http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
23 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Serbis : Cinema Inferno

โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง



(หมายเหตุ: Serbis จะฉายในเทศกาลบางกอกฟิล์ม และมีโปรแกรมเข้าที่เฮ้าส์)


เทศกาลการหนังเมืองคานส์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หนังที่อื้อฉาวเป็นอันดับต้นๆ ของงานคือหนังฟิลิปินส์เรื่อง Serbis ของผู้กำกับ Brillante Mendoza (The Masseur หนังหมอนวดเกย์ของเขาเคยมาฉายในบางกอกฟิล์มและตั๋วขายเกลี้ยง) โดยความดังของมันมาจากฉากเซ็กซ์โจ๋งครึ่ม (จากภาพโปรโมต) แต่พอได้ดูจริงๆ แล้วหนังก็ไม่ได้โป๊อะไรมากมาย อย่างน้อยก็ห่างชั้นกับ Shortbus หรือ 9 Songs อยู่หลายขุม

การที่ Serbis ได้เข้าชิงสายประกวดของคานส์ก็ไม่ได้แปลว่ามันคือหนังระดับสุดยอด หากมองเหตุผลลึกๆ ที่ทางเทศกาลเลือกมันเข้ามา ก็เป็นเรื่องของการกระจายภูมิภาคของหนังโดยรวมให้ไม่หนักทางยุโรปมากเกินไป และส่งพลังมาทางเอเชียบ้าง (โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังคงเป็นดินแดนอันน่าตื่นตาในสายตาคนฝั่งโน้น) อย่างไรก็ดี Serbis ไม่ใช่หนังเลวร้ายอะไร ที่จริงมันเป็นหนังที่ดีทีเดียว

Serbis เล่าเรื่องของครอบครัวขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในโรงหนังโป๊แห่งหนึ่ง ตัวละครมากมายในหนังแทบจะไม่มีความสุขกันซักคน ไล่ตั้งแต่ Flor หญิงแก่ที่พยายามฟ้องหย่าสามี, Nayda ลูกสาวที่เป็นคนดูแลโรงหนัง และอาจกำลังจะมีชู้, Alan หนุ่มหล่อที่ดันไปทำผู้หญิงท้อง แถมยังเป็นฝีที่ก้น (!?), Ronald ไม้เบื่อไม้เมากับ Alan ที่ทะเลาะเพียงเพราะเรื่องแย่งเสื้อ และ ...โอเค พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะงงไปมากกว่านี้

ด้วยความที่มีตัวละครเยอะมาก ช่วง 20 นาทีแรกของหนังอาจเป็นของเคี้ยวยากสำหรับคนดูเสียหน่อย เพราะเราจะงงไปหมดว่าใครเป็นใคร คนนี้กับคนนั้นเป็นอะไร แล้วคนไหนกำลังเอากับใคร (ก็หนังมันมีฉากเซ็กซ์อยู่เรื่อยๆ) แถมหนังยังใช้กล้องแบบแฮนเฮลด์ (Handheld) ส่ายไปส่ายมาตลอดเรื่อง ก็ยิ่งเพิ่มความมึนงงเข้าไปใหญ่

แต่หลังจากดูหนังไปสักพัก ผู้ชม (ที่ไม่หมดความอดทนจนเดินออกเสียก่อน) ก็จะเริ่มปะติดปะต่อความสัมพันธ์ของตัวละครได้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะยังได้ทึ่งอีกว่าผู้กำกับเก่งกาจทีเดียวในการวางรายละเอียดของหนัง เพราะ Serbis มีอะไรเล็กๆน้อยๆ เต็มไปหมดตลอดเรื่อง ทั้งในแง่พล็อตเรื่อง, ลูกเล่น หรือการเล่าเรื่องเชิงสัญลักษณ์ ส่วนการใช้กล้องแบบแฮนด์เฮลด์ก็ให้ผลดีต่อหนัง เพราะเป็นเหมือนสายตาที่เข้าไปสอดส่องชีวิตของผู้คนในโรงหนังแห่งนี้ (นอกจากนั้นโครงสร้างของโรงหนังที่มีหลายชั้น มีบันไดอยู่เป็นระยะ ก็ยิ่งเอื้อต่อการเล่นกับการเคลื่อนกล้อง)



