Shanghai เซี่ยงไฮ้



9 ก.พ. 2554

เริ่มออกเดินทาง จาก เชียงราย ไป ดอนเมือง 
โดย นกแอร์  DD 8715 ออกจากเชียงราย 9:45 น. ถึง กทม.11:00 น.
ถึงดอนเมือง ให้ สามี มาเอากระเป๋าไปเก็บให้
เราสองคนแม่ลูก ไปเที่ยว ห้าง กมม.ต่อ เหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ไปเปิดหูเปิดตา
ไปเดินสยามเซ็นเตอร์ และ สยามพารากอน แวะร้านเจ้เล้ง
16:30 น. กลับไป บ้านสามี อาบน้ำ นอน เอาแรงเดินทางช่วงดึก




22:00 น.เดินทางไปสุวรรณภูมิ
 สามีทำใจดีนั่งแท็กซี่ไปส่งและจ่ายค่าแท็กซี่ให้อีก

23:30 น. พบกรุ๊ปทัวร์
ไกด์ไทย ชื่อ คุณโจ 



10 ก.พ. 56

03:00 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองนานกิง พร้อมลูกชาย ต้นสน อายุ 12 ปี
โดยสายการบิน China Eastern Airline   Mu 2814



ตีห้า บนเครื่อง มีเสริฟอาหารเช้า 
อาหาร เป็นเกี๊ยวซ่า ขนมปัง และ ส้ม 1 ลูก
8:00 น. (เวลา เมืองจีนไวกว่าเมืองไทย 1 ช.ม.)
9:00 น. ผ่าน ต.ม. และรับกระเป๋า เรียบร้อย  แปรงฟัน ที่ สนามบิน
ไกด์จีน ชื่อ สุรพล แซ่หวัง



ไปกินข้าวที่ร้านอาหาร 
ทางร้านจัด บัวลอยให้เป็นอาหารพิเศษ เนื่องในวันตรุษจีนSmiley
เดินทางไปเมือง อู๋ซี ใช้เวลา เดินทาง 2 ช.ม.



กินข้าวเที่ยง

ไปเที่ยวชม วัดหลินซาน 
หลังวัดติดเขาเหลียงซาน หน้าวัดติดทะเลสาบไท่หู่
ต้องจ่ายค่ารถรางเพิ่ม คนละ 25 หยวน เพื่อชมภายในวัด
(1 หยวน = 5 บาท)







วัดนี้สวยมาก แต่เวลาในการเข้าชมไม่มาก
ทำให้ไม่สามารถ ถ่ายรูป ที่สวยๆได้ อย่างที่อยากทำ
คนมาเที่ยวที่วัดหลินซานเยอะมาก

ความหมายแฝงของรูปพระพุทธเจ้าน้อย  ที่นิ้้วชี้บนฟ้า ชี้ลงดิน

 คือการที่พระองค์ประกาศเมื่อประสูติจากพระครรภ์

 พระมหาบุรุษเสด็จลุกขึ้นประทับยืนบนพื้นปฐพี

ทอดพระเนตรไปทั่วทั้งสิบทิศ เสด็จดำเนินไป ๗ ก้าว 

มีดอกบัวผุดขึ้นรองรับพระบาท

แล้วทรงเปล่งอาสภิวาจาว่า

“เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก

 เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก

ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก”



ไปแวะร้านมุกของรัฐบาลจีน ตามระเบียบSmiley

เดินทางต่อ ไปเมือง ซูโจว

แวะ Suzhou Harmony Time Square แหล่งรวมความทันสมัย ของ ซูโจว
ชม Sky Screen จอ LCD ยาว 500 เมตร

อากาศ หนาว ลมแรง เดินชมลมพัดรู้สึกหน้าชา หนาวกว่าทุกที่ ที่เคยไปมา



21:30 น. เข้าโรงแรม




11 ก.พ. 56

ตามสูตร กรุ๊ปทัวร์ ตื่น 6 โมง  กินข้าว 7 โมง ล้อหมุน 8 โมง
มื้อเช้าทุกวัน  ก็จะเป็น บุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม

เช้าไปเที่ยวชม วัดฉงหยวน ไหว้เจ้าแม่กวนอิม สูง 33 เมตร
คนจีนมาไหว้เยอะมาก ที่ ปักธูป เทียน แน่นมาก
ที่นี่ เราได้ร่วมทำบุญ ได้สายสร้อยมัดเชือกมา คนละเส้น กับต้นสน



