Group Blog
 
 
มกราคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 มกราคม 2549
 
All Blogs
 

หัวใจออกเดินทาง........ตอนสิบ.....ลุมพินีเนปาล

พวกเราออกเดินทางจากกุสินารา เกือบเที่ยง

หว่างทางมีรถบัสของกลุ่มคนไทยเสีย คนรถของเราแวะถามว่าเกิดไรขึ้น คนขับรถของกลุ่มคนไทยอีกกลุ่ม
ขอติดรถเข้าไปในเมืองด้วย จะไปตามช่างมาแก้

เมืองที่พวกเราผ่านคือเมืองโครักขปูร์
เมืองนี้แหละค่ะที่พวกเราจะขึ้นรถไฟกลับ หลังจากที่กลับมาจากลุมพินี

ผ่านสถานีรถไฟโครักขปูร์ด้วย ใหญ่เหมือนกันค่ะ
ตอนแรกเรานึกว่าสถานีเล็กๆซะอีก

ระยะทางจากกุสินาราไปลุมพินีเนปาล ใช้เวลา 4ชั่วโมงค่ะ
ไม่นานเท่าไหร่

แต่ที่นานคือ รอข้ามด่านค่ะ

พวกเราไปถึงด่าน รถบัสไปจอดตรงประตูข้ามด่าน
พวกเราลงไปเดินชอปปิ้งกันค่ะ สามารถเดินข้ามไปฝั่งเนปาลได้เลย

พระอาจารย์บอกให้พวกเราเดินข้ามไปรออีกฝั่งได้เลย
ส่วนหนังสือเดินทาง ฝ่ายจัดการดูแลไปยื่นเรื่องให้ รวมทั้งจ๋าไปช่วยด้วย

เราและปริ๊นและคนอื่นๆ จึงลงไปเดินเตร่ๆ เราติดใจโมโม่ค่ะ อร่อยมาก มีแบบผักและแบบเนื้อแพะ
เนื้อแพะอร่อยกว่าแต่กลิ่นเนื้อก็แรง

พวกน้องๆนักเรียนจากปูเณ่ หลังจากที่ลองชิมของเรา
ติดใจไปตามๆกัน
สั่งกันคนละจานมาทาน จานละ20 ค่ะ

หลังจากนั้นพวกเราไปกันต่อที่ร้านน้ำชา เพราะอากาศเริ่มมืดและเย็นลง
ทุกคนมารวมตัวกันที่ร้านนี้หมดเลยค่ะ
ดื่มชาไปคุยกันไป ร้านเป็นแบบเพลิงเล็กๆค่ะ ไม่มีที่ให้นั่ง
ต้องยืนดื่มกัน

รอประมาณชั่วโมง หนังสือเดินทางก็ได้คืน ก็ออกเดินทางกันต่อ

อีกประมาณชั่วโมงได้ ตอนนั้นมืดมากไม่เห็นทางเลย
ทุกคนเริ่มหลับ

พวกเราไปถึงวัดตอนทุ่มกว่าๆ

วัดไทยลุมพินี ทางวัดยังมีที่พักไม่พอ พวกน้องๆจึง
ต้องขึ้นไปนอนชั้นบนสุด สิบหกคนนอนรวม และมีห้องพักให้อีกสี่ห้อง

พวกเราเหมือนเดิมนอนรวมห้าคน ห้องนอนได้หก
มีน้องอีกคนลงมานอนด้วย

ห้องน้ำด้านบนมีสอง ด้านล่างมีหลายห้อง ห้องอาบน้ำสาม
มีน้ำร้อนด้วยค่ะ แต่เนื่องจากคนใช้เยอะจึงไม่ร้อน

หลังจากไปทานอาหารเสร็จ พวกเราก็ขึ้นไปบนวิหารเพื่อสวดมนต์
และร่วมกันทอดผ้าป่า และถ่ายภาพหมู่ เสียดายเราลืมเอากล้องไปด้วย เลยไม่ได้ภาพหมู่

