มหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะอยู่ต่ำกว่าแม่น้ำทั้งหลาย.....................
ภาพมาโครซีรี่ส์ใหม่ของแมนต้า








วันนี้เป็นวันอาทิตย์

เป็นวันที่หลายๆคนได้หยุดพัก
แต่ผมต้องมาทำงานงกๆอยู่

ทำงานตั้งแต่แปดโมงจนมาถึงบ่ายสามโมงเย็น
เหนื่อยและเพลียมาก

ความจริงเวลาปิดร้านจะประมาณหนึ่งทุ่ม
แต่ทนไม่ไหวแล้ว บอกให้ลูกน้องปิดร้าน ตอนสามโมงนี่แหละ
ขืนทำต่อมีหวังก่งก๊งไปซะก่อน
ยังไม่อยากจิตตกในตอนนี้

ว่าแล้วก็หยิบกล้องคู่ชีพ พร้อม 105 มาโครใส่รถ
บึ่งไปกินข้าวกับแม่ที่บ้านดีกว่า








ตอนที่ผมรู้สึกว่าทำงานต่อไม่ไหวแล้วเนี่ย
มันรู้สึกมึนๆ หายใจไม่ทั่วท้อง(บางคนเรียกหายใจไม่อิ่ม)
สมาธิสั้น จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ผมรู้ตัวละว่านี่คืออาการเริ่มต้นของความเครียด

จริงๆบางคนถ้าฝึกทำสมาธิมาดีๆ
จะควบคุมสถานการณ์นี้ได้ไม่ยาก
แต่ผมยังฝึกสมาธิได้ไม่ค่อยเก่ง
เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้วิธีการฝึกสมาธิแบบเฉพาะตัวของผม
นั่นก็คือการถ่ายภาพมาโคร

งงแล้วหล่ะสิว่ามันทำให้สมาธิเรานิ่งได้อย่างไร










พี่กะว่าก๋าเคยบอกเอาไว้ว่า

การฝึกสมาธิ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงแค่การนั่งสมาธิ
เอาเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้ายแต่เพียงอย่างเดียว

หากแต่การฝึกสมาธินั้น คือการทำอย่างไรก็ได้
จุดมุ่งหมายคือเพื่อให้จิตของเรานิ่ง ไม่ว่อกแว่ก









ผมเคยลองนั่งสมาธิดู ก็ใช่ว่าผมจะทำไม่ได้
แต่อาจจะยังทำได้ไม่ดีนัก
พอนั่งไปสักพักเดียว จิตมันก็พาลจะคิดวกไปยังเรื่องต่างๆนาๆ

เปรียบเทียบกับตอนที่ผมถ่ายรูปมาโคร
ผมกลับทำสิ่งนี้ได้นานกว่าโดยที่จิตว่อกแว่กน้อยมาก

บางทีผมจ้องแมลงตัวนึงอยู่นานมาก
เพื่อรอโอกาสและเวลาที่เหมาะสม
ผมหายใจช้าๆ ตาจ่อที่วิวไฟน์เดอร์ มือหมุนโฟกัสแบบแมนวลอย่างช้าๆ
นี่คือวิธีการทำสมาธิของผม











ถึงแม้ว่าการถ่ายรูปจะไม่ใช่เป็นการทำสมาธิที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์

แต่อย่างน้อย มันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมคุ้นเคยกับการควบคุมจิตของตัวเองง่ายขึ้น

อีกหน่อยถ้าผมควบคุมสมาธิและจิตใจให้นิ่งๆได้มากกว่านี้
ผมอาจนั่งสมาธิเก่งขึ้นก็ได้










เคยคิดเล่นๆว่าตัวผมในตอนนี้คงเหมือนกับตัวหนอนตัวนึง
ที่วันๆเอาแต่กินๆนอนๆ

แต่หวังเอาไว้ว่าสักวันตัวหนอนที่ไม่ได้เรื่องตัวนี้
จะมีจิตที่แข็งแรงเสมือนเป็นดักแด้ที่ห่อหุ้มตัวเอาไว้

และก็หวังเอาไว้ด้วยว่าสักวันหนึ่ง
ดักแด้ตัวนี้จะกลายเป็นผีเสื้อ ติดปีกโบกโบยบิน
หลุดพ้นจากพันธนาการทางจิตที่ไม่เป็นเรื่อง...อีกนานแค่ไหนหนอ??