Serbis เป็นหนังที่ดูทรงพลังในแง่ที่มันถ่ายทอดเหตุการณ์เพียง 1 วัน (ตั้งแต่เช้ายันค่ำ) หนังพาเราไปพบเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ เป็นคลื่นระลอกไปเรื่อยๆ (โจรวิ่งหนีตำรวจเข้ามาในโรงหนัง, ตัวละครพวกหนึ่งต่อยกัน, ส่วนอีกตัวละครสติแตก ฯลฯ) แถมโรงหนังนี้ก็ไม่มีใครมาดูหนังจริงๆ หรอก เพราะมันฉายหนังโป๊ คนที่มาที่นี่ก็จ้องกันแต่จะมามีเซ็กซ์กัน โรงเต็มไปด้วยกะหรี่ แมงดา และลูกค้า (นี่ก็เป็นที่มาของชื่อเรื่อง Serbis = Service / โดยพวกโสเภณีชายจะพูดว่า "รับบริการมั้ยครับ") เพราะฉะนั้นฉากเซ็กซ์ในหนังก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอะไร เพราะมันก็อยู่ในบริบทที่มันควรจะเป็น

นอกจากจะอวบอลไปด้วยกลิ่นกามารมณ์แล้ว โรงหนังแห่งนี้ยังถูกขับเน้นด้านมืดด้วยสภาพแวดล้อมของโรงหนังที่เต็มไปด้วยคราบรอยเลอะสกปรก กำแพงที่ถูกสีขีดเขียนจนเละเทะ หรือฉากที่หนักที่สุดก็คือ ตอนที่ตัวละครเข้าไปทำความสะอาดห้องน้ำที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำโสโครก เพื่อนผมคนหนึ่งพูดติดตลกว่าฉากนี้น่ากลัวกว่าหนังสยองเรื่องไหนๆ ในรอบปีนี้เสียอีก (ฮา)

จากการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ผมชอบที่คุณไกรวุฒิ จุลพงศธร พูดไว้ว่า Serbis มีข้อดีที่ไม่ได้ความพยายามทำให้ความสกปรกทั้งหลายดูสวยงามเกินจริง (Romanticize) เหมือนที่เราเห็นบ่อยๆ ในหนังของหว่องกาไว (ตรอกค้ายาเสพติดใน Chungking Express) หรือไฉ้หมิงเลี่ยง (โรงหนังเก่าใน Goodbye, Dragon Inn) แต่ความโสมมนั้นถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นตรงไปตรงมา ไม่ค่อยมีการปรุงแต่งอะไรนัก

ดังนั้นถึงหนังเรื่องนี้จะเกี่ยวโรงหนัง แต่มันก็ไม่ได้ให้อารมณ์สุนทรีย์เหมือน Cinema Paradiso สักนิด ผมเลยขอตั้งชื่อให้ Serbis เล่นๆ ว่า Cinema Inferno

เคยได้ยินมาว่า นักวิจารณ์ฝรั่งไม่ค่อยถูกใจกับ Serbis นัก เดาว่าพวกเขาคงไม่เคยเจอโรงหนังชั้นสองแบบในหนัง (ในขณะที่บ้านเรายังเหลือให้เห็นอย่างง่ายๆ) ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ หนังพูดถึงเรื่อง 'ครอบครัวใหญ่' (สังคมตะวันตกชอบอยู่กันแบบครอบครัวเล็กๆ มากกว่า) ประเด็นนี้ในหนังก็น่าสนใจดี เพราะช่วงท้ายของหนังเราจะได้ทราบว่า ครอบครัวนี้ทำกิจการโรงหนังมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ โรงหนังที่เหลือของพวกเขาเจ๊งไปหมดแล้ว ที่เราเห็นอยู่ในหนังเป็นโรงสุดท้าย

