กันยายน 2551

 
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
บันทึกเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ Scotland ตอนที่ 16 Stirling Castle


7/04/2008

วันนี้ตื่นมาทำข้าวต้มกินเป็นอาหารเช้ากับน้องมิค
จากนั้นก็อาบน้ำให้น้องมิค เพราะวันนี้ต้องออกแต่เช้าหน่อย ( หมายถึงประมาณ 10-11 น.น่ะ นี่แหละเช้าของเรา ) 555

ได้เวลาออกเดินทาง วันนี้มาร์ตินจัดที่นั่งด้านหลังสุดไว้ให้น้องมิค ( รถมาร์ตินมีที่นั่งอีก 2 ที่ ด้านหลัง )
เรากับตาเอียนเลยนั่งกันสบายหน่อย ไม่มีเก้าอี้เด็กมาตั้งเกะกะเบียดก้นอยู่



ระหว่างทางยังคงเห็นหิมะบนยอดเขาขาวโพลน


จากนั้นก็ตรงไป Stirling กัน เพราะวันนี้เราจะไปเยี่ยม Stirling Castle กัน
ระหว่างทางประมาณ เที่ยงกว่า ๆ ก็แวะหาอาหารเที่ยงกินกันที่ Baxters




ใกล้ๆ มี Distillery เล็ก ๆอยู่ด้วย



และมี Overgate Retail Shop อยู่ติดกับร้านอาหาร มีของขายมากมาย

วิวรอบๆร้านก็สวยดีนะ เราว่า





ที่จอดรถ แล้วค่อยข้ามสะพานไปที่ร้าน



ร้าน Baxtors นี้ Soup ของเค้าขึ้นชื่อมาก แต่พวกเราไม่ได้สั่ง
ตาเอียนสั่ง มันฝรั่งต้มทั้งหัวแล้วทอด กับ เนื้อเปรี้ยวๆเค็มๆ ( ไม่รู้เรียกอะไร ) เราสั่ง Soup ผัก 1 ถ้วย น้องมิคสั่ง Thai Spiced Chicken 1 ชิ้น กาแฟอีก 2 แก้ว ปาเข้าไป 20.94 ปอนด์ แพงนะ เพราะรสชาติก็งั้นๆ Soup เรากิน 2 คน กับน้องมิค ยังไม่หมดเลย กลิ่นมันไหม้ ๆ ยังไงไม่รู้ ( อันที่เราสั่งไม่ใช่ Baxters Soup นะ )
มีแต่กาแฟแหละที่ซดกันจนหมดแก้ว

กินเสร็จก็ไปเดินดูของใน Overgate Reatil มีของสวยๆมาก แต่ราคาค่อนข้างแพง เลยไม่ได้ซื้ออะไรกันเลย

ออกจากที่นี่ก็ตรงไป Stiling Castle เลย



พอใกล้จะถึงตัวเมืองจะมองเห็น Wallace Monument และ Stirling Castle ตั้งอยู่บนยอดเขาคนละลูกกันสามารถมองเห็นได้จากถนนเลย

ไหนๆก็จะไปเที่ยวแล้วมาทำความรู้จักกันหน่อยนะ

ปราสาทสเตอร์ลิงเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่มอดแล้ว เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการรบสมัยโบราณ อยู่สูงจากพื้น 250 ฟุต ทำให้มองเห็นทิวทัศน์รอบเมืองสวยงามเมื่อมาเยอนปราสาทแห่งนี้ พระราชินีแมรี่แห่งสก๊อตแลนด์ ( Queen Marry of Scotland ) เคยใช้ชีวิตวัยเด็กที่นี่ จนเสด็จไปประทับที่ฝรั่งเศส

ส่วน Wallace Monument ที่มองเห็นจากปราสาทนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่วีรบุรุษนักรบ เซอร์ วิลเลี่ยม วอลเลซ ที่ต่อสู้กับอังกฤษที่สะพาน สเตอร์ลิง ในปี ค.ศ.1297 เรื่องราวของเค้าถูกนำไปสร้าง หนังเรื่อง Braveheart ซึ่งแสดงนำโดย Mel Gibson ซึ่งแสดงได้ดีมาก ได้อารมณ์สุดๆ จนนึกว่าพ่อเป็นชาวสก๊อตโดยกำเนิดซะอีก


ตอนนี้ใกล้จะถึงแล้ว



แล้วมาร์ตินก็นำรถไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขา ไปถึงที่จอดรถด้านหน้าปราสาท จ่ายค่าจอดรถไป 2 ปอนด์ วิวบริเวณที่จอดรถ จะมองเห็นตัวเมือง Stirling อย่างชัดเจน และมองเห็น Wallace Monument ที่อยู่อีกยอดนึงด้วย

