Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
Touring The Angel / Depeche Mode Live @ Madison Square Garden, NYC

คอนเสิร์ตวันแรกวันพุธ ด้วยความที่ตื่นเต้นมากเลยขอหยุดงานวันนั้นไปเลย แต่ไม่กล้าบอกเจ้านายว่าหยุดไปดูคอนเสิร์ต 555555 แต่ปรากฏว่าทั้งวันก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตื่นซะ 9 เก้าโมงที่เหลือก็นั่งดูทีวี ไม่ก็ฟังเพลงของ DM ไปเรื่อยๆ

นี่ไงครับตั๋วคอนเสิร์ตที่บิดมาจาก eBay แบบลุ้นระทึก


ในตั๋วเขียนไว้ว่าคอนเสิร์ตเริ่ม 2 ทุ่ม ผมไปถึงประมาณทุ่มหนึ่ง เผื่อเวลาไว้หน่อย ที่สำคัญอยากดูว่ามีของที่ระลึกจากคอนเสิร์ตอะไรบ้าง แล้วก็ไม่ต้องห่วงครับ ของขายตรึม T-shirt มีหลายแบบให้เลือก เสียดายว่าแบบที่สำหรับทัวร์คราวนี้ไม่ค่อยถูกใจ ผมเลยสี T-shirt ที่มีรูปโลโก้ของอัลบั้ม Playing Angel สีดำลายสีขาวเรียบๆ แล้วก็ Book Tour มีบางรูปที่ซ้ำกับในอัลบั้ม แต่ก็ซื้ออยู่ดีแหละครับ จริงๆมีซอง iPod ขายด้วย screen Depeche Mode โอ๊ย ก็อยากได้อยู่หรอก แต่เท่านี้ก็กินแกลบไปอีกนานแล้ว เลยต้องรีบเดินออกมาไม่งั้นผมคงหน้ามืดไปกว่านี้



ผมเข้าไปในสเตเดียมซัก 15 นาทีก่อนสองทุ่ม คนยังโหรงเหรงอยู่เลยครับ เลยนั่งดูเวที ดูสถานที่และคนที่ทยอยกันเข้ามา เวทีเท่าที่เห็นตอนนี้ มี screen โล้โก้ของอัลบั้มใหม่นี้อยู่ทางขวา ทางซ้ายมือมีลูกกลมๆแปลกๆแขวนอยู่ ประกอบกับแท่นคีบอร์ด เดาเอาว่า theme คอนเสิร์ตมันดูโรบอทอะไรทำนองนั้นประมาณตำแหน่งที่นั่งของผม section 11 แถว M อยู่ตรงพื้นสนามค่ิอนไปข้างหลังพอสมควร แต่ก็ไม่ไกลมากจนเห็นคนบนเวทีเท่ามด ก็คิดว่าสมราคาตั๋ว (มั้ง) สองทุ่มตรงตามเวลาฟังก็ดับลง พร้อมกับไฟเวทีสว่างขึ้น เป็นวงเปิด The Bravery ที่ขึ้นมาเล่นก่อน ต้องสารภาพก่อนเลยว่าผมไม่รู้จักวงนี้เลย สมาชิก 5 คนดนตรีออกแนวร็อคผสมอิเล็คโทรนิคนิดๆ เอามันไว้กัน ก็ฟังดีครับ รู้สึกจะเล่นไปประมาณ 8 เพลง ใช้เวลาไปประมาณไม่เกิน 40 นาที แล้วก็ลงจากเวทีไป ไฟสเตเดียมก็สว่างขึ้นเหมือนเดิม คนก็เดินเข้าเดินออก เข้าห้องน้ำบ้าง ซื้อเบียร์บ้างอะไรทำนอง



