มิถุนายน 2553

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
พันรัก..พันทิป (1)
เรื่องเล่า...โรงละครชีวิต "พันทิป" ตอนที่ 1

สวัสดี บล็อคจ๋า

วันนี้ฉันล่ะมีอะไรจะนำเสนอเธอล่ะ

คิดว่าเป็นความแปลกใหม่ที่ฉันตกผลึกจากวิ่งรอบอ่างเมื่อเช้ากับเมื่อคืนเนี่ยล่ะ..
ยาวจัดแน่ๆ สงสัยต้องตัด 2 ตอนดีไหมน๊า..ลองดูก่อนละกัน

เอาล่ะ ตลอดระยะเวลาที่ฉันได้มีโอกาสรู้จักพันทิปโลกออนไลน์แห่งนี้
ฉันได้พบประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ เรื่องราวใหม่ๆ

ทำให้ฉันเปรียบที่นี่กับโรงละครโรงใหญ่ โรงละครชีวิต พันทิปนี่ล่ะ

พันทิป โรงละครแห่งนี้ พิเศษกว่าโรงละครที่ไหนๆ

ที่นี่ ตัวละครทุกตัว ที่ได้ผ่านมาโลดแล่นให้คนอื่นรับรู้
แสดงเอง เล่นจริง รักจริง เจ็บจริง ทุกข์จริง ตายจริง อะไรจริง
ไม่มีตัวแสดงแทน ไม่มีผู้กำกับ ไม่มีบทท่อง ทุกบททุกตอน
ตัวละครเล่นอย่างตั้งใจทุกบทบาท...ฉัน ผู้ชมรับรู้ อินได้ในทุกฉากทุกตอน..

ใครจะไปนึก ล็อคอิน เลื้อย ที่ฉันนึกขึ้นมาโดยบังเอิญ
เริ่มใช้ปี 2544 จะเปรียบดังบัตรผ่านประตู
ตั๋วละคร All in one อยากดูหนังเรื่องไหน รอบไหน แสดงความเห็นเรื่องอะไร
ก็แสดงบัตร ก็ได้และ จะดูกี่เรื่อง เมื่อไหร่ จะทำไร ถามใคร
ก็ได้อย่างต้องการในโรงละครแห่งนี้
บนกรอบขอบเขตที่เหมาะสม และไม่ละเมิดใคร

ละครที่ฉันสนใจส่วนใหญ่ มักเป็นเรื่องราวความรัก
ไม่รุทำไม มันจะ Detect ได้ของมันเองทุกที
และฉันไม่คิดว่า มันคือเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างที่ดลให้ฉันได้รับรู้
มีเหตุผลในตัวเอง หาเจอหรือไม่เท่านั้น
แต่ฉันมองว่า ฉันคงเคยรู้จักเป็นมิตร หรือร่วมบุญกันกับพวกเขามาก่อน
ในชาติใดชาติหนึ่งที่ฉันเวียนว่ายมาก่อนนี้
อาจอธิบายจับต้องไม่ได้เป็นรูปธรรมนี้ แต่ฉันคิดเช่นนี้

วันนี้ ฉันรู้สึกว่า ฉันได้เห็นละครความรักหลากหลายรูปแบบ
เต็มอิ่มในความรู้สึกพอตัว ฉันจึงตกผลึกออกมาเรียงร้อยอีกเช่นเคย

คิดไว้ว่า ชีวิตฉันคงได้มีโอกาสรับรู้ได้ถึง พันเรื่อง พันรัก ในพันทิปนี่ล่ะนะ
(ไม่ไหว เอาแค่ร้อยเรื่องก็พอละ เพราะแต่ละเรื่อง ฉันลึกซึ้งจมความรู้สึกกับมันทุกที)

ละครรักเรื่องแรก ฉันให้ชื่อตอนว่า อานุภาพแห่งรัก...

