Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
เที่ยวลาว วังเวียง เวียงจันทน์ แบบ backpack 4 วัน 3 คืน

กว่า 5 ปีแล้ว ที่อยากไปเที่ยวลาว มาปีนี้ ฝันก็เป็นจริง

หลังจากที่คอยสอบถามข้อมูลจากคนรู้จักทุกคน ทันทีที่รู้ว่า เขาไปลาวมา

คราวนี้ เราจะไปไปจริงๆแล้ว เป็นการเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วย

ตื่นเต้นๆ

วางแผนเอาไว้ ว่าจะไปวังเวียง-เวียงจันทน์ 2 คืนที่วังเวียง 1 คืนที่เวียงจันทน์

ศึกษาข้อมูล เวลาเดินรถ ค่าใช้จ่ายต่างๆพอคร่าวๆ หนังสือแนะนำการเที่ยวลาวพร้อมแผนที่

จัดสัมภาระลงเป้ เมื่อถึงเวลาก็ออกจากบ้านแต่เช้า

เพราะตั๋วรถ ขอนแก่น-เวียงจันทน์ ไม่มีให้ซื้อล่วงหน้า ต้องซื้อก่อนขึ้นรถเท่านั้น

ค่ารถ ขอนแก่น-เวียงจันทน์ 180 บาท ใช้หนังสือเดินทางประกอบการซื้อครับ



รถแวะจอดให้เข้าห้องน้ำ 1 ครั้ง ก่อนผ่าน จ.อุดรธานี

เมื่อรถถึงหนองคาย ด่านสะพานมิตรภาพฯ ก็ต้องลงจากรถ เพื่อทำตามขั้นตอนของ ตม.

ทีแรกก็ไม่รู้หรอกครับว่า ต้องทำไงบ้าง เลยมองหาคนที่ถือหนังสือเดินทางไทย แล้วถามเค้าเอาครับ

ก็มีการกรอกแบบฟอร์มนิดหน่อย แล้วก็เข้าแถวเพื่อยื่นแบบฟอร์มและประทับตราหนังสือเดินทาง

เมื่อข้ามฝั่ง ถึง ตม.ลาว ก็ทำขั้นตอนเหมือนกัน แต่ต้องซื้อบัตรค่าผ่านด่านก่อนนะครับ 40 บาท ใช้ได้ 2 ครั้ง ขาเข้า กับ ขาออก

ข้อแนะนำในการผ่านขั้นตอนของ ตม.ให้ไม่ช้าคือ ไปขอแบบฟอร์มมากรอกก่อนเลยครับ เอามากรอกระหว่างเข้าแถวรอ ยิ่งดีครับ

จาก ตม.ลาว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะถึงเวียงจันทน์ รถจอดที่สถานีขนส่งใหล้ตลาดเช้า

มีคนจากคิวรถตู้ไปวังเวียงมาเรียกคนถึงประตูรถเลยครับ รถตู้จอดนอกขนส่งครับ เดินข้ามถนนไป

เป็นรถตู้ที่คนลาวใช้ทั่วไปครับ ค่ารถ ประมาณ 300 บาท ตอนนั้นผมต้องแลกเงินกับเขา นับเงินทอนแล้ว คำนวนกลับเป็นเงินบาท ค่ารถจริงๆก็ เกือบๆ 300 บาทครับ

รถใช้เวลาวิ่งประมาณ 4 ชั่วโมงครับ แวะบ่อยต้องทำใจคันที่ผมนั่ง แวะซื้อส้ม ซีดีเพลง ปลาแห้ง ฯลฯ









ข้อดีของรถตู้คือ เค้าจะส่งเราถึงโรงแรมที่พักเลยครับ ถ้าเราจองโรงแรมไว้แล้ว

ผมถึงวังเวียงเกือบๆ 6 โมงเย็นครับ เข้าพักที่ จัมมี่รีสอร์ท จองผ่านทางเวบอะโคด้า

เข้าที่ห้อง แล้วพักซักครู่ ก็เริ่มเดินออกหาอาหารกินครับ ตั้งแต่เช้ากินขนมปังไป 2 ชิ้นเอง หิวมาก อิอิ

จากจัมมี่รีสอร์ท เดินมาทางตัวตลาด ไม่ไกล ก็เจอร้านอาหารเล็กๆ หน้าตาคล้ายๆร้านตามสั่งบ้านเรา