หน้าปราสาท



มองไปเห็น Wallace Monument









น้องมิคสงสัย







จากนั้นก็ยกพลไปซื้อตั๋ว เข้าชม









จากนั้นก็เดินชมไปเรื่อยๆ ก่อนจะถึงเวลา Guide Tour เราก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ทางเดินภายในส่วนใหญ่จะเป็นบันได หรือ เนินขึ้นลง ไม่ค่อยมีทางเรียบให้เดิน คนแก่ทั้งหลายก็เลยรู้สึกเมื่อยขา ส่วนน้องมิควิ่งเล่นสนุกสนานตามประสาเด็ก วิ่งไปมาในลานปราสาท ตาเอียนร้องห้ามจนปากแฉะ













อันนี้คงเป็นสุสาน น่ะ มองเห็นจาก ด้านบนปราสาท



มองเห็นประตูทางเข้าที่เราผ่านเข้ามา



อันนี้เป็นส่วน Palace ซึ่งกำลังปิดซ่อมแซม ดูเป็นวังที่ขึงขังดีนะ ไม่อลังการงานสร้าง แต่ดูแล้วเข้มแข็งมั่นคงดี แต่กลางคืนคงน่ากลัวชะมัด บรือ!!!!

ส่วน Palace นี้เป็นที่ประทับของกษัตริย์และพระราชินี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 5 แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อนได้เห็นพระราชวังแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์ เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม ตอนนี้กำลังปิดปรับปรุงเลยไม่ได้เข้าไปดูด้านใน



ลานปืนใหญ่



ลองมองลอดช่องกำแพงออกไป





ส่วน Palace อีกรูป



ชอบมากกก ต้นไม้ต้นนี้



ป้ายชี้ทางภายในปราสาท



Guide Tour ของปราสาทเริ่มที่ บริเวณบ่อน้ำ ( well ) ใกล้ลานปืนใหญ่น่ะ แล้ว Guide ก็จะพาเดินไปเรื่อยๆ โดยจะไปทางด้าน ซ้ายของปราสาท ซึ่งจะมองเห็นตัว Palace ได้ชัดเจนก่อน

น้องมิคบนบ่อน้ำ


ป้ายที่เก้าอี้นั่งน่าสนใจดี



ช่องปืนใหญ่ มองตรงไปยัง Wallace Monument



อันนี้มองไปไกลๆจะเห็น Wind Mills ยืนเรียงรายเป็นแถว



Great Hall จากด้านนอก



Guide ของที่นี่ค่ะ



ระหว่างที่ไกด์กำลังพูด สองคนนี้สนใจอย่างอื่นอยู่อีกด้าน





แล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆ









จากนั้นก็เข้าไปชมใน The Great Hall

สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 4 ด้านในกว้างมาก หลังคาสูง เป็นคานไม้ทั้งหมดใช้ไม้จำนวนมาก เปิดโล่งได้รับการปรับปรุงบูรณะหลายครั้งจนเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้เข้าชมอีกครั้งโดยควีนอลิซาเบธ ที่ 2 มาทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1999

ด้านหน้ามีเก้าอี้ King กับ Queen ด้วย น้องมิคได้ลองนั่ง

นอกจากนั้นยังมีกระจกสีเป็นรูปธงต่างๆ ประมาณ 20 บาน








ส่วนภาพนี้อยู่อีกห้องนึง ทางด้านขวาของ Great Hall

เป็นห้องที่มีภาพปัก มือ สวยๆ ประดับ มีโล่ห์ที่ทำจากไม้อันใหญ่มาก 2 อัน อยู่ในตู้กระจก พยายามถ่ายรูปแต่มันออกมาเบลอมากๆ






กระจกสีที่ประดับใน Great Hall

รู้สึกเหมือนจะเป็นรูปธงประจำเมือง ต่างๆ





ออกจาก Great hall มีห้องด้านซ้ายมือ จะเป็นห้องที่ King เคยใช้ต้อนรับแขก เมือง



มองเห็นวิวจากห้องนี้ด้วย





จากนั้นก็เข้าไปชมในส่วน Museum ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ Great Hall

Museum นี้เดิมเป็น The King's Old Building สร้างขึ้นบนจุดที่สูงที่สุดของปราสาท ในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 4 เป็นอาคารที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนปลงมากที่สุด จนกระทั่งได้เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงเมื่อปี 1855 จึงได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์