ที่นี่พวกเราได้รับแจกเหรียญ ปางประสูติ คนละเหรียญ
และหนังสือวัดไทยลุมพินี

หลังจากนั้นแยกย้ายกันไปอาบน้ำ หลังจากนั้นคิดว่าจะนอน
แต่เห็นฝ่ายบัญชี มีการทะเลาะกันนิดหน่อย และขอเราช่วย
เขียนเอกสาร

เอาหล่ะสิเรานะ เรียนจบแค่มอสาม ความรู้ไรก็ไม่มี
เหงื่อตก เราจึงวิ่งไปตามปริ๊นให้ลงมาทำแทน

ปริ๊นก็แสนใจดี ช่วยน้องๆเค้าทำงาน ส่วนเราหน้าที่เสริฟชาค่ะ

ดูน้องเค้าทำงานจนเพลินสนุกดี จนปาเข้าไปตีหนึ่งถึงจะได้นอนกัน

ดีที่ตอนเช้าไม่ต้องตื่นเช้า


เช้าวันใหม่ 21/12/2005

วันสุดท้ายที่พวกเราจะต้องแยกกัน ใจหายบอกไม่ถูก

น้องๆที่ร่วมทริปน่ารักกันทุกคน

เราตื่นมาอาบน้ำและลงไปช่วยในโรงครัว ห่อข้าวสำหรับพวกเราตอนเที่ยง ไข่ต้มกับอะไรจำไม่ได้แล้ว

หลังจากนั้นก็ทานอาหารเช้า

และไปเก็บของและเอาลงมาใส่ที่รถ
และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกัน ที่นี่เราร่วมทำบุญและ เมื่อคืน

กลุ่มพวกเราห้าคนได้ใส่ซองถวายเงิน สำหรับการเดินทางไปพุทธคยา ถวาย พระอาจารย์มานพและท่านเจ้าอาวาส ที่ได้ร่วมเดินทางจากวัดไทยราชคฤห์ และจะแยกไปพุทธคยา ที่สถานีรถไฟโครักขปรู ที่ที่พวกเราทุกคนจะแยกกันไป




พระอุโบสถวัดไทยลุมพินี สีขาวสวยงามมากๆค่ะ
ด้านในพระอุโบสถก็สวยงาม น่าเสียดายไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ชมกัน


คนอื่นไปขึ้นรถกันหมดแล้วค่ะ เหลืออยู่แค่นี้

และพวกเราก็ออกเดินทางไป ลุมพินีค่ะ

ไม่ไกล นั่งรถไปจากวัดแค่สิบนาที
รถจอดด้านนอก พวกเราเดินเข้าไปค่ะ
รถห้ามเข้า ด้านหน้ามีสามล้อถีบ แต่พวกเราเดินค่ะ

เดินไปก็จะมีเด็กร้องเพลงไปด้วย พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
และขอเงินไปด้วย

เราเริ่มหงุดหงิด เพราะไม่ชอบนะค่ะ ที่เอาบทสวดมนต์มาทำแบบนี้

ปริ๊นทนไม่ไหวเลยตวาดไป บอกให้หยุดร้อง

เด็กๆหยุด และเดินไปขอคนอื่นแทน

และแล้วพวกเราก็ไปถึงด่าน

ขายตั๋วค่ะ ที่นี่ค่าเข้าหนึ่งดอล
เรามีดอลอยู่พอดีจึงจ่ายไป

ไม่รู้ทำไมที่นี่ ทัวร์ไม่จ่าย

พวกเราโชว์ตั๋วและเดินเข้าไปด้านใน พระอาจารย์มานพแนะนำให้ถ่ายภาพกับป้าย

จึงถ่ายมาคนละภาพเป็นที่ระลึก

หลังจากนั้นพวกเราแยกย้ายกันไป พวกเราเข้าไปที่วิหารพระนางมายาเทวีกันก่อน

วิหารพระนางมายาเทวี


ทางเข้า ต้องถอดร้องเท้านะค่ะ

เดินเข้าไปด้านใน


ด้านในคนยังไม่ค่อยมีค่ะ มียามยืนเฝ้าหนึ่งคน ด้านในมีกลิ่นแรงมาก ไมทราบกลิ่นอะไร


หินแกะสลัก รูปพระนางสิริมหายาเทวี
พระพุทธมารดายืนหระทับเหนี่ยวิ่งสาละอยู่พร้อมทั้งพระสนม
และข้างหน้าเป็นรูปเจ้าชายสิทธัตถะพระกุมาร กำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากของคนเนปาลและคนฮินดู



