... >O< ** Ms.Mayne Jaaaa... **>O<
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
>.< ตชด บ้านแม่อมยะ จ.ตาก >.<

สวัสดีค่ะ เมนี่ หรือ แอปเปิ้ล ค่ะ

เช้านี้ได้เพิ่งนั่งทำบล๊อกครั้งแรก พร้อมกับฝนที่โปรยปราย บล๊อกนี้คาดหวังไว้ว่าจะทำตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่....... ก็ไม่ได้ทำสักที คราวนี้ได้สมใจแล้วค่ะ เปิ้ลเลยขอเปิดประเด็น เรื่องแรก กับประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิต ที่ไปมาเมื่อปีที่แล้วนะค่ะ


คือ " ศูนย์การเรียน ตำรวดตระเวนชายแดนบ้านแม่อมยะ " เมื่อปีที่แล้ว (จำวันไม่ได้ค่ะ)
การเดินทางของเรา เริ่มแรกเลย เดินทางกัน 6 คน แต่ ........รถเกิดไม่พอขนของ ต้องขอรถบริษัทเิพิ่ม 1 คัน
ก็ได้ผู้รวมเดินทางเพิ่ม อีก 6 ชีิวิต ไปกับเราด้วย


พี่แต , พี่ชาย , พี่รัตน์ , พี่ผอม, พี่ตา ,น้องโม ( 3 ขวบ) , พี่ปรียา , พี่กุ้ง ,เปิ้ล , น้องแบงค์ ,น้องติ๊ก , เป็ด


สมาชิกทั้ง 12 คน เดินทางไปเลื่อย ๆ มีความสุขกันถ้วนหน้าดี



ไปแวะกินข้าวบ้านน้องติ๊กก่อน น้ำพริกอ่อง แม่น้องติ๊กทำอร่อยยยมากเลยยยย กินกันอิ่มหน่ำสำราญ ก็รีบเดินทางกันต่อเลย แพลนตอนแรกบอกว่า จะอาบน้ำบ้านน้องแล้วขึ้นกันเลยไปถึงที่โน้นเราจะไม่อาบกัน พอถึงเวลาจริง ๆ กินข้าวกันครึ่ง ชม. ได้มั้ง ก็ เก็บจานล้างแล้วเดินทางกันต่อเลย


ระยะการเดินทางจาก บ้านติ๊กไปถึงท่าสองยาง ใช้เวลา 1 ชม. และ ตชด ดาบสวรรค์ รอรับเราอยู่ พอถึง เจ้าหน้าที่ 2 ท่าน ผู้หมวด กัน จ่า ไปกับเรา 2 คน ตอนแรกเปิ้ลนั่งคันน้องติ๊ก แล้วเปลี่ยนมานั่งคัน พี่ผอม เป็นคันขนของที่เยอะที่สุด แล้วน้ำหนักมากที่สุด และคันที่ 3 พี่กระแต ปิดท้าย การเดินทางจากด่านท่าสองย่าง ไปถึงตีนดอยที่จะขึ้นใช้เวลา 1 ชม. และแล้วเราก็เริ่ม เดินทางขึ้นดอยกันเลย ที่นี่ ทางเป็นทางดินแดง (ก่อนอื่นเปิ้ลถามเขาก่อนว่าใช้เวลาเท่าไร่ ไปถึงที่โน่น เจ้าหน้าที่บอก 4 ชม. อีกเปิ้ลคิดว่าเขาหลอก นั้น คิดได้เนอะ 55555 ) เพราะเปิ้ลเห็นรถกะบะคันนึง ที่มาจากโน่น วิ่งมาที่ด่าน เปิ้ลถามว่า พี่สภาพเป็นแบบนี้เลยหรอ เขาบอกว่า นั้นแหละวิ่งมาจากที่นั้นนนน (ก็ยังไม่คิดอะไรอีก) พอเดินทางไปขึ้นเนิน ก็ยังชิว ๆ เพราะว่าต่างคน เคยไป ดอยอ่างข่าง , เขาคิชกูต (ขออภัยที่เขียนชื่อเขาผิด ) กันมาแล้ว ก็นั่งกัน ๆ เชย แต่ไปได้สัก ครึ่งชม. เราต่างคนเริ่มนั่งไม่สนิทใจแล้ว