มีเมนูที่เป็นภาษาลาวและภาษาอังกฤษอันใหญ่บอกชื่ออาหารและราคา เป็นกีบ

อาหารมื้อแรกที่ลาว ผมสั่ง "เฝอผัด" มันคือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กผัดใส่หมูใส่ผัก(หลายอย่างและเยอะ) ราคา 20,000 กีบ

ท้องอิ่มก็เริ่มออกเดินเข้าตัวตลาด เพื่อชมบ้านชมเมืองและหาที่แลกเงิน



โต๊ะที่ตั้งเรียงราย เค้าขายหวยกันครับ ถามจากคนลาวที่นั่งรถตู้มาด้วยกัน

หวยลาว ออกทุกวันอังคารกับวันศุกร์



ขากลับแวะซื้อของปิ้งย่าง ราคา 3 ไม้ 20 บาท เอามาแกล้มกับ "เบยลาว" ราคา 12,000 กีบ/กระป๋อง



เช้าวันแรกที่ลาว กินกาแฟและอาหารเช้าที่รีสอร์ท(ฟรี) ก่อนออกเที่ยว





ด้านหลังของรีสอร์ทที่เรานั่งกินอาหารเช้า จะมีไร่ของชาวบ้านครับ ด้านข้างก็จะมองเห็นภูเขา



หลังอาหารเช้าก็สอบถามที่เที่ยวจากพนักงานของรีสอร์ท ได้รับคำแนะนำให้ไป "ถ้ำจัง"

จากรีสอร์ท เดินไป ประมาณ 5 นาที



ทางไปถ้ำจังต้องผ่าน วังเวียงรีสอร์ท เสียค่าผ่านทางเพื่อข้ามสะพาน คนละ 20,000 กีบ



พอถึงตีนบันไดทางขึ้นถ้ำจัง ก็ต้องจ่ายค่าเข้าชมถ้ำ คนละ 10,000 กีบ แล้วก็เดินขึ้นบันได 147 ขั้น



ขึ้นมาพร้อมกับตากล้องมืออาชีพ มาพร้อมลูกสาว มารับจ้างถ่ายรูปนักท่องเที่ยวในถ้ำ



ภายในถ้ำมีการทำทางเดินและไฟส่องสว่าง เดินชมหินงอกหินย้อยได้อย่างสะดวกครับ







ขากลับ แวะกระจายรายได้กับพ่อค้าแม่ค้าที่เรียงรายกันอยู่ใกล้ๆสะพาน





กลับถึงรีสอร์ทอีกครั้ง เหนื่อยนิดหน่อย แต่หิวมาก อิอิ ใช้พลังงานไปเยอะ เวลาก็ยังเหลืออีกมาก

จากทีแรกจะไปแค่ถ้ำจังแล้วเที่ยวชมวัดในตัวตลาดวังเวียง เพราะถ้ำอื่นๆอยู่ค่อนข้างไกล

จึงต้องหาที่เที่ยวชมอีกซักที ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเที่ยมชมในตัวตลาด

แต่ก่อนอื่น ต้องหาอะไรกินก่อน จึงกลับไปร้านเมื่อวาน เพราะดูแล้ว รสชาติก็โอเคอยู่ คราวนี้สั่ง"เฝอ" ครับ



เฝอชามนี้ ราคา 15,000 กีบ/ชาม เส้นเยอะ ผักเยอะสารพัดจะใส่ แถมมีผักให้แกล้มอีก

จากนั้นก็ไปเช่ามอเตอร์ไซค์ ร้านใกล้ๆกัน วางหนังสือเดินทางไว้เป็นประกัน ส่งคืนไม่เกิน 19.00 น.

ราคาเช่ามอเตอร์ไซค์ 50,000 กีบ เติมน้ำมันเพิ่มอีก 20,000 กีบ หมวกไม่เอา เดี๋ยวจ่ายเพิ่ม อิอิ

ถามหาที่เที่ยวจากร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ คำตอบคือ "ถ้ำพูคำ" ใกล้สุดแล้ว รองจากถ้ำจังที่เราไปมา ตรงกับข้อมูลในหนังสือ

ทางไปถ้ำพูคำก็ต้องข้ามสะพาน จ่ายค่าข้ามสะพานไป 10,000 กีบ สำหรับมอเตอร์ไซค์

ถนนก็เป็นถนนดินตลอดเส้นทาง ฝุ่นตลบทุกครั้งที่มีรถยนต์วิ่งผ่าน มันส์ไปอีกแบบ กลางแดดเที่ยงๆ



ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากตัวตลาด เราก็ถึงถ้ำพูคำ จ่ายค่าเข้าชมถ้ำ คนละ 10,000 กีบ