จนสามทุ่มคนดูก็เข้ามาเต็มสเตเดียม พอไฟดับเท่านั้นแหละครับ กรี๊ดกันสนั่น ตอนนี้จะเห็นได้ชัดพอสมควรว่าไอ้ลูกกลมมีไฟสองข้างเหมือนตาหุ่นยนต์จริงๆ มีหนังหนังสือเลื่อนไปมาประกอบเพลง เพลงแรกเป็น Intro (อันนี้ผมมารู้ทีหลังตอนเข้าไปเช็คเว็ปของ DM)





ตามด้วยเพลงจากชุดใหม่นี้ A Pain That I'm Used To ต้องสารภาพอีกทีว่านอกจาก single Precious เพลงอื่นๆในอัลบั้มผมก็ไม่ค่อยได้ฟัง แต่ก็เฮไปก่อน ก็มันเพลงแรกนี่ รู้สึกว่าเพลงนี้จะเป็น single ถัดไป
บนเวทีมีโปรเจ็คเตอร์ 6 จอเรียงกันสองแถว เพลงแรกๆพี่แกก็เปิด โปรเจ็คเตอร์อันเดียวตรงกลางก่อน เพลงถัดไปก็ค่อยๆทยอยฉายภาพบนโปรเจ็คเตอร์ที่เหลือ ดูคิดแล้วคิดอีก
ตามด้วยเพลงจากอัลบั้มใหม่อีกเพลงคือ John The Revelator เพลงนี้ผมก็เฉยๆครับ ในใจก็หวังว่าพี่แกคงไม่ขนเอาเพลงจากชุดใหม่มาเล่นหมด



แล้วเบสแบบมันๆก็ขึ้นมา โห แม่นแล้วนี่มัน A Question Of Time แล้วผมก็เริ่มเด้งไปเด้งมา มือก็ชู ปากก็ร้องเพลงตามเหมือนคนบ้า 55555 แต่ตอนนี้คนดูเกือบทั้งหมดก็อาการเดียวกับผมแล้วครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาพี่ Dave แกก็ต่อด้วย Policy Of Truth ทันที โหเต็มที่ครับงานนี้




แล้วก็ผ่อนบีทลงหน่อยด้วยเพลง Precious ที่ฟังจากในคอนเสิร์ตก็ดูขลังดีครับ แฟนๆก็พอจะร้องตามกันได้พอสมควร




หลังจากเพลง Precious ที่โปรเจ็คเตอร์ฉายภาพคนสวมหัวนกย้อมสีแดงค่อยๆเดิน เท่านั้นแหละครับผมแทบจะแหกปากร้องอ๊ากกกกก เพราะเพลงที่ผมชอบแกก็เอามาเล่นในคอนเสิร์ตคราวนี้ ใครเป็นแฟน DM คงทราบดีว่าเป็นภาพจาก MV เพลง Walking In My Shoes ยิ่งถ้าใครได้ดูคอนเสิร์ต Song of Faith and Devotion ก็คงพอจำได้ว่าเพลงนี้ในคอนเสิร์ตนั้นเจ๋งขนาดไหน มาคอนเสิร์ตคราวนี้เอามารีไซเคิลใหม่ผมว่าก็ยังดูดีครับ เพลงผมแถบจะรัวกล้องครับ ถ่ายมาไม่อั้น 555555 แล้วก็ต่อด้วยเพลง Suffer Well จากชุดใหม่ซึ่งผมว่าฟังไปเรื่อยก็ใช้ได้น้ะ






ผ่านไป 6 เพลงพี่ Dave แกเลยขอไปพักหน่อยนึง ปล่อยให้น้า Martin แกโชว์บ้าง ลืมบอกไป ผมว่าน้า Martin แกมีรสนิยมในการแต่งตัวที่ประหลาดพอสมควร ท่าทางจะมั่นใจในการแต่งตัวมากเอาซะด้วย ดูจากภาพเอาเองล่ะกันครับ ภาพนี้เอามาจากเว็ปของ DM



น้าแกใส่ชุดนี้ตั้งแต่ตอนเริ่ม แล้วมาถอดเอาไอ้วิกประหลาดนั้นตอนแกเริ่มร้องเพลงจากชุดใหม่ Damaged People ค่อยยังชั่วหน่อยคิดว่าจะใส่ตลอดซะแล้ว เฮ่อ



