Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 

ตอนที่ ๙ ที่นี่มีแต่รัก (จบ)

กาลเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือสถานที่ต่างๆ ที่ผมเดินทางไป


แม่ไทก์น้อย ไม่เคยอยู่ห่างเราเลย คราใด ที่ผมมีความจำเป็นต้องดุมัน

มันก็จะหนี ไปซุกตัวเข้าหามาร์กาเร็ต ทำเสียงราวกับว่า มันกำลังสะอึกสะอื้น

และเช่นเดียวกัน ถ้ามาร์กาเร็ตเป็นฝ่ายดุมันบ้าง

มันก็จะเข้ามาหมอบข้างผม ทำหน้าตาเศร้าหมอง

ผมอยากจะบอกให้ทุกคนได้รู้ว่า เจ้าสัตว์ป่าขนาดยักษ์ตัวนี้

สามารถทำอะไรได้มากกว่า การขู่คำราม และการฆ่าเสียอีก

เพียงแต่เราต้องเข้าไปใกล้ชิด และให้ความรักแก่มันเท่านั้นเอง

สัตว์ป่าทั้งหลาย มีสัญชาตญาณพิเศษ เหนือกว่าเหล่าสัตว์เลี้ยง

หรือแม้แต่มนุษย์ ดูเหมือนพวกมัน จะมีความดุร้าย ไม่ยอมเชื่อฟัง

แต่พวกมันมิได้จงเกลียดจงชังมนุษย์ มนุษย์ต่างหาก ที่จับมันมาขัง

ให้มันต้องอยู่ในกรงแคบๆ บังคับให้มันทำโน่นทำนี่ ตามอำเภอใจ

ทำให้ต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เฉพาะสัตว์เลี้ยง หรือพวกนกเท่านั้น

ที่เป็นมิตรกับมนุษย์ เราสามารถพิสูจน์ความจริงเหล่านี้ได้

เพียงแค่ลองไปให้อาหารกับพวกเป็ดป่า ที่อยู่ตามทะเลสาบ หรือพวกกวาง

ตามสวนสาธารณะทั้งหลายดู ทำไมสัตว์ป่าเหล่านั้น จึงต้องดุร้ายด้วยเล่า

สาเหตุไม่เพียงแต่เพราะ สัญชาตญาณดั้งเดิมของมันเท่านั้น แต่เป็นเพราะมนุษย์

ซึ่งเป็นทั้งผู้ทำลาย และทำร้ายให้มันต้องบาดเจ็บ แล้วละทิ้ง

ให้สัตว์ที่น่าสงสารเหล่านี้ ต้องหนีเข้าไปอยู่ในป่า โชคยังดี

ที่พระเจ้ายังประทานอาหารไว้ ให้มันยังชีพ

นอกจากนี้ พวกมันต้องเรียนรู้ ถึงการดิ้นรนเอาตัวรอด ในสภาวะลำบากเช่นนั้น

ซึ่งมนุษย์เป็นผู้ก่อไว้ ถ้าคุณเป็นผู้ที่ถูกกักขัง โดยมนุษย์ผู้บ้าเลือด

และเต็มไปด้วยความโหดร้าย โดยที่ คุณรู้ว่าคุณจะต้องถูกฆ่า

คุณจะทำอย่างไร ที่จะต่อสู้กับมนุษย์พวกนั้น เช่นนี้แล้ว

ผู้ที่สมควรจะถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ดุร้าย ควรจะเป็นมนุษย์มากกว่า

