" คุณชายอารมณ์เปลี่ยว ตะลอนเสียวไปวัน วัน "

หล่อเกือบเสร็จ ลืมสะเด็ดน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" คุณชายแบดบอย & หมาน้อยซื่อบื้อ "

เดิมทีก็ใช้ชื่อนี้อยู่ละครับ แต่พอดีว่าแอบไปดวงซวยมานิดหน่อย ตอนนี้ก็เลยถูกพันทิปแช่แข็งชื่อนั้นไว้ชั่วคราว (เขาบอกนะว่าชั่วคราว) ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้กลับมาใช้อีกไหมจึงต้องใช้ยูเซอร์นี้ไปก่อนเพราะก็ขี้เกียจจะง้องอนแล้วเหมือนกัน ไม่ให้คืนเราก็ไม่เอา ไม่เคยจะแคร์ !


" หล่อเกือบเสร็จ ฯ " ใช้แทนไปก่อน หรืออาจจะใช้ไปเลยถาวร ฮ่า ๆ แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากจะใช้ชื่อนี้สักเท่าไรหรอกนะครับ

แต่พอดีว่าส่งชื่อไปขอยูเซอร์มาสองรอบ ทางพันทิปไม่ให้ผ่านทั้งสองชื่อน่ะละ

ก็ไม่รู้ว่าทำไมกับแค่ชื่อ " ข่มขืนแล้วยืนยิ้ม " กับ " ฟ้าเหลืองกลางเมืองถั่วดำ " แค่นี้....ไม่ได้น่าเกลียดอะไรซะหน่อย ออกจะใส ๆ เบา ๆ เก๋ ๆ แต่เขาตอบกลับมาว่าไม่ผ่านการพิจารณา !!

อารมณ์เสียอย่างเซงละครับ !!

ส่วนเจ้าหล่อเกือบเสร็จมันก็พอจะมีที่มาอยู่หรอกนะ....ก็มันมาจากหน้าตาหล่อ ๆ ของผมไงครับ แต่พอดีว่ามันหล่อแค่เกือบเสร็จไงฮะ ก็เลยได้ชื่อนี้มาจากเพื่อนคนหนึ่งที่กรุณาตั้งให้ แค่ยังมีคนมองว่าหล่อ..ก็เอาวะ...กุภูมิใจ ฮ่า ๆ

ส่วนรายละเอียดนอกจากนี้ไม่รู้ละครับ ขี้เกียจแนะนำตัวไรมากมาย ณ จุดนี้ มีเรื่องไรอยากรู้ อยากคุยกับผม รบกวนส่งพรายกระซิบมาทางหลังบ้านสะดวกสุด

ผมชอบเข้าทางหลังบ้านมากกว่าครับ ถนัดสุดละครับ


ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ หวัดดีรอบกระทู้และรอบบล็อกเช่นกันครับ
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
28 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หล่อเกือบเสร็จ ลืมสะเด็ดน้ำ's blog to your web]
Links
 

 
เรื่องเล่าน้ำเน่า.....ย๊าว........ยาววววววววววว !!





เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาอารมณ์ไหนก็บอกตัวเองไม่ถูกหลังจากที่เมื่อคืนนอน 6 โมงเช้า...เพราะรู้สึกว่าเบื่อจัง ไม่อยากหลับไม่อยากนอนเลย....อยากจะนั่งดูรถ ดูไฟบนทางด่วน ดูนู่น นี่ นั่นไปเรื่อย ๆ จนเช้า

พอเช้าก็นอน....นอนมันตรงหน้าระเบียงนั่นละ เอาผ้านวมมาปูแล้วนอน ปัดคอมพ์ไปทาง หนังสือไปทาง ตอนเช้าแดดไม่ส่องมาทางนี้.....หลับได้


ตื่นมา 11 โมง....ล้างหน้าแล้วเหงา......เฮียก็ไม่อยู่ พาครอบครัวไปสัมมนาที่ ตจว. หรือจะเรียกอีกทีพาพ่อ แม่ น้องสาว ไปเที่ยว...แต่เอางานมาบังหน้าแค่นั้น


ส่วนเรามันคนนอก.......ก็ต้องอยู่แบบนอกคอกกันต่อไป....ใช่ซิ สังคมไทย...ถ้ายอมรับเรื่องชายรักชาย อยู่กินด้วยกันได้มากกว่านี้ก็ดีหรอก....แต่จะมีเหรอ...ถึงมีก็น้อย....ยิ่งเป็นพวกลูกคนมีเงิน มีหน้ามีตาในวงสังคมไม่มีหรอกที่จะกล้าบอกว่าลูกตัวเองมีผัว/เมีย เพศเดียวกัน น้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.....ถึงมากที่สุด !!


