มิถุนายน 2563

 
1
2
3
4
6
7
8
9
21
25
26
27
28
 
 
All Blog
15.06.2020 : วิกฤติ พลิก ชีวิต
เคยอ่าน ที่เขาเขียนไว้ว่า … 
ถ้าชีวิตไม่มีการผิดพลาด ไม่มีเหตุการณ์เลวร้าย
หากไม่มีการแตกหักมาก่อน
💡แสงสว่างในชีวิตก็จะไม่มีโอกาสส่องเข้ามาหาเราได้ 

น่าจะจริง
ตอนแรกคิดว่า เหตุการณ์โควิด19 
ทำให้เราเห็นในสิ่งที่เราไม่เคยสนใจจะมองหา 
ช่วยทำให้เราเข้าใจว่า
คุณค่าชีวิตเวลาที่เราต้องอยู่บ้านกับครอบครัวนั้น
มันมีค่าขนาดไหน และ เวลาแห่งวิกฤตินี้
มันช่วยส่งผลให้เราค้นพบ ความสามารถของตัวเราเอง
คือมันมาพร้อมโอกาสจริงๆ สำหรับเรานะคะ 

แต่… มาโดนเรื่องแม่ ที่ตอนนี้นอนปากเบี้ยว เคี้ยวอาหารยังแทบไม่ได้
แขนซีกซ้ายแทบไม่มีความรู้สึก กดแค่ปุ่มโทรศัพท์ยังทำไม่ได้
ที่บ้านเค้า แค่ก้าวข้ามธรณีประตู ยังแทบไม่รอด 
บ้านหลังใหญ่ ห้องนอนแสนสบายที่เคยนอนมาหลายสิบปี
ตอนนี้ ไม่สามารถที่จะใช้ห้องนอนนั้นได้อีก
ต้องมาทำที่นอน 🛏 ในห้องนั่งเล่นแทน
เพราะไม่สามารถขึ้นกระได 12 ขั้นไปถึงห้องนอนของตัวเองได้ 

ยิ่งตอนนี้ … นอนอยู่ใน ห้องไอซียู … 
เรื่องที่จะกลับบ้านไม่ใช่หัวข้อสำคัญที่จะมาพูดถึงอีกต่อไป

จะได้กลับมาเห็น … ใช่ค่ะ แค่เห็นเฉยๆ ไม่ใช่กลับมาอยู่อีก
หรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ … 

ฉันถึงเพิ่งเข้าใจ ความจริงของชีวิตก็วันนี้แหละ
สิ่งที่เราทุ่มเท อดทนพยายามสร้างทุกอย่างขึ้นมา
ไม่ได้แปลว่า เราจะได้ใช้มันในยามที่เราต้องการมันมากที่สุด! 

: สุขภาพ : คำเดียว สองพยางค์ 
จะเป็นตัวตัดสิน ให้คุณ 
หากคุณไม่ใส่ใจ ไม่ดูแลมัน ก็อย่าไปคาดหวังอะไรมาก
ว่าบั้นปลาย เผลอๆไม่ถึงบั้นปลายด้วยซ้ำ จะได้มีความสุข

ฉันมองเห็นสิ่งนี้แล้ว น้ำตาแทบไหล

ดราม่าล่าสุด แม่เพิ่งบอกกับสามีว่า
ได้ยกบ้านให้กับน้องชายคนเล็กไปเรียบร้อยแล้ว

เพราะแม่เค้ากลัวว่า หากตัวเค้าจะต้องไปนอนเป็นผัก
อยู่ในสถานบำบัด จนกว่าจะตาย 
จะมาเป็นภาระให้ลูกๆทั้งสี่ ก็เลยตัดสินใจคนเดียว
ยกทุกอย่างให้ลูกชายคนเล็ก 
มีข้อแม้ว่า ลูกชายคนเล็กจะต้องมาดูแลแม่ไปตลอด

สามีบอกว่า ก่อนจะตัดสินใจ น่าจะคุยกับทุกคนก่อน
เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่พวกเค้าเกิด
คือหากจะเกิดอะไรขึ้น เค้าควรรับรู้ก่อนที่จะดำเนินการ
แต่ … ถามจริงๆ ใครสนใจกันเรื่องบ้านนี้? 