ที่เรานั่งกันไม่สนิทใจเพราะ เส้นทางที่หน้าหวาดเสียว ดอยอ่างขาง หรือ เขา คิชกูต ต่างคนพูดว่า เรียกได้ว่า น้อง ๆ เลย เพราะเส้นทางนี้
มองลงไปเป็นไหล่เขาคะ ไม่มีต้นไม้กั้นทางหรืออะไรใด ๆ ที่สำคัญ รถเราจะถามว่าวิ่งได้มั้ย ตอบว่าวิ่งได้ แต่ก็ใจไม่อยู่กับตัวแล้ว เพราะ
เส้นที่ขึ้นเป็นแนวตั้ง ประมาณ 45 - 60 องศาได้ (เปิ้ลกะประมาณเอานะ ) เพราะเคยขึ้นอ่างข่างแล้ว ที่ว่าชัน เจอกันนี้ ชันกว่าอีก เป็นทางเป็นแนวกราฟ พุงขึ้นไ่ม่เรื่อย ๆ ประมาณ 3 -4 ตอน ติดกัน แล้วแรงขับของเราไม่พอ รถเกิดไหลลง ที่สำคัญ ทางข้างหลัง ไม่ใช่เส้นทางตรง เป็นเส้นทาง หักศอก เปิ้ลเห็นแล้ว นั่งร้องกันทั้งค้น แบบว่า ให้กำลังใจคนขับ อย่างแรง พอแบรกทัน ก็ยังกลัว ๆ อยู่เพราะแรงที่เราจะพุ่งขึ้นไป ต้องเข้าเกียร์ แล้วแรงเครื่องกันอยู่พักนึง คือเราค้างกันอยู่ช่วงกลาง เนิน เพราะจะต้องขึ้นต่อ เพราะอีกช่วงที่หักศอก ช่วงที่ 3 ก็เป็นเนิน ชันเช่นกัน พอผ่านไปได้ เปิ้ลไม่อายใครแล้ว ยกมือไหว้ เจ้าป่าเจ้าเขา บอก ท่านว่า "เจ้าป่าเจ้าเขา ค่ะ หนูมาบริจาค สิ่งของ ช่วยให้ท่าน ปกป้อง คุ้มครองให้เรานั้นเดินทางผ่านไปถึงที่หมาย ทั้งไปทั้งกลับเจ้าค่ะ " พอขับไปอีกครั้ง เจออีกแล้วว ทางชัน ที่เราไม่สามารถรู้ช่วงว่า มันมีกี่ช่วงติดกัน ไม่เจอ 3 กับ 4 ช่วงที่เป็นหักศอกดิ่งขึ้น แล้วก็ิดิ่งขึ้น ดิ่งขึ้นอีก จนต้องถามว่ายังมีอีกหรอ เราก็นั่งกันไป ทางที่เสี่ยงยังไม่พอ ต้องลุ้นกันพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน หลายคนที่เคยเดินขึ้นป่าเขา เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินชมบรรยากาศ สวยงาม แต่ของเรา กลับเห็นเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวล ด้วยเหตุผลของเส้นทางที่เราไม่ บางช่วงหัวรถเราไปทางทิศตะวันตก เห็นพระอาทิตย์ชัดเจน อยู่ระดับสายตา ส่องหน้า เหมือนไฟสูง ทำให้เรามองทางไม่เห็น ลำบากมาก ๆ เราต้องหยุดรถ เพื่อค่อย ๆ ตั้งหลักแล้วเดินทางต่อ เกือบลืม สิ่งที่เห็นว่าน่ากลัว แอบมีสิ่งสวยงาม ที่ประทับใจมากคือ รถเราขับไปเจอลำธาร แล้วเราต้องลุยลำธารด้วย ลำธารน้ำใส่มาก เป็นลำธารหิน แต่สิ่งสำคัญคือ เราจะไปได้มั้ยย พอรถขึ้นไ้ด้ เราก็เฮ... กันอีกแล้ววว

นี่คือภาพเส้นทางบางส่วนที่ถ่ายมาได้ค่ะ







ยังไง เราก็เดินทางไม่ทัน--พระอาทิตย์ตกดินอยู่ดี--



(ภาพที่ 4 ของภาพนี้ เนื้อหายังไม่ถึงค่ะ อิอิอิ )