วันนี้เลยกลับเข้าบ้าน.........บ้านที่เกือบห้าปีไม่เคยกลับมานอนเลยสักวัน....เพราะสังคมในบ้านมันไม่น่าอยู่เอาซะเลย พี่ น้อง แต่ละคนเอาแต่คอยแข่งกันเด่น แข่งกันดัง เชือดใครได้ก็เชือด ไม่เคยคิดถึงว่าตอนเดะ ๆ เราผ่านอะไรกันมา....เราหัวเราะ เราร้องไห้ เราแอบทำเรื่องแก่นเซี้ยวเปรี้ยวแสบกันมายังไงบ้าง

พอโตมาก็ต่างคนต่างมุ่งแต่จะเอาชนะกัน......นี่ละ เรื่องของครอบครับคนมีเงิน แต่ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก พอมีลูกก็ส่งเข้าประจำไปโตนอกบ้านกันหมด พอกลับมามันก็ไม่ผูกพันธ์กันแล้วละ เพราะช่วงเวลาดี ๆ ที่ควรจะมีด้วยกันมันหายไปอยู่ในรั้วโรงเรียนประจำกันหมด

เฮ้อ.........ไม่อยากพูดถึงเรื่องในครอบครัวเท่าไร.....เพราะทุกวันนี้ ถือว่าไม่มีครอบครัวแล้ว.....พ่อแม่ตาย ก็หมดกัน พี่ป้าน้าอาก็แค่คนนอกที่ใช้นามสกุลเดียวกัน บ้านอยู่รั้วเดียวกัน ใช้เงินกงสีเดียวกันก็แค่นั้นละ


พอมีปัญหาขึ้นมาก็บ้านใครบ้านมัน ยิ่งเรื่องของผลประโยชน์ที่มีร่วมกันเป็นไม่ได้.....ตอดได้เป็นต้องตอด.....หนุบ ๆ หนับ ๆ นิด ๆ หน่อยพอให้ได้กระเป๋าสักใบ รถสักคันก็ยังเอา........นี่ละ สังคมในบ้านผม !!


สังคมที่คนนอกมองมาแล้วบอกว่า.........เขาคงมีความสุขเน๊าะ บ้านหลังใหญ่ยังกับปราสาท รถไม่รู้กี่คัน เด๋วเปลี่ยน เด๋วถอยใหม่ไม่เคยซ้ำรุ่น ไปเที่ยวเมืองนอกเมืองนากันประจำ...แถมหน้าบ้านยังมีตำรวจบ้างทหารบ้างมายืนเฝ้าอยู่บ่อย ๆ เกิดเป็นคนรวยคงสบายน่าดู !?


แต่ทำไมผมไม่เคยคิดแบบนั้น..........ผมกลับชอบอยู่แบบไม่มีคนมาเดินยามหน้าบ้าน ไม่มีรถเยอะแยะวิ่งเข้าวิ่งออก ไม่ต้องรอกินข้าวพร้อมกันทุกวันอาทิตย์แล้วก็นั่งคุยกันเหมือนคนละเรื่องเดียวกัน.........แต่คุยกันแบบ....บ้านใครบ้านมัน กัดกันเรื่อง.......บ้านช้านดีกว่าบ้านเธอ.....ซ้ำ ๆ ซาก ๆ


ตั้งแต่วันที่ยายเสียไป.....บ้านที่มันเคยสงบ มันก็หายไป.....สระว่ายน้ำที่ทุกคนเลยใช้ร่วมกันกลายเป็นสระส่วนบุคคล เพราะมันอยู่ในบริเวณส่วนกลางของตึกสามหลัง.......วันนี้บ้านนั่นเล่น อีกบ้านก็จะไม่มาเดินผ่าน เป็นแบบนี้ไป......จากที่เมื่อก่อน.......คุณยายชอบนอนตากลมตรงริมสระ เดะ ๆ ก็วิ่งกันไปทั่วสามบ้าน....เด๋วนี้เหรอ........บ้านช้านแกอย่ามาวิ่งเพล่นพล่านนะ


มันจะอารายกันนักหนาก็ไม่รู้.........บ้านเราก็ยังใช้ทางเข้าเดียวกัน......ประตูรั้วเดียวกันแต่ยายเสียไปแค่ 6 ปีเศษ ๆ มันกลายเป็น......บ้านเดียวกันแต่คนละหลัง คนละโซน คนละส่วน..........อย่ามาวุ่นวาย ถ้าไม่รักไม่ชอบกันขนาดนี้ ทำไมไม่ขาย ๆ แล้วแบ่งเงินกันซะเลยละ กุเบื่อ !!


แต่นี่กลายเป็นขายก็ไม่ได้ อยู่ก็ไม่มีความสุข ร้อนหู ร้อนตา..........ปิดขังตัวเองอยู่เงียบ ๆ ก็ไม่พ้นต้องระคาญหูไปทุกเรื่อง.......จะขายก็ไม่ได้เพราะเป็นสินกงสี พี่น้องทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ถ้าคนหนึ่งขายแล้วอีกหลายคนไม่ยอมก็ทำไม่ได้.......จะแบ่งกันก็ทำไม่ได้......เพราะกลัวจะได้เสียไม่เท่ากัน กลัวบ้านช้านได้น้อย กลัวบ้านเธอเอาเปรียบ กลัวนั่น นี่ นู่น สารพัดสารเพ ..... งั้นก็เอาวะ.....อยู่กันไปแบบหลอน ๆ แบบนี้ละ


หลอนว่าวันหนึ่งจะวางยาฆ่ากันตายไปทีคนทีละบ้าน.......เหมือนบ้านเศรษฐีแถว ๆสะพานใหม่นั่นไง ตายปริศนามันตั้งแต่ต้นตระกูลยันรุ่นลูกหลานก็ยังไม่รู้....ว่าตายเองหรือฆาตกรรม ???