เราบอกสามีไปว่า… 
หน้าที่เราสองคนคือ ช่วยเหลือได้ให้ดีที่สุด
เท่าที่จะทำได้ เท่านั้น เราไม่สนใจสมบัติพวกนี้
และเอาเข้าจริงๆก็ไม่มีใครสนหรอก 
เพราะลูกอีกสามคนที่เหลือ ทุกคนสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง

มีห้องนอน แต่ไม่ได้นอน
มีบ้านแต่ไม่สามารถกลับเข้ามาอยู่ได้อีก
ต้องไปอยู่สถานบำบัด 
แล้วจะมีไปเพื่ออะไร? 

ห้ามลืมความจริง ที่ทิ่มตาอยู่ในตอนนี้ … 
ลูกชายคนเล็กเป็นคนเดียวที่ยังโสด หลังหย่า
เค้ามีลูกสาวคนเดียว
พี่น้องอีกสามที่เหลือคือ แต่งงานหมดแล้ว
แน่นอนที่ว่า การที่เค้าจะยกอะไรให้ลูกๆ
เค้าก็ต้องคิดยาวๆไกลๆ หากลูกตายก่อนเมีย
เมียที่เป็นคนอื่นก็จะมีสิทธิ์เข้ามาครอบครอสมบัติของเค้า

นี่คือสาเหตุหนึ่ง ในเยอรมัน
ว่าทำไม หลายคู่ถึงต้องจดทะเบียน Ehevertrag 
เพื่อป้องกันไว้ ไม่ให้ คนอื่น (ผัว หรือเมียที่ไม่ใช่คนในตระกูล)
เข้ามามีสิทธิ์มีส่วนในสมบัติของตระกูล

เราได้นั่งฟังสามีคุยเรื่องนี้กับพี่สาวเค้า
ฟังแล้วเหนื่อยใจแทน … เพราะทุกคนก็ผิดหวัง
ที่ว่าตัวเองหมดสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ 
ซึ่งเราก็บอกสามีไปว่า ก็มันบ้านเค้าของๆเค้า
ทำไมเค้าจะต้องมานั่งถามลูกๆอ่ะ 

เรากับสามี มีความเห็นตรงกันว่า
เรื่องนี้คือ ไร้สาระมาก 
เพราะเรื่องที่มีสาระและควรสนใจสุดๆคือ
อาการป่วยของแม่ในตอนนี้

สภาพเมื่อวาน ของแม่คือ เหมือนคนจะลาตาย
เค้าบอกลูกเค้าให้เอาสร้อยเครื่องประดับ
ที่เราเคยให้ไปมาคืนเรา
เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้ใส่แล้ว

เค้าพูดกับสามีเราว่า ถ้าเค้าจะต้องนอนเป็นผัก
เค้าไม่ต้องการเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้น
ต้องทำเรื่องให้หมอช่วยจบชีวิตเค้าไปซะ
ซึ่งเรื่องนี้ ยังเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายในเยอรมันค่ะ

เศร้ามั้ยอ่ะ ที่ในตอนนี้ แม่จะต้องมาคิดถึงเรื่องแบบนี้
เราเข้าใจสภาพเค้านะคะ
แต่เราก็ไม่ต้องการเห็นใครจะต้องมาคิดว่าตัวเองจะจบชีวิตแบบไหน

จริงๆเราคิดว่าเคสของเค้า มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นอ่ะ 
ทำไมเค้าถึง คิดลบไปไกลมากๆเลยก็ไม่รู้นะคะ

ได้แต่บอกสามีว่า ทำไงก็ได้ ให้แม่มีกำลังใจหน่อย
บอกเค้าไปว่า เราจะพยายามหาทางให้เค้ากลับมาอยู่ที่บ้านนี้

