Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
17 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
พิพิธภัณฑ์สงครามเกาหลี


หายหน้าหายตาไปนาน วันนี้พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์อีกแล้ว เป็นรอบที่สองหลังจากที่รอบก่อนยังพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีไม่จบ แต่ว่าจะถือว่าที่นี่เป็นภาคต่อก็ได้ค่ะ เพราะเป็นช่วงประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องกันพอดี

ครั้งก่อนที่พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเล่าประวัติศาสตร์เกาหลีคร่าวๆถึงตอนที่เกาหลีตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น ต่อมาพอญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศเกาหลีกลับต้องเข้าสู่ภาวะสงครามอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เป็นสงครามภายในประเทศตัวเอง ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆค่ะ จะว่าไปแล้ว ประวัติศาสตร์เกาหลีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีแต่เรื่องเศร้ามาตลอด ที่เศร้าที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องสงครามเกาหลีนี่เอง เพราะคงไม่อยากมีใครที่อยากจะรบกับคนชาติเดียวกัน



ก่อนเข้าถึงตัวตึกของพิพิธภัณฑ์ มีอนุเสาวรีย์ (เรียกแบบนี้ได้มั๊ยอะ มันเป็นรูปเหมือนคนที่ค่อนข้างใหญ่จนน่าจะพอเรียกว่าอนุเสาวรีย์ได้นะ) รูปพี่น้องผู้ชายยืนกอดกันอยู่ คนพี่เป็นทหารฝ่ายเกาหลีเหนือ คนน้องอยู่ฝ่ายเกาหลีใต้ ถึงแม้ว่าจะเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ แหม เรียกน้ำตากันตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าตัวตึกกันเลยทีเดียว



ส่วนนี่เป็นรูปที่ถ่ายจากหน้าตึก มีธงชาติของประเทศที่ส่งทหารมาร่วมรบในสงครามเกาหลีต้้งเรียงเป็นระเบียบอยู่ แน่นอนว่ามีธงไทยอยู่ด้วย หากันเจอมั๊ยเอ่ย ถ้าใครเคยได้ศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วงนี้มาบ้างก็คงจะทราบว่าประเทศไทยเราก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งทหารมาร่วมรบด้วย ทำให้ในปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

พื้นที่นอกตัวตึกค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ นอกจากจะมีอนุเสาวรีย์และลานน้ำพุด้านหน้าแล้ว บริเวณด้านข้างตึกทั้งสองข้างยังมีเครื่องบินรบ เรือรบ เฮลิคอปเตอร์ รถถัง ปืนใหญ่ต่างๆที่ใช้ในสงครามเกาหลีตั้งแสดงไว้ให้ดูกลางแจ้งด้วยค่ะ ส่วนใหญ่ผลิตโดยอเมริกา แต่ก็มีที่เกาหลีผลิตเองแซมอยู่บ้าง ถ่ายรูปมาไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะฉันไม่ค่อยสันทัดเรื่องยานพาหนะและอุปกรณ์ในการรบ



รูปนี้คุณสามีบอกว่าเป็นเรือรบที่ใช้รบกับเกาหลีเหนือตอนสงครามเกาหลีจริงๆ ถ้ามองดีๆจะเห็นรอยพรุนด้านข้างเรือเต็มไปหมด อันนี้เป็นรอยยิงจริงๆค่ะ และสังเกตดูจะเห็นว่าบริเวณตัวเครื่องที่เป็นที่บังคับเรือจะมีรอยพรุนเยอะกว่าบริเวณอื่น เพราะกะจะเอากันให้ตายเลยจริงๆ เศร้าอีกแล้ว แง๊ๆๆ



เครื่องบินลำบิ๊กเบิ้มลำนี้ไม่ได้มีไว้บรรทุกคนนะคะ มันมีไว้บรรทุกระเบิดเอาไปปล่อยค่ะ เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกันกับที่ขนเอาระเบิดปรมณูไปปล่อยที่ญี่ปุ่น มนุษย์เรานี่จริงๆเลย สรรหาสารพัดวิธีมาเข่นฆ่ากันเพียงเพราะว่าความคิดและอุดมการณ์ไม่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร สุดท้ายก็เหลือแต่ความสูญเสียและเจ็บปวด



มาดูในตัวตึกกันบ้าง ถ่ายมาแค่รูปเดียวค่ะ มัวแต่เดิน ไม่ค่อยอยากยกกล้องขึ้นถ่ายรูปเท่าไหร่ มีแต่พวกอาวุธทั้งหลาย ระเบิดต่างๆ หดหู่ค่ะ

ให้ชมรูปเสร็จแล้วทีนี้ขอเริ่มเล่าเรื่องสงครามเกาหลีเท่าที่ฉันทราบ และเท่าที่ได้ข้อมูลจากคุณสามีและการชมพิพิธภัณฑ์คร่าวๆนะคะ

สงครามเกาหลีระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 ถึง 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1953 เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นประกาศแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1945 ทำให้ประเทศเกาหลีที่ในเวลานั้นเป็นประเทศเมืองขึ้นของญี่ปุ่นกลายเป็นอิสระโดยปริยาย แต่คนเกาหลีก็ดีใจได้ไม่นาน เพราะในตอนนั้นประเทศอ่อนแอสุดๆ แถมพอเป็นอิสระแล้วกลับต้องเคว้งเพราะไม่มีผู้นำ กษัตริย์ที่เคยมีในอดีตก็ถูกญี่ปุ่นสังหารไปซะแล้ว เหลือแต่พวกราชวงศ์ที่ระหกระเหินกันไปคนละทิศคนละทาง

มาถึงตอนนี้ สหรัฐอเมริกากับโซเวียต(ในตอนนั้น) ต่างก็จ้องอยากจะมีอิทธิพลในเกาหลี เนื่องจากโซเวียตก็อยากจะแผ่ขยายอำนาจการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ให้มากที่สุด ซึ่งเกาหลีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง อยู่ติดกับจีน แล้วก็ยังเชื่อมต่อไปถึงญี่ปุ่นได้ด้วย ถ้าเกาหลีกลายเป็นคอมมิวนิสต์แล้ว ญี่ปุ่นก็กลายเป็นคอมมิวนิสต์ด้วยได้ไม่ยาก เพราะตอนนั้นญี่ปุ่นก็ปางตายเต็มที ซึ่งแน่นอนว่าอเมริกาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น

แต่ทั้งอเมริกาและโซเวียตก็ไม่ค่อยอยากจะรบกันเท่าไหร่ เพราะสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เพิ่งจบไปไม่นาน เลยตกลงกันเองว่าจะแบ่งประเทศเกาหลีออกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยใช้เส้นขนานที่ 38 องศาเหนือเป็นเส้นแบ่ง เกาหลีเหนือก็ให้โซเวียตดูแล เกาหลีใต้ก็ให้อเมริกาดูแล ยื่นมาเข้ามาช่วยปฏิรูปประเทศตามฟอร์มพี่ใหญ่ ที่ช่วยนี่ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกาหลีกลายเป็นคอมมิวนิสต์ด้วย

เกาหลีใต้ได้ผู้นำในที่สุดจากการเลือกตั้งครั้งแรก (ขอโทษค่ะที่ไม่มีชื่อมาบอก จะถามคุณสามีตอนนี้ก็ไม่อยู่) ส่วนโซเวียตก็ตั้งผู้นำเกาหลีของตัวเองขึ้นมาบ้าง คือนายคิม อิลซุง (บิดาของนายคิม จองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานนี้)

ในช่วงเวลานั้นประเทศเกาหลีวุ่นวายมาก ประชาชนสับสนและมึนงงไปหมด ลองคิดดูเถอะค่ะ ประชาชนคนธรรมดาในเวลานั้นจะเข้ากันกันมั๊ยว่าคอมมิวนิสต์คืออะไร ประชาธิปไตยคืออะไร ฝั่งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีการโฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนให้ประชาชนมาอยู่ในฝั่งตัวเองกันให้วุ่นวายไปหมด แล้วก็ยังมีการรบกันเป็นระยะๆตลอด จนท้ายที่สุด ฝั่งเกาหลีเหนือก็เปิดฉากรบรุกฝั่งเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 (อันนี้ว่าตามที่ฝั่งเกาหลีใต้เค้าว่านะคะ เห็นว่าทางฝั่งเกาหลีเหนือเค้าก็ว่าเกาหลีใต้เป็นฝ่ายยิงก่อน)

ฝ่ายเกาหลีเหนือรุกแค่ 3 วัน ก็คุมประเทศไว้ได้เกือบหมด ฝ่ายเกาหลีใต้ถอยไปจนถึงเมืองปูซานที่อยู่เกือบใต้สุดของประเทศ ถึงตอนนี้อเมริกาเลยเข้ามาช่วยรบแบบเต็มรูปแบบจึงดันเกาหลีเหนือขึ้นไปจนได้ และเมื่อฝั่งเกาหลีใต้เกือบจะชนะเกมก็พลิกอีกจนได้ เพราะจีนตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมวงสงครามครั้งนี้ด้วย สงครามเลยยืดเยื้อออกไปอีก กินเวลายาวนานถึง 3 ปี กับ 1 เดือน มีทหารและพลเรือนเสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 2.5 ล้านคน ถึงตอนนี้อเมริกา โซเวียตและจีนเห็นว่า รบกันไปก็มีแต่จะตายเปล่า ก็เลยทำสัญญาหยุดยิงกัน แบ่งเกาหลีเป็นเหนือใต้เหมือนเดิม เหนือก็เป็นคอมมิวนิสต์ไป ใต้ก็เป็นประชาธิปไตยไป