จริงๆ เรื่องนี้ ฉันได้รับรู้มาไม่นานนัก ทว่า ตัวละครคู่นี้ ทำให้ฉันซาบซึ้ง
ประทับใจเหลือเกินหมาดๆ เลย จึงหยิบยกมาให้เป็นเรื่องแรก

แรกเริ่ม ฉันเพียงสะดุดตากับภาพถ่ายมากมายของฝ่ายชาย
ที่มันสะท้อนอารมณ์ ความหมายอะไรบางอย่างออกมา
ฉันบอกเป็นคำพูดไม่ได้ แต่ความรู้สึกฉันจับได้
มันคละเคล้ากันทั้งความสุข สนุก ความเศร้า
ความกลัว และปนความเหงาทิ้งท้ายไว้เสมอ
คำถามในใจเพียงว่า ทำไมคนเราจึงมีแรงจูงใจถ่ายทอดภาพสวยๆ อย่างตั้งใจ
ได้มากมายถึงเพียงนี้ เขาต้องการเติมเต็มอะไรบางอย่างในใจเขาอยู่หรือ

เขาไม่ได้ถ่ายเพื่ออวดอ้างสรรพคุณความโปรในการถ่ายรูปของเขา
แต่เขาตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราว ราวกับว่า วันหนึ่งหากเขาไม่อยู่แล้ว
ภาพเหล่านี้จะเป็นตัวแทนให้คนข้างหลังระลึกถึงเรื่องราวของเขา
เพราะภาพเกือบทุกภาพ เขาสะท้อนอารมณ์
แต่ไม่ได้ระบุแสดงความเป็นตัวตนไว้เลย
นั่นเป็นสปิริตหนึ่ง ที่ฉันนับถือน้ำใจเขาจริงๆ
และเขาจริงใจในการถ่ายทอดด้วยถ้อยคำง่ายๆ
บางครั้งแฝงนัยยะ และอารมณ์ศิลปินสูงมาก

ภาพที่เขาถ่ายมันดูงดงามราวกับว่าเขาตั้งใจให้คนดูไปกับเขา
เห็นความสวยงาม เพลิดเพลินไปกับเขาด้วย
ทว่า เรื่องราวความเจ็บปวดที่จับได้ในหลายถ้อยคำ หลายภาพที่สเก็ตออกมานั้น
บ่งบอกว่า เขามีจุดมืดในดวงใจ และยากที่จะมีใครเข้าถึงจุดนั้นได้
หลายถ้อยคำ เขาเพียงแสวงหาเพื่อนร่วมเดินทางที่พอจะเข้าใจเขาได้
มีบ้างที่คนมองเจตนาเขาไม่ละเอียดพอ จึงเบี่ยงเป็นประเด็นอื่นไป

เลยลองดูละครเรื่องราวย้อนหลังไปหน่อย กอรปกับคำเชิญของเขากับคนอื่น
ฉันจึงคิดว่า เขาค่อนข้างเปิดเผยตัวเองในระดับหนึ่ง

ทำให้ฉันได้รู้จักกับตัวละครฝ่ายหญิง
ระยะเวลาที่ชะตาพาเขามาเจอกันนั้น มันไม่นานนักหรอก
แต่ทว่า ความรัก ไม่เคยถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขเวลา
ความรักไม่มีรูปแบบตายตัวที่แน่นอน

ฝ่ายหญิงที่มีพร้อม สูงส่งในทุกด้าน เธอเป็นคนที่สะสมบุญเก่าไว้ดีมากเลยล่ะ
จิตใจของเธอก็ดีเช่นกัน ฉันรับรู้ได้จากข้อความ ถ้อยคำของเธอ
เธอตกผลึกมุมมองและมองเห็นคุณค่าในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ด้วยข้อจำกัดของร่างกาย ความเจ็บป่วย อุปสรรคหนักหน่วง
ชนิดที่ถ้าเป็นลูกตาสีตาสา คงไม่มีชีวิตรอดได้อย่างทุกวันนี้
คนเช่นนี้ชีวิตในแต่ละวันของเธอจึงมีความหมาย มีคุณค่ายิ่งนัก

เหอๆๆ ละครรักเรื่องนี้ ฉันยกให้เหนือกว่าระดับซีรี่ย์เกาหลีตำนานรักสะท้านทรวง
เรื่องคู่รักพี่น้อง ที่ชะตาพลิกผันให้นางเอกต้องไปตกระกำลำบากตอนรู้ความจริง
ชายทะเลฮวาจินโป อิอิ ฉันได้แวะไปตามรอยใกล้ๆ มาเหมือนกัน
ที่ตอนจบนางเอกตาย แล้วพระเอกก็ไปให้รถชนตายตาม...

