พฤศจิกายน 2560

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
All Blog
Scuba diving: My First NIGHT-DIVE ดำน้ำตอนมืด..ครั้งแรก..พอซะที่ไหนกัน!!!!


ช่วงนี้เป็นช่วงที่ คนอ่านต้องทำใจกันซักนิดนะคะ
ป้าเล่นอัพบล๊อกแบบ#อัพตามสะดวกใจไม่เรียงลำดับเล๊ยยย ฮึ่ย!!!

หากพูดถึงเรื่องการดำน้ำแบบสกูบ้า..(ที่ทำเอากรูแทบ...บ้า...)
แค่ฟังเฉยๆหลายคนก็อาจจะคิดว่า โห ยากเว้ย น่ากัว โน่นนี่นั่นกันไป
แต่...หากลองหลับตานึกภาพ..
อิป้าอายุห้าสิบ..แบกถังกระโจนลงน้ำ ลงไปดำน้ำ ตอนมืดๆค่ำๆ ..
มันเป็นอะไรที่ "ไม่เมาจริงๆนี่ ทำไม่ได้นะคะ" 555

ตอนที่จองทริปนอนเรือ และดำน้ำนี่ เห็นแระในโปรแกรม..
ว่าจะมีการดำน้ำตอนกลางคืนสองครั้ง
ก็พยายามหาข้อมูล ศึกษาไปแบบงูๆปลาๆล่วงหน้า...
สามีเราเค้าอยากไป อยากลอง มันไม่สะกดคำว่า "กลัว" ไม่เป็นหรอกค่ะ
มันบอกว่า ...อย่างเทอเนี่ย ไม่ตายง่ายๆหรอก 555
เพราะหากจะตาย...
ก็คงจะตายห่าเพราะความ "โง่" ของตัวเองอ่ะแหระ(ชมกรูชิมิคะ)



* Scubapro seawing nova gorilla ฟินที่เห็นในภาพนี่คือ ตรีนกบของอิชั้นเองฮ่ะ *
จิบอกว่า ฟินรุ่นนี้ใช้แล้วโคตรติดใจ..มันเบามาก และ effective อย่างมากมายค่ะ
เข้าเรื่องต่อ... ก่อนไปดำน้ำทริปนี้ ..
ฉันก็จัดแจงเขียนไปถาม "ครูสอนดำน้ำคนแรก " ว่า...
ฉันควรจะ "เห้..ยูว์....ยูว์คิดว่าเราควรที่จะลองดำน้ำตอนกลางคืน ดีไหม?"
ครูตอบกลับมาว่า " หากมีโอกาส...เทอควรอย่างยิ่งที่จะ ลอง..อย่างน้อยหนึ่งครั้ง"..
ฮึ.... นึกแล้วว่าต้องตอบแบบนี้..

จากนั้นก็พยายามค่ะ หาข้อมูลถามเพื่อนๆนักดำน้ำที่อยู่บนเรือลำเดียวกัน..
หลายคนบอก...มันสุดยอดมาก...หากไม่เคย ก็ควรลองซะ
เพราะมันบรรยายไม่ถูก มันดีมากๆอ่ะ สภาพที่ พอขึ้นมาสู่ผิวน้ำแล้ว น้ำทะเลสีดำมืดสนิท!
เอิ่ม... กรูฟังยังไง ก็ยังหาจุดดีของการดำน้ำตอนกลางคืนไม่ได้เลยนะเว้ย!!!!