ก่อนถึงทางขึ้นถ้ำ มีธารน้ำสีเขียวใส มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนกันสนุกสนานเชียวครับ



ทางขึ้นถ้ำพูคำ อืมมมม ผมเก็บกล้องเลยครับ ไม่ได้กลัวกล้องกระทบกระแทกหรอกครับ กลัวตกเขา

สูงพอสมควร แคบบางช่วง หลายช่วงจะชัน ยังดีที่ทางส่วนมากจะมีราวไม้ไผ่ให้จับพยุงตัว

อ้อ เที่ยวถ้ำพูคำ ต้องพกไฟฉายไปด้วยนะครับ ถ้าไม่มีต้องเช่าเอาตรงทางขึ้นถ้ำครับ 10,000 กีบ

แต่ผมขึ้นถึงปากถ้ำก็หมดแรงแล้วครับ ก็เลยได้ชมแต่ถ้ำชั้นแรก









พักชมความงามและพักเหนื่อย กับอากาศและลมเย็นๆในถ้ำชั้นแรกซักพัก ก็กลับครับ

ขากลับแวะอุดหนุนคุณป้าขายผ้าทอ ที่เราแวะถามทาง





ซื้อผ้าพันคอ ฝีมือทอของคุณป้ามา 2 ผืนครับ รวมราคา 90,000 กีบ

แล้วแวะกระจายรายได้ที่ร้านขายของชำท้องถิ่นด้วยน้ำอัดลมกระป๋องๆละ 8,000 กีบ

พอถึงตัวตลาด ก็ขับรถวนสำรวจเมืองเขาอีกสองรอบ แล้วแวะกินกาแฟเย็นที่ร้านกาแฟชื่อดังของเมือง "ร้านหลวงพระบางเบเกอร์รี่"

ด้วย กาแฟลาวเย็น และน้ำส้มปั่น แก้วละ 15,000 กีบ

กลับรีสอร์ทแล้วออกมาชมเมืองอีกรอบ ก่อนเอารถไปส่งคืน

ขับรถที่ลาว ต้องมีสติตลอดเวลานะครับ เขาขับชิดขวากัน ใจลอยละก็ ย้อนศรโดยไม่รู้ตัว อันตราย






รุ่งขึ้น หลังกินอาหารเช้า ก็ต้องเตรียมตัวเดินทางเข้าเวียงจันทน์ โดยซื้อตั๋วรถไว้กับทางรีสอร์ท

ราคาตั๋ว 50,000 กีบ ต่อคนครับ เป็นรถมินิบัส นั่งได้ประมาณ 25-30 คน มีรถมารับจากรีสอร์ทไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งวังเวียงครับ



นั่งรถมากับฝรั่งหัวทอง มีผมกับแฟนเป็นนักท่องเที่ยวหัวดำกันสองคน

รถใช้เวลาประมาณ 4 ชั่นโมง (แวะ 1 ครั้ง) ก็ถึงเวียงจันทน์ แวะส่งผู้โดยสารข้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ

เดินต่ออีกประมาณ 5 นาที ก็ถึงลานน้ำพุ ผมจองที่พักไว้ที่ โรงแรมมาลีน้ำพุ ครับ ผ่านเวบอะโคด้า

เข้าเช็คอิน พักผ่อนซักครู่ ก็ออกหาอาหารเที่ยง ได้เฝอประทังชีวิตอีกมื้อ ราคามาตรฐาน 15,000 กีบ

เหมารถ เพื่อไปเที่ยว เป้าหมายที่วางไว้จุดไกลสุดคือ "พระธาตุหลวง"

ด้วยข้อตกลงคือ พาไปพระธาตุหลวงแล้วรอ แล้วพามาส่งที่ประตูชัย ราคา 75,000 กีบ



เข้าชมพระธาตุหลวง ค่าเข้าชม คนละ 5,000 กีบ





จากวัดพระธาตุหลวง รถตุ๊กตุ๊กที่เหมา ก็มาส่งผมที่ประตูชัย





ค่าขึ้นชั้นบนของประตูชัย คนละ 3,000 กีบ ภายในมีร้านขายของที่ระลึก





จากประตูชัย ผมวางแผนว่าจะเดินชมเมือง แล้วต่อด้วยการเข้าชมหอพระแก้ว วัดสีสะเกด

แต่... ไม่ทันครับ หอพระแก้วและวัดสีสะเกด ปิด 16.00 น.



