไหม??

โชคร้ายนิดนึงตรงที่ตอนที่เราซื้อตั๋วเสร็จ มันเป็นเวลารถออกพอดี วิ่งไปขึ้นรถไม่ทัน ทำให้ต้องเดินกลับมาเปลี่ยนตั๋วที่ช่องขายตั๋วเดิม ซึ่งก็ยัง
ดีที่เค้ายอมเปลี่ยนให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

หน้าตาตั๋วจะเป็นแบบนี้

เรานั่งรถจากซกโชไปลงที่ท่ารถดงโซล ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ท่ารถดงโซลจะอยู่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟใต้ดิน จากตรงนั้นเราสามารถนั่งใต้ดินกลับไปยังสถานี Seoul Station ได้เลย

จริงๆ วางแผนไว้ว่าพอกลับถึงโซลแล้วจะไปแวะย่านกังนัมก่อน แต่แม่เหนื่อยแล้ว เพราะเดินกันตั้งแต่เช้า ก็เลยกลับเข้าที่พักดีกว่า

กว่าจะถึงที่พักก็เย็นพอดี เข้าไปเช็คอินเสร็จ พักเท้าให้หายเมื่อย แล้วเราก็ออกไปเดินหาของกินกันที่ Lotte Mart ที่นี่ถ้าเรามาตอนค่ำๆ จะเป็นช่วงที่เค้าเอาอาหารปรุงสำเร็จออกมาลดราคา ก็คล้ายๆกับห้างบ้านเราเนอะ ใครพักใกล้ๆ Lotte Mart ก็แวะมาหาของลดราคากันได้ค่ะ หรือจะซื้อพวกของฝาก เครื่องสำอาง ที่นี่ก็มีขายค่ะ ขอภาษีคืนได้ด้วยถ้าซื้อตามยอดที่เค้าบอกไว้

วันนี้เราเลยได้ลูกชิ้นปลาเสียบไม้กับกุ้งมังกรตัวน้อยมากินกัน
กุ้งมังกรนี่เค้าทำมาสุกแล้ว แต่มันเย็นค่ะ เราเลยเอามาอุ่นในไมโครเวฟของที่พัก กลิ่นนี่ฟุ้งเต็มล็อบบี้เค้าเลย เหอๆ รู้สึกผิดมาก
อุ่นเสร็จก็เอาขึ้นมากินบนห้อง

อยู่เมืองไทยเคยกินกุ้งมังกรแค่ครั้งเดียวตอนพาลูกค้าไปเลี้ยง ยังไม่เคยกินเองแกะเองแบบนี้ซักที ก็ไม่รู้ว่ามันคือพันธุ์อะไร รู้แต่เนื้อแน่นอร่อยดีค่ะ กล้ามแข็งมาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถแม่เราค่ะ หุหุ

หมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว พรุ่งนี้เราจะพาไปเที่ยวตลาดปลานอร์ยังจิน ไชน่าทาวน์ สวนชายุ และพาไปขึ้นภูเขานัมซานตอนกลางคืนกันค่ะ

บ๊ายบาย...Smiley



Create Date : 07 มีนาคม 2558
Last Update : 7 มีนาคม 2558 17:24:36 น.
Counter : 1633 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Mhoo-Paoom
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ประสบการณ์ดีๆไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างเอง
ชีวิตเรา..ใช้ซะ