ไหนๆก็ยึดไมค์แล้ว น้า Martin แกเลยขอต่ออีกเพลงคือเพลงที่ผมชอบพอสมควรจากอัลบั้ม Ultra คือเพลง Home ขึ้นต้นเพลงมาจะคล่ายๆแบบรีมิกซ์ คือออกชิลๆ ร้องไปช่วงนึงเบสก็เริ่มมาโจ๊ะ ผมชอบน้ะ ฟังแล้วมีสีสันดี แล้วก็ชอบภาพที่โปรเจ็คเตอร์ เป็นดอกกุหลาบ (หากิน ) สวยดีครับ ผมชอบ ภาพล่างก็เอามาจากเว็ปของ DM




แล้วพี่ Dave แกก็มาทวงไมค์คืนร้องเพลงจากชุดใหม่อีกสองเพลงคือ I Want It All และ The Sinner In Me ช่วงนี้เริ่มร็อคขึ้นเรื่อยๆ พอจะเดาได้ว่าถ้าหยิบเพลงเก่ามาเล่นต่อจะเป็นเพลงไหน ใช่แล้วครับ ตามด้วย I Feel You เพลงนี้ก็ทำเอาผมหัวโยก คอเคล็ดไปพอสมควร ภาพที่โปรเจ็คเตอร์ก็เจ๋งอีกแล้วครับ ปิดสองจอข้างล่าง แล้วกันบางส่วนของสองจอบนและตรงกลางให้มันออกมาเป็นรูปไม้กางเขนตั้งแต่เพลง The Sinner In Me




เพลง I Feel You ภาพบนโปรเจ็คเตอร์จะมีรูปผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่สลับกับตัวอัษรคำว่า sex ไปเรื่อยๆเธอก็เริ่มเอน พร้อมกับเริ่มถอด โห คนดูก็กรี๊ดซิครับ หุ หุ




ถัดไปด้วยความมันกับเพลง Behind The Wheel และ World In My Eyes คือปรกติพี่ Dave ลีลาบนเวทีแกเต็มที่อยู่แล้ว ใส่เสื้ออะไรมาแกก็เริ่มถอด เนื่องจากเหงื่ออกและให้เข้าถึงอารมณ์เพลง อย่าคิดมากน้ะครับ ทุกคอนเสิร์ตที่ผ่านๆมาก็เป็นอย่างนี้ ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ถึงเพลง World In My Eyes ภาพบนโปรเจ็คเตอร์ ก็ซูมมาที่เรือนร่างของพี่ Dave แล้วลีลาแก โห สาวๆกรี๊ดซิครับ




มันต่อด้วยเพลงจากชุดเดียวกัน Personal Jesus คือเพลงนี้ผมไม่ได้ชอบมากที่สุด แต่เวลาดูอยู่ในคอนเสิร์ตแล้วเพลงนี้มันสร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูได้สุดๆ โดยเฉพาะท่อนที่ร้อง Reach out and touch faith. คนดูทั้งหมดก็อาการเดียวกันคือชูมือ ร้องท่อนนี้ตาม แล้วผมก็มักนึกถึงภาพจากคอนเสิร์ต Song of faith and Devotion เพลงเดียวกันนี่แหละครับที่กล้องจับไปที่คนดูชูป้าย Reach out and touch Dave ประกอบเพลงนี้ 555555




แล้วเหมือนเอาใจคนดูสุดๆ ต่อกันด้วยเพลง Enjoy The Silence ภาพบนโปรเจ็คเตอร์เป็นภาพแบบ sketch เลียนแบบ MV เพลงนี้ที่พี่ Dave แกใส่ผ้าคลุมสวมมงกุฎถือเก้าอี้แบบชายหาดเดินท่องๆไป ถึงเพลงนี้แล้วไม่มีใครนั่งติดกับที่แล้วล่ะครับ จบเพลงนี้ทั้งทีมก็โบกมือลาเล็กๆแล้วลงจากเวทีไป