ไปกินมื้อเที่ยง ที่เมืองโบราณ จูเจียเจียว
ได้ล่องเรือพาย ในคลอง ชม บ้านเรือนแบบโบราณ
เดินชมสินค้า 



แวะโรงงานผ้าไหม ตามระเบียบ แห่งที่สอง
ที่นี่ เราได้ซื้อผ้าห่มไหม กลับมาใช้อีก 1 ชุด ลาย Angry Birds สีเทา  1100 หยวน
ชุดนอนผ้าไหม 2 ชุด 600 หยวน
ที่ร้านรัฐบาล รับ บัตร เครดิต ค่ะ

เดินทางต่อไป เมืองเซี่ยงไฮ้

มื้อเย็น กินบุฟเฟ่ต์ นานาชาติ Golden Jaguar

ไปเที่ยว ชอปปิ้งต่อที่ถนนนานกิง ย่านที่คึกคักและทันสมัยของเซี่ยงไฮ้



21:30 น. เข้าโรงแรมที่พัก ห้องที่นี่ ค่อนข้างเล็ก
พักที่นี่ สองคืน



12 ก.พ. 56

เช้า ตามสูตรเดิม ตื่น 6 โมง กินข้าว 7 โมง ล้อหมุน 8 โมง
อาหารเช้าก็บุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม 
โรงแรมนี้ ที่นั่งห้องอาหารมีน้อย ไม่พอนั่ง 
คงเป็นธรรมดาของโรงแรมที่เมืองใหญ่ การประหยัดพื้นที่ จำเป็น

แวะศูนย์ การแพทย์ ตามระเบียบแห่งที่สาม

มีการแช่เท้า นวดเท้า  แต่ที่นี่ เด็กนวดเท้ามีการขอเราทิปด้วย
ไปมาหลายที่ ไม่มีที่ไหนขอทิป

ที่นี่ การตรวจรักษา ใช้การดูลายมือค่ะ
ตั้งใจว่าจะไม่ตรวจ หมอมานั่งตรวจให้ต้นสนเอง
บอกว่าตับไม่ดี ต้องกินยาบำรุงตับ  กินยาสี่เดือน ยาสองกล่อง 6600 หยวน
การสาธิตการตรวจ หมอ จะใช้น้ำยาในขวดพ่นที่ท้อง แล้วใช้สำลี เช็ดยา ที่พ่น บอกว่า เป็นการล้างพิษ จะมีสีเหมือนเลือดติดมาที่สำลี
ต้นสนตกใจมาก กลัวเป็นโรคตับ
พอหมอเดินไป เราบอกต้นสน ว่ามันเป็นการแสดง
ต้นสนจึงเข้าใจ ลูกทัวร์ ที่มาด้วยกันเห็นเราเดินตื้อขายยา เลยพาต้นสน เดินออกไปก่อน
เราจึงปฏิเสธการรักษา ของหมอเค้าไป

การรักษาโดยยาจีน ใช่ว่าไม่ดี
แต่เห็นผลช้า ถ้า ไม่มีความตั้งใจกินยาต่อเนื่อง ก็ไม่ได้ผล

ไปขึ้นตึก SWFC  ( Shanghai World Financial Center ) ตึกศูนย์กลางการเงินแห่งเซี่ยงไฮ้
ตึกนี้ สูงที่สุด ใน เซี่ยงไฮ้ สูง 492 เมตร มี 101 ชั้น



ชมวิว เมืองเซี่ยงไฮ้ จากมุมสูง
แวะซื้อของที่ระลึก ได้ กระเป๋าเป้ ลายแผนที่เซี่ยงไฮ้มา 180 หยวน

ไปนั่งแคปซูล ลอดใต้แม่น้ำ ไปอีกฝั่งของแม่น้ำ หวังผู่





ถ่ายรูป ที่ หาดไว่ทาน(หาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้) 



กินข้าวเที่ยง

ไปช้อปปิ้งต่อ ที่ ตลาด เฉินหวังเมียว (ตลาดร้อยปี)
คนมาที่นี่ เยอะมาก จนเราตัดสินใจไม่เดินไป ที่สะพานซิกแซก
เลยเดินเลี่ยงออกมาด้านนอก ดูของร้านรอบๆ
ต้นสนได้เสื้อหนังมาใหม่ ราคา 299 หยวน
และซื้อขนมกินเล่น





