Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
18 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
SLAY THE HISTORY - A Brief Story Of Slayer: Part I (The Beginning)

ย้อนกลับไปเมื่อต้นยุค 80s เสมือนจะเป็นช่วงแห่งการแพร่ระบาดของดนตรี punk rock (2nd – 3rd Wave) ในฝั่งอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น Misfits จาก New Jersey, Minor Threat แห่ง D.C. หรือแม้แต่ Dead Kennedeys ใน San Fancisco และในวงการ underground ของ L.A. สมัยนั้นก็แทบไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Blak Flag ขณะที่อิทธิพลของดนตรี American hardcore punk ที่ผสมผสานกันอย่างฉันท์มิตรกับดนตรี heavy metal ที่มี Black Sabbath, Judas Priest และIron Maiden เป็นผู้เผยแพร่ลัทธิ ทำให้แนวดนตรีอันเป็นสาขาย่อยของ heavy metal กลายพันธ์แตกหน่อผุดขึ้นมาเป็น genre ที่เรียกกันว่า “thrash metal” สรรพเสียงอันดุดันแต่แฝงไปด้วยสัดส่วนของภาคดนตรีที่ซับซ้อนและรวดเร็วกว่า traditional heavy metal อย่าง NWOBHM วงดนตรี thrash metal จำนวนนับไม่ถ้วนได้เริ่มถือกำเนิดขึ้นในช่วงนี้ในฐานะของวงเฮฟวี่เมทัลแบบ underground ที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงที่สุดในสมัยนั้น

ในปี 1981 คือปีแห่งการถือกำเนิดอย่างเป็นทางการของผู้ยิ่งใหญ่และผู้บุกเบิกดนตรีสายพันธ์นี้ อย่างเช่น Metallica (L.A.) และAnthrax (NYC) และปีเดียวกันนี้นั้น ณ บ้านเกิด Huntington Park, California วงดนตรีวงหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นเช่นกัน จากการรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการนักของ Tom Araya (bass – 20 ปี), Kerry King (guitar – 17 ปี), Jeff Hanneman (guitar – 17 ปี) และ Dave Lombardo (drum – 16 ปี) ที่ต่อมาพวกเขาเหล่านี้ได้สร้างสิ่งที่เป็นลัทธิตำนานให้กับตัวพวกเขาเองไปจนถึงวงการดนตรี metal ระดับโลก ในนามของ SLAYER วง metal ที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลต่อวงรุ่นต่อ ๆ มากที่สุดอีกหนึ่งวง




เสมือนหนึ่งว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเล่นดนตรีอย่างจริงจังของ Kerry King เมื่ออาจารย์สอนกีตาร์สมัยเมื่อเขาอายุ 16 ปี มอบความรู้ไปจนถึงยัดเยียดแบบอัดแน่นให้แก่เขาแบบสุด ๆ โดยอีกนัยหนึ่งหวังเพื่อให้เขาเข้ามาเป็นมือกีตาร์ให้กับวง Tradewinds ของแกนั่นเอง นั่นแน่นอนย่อมเป็นผลดีกับ Kerry เมื่อฝีมือเข้าที่เข้าทางดีแล้วก็ออกเล่นโชว์กันเลย Tom Araya เองก็เคยเป็นหนึ่งในสมาชิกด้วยเช่นกัน (ตอนนั้น Tom เริ่มเข้าสูงาน respiratory therapist) แรก ๆ ทางวงก็เล่นเพลงตาม top 40 ทั่วไป หลัง ๆ เล่นเพลงหนักขึ้นจำพวก Van Halen กันเลยทีเดียว หลังจากยุบวงดังกล่าวแล้ว Kerry กับ Tom ก็เข้าไปเป็นสมาชิกของวงดนตรีที่ชื่อว่า Quits ซึ่งไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นมากนัก หลังจากนั้น Kerry จึงไป audtion กับวง Ledger ที่เล่นในสไตล์ Sountern rock แบบ Lynyrd Skynyrd วันหนึ่งขณะที่ Kerry กับวงของเขาซ้อมดนตรีกันในห้องซ้อมแห่งหนึ่งเขาได้รู้จักกับ Jeff ซึ่งกำลังซ้อมดนตรีกับเพื่อนที่ทำงาน (ในสายงาน telemarket) อยู่ในห้องถัดไป Jeff ชอบ punk เช่นเดียวกับ Kerry และTom หลังจากที่ King ลาออกจาก Ledger ก็เลยไปแจมดนตรีกับ Jeff โดยเล่นเพลงของ Judas Priest และIron Maiden เป็นหลัก พอรู้สึกอิ่มตัวแล้วและคิดว่ามันต้องไปไกลกว่านี้ให้ได้ ัท้งคู่เลยเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องตั้งวงของตัวเองก็เสียที