ก่อนเข้าเรื่องมาชม คลิปการดำน้ำตอนกลางคืนของอิชั้นกันค่ะ



การดำน้ำตอนกลางคืนนั้นจะเริ่มประมาณ 6.30น. ค่ะ  คือ...
เริ่มตั้งแต่ "ประชุมเพลิง เอ๊ยยย ไม่ใช่ๆ ประชุมเพื่อจะสรุปเรื่องราวการดำน้ำครั้งนี้..."
ว่าเราจะไปที่ไหน จัดกลุ่ม( การดำน้ำตอนกลางคืนต้องไปกับไกด์เท่านั้น!!! )
*ขยายความ..ทริปนี้คือ ตอนกลางวัน ใครอยากดำเป็นคู่ อยากไปกันเอง ก็ทำได้ค่ะ
จะมี ไกด์ให้แค่ บางครั้ง...เท่านั้น ไม่เหมือนที่อื่นๆที่บังคับว่า ต้องมีไกด์ประกบตลอด

แต่ night dive ต้องมี ไกด์ค่ะ จากนั้น Dive Director ก็เริ่มแจกเครื่องลางของขลัง!
อันได้แก่....ไฟฉายสำหรับใช้ดำน้ำ...
แจก ให้นักดำน้ำทุกคนจะต้อง ติดไฟนีออนแท่งๆยาวๆสีๆ ไว้ที่ถัง...
สีที่ว่านี้จะเป็นตัวบอกว่า ตัวเองอยู่กลุ่มไหนๆ
ของฉันอยู่สีชมพู เย้ ๆๆๆๆ (มรึงเย้ ทำไมคะ? ก็มันสีโปรดเว้ย!)

และครั้งนั้นฉันได้ไปกลับกลุ่มของ Dive Director
แหมๆๆ อุ่นใจเหมือนได้นอนโลงไม้สัก!!!555 หือ..ก็ Dive Director นี่คือต้อง แน่อ่ะถูกป่ะ
ต้องเก่งสิ...มันทำให้เรารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันตาเห็นอ่ะค่ะ
ในกลุ่มคือ มี อิห่านจิก Dive Director มีสามีฉัน มี สองพ่อลูกอีกคู่หนึ่ง...

ในขณะที่กำลัง จัดการเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำ
ความคิด "เห่ยๆ....ชั่วชาติกากหมา..."ในตอนนั้นคือ
"อยากลองหน้ากากดำน้ำอันใหม่...ของ Scubapro ค่ะ"
และ อิ Dive Director ก็สาระแนเดินเข้ามาหา..มาบอกว่า
ยูว์ ใส่ weight มากไปนะ ถอดออก "หนึ่งอัน" หนึ่งอันคือ 1.5กิโลกรัม

**** กฏข้อแรกของการดำน้ำตอนกลางคืน ก็คือ ****
อย่าสาระแน...ลองอะไรใหม่ๆ เด็ดขาด!!!!!
คือหากอยากลอง ให้ลองตอนกลางวันโน่น ไม่ใช่ตอนกลางคืน

เอานะ ..ชัดเจน หน้ากากใหม่...น้ำหนัก weight ที่คาดเอว ลดลงไป 1.5กก
...สะใจมรึงยัง ห๊า ...

ณ moment นั้น...ลืมกฏข้อนี้ไป เพราะมัวแต่ตื่นเต้นนนนนนน
อ่ะ ส่งสัญญาณ ๆๆๆ โดดตูม!!! มืดแระ ๆๆๆ
แถมอิไฟ..ที่ส่องทาง "ท้ายเรือลำนี้" มันก็ไม่ได้สว่างมากอย่างที่คิด..ห่านจิกจิงๆค่ะ
จุดที่เราลงไปนี่คือ ไม่ได้ลึกมากค่ะ ความลึกคือ อยู่ที่ประมาณ สิบกว่าเมตร
ว่ายๆตามๆคนข้างหน้าไป คือ ในใจตอนนั้นคิด..
ยังไงไม่ตายแน่ หากยังมีคนว่ายอยู่ข้างๆ หรือข้างหน้าเรา...ตามแสงไฟ..ไป...