ในฉากหนึ่งกล้องได้สอดส่ายจนไปจับภาพรูปรับปริญญาและใบปริญญาของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งกลายเป็นว่าที่จริงแล้วพวกเขาก็จบการศึกษากันมาอย่างดี แต่กลับต้องมาทำอาชีพเฝ้าดูแลโรงหนังอย่างน่าประหลาด แต่เราก็พอจะรู้ได้ว่าพวกเขาก็ไม่ได้พอใจกับสถานภาพตรงนี้หรอก (Nayda พูดกับตัวเองว่า "ฉันเรียนจบพยาบาลมานะ แล้วฉันมาทำอะไรตรงนี้!") แต่พวกเขาก็ไม่มีที่ไป ต้องติดอยู่ที่นี่ โดยเหตุเพราะว่ามันเป็น 'กิจการของครอบครัว'

เปรียบไปแล้วชีวิตของตัวละครทุกตัวในเรื่องก็เป็นปัญหาเรื้อรังยาวนาน คิดเล่นๆ แล้วก็เหมือนกับฝีที่ก้นของ Alan ที่พุพองขึ้นเรื่อยๆ



น่าสังเกตเหมือนกันว่าช่วงครึ่งหลังของหนังมีฉากที่แสดงภาพของการชำระล้างถึง 3 ฉากติดต่อกัน นั่นคือ 1. ฉากหญิงแก่อาบน้ำ 2. ฉากลูกจ้างเอาสีทาทับรอยขีดเขียน และ 3. ฉากที่ Alan ทุบฝีตัวเองจนแตก (อึ๋ย!) แล้วก็มีแต่ Alan เท่านั้นที่หนีออกไปจากโรงหนังแห่งนี้ได้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นสักเท่าไร เพราะสิ่งที่เขาทำคือการหนีปัญหาเรื่องทำผู้หญิงท้องมากกว่า

ศาสนาก็เป็นอีกเรื่องที่ถูกพูดถึงใน Serbis เราเห็นตัวละครห้อยไม้กางเขน เห็นภาพพระเยชู พระแม่มารี อยู่ตลอดเรื่อง แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่อาจช่วยอะไรพวกเขาได้เลย ฉากหนึ่งที่ออกแนวเสียดสีมากก็คือ ฉากคนเดินขบวนจุดเทียนบูชาพระแม่มารี แต่ในขณะเดียวกันที่ซอยดังกล่าวก็มีผู้ชายสองคนกำลังซื้อขายบริการกันอยู่

นัยยะทางศาสนายังแสดงผ่านอีกฉากสำคัญ คือตอนที่แพะวิ่งเข้ามาในโรงหนัง (แพะเป็นสัญลักษณ์ถึงความชั่วร้าย/ซาตาน) จนทำให้คนฉายหนังต้องเปิดไฟ เพื่อไล่จับแพะตัวนั้น แต่ภาพที่เราเห็นยามไฟสว่างก็คือผู้คนมากมายที่กำลังประกอบกามกิจกันในโรง ก็เลยไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอันไหนที่จะดูชั่วร้ายกว่ากัน และที่ตลกมากคือ ในฉากถัดมาผู้เกือบทั้งโรงก็แห่กันไปช่วยไล่แพะออกจากโรงหนัง ทั้งที่ฉากตอนต้นที่ไล่จับโจรยังมีกันแค่ 3-4 คนด้วยซ้ำ

ประการสุดท้ายที่สนใจใน Serbis ก็คือ พวกป้าย 'ห้าม' ต่างๆ ในโรงหนังที่มีเยอะแยะไปหมด ตั้งแต่ ห้ามทิ้งขยะ, ห้ามฉี่, ห้ามทำสกปรก หรือขนาดร้านข้าวหน้าโรงยังมีป้ายบอกว่า 'ห้ามนั่งแช่' (เอาเข้าไป) แต่ไม่ยักมีป้ายห้ามมีเซ็กซ์ หรือห้ามทำอนาจารอะไรเลยสักนิด ราวกับว่าทุกคนในที่นี้มีความเข้าใจกันอยู่แล้วว่าโรงหนังแห่งนี้มีไว้เพื่ออะไร เพราะป้ายอีกแบบที่มีเยอะพอๆ กันก็คือโปสเตอร์หนังโป๊สุดสยิวชื่อพิสดารทั้งหลายนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ป้ายที่เสียดเย้ยที่สุดในหนังก็คือ ป้ายชื่อโรงหนังที่เขียนว่า FAMILY ซึ่งชวนให้เราคิดหนักจริงๆ ว่าสิ่งที่เราเห็นนี่สมควรจะเรียกว่า 'ครอบครัว' หรือเปล่า

หรือไม่เราก็อาจจะต้องพิจารณากันใหม่ว่า สิ่งที่ว่าครอบครัวคือ สถาบัน, ระบบ, กรอบบังคับ, กับดัก...หรืออะไรกันแน่?


