เที่ยวฉงชิ่ง สัมผัสมหานครอันงดงาม
ฉงชิ่ง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก china-tour.net

          ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองเนรมิตใหม่แต่มีอารยธรรรมอันเก่าแก่และยาวนาน ใคร ๆ ก็ต้องอยากไปสัมผัส สำหรับ "ฉงชิ่ง" (Chongqing) เมืองขนาดใหญ่อันดับ 8 ของจีน อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 4 เขตปกครองพิเศษของจีน (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนสิน และฉงชิ่ง) ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยทางรัฐบาลจีนได้เนรมิตสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ นานาขึ้นมาอย่างเป็นระบบ นั่นแน่! เริ่มอยากไป "ทัวร์ฉงชิ่ง" แล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ตามเราไปตะลุยฉงชิ่งกันเลยจ้า...

ฉงชิ่ง

ฉงชิ่ง ตั้งอยู่ทางตอนบนของแม่น้ำแยงซีเกียง มีพื้นที่ติดกับมณฑลฉ่านซี, มณฑลกุ้ยโจว, มณฑลหูเป่ย์, มณฑลหูหนาน และมณฑลเสฉวน ลักษณะเป็นพื้นที่สูง ภูมิประเทศเป็นเนินเขาและภูเขาเป็นหลัก และมีแม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำเจียหลิง แม่น้ำวูเจียง แม่น้ำฉี และแม่น้ำแยงซีเกียง ที่ไหลผ่านจากทางตะวันตกไปทางตะวันออกก่อนจะไหลลงสู่ทะเลจีนตะวันออก

          อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา ทำให้ตลอดทั้งปีฉงชิ่งมีอากาศเย็นสบาย โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24-25 องศาเซลเซียส และเพราะเหตุนี้จึงทำให้สาวฉงชิ่งมีผิวขาวนวล จนถูกเล่าลือว่าเป็นผู้หญิงสวยงามติดอันดับในจีนด้วย ^^ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีสีสัน มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย นับว่ามีความสำคัญด้านเศรษฐกิจอันดับแรกในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเลยก็ว่าได้

ฉงชิ่ง

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

          นครฉงชิ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะเมืองศูนย์กลางการค้าและการติดต่อกับฝั่งตะวันออกของจีน โดยเดินทางผ่านทางแม่น้ำแยงซีเกียง ในปี ค.ศ.1918 รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในเมืองไม่กี่แห่งที่ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายได้ โดยถือเป็นเมืองท่า (Inland port) สำหรับการเสาะหาทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าจากพื้นที่ของจีน

          ระหว่างปี ค.ศ.1937-1946 ในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น รัฐบาลพรรคก๊กหมินตั๋งได้ย้ายฐานบัญชาการมายังนครฉงชิ่ง และตั้งนครฉงชิ่งขึ้นเป็นเมืองหลวง เมื่อปี ค.ศ.1997 นครฉงชิ่งได้รับการยกระดับขึ้นเป็นมหานครขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง เช่นเดียวกับกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครเทียนจิน โดยเป็นมหานครที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้นครฉงชิ่งเป็นเมืองหลักในการกระจายความเจริญสู่พื้นที่อื่น ๆ ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ฉงชิ่ง

ฉงชิ่ง

 แต่ก่อนที่เราจะไปเที่ยวฉงชิ่งให้ทั่ว ควรไปทำความรู้จักกับมหานครนี้ผ่านแบบจำลองผังเมืองย่อส่วนที่ พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองฉงชิ่ง (Chongqing Planing Exhibition Gallery) กันซะก่อน ที่นี่คุณจะได้เห็นภาพรวมทางภูมิศาสตร์ของฉงชิ่ง ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะในหุบเขา มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ "แม่น้ำเจียหลิง" ที่ไหลมาจากจิ่วไจ้โกวมารวมกับ "แม่น้ำแยงซีเกียง" ในเมืองนี้ จึงทำให้มีกิจกรรมสุดฮอตสำหรับคนที่ชื่นชอบแสงไฟ นั่นคือ การล่องเรือชมทิวทัศน์สองฟากฝั่งน้ำ รวมทั้งชมแสงสียามค่ำคืน เพราะตามอาคาร ตึก และร้านรวงต่าง ๆ พร้อมใจกันประดับไฟยามราตรีไว้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะ "หงหยาต้ง" คอมเพล็กซ์รูปทรงแบบอาคารจีนโบราณขนาดใหญ่ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดชมวิวและถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมกัน

ฉงชิ่ง

ฉงชิ่ง

ฉงชิ่ง

อะ ๆ อย่าลืมไปถ่ายภาพกับ "ต้าหลี่ถัง" หรือ "ศาลามหาประชาคม" หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำเมือง ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1951 โดย จอมพลเฮ่อหลง ด้วยนะ รวมถึงคนที่อยากไปย้อนเวลากลับไปในอดีตก็ต้องไปเยือน "เมืองโบราณซีฉีกั๋ว" (Ancient Town of Ciqikou) เพราะที่นี่ยังคงรักษาวิถีชีวิตรวมทั้งสะท้อนรากเหง้าดั้งเดิมของเมืองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่องที่มีรูปทรงโบราณ แหล่งผลิตสินค้าและอาหารพื้นเมืองที่สืบทอดกิจการต่อกันมาหลายรุ่น

ฉงชิ่ง

นอกจากนี้ ฉงชิ่ง ยังมีถนนคนเดิน "เจี่ยฟังเป่ย" ที่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าหลากหลาย ไปจนถึงของกินที่มีให้เลือกชิมสารพัด คล้าย ๆ กับฮ่องกง จนได้รับฉายาว่า "Little Hong Kong"

ฉงชิ่ง

อย่างไรก็ตาม นอกจากความอลังการงานสร้างของเมืองฉงชิ่ง ออกนอกเมืองไปยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่และสวยงามไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ ผาหินสลักต้าจู๋ (Da Zu Rock Carving) เมืองต้าจู๋ (ห่างจากฉงชิ่งประมาณ 160 กิโลเมตร) ทั่วทั้งเมืองมีงานศิลปะรูปปั้นหินแกะสลักโบราณ จารึกคำสอนภาษาจีน เรื่องราวทางพุทธศาสนานิกาย มหายาน หลักธรรมลัทธิเต๋า และปรัชญาคำสอนของขงจื๊อ ที่กระจายอยู่บนหน้าผากว่า 75 จุด ในบริเวณภูเขา 5 ลูก คือ เป่าติ่งซาน, เป่ยซาน, หนันซาน, สือเหมินซาน และสือจ้วนซาน ยิ่งใหญ่อลังการจนยูเนสโกต้องมาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมระดับ 5 A ในปี ค.ศ.1999 ทั้งนี้ ผาหินแกะสลักในต้าจู๋เกิดจากแรงศรัทธาของคนโบราณที่เพียรพยายามแกะสลักหินให้เป็นรูปร่างอันน่าทึ่ง

ฉงชิ่ง



ฉงชิ่ง

อุทยานแห่งชาติสะพานฟ้า หรือ สะพานฟ้าหุบเหวมังกร เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เกิดจากการยุบตัวของภูเขาจนเป็นช่องหุบเหวลึก และส่วนที่ไม่ยอมยุบก็กลายเป็นสะพานธรรมชาติที่เชื่อมจากเขาลูกหนึ่งไปอีกลูกได้อย่างน่าประหลาด จนถูกเรียกว่า "หลุมฟ้า สะพานสวรรค์" อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกทางธรรมชาติระดับ 5 A  มีสถานที่ที่เป็นไฮไลท์เด่น ๆ อย่าง "โรงเตี๊ยมโบราณ" ซึ่งเป็นจุดพักระหว่างทางสมัยโบราณ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่โด่งดัง หลังจากถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์เรื่อง Curse of the Golden Flower, และสะพานหินธรรมชาติ 3 แห่ง ที่นี่นับว่าเป็นกลุ่มสะพานหินธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ "สะพานมังกรฟ้า", "สะพานมังกรเขียว" และ "สะพานมังกรดำ"

ฉงชิ่ง

อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวในมหาคร "ฉงชิ่ง" ยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนซานเสียต้าป้า ซึ่งเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน, น้ำพุร้อนเป่ย, แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติโลตัสเคฟ (Lotus Cave) และล่องลำน้ำแยงซีเกียงช่องแคบซานเสีย ฯลฯ

          และนี่คือ "ฉงชิ่ง" มหานครอันงดงาม...หากมีเวลามากพอและอยากสัมผัสกับความงดงามของทิวทัศน์ที่แปลกตา ก็ลองไปเที่ยวฉงชิ่งกันดูนะจ๊ะ

การเดินทาง

          การเดินทางสู่ "ฉงชิ่ง" ปัจจุบันสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ ลงฉงชิ่งได้เลย หลังจากที่สายการบินแอร์เอเชีย เปิดเส้นทาง  "กรุงเทพฯ-ฉงชิ่ง" ไป-กลับ วันละ 1 เที่ยวบิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2515-9999 หรือ //www.airasia.com (เวลาที่ฉงชิ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ที่มา : //travel.kapook.com/view44907.html




Create Date : 13 กันยายน 2555
Last Update : 13 กันยายน 2555 19:48:25 น.
Counter : 1867 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

MC TROMUST
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
2
7
8
9
11
14
16
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
All Blog