แล้วก็ต้องมีอังกอตามฟอร์ม คนดูก็ทั้งกรี๊ดทั้งตบมือ ดีว่าไม่ต้องรอนานครับ ทั้งทีมก็เดินออกมาใหม่ น้า Martin แกคว้าไมค์ได้ก่อนเลยขอระลึกชาติด้วยเพลง Somebody ไม่คิดว่าจะขุดเพลงนี้มาเล่นจริงๆครับ ถ้าใครตามดูคอนเสิร์ตของ DM ก็พอจะทราบว่าช่วงอังกอนี่พี่แกชอบเล่นสองนี้เป็นประจำคือ Just Can't Get Enough และ Everything Counts ครั้งนี้ก็เช่นกันครับ เพลง Just Can't Get Enough แบบต้นฉบับผมเฉยๆน้ะเพลงเป็นเพลงยุคแรกๆของ DM ฟังแล้วออกจะกุ๊งกิ๊งอะไรทำนองนั้น แต่เอาเล่นหลังๆนี้ดนตรีมันแน่นขึ้น ก็มันดีครับโดยเฉพาะอยู่ในคอนเสิร์ตจริงๆ ส่วนเพลง Everything Counts พี่ Dave แกมักจะให้คนดูช่วยร้อง จะด้วยทั้งที่คนดูส่วนใหญ่คุ้นเคยร้องได้ และแกก็คงเหนื่อยด้วยอะไรทำนองนั้น




จบไปสามเพลงอังกอ ทั้งทีมก็ลาลงเวที คนดูก็ไม่หนีไปไหนเพราะยังไม่เปิดไฟไล่ 55555 เลยต้องยื้ออังกอรอบสอง ก็รอไม่นานครับ เริ่มด้วยเพลง Never Let Me Down Again ที่ DM มักเล่นเพลงนี้และเอาไว้ท้ายๆ เพราะพี่ Dave แกชอบเล่นกับคนดู แกจะให้คนดูชูมือแล้วโยกสลับซ้ายขวา ดูแล้วสวยดีครับ




แล้วก็ปิดท้ายด้วยเพลง Goodnight Lovers เพลงช้าๆที่มีเสียงฮึมๆ ดนตรีน้อยชิ้น ส่งคนดูกลับบ้านให้นอนหลับฝันดี ภาพจากเวปของ DM ครับรูปนี้



Set List

> Intro
> A Pain That I'm Used To
> John The Revelator
> A Question Of Time
> Policy Of Truth
> Precious
> Walking In My Shoes
> Suffer Well
> Damaged People
> Home
> I Want It All
> The Sinner In Me
> I Feel You
> Behind The Wheel
> World In My Eyes
> Personal Jesus
> Enjoy The Silence
encore
> Somebody
> Just Can't Get Enough
> Everything Counts
encore #2
> Never Let Me Down Again
> Goodnight Lovers

เนื่องจากผมประทับใจเพลง Personal Jesus ที่สุดเลยเปิดเพลงนี้แบบ live ที่แถมใน single Condemnation



ยังไม่จบน้ะครับ เดี๋ยวมาต่อ


Create Date : 10 ธันวาคม 2548
Last Update : 12 ธันวาคม 2548 23:12:41 น. 24 comments
Counter : 627 Pageviews.

 
ว๊าย กรี๊ดๆๆ อิจฉาจนตาลุกเป็นไฟแล้ว
DM ถึงจะไม่ได้เป็นวงดปรดสุด แต่เป็นหนึ่งในวงที่อยากดู Concert ที่ซู๊ด ได้ยินกิตติศัพท์ว่า Concert อลังมาก

เพลงเก่าๆ ที่ขนมาเล่นก็แหม ชอบๆ ทั้งนั้นเลย โหย The Bravery เป็นวงเปิดด้วย วงนี้วงโปรดติดอันดับของข่อยเลย อยากดูม๊างงงงงง


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 10 ธันวาคม 2548 เวลา:12:15:50 น.  