เฮ้อ.........ว่าจะไม่เพ้อเจ้อเรื่องบ้าน..........แต่เดินกลับเข้ามาทีไรมัน.....อดไม่ได้ทุกที...........พื้นที่ของเราแต่เรากลับไม่ใช่เจ้าของแต่เพียงผู้เดียว



ยิ่งสนใจก็ยิ่งร้อนใจ........ยิ่งมากคนก็มากความ.......มันสับสนวุ่นวายยิ่งกว่ายุงตีกันในปรักควายซะอีก...........แต่วันนี้.......ได้กลับเข้าบ้านมาคุ้ย ๆ ค้น ๆ ดูนั่น ดูนี่โชคดีได้แหวนของยายมาวงหนึ่ง..........ไม่รู้เหมือนกันว่ามันรอดหูรอดตาคนอื่น ๆ มาได้ยังไง........ตั้ง 6 ปี โดยไม่เคยมีใครถามผมเลยสักคนว่าเห็นแหวนพลอยสีเหลือง ๆ ของแม่เราไหม (เพราะปกติพวกป้า ๆ น้า ๆ ชอบมาถามหาสมบัติแม่ผมอยู่บ่อย ๆ ว่ามีอะไรบ้าง ขายต่อไหม เขาเห็นผมเป็นผู้ชายคงไม่สนใจพวกทองหยองพวกนี้เท่าไร )

มันเป็นแหวนอัมพันสีเหลืองสวยมากล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ จนรอบตัวเรือนแต่มันดูเก่า ๆ ดูไม่ค่อยมีราคาสักเท่าไร....แต่ผมจำได้ว่ายายเคยเล่าให้ฟังว่าเจ้าคุณตาทวดท่านสั่งพลอยมาทำเป็นต่างหูให้คุณยายทวดไว้คู่หนึ่งล้อมด้วยเพชรแล้วคุณยายทวดท่านก็แปลงจากต่างหูมาทำเป็นแหวนให้ลูกสาวสองคนใส่คนละวงตอนเป็นสาวแล้วจากนั้นยายก็ให้แม่........เพราะว่าในจำนวนพี่น้องทั้งหมด แม่ผมแต่งงานทีหลังสุด.....อยู่ดูแลคุณยายนานกว่าพี่น้องคนอื่น ๆ ในบ้าน


แล้วพอแม่เสียไป.....ป๊าก็เอาแหวนวงนี้มาคืนยาย....บอกว่าแม่เขาอยากให้ยายเก็บไว้ลูกชาย (แม่นี่ก็แปลก......ลูกนั่นหัวโด่ไม่ให้ ป๊าก็อยู่ไม่ฝากไว้แต่กลับเอามาฝากไว้กับคนแก่ซะงั้น) แล้วมันก็เลยตกมาถึงผมนี่ละ....ที่ไม่ค่อยจะใส่ใจมันเท่าไร......แถมไม่ค่อยสนใจด้วยเพราะว่า เพชรสิบสองเม็ดที่อยู่รอบ ๆ พลอยมันเม็ดเล็กจิ๊ดเดียว...แหวนแต่งงานแม่ที่ป๊าให้ยังกับเม็ดขนุน เที่ยบไม่ได้เลย....ก็เลยไม่ค่อยใส่ใจจะเก็บเท่าไร.....แต่ก็เก็บอย่างดีนะ ฮ่า ๆ


เฮ้ย..........นอกเรื่องอีกแล้ว............ว่าจะเพ้อเรื่องฟามรักซะหน่อย........ไหงพอเจอนู่น เจอนี่แล้วมันวอกแวกไปได้ตลอดก็ไม่รู้......ทีนี่เลยยาวกว่าเดิมเลย ฮี่ ๆ ๆ


กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า...........วันนี้เปิดโกดัง......จะเรียกว่างั้นก็ได้.......เปิดห้องนอนในเรือนเมียน้อย ( ป๊าเรียกบ้านของผมว่าแบบนี้ เพราะเป็นตึกเล็ก ๆ ที่ยายต่อให้ทีหลังยื่นออกมาจากตึกใหญ่อีกที......มีสามห้องนอนสองห้องน้ำ เล่นระดับกันเหมือนขั้นบรรไดเลย ฮ่า ๆ ปีาก็เลยเรียกว่าเรือนมีน้อย เพราะที่ว่าง ๆ ในรั้วบ้านมันก็มี แต่ยายไม่ยักกะปลูกใหม่ให้ แต่กลับใช้วีธีต่อออกมาจากครัวยุโรป(เก่า)แล้วทำเป็นประตูแยกไว้ต่างหากให้อีกหลัง.....แถมข้างล่างยังเป็นที่จอดรถเก่า....หรือเรียกง่าย ๆ ว่าชั้นลอย(หรือชั้นหนึ่งครึ่งของบ้านผม)ก็คือหลังคาเดิมของโรงจอดรถน่ะละ ดูซิ.........ขนาดคอด ๆ จะมีบ้านทั้งทีเขายังใช้ส่วนเกินของบ้านเดิมมาเติมให้เป็นบ้านใหม่เลย ยายหนอยาย.......ไม่ถูกกับลูกเขยก็ไม่น่ามาลงที่หลานเลยเจง ๆ )



เฮ้อ.........เพ้อเจ้อออกไปทะเลเคริบเบี้ยนได้อีกแล้ว......ยาวขนาดนี้ใครเขาจะอ่านละ (กุเอง พิมพ์จบก็ขอบาย ไม่อ่านเหมือนกัน.....แค่อยากระบายความในใจออกมาบ้างเฉย ๆ ไม่ย้อนรอยไปละลึกถึงเหมียนกัลลล์ ยาวเกิ๊นนน !!!! )



อ้ะ....ตัดตอนเลยละกัน.......พอดีไปคุ้ย ๆ เจออัลบั้มภาพเก่า ๆ ในหีบสมบัติ (หีบเจง ๆ เป็นหีบไม้ใบใหญ่กว่ากระเป๋าเดินทางไซส์ XXXLLL ซะอีก....ขนมาจากบ้านปีาตอนเด็ก ๆ เอาไว้ใส่สมบัติลำค่า(ตัวการ์ตูนนั่นเอง ฮ่า ๆ ) ตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ) นั่งเปิดดูรูปไปก็ยิ้มไป.......จนมาสะดุดกับรูปเพื่อนสมัยเรียนอยู่รุ่นหนึ่ง ( พอดีเรียนหลายที่ หลายสถาบัน หลายุร่น เรียนจนทุกวันนี้...มันยังไม่จบเลย เหอ ๆ )


แล้วก็เพื่อนกลุ่มนี้เองที่มีอดีตร้ายแรงต่อกันมากมาย.......เกินจะพรรณนาได้หมดถึงวีรกรรมสุดเชี่ยสารพัด.........มันได้รับฉายาว่า.........กลุ่มสวยประหัดประหาร สวยประจัญบานนนนนนนนน....เพราะทั้งกลุ่มมีแต่สภาพบุ......หลุด....แทบจะเป้นตุ๊ดส์ กันทั้งกลุ่ม.......เก็บอาการบ้างไม่เก็บบ้าง......บางวันเป็นผู้ชาย.....บางวันก็เป็นชะนีซะเอง อย่าไปรู้เลยว่ามันรวมตัวกันได้อย่างไร....มีแต่พวกเชี่ย ๆ ทั้งนั้นละ เหอ ๆ



เรื่องตอนเริ่มไม่ขอสาธยายแต่ขอเล่าตอนที่กลุ่มมันแตกดีกว่า.....เพราะว่าคิดทีไรก็ขำ........ตัวเชี่ยอะไรมันจะซับซ้อน...ซ่อนชู้.....ไซร้เพื่อน อมหำกันได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้...........ยุ่งเหยิงเจง ๆ


เรื่องมันวุ่นวาย พิมพ์เสร็จแล้วก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลย.....อะไรมันจะพันกันได้ขนาดนี้.....สารพัน สารเพ สารเกย์เจง ๆ แต่ขอเล่าแบบย่อ ๆ ให้เข้าใจง่าย(มั้ง)สั้น ๆ ละกัน.......เริ่มจะเมื่อยมือแล้ว....เสียดายค่าไฟแล้ว




เกือบทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่า รัก 3 เศร้า แต่ชีวิตผมตอนนี้มันไม่ได้มีแค่ 3 มันมั่วได้มากกว่านั้นอีก.....ชุลมัน ชุลเกยิ่งกว่าซีรี่เกาหลีอีกละเธอเพราะว่ามันพันกันหลายเศร้า หลายคน หลายมุม วนเป็นไปวนกันมายิ่งกว่ากงล้อแห่งกรรมเลยคุณ!!