ขอขอบคุณ: ไกรวุฒิ จุลพงศธร, กัลปพฤกษ์, รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค, นลัท ตั้งพรพิพัฒน์, นคร โพธิ์ไพโรจน์ สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น








Create Date : 23 สิงหาคม 2551
Last Update : 24 สิงหาคม 2551 2:12:10 น. 22 comments
Counter : 3817 Pageviews.

 


เทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 12

ปีนี้จัดยาวรวด 16 วัน ตั้ง 29 ส.ค. - 14 ก.ย. งานจัดที่ชั้น 5 หอศิลป์สี่แยกปทุมวัน ดูฟรีตลอดโปรแกรม (โอ้ว!)

ดูรายละเอียดงาน //www.thaishortfilmfestival.com


โดย: merveillesxx วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:7:29:16 น.  

 
ตัวเองไม่เหมาะกับหนังประเภทนี้

แต่คำโปรยที่คิดขึ้นมา (Cinema Inferno) มันช่างเหมาะเจาะกับเรื่องนี้จริงๆครับ


โดย: BloodyMonday วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:11:29:20 น.  

 
อยากดูจัง สงสัยต้องแย่งซื้อตั๋วกะชาวบ้านตอนบางกอกฟิล์ม เดี๋ยวจะชวนเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ไปดูด้วย พวกมันคงอึ้งว่าบ้านกรูมีหนังอย่างงี้ด้วยรึ 555


โดย: เอกเช้า IP: 124.120.187.108 วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:13:40:37 น.  

 
The Masseur ตอนบางกอกฟิล์มผมไม่ได้ดู แต่เห็นคนดูเพียบ
ส่วนเรื่องนี้คงไม่พลาด

ล่าสุดผมได้ดูหนังเกย์ฟิลิปปินส์เรื่อง Antonio's Secret (2008)
เกี่ยวกับเด็กหนุ่มวัย 15 มีอะไรกับ "อา" ตัวเอง
เรื่องนี้ก็มีศาสนามาเกี่ยวข้อง โดยให้เรื่องราวเกิดในช่วงคริสต์มาส (ดูแล้วก็นึกถึง "รักแห่งสยาม")


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:13:44:24 น.  

 
น่าดู...

หวังว่ามันคงหลุดมาที่แผงดีวีดีตามตลาดนัดแถวบ้านผมเร็วๆนี้

ว่าแต่ไอ้ฝีที่ก้นพระเอกมันมีเพื่ออะไร (แถมยังมีฉากทุบฝีแตกอีก) ฟิลิปปินส์นี่นอกจากผู้คนจะหน้าตาคล้ายเราแล้ว ยังมีวัฒนธรรมแปลกๆบางอย่างเหมือนเราด้วยแฮะ (นี่กรูนับโรงหนังโป๊เป็นวัฒนธรรมไปแล้วหรือนี่...)



โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:14:21:50 น.  

 
ตั๋วหนังเรื่องนี้คงเต็มเร็วแน่เลย อาจมีเพิ่มรอบฉาย หุหุ



โดย: renton_renton วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:19:42:11 น.  

 
น่าดูมาก เสียดายวันศุกร์ฉายหนังอยู่
(แล้วคนดูก็น้อยมาก 55555 - แต่มากกว่า 3 คนอยู่นะ)

รอดูจอใหญ่ๆ คงได้อารมณ์ดี
อิจฉาวงการหนังฟิลิปปินส์แฮะ ไปถึงขนาดนี้กันแล้ว (รวมพวก รายา มาร์ติน อะไรทำนองนี้ไปด้วย)


โดย: nanoguy IP: 125.24.142.105 วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:21:41:23 น.  

 
นี่คือหนังโปรแกรมลับของไบโอใช่ไหมครับ (ตอนอ่านก็แอบเดาอยู่ว่า น่าจะเป็นเรื่องนี้)


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:0:42:45 น.  