*** ในเยอรมัน ทุกคนจะต้องมีประกันสุขภาพค่ะ ***
ใครจะป่วยไม่ว่าโรคไหน จะไม่มีเหตุการณ์ที่ว่า รพ ไม่รับ
หรือต้องจ่ายหลักแสนก่อน ไม่งั้นไม่ผ่าตัดให้
ประเทศนี้ไม่มีค่ะ 

เพราะประกันจะมีที่สำคัญถึงสองตัว
อันนึงคือประกันสุขภาพ และประกันทุพพลภาพที่ต้องมีคนดูแล
เพราะการป่วยบางอย่าง คนป่วยอาจต้องการคนดูแล 
หรือสถานที่ๆต้องดูแลไปจนตลอดชีวิต 

ทุกวันนี้บอกเลยว่า
ดีใจมากที่ได้มาใช้ชีวิตที่นี่ค่ะ 
วันนี้ขับรถกลับบ้านล่ะ อีก 600+กม 
ไว้คุยกันพรุ่งนี้ค่ะ ขอบคุณจากใจ
สำหรับทุกกำลังใจค่ะ 



Create Date : 15 มิถุนายน 2563
Last Update : 15 มิถุนายน 2563 17:42:54 น.
Counter : 197 Pageviews.

5 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSleepless Sea, คุณnonnoiGiwGiw, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสาส์นม้าขาว2017, คุณกาบริเอล

  
พูดลำบากของอย่างนี้กำลังใจสำคัญมากนะครับ ถ้าตัวคนป่วยหมดกำลังใจ มันจะรวดร็วมากเลยนะ แต่ถ้ายังมีใจอยู่ มันจะค่อยๆ ดีขึ้น
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 มิถุนายน 2563 เวลา:21:08:59 น.
  
ส่งกำลังใจเหมือนเดิมค่ะพี่..
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 15 มิถุนายน 2563 เวลา:22:21:08 น.
  
หากหน้าตาบูดเบี้ยว ระบบสมองส่วนที่แตก STROKE
ไม่ใช่จุดสำคัญหลัก ...ยังไม่เจาะคอ เจาะแขน โอกาส
จะกลับมาเป็นปกติสูงมาก ...นอนนาน ช่วยฟื้น พอหลังนั้น
ถึงเป็นขั้นกายภาพแขนขา มัดกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งาน
เคสอรัญญา นามวงศ์...หน้าตาปากบูดเบี้ยว กลับมาได้
เพราะไม่โดนจุดสำคัญ ...ต้องวัดดวงหลังจากนี้ ...
โดย: สาส์นม้าขาว2017 วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:5:42:21 น.
  
^
ตามเม้นบนเลยจ้า
กำลังใจสำคัญสุดนะเจ้ตอนนี้
แค่อย่าให้คุณแม่รู้สึกหมดหวังหรือถอดใจค่ะ
โดย: กาบริเอล วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:9:50:41 น.
  

สวัสดีค่ะ

ดีใจด้วยที่อาการดีขี้น ทำกายบำบัด
ก็ช่วยได้เยอะ ต้องใช้เวลาหน่อย

ขอน้ำคอมเมนต์ของน้องมาที่บล็อกนี้นะคะ
เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้าง

*****

กราบขอบคุณมากค่ะพี่ สำหรับข้อมูล ตอนนี้เราก็ต้องรับสถานการณ์ตามสภาพค่ะพี่ เมื่อวานหมอทำ MRT สแกนสมอง หมอเค้าเจอจุดท่ีเลือดออก... แต่เรื่องผ่าตัด ยังไม่ใช่ประเด็นที่เค้าจะพูดถึงน่ะค่ะ ตอนนี้แม่ย้ายออกมาจาก ICU แล้วมาอยู่ห้องธรรมดา และทาง รพ กำลังหา REHA สถานที่ฟื้นฟูคนป่วยอาการแบบนี้ที่คิดว่าจะต้องส่งเข้าไปฟื้นฟูประมาณ สามอาทิตย์ค่ะ และ จากนั้นหาก ครอบครัวสามารถหาคนมาดูแลแม่ได้แบบ 24 ชม ... แม่ก็จะได้กลับมาอยู่บ้าน