หลังจากกราบไหว้จนพอใจ เราก็เดินตามหาปริ๊นและพี่ปู
เห็นหลังไวๆ ขึ้นไปด้านบนวิหารนะเอง


พวกเรารีบลงมา เพราะได้ยินเสียงสวดมนต์
กลุ่มคนไทยอีกกลุ่มและกลุ่มพวกเราร่วมกันสวดมนต์

สวดเสร็จ มีการตัดเล็บและดึงผมกันออกมานับ
ของเราออกมาเก้าเส้นพอดิบพอดี
และก็ไปอธิฐานที่เสาอโศกและโยนทื้งไป

หลังจากนั้นก็ถ่ายภาพกันตามสะดวก เวลาที่สามสิบนาทีและให้กลับไปที่รถกัน




ก่อนกลับเราวิ่งไปถ่ายภาพสระน้ำที่ใช้สรงสนานพระวรกาย
เจ้าชายสิทธัตถะตอนประสูติใหม่ๆ

สระสนานพระวรกายเจ้าชายสิทธัตถะ

หลังจากนั้นถ่ายภาพให้พระอาจารย์มานพ





หลังจากไปขึ้นรถ พวกเราก็ออกเดินไปกันที่สถานีโครักขปูร์

และร่ำลาและแยกย้ายกันไป พวกเราห้าคนยังเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น เพื่อจะเดินทางไปเดลลี

พวกเราไปถึงสถานีรถไฟเวลาบ่ายสี่โมง และรถไฟไปเดลลีออกทุ่มสิบนาที

เหลือเวลาเยอะ เหมือนเดิมพวกเราไป witing room ค่ะ
ไปนั่งรอ บ้างก็โหลดรูป
ส่วนเรากับปริ๊นออกไปหาซื้อข้าวค่ะ
หน้าสถานีพวกเราได้ปลาทอดมา ชิ้นละห้า
หลังจากที่ต่อจนเหนื่อย ก็ต้องยอมซื้อในราคาหกรูปี แพงแต่ปลาอร่อยมากๆ หลังจากนั้นไปซื้อข้าวกับผักกระหล่ำดอก

มื้อนั้นหารแล้วหมดคนละ 60 หมดเยอะเพราะปลาเราซื้อมาเยอะค่ะ กะจะเอาไว้กินบนรถด้วย และรวมทั้งน้ำดื่มด้วย

หลังจากกินข้าวอิ่ม เราก็นอนค่ะ เพราะหนาวและเหนื่อย นอนอย่างเดียวไม่สนใจใคร นอนบนพื้นนะแหละค่ะ

สักพักเห็นกลุ่มน้องปูเณ่ที่จะไปเดลลี แวะมาคุยด้วย
น้องเค้าไปคนละขบวนกับพวกเราค่ะ แต่จะไปเจอกันที่เดลลีอีกที

พักที่เดียวกัน พักที่วัดไทยในเดลลีค่ะ

รถของเราออกก่อนน้องเค้า แต่ว่ามันไม่เป็นดังที่คลาดนะซิค่ะ

ดีเลย์ค่ะ ทุกครึ่งชั่วโมง ไปเช็คก็ดีเลย์ออกไปเรื่อยๆ

เราเพิ่งเคยเจอค่ะ อึ้งเลย ดีเลย์จนถึงตีสามค่ะ สุดยอดจริงๆ

ของน้องๆเค้าก็ดีเลย์ แต่เค้าได้ไปก่อนตอนตีหนึ่ง

แบบหนาวมากๆ ขึ้นรถไฟได้หลับค่ะ ไม่มีใครพูดไรกันเลย
นอนอย่างเดียว และรถไฟก็พาพวกเราถึงเดลลีตอนสองทุ่มกว่าค่ะ