 

ตอบ เอกเช้า

แหม เมื่อวันศุกร์น่าจะเอาเพื่อนฟิลิปปินส์มาด้วย จะได้ Q&A กันให้มันเลย 555



ตอบ แค่เพียงรู้สึกสุขใจ

The Masseur ผมก็ไม่ได้ดูครับ ซื้อตั๋วไม่ทัน แต่ได้ข่าวว่าหนังก็งั้นๆ



ตอบ แฟนผมตัวดำ

ยกมือหนับหนุนครับ ผมเชื่อว่าหนังโป๊ถือเป็น culture อย่างนึงแน่นอน (ต้องใช้ทับศัพท์ เพราะมันอาจไม่ -วัฒนะ- สำหรับบางคน) ผมยังเคยจะเปิดห้องบล็อกวิจารณ์หนัง AV เลยครับ แต่กลัว sex เสื่อมตายเสียก่อน 555



ตอบ nanoguy

สนใจเรื่องหนังฟิลิปินส์ รออ่านไบโอเล่มใหมได้เลย (ไม่ใช่เราเขียนนะ)



ตอบ ฟ้าดิน

ใฃ่แล้วครับ คนมาดูเยอะเหมือน 20 กว่าๆ ได้ ^^


โดย: merveillesxx วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:2:26:33 น.  

 
พี่เมอร์ ขอนอกเรื่องหน่อยนะเคอะ

เจ๊แม่มาแล้ว ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

//www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C6919631/C6919631.html

ดูโชว์ Vogue แล้ว เหมือนขึ้นสวรรค์แล้วเกิดใหม่ เลิศมากกกกกกกกก



โดย: junior_zzz IP: 68.157.51.177 วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:10:14:31 น.  

 
โอว์ ติดเรท

ป.ล. ว่าแต่บ้านเมืองฟิลิปปินส์นี่ดูไม่ได้เจริญอะไรมากมายนะ


โดย: Moonlight Mile วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:12:24:49 น.  

 
มาอ่าน เพราะคงไม่ดูแน่ๆ ตามเคย

เห็นภาพหนังเรื่องนี้ใน bioscope ยอมรับว่าสะดุดกับภาพจริงๆ (แน่ะ ทำเป็นไม่ดู แต่พอเห็นรูป ก็แอบสนใจ เหอ เหอ)

ขอบคุณที่ดูแล้วเขียนมาให้อ่านกัน


โดย: cottonbook วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:16:33:59 น.  

 



Tangmo in OK! Magazine (A+++++++++)


โดย: merveillesxx วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:8:20:01 น.  

 
โอ้วๆ น่าสนใจ
แต่ไม่รู้จะดูไหม
มัน "ดูจริง" มากใช่หรือเปล่า

บางครั้งเวลาดูหนังเราก็ต้องการ "ความลวง"
มาปลอบประโลมใจ

คือเวลาดูหนังก็อยากได้อะไรสวยๆ เพ้อเจ้อๆ อยู่

รูปแตงโม สวยดี นึกว่าสาวฝรั่งที่ไหน


โดย: grappa IP: 58.9.197.115 วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:9:56:32 น.  

 
+ วุ้ย! เซ็งชีวิต วันศุกร์กว่าพี่จะเสร็จธุระ เสด็จไปถึง(!)หน้าออฟฟิศไบโอฯ ได้ ก็ปาเข้าไป 19:40 ... จะขึ้นไปก็เกรงว่า นอกจากจะเป็นการรบกวนผู้อื่น ให้เค้าด่าว่า "ไอ่นี่ คอตรเลทประจำ" แล้ว ยังจะดูไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก

+ สุดท้ายเลยตัดสินใจ เดินเลยมากินบะหมี่เกี๊ยวหน้าปากซอย เสร็จแล้วเดินกลับไปสตาร์ตรถ ขับกลับหอซะงั้น?!?

+ เด๋วไว้รอดูตอนเข้าที่เฮาส์แล้วกันอ่ะครับผม (ภาวนาอย่าให้โดนตัด อิๆ)

+ แต่ชอบจริงๆ ชื่อ Cinema inferno เนี่ย เอิ๊กๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:22:17:09 น.  