นั่นคือละครเกาหลี ที่มีเพลงประกอบเพราะๆ
สูตรสำเร็จที่ให้นางเอกตายตอนจบ พระเอกร้องไห้เก่ง
จะตายไม่ตายแล้วแต่ผู้กินกับ แต่จะให้รุ่งต้องมีคนนึงตาย (เพื่อไรนะ)
แต่ทว่านางเอกในเรื่องไม่ได้เจ็บจริงๆ พระเอกก็ไม่ได้ร้องไห้จริง
เพลงเพราะๆ ก็สรรสร้างมาประกอบเรื่องราวนั้นที่พล็อตไว้เท่านั้น
มันยังประทับใจคนดูได้มากมายเลย...

แต่นี่ เรื่องนี้ นางเอกเจ็บจริง ทรมานจริง สู้จริง
และเรื่องนี้ พระเอกสรรหาเพลงเอง
มีเสียงเพลงเป็นเพื่อนมาแต่ไหนแต่ไรจะพบเจอนางเอกซะอีก
ดังนั้น อารมณ์ ความละเมียด จึงเกิดจากความรู้สึกจริงๆ ของเขานั่นเอง มิได้ปรุงแต่ง สิ่งที่ทั้งคู่ถ่ายทอด จึงเกิดจากอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ

ฉันรับรู้ได้ว่า
เพราะความรัก ทำให้ฝ่ายชายค้นพบจุดหมายของการเดินทาง
ขณะที่ฝ่ายหญิง ค้นพบความหมายของการมีชีวิต
และมีพลังในการสู้โรคร้ายต่อไป

ครอบครัวของฝ่ายหญิง ถ้าสร้างเป็นละคร ก็เรียก เรทติ้งได้เช่นกัน
ฉันแอบเดาไปเองว่า พี่ชายฝ่ายหญิง ตั้งใจ ทุ่มเท เป็นหมอคนเก่งในแดนไกล
ก็ด้วยแรงจูงใจมาจาก เพื่อจะรักษาน้องสาวของเขานั่นเอง
เพราะน้องชายของเขาก็เกิดมาบนพื้นฐานเพื่อพี่สาวของเขาด้วยเหมือนกัน
พ่อแม่ญาติพี่น้องดีๆ ที่คอยสนับสนุนทั้งด้านจิตใจและทุนทรัพย์ด้วยเช่นกัน

พื้นฐานความรักครอบครัวที่แข็งแรงเช่นนี้
เป็นกำลังใจสำคัญให้คนป่วยต่อสู้โรคร้ายได้ดีมากเลย

สิ่งเดวที่ฉันอยากถามเธอคนนั้น คือเรื่องการฝึกจิต
หรือเธอคงฝึกของเธออยู่แล้ว เพราะเธอต้องได้รับเวทนาอย่างแสนสาหัสมาตลอดชีวิตแน่ๆ เธอจัดการรับมือกับมันอย่างไร
ฉันเองไม่เคยผ่าน ปล่อยวาง เวทนาเพียงเล็กน้อยที่เกิดขณะปฏิบัติธรรมได้เลย

แต่ฉันเห็นพ่อฉันกำหนดเวทนานะ ตอนพ่อนั่งสมาธิ ตอนพ่อให้คีโมฯ ตอนผ่าสมอง ฉีดยา เจาะไขเครื่องมือเข้าที่หัวสดๆ
พ่อกำหนดลมหายใจตลอด คงเป็น ปวดหนอๆ อย่างนั้นล่ะมั้ง
แม้กระทั่งตอนจะหมดลมหายใจสุดท้ายของชีวิตท่านเลยล่ะ รับรู้เพราะการพองยุบของท้อง เป็นจังหวะ ค่อยๆ แผ่ว เขาเตรียมตัวจะไปของเขาอย่างนั้น พระท่านสอนมา...