ตอนนั้นผมอายุประมาณ 19 กำลังใส ๆ กิ๊ก ๆ เพื่อนในกลุ่มก็มีเยอะแยะ แล้วเพื่อนเนี่ยละตัวดี แอบชอบกันเองแล้วก็แอบแทงข้างหน้า ข้างหลัง ข้าง ๆ กันเองเป็นวงกลมเลยคุณ

สมมุติว่าผมคือ เอ เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับ บี ซี ดี (4 คนละนะ) วันหนึ่งบีก็ไปชอบกับอี (คนนอก)

แล้วพอบีพามาที่กลุ่มเรา ดีก็ไปชอบอี ในขณะที่อีคบกับบีอยู่ แต่อีก็แอบไปคบกับดี

แล้ววันหนึ่งผมเกิดทะเลาะกับบี ผมเลยหมั่นไส้บี จึงคิดแย่งอีจากบีมา เหตุการณ์ผ่านไป ผมกับอีสนิทกันจนอีทิ้งบีมาอยู่กับผมแต่อีไม่ได้ทิ้งดี เราจึงเหมือนสามคนผัวเมีย...แล้วไป ๆ มา ๆ ดีเบื่ออีจึงพยายามจะแยกผมออกจากอี เพราะดีทนไม่ได้ที่เห็นผมกับอีสนิทกันมากกว่าแล้วเขาเหมือนเป็นส่วนเกิน

ช่วงนั้นบีเฮิร์ทหนักมากก็เลยเผลอไปได้กับซีแต่หารู้ว่าซีก็แอบคบกับอีอยู่...พอผมจับได้..ผมก็ทะเลาะกับซี..แล้วซีก็เหวี่ยงว่าผมก็ไม่ดีที่ไปแย่งอีมาจากบี..ส่วนดีก็แอบไปได้กับบีอีกต่อ แล้วไป ๆ มา ๆ อีก็ไปได้กับซีอีกคน (อีนี่มันเหมาแหลกยกกลุ่ม)

ส่วนผมก็เริ่มทนนิสัยมั่วไม่เลือกของอีไม่ไหวจึงหันมาทางดีมากกว่า...พอผมคือเอเริ่มห่างจากอีออกมา ผมก็เลยสนิทกับดีมากกว่าเดิม แต่ผมก็ไปมีอีกคนคือเอฟ(คนนอก) พอดีรู้...ดีก็เลยหันไปง้อบี เพื่อจะหาทางแก้แค้นผม เพราะบีหน้าตาดีกว่าผม...ดีเลยให้บีมาแย่งเอฟไปจากผม...ก็เข้าทางซิ เพราะบีแค้นเออยู่แล้วนี่นาที่เอไปแย่งอีมา

วุ่นวายวาย ๆ ตอนนั้น นับไม่ถูกเลยว่ากี่เศร้า.....แต่สุดท้าย ทุกคนก็ไม่เหลือคำว่าเพื่อนกันอีกเลย จนทุกวันนี้.......เจอหน้ากันก็ไม่มอง...ต่างคนต่างเชิดใส่กันไปคนละทิสละทาง

ส่วนอีพอออกจากชีวิตผมไปก็มั่วไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับเสี่ยแก่ ๆ คนหนึ่ง...ส่งเสียเลี้ยงดูกันมาได้ระยะหนึ่ง....แต่ข่าวล่าสุดที่ได้ยินมา เขาบอกว่าโดนเสี่ยเขี่ยทิ้งแล้วเหลือแต่ตัว เพราะตอนที่เสี่ยเปย์ให้ อีไม่เคยเก็บเลย...เอาแต่หลงระเริงว่ามีคนเลี้ยง แบมือขอก็ได้เงิน ทุกวันนี้เลยไปอยู่ร้านนวด.....เป็นกุหรี่นั่นเอง

ส่วนบีหลังจากที่ได้เอฟไปก็คบกันได้ไม่ยืด.....เพราะเอฟรับไม่ได้ที่เหมือนถูกบีหลอกใช้ ก็เลยต่างคนต่างไปอีกคู่

ดีเนี่ยเด็ดสุด.......ถูกผมเขี่ยทิ้งแบบไม่เห็นหัวเลย ผมมีคนใหม่ ดีก็ตามติด...แต่ผมไม่เคยสนใจ อยากถามก็ตามไป....จนเขาคิดได้เองว่าไร้ตัวตนก็เลยหลุดจากวงโคจรชีวิตผมไปเอง ล่าสุดที่เจอ.....ดีเป็นตุ๊ดส์ออกหน้าออกตาไปแล้ว....แต่งหญิงไปเลย น่ากลัวมาก ตุ๊ดยักษ์สูงตั้ง 180 !!!

ซี.......หายไปไหนไม่รู้....เพราะตอนนั้นทะเลาะกันแรงมาก ซีเลยลาออกจากมหา'ลัยไปไม่มาเรียนอีกเลยแล้วก็ตัดขาดความสัมพันธ์กับเพื่อนทุกคนไป (ยังเรียกว่าเพื่อนกันอีกเหรอเนี่ย ?)