 

ตอบ junior_zzz

ขอบคุณมากจ้ะ สำหรับภาพคอนเจ๊แม่ ก็ดูอลังดี แต่ก็มีอะไรตลกๆ เยอะดี 555



ตอบ Moonlight Mile

โรงหนังในเรื่องก็อารมณ์ สะพานควายราม่า บ้านเราอ่ะ



ตอบ พี่ grappa

อันนี้มันก้จริงนะ ภาพมันจะดูดิบๆ เข้าใจว่าถ่ายด้วยดิจิตอลด้วยแหละ ไม่มีความสวยแบบภาพฟิล์ม

ส่วนรูปแตงโม อันนี้คือดีที่สุดใน set แล้ว นอกนั้นก็ ดีบ้าง แย่บ้างจ้ะ



ตอบ พี่บลูยอชท์

แหม จริงๆ ขึ้นมาก็ได้ครับ เพราะวันนั้นก้มีคนเลทเยอะ (วันศุกร์รถติดนิ)


โดย: merveillesxx วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:6:00:13 น.  

 
เห็นภาพแล้วนึกถึง Goodbye Dragon Inn หน่ะ ถึงน้องเมอร์จะยืมคำของพี่เต้มาบอกว่ามันคนละอารมณ์กันก็เถอะ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:17:10:57 น.  

 


Evangelion: 1.0 You Are (Not) Alone (2007, A++++++++)

สรุป: ประสบการณ์ดูหนังที่น่าตื้นตันใจที่สุดของปีนี้

คำเตือน: หนังสร้างเพื่อหลอกเอาตังค์แฟนเดนตายของ EVA เท่านั้น คนไม่อินอาจทรมานมาก และคนไม่เคยดูไม่รู้จัก อาจมึนตึ้บ หนังเอา 6 Episodes มาตัดใหม่ให้เหลือแค่ 98 นาที (หนังจะมีทั้งหมด 4 ภาค) เล่าเรื่องเร็วมาก ฉากแอ็คชั่นเต็มไปด้วยสับสนชิบหายวุ่นวาย และตัดส่วนดราม่าไปเยอะมาก ประเด็นส่วนจิตวิทยาเลยหายไปเยอะ

อะไรที่เพิ่มมาจากฉบับทีวี: EVA01 สีเขียวเรืองแสงได้ (ซึ่งดูเสร่อ), เทวทูตเวลาระเบิด เลือดสาดเต็มจอ, นับลำดับเทวทูตใหม่, มีฉากเพิ่มขึ้นเยอะเหมือนกัน น่าจะ 5-6 ฉาก, มีการตัดต่อใหม่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เล่าเรียงตามฉบับเดิม, ที่เด็ดสุดคือ เพิ่ม 3D-CG เกือบทุกฉากแอ็คชั่น โดยเฉพาะฉากต่อสู้อันสุดท้าย แฟน EVA ต้องปราบปลื้ม กำมือน้ำตาไหล โอ๊ย พูดแล้วอยากดูอีกรอบ

อนึ่ง หลัง credit มีตัวอย่างภาค 2 อย่าเพิ่งรีบลุก

คำแนะนำ: ไปหา box set DVD ของเรื่องนี้มาดู สนุกมากๆ ดูจบรอบแรกไม่มีทางรู้เรื่องแน่นอน มีประเด็นตีความเยอะมาก วิทยาศาสตร์, มนุษยวิทยา, ศาสนา, ปรัชญา, ทฤษฎีสมคบคิด, บลาๆๆๆ

แถม: เจอคุณโบ้ต สมพจน์ ที่โรงด้วย ...แหมเพิ่งรู้ เด็ก CalArts เป็นสาวกอีวา 5555

- - - - - - - - - - - - - -

Comment on Everything!