Dave Lombado ในวัย 16 ปี กับงานพิเศษคือการส่งพิซซ่า เหตุผลหลักนอกจากเพื่อไม่ให้โดนพ่อแม่ของเขาบ่นเรื่องความไม่เอาถ่านไม่เรียนไมม่ทำงานแล้วก็คือ เพื่อที่จะนำเงินไปคืนพ่อของเขาที่ให้ยืมไปซื้อ TAMA Swingstar กับแพคเก็จ Paiste Rude สุดเจ๋งที่เขาอยากได้มานาน วันหนึ่งขณะที่ Dave ทำงานอยู่ ก็ได้พบกับ Kerry ซึ่งอยู่บ้านถัดไปอีก 5 block และ Dave เองเคยได้ยินกิตติศัพท์ในการเล่นกีตาร์ของ Kerry มาพอสมควร หลังจากได้สนทนาปราศัยกันก็ตกลงใจที่จะร่วมแจมดนตรีกันในที่สุดในคืนนั้นเอง Kerry ลองส่ง list ของเพลงที่เขาอยากเล่นให้กับ Dave ซึ่งพอเขาเห็นรายชื่อเพลงแล้วถึงกับยิ้ม เพราะมีหลาย ๆ เพลงเลยที่เขารู้จักและเล่นได้เสียด้วย สิ



ในสมัยเป็นวัยรุ่นหนุ่มน้อย Dave เคยหลงไหลใน ดนตรี disco (ถึงขั้นเคยเป็น DJ มาแล้ว) ก่อนที่จะกลายมาเป็น rocker ในภายหลังเมื่อเขากลายเป็นแฟนเพลงของวงร็อคหลายวงโดยเริ่มหัดเล่นกลองตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน (จนกระทั่งออกจากโรงเรียนเพราะเกรดห่วยแตกมาก) และเริ่มจริงจังขึ้นกับเพลงของวงอย่าง AC/DC, Led Zepplin และBlack Sabbath กระทั่งมาพบกับ Kerry นั่นเอง วันถัดมาจากการพบกันวันแรก Kerry ก็แบกแอมป์แบกกีตาร์มาบ้านของ Dave เลยทีเดียว พวกเขาเล่นและซ้อมดนตรีด้วยกันนับจากวันนั้น ไม่นานนัก Kerry ก็ลาก Jeff มาร่วมด้วยซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็เริ่มซ้อมดนตรีกันอย่างจริง ๆ จังกันเลยที่บ้านของ Tom โลกมันช่างกลมจริง ๆ เมื่อ Dave ได้เจอ Tom ครั้งแรกในฐานะสมาชิกเพื่อนร่วมวง เขาคุ้น ๆ และจำได้ว่าเมื่อเขาซัก 10 ขวบมั๊ง เขาเคยดู Tom (ตอนอายุ 15) เล่นดนตรีในวง ๆ หนึ่งที่ Cuban Club ที่เขาไปกับพ่อแม่บ่อย ๆ ในช่วงที่ทาง club จัดให้มีการสังสรรค์ทุกบ่ายวันอาทิตย์ (พวกเขาเป็นชาวคิวบาโดยกำเนิดส่วน Tom เป็นชาวชิลี)