เปิ้ลมองเห็นรถไกล ๆ จากอีกเขานึง ก็อุ่นใจมีคนเดินทางเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่า รถค้น ก็คือรถ ครูใหญ่ ของโรงเรียนแม่อมยะ ที่เราจะไป เจอแก ก็ดีใจนะ แล้วแกก็ถ่ายคน ไปรถแกบ้างคือน้องแบงค์ กับ จ่า อีกคนนึง แล้วเดินทางกันต่อ

เมื่อครูใหญ่ ซึ่งเป็น ตชด.ที่นั้นรับไป ซึ่งตอนนั้นมันมืดแล้ว ครูใหญ่ ก็นำเราไป แต่กลับเป็นเรื่องขำเพราะเราเซวกันว่า แกนำเรายัไงไม่รู้ ไปอย่างลับ ๆ ตา จนต้องถามกันว่า แกมานำทางเราไปจริงป่าวเนี้ย 555555 (แต่แหม่เสียดายเราไม่ได้ถ่ายรูปตอนแกจอดรถรับ เพราะแกจอดอยู่ริมหน้าผา ซึ่ง
หน้าหวาดเสียวมากกกกกกกกกกกกกก

พอเราได้จอดรับตอนที่ครูใหญ่มา ดิฉันเอง ก็อดไม่ได้ที่จะตระโกนถามไปว่า
อีกไกลมั้ยค่ะ เมื่อไหร่จะถึง น้องแบงค์ ก็รีบชูมือ สู้ตาย แล้วประกบด้วย กำมืออีกข้าง ซึ่งดูแล้วคือ 20 โลลลลลลลลลลล หรือ 20 นาีที ก็ไม่รู้ แต่พวกเรา ถอดใจอย่่างรุนแรงว่า หรออออออออออออออ แล้วก็แซวกันว่า เราเอาของวางไว้ตรงนี้ดีมั้ยยยย แต่ถึงจะวาง ก็หันรถกลับไม่ได้ เพราะมันเป็นถนนเส้นทางเดียว 5555 (อันนี้เพิ่งมานั่งขำตอนนี้แหละ ) ถ้าเรากลับรถเอง ต้องยกกันแล้ว แต่อีกคนต้องยอมสละชีพในการตกเขานะ 555555
เป็นเส้นทาง วันเวย์ นะค่ะ ไม่สามารถ เขยินหน้า เขยิบหลังเพื่อจะหันรถกลับทางเดิม

อ้าวววว สู้ตาย เพราะพยายามคุยกัน ให้กำลังคนขับ ว่าเราเชื่อใจเขา แต่ไม่เชื่อใจรถ ก๊ากกกกกกกกกกกก ๆๆ เป็นการให้กำลังใจที่ดีมาก ๆๆ

แต่เราก็ไม่ท้อนะ ยังคุยกันว่า จะทำอย่างนี้กันปีละครั้ง เราก็เดินทางกันมืด ๆ ต่อ ลืมเล่าบางสวนก่อนมืด เริ่มสับสนตัวเอง ตอนระหว่างทาง เราเจอเด็กน้อย เดินเขาอยู่ อายุราว ๆ 4 - 5 ขวบ ไม่แน่ใจแต่รู้ว่าเด็กมากก เราเปิดหน้าต่างรถ ทักทาย ไปไหนจ๊ะ น้องเขาฟังไทยได้ แต่พูดไทยไม่ไ้ด้ แต่สิ่งที่เห็นแล้ว สามารถ ขับรถไปต่อคือ เขายกมือ ไหว้เรา อย่างน่ารักมาก บอกไม่ถูกจริงๆ เปิ้ลแบบดีใจมากเลย จนแบบว่า อุ้ยยยยยยยยยยยไหว้เราด้วยอะ.. พอออกรถมาจากเด็กน้อย เปิ้ลรู้สึกว่าตัวเองคิดช้าไปที่ว่าทำไมไม่ให้ขนมน้องอะ... ข้าวต้มมัดที่เอามา น่าจะให้สักหน่อย คิดไำม่ทัน จริงๆ รู้สึกแย่กับตัวเองมาก จากนั้น เราก็เดินทางกันต่อไป เจอเองน้ำอีกแล้ว แต่ล่องน้ำนี่เล็ก นิดเดียว ให้นึกภาพเป็น ตัว วี แต่กว้างกว่า ซึ่งรถวิ่งลง แล้วต้องวิ่งขึ้นเลย ลำธารจะอยู่ล่องตรงกลางพอดี รถน้องติ๊ก นำหน้า ทะเบียนหายตรงนี้แหละ เพราะว่า ชนอะไรเขาไม่แน่ใจ ทะเบียนหลุดหาย ต้องลงมาหากัน พอเจอ ก็เป็นสภาพ แบบ งอเลย