เอ้อ มันคงเป็นเรื่องของกรรมของแต่ละคนแหละนะ ความเจ็บป่วยในชีวิตเป็นของธรรมดา พบทุกคน เอาล่ะ ฉันตัดเรื่องนี้ไปก่อนล่ะนะ มันคนละประเ็ด็นกัน

ประเด็นความรักของพระ นางคู่นี้ ฉันไปสะดุดหนักกับถ้อยคำของพระเอก
ยามรับรู้ความเจ็บปวดจากการรักษาของนางเอก
พระเอกนั้น เพียงภาวนาขอให้ความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวล มาตกอยู่กับเขา
และพร้อมจะทำทุกอย่าง เพียงเพื่อให้นางฟ้าของเขามีความสุข พ้นจากความทุกข์ทรมาน กลับมามีความสุข สดใสได้ดังเดิมเท่านั้น

และกำลังใจที่นางเอกรับรู้ได้เช่นนี้ มันก็ส่งผลให้จิตใจฮึดพร้อมจะสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็ง มีพลังมากเลยล่ะ

สิ่งนี่แหละ อานุภาพความรัก ฉันจัดมันให้เป็นสิ่งบริสุทธิ์ของความรักเลยล่ะ
เพราะสิ่งที่เขาแสดงออกนั้น มันอยู่เหนือความเห็นแก่ตัว เหนือความครอบครอง
ความยึดเอาความสุขแต่ฝ่ายเดว เฉกเช่นความรักฉันท์หนุ่มสาวทั่วไป

ความรักที่บริสุทธิ์ง่ายๆ ไม่เจือด้วยความเห็นแก่ได้
แต่หวังเพียงให้คนที่เรารักมีความสุข แม้เราต้องเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
มันเป็นคำพูดง่ายๆ และเป็นเนื้อเพลงที่พานพบได้ทั่วไปนะ
แต่ใครก็ตามที่ผ่านเจอความรุ้สึกเช่นนี้ได้ ฉันว่าโชคดี
ที่เกิดมาได้ลิ้มรสชาติความรักแล้วล่ะ ไม่เสียชาติเกิด...

ขณะเดวกัน นางเอก ก็สอนความหมายคุณค่าและความสำคัญ
ในการมีชีวิตอยู่ต่อไปให้พระเอกเช่นกัน
ทัศนคติการมองเห็นคุณค่าของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญมาก
การเติมเต็มความรักที่บริสุทธิ์ใ้ห้แก่กัน.. ความรู้สึกพองโตของหัีวใจที่ฉันรับรู้ได้

ฉันแอบมองว่า เมื่อไหร่หนอ ฝ่ายนางเอกจะมาถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไปของเธอซะที
ฉันห่วง กลัวเธอจะหมดแรงสู้ ฉันไม่อยากให้เวลาของเธอหมดเพียงเท่่านี้
ฉันเฝ้าดู เป็นกำลังใจให้เธอเงียบๆ ส่งใจให้เธอเข้มแข็งด้วยเหมือนกัน
มันคงเจ็บปวดมากสินะ สิ่งที่เธอเผชิญอยู่
พลังใจของเธอ ฉันภาวนาให้เธอรักษาระดับจิตให้นิ่ง
และไม่จมกับความทุกข์ ความหมองและเจ็บปวดนานๆ
ฉันยังคงเป็นกำลังใจให้พลังรักของทั้งคู่อยู่
อยากให้ก้าวข้ามขวากหนามสำคัญๆไปได้
สิ่งสำคัญที่สุด คือ จิตใจที่บริสุทธิ์ของทั้งคู่
ความรู้สึกรักอันบริสุทธิ์ที่เธอทั้งสองมีต่อกัน
จะทำให้เธอทั้งคู่ผ่านพ้นความเจ็บปวดไปได้
ฉันเชื่อว่า คนทั้งสอง ทำบุญร่วมกันมาก่อน จึงได้มีชะตามาพบเจอกันเช่นนี้
วันนี้ฉันได้รับรู้ความเป็นไปของนางเอก เธอกลับมาแล้ว ฉันดีใจจัง

ละครเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป...
ฉันได้แต่ภาวนาให้นางเอกเข้มแข็ง มีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป
และพระเอกกล้าพอที่จะออกมารับแสงแห่งความจริง
มุ่งหน้าทำความดี ชดเชยอะไรบางอย่างที่คงได้ทำมาต่อไป
และได้พบเจอกันในเวลาที่เหมาะสมก็ละกัน

ฉันภาวนาให้เขาทั้งคู่ปลอดภัย
ระมัดระวังในทุกๆ สิ่งที่กระทำ ทุกๆทางที่เดินทางไป
และได้มีชะตาชีวิตที่ดีด้วยกันทั้งคู่ล่ะ