ที่พิมพ์บ่นๆมาเนี่ย
ไม่ได้หมายความว่าผมเครียดมากมายน่ะครับ

หลังๆมานี้ ผมไม่ค่อยยอมปล่อยตัวเองให้เครียดมาก
เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผมเริ่มรู้ตัวเองว่ามีอาการเครียด

ผมก็จะหยุดตัวเองจากภาระกิจการงานที่เรารับผิดชอบเอาไว้ก่อน
แล้วหาเวลาให้ตัวเองเพื่อให้จิตใจปลอดโปร่ง
ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่ทำให้เราปวดหัว

เทียบกับเมื่อก่อน ผมมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังมีความเครียด
เมื่อมีอาการดังกล่าวที่ผมได้พูดเอาไว้ตอนต้นๆ ผมก็ยังเพิกเฉยกับมัน
ฝืนทำงานต่อไปเรื่อยๆ

ผลก็คือ......ตูมมมมมมม!!!
จิตตกอย่างรุนแรงครับ บางทีจิตตกจนไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว
นานเลยครับ กว่าจะฟื้น









เมื่อก่อนเวลามีปัญหาหลายๆอย่างมารุมเร้า
ผมมักจะดันทุรังแก้ปัญหา โดยที่บางทีตัวเราเองไม่ค่อยมีความพร้อม ณ เวลานั้น

ยิ่งแก้มันก็ยิ่งยุ่งเหยิง
ยิ่งคลายมันก็ยิ่งอีรุงตุงนัง

พักหลังๆมา เวลาที่มีปัญหาและผมยังไม่พร้อมที่จะแก้ไขมัน ณ ตอนนั้น
ผมจะพยายามสร้างเกราะขึ้นมาเพื่อบดบังปัญหานั้นๆก่อน
แต่ไม่ได้บดบังเอาไว้ตลอด ตอนที่เราอยู่ในเกราะส่วนตัวของเรานั้น
เราจะใช้เวลานั้นคิดอย่างถ้วนถี่เพื่อแก้ปัญหา
และในที่สุดแล้วเราจะเห็นได้ว่า บางปัญหามันมีทางแก้ที่ง่ายนิดเดียว

แต่บางปัญหาก็อาจจะยังแก้ไม่ได้ อันนี้ก็ต้องว่ากันต่อไป
อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าดันทุรังแก้ปัญหาอย่างไร้สติไม่ใช่เหรอ?










เห็นภาพนี้แล้วผมนึกถึง"สิงห์โตหมอบ"
ที่คุณกะว่าก๋าเคยพูดเอาไว้

ภาวะสิงห์โตหมอบของพี่กะว่าก๋านั้นหมายถึง

การรอคอย อดทนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆวัน
การอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่งผยอง ว่าตัวเองคิดหรือทำได้เหนือใคร
การพักผ่อนแบบสงบ นิ่ง และมีความสุข
การนิ่งรับกับทุกสถานการณ์ด้วยสติและความคิด









และพี่กะว่าก๋าก็ยังได้สอนเอาไว้อีกว่า

"ควรปล่อยตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของโลก
และไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้เชื่อหรือคิดเหมือนเรา

เขาคือเขา เราคือเรา
มองให้เห็นข้อดีของทุกคนที่ได้พบ

ใครที่เคยชิงชัง โกรธแค้น ค่อยๆให้อภัยเขา อโหสิกรรม
ยกโทษในความผิดพลาดที่เคยมีของตัวเอง
และยกโทษให้กับสิ่งที่ผู้อื่นได้เคยทำไม่ดีไว้กับเรา....
มองทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ,ธรรมชาติอย่างที่มันเป็นอยู่"










จริงสิน่ะ
.
.

หรือว่าที่เราเป็นคนเครียดง่ายนั้นเป็นเพราะเราไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโลก
เราคาดหวังที่จะให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น

เราคาดหวังที่จะให้คนอื่นเปลี่ยนความคิดให้เหมือนกับเรา









หากว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเองหล่ะ?