พวกเราลงรถไฟและจ้างรถแท๊กซี่ไปต่อที่ นิซามูดิน
ไปวัดไทย ราคาสองร้อย
ไปถึงวัดดึกมาแล้ว น้องๆปูเณ่และพี่ๆ น่ารักมากๆ หุงข้าวรอพวกเราเลยค่ะ ซึ้งจริงๆ

พวกเราได้ห้องพักแบบห้าคนพอดีค่ะ คืนนั้นหนาวมากๆ เรามุดเข้าที่นอนอย่างเดียว

จนเช้า วันที่ 23 ปริ๊นมีแผนพาพี่ปูกับแม่ไปเที่วรอบๆเมืองเดลลี

ส่วนเราไม่ไปเพราะเคยไปแล้ว จึงไปเที่ยว พิพิธภันต์ กับพวกเด่น เด่นก็มาคืนนั้นค่ะ จากไฮเดอร์บัด

เด่นนอนในวิหาร

ตอนนี้แยกกันเที่ยวสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไปเที่ยวรอบๆเดลลี
อีกกลุ่มเที่ยวพิพิธภันธ์

พวกเราไปพิพิธภันท์ สายมากแล้ว
ที่นี่ค่าเข้า ต่างชาติ 300 รูปี
แพงมากๆ ตอนแรกเราจะยอมจ่าย แต่จ๋าให้ยืมบัตรนักศึกษา

นักศึกษาเสียแค่หนึ่งรูปี ทุกคนจ่ายหนึ่งรูปีหมดเลย

ด้านในกว้างและใหญ่มากๆ พวกเราอยู่ที่นี่ประมาณสามชั่วโมงได้

พอออกมาเราว่าคุ้มจริงๆถึงต้องจ่ายสามร้อย แต่จ่ายไปแค่หนึ่งรูปียิ่งคุ้ม อิอิ

พวกเราออกมาด้านนอก วันนั้นอากาศหนาวมากๆ หมอกลงเยอะมาก

พวกเราตกลงกันเดินไป ตลาดจันปาธ

เพราะหนาวมากอยากจะเดินเพื่อให้ร่างกายอุ่น

เรียกว่าเดินเร็วน่าจะดีกว่า

ไปถึงจันปาธพวกเราหิวจึงเข้าร้านแมคโดนัลกัน
ที่นี่เอง เฮ็งโดนล้วงกระเป๋า เงินหายไปสามพัน รวมบัตรด้วย
เดลลีต้องระวังกระเป๋าให้ดีนะค่ะ แค่ไปยืนรอซื้อแมคก็โดนได้เพราะคนเบียด

หลังจากนั้นก็ยังไปเดินเที่ยวกันต่อค่ะ พวกเราซื้อผ้าปูโต๊ะกันจากผืนละห้าร้อยเหลือ 150 ซื้อคนละผืน

และตอนนั้หกโมงกว่าแต่มืดและหนาวมาก จึงตัดสินใจเรียกออโต้กลับ

จากที่นี่ไปวัดไทยที่พวกเราพัก แค่ 35 รูปีเองค่ะ

และหลังจากกลับไปถึงวัดก็เอาของที่ซื้อออกมาอวดกัน
ปริ๊นกลับมาแล้วค่ะ เค้าก็เอาของที่ซื้อมาอวดด้วย ข่มกันค่ะว่าใครซื้อได้ถูก


