มิถุนายน 2551

1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
21
22
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
บันทึกเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ Scotland ตอนที่ 3
หลังจากได้ตั๋วเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปรอรถไฟกันเลย ( ที่จริง ๆแล้ว ตั๋ว Off Peak เค้าจะให้ใช้บริการได้ตั้งแต่หลัง 09.30 จนถึง 04.00 ของอีกวันนึง แต่เราเห็นว่ามีคนรออยู่แค่ 4-5 คน ก็เลย ขึ้นก่อนเลย ) เรายืนรอรถไฟสาย Piccadilly line ( สายสีน้ำเงิน ) เพราะสายนี้จะวิ่งไปถึงสถานีรถไฟ King's Cross เลย ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถให้เหนื่อยอีก

รูปสายรถไฟใต้ดินในลอนดอนค่ะ Piccadilly line สายสีน้ำเงินเข้มค่ะ


แต่ขอโทษโชคยังไม่ดีพอขนาดนั้น ต้องเปลี่ยนรถอยู่ดี เพราะมาถึงสถานี Green Park ก็มีเสียงประกาศว่ารถนี้จะไม่จอดที่สถานี King's Cross St. Pancras ( 2 สถานีนี้จะอยู่ที่เดียวกัน ออกที่เดียวกัน แต่จะไปแยกประตูออกไปขึ้นรถคนละที่กัน ) เราเลยบอกตาเอียนว่า

" That's ok , we will off at the Green park staion and looking for another line to King's Croos "

แต่หาได้รู้ไม่ว่าตอนที่พูดน่ะ รถมันจอดอยู่ที่สถานี Green Park แล้ว พอเราพูดจบ รถก็ออกจากสถานีพอดี

"Too late "

ตาเอียนบอก
เลยตัดสินใจไปออกที่สถานี Piccadilly Circus แล้วไปต่อสาย Bakerloo line ไปออกที่ Oxford Circus แล้วก็ต่อสาย Victoria ไปลงที่ King's Cross St' Pancras จนได้

เฮ้อ!!! ขอบ่นหน่อยเถอะ อะไรก็ไม่เหนื่อยเท่าเข็นกระเป๋าเดินทาง ใบใหญ่ 2 ใบ ขึ้นลงบันไดที่สถานีเพื่อจะไปต่อรถอีกสายหนึ่ง Ohh !!!! พระเจ้า เหนื่อยและหนักมาก ๆ เพราะต้องช่วยตาเอียนเข็น 1 ใบ

พอมาถึงสถานี ความที่กระเป๋าเดินทางเรามันใบใหญ่มาก ก็เลยเดินผ่านช่องไม่ได้ เจ้าหน้าที่เค้าเลยเปิดให้เข้า อีกทางนึง เลยไม่มีปัญหาเรื่องเวลาเพราะเค้าไม่ได้ตั้งใจตรวจมากหรอก

หลังจากเข้าสถานีมาแล้ว คราวนี้ก็ต้องมองหาป้าย King's Cross Railway ( รถไฟบนดินแล้วล่ะ ที่นี้ ) แล้วก็เดินไปตามป้ายเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงทางเข้าสถานี

" พระเจ้า ต้องขึ้นบันไดอีกแล้วเหรอ เนี่ย เหนื่อยชิบ !!!"

ตาเอียนยกกระเป๋าใบนึงขึ้นไปก่อน แล้วบอกให้เรารอที่เชิงบันไดเดี๋ยวจะลงมาช่วยยก เราก็พยายามเข็นขึ้นไปทีละขั้น จนกระทั่ง มีพระเอก ( แต่ไม่ได้ขี่ม้าขาวมา ) คงเห็นเราทุลักทุเลเต็มที เลยบอก

" I give a hand "

แล้วก็หิ้วกระเป๋าเราขึ้นไปสบาย สบาย ทั้งๆที่ตัวเองก็มีเป้หลังใบเท่าบ้านสะพายอยู่ด้วย

พอถึงด้านบน ตาเอียนหันกลับมาจะลงมาช่วยเรา ปรากฎว่าเจอเรายิ้มหน้าบานอยู่ข้าง ๆแล้ว พร้อมกระเป๋า เราหันไปขอบคุณพ่อหนุ่มตัวเท่ายักษ์ใจดีคนนั้น
จากนั้นก็ช่วยกันเข็นกระเป๋าเข้าไปด้านใน สถานี แล้วก็เอา E-mail ที่มีรหัสสำหรับรับตั๋วจากเครื่อง Fast Tickets ไปรับตั๋วที่เครื่อง ที่มีอยู่ทั่วไปรอบ ๆสถานี โดยการเอา Credit card ใบที่เราใช้ซื้อตั๋ว Online ใส่เข้าไป รอสักพักให้เครื่องอ่าน แล้วบอกให้ใส่รหัสที่เรามี จากนั้นเครื่องก็จะ Print ตั๋ว ออกมา โดยจะมี ตั๋วสำหรับ 3 คน ใบจองที่นั่ง และ ใบเสร็จ รวมแล้ว 5 ใบ