ใน Museum ห้ามถ่ายรูป แต่จะมีอะไรให้ดูเยอะมาก พวกของย้อนยุคสะสม ไม่ว่าจะเป็น อาวุธ เสื้อผ้า มีด ดาบ โล่ห์ เครื่องเงิน ธงต่างๆ และเหรียญตราต่างๆ ซึ่งมีเยอะมากก แต่จัดได้สะดวกในการดู โดยจะใส่เป็นลิ้นชัก หลายร้อยลิ้นชัก เราก็ไป เปิดูทีละลิ้นชัก เหรียญตราแปลกๆมากมาย ดูทั้งวันก็คงไม่ครบ
ภายใน Museum มีร้านขายของที่ระลึก เล็ก ๆ อยู่ด้วย น้องมิคก็เลยได้ที่เหลาดินสอเป็นรูปปืนใหญ่ มา 1 อัน 1.75 ปอนด์ ส่วนตาเอียนแอบบเอาเหรียญ 1 pence ไปทำเป็น เหรียญตรา ก็สวยดีนะ

ออกจาก Museum เดินไปทางด้านข้างๆ Great Kitchen ไปยังห้อง Tapestry ซึ่งมีคนกำลังปักผลงานอยู่จริงๆด้วย งานละเอียดมาก และยากน่าดู เพราะขนาดของแต่ละชิ้นน่ะ เท่ากับบผนังห้องด้านนึงเลย ทีเดียว

ส่วนที่เป็นห้อง Tapesrty เพิ่งรู้ว่าเค้าเรียกส่วนนี้ของปราสาทว่า The Nether Bailey เป็นส่วนที่ต่ำที่สุดของปราสาท เป็นเรือนแถวรียงรายทอดยาว อยู่ห่างจากตัวปราสาทพอสมควร มีกำแพงล้อมรอบสามารถเดินชมวิวบนกำแพงได้



แล้วก็เดินกลับมาเพื่อเข้าไปชม ห้องครัวต่อ

ระหว่างทางเดินกลับ ที่เห็นเป็นห้องด้านซ้ายมือนั่นแหละห้อง Tapestry










ภายในห้องครัว มีการจำลองชีวิตความเป็นอยู่ภายในครัวสมัยโบราณไว้น่าสนใจทีเดียว



มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่นหมากำลังกินเนื้อที่แขวนไว้ คนครัวกำลังยกเท้าแตะหมา



แล้วสุดท้ายก็ต้องไปซื้อของที่ระลึกของร้าน ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับบริเวณห้องขายตั๋ว



ได้มาตามนี้



จากนั้นก็ได้เวลาบอกลา Stirling Castle



จากนั้นก็ตรงกลับบ้าน ระหว่างทางฝนตกตลอดทาง แอนน์แวะซื้อ Chips ที่ร้านดังของ Brechin ก่อนกลับบ้านเพื่อไปกินกับลาซานย่าที่เหลืออยู่

ร้านอร่อยที่ Brechin


กลับถึงบ้านเราทำข้าวผัดกินเป็นอาหารเย็น จากนั้นก็ดู CSI จนจบแล้วพาน้องมิคเข้านอน แต่กว่าจะหลับได้ก็ต้องอ่าน Giant Panda จนจบก่อน




Create Date : 09 กันยายน 2551
Last Update : 16 กันยายน 2551 11:18:43 น.
Counter : 1775 Pageviews.

14 comments
  
อิจฉาคนไปเยี่ยมญาติ
ได้ไปเที่ยวที่สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ..


โดย: ColaGirl วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:10:05:36 น.
  
เกือบทุกที่ที่คุณมุ้มไปเที่ยวนี่ปูกับลูกๆนี่เคยแต่ผ่าน แต่คุณมุ้มไปเที่ยวมาเกือบหมดเลย

นี่อยู่ใกล้แต่ไม่ใด้ไปเลย สงสัยปีหน้าจะตะลอนเที่ยวสก๊อตแลนด์สักอาทิตย์

สามีเคยขับยาวไม่เคยแวะพักเลยค่ะ แบบดิ่งไปจุดหมายอย่างเดียว

เดี๋ยวเข้ามาอ่านอีกรอบนะจ๊ะ

โดย: ลูกแมง วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:13:29:37 น.
  
ตาม"น้องมิค"..มาเที่ยวปราสาทท่านเค้าท์ อุ๊ย!!ไม่ใช่ ผิดประเทศนั่นมันRomania..
"Stirling Castle ด้วยคน..
อลังการ์ณมากๆ..แต่หากเป็นกลางคืน บรือส์ส์ส์!!!
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:14:17:20 น.
  