ณ จุดๆนี้...เส้นบางๆที่เค้าเรียกกันว่า
"ความเป็น กับความตาย" มันแทบจะเกยกันเลยอ่ะค่ะ
ไฟฉายถือไว้มือนึง อีกมือต้องคอยจับ ไอ้หน้าปัดที่วัดบอก จำนวนอากาศที่อยู่ในถัง
อีกมือคือต้องคอยเหลือบดู "dive computer" ว่ากรูมาลึกแค่ไหนแล้ว
หากลึกเกิน ต้องกดปล่อยลมจากถังเข้า แจ๊กเก็ต BCD
เพื่อให้ตัวลอยขึ้นจะได้ไม่จมลงไปลึกกว่านั้น

คือจริงๆ การดำน้ำปกติ อุปกรณ์แม่มก็เยอะอยู่แระ...
พอมาดำน้ำตอนกลางคืน ดันเจือกมี "ไฟฉาย" เพิ่มขึ้นมาอีก...
กุเครียดเลยค่ะคุณ!!!!! การว่ายดำน้ำครั้งนี้ ฉันว่ายตาม Dive Director ไป
พวกห่านจิกนี่ แม่มว่ายเร็วมาก กุตามมันไม่ค่อยทันเลยค่ะ

ตะเน้...ไฮไลท์(ซะที เฮ่ออออ) คือ อิ Dive Directorค่ะ
มันดันว่ายมุดเข้าไปใน "โพรงหิน" ...แม่มจะเข้าไปทำห่า(น)ไรก็ไม่รู้นะคะ
ปัญหาคือ ฉันเห็นแระว่าคนข้างหน้าไม่ไปต่อ...เพราะจราจรติดขัด...
และ อิโพรงหินที่ว่านี้ มันดันไม่มี "ทางออก"อ่ะค่ะ
หมายถึง เข้าทางไหน ออกทางนั้น...เป็นแค่โพรงเฉยๆ..(จะทำมายกุล่ะ ห๊าาาา)

เหตุการณ์ตอนนั้น..ทำไรไม่ได้เลย ฉันก็หยุดตีฟิน..ล่ะเพราะต้องรอ...
ก็ไปต่อไม่ได้นี่.....คนข้างหน้าหยุด เราก็ต้องหยุด
มันมืดมากกกอ่ะ เห็นแต่แสงไฟ...ใครจะกล้าไปไหนได้วะ
ในขณะที่หยุดนั้น...​ตัวกรู..ก็เริ่มลอยขึ้นๆค่ะ

ที่มันลอยขึ้นๆ ก็เพราะ ณ ความลึกในจุดนี้คือ ที่ 8 เมตร
ฉันไม่ได้ "ปล่อยลมในแจ๊กเก็ต BCD ออก" ฟองอากาศที่มันอยู่ใน แจ๊กเก็ต..
มันก็เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้น ทำให้ตัวเราลอย buoyancy อ่ะนะที่กุลืม control มัน!



สภาพฉัน ในตอนนั้น เหมือน ปลาดาว..ที่แปะติดอยู่กับ หิน..ที่เหมือนหลังคาอยู่บนหัวกรูค่ะ
....ทุกอย่างยัง "มืด" เหมือนเดิม....
โอ๊ยยยย ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆ แอบ panic เล็กน้อยแต่พองาม...
และ panic เริ่มเพิ่มระดับขึ้นมาเรื่อย เมื่อมองลงมาแล้วเห็น "สามี" ...
ว่ายเข้าไปใน โพรงหินนั่น..และไม่เห็นอีเมีย..
ที่ติดแหง๊กกก อยู่บนเพดานหินด้านบน!

ในตอนนั้น...รู้ตัวเลยว่า ถ้าคนพวกนี้..เข้าไปในโพรงหิน แล้ววกกลับมากันหมด..
จะไม่มีใครเห็นกรูเลย....แม้แต่คนเดียว..และฉันก็อาจจะ "โดนทิ้ง"
ทิ้งให้ แปะอยู่บนเพดาน "หิน" นี่เป็นเพื่อนกะอิปลาดาวตัวนี้ ..ไปอีกนานเท่านาน..
โอย..แม่เจ้าๆๆๆ ทำไงดี...
เวลาตกใจ...สิ่งที่โง่เง่าที่สุดที่ทำได้คือ "ตีฟิน"
เพื่อที่จะให้ตัวเอง หลุดออกมาจากเพดานหินที่อยู่บนหัว..
แต่มันไม่ได้ผล...re-action ที่ทำออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกอันคือ
"เผลอหายใจออกทางจมูก เพราะตกใจและเครียด!!!"
ผลคือ "หน้ากากกรูเป็นฝ้า....ผด ด่างดำ มองไรแทบไม่เห็น" ห่า(นนนน)เอ๊ยยย!!!!