(ภาพอาจอยู่ด้านบน) เนื้อเรื่องอาจสลับกับภาพ 5555 ขออภัย การลำดับดาพด้วยค่ะ

อ้าวววววแล้วเราก็เดินทาง ตุเล็ง ๆๆๆ เดินทางไปในความมืดต่อไปเลื่อย
มองไป 2 ข้างและข้างหน้าด้วยความหวัง ด้วยความคิด แอะถึงยังง ไปในความมืดดดดด ไม่นาน ความมืดก็เริ่มเห็น ดวงไฟฟ (มองจากหน้ารถกำลังลงเขา ) เป็นดวงไฟเล็ก ๆ เรียงตัวกันเป็นแถว ๆๆ ที่มีช่องห่างกำลังพอดี เริ่มเป็นชัดเจนขึ้น ดูแล้วสวยงาม ทุกคนต่างถามว่า นั้นอะไร แล้วใช่มั้ย ต่างคนต่างช่วยกันมอง รถเราเริ่มเขาไปใสแสงไฟนั้น แสงไฟ จะเป็น ดวงไปเรียงกัน 2 ข้างทางภาพที่เราเห็นเริ่มชัดเจนขึ้น มีเด็กน้อย ๆๆๆตัวเล็ก ยืนกันเรียงราย อยู่สองข้างทาง ข้าง ๆ แสงไฟ มีสลั่ว ๆ แล้วยกมือไหว้เรา ทั้ง 2 ข้าง เปิ้ลมองเห็นแสงนีออน บน เนินเขาเป็นมีแต่หลังคา ซึ่งเหมือนกับภาพที่เปิ้ล ฟอร์เวิต เมล์ให้ทุกคน แต่ก็ยังไม่แน่ใจ เปิ้ลตะโกนเลย ถึงแล้วละพี่่ ๆๆๆ ถึงแล้ววว ถึงแล้ว จริง ๆ พวกเราดีใจมากก ดีใจจริงๆี่ แต่ก็คงยังสับสน ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะเราไม่เห็นรถนำข้างหน้า จอดอยู่เลยย เราก็คอ่ย ๆ ไปต่อ ทันใดนั้นเราเห็นแสงไฟเล็ก ห่างตา ทางขวามือ ไกล ๆ ดวงไฟสีฟ้าาา ส่องไฟมาที่รถเรา เราเพ็งมองกันพักนึง ใช่แล้ว ๆๆ ใช่แล้ว จริงๆๆๆๆๆๆ ถึงจริง ๆๆๆ แล้ววว ถึงจริง แทบจะร้องไห้เลย ตื่นเต้นมาก ดีใจที่ถึงแล้ว ๆ ดีใจกับการตัอนรับของน้อง ๆ ดีใจกับสิ่งที่เจอ ดีใจ กับดวงไฟเล็ก ที่ใจกับท้องฟ้า ดีใจจริง รีบเดินไปหาครูใหญ่ แล้วถามว่า หวัดดีค่ะ พี่ ดีใจมากเลย ถึงแล้วใช่มั้ยค่ะ (ก็จำในส่ิงที่ตัวเองพูดไม่ได้อะแต่น่าประมาณนี้ )

