สุขบนทุกข์ของคนอื่น ฉายภาพตัวตนคนนับถือตัวเองต่ำ


  มีการวิจัยพบว่า ถ้ามนุษย์เรามีความเคารพนับถือตัวเอง (self-esteem) ในระดับต่ำ มนุษย์คนนั้นจะทำทุกทางเพื่อให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น รวมถึงการยิ้มเยาะกับความทุกข์ของคนอื่น ๆ ที่เขาพบเห็นด้วย

       การนับถือตนเอง (Self-esteem) คือ ความรู้สึกหรือความเชื่อที่บุคคลมีต่อตนเองว่าเป็นคนมีคุณค่า ซึ่งจะมีระดับตั้งแต่การนับถือตนเองต่ำไปจนถึงการนับถือตนเองสูง การที่บุคคลยอมรับตนเองนับเป็นทักษะสำคัญในการที่จะเรียนรู้พัฒนาตนเอง และการดำเนินชีวิต ซึ่ง Wilco W van Dijk นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Leiden ประเทศเนเธอร์แลนด์เผยว่า ในกรณีที่คนเรายินดีเมื่อเห็นคนอื่น ๆ ตกที่นั่งลำบาก หรือประสบเหตุการณ์เลวร้าย เป็นเพราะคน ๆ นั้นมีความนับถือตัวเองต่ำจนต้องหาสิ่งแย่ ๆ ของคนอื่นมาทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น โดยเขาได้จัดทำแบบทดสอบสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทจำนวน 70 คนให้พวกเขาอ่านเรื่องราวที่กำหนดให้ 2 เรื่อง และถามถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากอ่านจบ

       เรื่องแรกเป็นเรื่องของนักศึกษาชายคนหนึ่งที่มีความทะเยอทะยานสูง มุ่งมั่นจะมีงานที่มั่นคงทำ เรื่องที่สองเป็นการพูดคุยระหว่างนักศึกษาชายคนนั้นกับเจ้านายของเขาเกี่ยวกับประวัติการเรียนที่ไม่ดีมากพอ และทำให้เขาพลาดโอกาสจะได้เลื่อนตำแหน่ง

       จากนั้น อาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดสอบจะได้รับแจกใบลงคะแนนว่าตนเองรู้สึกอย่างไรหลังอ่านจบ โดยทางทีมวิจัยได้กำหนดความรู้สึกมาให้เลือก เช่น "ฉันรู้สึกดีเมื่อทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านั้น", "ฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้ม" ฯลฯ

       ผลการวิจัยพบว่า ในกลุ่มคนที่มีความนับถือตนเองต่ำนั้นจะยินดี หรือมีความสุขอย่างมากกับเรื่องราวที่อ่าน

       จากนั้น ทีมวิจัยได้นำกลุ่มคนที่มีความนับถือตนเองต่ำมาทดสอบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พวกเขาต้องทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับการคิดในแง่บวกก่อน แล้วจึงค่อยอ่านเรื่องราวเคราะห์ร้ายของคนอื่น ๆ ซึ่งเมื่อถามถึงความรู้สึก ปรากฏว่า ความยินดีในความทุกข์ที่เกิดกับคนอื่น ๆ นั้นลดน้อยลง

       สำหรับผลงานวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการนับถือตนเองยังพบว่าคนที่มีระดับการนับถือตนเองต่ำ จะมีปัญหาด้านอารมณ์มากกว่าคนที่มีการนับถือตนเองสูง บางครั้งบุคคลที่นับถือตนเองต่ำจะแสดงจุดเด่นบางอย่างเพื่อเป็นการชดเชย แต่บุคคลเหล่านี้ก็ไม่สามารถลดความรู้สึกพร่องในการนับถือตนเองหรือความภาคภูมิใจในตนเอง แม้จะพยายามสร้างจุดเด่นให้ตนเองแล้วก็ตาม