เราเปลี่ยนตัวเองโดยให้เรามีชีวิตที่กลมกลืนกับโลกของเรา
ยอมรับในกฏของความเปลี่ยนแปลง
ไม่ฝืนในสิ่งที่มันเกิดขึ้น

มองทุกอย่างในแง่ที่เป็นบวกมากขึ้น
ทำตัวเองให้โอนอ่อนไปกับกฏของธรรมชาติ

เฉกเช่นดอกไม้ที่เบ่งบานรับความสดใสของแสงแดด
แต่หุบกลีบเมื่อยามความมืดมิดที่น่ากลัวเข้ามาครอบคลุม










หากเราทำได้เช่นนี้แล้ว
ชีวิตเราก็คงจะเปรียบเสมือนดังหยดน้ำใส

ที่สะท้อนแสงแห่งความสว่างเรืองรอง
ยืดหยุ่นกลิ้งลิ้วล้อไปบนใบไม้ได้ในยามที่มีพายุพัดมาอย่างไม่สะทกสะท้าน

...................

ขอบคุณที่แวะมารับชมภาพครับ

และขอบคุณพี่กะว่าก๋าสำหรับข้อความสอนใจดีๆที่ผมแวะเวียนไปเติมเต็มอยู่เรื่อยๆ
(แม้ว่าบางครั้งเติมไปแล้วอาจจะมีรั่วซึมออกไปบ่อยๆก็ตาม)

















Create Date : 21 กรกฎาคม 2551
Last Update : 23 สิงหาคม 2552 16:56:13 น. 33 comments
Counter : 1756 Pageviews.

 
เพลงประกอบน่ารักมากเลยหมอ ^^
ชอบแมลงทับอะค่ะ สีสวยบาดใจจริงๆ เลย

เวลาเราเครียดๆ เราก็ชอบออกไปถ่ายรูป แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายมาโคร แหะๆ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:59:03 น.  

 
แวะมาชมภาพค่ะ
ชอบรูปหยดน้ำบนใบไม้
มันดูกลม ๆ กลิ้ง ๆ ดีจังค่ะ
รูปแมลงสีม่วงก็สีสวยค่ะ เค้าเรียกว่าแมลงอะไรเหรอคะ

เรื่องจิตตกเนี่ย
อ่านแล้วก็...อืมมม...จริงด้วยแฮะ
เราก็เป็นบ่อยเลย
บางทีเราก็ควบคุมได้ แต่บางทีก็ฟุ้งซ่านเหมือนกัน
ยังควบคุมได้ไม่ค่อยดีเหมือนกัน
แต่พี่เบสดีนะ มีวิธีทำสมาธิตามแบบฉบับของตัวเอง
อย่างน้อยก็ทำให้จิตสงบชั่วครู่เวลาถ่ายรูป จริงไหมคะ


โดย: Almondblist วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:59:24 น.  

 
โห เป็นการทำสมาธิแบบสมัยใหม่นะค่ะคุณหมอ
แต่ว่าไปแล้วการทำอะไรที่แบบว่าทำให้เราปล่อยวาง
เย็นใจ เพลินๆ และพักผ่อนได้อย่างนี้ก็นับว่าสุดยอดค่ะ
เพราะนอกจากเราจะได้สบายใจแล้ว คนเข้ามาดูภาพ
ก็ยังอารมณ์ดีแล้วตะลึงไปด้วยค่ะว่า ..

ถ่ายได้ยังไงหนอ สวยจัง ...


........

แต่จริงนะค่ะว่าการถ่ายรูปทำให้เราจดจ่อ เคยนั่งรอถ่าย
ผีเสื้อตั้งนาน นานจนแบบที่ว่าคนข้างๆ หนีกลับบ้าน
ก่อนน่ะค่ะ .. ไอ้เรามีรึว่าจะตามกลับ เพราะว่าภารกิจยังไม่เสร็จ
ก็เลยต้องรอก่อน พอได้ถ่ายแล้วถึงได้กลับบ้านน่ะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:15:32 น.  