ฉันขอบคุณที่เขาทั้งคู่แบ่งปันเรื่องราวน่ารักๆ ของเขา
ให้คนภายนอกอย่างฉันได้ผ่านมารับรู้
หัวใจฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น พลังแห่งรัก
ทำให้หัวใจพองโตไปกับเรื่องราวด้วยจริงๆ

ความรักหนอ เมื่อใดใจได้ลองลิ้มชิมรส มันก่อให้เกิดความรู้สึกปิติเสมอ
ขัดแย้ง ยากจะปล่อยวางจริงๆ ใช่ล่ะ คนแบบนี้มีต้องเจอขัดแยังกันในใจเรื่อยไป

เอาล่ะ เรื่องแรกฉันเก็บจับเรียงร้อยถ้อยคำจากความรู้สึกตามนี้ก่อนล่ะนะ

ยังมีเรื่องรักสะเทือนใจค้างคาในใจฉันอยู่...

จะตกผลึกรวบยอดในลำดับถัดไป

เมื่อดูละคร แล้วมักย้อนดูตัว

คำถามที่ตามใจสงสัย ว่าฉันคงเป็นศิราณีประจำบล็อค
+55 เธอเอ๋ย ฉันไม่ว่างขนาดนั้น
ตัวเป็นๆ ฉันเป็นแค่เด็กกะโปโล นั่งทำงานในตึก 5 ชั้น
วุ่นวายๆ มุมหนึ่งของโลกใบเดวกันนี่แหละ
เป็นคนที่มี รัก โลภ โกรธ หลง และเรียนรู้จัดการ
ขัดเกลาสภาวะอารมณ์ตัวเองเหมือนๆ คนอื่นๆ นั่นแหละ
เธอบอกฉันตอบกินใจ เอ่อ ขอบคุณนะ ฉันไม่รุหรอก กินใจไหม
เพราะเรื่องใดก็ตาม ถ้าฉันเลือกบรรยายออกมาแล้ว
ฉันใช้ใจฉันเขียนมันออกมา จากสิ่งที่ฉันตกผลึกแล้วทั้งสิ้น
เรื่องนอกตัว ฉันไม่รุหรอก...
และฉันเป็นคนมีความไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ด้วย
ฉันจึงยังไม่กล้าพอจะเปิดเผยตัวเองมากนัก

ปล. ไม่แปลกหรอก ที่อาจรับรู้ได้ว่า บางครั้งเราคุ้นเคยใครได้ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันจริงๆ
เพราะเราเคยผ่านความรู้สึกเช่นนั้นมาก่อน จึงคุยและรับรู้ได้กับคนที่เจอและผ่านความรู้สึกแบบเดวกัน หรือ คล้ายๆ กันมาเช่นกัน..



คนไกล เอ๊ย...

เธอล่ะ ทำฉันตะลึง อึ้ง ทึ่ง เสียว กับการรับรู้ความเป็นไปล่าสุดของเธอจริงๆ

เธอคิดอะไรของเธอนะ เธอสื่ออะไรของเธอนะ คะนองไปหรือเปล่าหนอ..

หรือเธอจะกำลังออกแบบทดสอบอยู่ คงไม่ใช่หรอกนะ

เฮ่อ เธอเอ๊ย แบบทดสอบน่ะ ฉันไม่กลัวหรอกนะ แบบทดสอบใดๆ

ตราบใดที่ฉันยังเชื่อมั่นในความดี คุณค่า และรักษาจุดยืน ของตัวเองอยู่

ฉันล่ะกลัวอย่างเดว คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ...

โลกกว้างใหญ่ ใจคนยากหยั่งถึง ใครจะล่วงรู้ความคิดผู้อื่นได้

ฉันไม่อยากให้เธอถูกมองไม่ดี.. ก็เท่านั้น

ทว่าหากเป็นความคิดที่เธอตรึกตรอง รอบคอบในการกระทำดีแล้ว

ฉันก็เคารพการแสดงออกของเธอล่ะ

เพราะสำหรับฉัน เธอยังคงเหมือนเดิม



Create Date : 26 มิถุนายน 2553
Last Update : 26 มิถุนายน 2553 13:23:42 น.
Counter : 336 Pageviews.