สัตว์ป่านั้น ใช่ว่าจะโหดร้ายทุกตัวไป มันเพียงแต่หวาดกลัว

ในสิ่งที่มนุษย์ จะกระทำต่อมัน ความทรงจำครั้งที่แม่ไทก์น้อยยังอยู่

เป็นสิ่งที่แสนสวยงาม และเป็นสิ่งที่ผมนึกถึงอยู่เสมอ ผมนึกถึงวันเวลา

ที่เราเคยเดินเลียบเลาะไปตามริมฝั่งแม่น้ำ ผ่านเรื่อยไปยังทุ่งหญ้า

ที่เต็มไปด้วยดอกไม้


มีผู้ที่เพิ่งกลับจากสงครามคนหนึ่ง เคยเขียนเล่าเรื่องผม


และแม่ไทก์น้อยว่า ผมและมาร์กาเร็ต ได้สร้างโลกเล็กๆ ใบหนึ่ง

เป็นโลกซึ่งมีแต่ความรัก เป็นที่เดียว ซึ่งสิงโตกับลูกแกะสามารถนอนเล่น

รวมอยู่ด้วยกันได้ และไม่มีเหตุอันใด ที่จะทำให้มีการฆ่าฟันกันเกิดขึ้น

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ที่ฟาร์มเล็กๆ

เนื้อที่กว่าสองร้อยเอเคอร์แห่งนี้ เป็นที่เดียวเท่านั้น ที่ไม่มีการฆ่า ความหิวโหย

ความอดอยาก หรือแม้แต่ความหวาดกลัวใดๆ

ในขณะที่ ทั่วโลก กำลังเต็มไปด้วยเสียงดังกึกก้อง ของระเบิด

และเสียงเพรียกของความตาย ผมยังจำได้ ถึงเส้นทาง

ที่เราทั้งสองพากันเดินข้าม ระหว่างทุ่งหญ้าแต่ละแห่ง ที่มีทั้งผม

แม่ไทก์น้อย และบรรดาเพื่อนสัตว์ทั้งหลายเป็นกลุ่มๆ ตามเราไปพร้อมๆ กัน

ซึ่งเวลานั้น ผมเริ่มกังวลถึงสถานการณ์ ที่ลูกชายผมเล่าให้ฟังว่า

มีสงครามเกิดขึ้น ที่บริเวณหมู่เกาะแปซิฟิก และเราได้สูญเสียดินแดนนั้นไป

ผมเริ่มรู้สึกถึงสงคราม ที่สามารถทำให้ทุกสิ่งต้องแหลกสลายลง

ทั้งๆ ที่มนุษย์เหล่านั้น ต่างอยู่บนโลกใบเดียวกัน

ครั้งหนึ่งของการเดินทาง ไปตามชายหาด ผมเห็นแม่ไทก์น้อย

และมาร์กาเร็ต เล่นกันอย่างสนุกสนาน บนพื้นทราย ร่างอันใหญ่โตของมัน

กลิ้งไปทางโน้นที ทางนี้ที ผมเห็นทั้งสองพากันเดินเล่นบนเศษไม้

ที่ลอยมาตามน้ำ และสุดท้าย ผมเห็นแม่ไทก์น้อย เดินเหยียบย่ำบนพื้น

ทรายขาวละเอียด ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งชื่อนี้ มีความหมายว่า

ความสงบสุข แม่ไทก์น้อยนั้น ชอบเล่นโดยแอบซ่อน อยู่ตามกอไม้ไนยามเช้า

ที่ตะวันเพิ่งโผล่จากเส้นขอบฟ้า และในบรรยากาศที่ยังสลัวอยู่นั้น

มันทำให้ผมตกใจ ด้วยการโผเข้าตะครุบผม จากที่ซ่อนของมัน

ซึ่งก็คือกอไม้ใหญ่นั่นเอง เมื่อผมทำท่าจะจับตัวมันบ้าง มันกลับหลบหนี

ไป โดยที่ผมไม่สามารถจับมันได้เลยสักครั้ง

เนื่องจากสายตาของมนุษย์นั้น มีประสิทธิภาพน้อยกว่าสายตาของสิงโต ครานั้น

มันก็จะดีใจ ที่สามารถแกล้งผมได้สำเร็จ และครั้งที่เราไปเยี่ยมชมไร่

ซึ่งอยู่กลางทะเลทราย ขณะนั้น กำลังอยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

ชาวเม็กซิกันที่ทำงานในไร่ กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บเกี่ยวผลไม้