สวัสดีค่ะ ..

ตามไปเที่ยวลั้ลลาต่อค่ะ ..

Happy Day ja ...
โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:16:41:17 น.
  
ภาพต้นไม้สองต้นกับน้องมิค น่ารักทั้งต้นไม้ และเด็กน้อย
เดี๊ยวมาใหม่ค่ะ


โดย: fulgurant วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:21:39:52 น.
  
ตามมาเที่ยวปราสาทสตาริงค์ค่ะ

ใช่แล้วน้องมุ้ม Queen Alizabeth 1 ที่สั่งประหาร Queen Marry of Scotland นั้นเลย น่ากลัวจังเลยกับการประหารคนด้วยการตัดหัว โหดยิ่งกว่าเมืองไทยอีกเนาะ มันตรงกะสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมาหาราชหรือเปล่าไม่แน่ใจค่ะ
ตอนนี้ก็เป็นเรื่องทูโดร์ ราชวงค์สุดท้ายที่ปกครองสก๊อตแลนด์ หรือเปล่าหว่า

ฝีมือการน้องถ่ายภาพเก่งมากเลยรู้เปล่า รูปสะำพาน มันเป็นลักษณะการนำสายตาไปสู่ จุดสนใจเลยนะนี่ แล้วรูปที่ออกมาแต่ละรูปก็ดูเหมือนปฎิทิน หรือรูปโปสการ์ดเลยอ่ะ
วันที่ 7 ที่ผ่านมาที่นี่ก็เพิ่งมีงานฉลองของ วิลเลี่ยม วอร์เล็ด พี่ี่กะว่าจะไปดูศักกะหน่อย แต่ฝนเจือกตกอ่ะ เลยอดดูเลย คงจะเป็นขบวนพาเรทแต่งชุดประจำชาติ แล้วเดินไปที่โรงเรียน ว่าจำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ
สุสารที่นั้น อยู่กันไม่แน่นเหมือนที่นี่เนาะ แล้วหลุมฝังศพก็จัดวางสวยเมื่อมองจากที่สูง
ทำไมถึงชอบต้นไม้ต้นนั้นค่ะ

วันนี้พี่ใช้พิมพ์จากเวิดก่อนแล้วก๊อปมาใส่ในคอมเม้นไม่งั้น หลายครั้งแล้วที่เครื่องของพี่จะทำพิษ ยิ่งเราพิมพ์เก่งอยู่ด้วย มานหายไปหมดเลย หงุดหงิดอ่ะ

สจ๊วตก็ว่าจะพาไปเที่ยวที่นั้นเหมือนกัน ตอนนี้ก็ร้องเพลงรอไปก่อน พี่ได้ไปเที่ยวรอบๆอเบอร์ดีน เท่านั้น แต่ถ่ายรูปมาไม่มากเท่าน้องค่ะ แล้วก็เล่าเรื่องไม่ได้รายละเอียดด้วย ไม่น่าติดตาม บางครั้งก็ลืมชื่อสถานที่ที่ไป ตาสจ๊สวตหล่อนก็ขับรถรวดเดียวเหมือนสามีน้องปูเลยค่ะ ไอ้เราก็อยากถ่ายรูปตามรายทาง แต่เกรงใจคนขับ หล่อนอุตสาห์ลงทุนขับรถ และเหนื่อยแล้ว พี่เลยไม่อยากรบกวนหล่อนมากนัก เเล้วมันแย่ที่เราขับรถไม่เป็นหนะดิ แกเคยบอกให้ไปเรียน แต่พอพี่รู้ตัวเลขค่าเรียนจากพันทิพแล้ว เราไม่สนใจที่จะเรียนเลย มานแพงมากกก
ใช่เลยน้องมุ้ม พี่เริ่มเข้าใจบางแล้วไง ก้อาศัยการอ่านและทำแบบฝึกหัดไปก่อนวันที่เรียน มันช่วยได้มากเลยสำหรับพี่ เวลาติวเตอร์พูดเราก้อาศัยอ่านตรงที่เขาพูด เราก็เข้าใจดีขึ้น การบ้านเป็นชีทที่ติวเตอร์ให้มาพี่ก็ไม่มีปัญหา ทำได้หมด มีปัญหาในการฟังอย่างเดียว กับการออกเสียงของพี่
ว่าจะเขียนเล่าเรื่องในห้องเรียนเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้จะเรื่มต้นยังไงเลยอ่ะค่ะ ก็มีเรืองขำๆ เหมือนกันนะ หลสยคนที่ไม่เข่าใจว่าติงเตอรืเขาพูดอะไรเหมือนพี่เลย ประมาณว่า เหมือนกับติวเตอร์แกไม่มั่นใจตัวแกเองเวลาแกสอนอ่ะ
โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:0:16:22 น.
  