FILM

1. Serbis (2008, A)

2. La Maison de Himiko (2005, A)

3. Birdcage Inn (1998, Kim Ki Duk, A-)

4. Address Unknown (2001, Kim Ki Duk, A)

5. The Coast Guard (2002, Kim Ki Duk, A+)

6. Evangelion: 1.0 You Are (Not) Alone (2007, A+++++++)



STAGE PLAY

1. คาเฟ่สีรุ้ง (นิเทศจุฬา, B+)

2. Little Mime Project (A+)

3. Woman in Black (ผีชุดดำ) (A-)



ART EXHIBITION

1. Scracthed to Surface @ Ardel Thirdplace (A-)

2. Lubland @ J Gallery (A)

3. Parallel World @ Pikture Gallery (B)



MUSIC

Burial: Untrue (2007, A++++++++) ติด 1 ใน 10 อัลบั้มแห่งปีแน่นอน



ETC

1. บทสัมภาษณ์แตงโมใน OK! (A+++++)

2. วันนี้เจอน้อง มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ร้าน Marina HK (A++++++)

3. พันธมิตรฯ (D++++++++) สงครามศักดิ์สิทธิ์บ้านแป๊ะแกสิ!


โดย: merveillesxx วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:3:07:02 น.  

 



หนังเพื่อนผมได้ฉายบนจอใหญ่แล้ว! (หลังจากการเปิดตัวรอบแรกไปตั้งแต่ 10 เดือนก่อน 555)

เพนกวิน โดย คุณเต๋อ นวพล (40 นาที) ...หนังเป็นที่จุดเริ่มต้นให้เราสองคนเป็นทองแผ่นเดียวกัน (ในด้านหน้าที่การงานนะจ๊ะ 555)

ข้อสำคัญ : หนังเรื่องนี้ต้องดูในโรงเท่านั้น!

ฉายที่ : เทศกาลหนังสั้น 12 โดย มูลนิธิหนังไทย

วันที่ : เสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2551

เวลา : 18.30 น.

สถานที่ : ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรรมแห่งกรุงเทพ มหานคร ตรงข้ามมาบุญครอง ลงสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ

ร่วมด้วย : มนัส จรรยงค์ คืนวันหนึ่งที่ถนนตะแลงแกง โดย ไพสิษฐ์ พันธุ์พฤกษชาติ

*ชมฟรี แต่มารับบัตรก่อนรอบฉาย 1 ชั่วโมงครับ

เพิ่มเติมที่ : //www.thaishortfilmfestival.com/


โดย: merveillesxx วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:3:15:06 น.  

 
ขอขอบใจสำหรับสรรพคุณที่ช่วยบรรยายค่ะ


โดย: renton_renton วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:10:22:42 น.  

 
+ อ๊ากกก เพนกวิน อยากดู (แต่ไม่รู้จะทันมั้ย เพราะต้องไปธุระที่บ้านใหม่ตอนบ่ายก่อน)

+ อ๊ากกกก Evangelion: 1.0 คอตรรรร อยากดู (ถึงแม้พี่จะไม่ใช่สาวก และไม่เคยอ่านหรือรู้เรื่องราวของ Eva มาก่อนเลยก็ตาม แต่ที่สนก็ตั้งแต่ตอนอ่านข้อมูลมาจากนิตยสารหนังอ่ะครับ แล้วยิ่งน้องต่อให้เกรดเยี่ยงนี้อีก) ... เล็งไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่ยังไม่ว่าง วันอังคารก็ดันเลือกดู Reservation raod ไปก่อน เมื่อวานว่าจะดู ดันมัวแต่อ่านหนังสือเพลินซะอีก ... ต้องไม่พลาดซะแล้วครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:11:04:16 น.  

 
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6916843/A6916843.html


ความคิดเห็นที่ 3

อืมมม

ถ้าผู้กำกับคนเดียวกัน คงต้องดูแล้วแหละ

จากคุณ : total_memory - [ 23 ส.ค. 51 09:23:34 ]






ความคิดเห็นที่ 4

ฟิลลิปปินส์มีผู้กำกับติดอันดับโลกมานานแล้วครับ
ติดอยู่ริมฝีปากนึกชื่อไม่ออก,หนังก็จะตีแผ่สลัมแบบนี้แหละ
.....
สลัมหรือมุมมืดในสายตาผู้กำกับก็แตกต่างกันไป
ตามคอนเซ็ปต์ผู้กำกับจะไปเทียบก็ไม่ถูกนัก
.....
ภาพที่ลงเถื่อนได้ใจดีครับ หนังไปคานส์ก็เปิดโลกทัศน์ให้ฝรั่งในมุมมองของศิลปิน มันจะชมไม่ชมไม่ต้องใส่ใจ เวลาจะพิสูจน์หนัง
.....
หนังบ้านเราไม่อาร์ตจ๋า,ก็บู๊,กระเทาะแก่นแท้ของไทยไม่ค่อยมี
เราก็อาจจะแพ้ต่างชาติเขาได้ครับถ้าหนังยังเป็นแค่ความบันเทิงเตะต่อย หรือการโชว์งานศิลปะของตนที่ดูแล้วเวียนศรีษะ
แก้ไขเมื่อ 23 ส.ค. 51 10:57:05