ที่ใกล้จะร่วงหล่น และบนพื้น ยังมีผลไม้จำนวนมากมาย

ที่สุกงอมแล้วเกลื่อนกลาดอยู่ พวกเขาเก็บมันโยนใส่ตะกร้า

เพื่อรอการขนขึ้นรถบรรทุกต่อไป พวกเขาทำงานไป ร้องเพลงไป

อย่างมีความสุข แต่เมื่อพวกเราเดินเข้าไปใกล้ ก็มีเสียงหวีดร้องดังขึ้น

เหล่าคนงาน ซึ่งกำลังร้องรำทำเพลงอยู่ทั้งหลาย วิ่งหนีหายตัวกันไปหมด

ภายในพริบตา เรารู้ได้ทันทีว่า พวกเขาคงตกใจ ที่เห็นแม่ไทก์น้อยของเรานั่นเอง

เช่นเดียวกับมนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย มีความรู้สึกชอบ หรือไม่ชอบมนุษย์บางคน

ผมยังจำได้ เมื่อครั้งที่เรา พากันไปเยี่ยมมาร์กาเร็ต ที่โรงพยาบาล

ขณะที่มันยังเล็กอยู่ มันจะเลือกตะปบคนบางคน และบางคน

มันก็จะดมด้วยจมูก แสดงอาการรักใคร่ หลายปีผ่านไป ผมรู้ดีว่า

หากมันไม่ชอบใคร มันก็จะจ้องมองคนผู้นั้นด้วยหางตา

และทำหน้าเบื่อหน่าย ไม่สนใจ เมื่อใกล้ชิดมากขึ้น

ผมสามารถเห็นกระทั่งรูม่านตาของมัน หรี่เล็กเท่ารูเข็ม ยามที่มันไม่ชอบใคร

ตรงกันข้าม หากมันรักชอบใคร ดวงตาของมัน จะเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

ในขณะที่ มันกำลังเกลือกกลิ้งบนพื้นหญ้า หรือในเวลาที่กำลังเลียมือของเขา

หรือเธอผู้นั้น ด้วยอาการสุภาพ คราวที่ กลอเรีย สแวนสัน

ดาราภาพยนตร์ชื่อดังในขณะนั้น

(เธอผู้นี้เป็นผู้หนึ่ง ที่สนใจในเรื่องของ การรับประทานอาหารมังสวิรัติ)

ได้มาเยี่ยมแม่ไทก์น้อยของเราที่ฟาร์ม เป็นครั้งแรก

เธอก็สามารถนอนเล่นบนตัวของมันได้ โดยที่แม่ไทก์น้อย

ไม่มีอาการขัดขืนแต่อย่างใดเลย มีผู้คนจากมุมต่างๆ ของโลก

ได้แวะมา เมื่อทราบข่าวว่า มีสิงโตประหลาด ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ อีกทั้งใจดี

อยู่ในฟาร์มของเรา แต่บางครั้ง พวกเขาก็ต้องผิดหวัง ที่แม่ไทก์น้อย

เดินปรากฏตัวให้เห็น เพียงชั่วครู่ พวกเขาอยากจะเห็นสิงโต

นอนเล่นกับลูกแกะ ตามคำร่ำลือ แต่ก็มีโอกาสที่นักวิจารณ์สตรีผู้หนึ่ง

ได้กลับไปเขียนข่าวลงหนังสือพิมพ์ ถึงครั้งที่เธอมาเยือนเราว่า

"เย็นวันก่อน ฉันแวะไปเที่ยวฟาร์มของคุณจอร์จ และมาร์กาเร็ต

ตามคำบอกเล่าของใครๆ ว่า มีสิงโตมังสวิรัติที่ใจดี อาศัยอยู่ นั่นเป็นครั้งแรก

ที่ฉันได้เดินเล่น โดยมีสิงโตอาฟริกันขนาดยักษ์ อยู่แนบข้าง

ไม่น่าเชื่อเลย ว่ามันช่างน่ารักอะไรเช่นนั้น และทั้งๆ ที่รู้ว่า

มันเป็นสิงโต ฉันกลับไม่กลัวมันเลย"




 

Create Date : 05 มีนาคม 2552
0 comments
Last Update : 5 มีนาคม 2552 8:33:15 น.
Counter : 509 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


เหม่ยหลิงจัง
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




สวัสดีค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักทุก ๆ คนเลยนะคะ...♥

www.musicradio.in.th
Friends' blogs
[Add เหม่ยหลิงจัง's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.