 
หวัดดีคับคุณมะ วันนี้มาแปลกแฮะ รูปไม่ขึ้น แต่เพลงดังชัด 2 หูเล้ย มันส์ๆ กระตุ๊กๆ ดีอะ ถึงจะไม่ใช่แฟนวงนี่ก้ตาม


โดย: 5150_b วันที่: 10 ธันวาคม 2548 เวลา:13:19:29 น.  

 
กรี๊ด อิจฉา

ป.ล. ขอนอกเรื่อง อยากดูคอนเสิร์ต Pink Floyd (ไปใหญ่ล่ะ)


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 10 ธันวาคม 2548 เวลา:13:25:40 น.  

 
หยุดงานทั้งวัน เพื่อไปดูคอนเสิร์ตตอน 2 ทุ่ม
จากรูปเนี่ย.. ดูท่าจะมันส์ดีจริงๆแฮะ

แถมเอากล้องเข้าไปถ่ายรูปได้ด้วย
อยู่เมืองไทยเท่าที่เคยเจอมา จะห้ามเอากล้องเข้าไปนะ


โดย: ก่ายยย... วันที่: 10 ธันวาคม 2548 เวลา:19:50:28 น.  

 
โอ้ว เป็นบล้อกที่ยาวสุดของ จขบ เลยนาครับเนี่ย

เวทีโคดเจ๋งเลยครับ ชอบไอ้หัวกลมๆนั่นน่ะ แล้วไอ้ลูกเล็กๆข้างหลัง เหมือนเจ้าหุ่นยนต์(กระสือ)มันเคลื่อนมาข้างหน้าเลยครับ

บล้อกหน้าก็ DM เหรอครับ เอาเลยครับ เอาให้เต็มที่ ป๋มหนับหนุน ฮือๆๆ


โดย: ข้าวตู วันที่: 10 ธันวาคม 2548 เวลา:22:02:47 น.  

 
อุเม่ ได้ดูคนเสริ์ตอีกแล้ว อิจฉาๆๆ และเวทีแสงสีอลังการมากเลยยย โหยนี่ขนาดูในรูปนะเนี่ย ...แต่เดี๋ยวกรุงเทพจามีแจ๊สเฟสแล้น (อวดๆ)


โดย: พลอยจ้า IP: 61.91.139.104 วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:2:49:45 น.  

 
กร๊ดๆๆๆๆ ตามเพลง


โดย: พลอยจ้า IP: 61.91.139.104 วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:2:50:35 น.  

 
Wow!! it looks really marvellous!! I really like the random arrangement of projection screens... so creative!!

mmm.. they played somebody!! What a surprise!! It's just my song!. Wish I could go to their gig once!!


DM rules!!!!


โดย: Le Petit Panx วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:5:17:22 น.  