หากยังหาคนมาดูแลที่บ้านไม่ได้ ...ก็หมายถึง แม่จะต้องเข้าไปอยู่ สถานดูแลคนป่วยต่อไป... ประกันจ่ายแต่ไม่ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายที่เหลือคือ ลูกๆต้องช่วยกันจ่ายค่ะ รัฐจะส่งใบเสร็จมาเรียกเก็บเงินทันที ... ที่เยอรมัน มีหลายเคสที่ พ่อ กับลูก หรือ แม่กับลูก แทบจะไม่เคยติดต่อกันเลย และจู่ๆก็ โดนใบเสร็จส่งมาเรียกเก็บเงินค่ะพี่ กรณีบุพการีป่วยหรือต้องเข้าสถานดูแล... ระบบเยอรมันไม่สนใจเรื่องความสัมพันธ์ แต่ถือว่า เป็นหน้าที่ของลูกที่จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่ ในกรณีเจ็บป่วยแบบนี้ค่ะ แม่สามีคือ ซีกซ้ายเค้าไปหมด ปากเบี้ยว แขนไม่มีแรง และ น้ำหนักตัวเค้าเยอะด้วย เนี่ยปัญหาเลยพี่ เค้าอ้วนมาก การฟื้นตัวคงไม่ง่ายเหมือนคนที่ มีน้ำหนักตัวปกติ น่าเห็นใจเค้ามากค่ะ
ที่เยอรมันจะมี บริการแบบมาดูแลอยู่ด้วยเลยที่บ้าน ราคาคือ อาทิตย์ละ 500Euro up ค่ะพี่ ...มาอยู่ด้วย 24ชมเลย แต่ที่บ้านต้องการคนที่ พูดภาษาเยอรมันได้เยี่ยม เพราะมันสำคัญในการสื่อสารน่ะค่ะ ซึ่ง หายากกกกก มาก..... ๆๆๆๆๆๆๆ ไว้คุยกันค่ะพี่ ขอบคุณมากอีกครั้งสำหรับ ข้อมูลค่ะ

โดย : Max Bulliboo วันที่: 18 มิถุนายน 2563 เวลา: 15:56:16 น.

จะว่าไปที่เยอร์มัน ก็ดีสำหรับคนสว. (คุณพ่อ คุณแม่) ที่ลูกไม่มาดูแล เขาตามตัวมารับผิดชอบด้วย ค่าใช้จ่ายแพงอยู่นะคะ
ถ้าเป็นไปได้ อาการดีขี้น และเดินทางได้ ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหมนะคะ เห็นคนโพสต์ว่าฝรั่งไปเกษียณที่เมืองไทยกัน อยู่กันเป็นหมู่บ้าน ที่ทราบถ้าหากไปอยู่ที่รพ.เซนต์หลุย เดือนละ 5-6 หมื่นบาท จ้างคนดูแลอีกประมาณเดือนละ สองหมื่นห้าพันบาท
หรือไปอยู่ที่บ้านคนสว. ที่ทราบก็คือ https://www.jinwellbeing.com/
คิดว่าน่าจะดีนะคะ ปรีกษากับญาติทุกๆคน และบวกลบ
ค่าใช้จ่ายว่า มาเมืองไทยดีไหม
แต่ก็เป็นการวางแผนนะคะ ตอนนี้ก็ต้องดูแลจนดีขี้นก่อน
และเรื่องใหญ่เหมือนกัน

สู้ สู้ นะคะ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะคะ
โดย: newyorknurse วันที่: 19 มิถุนายน 2563 เวลา:4:47:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**