 
แมลงสีม่วงเนี่ย ผมไม่รู้จักชื่อจริงๆครับ

แต่สีสันมันสวยจริงๆ
มันเหมือนน้ำยาทาเล็บมากเลยครับ
มีม่วงประกายมุขซะด้วย

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมน่ะครับ


โดย: Dr.Manta วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:52:55 น.  

 
แสดงว่าแถวบ้านยังสมบูรณ์อยู่จริงๆ เลยนะเนี่ย
เสาร์-อาทิตย์ เหงาป่ะ


โดย: butbbj วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:35:56 น.  

 
น้อง butbbj หมายถึงว่าบ้านพี่เป็นบ้านน๊อกบ้านนอก ใช่ป่ะ

เสาร์ไม่ทำงานครับ

อาทิตย์ก็ทำถึงบ่ายสามเพราะเบื่อและจิตตกไปวูบนึงครับ


โดย: Dr.Manta วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:40:54 น.  

 
สวัสดีครับคุณหมอ


อิจฉาคุณหมอนะครับ
มีแมลงให้ถ่ายเพียบเลย 555
แสดงว่าแถวนั้นไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเยอะครับ

ที่ร้านผมมีฉีดยาฆ่าแมลงบ้าง
แมลงน้อยมากครับ
ดอกไม้สวย แต่ไร้รอบกัดของแมลง
ผมว่ามันเป็นอะไรแห้งแล้งในความรู้สึกมากครับ
เพราะมันไม่มีชีวิตชีวา.....


ขอบคุณนะครับ
มีชื่อผมอยู่ในบล้อกคุณหมออยู่บ่อยครั้ง
อ่านไปก็พยายามคิดตามว่าประโยคเหล่านี้อยู่ในไหนน้อ
แบบว่าลืมไปแล้วครับ 55555


ชอบสุดๆคงเป็นรูปเต่าทองสีโปร่งใสนั่นนะครับ
แล้วก็แมงทับ แล้วก็กุหลาบ
รูปอื่นก็สวย แต่ถ้าให้ชอบ
ผมจะชอบ 3 ภาพนี้มากที่สุด


.........................


ผมเองก็ไม่ได้เอาชนะความเครียดที่เกิดจากการงานได้ในทุกครั้งหรอกครับ
วันสองวันมานี้ก็มีเรื่องให้หงุดหงิดกวนใจ
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ทุกครั้งผมก็หงุดหงิด
และคิดไปเรื่อยๆว่าจะจบปัญหานี้ยังไง
แบบจินตนาการไว้เองเสร็จสรรพว่าจะพูดยังไง
จะจบยังไง 55555

ไม่สนุกเลยครับ ไม่ชอบตอนตัวเองอารมณ์แรงๆด้วย
แต่ดีที่รู้ตัวเร็ว ตอนนี้ผมนิ่งและวางมันไว้
เพราะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
ไปคิดล่วงหน้าทำไมให้ปวดหัว
แถมยังทำลายวินาทีที่เราจะมีความสุขในปัจจุบันขณะด้วย


นานๆทีเป็นเจ้านายจอมโหดก็ดีเหมือนกันนะครับ 5555


ปล . ใบที่เห็นเป็นใบซอมพอแสดครับคุณหมอ
มิใช่ใบกระถินแต่อย่างใด อิอิอิ



โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:53:45 น.  

 
ความจริงวันนี้ผมตื่นเช้าขึ้นมา
มองตัวเองในกระจก
ผมถามตัวเอง"ทำไมผมทำงานแล้วไม่มีความสุข"

วันนี้ผมเลยทำงานอย่างซังกะตาย

แต่ตอนนี้ผมลองเปลี่ยนคำถามใหม่
"ทำอย่างไรจึงจะทำงานอย่างมีความสุข"

ลองมาดูซิว่ารอบบ่ายมันจะได้คำตอบไหม?

^
^

ตอนที่ผมเบื่อหน่ายที่สุดในงานตัวเอง
ผมจมอยู่กับความเบื่อ เซ็ง เครียดอยู่ 4 ปีนะครับ

สุดท้ายคำถามที่ผมถามตัวเองคือ

"ความสุขที่มีอยู่ในงานที่ทำอยู่ตรงไหน ?"