Tom ถูกไล่ออกจากวง Quits ในสมัยที่เขาทำงานเป็น therapist ด้วยความหมั่นไส้พี่แกเลยบอกให้สมาชิกเพื่อนเก่าทั้งหลายออกไปไกล ๆ ตีนย้ายข้าวของของพวกมึงไปให้พ้นจากบ้านกูโดยด่วนเลย โรงรถกูไม่ใช่ห้องซ้อมของพวกมึงอีกต่อไปแล้วสะใจไหมล่ะ หลังจากนั้นในระยะปีกว่า ๆ เขากับ Kerry ยังคงตะเวนเล่นดนตรีด้วยกันพร้อมกับแนวคิดในเรื่องการตั้งวงของตัวเองที่ยังคงอยู่ในสมองของพวกเขาอยู่ตลอด ในระหว่างนั้น Tom ก็ไปเล่นดนตรีในตำแหน่งร้องนำให้กับวงหลาย ๆ วงด้วยกัน วันหนึ่ง Kerry โทรมาหาเพื่อชวนกันตั้งวงแบบจริง ๆ ซักทีTom ได้ list ชื่อเพลงที่จะเล่นเช่นเดียวกับที่ Dave ได้รับ เขารู้จักหมดทุกเพลงยกเว้นเพลงของ Iron Maiden ก็เลยต้องไปหาซื้องานของวงนี้มาฟังให้หายข้องใจ ตอนนั้น Tom รู้สึกว่าเพลงของ Van Halen นั้นเล่นโคตรยาก ส่วนของ Priest กับSabbath นั้นหมู ๆ เพราะเขาเล่นจนทะลุปุโปร่งไปหมดแล้ว Tom ต้องหัดเล่นเพลงของ Maiden ซึ่งไม่เคยแตะมาก่อนเลย แต่ปัญหานี้ก็ผ่านไปได้ด้วยเวลาสั้น ๆ ตอนที่พวกเขาทั้งสี่ซ้อมดนตรีด้วยกันครั้งแรกจึงไหลลื่นอย่างสบาย Jeff นั้นตอนแรกเขารู้สึกเกร็ง ๆ กลัวว่าจะโชว์ห่วยออกมาให้เพื่อน ๆ ดู เพาะว่าในบรรดาทั้งหมดเขามีชั่วโมงบินน้อยที่สุด ยิ่งตอนแรกที่เขาเห็นฝีมือกีตาร์ของ Kerry ด้วยแล้วล่ะก็ถึงกับอึ้งทึ่ง ทำให้ยิ่งต้องทำการบ้านหนักขึ้นไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่งั้นไม่ทันเพื่อนแน่นอน



ชื่อของวงนั้นตอนแรกใช้ชื่อว่า Dragonslayer ก็พบว่ามันยังกับชื่อเกมส์คอมพิวเตอร์แล้วก็ปรากฎว่ามีวงที่ชื่อนี้แล้ว เลยเปลี่ยนเป็นเหลือแค่ “SLAYER” แทนซึ่งภายหลังมารู้อีกทีว่ามีวงชื่อนี้เหมือนกันที่ San Antonio ในรัฐ Texas (จึงรู้จักวงนี้กันในภายหลังว่า S.A. Slayer) ออกอัลบั้มมาแล้วสองอัลบั้มเสียด้วย แต่โชคดีที่วงดังกล่าวยุบไปแล้ว พวกเขาเลยใช้ชื่อ SLAYER ได้อย่างสบายใจ และวันหนึ่งขณะที่พวกเขานั่งคุยกันอยู่ที่ห้องรับแขกในบ้านของ Tom ก็เกิดไอเดียที่จะทำโลโก้ของทางวงขึ้นมา Dave ฉีกกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางไว้บนพิ้นห้อง เอาปากกาลากเพื่อเขียนชื่อของวงด้วยการลากเส้นประหนึ่งว่าโลโก้ดังกล่าวเกิดจากการเฉือนด้วยคมมีดของนักฆ่าอย่างไรอย่างนั้น และนั่นคือที่มาของโลโก้อันสุดจะขลังและคลาสสิคของ Slayer



666 --- Continuted next issue (On the Road)









Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2550 21:03:21 น. 2 comments
Counter : 610 Pageviews.

 
เหอๆ

รอตอนต่อไปอยู่นะครับ \\m/



โดย: Sinful IP: 203.113.61.104 วันที่: 15 มีนาคม 2550 เวลา:0:12:33 น.  

 
วงนี้เลยครับ ผู้ดึงชะตาชีวิตผมเข้ามาสู่ดนตรีเมทั่ล....

ปล.รออ่านภาคต่อครับ


โดย: DarkLord IP: 125.26.238.80 วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:15:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Metallurgist
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Friends' blogs
[Add Metallurgist's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.