และวันรุ่งขึ้นมีแผนไปเที่ยวทัชมาฮาลกันค่ะ และอีกวันไปชัยปุระ

ค่ารถค่าโรงแรม ตกคนละ 2000

เราจึงขอถอนตัวเพราะ เราว่าแพงไป และเราเคยไปมาแล้วทัชมาฮาล

และคนที่ไปก็เยอะ 11คน ยัดกันไป ต่อรถคันหนึ่ง

เราและจ๋าจึงขอพักเอาแรงก่อนจะไปทริป shimla manali

และมีของต้องซื้อด้วย คือรองเท้าผ้าใบ

และอยู่โหลดรูปลงซีดีด้วย พวกปริ๊นจะกลับมาวันที่ 26 ตอนเช้า

และเราก็อยู่เดลลีพักผ่อน ส่วนจ๋ารอรับเพื่อนที่มาจากเมืองไทย พี่โด้คนที่เราฝากซื้อถุงนอน

และจะมีน้องหนูอีกคน กำลังมาจากเมืองไฮเดอร์บัด
เพื่อร่วมทริปนี้กลับพวกเรา

สองวันที่อยู่เดลลีไม่มีไรมาก

ตื่นเช้าทำอาหารถวายพระ สายออกเที่ยวชอปปิ้ง เย็นกลับมาอาบน้ำซักผ้าและนอน

พักผ่อนไปในตัวก่อนจะเริ่มทริปโหด

ไว้รออ่านนะค่ะ ไปย่อรูปก่อน

อดใจรอหน่อย สนุกแน่ๆ




 

Create Date : 26 มกราคม 2549
16 comments
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2549 12:39:03 น.
Counter : 1067 Pageviews.

 

อ่ะโห ตามคุณอุ๋ยมาเจอเรื่องเที่ยวๆ ตอนสิบแล้วเหรอค่ะ
เนี่ย ... นิดเพิ่งกลับถึงบ้านเที่ยวมาเหมือนกันเลยยังไม่ได้
ตามอ่านตอนก่อนๆ นี้ ยังไงต้องไปอ่านตอนแรกก่อนดี
กว่าค่ะ เพราะดูแล้วต้องตามสเต็ปไม่อย่างนั้นอ่านแล้วจะ
ไม่ได้อารมณ์ร่วม

ท่าทางน่าสนุกและเหนื่อยไม่น้อยเลยนะค่ะทริปนี้

 

โดย: JewNid 26 มกราคม 2549 22:18:36 น.  

 

ท่าทางทริปต่อไปจะน่าสนุกนะครับ...ขอบคุณมากครับ

 

โดย: หนุ่มเมืองกรุง IP: 58.9.16.118 26 มกราคม 2549 23:11:21 น.  

 

วะว้าว

แอบตามไปเที่ยวนะคะ

 

โดย: PADAPA--DOO 27 มกราคม 2549 1:03:17 น.  

 

ติดตามทริปต่อไป น่าหนุก นะ

 

โดย: ชายคา 27 มกราคม 2549 1:04:24 น.  

 

เผลอแป๊บๆ ตอนสิบแร๊ว เด๋วต้องตามไปเก็บตกอ้ะค่ะ

Miss you always

 

โดย: Baby I love you (Baby I love you ) 27 มกราคม 2549 10:44:27 น.  

 

แวะมาแจม ครับผม ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

 

โดย: น้องหอมแดง 27 มกราคม 2549 18:26:52 น.  

 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ .... ไวโอลิน... เอาส้มนำโชค กับ อั่งเปามาให้ค่ะ

 

โดย: อ้วนดำปื๊ดปื๊อ 28 มกราคม 2549 1:11:26 น.  

 

เม้นท์ไป คห แรก ตอนนี้อ่านหนึ่งถึงสิบแล้วค่ะ แล้วก็
พร้อมจะอ่านตอนต่อไปแล้วด้วย

ตอนนี้ออ่านแล้วขำเรื่องความคุ้มค่าของการจ่ายเงิน 300 กับ 1รูปี
ว่าอย่างไหนคุ้มค่ามากกว่ากัน อ่านถึงตอนนี้แล้วขำก๊าก
เลยค่ะ

รอติดตามตอนต่อไปนะค่ะ อ่านแล้วชักติดเพราะว่าอ่านรวดทีเดียวตอนแรกถึงตอนล่าสุดนี้ล่ะค่ะ คุณอุ๋ยอ่ะทำให้
ติดงั้นก็ต้องมาอัพเรื่อยๆ นะค่ะอย่าทิ้งเพราะจะลงแดงก่อน
นะค่ะ

 

โดย: JewNid 31 มกราคม 2549 18:24:54 น.  