Dive Director มันเพิ่งว่ายออกมาจากโพรงหิน..มันเงยหน้าขึ้นมาเห็นเรา
มันก็จับตัวเราดึงเพื่อที่จะให้ หลุดออกมาจาก เพดานหินที่แปะอยู่..
แต่ อิป้า ปัญญาอ่อนมาก เพราะตกใจกลัวค่ะ ก็ ตีฟินรัวๆเลย....
ผล...ทั้ง มัน และ กรู...ก็เด้งขึ้นสู่ ผิวน้ำพร้อมกัน อย่างสง่างาม
ตรบมือ และสมน้ำหน้าสิคะ รอไร...ฮืออออออออออออออ

หากไม่ตีฟิน...ปล่อยขา อยู่เฉยๆ ...เราสามารถหลุดออกมาจากเพดานหินได้
และสามารถ ดำน้ำต่อไปได้ แต่..อย่างที่บอกอ่ะค่ะ "ตกใจไง"
นึกโมโหตัวเองอย่างมาก....

Dive Director ถาม What happens ? Can you please CLEAR your mask a bit?
ก็แบบว่า หน้ากากเป็นฝ้า มองไรแทบไม่เห็นเลยอ่ะค่ะ
พอขึ้นสู่ผิวน้ำ ฉันก็ถอดหน้ากากล้างน้ำเลย...โมโหตัวเองมาก ที่ขาดสติ
ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้...

Dive Director บอกว่า "ใจเย็นนะ เราลงไปใต้น้ำกันอีกรอบนะ"
แต่....​ในตอนนั้นคือ "กรูหมดอารมณ์แล้วอ่ะค่ะ"
ฉันก็บอกเค้าไปว่า " Can I go back to the boat?"
ฮีก็บอกว่า "โอเคร" จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ คนที่เรือ เอาเรือยางมารับ..
แต่ ส่งสัญญาณอยู่ นานมาก...ฮือออออๆ

ไม่มีใครเห็นเรา สาเหตุอาจจะเพราะ คลื่นสูง?
สารภาพเลยว่า ... สิ่งที่อยู่ในหัวตอนนั้นมีสองอย่าง
อันแรก...นึกถึง "สามี" ที่ยังอยู่ใต้น้ำ...ว่าเค้าจะทำไง?
เพราะไม่มีไกด์แล้วง่ะ ...ไกด์แม่มมาลอยคออยู่กะกรูเนี่ย ฮือออ
อันต่อมาคือ นึกถึงหนังเรื่องนี้ค่ะ



ในตอนนั้นทุกสิ่งอย่างรอบๆตัวมัน "มืดสนิท" มาก...
เรือ อยู่ห่างจากเราประมาณ ห้าสิบเมตรน่าจะได้....
แต่เราพยายามส่งสัญญาณอยู่นานมาก ก็ไม่มีใครเห็น
Dive Director บอกฉันว่า ให้เราพยายาม ว่ายไปที่เรือกัน
แต่...กระแสน้ำในตอนนั้น "แรงได้ใจ" แปลว่า มรึงว่ายไปเหอะ...
คลื่นมันก็ขยันตีกรูออกมา ว่ายไปก็เท่านั้น ไม่มีปัญญาที่จะไปถึงเรือได้เลยค่ะ
(กระแสน้ำแรงๆ คือ current )

และนี่คือ...สิ่งที่ฉันอยากสารภาพว่า "กลัวที่สุดในการดำน้ำสกูบ้า" ..ค่ะ
หนังเรื่อง Open Water สร้างอิงมาจากเรื่องจริง..ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม 1998