       ในทางกลับกันบุคคลที่มีการนับถือตนเองสูง (High self-esteem) จะสามารถมีความสุขและพึงพอใจในชีวิต เพราะเขาจะมีแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จที่มีผลมาจากความปรารถนาที่จะทำให้เป้าหมายในชีวิตหรือการทำงานบรรลุผล ไม่ใช่จากแรงจูงใจที่จะชดเชยความรู้สึกที่ตนเองไม่ภาคภูมิใจในตนเอง

       อย่างไรก็ดี หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น และอยากเปลี่ยนแปลง หรือ ลด ละ เลิกนิสัยนี้เสีย เรามีวิธีการดี ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความนับถือในตนเองมาฝากกันดังนี้

       - พยายามเลิกคิดในแง่ลบ ทั้งที่เกี่ยวกับตัวเองและเกี่ยวกับคนอื่น แต่ให้คิดในแง่บวกแทน หากเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก พยายามให้กำลังใจตัวเอง หรือคิดถึงตัวเองในแง่ดี หรืออาจจะลองเขียนสิ่งที่เกี่ยวกับตัวคุณที่สามารถทำให้คุณมีความสุขได้ออกมา วันละเรื่อง เป็นต้น

       - หากต้องทำงานใด ๆ พยายามทำให้สำเร็จ มีบางคนกลัวว่าสิ่งที่ทำนั้นจะไม่ "สมบูรณ์แบบ" หรือ "ดีเลิศ" สุดท้ายเลยไม่ได้ทำอย่างที่ใจต้องการเสียที ดังนั้น เมื่อต้องทำภารกิจใดแล้ว ขอให้เดินหน้าทำมันอย่างมีความสุข และทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่ก็พอ

       - มองข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นโอกาสที่คุณจะได้เรียนรู้ ใคร ๆ ก็ผิดพลาดได้ และคุณเองก็ด้วยเช่นกัน แต่การผิดพลาดเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีที่จะสอนให้เรารอบคอบเมื่อต้องทำงานในครั้งต่อไป

       - หาประสบการณ์ใหม่ ๆ การทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่ไปจากชีวิตประจำวันอาจช่วยให้คุณเจอจุดเด่นของตัวเองที่หลับไหลมานานก็เป็นได้

       - เข้าใจว่าคนเรามีทั้งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้และเปลี่ยนแปลงไม่ได้ บางเรื่องเช่น การเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ทำให้คุณต้องทุกข์ใจมาตลอด หากคุณอยากเปลี่ยนข้อนี้ ก็สามารถเริ่มได้ทันที แต่บางเรื่องคุณก็เปลี่ยนไม่ได้เช่นกัน เช่น ความสูง แม้จะอยากสูงกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้น หากเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว ก็ขอให้ยอมรับ และอยู่กับมันอย่างเข้าใจ

       - ออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยลดความเครียด และช่วยให้คุณสุขภาพดีขึ้น เมื่อสุขภาพดีขึ้น ความสุขก็จะตามมาง่ายขึ้นนั่นเอง

       - ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า เช่น อยู่กับคนที่คุณรัก ทำในสิ่งที่คุณต้องการ หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง และเสียสละเวลาส่วนตัวไปทำงานการกุศลบ้าง เท่านี้ ความรู้สึกดี ๆ ก็จะเกิดขึ้นกับตัวคุณเอง ไม่มากก็น้อยค่ะ

       เรียบเรียงจากเดลิเมล
       อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก //webhost.wu.ac.th/stipawan/index/chapter/chapter4/index.html และ
       //www.kidhealth.org


ที่มา://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000159241






Free TextEditor



Create Date : 19 ธันวาคม 2554
Last Update : 19 ธันวาคม 2554 9:47:47 น.
Counter : 503 Pageviews.

3 comments
  
มาทักทาย..
โดย: prayakong วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:10:10:10 น.
  
ขอบคุณข้อมูล ที่มาเล่าสู่กันฟัง
โดย: มังกี้ ดี ลูฟี่ 01 วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:10:49:34 น.
  
LIKE
โดย: deco_mom วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:11:41:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

MC TROMUST
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ธันวาคม 2554

 
 
 
 
2
7
9
10
23
24
25
26
28
29
31
 
All Blog