ส่วนผมก็เจอคนอื่น ๆ ไปอีกเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็มาจบที่ใครอีกคนหนึ่ง.....แล้วเขาก็สอนให้รู้ความรัก.....ก็เหมือนการใช้เงิน......มีมากใช้มาก มีน้อยก็อยากใช้ให้มันมาก ๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ....ก็เพราะบางครั้งความรักสำหรับบางคนก็ไม่รู้จักพอ.......ยิ่งมีเยอะ ยิ่งมีความสุข


เมื่อก่อนผมเลยมองว่าความรักสวยงาม.......แต่พอเวลาผ่านไป......ผมก็ยังมองว่ามันสวยงามอยู่.....แต่ไม่ได้งามเสมอไปกับทุกคน......หลายครั้งที่ผมยอมตาบอดมีแฟนแบบซุ่ม ๆ ไป......คว้าใครไว้ได้ก็เอาคนนั้นละ หน้าตาพอถูกไถ เงินทองไม่มี การศึกษาไม่เอาไหนก็ช่างหัวมัน.....รักซะอย่างจะทำไมละ....ไม่สนใจหรอก......ใครจะมองว่ายังไง ได้ไง ทำไม เอ๊ะ ๆ มันคบกันได้ยังไหงหนอ ??


แต่มาทุกวันนี้.........ความรักมันตกผลึกไปแล้ว......เสียใจมาเยอะ ทุกทิ้งไปนับครั้งไม่ถ้วน....ทิ้งเขามาก็ใช่ว่าจะน้อย.....ถัวเแลี่ยแล้วก็.....พอ ๆ กัน....ไม่ได้เกิดมาเลือกได้อยู่ฝ่ายเดียว.....ฝ่ายนู่นเขาก็เลือกได้เยอะแยะเหมือนกัน


มาจนวันนี้ผมมองว่าความรักสำหรับชายหญิง...............ไม่ขอพูดดีกว่า ฮ่า ๆ ๆ เบื่อแล้วเรื่องชายหญิง.....เคยมี เคยได้ เคยสัมฟผัส....ผ่านมาแล้ว ให้มันผ่านเลยไปแล้วกัน.......พอกันที.........ชาตินี้ไม่ขอเป็นเพศปกติอีกแล้ว....ขออยู่แบบ.....สิ่งที่ช้านเป็นของช้านแบบนี้ละ......ใครจะว่าไงก็เอา....เชิญไปตามเรื่องเลยเธอว์จ๋า ช้านพอใจในสิ่งที่ช้านเป็นแล้วนี่นา....จะทำไมละ


แต่ถ้าพูดถึงความรักในแบบชายกับชายที่ผมเป็นอยู่........ทุกอย่างคือ.......ความเห็นแก่ตัว....จะเรียกแบบนี้ก็ได้.......รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเคยถามว่าเด๋วนี้ผมไม่มีแล้วเหรอ.....ความรักที่แบบว่า....แค่พอใจในสิ่งที่เขาเป็นอยู่น่ะ แกไม่ต้องการแล้วใช่ไหม ?

ผมนั่งคิดแล้วตอบเขาไปว่า......ก็ยังต้องการอยู่.....เพียงแค่....ผมไม่ต้องการแล้ว....คนที่เป็นแค่คนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง อะไรก็ได้ขอแค่ใจมาคบกัน...ผมไม่เอาแล้ว

ชีวิตผมไม่ได้เพอร์เฟ็คต์อย่างที่ใคร ๆ คิด ใคร ๆ มองเห็น....ว่าผมเหมือนเดินอยู่บนพรหมกลีบกุหลาบแบบนั้นซะหน่อย.....ผมต้องสู้ชีวิตสุด ๆ ไม่มีใครรู้หรอก...ว่าสังคมในบ้านผมแย่แค่ไหน พี่น้องพ่อแม่....ผมเลี้ยงลูกกันแบบไหน....เงินมีให้แต่อย่างอื่นต้องวิ่งไปตามหาเอาเอง ทำผิดมาผมถูกดุ ถูกด่า...แล้วต้องวิ่งออกไปหาเอาเองใหม่ว่าสิ่งไหนถูก...คำแนะนำมีแต่ไม่มีหลักปฏิบัติให้เห็นชัด ผมเหนื่อยแทบแย่มาทุกด้าน.....ถ้าต้องมาเหนื่อยกับเรื่องความรักอีก....ผมยอมไม่มีเสียดีกว่า........ในเมื่อผมไม่ได้เพอร์เฟ็คต์อย่างแท้จริง ผมก็ต้องหาคนที่เขาเพอร์เฟ็คต์จริง ๆ เข้ามาในชีวิตเพื่อลดปมด้อยของผม(จะเรียกแบบนี้ก็ได้)


สเป็คของผมเลยเปลี่ยนไปจากที่อะไรก็ได้...ขอให้อยู่ด้วยแล้วมีความสุขไม่ทะเลาะกันก็พอ ยาก ดี มี จน ก็เอา....มันหมดไปแล้ว....