ผัวเมียชาวอเมริกันคู่นี้ ไป day diving trip ไปดำน้ำที่ Great Barrier Reef
day trip จะมี 3 ไดรฟ์ ...ไดรฟ์สุดท้ายเริ่มที่ บ่ายสาม...
คนสองคนนี้ ไม่กลับมาตามเวลาที่ briefing กันไว้..หรือ..
อาจจะกลับมา แต่ "เรือมองไม่เห็น"
พอมองไม่เห็นไม่ว่า เจือก...ออกเรือไปเลย..ทิ้งให้คนสองคนนี่โรแมนติกอยู่ตามลำพัง
ใน Reef ที่ห่างจากฝั่งถึง 400Km ....จบข่าวป่ะ..



นี่คือ แผ่นที่มีคนเค้าไปเจอ มันลอยมาติดชายฝั่ง...
หลังจาก คนคู่นี้หายไป..เวลาผ่านไปก็หลายเดือนอยู่..
แผ่นๆนี้คือ แผ่นที่เอาไว้ใช้สื่อสารกันใต้น้ำอ่ะค่ะ เขียนให้ buddy หรือ dive master
หรือให้ใครก็เหอะ....

จากวันที่เกิดเหตุ...ไม่มีใครสนใจว่า คนหายไปสองคน..
เรือก็เข้าไปจอดเทีบบท่า...ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้านกัน
มีกระเป๋าของสองคนนี่อยู่บนเรือ แต่เด็กที่ทำงานบนเรือก็ไม่ได้ใส่ใจ
เจอแล้วก็ เก็บเอาไปวางที่อื่น(ซะงั้น) ...

จนกระทั่งสองวันผ่านไปโน่นล่ะค่ะ....ถึงได้ เริ่ม search หา...อิสองคนนี่..
คืองี้นะ สองวันเนี่ย ไม่ต้องหาแล้วก็ได้มั๊ง...นักดำน้ำอ่ะ หา "วัด" เถอะ!!!!
เพราะคิดว่า เดี๊ยวนักดำน้ำก็น่าจะเกยตื้นมาเองแหระ เฮ้อ.....เศร้าค่ะ
** ผลคือ หาซากไม่เจอ..เจอแต่ชุดดำน้ำของฝ่ายหญิงที่มีรอยฉีกขาดสะบั้น
มั่นใจว่า ผลงานนี้คือ พี่หลามที่กินทั้งคู่จนพุงกาง..
หากเผลอ กลืนถังอากาศ เข้าไปด้วย
ป่านนี่พี่หลาม จะหยุดตรด รึยังก็ไม่รู้นะคะ อากาศอัดแน่นในถังซะขนาดนั้น

เข้าเรื่องต่อ.. กว่า...เรือใหญ่จะมองเห็นสัญญาณ และส่งเรือยางมารับ...
ในตอนนั้น "สามี กับ สองพ่อลูก" ก็โผล่หัวขึ้นมาพ้นน้ำแล้ว...ทุกคน..
คือ สามีเล่าให้ฟังว่า พอเขาเห็น Dive Director ขึ้นสู่ผิวน้ำ
เขาก็บอกคนอีกสองคนนั่นเลยว่า "เราไปต่อไม่ได้แล้ว เราต้องขึ้นสู่ผิวน้ำพร้อมๆกัน"

และทุกคนก็ขึ้น "เรือยาง" มาพร้อมๆกัน และขึ้นสู่เรือใหญ่พร้อมๆกันค่ะ

ระยะเวลาในการดำน้ำครั้งนี้คือ 15นาที ความลึกอยู่ที่ 8 เมตร
เริ่ดดดด มาก....​สายตาทุกคู่..(รวมทั้งผัวกรู) จ้องมาที่ฉัน..อิตัวต้นเหตุ!!!
ทำให้ การดำน้ำในครั้งนี้ สั้นจู๋ยิ่งกว่ากาปู่แพลงต้อน..ฮึ่ยยยยยย

Dive Director เดินเข้ามาหา
เราก็แบบ กอดเค้าอ่ะ แอร๊ยยยยยย ไม่ได้แพลนเลยนะเว้ย!