จากคุณ : ธนะรัตน์ เอ็กโซติก - [ 23 ส.ค. 51 10:54:57 ]






ความคิดเห็นที่ 5

เพิ่งเริ่มดูได้ไม่กี่เรื่องง่ะคับ
คิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมมันสลัมตลอดเลย

จากคุณ : Nagano - [ 23 ส.ค. 51 11:08:27 ]






ความคิดเห็นที่ 6

กล้าทำดีนิ...แต่ดูตัวอย่างแล้วนึกไม่ออกว่ามันจะเล่าอะไร....

ลองมาเจอโรงหนังบ้านเราจิ...หุๆๆๆ

อ้อ แก้คำผิดหน่อยก็ดีนะจ๊ะ โดยเฉพาะ ไม้กางเกง...5555

จากคุณ : Bkkbear - [ 23 ส.ค. 51 12:44:01 ]






ความคิดเห็นที่ 7

^
^
555555555555555

พอดีพิมพ์ตอน 6 โมงเช้า (แหะๆ)

จากคุณ : merveillesxx - [ 23 ส.ค. 51 13:04:38 ]






ความคิดเห็นที่ 8

เค้าอยากดู ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

จากคุณ : กุนซือเอกแห่งรัฐวุ่ย - [ 23 ส.ค. 51 13:34:05 ]






ความคิดเห็นที่ 9

เห็นภาพจากหนังเรื่องนี้ ก็อยากรู้นะ ว่าเป็นยังไง แต๊งกิ๊ว ^ ^'

จากคุณ : มินเอง - [ 24 ส.ค. 51 01:01:05 ]






ความคิดเห็นที่ 10

ผู้กำกับฯ ที่ 4# พูดถึงคงจะเป็น Lino Brocka

จากคุณ : เก้าอี้มีพนัก (เก้าอี้มีพนัก) - [ 24 ส.ค. 51 21:58:18 ]






ความคิดเห็นที่ 11

แวะมาบอกว่า คุณไกรุวฒิ จุลพงศธร เขียนถึง Serbis ในนิตยสารสารคดี ด้วยครับ (น่าจะเดือนกันยา) เขียนดีมากครับ ลองหาอ่านกัน ^^

จากคุณ : merveillesxx - [ 25 ส.ค. 51 05:53:14 ]






ความคิดเห็นที่ 12

ผมว่าเสน่ห์อีกอย่างของเรื่องนี้คือเสียง ambience นะครับ ในช่วงครึ่งเรื่องแรก
ถ้าดูในโรงมันจะอึงเหมือนคุณเดินอยู่เยาวราชโดยไม่มีปิดบังกันเลยทีเดียว

ณอน เพนถึงกับขอดูรอบสองเป็นการส่วนตัวครับเรื่องนี้

แต่มันก็อดเปรียบเทียบกับหนังภูมิภาคเดียวกันที่เข้าอีกเรื่องไม่ได้
อีริค ฮู ยังทำปุกปุยฉายอยู่เลย



ps. น้องพระเอก serbis ตัวจริงโคตรหล่อเลย

จากคุณ : Der_Marx - [ 30 ส.ค. 51 17:47:05 ]







ความคิดเห็นที่ 13

^
^
รู้สึก DVD ที่ได้ดู เสียงมันจะไม่ค่อยสมบูรณ์อ่ะครับ ^^;;

แต่ชอบตอนนึงที่ ลูกชาย (ที่เข้าข้างพ่อ) กลับมาหาแม่ แล้วตอนเดินลงมา เสียงหายไป แปลกดี

จากคุณ : merveillesxx - [ 31 ส.ค. 51 07:02:55 ]


โดย: merveillesxx วันที่: 31 สิงหาคม 2551 เวลา:7:07:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.