แฟนผมต้อง หน้าตาดี (เพราะผมไม่ได้ขี้เหร่ !)
รวย (เพราะผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน)
การศึกษาดี (เพราะผมต้องการคนที่รู้เท่าเทียมกันหรือรู้ดีกว่าเพื่อคอยเตือนคอยสอนในสิ่งที่ผมไม่รู้ ไม่สามารถ)
ต้องเป็นผู้ใหญ่ มีหลักมีฐาน มีความมั่นคงในชีวิต (เพราะผมยังเคว้งคว้างยังหาจุดยืนของตัวเองที่แน่ชัดไม่เจอว่าผมต้องการสิ่งไหนให้กับตัวเองกันแน่ บางครั้งผมก็ยังอยากเป็นเด็กไร้สาระสนุกสนานไปวัน ๆ แต่บางวันผมก็ต้องรับผิดชอบอะไรที่หนักกว่าคนอายุสามสี่สิบบางคนด้วยซ้ำ ผมต้องการคนคอยประคองให้ผมยืนเวลาผมเริ่มเซ เริ่มเอียง)
ต้องใจเย็น มีเหตุผล ต้องมีทั้งเหตุและผลให้ผมพอ ๆ กัน (เพราะผมมีสองบุคคลิกในเวลาเดียวกัน บางอึดใจผมอาจจะฆ่าคนได้ แต่ในอีกอึดใจต่อมาผมก็เป็นได้มากกว่าพ่อพระ อภัยให้ได้หมด สงสารไปทุกสิ่ง ผมเป็นคนที่น่ากลัวพอตัว...บางครั้งผมก็กลัวตัวเองเหมือนกัน )
ต้องเอาผมอยู่ (เพราะผมคลุมตัวเองไม่ค่อยจะอยู่...เพราะผมไม่กลัวตาย..เคยเฉียดมา...รู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัว....การตายไม่ได้น่ากลัว...แต่ความรู้สึกว่าทรมานก่อนจะตายน่ะน่ากลัวกว่าตายเยอะเลย)


เป็นแค่ไม่หี่ปัจจัยที่ทำให้ผมเลือกเฮีย.......แม้ว่าแรก ๆ เราแทบจะไปกันไม่ได้เลย.....เพราะหลาย ๆ อย่างมันจูนกันได้แค่ช่วงสั้น ๆ แต่มาตอนนี้มันเวิร์คนะกับคนนี้ ถึงจะมีข้อเสียที่ผมยังเป็นคนนอกสำหรับครอบครัวเขาก็เถอะ....ผมมีแฟนมาก็หลายคน คบกันหลายปีก็ใช่ว่าไม่มี....แต่ทุกคนก็ต้องมีข้อด้อยเหมือนกันหมด...มันไม่ได้มีใครเพอร์เฟ็คต์ไปหมด....ผมรู้ข้อนี้ดีและผมทำใจรับได้แล้ว....ถึงบางครั้งมันจะเหงาไปบ้าง เวลาที่ต้องอยู่คนเดียว....แต่ก็ไม่มีใครอยู่กับเราไปชั่วชีวิต.......ข้อนี้คือเรื่องจริง.....วันนี้เหงา อีกวันสนุก เฉลี่ยแล้วมันก็โอเคนะ



คำถามอีกข้อที่เจ้ถามผมคือ......แกเลือกเฮีย เพราะเฮียรวยมากกว่าคนอื่น ๆ ที่เข้ามาจีบแกในช่วงนั้นเหรอ (ตอนนั้นมีคนที่คุย ๆ กันอยู่ 4 คน)


ผมตอบไปว่าก็ไม่เชิง.......ตอนแรกผมยังไม่คิดเลยว่าเฮียรวย ก็แค่พนักงานแบงค์ธรรมดา ๆ มีรถหรูใช่ว่าจะมีเงินในสมุดบัญชี ตอนนั้นผมคุยกับพี่อีกคนหนึ่งอยู่...เขาทำอสังหาเดือน ๆ หมุนเงินนับสิบล้าน....ถ้าผมชอบคนรวยมาก ๆ จริง ผมก็เลือกเขาไปแล้วซิ....เพราะผมรู้ว่าเขารวยจริง !

แต่ที่ผมเลือกเฮีย....เพราะว่าผมรู้สึกชอบคนที่นิสัยแบบนี้มากกว่า สบาย ๆ เรื่อย ๆ อะไรก็เอา...ทั้งที่วันแรกที่เจอกันเฮียขับแค่แคมรี่ แต่พี่อีกคนขับเล็กซัส ถ้าผมชอบคนรวยกว่าจริง ผมก็คงไม่เอาเฮียหรอก


แต่ที่เจ้ถามผมว่า....ผมอยู่กับเฮียได้แบบชิลล์ ๆ เพราะว่าเฮียซัพพอร์ตผมทุกอย่าง...เงินสักบาทผมก็ไม่เคยต้องควักน่ะ มันก็เรื่องจริง ไม่เถียง ไม่อายด้วยถ้าใครจะเรียกผมว่าเด็กเสี่ยเลี้ยง....แต่เสี่ยของผมไม่ได้เลี้ยงผมไว้แบบที่ระบายอารมณ์แค่อย่างเดียว เราอยู่กับแบบคู่ชีวิต ที่ปรึกษา เพื่อน พี่ น้อง นในครอบครัว...แต่เป็นครอบครัวที่มีกันอยู่แค่สองคน เขาไม่ได้ไปเลี้ยงเดะคนอื่นที่ไหนอีก(เท่าที่รู้) เขาก็มีแค่ผมคนเดียวจะเรียกว่าเสี่ยเลี้ยงก็ไม่ถูกเสมอไปเพราะเราอยู่กันแบบผัวเมีย(ส่วนใครผัวใครเมียอันนั้นเป็นอีกเรื่องที่ไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป ฮ่า ๆ )