 
ต่อในบล็อกนี้เลยล่ะกันน้ะครับ
เรื่องของเรื่องที่ผมดูไปคอนเสิร์ตไปสองรอบคือ วันแรกรอบแรกนั้นทุกอย่างก็ดูปรกติดี มีสองที่นั่งข้างผมที่ว่างจนคอนเสิร์ตเริ่ม ก็มีสองคนเข้ามาหลังสุดลุยๆมาเพราะที่นั่งมันอยู่กลางแถว ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่สองคนนี้ก็พลัดกันออกไปซื้อเบียร์ ก็เริ่มรู้สึกรำคาญมาตะหงิดๆ แต่สนใจคอนเสิร์ตดีกว่าผมคิดอย่างนั้น จนกระทั่งซักประมาณเพลง Suffer Well ผมได้กลิ่นบุหรี่!!! ไม่ใช่ทางขวาของผม แต่ทางซ้ายมือ ก็ไอ้สองคนข้างผมนี่แหละนั่งตุ๋ยบุหรี่กันอย่างเมามัน!!! ผมก็หันไปพูดเลยกับไอ้ฝรั่งสองคนเนี้ย ก็พยายามพูดดีๆ ว่่า เฮ้ย นี่มันที่สาธารณะ กลางคอนเสิร์ตมาสูบบุหรี่ได้ไง มันสองคนก็เออๆออๆว่าจะดับแล้ว ผมก็เห็นมันสูบจนหมดมวน ตอนนี้ผมเริ่มหมดสมาธิคอนเสิร์ตไปพอสมควร พยายามกลับมาสนใจคอนเสิร์ตไม่อยากคิดมากให้เสียอารมณ์ ซักพักพวกแม่ง ก็สูบอีก ตอนนี้เลือดชักขึ้นหน้า เราพยายามพูดดีๆ เฮ้ย พวกมึงก็รู้ว่ามันผิดกฎหมายของ New York ขนาดในบาร์ยังห้ามสูบบุหรี่ ต้องออกมาสูบข้่างนอกกัน ผมก็บอก อยากสูบก็ออกไปข้างนอกสิ พวกแม่งรำคาญผม มันเลยบอกผมว่าเอาซักมวนไหม โห พูดไม่ออกบอกไม่ถูก นี่กรูต้องขอบคุณมันไหมเนี่ย พอดีเพลง Behind The Wheel ดึงผมกลับมาสนใจคอนเสิร์ต ผมก็ยังได้กลิ่นบุหรี่อยู่ ก็หงุดหงิดสุดๆน้ะครับ ต่อก็ยังอยากมันกับคอนเสิร์ต ผ่านไปจนถึงอังกอพวกแม่งก็สูบอีก ผมงี้พูดไม่ออก ตระโกนแหกปากแข่งกับเสียงดนตรีพยายามบอกให้พวกแม่งหยุดสูบ ผมเป็นคนไม่สูบบุหรี่ แต่ไม่ได้พยายามเป็นศัตรูกับคนสูบบุหรี่ทั้งโลก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนบางคนชอบหาความสุขบนความเดือดร้อนของคนอื่น ไม่เข้าใจว่ากะอีแค่สองชั่วโมง ไม่สูบบุหรี่นี่จะตายไหม!!! ถ้าอยากมากนักทำไมไม่ออกไปสูบข้างนอก ช่วงหลังของคนเสิร์ตนี่ผมสติแตกไปเลย คอนเสิร์ต DM ที่ผมต้องความหวัง รอคอยมาตลอด คอนเสิร์ตที่อยากดูมากที่สุดในชีวิต หมดกันกับคนเหี้ยๆสองคน!!!
ตอนเพลงสุดท้ายยังไม่จบดี พวกแม่งพยายามจะออกไปก่อน หนอย อาศัยช่วงชุลมุนเรอะมึง ฝันไปเถอะ ผมก็ยืนชิดเก้าอี้แถวหน้าให้พวกมันผ่านไปข้างหลังผม จังหวะที่มันกำลังผ่านหลังผม ผมก็ถอยให้ทางมันแคบลง คือไม่ถึงกับดันน้ะครับ ได้ผล ไอ้คนตัวสูงมันล้มไปบนกองเก้าอี้ ตอนทำผมก็ไม่คิดอะไรนอกจากขอคืนหน่อยเถอะ พอมันล้มผมก็คิดอยู่เหมือนกัน งานนี้กูสงสัยอย่างน้อยมีปากแตกกลับบ้าน เพราะมันสองคน ผมคนเดียว (เพื่อนผมขาดูคอนเสิร์ตกลับเมืองไทยพอดี) แต่เอาว่ะถึงเจ็บหนักกว่า ขอประทับรอยตีนบนหน้าแม่งก็ยังดี พวกมันลุกมาหันมามองหน้าเหมือนกัน แต่ไม่ได้เอาเรื่อง โอ๊ย ผมโคตรจะสะใจ (และโล่งใจอยู่เหมือนกัน 555555) ตอนถึงอย่างนั้นก็หมดกันครับคอนเสิร์ตที่หวังมาตลอด กลับไปยังหงุดหงิดอยู่เลย
วันรุ่งขึ้นไปทำงานอารมณ์ค้างสุดๆ ตอนกลางวันเลยเสิร์ชหาตั๋วเล่นๆดันมีเหลืออีกที่หนึ่ง section เดียวกับรอบแรกที่ผมดู แต่สองแถวถัดไป ราคาถูกกว่าที่ผมบิดตั๋วรอบแรกมาหน่อยหนึ่ง คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะซื้อดูอีกรอบดีไหม แต่ไอ้เวป ticketmaster มันให้เวลากรอกรายละเอียดบัตรเครดิต และตัดสินใจซื้อในเวลา 3 นาทีเท่านั้น แล้วมือผมก็กดคลิ้กตกลง 55555555 เลยได้ดูคอนเสิร์ตรอบที่สองวันพฤหัส รอบนี้ไม่มีคนดูดบุหรี่นั่งใกล้ เลยมันได้เต็มที่ เสียแต่ว่าถ้ารอบแรกไม่เกิดเหตุการณ์งี่เง่าแบบนั้นผมคงมันเก่านี้ เพราะมันเป็นรอบแรก ยังไม่รู้รายชื่อเพลงที่เล่น มันเหมือนเป็นเซอไพร์ซให้ตัวเอง แต่คิดว่าก็ยังดีกว่าให้อารมณ์ค้างแล้วมานั่งเสียดายไปตลอดชีวิตเพราะไอ้เหียกสองตัว