กินข้าว มื้อเย็น

วิวรอบๆเมืองเซี่ยงไฮ้ ตึกจะสูงเรียงชิดกันเป็นแถวๆ 



ไปชมการแสดงกายกรรม เมื่อชมเสร็จ จะมีการขายแผ่นเหมือนที่ปักกิ่ง



21:30 น. เข้าโรงแรมที่พัก พักโรงแรมเดิมอีกคืน

13 ก.พ. 56

ตามสูตรเดิม  ตื่น 6 โมง กินข้าว 7 โมง ล้อหมุน 8 โมง

เช้าไปร้านหยก ร้านรัฐบาล แห่งที่สี่

ไปแวะถ่ายรูปที่ ย่านซินเทียนตี้  แหล่งฮิปล่าสุดของเซี่ยงไฮ้
ออกแบบโดย เบนจามิน วูด สถาปนิกชาว อเมริกัน
ทีทั้งร้านกาแฟ บูติก แกลลอรี่ ร้านขายของที่ระลึก



กินข้าวเที่ยง

เดินทางไป เมือง หังโจว ใช้เวลา 3 ชั่วโมง

ล่องเรือที่ทะเลสาบซีหู ตำนาน ของนางพญางูขาว




 photo Image28.jpg


ไปชอปปิ้งต่อที่ ถนนโบราณเหอฝังเจีย

 photo Image29.jpg

 photo Image30.jpg

กินข้าวเย็น

 photo Image31.jpg

21:00 น. เข้าโรงแรม

 photo Image32.jpg

14 ก.พ. 56 


ตามสูตรเดิม ตื่น 6 โมง กินข้าว 7 โมง ล้อหมุน 8 โมง
บุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม

ไปแวะร้านชา ร้านรัฐบาล แห่งที่ ห้า เช้าฝนตกปรอยๆ

 photo Image33.jpg

กินข้าวเที่ยง  ตอนสิบโมง เพราะต้องเดินทาง

ไปนานกิง ใช้เวลา สี่ ชั่วโมง

แวะช้อปปิ้งที่สุดท้าย ตลาด ฝูจือเมียว

 photo Image34.jpg

กินข้าวเย็น

 photo Image36.jpg

อาหารที่นี่โดยรวม ไม่ค่อยถูกปาก อาหารทุกอย่างรสเค็มจัด
แต่ผัดผัก จะจืดสนิท
ข้าว จะ เป็นแบบข้าวญี่ปุ่น เหนียวๆ
บนโต๊ะ ทุกมื้อ จะมี โค้ก 1 ขวด เบียร์ 2 ขวด ชา 1 เหยือก

น้ำเปล่าจะมีแจก บนรถ วันละ ขวด บนห้องพัก ห้องละ สองขวด

ส่วนน้ำพริก ต่างๆ บริษัททัวร์ เตรียมมาให้เพิ่มจากเมืองไทย
มีน้ำจิ้มสองสามอย่าง


เดินทางไปสนามบินนานกิง
แพคของที่ซื้อกันที่สนามบิน และ เปลี่ยนเสื้อผ้า

23:10 น. เหิรฟ้ากลับ กทม.  
โดยสายการบิน  China Eastern Airline   Mu 2813

15 ก.พ. 56

02:15 น. ถึงสุวรรณภูมิ
03:30 น. ผ่าน ต.ม เรียบร้อย รอรถโรงแรมที่จองไว้มารับ
03:45 น. ถึงโรงแรมที่จองไว้

 photo Image35.jpg

10:30 น. เดินทางไป สนามบินดอนเมือง
13:10 น. เหิรฟ้า กลับเชียงราย
14:30 น. ถึงเชียงราย บ้านเรา


สรุป การเดินทาง

1 การเดินทาง เที่ยวบินทั้งไปและกลับ ดึกมาก ทำให้ เช้าอีกวันไม่สดชื่น
แต่ก็มีข้อดี ที่ได้เที่ยวเต็มวัน

2 อุณหภูมิ ของเซี่ยงไฮ้ เดือนกุมภาพันธุ์ หนาว และลมแรง บางวันมีฝนปรอย ทำให้การเดินเลือกซื้อของ และถ่ายรูป ไม่สนุก
เดือนที่ อุณหภูมิเหมาะสม จะเป็นเดือน เมษายน ฤดูใบไม้ผลิของที่นี่