ผัวทำงานได้เงินมากกว่าก็ไม่แปลกที่ผัวจะให้เงินเมียใช้....เหมือนคู่ชายหญิงส่วนใหญ่ทั่ว ๆ ไปที่ผู้หญิงมักจะทำหน้าที่การเงิน ผู้ชายทำหน้าที่ด้านอาชีพ ด้านความมั่นคงให้....ดังนั้นผมถือว่า ผมไม่ใช่เดะเสี่ยเลี้ยงเหมือนที่ใคร ๆ เข้าใจ เพราะผมไม่เคยเอ่ยปากบอกเฮียว่าต้องให้เงินผมใช้นะ (พ่อแม่ผมมีเงินทิ้งไว้ให้สบาย ๆ อยู่แล้วแต่เฮียเป็นคนเอาเงินมายัดใส่กระเป๋าให้เอง เอาบัตรเครดิตมาวางไว้ให้เอง) ผมก็มีหน้าที่แค่ใช้ไปวัน ๆ ซื้อของเข้าบ้าน ช้อปปิ้งเสื้อผ้าของใช้ให้เฮีย...ก็เรื่องปกติ เขาทำงานเยอะกว่าผม...ผมว่างมากกว่าเขา ผมก็รับผิดชอบเรื่องพวกนี้ไป ดีออก....วัน ๆ ได้ออกไปใช้เงิน...ใช้ให้คนอื่นก็ยังดี อุอุ


อีกเรื่องที่เจ้ต้องรู้ไว้คือ........ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย มันไม่แน่นอนไปถึงบั้นปลายของชีวิตหรอกว่าเราจะอยุ่ด้วยกันไปจนถึงวันนั้น ดังนั้น....ถ้าคบกันแล้วเราได้ผลประโยชน์เข้ามาบ้างมันก็โอเคละ ถือว่าทดแทนกับการที่ชีวิตคู่แบบนี้หาอะไรมั่นคงไม่ได้เพราะว่าเราไม่สามารถจะมามีครอบครัว มีลูกด้วยกันได้เหมือนคู้ชายหญิง.........ในเมื่อมีแบบนั้นไม่ได้.....แต่มีเงินได้มันก็โอเช



พิมพ์จบแล้ว.....ยาวจัง.........นี่กุเพ้อเจ้อได้ขนาดนี้เชียวเหรอ.......เมื่อไรเฮียจะกลับมาหนอ......ว่างจนเพ้อขนาดนี้แล้วนะ เด๋วก็ไปโดดตึกเล่นแก้เซงซะหรอก กลับมาซะทีซิวะ ฮ่วย !!


Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2553 19:41:38 น. 2 comments
Counter : 875 Pageviews.

 
เอ่อ................เรื่องจริง รึว่านิยายอ่ะ
อ่ะ แฟงล้อเล่น
ชีวิตมนุษย์ก็เงี้ยยย ไม่ได้ดังใจไปซะทุกอย่าง จะรวย จะจน ชีวิตมันก็เน่าพอๆกัน
เหลือที่ว่าเราทำใจยอมรับ แล้วก็ทำทุกอย่างของเราให้มันดีที่สุดสำหรับเราเอง
ใครเป็นงัย ช่างเค้าเถอะ ถือว่า มีละครตลกเข้ามาให้ดู
เรานิ่งคิดตามแล้วนั่งดูละครตลกของชีวิตดีกว่าละมั้ง

***** ถ้าเป็นแฟงอ่ะนะ ******

สู้ๆๆ ส่วนเรื่องรักๆ ความรักก็คือความรัก ไม่เกี่ยวกะเพศซักหน่อย แค่ตัวเรามีความสุขกะคนของเราก็ดีแล้วละ
อย่างสนใจปากคนอื่นนักเลยแฟงว่าเดี๋ยวไม่มีความสุขอ่ะ


โดย: d_regen วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:51:35 น.  

 
เรื่องกงสีที่บ้านพี่เนี่ย ก็มีส่วนคล้ายกับบ้านผมอยู่

ผมเลยเห็นด้วยว่า อืมชีวิตจริงมันยิ่งกว่าละครซะอีก...ฮ่าๆๆ


บางทีเราหวังมากเกินไปว่า

คนที่บ้านทุกคนจะเป็นเหมือนสมัยเรายังเด็ก


แต่พอเวลาเปลี่ยนไป อะไรๆก็ไม่เหมือนเดิมจริงๆ



บางที คนเราก็ไม่ได้ต้องการบ้านหลังใหญ่หรูหรา

บางที คนเราก็แค่ต้องการครอบครัว ต้องการเพื่อนร่วมทาง

...แค่นั้นเอง


โดย: ผ่านมา IP: 119.42.94.48 วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:14:16:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.