ตัวอย่างตั๋วรถไฟที่รับจากเครื่อง


<






โดยเวลาที่รถออกจะอยู่ในตั๋ว Seat reservation

หลังจากได้ตั๋วแล้วประมาณ 10 โมงกว่า ๆ ก็เลยขนกระเป๋าไปกองไว้เพื่อมองหาที่ฝากกระเป๋า แต่เราขอเปลี่ยนกางเกงของตัวเองกับของน้อง มิคก่อน โดยเข้าไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำหญิง ตรงหัวมุม Platform 8 นั่นเอง ค่าเข้าห้องน้ำคนละ 20 pence จากนั้นก็เอาประเป๋าไปฝากที่ Left Luggages ตรงบริเวณ Platform 8 เดินผ่านทางเข้า Platform 9-11 ไปก่อน แล้วจะเจอป้าย Left Luggages ค่าฝากไม่เกิน 24 ชั่วโมง 6.5 ปอนด์ต่อชิ้น เราฝาก 2 กระเป๋า ปาเข้าไป 13 ปอนด์ แน่ะ ( เงินจ่ายตอนมารับกระเป๋าคืนนะ เค้าจะให้เป็นใบรับกระเป๋ามาก่อน )

หลังจากฝากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็เดินกลับไปหน้าสถานี เพราะตาเอียนต้องการสูบบุหรี่ ระหว่างทางน้องมิคหิวเลยแวะที่ ร้าน Select Service Partner ใกล้ๆ Platform 8

ได้มาตามนี้




ขนมปังอันใหญ่มาก ตาเอียนแบ่งไปกินนิดนึง ที่เหลือ มิคฟาดเกือบหมด

จากนั้นเราก็ชวนตาเอียนไปเที่ยวแถวๆ Big Ben เพราะยังไงก็ซื้อตั๋ววันมาแล้วนี่ ตาเอียนน่ะไม่ชอบลอนดอนมาแต่ไหนแต่ไร แถมยังไม่ชอบนั่งรถไฟใต้ดินอีก กลัวระเบิดน่ะ
แต่เราไม่สนใจหรอกไหนๆก็มาแล้ว คนอื่นๆเค้าก็นั่งกัน มันคงไม่ซวยโคตรจนต้องมาระเบิดวันนี้หรอก แถมรถไฟที่จะไป Montrose ออกตั้ง 16.00 น. ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงกว่าๆ จะให้นั่งรอที่สถานีตั้ง 4 ชั่วโมง ก็เสียเวลาเปล่า

เลยขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Victoria ตั้งใจจะไปลงที่ Green Park แล้วต่อสาย Jubilee ไปลง Westminter แต่สาย แต่ประกาศว่าสาย Jubilee หยุดวิ่งระหว่างสถานี Green Park -Westminter เลยตัดสินใจนั่งต่อไปลงที่ St.James Park แล้วเปลี่ยนเป็นสาย District line ไปลงที่สถานี Westminter นั่งไปแค่สถานีเดียวก็ภึงแล้ว พอถึงทางออกมองหาทางออกไปยัง Parliament House ทางเดินออกสกปรกน่าดู เต็มไปด้วยหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ขาด ๆปลิวว่อนไปหมด พอโผล่ขึ้นมา Big Ben ก็อยู่บนกะบาลเลยล่ะ




จะโผล่ขึ้นมาตรงบริเวณสะพาน Westminter พอดี เดินไปตามสะพานมองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็น London Eye อยู่ไม่ไกล



แต่เราไม่ได้เดินไปดูใกล้ ๆหรอกเพราะอากาศหนาวมาก ประมาณ 3-4 องศาได้ ขนาดตาเอียนสวม Jacket หนังยังบ่นเป็นหมีกินผึ้ง เดินไปถ่ายรูปไปบนสะพาน

รูปนี้ River Thames




รูปนี้ Parliament House



รูปนี้นักท่องเที่ยวบนสะพาน Westminter











เดินไปได้แค่ครึ่งทางก็หันหลังกลับ เดินไปทาง Westminter Abbey ตรงมุม Parliament Square จะมีอนุสาวรีย์ Churchill

รูปนี้ตรงข้ามคือทางเข้า Westminter Station




Parliament Square



Churchill ค่ะ











Create Date : 18 มิถุนายน 2551
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 16:10:06 น.
Counter : 1004 Pageviews.

4 comments
  
น่าหนุกจังอยากไปมั่งฮืออออๆๆ
โดย: FreakGirL วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:15:12:40 น.
  
โดย: traveller 360 (chalawanman ) วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:17:42:56 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณ FreakGirl
ไปเที่ยวกับหมูมิคก่อนซิคะ ชิมลาง
โดย: mearns (mearnss ) วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:10:34:38 น.
  
อีกแล้วเขียนบอกทางไปและการต่อรถไฟได้ละเอียดเห็นภาพเลยค่ะ เก่งจริงๆ
โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:44:55 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



mearnss
Location :
ชุมพร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นเภสัชกร ที่อยากทำงานบริษัทท่องเที่ยว เค้าจะรับมั้ยนี่ ท่องเที่ยวกับอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่โปรดที่สุดของข้าพเจ้า

MY VIP Friend