พอเราลงมา ภาพเริ่มเป็นชัดเจนขึ้น น้อง ๆ ยืนกันเต็ม 2 ข้างทาง เด็กตัวเล็ก ๆ เต็มไปหมดเลย ถามครูใหญ่ว่า เขามารอรับเราหรอเค่ะ มากันกี่โมงค่ะ ครูบอกว่า นัดรวมกัน 5 โมงเย็นนะคับ โอ้........................ น้องจ้า พี่ขอโทษ รู้สึกว่า เร็วจะสุดแล้ว และ เราต้องไปหาเขาก่อนมั้ย ครูบอกว่าไม่เป็นคับ เด็ก ๆ จากหมู่บ้าน เราก็เลย กางเต้นท์ กันก่อนเลยยย ใจก็อยากไปหาน้อง ๆ แล้วววววเพราะเขารอเราอยู่ค่ะ ตอนเรากางเต้นท์ ก็มองไปบนท้องฟ้า ซึ่งกว้างมากเป็นทรงโค้ง เหมือนอยู่ท้องฟ้าจำลอง แต่กว้างใหญ่กว่านั้นเป็น 10 เท่าค่ะ ดาวววว เต็มท้องฟ้า ความน่ากลัวที่เจอมา ความรู้สึกนั้น ได้หายไปหมดแล้ววววว มีแต่ความดีใจ ที่เหลืออยู่จริง ๆ ใจก็อยากไปหาน้อง ๆ ไว ๆๆ พอเราทำอะไรเสร็จเรียบร้อย เราก็ขึ้นไปข้างบน ทางครูที่นั้นได้ทำกับข้าวไว้รอเรา เปิ้ลเป็นคนกินง่าย และเป็นคนกินเนื้อด้วย เลยไม่ซีเรียส เขา ทำแพะ ย่างไว้ให้ โห ๆๆๆ เปิ้ลก็ชิมเลย เราก็ทำกิจกรรมกันใช่ช่วงกลางคืนนั้นเลยยยย สนุกสนานดี อ้อ...เราไปถึงที่นั้น 1 ทุ่มตรงค่ะ ทำกิจกรรมกัน 3 ทุ่ม ก็แยกย้ายกันเข้านอน เหลือแต่หนุ่ม ๆ เล่นกีตาร์ กับ ตชด. ที่นั้น อย่างเมามันส์ ชมภาพได้เลยค่ะ









ได้เวลายามหลับนอน ยกมือไหว้ เจ้าป่าเจ้าเขา สวมใส่ถุงเท้า กางเกงขายาวเพิ่มอีก 1 ตัว แล้วสวนถุงนอน นอนบนกระเป๋าของตัวเองที่ใส่ผ้ามา ห่ลับไปสักพักนึง มีเสียงอย่างนึงที่ไม่อยากได้ิยิน เสียง ครือออออออออออ ครออออออออ ครืออ ครอออ สักพัก ได้ยินทางขวา ครอออออ ครือออออออ สลััยกับทาง ซ้ายยย เสียงอะไรนะ เสียงอะไรรรร
และได้ยินเสียง แว้ว แว้ว เสียงนกร้องงดัง และนี้ละเสียง ๆๆ มันคือเสียงคำรามค่ะ เสียงคำรามของคนค่ะ ........ ฮืมมมม

ที่ไม่ได้หลับก็เสียงนี่แหละค่ะ เสียงคำรามคนในเต้นท์นั้นแหละค่ะ 555555555 น้องโมตื่นมา หนูเหมือนอยู่สวนสัตว์เลยค่ะพอ 555555 (แหม่ เราก็ไม่อยากเม้าท์น้องโม กับคุณพ่อ เสียงแรก ก็คือ เสียงของน้องโม กับคุณพ่อ กันแหละค่ะ ) 55555 เสียงที่ 2 เสียงน้องชายน้องติ๊ก เสียงที่ 3 เสียงน้องนักศึกษา 55555 แต่กลุ่มนี้ก็แอบหมั่นไส้นะค่ะ ตอนเช้าเราก็ไม่อะไรหรอกค่ะ ครูที่นั้นเดินมาบอกว่า เดี่ยวตอนกลับจะให้น้อง ๆ นักศึกษาติดรถไปด้วย น้องเขามาทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ นะจ๊ะ เรายินดีค่ะ

ตอนหมอบของ เปิ้ลแอบร้องไห้ด้วยค่ะ เพราะว่า น้อง ๆ ร้องเพลง ที่จับใจความได้ และทำให้น้ำตาไหลคือ ร้องว่า

" ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ว่าหนูอยู่ที่ มีแต่ครู ตชด.ที่ีนี่เท่านั้นที่รู้ว่ามีหนูอยู่ หนูขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ """

โอ้ยยย น้ำตาแตกค่ะ น้องติ๊กบอกว่าพี่เปิ้ล เมื่อคืนเขาก็ร้องนะ พี่เปิ้ลอย่ามาร้องข้างหนูสิ หนูร้องตามอะ พี่เปิ้ลนิ่ คิดถึงพี่ยุ้ยเลย ถ้ามาเจออยางนี้ โหหหหหห แตกกว่าเปิ้ลอีก กกกก

เปิ้ลเลยบอกว่าเมื่อคืนมัวแต่ตื่นเต้นเรื่องอาหาร กรรมจริง ๆๆๆ แต่ต้องตั้งใจฟังนะ เพราะว่าน้องจะร้องไม่ชัด ตอนกลางคืน ร้องเพลงสรรเสริญ ด้วย อืมมม ดีใจ จริง ๆๆๆ นะ ดีใจจริง ๆๆ

จากนั้นเราก็เก็บข้าวของกลับกันค่ะ ดูรูปรวมได้เลยค่ะ




















อยากบอกว่า ไปครั้งนี้แล้ว ทำให้อยากไปที่อื่น ๆๆ อีกจริง ๆๆ พวกเราเลยตกลงกันว่าจะทำกันปีละครั้ง มากันอีก

ปีนี่ ตกลงกันว่าจะไปที่เดิมค่ะ คาดการณ์ว่าเป็นวัน 5-7 ธันวาคม 2553 ซึ่งเดี่ยวเปิ้ลจะขอจดหมายจาก ดาบตำรวจสวรรค์ อีกครั้ง แต่คิดว่าจะไปให้ลึกกว่า โรงเรียนแม่อมยะนี้

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ทำให้เราได้เดินทางไปในครั้งนี่
พี่แต พี่กุ๊ก ผู้สร้างโครงการนี้ขึ้นมา
พี่ผอม และ น้องจ้ำ เป็นผู้เชียวชาญทางด้านการขับเคลื่อนเป็นอย่างดี
พี่ปรียา พี่ตา พี่รัตน์ ผู้ทำกับข้าวให้เด็กทาน
เป็ด และน้องโด่ง ผู้เป็นช่างภาพที่ดี
น้องติ๊ก และ ตัวเปิ้ลเอง ที่หลับตา ปากกา จิ้ม ว่าเอา โรงเรียนนี้ อิอิอิอิอิ

บายค่ะ


Create Date : 02 สิงหาคม 2553
Last Update : 6 สิงหาคม 2553 14:14:17 น. 4 comments
Counter : 285 Pageviews.

 
ประทับใจเรื่องราวทริปนี้ของเปิ้ลมาก ปีนี้จะร่วมเดินทางไปด้วยจ้า


โดย: พี่ยุ้ย IP: 117.121.214.132 วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:9:17:56 น.  

 
ได้เลยพี่ยุ้ย เดี่ยวขอเอกสารให้เป็นที่เรียบร้อยก่อนนะ
แล้วเดี่ยวเปิ้ลจะส่งไปให้ทางพี่ยุ้ยด้วย อิอิอิอ


โดย: Ms.Mayne วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:9:26:53 น.  

 
มาดูข้อมูลโรงเรียนแม่อมยะครับ ฅนรักษ์ป่า จะไปวันที่สิบธันวาห้าสามนี้ ลองเข้าไปทักทายที่เว็บบอร์ด //www.konrakpa.com ขอบคุณครับ


โดย: เณร IP: 182.232.30.1 วันที่: 4 ตุลาคม 2553 เวลา:12:12:54 น.  

 
เข้าไปเป็นสมาชิกคนรักป่าเรียบร้อยแล้ว ดีใจนะค่ะ ที่จะไปกัน เพราะเปิ้ลก็ติดต่อ เปลี่ยนวันนิสหน่อย คือวันที่ 4-6 ธันวา ค่ะ


โดย: Ms.Mayne วันที่: 8 ตุลาคม 2553 เวลา:9:35:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ms.Mayne
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Free Clock
Friends' blogs
[Add Ms.Mayne's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.