ขออภัยที่ใช้คำไม่สุภาพน้ะครับ แต่มันเหลืออดจริงๆ


โดย: มะละกอ โหมดหยาบคาย (melkor ) วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:8:48:22 น.  

 
เดี๋ยวมาตอบพ่อแม่น้องน้ะครับ กำลังจะออกไปดู Narnia ฮิ ฮิ


โดย: มะละกอกลับสู่ร่างเดิม (melkor ) วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:8:53:42 น.  

 
เซ็งแทน ที่ความสุขโดนขัดจังหวะ
แต่ก็เอาน่า เลยได้ดูคอนเสิร์ตอีกรอบ

นอกจากยั่วน้ำลาย คนแถวๆ นี้ด้วยคอนเสิร์ต DM
แล้วยังมาบอกว่าไปดูนาร์เนีย อีกเนี่ยะน่ะ

มิเป็นไร กรุงเทพนาร์เนียก็ใกล้ฉายแล้ว


โดย: grappa วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:10:07:01 น.  

 
อือ พึ่งรู้สาเหตุว่าทำไมคุณมะถึงต้องดู Concert สองรอบ 555 แต่แหมหวาดเสียวแทน เกือบต้องเลือดโชกมาอัพบ๊อกแล้วจิเนี่ย


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:13:31:54 น.  

 
เวรกรรม เอ้ย เวลคัม กลับสู่บล็อกอีกครั้ง

นับชิ้นส่วนที่เหลือกลับมาจากงานคอนเสิร์ตครบยังลุง
สามสิบสองตามโบราณเขาบอกนะ
เกินไม่เป็นไร แต่ถ้าขาดไป หาใหม่ยาก

เอิ้กๆๆ


โดย: ป้าเอง IP: 202.5.87.130 วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:21:18:50 น.  

 
อืม.... ลุงโหมดน่ากลัวแฮะ

อยากดู narnia เหมือนกัน
วันนี้ไปสยามพารากอน คนเยอะมากๆๆๆๆๆ ห้างก็ยังไม่เสร็จดีเท่าไหร่
ที่คิโนะลด 20% ทั้งร้าน เลยได้ซื้อ narnia มาอีก 4 เล่ม
รวมกับที่มีอยู่แล้วก็ครบเซ็ทพอดี

ลุงยังจำ พต. (หญิงเหล็ก) ได้ ใช่ป่ะ
วันนี้ พต. แต่งงานแล้วนะ


โดย: ก่ายยย... วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:21:32:17 น.  