มาอีหรอบนี้คนเกาหลีได้น้ำตาตกกันจริงๆแล้วค่ะ แต่ก่อนเหนือใต้ยังพอติดต่อกันได้บ้าง พอหยุดยิงกันแบบนี้ ญาติพี่น้องที่อยู่กันคนละฝั่งเป็นอันต้องตัดขาดกันไปอย่างสิ้นเชิง จะติดต่อกันก็ไม่ได้อีกแล้ว ยังมีทหารฝั่งเกาหลีใต้ที่โชคร้ายคิดอยู่ในฝั่งเกาหลีเหนือหรือโดนจับไปเป็นเชลยก็กลับมาฝั่งใต้ไม่ได้อีกแล้ว น่าสงสารจริงๆค่ะ กว่าจะมีประเทศเกาหลีในวันนี้ไม่ง่ายเลย









ขอปิดท้ายด้วยรูปรายชื่อทหารไทยที่มาร่วมรบในสงครามเกาหลีและเสียชีวิตที่นี่ รวมทั้งขอไว้อาลัยแก่ทหารและพลเรือนทุกประเทศที่ต้องเสียชีวิตในสงครามเกาหลีทุกคน ตามรายชื่อที่อยู่บนระเบียงทางเดินยาวเหยียดแห่งนี้ด้วยค่ะ



Create Date : 17 เมษายน 2555
Last Update : 17 เมษายน 2555 18:17:24 น. 7 comments
Counter : 3497 Pageviews.

 
วันนี้ได้รู้จักประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีหลายอย่าง
ขอบคุณคุณมาศที่นำข้อมูลน่าสนใจมาฝากกัน
เอิงยังไม่เคยไปเที่ยวเลยนะคะ ตั้งใจว่าสักวันจะไปกับสามีซักครั้ง
อยากไปเกาหลีใต้ค่ะ เกาหลีเหนือไม่กล้าไป อิอิ

ขอบคุณมากที่แวะมาชมสูตรอาหารในบล็อกค่ะ






โดย: diamondsky วันที่: 18 เมษายน 2555 เวลา:2:52:33 น.  

 
หายไปนานเลยค่ะ พอดีแป้งติดสอบ และก็ยุ่งๆกับหลายๆเรื่อง เลยไม่ได้เข้ามาเลยค่ะ

พิพิธภัณฑ์ อยู่ที่ไหนค่ะเนี้ย เดี๋ยวจะตามไปเที่ยวมั้งง


โดย: nampalo76 วันที่: 21 เมษายน 2555 เวลา:9:07:42 น.  

 
คุณแป้งกลับมาแล้ววววว พิพิธภัณฑ์นี้อยู่แถวยงซานค่ะ จากสถานียงซานเดินต่อสัก 20 นาทีก็ถึงค่ะ


โดย: มาศวดี วันที่: 23 เมษายน 2555 เวลา:12:35:22 น.  

 
ขอบคุณคุณมาศที่แวะมาชมงานดีไซน์ค่ะ
ที่มิลานจัดปีละครั้ง เอิงอดไม่ได้ขอไปเดินดูหน่อย
ได้เห็นเฟอร์นิเจอร์เก๋ไก๋ ถูกใจมาก แถมเค้าให้ถ่ายภาพได้ตามสบาย
สงสัยอยากให้คนช่วยประชาสัมพันธ์
เดี๋ยวมีภาคสองต่อวันหลังแน่นอน ... เดินวันแรกไม่จุใจ งานนี้ต้องมีรอบสองค่ะ





โดย: diamondsky วันที่: 26 เมษายน 2555 เวลา:23:33:39 น.  

 
กลับมาแล้วค่ะ
ต้องขอโทษที่หายเงียบไปไม่ได้ส่งข่าวเลย
ไปอยู่บ้านนอกกกกกมากๆเนตฯก็ไม่มีใช้
แต่ตอนนี้กลับมาแล้วค่ะ
เอาน้ำส้มมาฝากพร้อมคำขอบคุณที่เป็นห่วงและคิดถึงค่ะ





โดย: oranuch_sri วันที่: 28 เมษายน 2555 เวลา:17:06:43 น.  

 
ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้ อ่านไปดูรูปไปไม่น่าเบื่อเลยที่จะติดตาม


โดย: Mazubato วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:11:38:22 น.  

 
^^ ดีใจค่ะที่ชอบ ถ้าได้มาเกาหลีก็หาโอกาสไปชมดูนะคะ


โดย: มาศวดี วันที่: 1 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:36:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มาศวดี
Location :
Anyang Korea

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ชีวิตคนเรามันสั้นนัก ถ้านับกันเป็นจำนวนวันทั่วไปก็อยู่ที่หลักหมื่นเท่านั้น บางคนอาจจะมีชีวิตอยู่แค่หลักพันวัน หลักร้อยวัน หลักสิบวัน ไม่ถึงสิบ แย่ไปกว่านั้น บางชีวิตไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ แม้ชีวิตคนเราจะสั้น แต่กลับสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นบนโลกใบนี้มากมาย ฉันอยากจะใช้พื้นที่บล็อคนี้แบ่งปันประสบการณ์ของฉันกับทุกคน สร้างสรรค์พื้นที่บันทึกเรื่องราวของฉัน ให้โลกใบนี้พอจะมีสิ่งที่เรียกได้ว่าเกิดจากการสร้างสรรค์ของฉันอยู่บ้าง
New Comments
Friends' blogs
[Add มาศวดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.