 

มีภาพวัดไทยลุมพินี สวยๆหลายภาพ และ ประเพณี ของชาวเนปาล ถ้าอยากได้ ยินดีส่งมาร่วมแจมค่ะ

ที่เมล์ nat_sayapan@yahoo.com

 

โดย: nat IP: 210.86.146.207 1 กุมภาพันธ์ 2549 17:23:10 น.  

 

คุณอุ๋ยคะ
วันนี้เป็นวันมาตั้งใจอ่านบล๊อกคุณอุ๋ยโดยเฉพาะเลย
เพราะเด็กๆไม่อยู่
(พักนึงเองอ่ะ..)

เวลามาบล๊อกคุณอุ๋ยช่วงนี้เราอยากมาแบบมีเวลา และสำรวม เพราะการที่ได้ตามทัวร์กับคุณอุ๋ยในบล๊อกไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานนี้
ถ้าอ่านด้วยใจที่เคารพก็ได้รับผลบุญในการตรึก ระลึกนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราอยากขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับคุณอุ๋ยเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ ที่เขียนบันทึกเรื่องราวการเดินทางของคุณอุ๋ยมาให้พวกเราได้อ่านกัน....สาธุค่ะ

และข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าองค์นั้นด้วยเศียรเกล้าค่ะ

ทริปนี้น้ำหนักลดเลยไม๊คะ ขอบอกว่าโหดมากค่ะ
ข้าเจ้าขอนับถือท่านจริงๆ สุดยอดการเดินทางมากกกกก
ขึ้นรถไฟแขกไม่ใช่เรื่องง่ายแถมนั่งกันลืมวันไปเลยนะคะเนี่ย

เราจะตามไปบล๊อกมะนาลีแล้ว....See You บล๊อกหน้าค่ะ (ตอนนี้โอกาสทองนี่คะ..อิ..อิ..)

 

โดย: จันทร์สวย 2 กุมภาพันธ์ 2549 5:07:43 น.  

 

ดีค่า แต่น่าจะมีรูปอาหารด้วยนะคะ เพราะเที่ยวกับกินเป็นของคู่กันค่ะ

 

โดย: ^-^" IP: 203.146.94.2 2 กุมภาพันธ์ 2549 14:57:05 น.  

 

เราก็ว่าจะไปอยู่เหมือนกัน ให้ว่าง ๆ ก่อน

 

โดย: maxpal 16 กุมภาพันธ์ 2549 12:38:42 น.  

 

งามมากๆ

 

โดย: suparatta 11 มิถุนายน 2549 14:58:26 น.  

 

กำลังจะไปวันที่ 16 -23 เดือนนี้ค่ะ ไปสังเวชณียสถานทั้ง 4 แห่ง เท่านั้น ไม่ไปเที่ยวไหนเลย เป็นการไปอินเดียครั้งแรกด้วย รบกวนถามว่า ควรใส่รองเท้าผ้าใบ หรือเป็นรองเท้าเปิด (ใส่ถุงเท้า) จะสดวกกว่ากันคะ เพราะรู้สึกว่าต้องถอดรองเท้าหลายแห่ง

ขอบคุณค่ะ

 

โดย: scuba734 IP: 124.120.14.171 1 กรกฎาคม 2549 19:32:17 น.  

 

อยากไปสักครั้งค่ะ ในชีวิตนี้ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ป่ามืด 9 พฤศจิกายน 2549 0:48:02 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

สุขกายใจ ไร้โรคภัยนะคะ

 

โดย: ป่ามืด 2 มกราคม 2556 14:43:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อยู่ไกลบ้าน
Location :
agra India

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ชีวิตคือการเดินทาง ...................................

ข้อความและรูปภาพ

ขอสงวน ห้ามนำไปเผยแพร่



Friends' blogs
[Add อยู่ไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.