 
เอิ๊ก ลุงโหมดโหด 555+
ป๋มอยากดูนาร์เนีย...

ปล.มาโฆษณาบล๊อกด้วย เกริ๊กกกกก...


โดย: ช่างไม้ วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:22:43:47 น.  

 
โหย คุณมะ มีฟามสุขทั้งหนังทั้งเพลง จนมะยอมเข้าบ๊อกเลยนะ ตอนนี้ไฟกะลังจะไหม้บ๊อกนี้เพราะมีคนตาร้อนเยอะแยะแว้ว


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 12 ธันวาคม 2548 เวลา:11:34:18 น.  

 
มา Reach out and touch faith อีกรอบ
(และสุมไฟเพิ่มด้วย )

ช่วงนี้ DM กำลังเป็น My Own Personal Jesus ด้วยนะนี่
จิตตกเล็กๆ


โดย: grappa วันที่: 12 ธันวาคม 2548 เวลา:21:57:31 น.  

 
I think I owe K. grappa a song. It's the song you asked for, Barrel Of A Gun (Underworld Soft Mix). And I actually had to ransack my apartment to find this CD. 555555





1. Barrel Of A Gun (Single Version)
2. Painkiller (Plastikman Mix)
3. Barrel Of A Gun (Underworld Soft Mix)
4. Barrel Of A Gun (One Inch Punch Mix)
5. Barrel Of A Gun (Underworld Hard Mix)


โดย: มะละกอ (melkor ) วันที่: 12 ธันวาคม 2548 เวลา:23:11:37 น.  

 
โฮ่ๆๆๆๆ ดีจริงๆพี่ที่ได้ไปดู วงแบบนี้ เกิดมาต้องดูสักครั้งเน่อ

ตอนนี้ผมอยู่เมืองหลวง มะรืนนี้จะไปกินข้าวแถวมหาลัยที่ร้านหน้าพระลานกับพี่แตง มีข่าวอะไรจะค่อยแวะมาบอกเน่อ อิอิ


อ่อ พี่ อย่าลืมแวะไปตั้งชื่อน้องหมาที่บล็อกผมเน่อ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:0:02:47 น.  

 
หวัดดีคุณมะ เหนรูปแล้ว แสงสีอลังการมั่กๆ ทำไมบางภาพชัดแจ๋วเลย


โดย: 5150_b วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:7:08:58 น.  

 
กรี๊ดๆ ขอบคุณค้า
ต้องรื้อกันกระจุยเลยหรือคะ

ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะไปช่วยจัดห้องให้
อิอิ


โดย: grappa วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:7:14:52 น.  

 
หวัดดีค่าคุณมะ แวะมาตาร้อนต่อ อิอิ เลยได้ฟังอีกเพลง มิกซ์นี้เข้าท่าค่ะ ชอบ Underworld อยู่เหมือนกัน


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:10:27:44 น.  

 
น้าๆ DM แกเก็บเครื่องดนตรี เวทีกลับบ้านแกแล้วเฮีย วู้ อัพซะที


โดย: คูต้าว IP: 203.151.111.181 วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:20:01:08 น.  

 
วันนี้ไปดู KingKong มา กลับถึงบ้านเกือบๆเที่ยงคืน
นานๆทีจะได้ดูหนังก่อนลุง อิๆๆๆๆ

อยากจะ up soundtrack เรื่องใหม่อ่ะ
แต่ขี้เกียจจังเลย มีตุนไว้หนังใหม่ๆ 3 เรื่องแล้ว


โดย: ก่ายยย... วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:1:26:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

melkor
Location :
New York United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ม ะ ล ะ ก อ ' s b L o g Free Counter
Friends' blogs
[Add melkor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.