6 comments
  
งานเสร็จเเล้วเเน่เลยถึงได้อัพบล็อก เรื่องเศร้า...ละครเรื่องนี้..ถ้าอยากติดตาม..จะทำยังไงดี่เอ่ย...

แวะมาทักทายยามเย็นวันพระค่ะ
โดย: ในความอ่อนไหว วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:18:00:51 น.
  
สวัสดีจ้า ขวัญ

จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป เราอู้มา งานชุดเดิมเสดเกิน 70% แล้ว

แต่ชุดใหม่ยังนอนรออยู่เลย ><

บังเอิญมีเหตุกังวลและค้างใจน่ะ เลยต้องขีดเขียน

ละครเรื่องนี้ เธอเคยผ่านไปแวะทักทายพระเอกเขามาแล้วล่ะ

เขาเองก็คุยกับเธอในบ้านเขาเช่นกัน เธอคงนึกไม่ออก

บ้านเขาเป็นที่ๆ ภาพถ่ายของเขาสวยมาก

รายละเอียดเรื่องเต็มๆ ดูเอานะ อยู่ไม่ไกลนี่แหละ...
โดย: เลื้อย วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:18:54:37 น.
  
สวัสดีจ้า เลื้อย

ตามใจก็มัวแต่ไปหากินของอร่อยๆเยอะเกินนั่นแหละ
เลยไม่ได้อ่านหนังสือ
จนสอบหมวดวิชาภาคเช้าไม่ผ่าน
แงแง....
จะโทดคัยได้ก็ต้องโทดไอ้ความตระกละของตัวเอง
ขาดไปห้าคะแนนผ่าน....นี่ถ้าเค้าเอาคะแนนมารวมกันทั้ง
หมวดเช้าและบ่ายคงจะดีเนอะ
คงผ่านฉลุยเลย
ตอนบ่ายอีกเจ็ดคะแนนเต็มกะตอนเช้าอีกห้าคะแนนผ่าน
แม๊สวรรค์ทำไมไม่เห็นอกเห็นใจตามใจบ้างเลย
ให้เดาถูกอีกแค่ห้าข้อก็ไม่ได้
บ่นซะเยอะเลยก็มันเจ็บใจนี่หน่า

นี่ๆเลื้อยหนีงานมาเขียนล่ะซิ
คงรู้สึกค้างในใจมากซินะ
กำหนดภาวนาเยอะๆขึ้นอีกนะ
จะได้ไม่กังวลมากเกินไป
เรื่องที่เล่านี่เรื่องจริงเหรอ
นางเอกป่วยจริงๆอยู่ช่ายมะ
งั้นตามใจจะภาวนาเผื่อให้เค้าทั้งคู่นะ
ภาวนาให้นางเอกหายจากโรคภัยไข้เจ็บ
ภาวนาขอให้มีความสุขทั้งคู่
และก็สุดท้ายภาวนาให้เลื้อยไม่ต้องคิดมาก
จนอู้งานมาเขียน
อิอิอิอิ
รักษาสุขภาพกายและใจนะจ๊ะ

ตามใจ
โดย: ตามเส้นทางของหัวใจ วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:0:36:42 น.
  
สวัสดีจ้า ตามใจ

เรื่องที่เล่ามา เรามั่นใจของเราว่า เรื่องจริง

เพราะหลักฐานหลายอย่างสะท้อนเช่นนั้น

คำพูด ความรู้สึก อารมณ์ที่สัมผัสได้

นางเอกป่วยจริง พระเอกเฉียดจริง

เราเองก็เป็นกำลังใจให้เขาทั้งคู่เหมือนกัน กับละครชีวิตของพวกเขา

และปกติ เราไม่เขียนเรื่องไม่จริง มันนึกเสริมเติมแต่งไม่ออก

เหตุผลจริงๆ ไม่ใช่ความค้างใจในเรื่องราวหรอก

เพราะเก็บอะไรมาคิด มาตกผลึกเรื่อยๆ อยู่แล้ว

แต่ไม่ได้ถ่ายทอดออกมาทั้งหมดเท่านั้น

ทว่า ความกังวลของเราที่มีต่อเขา.. คนไกล

ต้นเหตุหลักของ Entry นี้

เพียงแค่ "คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ"