แย่เลย ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย แถมด้วยความล้าสะสมมาจากการปีนป่ายขึ้นถ้ำพูคำ

แต่ก็ ขออีกที่เหอะ พรุ่งนี้จะได้เหลือแค่ 2 แห่ง ที่ต้องเก็บตกก่อนกลับ

วัดองตือ คือเป้าหมาย เข้าชมฟรี ในคู่มือบอกว่า ปิด 17.00 น. ทันชัวร์





หมดกัน สำหรับเรียวแรงในวันนี้ กลับเข้าโรงแรม พอค่ำก็ออก(เดินๆๆ) หาของกิน

พากันเดินอ้อมแหล่งที่พักนักท่องเที่ยว ผ่านเซ็นเตอร์พอยท์ ไปถึงตลาดเย็นริมแม่น้ำโขง อิอิ ก็หาของกินถูกใจไม่เจอ





สุดท้ายก็วกกลับมาแถวๆลานน้ำพุ กะว่าจะเดินไปกินแถวเซ็นเตอร์พอยท์ แต่พอผ่านหน้าวัดองตื้อ ก็เจอร้านนึง ร้านเล็กๆห้องเดียว มีคนกินเยอะเลย

ก็เลยตัดสินใจ ร้านนี้ละ(วะ)

ผมสั่ง หมี่เหลืองผัด ราคา 12,000 กีบ



เยอะมากครับ หมูหลายชิ้น หั่นหนาด้วย แฟนผมสั่ง เฝอไก่ ราคาเท่ากัน น้ำฟรีด้วยครับร้านนี้

เสร็จสรรพก็กลับโรงแรมครับ อ๋อ ขาดไม่ได้ แวะซื้อ เบยลาว เวียงจันทน์ขาย 11,000 กีบ/กระป๋อง



เช้าวันกลับ เหลือภาระกิจอีก 2 แห่ง หอพระแก้ว และ วัดสีสะเกด

กินอาหารเช้าที่โรงแรมอย่างรวดเร็ว แล้วก็พากันออกเดิน





ค่าเข้าชมหอพระแก้ว คนละ 5,000 กีบ ถ่ายรูปได้เฉพาะภายนอกครับ

ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ เสียดายที่ผมมีเวลาจำกัด จึงได้แต่เดินชมแบบรีบๆ







ถ้าคิดเฉพาะค่าเข้าชม ผมว่า คุ้มเกินจะคุ้มครับ สำหรับคนละ 5,000 กีบ แต่ถ้าเรามีเวลาพอ ควรให้เวลากับการเข้าชมหอพระแก้วซักประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงจะคุ้มค่าต่อการเดินทางและเสพความงามของโบราณสถานและโบราณวัตถุที่จัดแสดงไว้ภายในบริเวณหอพระแก้วแห่งนี้





ใช้เวลากับหอพระแก้วไปพอสมควรกับเวลาที่วางแผนไว้แล้ว ก็ข้ามถนนมาเข้าชม วัดสีสะเกด ครับ

ค่าเข้าชมวัดสีสะเกด คนละ 5,000 กีบ ห้ามถ่ายรูปภายในอุโบสถเช่นกันครับ



วัดสีสะเกด ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปมากที่สุดในนครเวียงจันทน์ บ้างก็ว่า มีมากกว่า 10,000 องค์ บ้างก็ว่า มี 6,000 กว่าองค์





นักท่องเที่ยวท่านนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นชาวญี่ปุ่นรึเกาหลี เดินชมโบราณวัตถุในหอพระแก้วมาพร้อมๆกัน มาต่อที่วัดสีสะเกดเหมือนกันอีก ก็เลยแอบถ่ายภาพมาซะเลย

ดูเธอให้ความสนใจกับศิลปะและของโบราณมากเลยครับ





ช่องนี้ มี 3 องค์



ภายในอุโบสถวัดสีสะเกดจะมีภาพวาดฝาผนัง สีหลุดร่อนไปตามกาลเวลา แต่ยังมีให้ดูเป็นส่วนใหญ่









เสร็จจากวัดสีสะเกด อิอิ เป้าหมายสุดท้ายก่อนกลับก็คือ ร้านเฝอแซบ

ซึ่งเป็นร้านเฝอร้านดังของเวียงจันทน์ เค้าว่างั้น

ก็.. ออกเดินๆกันอีกละครับ ประมาณ 5 นาที จากวัดสีสะเกด

เป็นร้านเฝอร้านใหญ่ หลังคาสูง สะอาด โปร่ง โล่ง น่านั่งเชียวครับ

เฝอที่นี่ มี 3 ขนาดครับ เล็ก(ชามน้อย) ใหญ่ และจัมโบ้

ผมสั่งชามเล็กครับ เพราะสังเกตุเห็นโต๊ะที่นั่งกินอยู่ก่อนแล้ว ชามใหญ่ๆทั้งนั้น

ปรากฎว่า คิดถูกครับ ขนาดชามเล็ก ยังใหญ่และเยอะเลยครับ ไม่อยากนึกถึงชามจัมโบ้เล้ยย อิอิ