ตามมาเที่ยวต่อค่ะ

ชอบปราสาทจังเลย และบ้านเก่า ๆ ทั้งหลาย โรแมนติก
โดย: fulgurant วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:7:39:29 น.
  


ดอกขาวๆนี้ถามชาวบ้านเขาๆบอกว่า..ชื่อ"ดอกสะเลเต"
หรือ"มหาหงส์"..อ๋อ!! เคยได้ยินแต่ชื่อ..
ดอกเป็นเช่นนี้เอง สวย+หอมอ่อนๆด้วยนะคะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:19:58:39 น.
  
สวัสดีจ๋าจ้ะ ตามมาเที่ยวต่อ สายตาเหลือบไปเห็นภาพสไลด์ ภาพแต่งงาน ของน้องสาวหรือเจ้าของบล็อกจ๊ะ

สวยน่ารักจังเลยค่ะ

มีภาพหนึ่งเท่มาก ใส่ผ้าไทย ยืนหน้าปราสาท สุดยอดจ้า

โดย: fulgurant วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:22:27:29 น.
  
ขอบคุณสำหรับดอกไม้ที่เอาไปฝากกันนะคะ..

โดย: ColaGirl วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:13:27:33 น.
  
ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยม blog นะคะ

สีบล๊อคนี้ก็หวานจัง...
โดย: เต่าตัวลาย วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:14:05:25 น.
  
มิเป็งร่ายมิด้าย น้องมุ้ม แต่ละคนก็มีภาระกิจของตัวเองกานทั้งนั้นอ่ะนะ พี่ข้าวจายค่ะ ขอพูดภาษายานคางหน่อยเนาะ ฮิฮิ เพราะอยู่ที่นี่มันไม่ได้พูดเลยอ่ะ นอกจากเข้ามาเม้นท์ในบล๊อคของเพื่อนๆนั้นหละ
พี่ก็เจอคุรคอมฯของพี่มันน๊อคบ่ยอมากกก เลยต้องใช้เขียนในwordแล้วค่อยเอามาวางที่กล่องคอมเม้นท์ค่ะ
นั้นหละถึงแม้ไม้ได้เรียนการถ่ายภาพมา แต่การสั่งสมประสบการณืจากการถ่ายภาพ นั้นก็เป็นการเรียนรู้อย่างนึ่งแล้วว่าป่ะ แล้วก็ต้องอยู่ที่ใจรักด้วยเนาะน้องเนนาะ
ดอกโป๊ยเซียนที่บ้านของน้องงามเนาะ

โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:16:41:09 น.
  
สวัสดีค่ะคุณมุ้ม

อิอิ คล้ายกันจัง เมื่อเวลาผ่านไป อะไร ๆ ก็ต้องเปลี่ยนกันบ้างสิเน๊อะ ยกเว้นใจยังรักเธอเหมือนเดิมและรักมากขึ้นนะค๊า .....

ขอบคุณมากค่ะที่ชอบบล็อก คือว่าชอบท่องเที่ยว และอยากรู้ที่ที่เราไปด้วยน่ะค่ะ ชอบวิชาประวัติศาสตร์ เกี่ยวกันไหมเนี่ย เหอ ๆ

ชอบบล็อกคุณมุ้มเช่นกัน ภาพและบันทึกเรื่องราวได้ค่อนข้างดี และละเอียด ทราบราคาอาหาร สถานที่ที่ไป เป็นความรู้สำหรับผู้ที่สนใจอยากมาเที่ยวที่นี่บ้าง...

อยู่เมืองไทย คุณซะมีคงจะมีความสุขมาก ๆ อากาศอบอุ่น และอาหารอุดมสมบูรณ์นะคะ

ปอลอ ชอบอ่านหนังสือและท่องเที่ยวเหมือนกันเล้ย
โดย: fulgurant วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:42:21 น.
  
มาท่องเที่ยวด้วยครับผม
โดย: my_oom วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:12:18:50 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mearnss
Location :
ชุมพร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นเภสัชกร ที่อยากทำงานบริษัทท่องเที่ยว เค้าจะรับมั้ยนี่ ท่องเที่ยวกับอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่โปรดที่สุดของข้าพเจ้า

MY VIP Friend