แม้จะรู้ว่า เขาเข้าใจ แต่ใจเรายังไม่กล้าพอ

จะบอกเรื่องราวมากมายให้เขารู้หรอก

และเพราะถ้าใส่ใจแล้ว แม้รายละเอียดเล็กๆ

เราก็เก็บมาคิด มากังวลได้เสมอ

แม้จะคิดกำหนด วางเฉยแล้วก็ตาม

สุดท้ายแพ้ใจ ยังห่วง ก็เลยมาแปะไว้นี่แหละ

เราทำดีสุดของเราแล้ว ตอนนี้เราจึงปล่อยวางแล้วลุยงานต่อล่ะ

Delay mission อีกแล้วล่ะ TT

ไว้คุยกันใหม่นะ

take care ja ;)

ปล. คงต้องวางเฉยให้มากกว่านี้อีกจริงๆ ล่ะ

ขอบคุณที่เตือนสติจ๊ะ ;)
โดย: เลื้อย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:8:45:34 น.
  
สวัสดีจ้าเลื้อย

หาดใหญ่ก็เหมือนๆเดิมแหละ
อาจจะเพราะตามใจไปบ่อยมั้ง
เลยไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของหาดใหญ่
ไม่รู้ว่าเลื้อยไม่ได้กลับมานานแค่ไหนแล้ว
ถ้าเป็นสองปีล่ะก้อเปลี่ยนไปเยอะเชียวแหละ
ร้านอาหารเยอะขึ้น
ที่พักเยอะขึ้น
เด็กมัธยมเยอะขึ้น
ก็มี มอ วิทยานุสรณ์เปิดที่แถว 109 นี่น่ะ
ในมอ ก็มีตึกเพิ่มมากขึ้น
อ๋อแล้วร้านกาแฟน่ารักๆหลายที่เปิด
เมื่อก่อนตอนเรียนยังไม่มีเลย

เลื้อยอย่าคิดมากนะ
ตามใจว่าปล่อยวางบ้างก็ดี
อิอิอิ บอกแต่เลื้อยให้ปล่อยวาง
แต่ตัวตามใจเองกลับปล่อยวางไม่ค่อยได้
เหมือนกัน
ได้แต่บอกคนอื่นน่ะแต่ใจตัวเองยังห้ามยากเลย
จะไปห้ามใจคนอื่นได้ไงเนี๊ยเรา
ตามใจก็เข้าใจเลื้อยนะเรื่องความห่วงน่ะ
ตามใจเองก็เป็นห่วงไม่อยากให้เลื้อยคิดมากน่ะ
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
และอะไรที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ
คนเราไม่ทีอะไรได้อย่างใจหวังทุกอย่างหรอกนะ
ไม่งั้นก็ไม่รู้ถึงความสุขน่ะซิ
ช่ายมะ
ไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะ

ตามใจ

ปล.ตามใจอาจจะหายไปนานนะ
สิ้นเดือนงานตามใจเยอะน่ะ
สิ้นเดือนแทบจะสิ้นใจเลยล่ะ
โดย: ตามเส้นทางของหัวใจ วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:23:57:50 น.
  
สวัสดีจ้า เลื้อย

ดูแลสุขภาพนะจ๊ะ แวะมาทักทาย
ช่วงนี้งานยุ่งๆ
ไม่มีเวลามาเล่าอะไรมากมาย
ที่บล็อกก็เอาแต่ที่เคยบันทึกไว้เก่า
มาพิมพ์ไว้
ไม่อยากให้บล็อกเฉาเกินไป
ว่างๆจะมาทักทายใหม่จ้า

ตามใจ

โดย: ตามเส้นทางของหัวใจ วันที่: 30 มิถุนายน 2553 เวลา:21:33:45 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



เลื้อย
Location :
Seoul,  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดี ชาวโลก...ออนไลน์

ขอบคุณที่แวะเข้ามาแล้วเยี่ยมชมค่ะ

นานๆ จึงจะได้มาอัพซักกะครั้งแหละ...
ตามแต่ใจจะพาไป

หากเข้ามาอัพบ่อย ตายแน่เลย
งานท่วมหัว เอาตัวไม่รอด..

จะทักทาย ติชม ประการใด ตามสบายละกัน ^^'

ไว้คุยกันค่ะ ;)

ปล. ชักงงๆนิดหน่อย ตรูแปะไว้คราวก่อน
แล้วไฉนจึงหายไปได้ละเนี่ย...งึ่มๆ