ราคาเฝอชามน้อยที่นี่ 17,000 กีบครับ น้ำดื่มฟรี



ใครชอบทานหวาน ก่อนจะตักน้ำตาลใส่ถ้วยเฝอ สังเกตุดีๆนะครับว่า

ในขวดนั้น เป็น น้ำตาล รึ ผงชูรส

ครับ ที่นี่ มีผงชูรสเป็นเครื่องปรุงด้วย



กินเฝอเสร็จก็เดินกลับโรงแรมเพื่อเช็คเอ้าท์ แล้วก็เหมารถมาสถานีขนส่งตลาดเช้า

ค่าเหมารถ 40,000 กีบ ตั๋วรถเวียงจันทน์-ขอนแก่น คนละ 50,000 กีบ

รถออก 14.45 ครับ ผมเหลือเวลาอีกกว่า 3 ชั่วโมง ก็เลยไปเดินๆนั่งๆ ที่ ตลาดเช้ามอลล์

ขากลับถึงด่านก็ทำขั้นตอนของ ตม. เหมือนเดิมครับ กับแบบฟอร์มอีกส่วนที่เก็บไว้จากตอนขาเข้า

แต่ที่ด่านฝั่งไทย ผมกับแฟนก็ปล่อยไก่ตัวเบ่อเริ่มเลยครับ แต่ก้ทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้ อิอิ

ผู้โดยสารทุกคนจะต้องเอากระเป๋าเดินทางไปผ่านเครื่อง X-RAY ด้วย

แต่บังเอิญผมกับแฟนเอาเป้ขึ้นมาวางไว้หน้าเบาะที่เรานั่ง แล้วก็เดินลงไปพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กคนละใบ อิอิ ดีนะ จนท.ตม.ไทย ไม่ขึ้นมาตรวจบนรถ ไม่งั้น โดนไล่กลับไป X-RAY กระเป๋าแน่

อายเขาแย่เลย อิอิ

สุดท้ายก็กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพครับ พกเอาความประทับใจผ่านภาพถ่ายและความทรงจำกลับมา

ขอบคุณครับ ทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม blog
หากมีคำแนะนำหรือข้อมูลใดข้อผมผิดพลาด ผมต้องขออภัยและขอคำแนะนำจากท่านด้วยนะครับ



Create Date : 29 มีนาคม 2556
Last Update : 30 มีนาคม 2556 23:37:28 น. 3 comments
Counter : 22742 Pageviews.

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนนะคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 เมษายน 2556 เวลา:6:53:06 น.  

 
555 ขอบคุณครับพี่ทนายอ้วน ทริปนี้ประทังชีวิตด้วยเฝอกับเบยลาวครับพี่


โดย: cat_mayom วันที่: 2 เมษายน 2556 เวลา:15:28:28 น.  

 
ม่วน อีหลีเด้อ
ขวัญ อยุ่เมือง ไซยะบุรี
ว่าจะไปหลิ้น วังเวียง กะ เวียงจันทร์ อยู่เหมือนกัน หุหุ


โดย: kwan_3023 วันที่: 18 เมษายน 2556 เวลา:14:09:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

cat_mayom
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สะสมพระเครื่องตามเพื่อนครับ เก็บ เก็บ แล้วก็เก็บครับ
เน้นของแจกฟรีครับ มีเช่าบ้างแต่น้อย ก็ชอบของฟรีนี่ครับ
สามารถนั่งรอได้เป็นวัน ถ้ารอแจกพระ
เพื่อนที่เริ่มชอบพระมาพร้อมๆกัน เลื่อนระดับตัวเอง จากนักสะสมเป็นคนเล่นพระไปแล้ว บางทีก็ตามเรืองที่เพื่อนคุยกันไม่ค่อยทัน
เลยลองมาเล่น bloggang ดู ตามคำแนะนำและบังคับของแฟน เผื่อจะเจอเพื่อน ที่นิยมสะสมพระเครื่องเหมือนกัน
Friends' blogs
[Add cat_mayom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.