คือ อยากขอบคุณเค้าที่ เค้าช่วยเราไว้อ่ะค่ะ
สองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแน่นอน..
หาก Dive Director ไม่เข้ามาช่วย หรือไม่ได้มองเห็นเรา
อันแรกคือ ฉันคงช่วยตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำได้
แต่กรูก็จะอยู่บนผิวน้ำคนเดียวในความมืด
ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด..
ที่จะฟาดเอาตัวอีป้ากระเจิงไปไหนต่อไหนในตอนมืดๆ
*** การหาคนหายในทะเล ตอนกลางคืน..
ให้...งมปลาเข็ม..ในมหาสมุทรน่าจะง่ายกว่านะชั้นว่า!!!

อันต่อมาคือ คงจะติดแหงก...อยู่บนเพดานหิน....ไปนานมากๆ
จะช่วยเอาตัวเองออกมาได้ไหมก็ไม่รู้...และหากไม่ได้...
ก็คงจะทำไรไม่ได้..รอจนกว่าอากาศในถังจะหมด และตาย...ก็แค่นั้น...

จากนั้น...ฉันก็เดินเข้าไป "ขอโทษ" เพื่อนนักดำน้ำร่วมกลุ่มทุกคน
รวมทั้งขอโทษสามีด้วย คือ ขอโทษเค้าที่ เราเป็นตัวต้นเหตุน่ะค่ะ
เราทำให้การดำน้ำครั้งนี้ต้อง สั้น....มากขนาดนี้
คือ เราเข้าใจไงว่า ทุกคนต้อง "ทำงานเก็บเงิน" กว่าจะมาทริปแบบนี้ได้
มันไม่ใช่ง่ายๆอ่ะค่ะ บางคนเก็บเงินกันเป็นปีเลย จริงๆนะคะ
แต่...ต้องมา จบเห่ เพราะ อิห่า(น)นี่ มันก็ไม่ไหวนะเว้ย....

แต่ทุกคนก็เข้าใจ (แม้ว่าจะไม่เข้าใจก็ต้องทำใจ ทำไงได้ดันซวยมาทริปเดียวกะอีนี่ ..)
Dinner ในคืนนั้น...เพื่อนๆคนอื่นก็เข้ามาถาม ว่าเกิดไรขึ้น
สามีเราบอกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไม Dive Director ถึงมุดเข้าไปในโพรงหินนั่น
คำตอบของ Dive Director คือเค้าจำผิด เค้าคิดว่าโพรงหินนี้มันมีทางออกอีกทาง
สามีเราบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะ night dive อ่ะค่ะ
คือ ยูว์ เป็น guide ยูว์ต้อง แม่นทางหน่อยสิ โดยเฉพาะตอนกลางคืน

สามีเราบอกว่า จะโวยวายเรื่องนี้
เราบอกว่า...ตอนนี้ ชีวิตมรึงกะกรู อยู่ในกำมือของคนพวกนี้นะ
อย่าไปทำให้เค้า "โมโห หรือ เกลียดเราเลย" จะปลอดภัยกว่าไหม(วะ ห๊าาาา)

Dive Director เค้าก็เป็นคน คนทำผิดพลาดได้นะ..(แอบแก้ตัวแทน อิอิ)
แต่ทั้งนี้นั้น ฉันเองด้วยล่ะค่ะ ที่ มัวแต่ ตกใจ..จนลืมหมดว่าต้องทำอะไร
การดำน้ำสำคัญมากสุด คือ "สติ"
เพราะเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นได้ "ตลอดเวลา" อันนี้เรื่องจริงนะคะ...

ยาวป่ะ....นานๆมาที...จัดไปค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาฟังเรื่องระทึกขวัญ(ของคนปัญญานิ่ม แบบฉัน)นะคะ
เลิฟๆๆๆๆๆ ค่ะ จุ๊ฟๆๆๆ






Create Date : 28 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2560 21:41:29 น.
Counter : 480 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**