3 ช่วงตรุษจีน ที่เมืองต่างๆ ได้มีการตกแต่ง สถานที่ ต้อนรับ ปีใหม่กัน  ซึ่งเป็นบรรยากาศ ที่หาดูช่วงเวลาอื่นไม่ได้


4 โปรแกรมทัวร์ เหมือนไม่ค่อยมีอะไร ให้ถ่ายรูป ในที่ท่องเที่ยว
และใช้เวลาในการนั่งรถ เดินทาง ค่อนข้างมาก

เน้น การลงตลาดช้อปปิ้ง มากแห่ง และของที่ตลาด ก็ คล้ายๆกัน และให้เวลา ในการ ช้อปปิ้งแต่ละแห่ง แค่ ชั่วโมงเดียว
ถ้าจะให้ช้อปปิ้ง น่าจะให้ลงตลาด ที่ราคาของไม่แพง แค่ที่เดียว แต่ให้เวลซื้อของนานขึ้น


ถ้าถามว่าคุ้มค่ากับราคาที่ไปไหม ก็ บอกได้ว่าคุ้มราคามาก





Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 8 กรกฎาคม 2560 12:35:26 น.
Counter : 2795 Pageviews.

5 comments
  
เมืองจีน ก้าวหน้าเร็วจริง

ปล,ครอบครัวนี้น่ารักมากเลยคะ
โดย: โน็ตตัวดำ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:22:20:32 น.
  
เคยไปเมื่อนานมาแล้ว
รูปที่พี่ถ่ายมา
สวยกว่าช่วงที่ผมไผเยอะเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:11:05:36 น.
  
สวัสดีตอนบ่ายๆ ครับคุณ me-o .....

ไปเที่ยวกันสองคนแม่ลูกอีกแล้วนะครับ ดูเหมือนไปต่างประเทศแบบนี้ คุณสามีจะไม่ค่อยได้ไปด้วยเท่าไหร่นะครับ สงสัยคงจะงานยุ่ง .....

เซี่ยงไฮ้ เมืองเขาเจริญดีเหมือนกันนะครับ สมกับที่เมืองจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของโลก .....

ภายในเมืองน่าจะยังมีตึกเก่า สมัยเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสอยู่บ้างนะครับ เคยเห็นในหนังตึกเก่าเขาสวยดี .....


โดย: NET-MANIA วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:14:33:52 น.
  
มาเก็บข้อมูลเรื่อย ๆ ค่ะ กว่าจะได้ไป
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:14:57:08 น.
  
ไปทุกปีเลยเหรอคะ ดีจัง

ตามโปรแกรมทัวร์เค้าแวะร้านของรัฐบาลเยอะเหมือนกัน คือต้องแวะ

ชอบทั้งเมืองโบราณ ทั้งเซี่ยงไฮ้ค่ะ อยากไปเห็นบ้างเนาะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:17:44:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



me-o
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



สวัสดีค่ะ

me-o เป็นคนรักแมวค่ะ
เลี้ยงไว้ 12 ตัว
เลี้ยงมาพร้อมกับลูกชายวัย 14 ปี
มีลูกคนเดียว กลัวไม่เหนื่อย เลยมีแมวเยอะ555

ชอบท่องเที่ยว ไปที่ต่างๆ
แล้วแต่เวลาจะอำนวย

สนใจการถ่ายรูป
รูปที่ลงในBlogจะถ่ายเอง
ใช้กล้อง โอลิมปัส E-410
คาดหวังไว้ว่า
รูปถ่ายจะสวยสุดยอดสักวัน

ปี 2556 เปลี่ยนมาใช้
กล้อง โอลิมปัส OM-D E-M5
เพราะ E-410 เริ่มพัง สายแพที่เลนส์ขาด
ซ่อมแล้ว ก็ยังใช้งานไม่ปกติ

OM-D E-M5 เข้ามาเป็นกล้องตัวเก่ง เที่ยวไปทั่ว แทนที่

กลาง ปี 2556 เริ่มทำ blog เรื่องความงาม
เขียนเล่าประสบการณ์
ในส่วนนี้ รูปที่ถ่ายในสถานที่เสริมความงาม
จะเป็นกล้องจากมือถือ ซัมซุง note8



การนำรูปไปใช้ ในwebอื่นๆ
ให้แปะ link ได้นะคะ
ไม่อนุญาตให้ เอารูปใน blog ไปใช้ในweb อื่นๆ

ไม่อนุญาต
ให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกกรณี
New Comments
Group Blog
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
 
 
25 กุมภาพันธ์ 2556