คราวนี้เป็น "ตรงไหน ?" แล้วครับคุณหมอ 555

ไม่ใช่ คำถามที่ว่า "อะไร ?"
และ "อย่างไร ?"


--- พอถามแบบนี้
ผมก็ตอบตัวเองว่างานที่ทำอยู่มันสอนให้ผมได้เจอคนทุกระดับ
ทุกความคิด นี่อาจเป็นข้อดีที่สุดของงานที่ทำอยู่

ทุกวันนี้ก็เบื่อนะครับ 5555 เพราะงานมันซ้ำๆ
แต่ผมก็ยังสนุกกับการมองดูคน
เรียนรู้คน....
ซึ่งผมคิดว่าไม่มีหนังสือใดในโลก
ที่รวบรวมความดี-เลว-ได้ดีไปกว่าตัวมนุษย์อีกแล้วครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:58:59 น.  

 
หุหุหุ

ขออภัยนะครับ
ในชีวิตจริงผมคงสกายคิกใครไม่ได้หรอกครับ

ผมโดดไม่ขึ้น ว่ะฮะฮ่าๆๆๆๆๆ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:08:27 น.  

 

เห็นรูปนี้แล้วคิดถึงสมัยเด็กๆ หนีพ่อไปจับเจ้าเต่าทองแบบนี้ทุกวันเลยในช่วงปิดภาคเรียน มันสวยมาก แต่ที่เชียงของไม่เคยเห็นเลยค่ะ ตอนนี้มันก็หายากเต็มทีแล้วค่ะหมอ ป่าสมบูรณ์และไม่มีมลพิษรบกวนเท่านั้นที่เราจะหาความสวยงามแบบนี้ได้ คนเราไม่ค่อยเคารพธรรมชาติ มีแต่ตักตวงและเอาผลประโยชน์อย่างเดียว เศร้าจริงๆ

ภาพสวยงามทุกรูปค่ะ ชอบๆทุกรูปค่ะ


โดย: นักเดินทางพเนจร วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:18:58 น.  

 
เป็นผู้ป่วยที่โดนหางกระเบนแทงอีกราย ภาพสวยมากเลย แวะมาบ่อยแต่ไม่ได้เม้นซ่ะที


โดย: sayphon IP: 125.26.55.93 วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:31:56 น.  

 

เท่ห์มั่กๆ เลยหละจ๊ะพี่หมอ
ทำสมาธิด้วยการถ่ายรูปมาโคร.. กิ๊บ มากๆ
เวลาเครียดๆ แล้วได้พักสมอง
หันไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ
ก็ดูน่าสบายใจและผ่อนคลายดีเหมือนกันนะ..

..แบบว่าเหนื่อยก็พัก หนักก็ผ่อน
นอนตื่นมาค่อยคิดหาวิธีแก้ไขกันใหม่เนอะ



วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
มีโอกาสไปบริจาคเลือดมาหละ
กว่าจะเต็มตามจำนวน..เกือบหลับเลย
พยาบาลบอกว่าเส้นเลือดแฟบง่ะ
ทำให้พักหลังเวลาเจาะจะหาเส้นเลือดยากหน่อย..


รักษาสุขภาพนะจ๊ะพี่หมอ


โดย: สะพานไม้ วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:13:31 น.  

 
เหอๆ เที่ยวเปงงานหลักค่ะ เอ๊ย! ไม่ใช่ๆ ทำงานน่ะ 5 วัน อีก 2 วัน เปงวันเที่ยวไง้ อิอิ


โดย: butbbj วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:00:24 น.  

 
ถ้าเราแต่งงาน อาการจิตตกจะหายหรือเปล่าคะ ฮี่ๆ


โดย: butbbj วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:05:20 น.  

 
- เป็นไงบ้างครับน้องหมอเบส ... ถ่ายมาโครแล้วเครียดดีมั้ยอ่ะ (ออกแนวสวนทาง....แต่จริงอ่ะครับ)

- งามแต้ๆ แม่แมลงน้อยของหมอ


โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:21:46 น.  

 
เลนส์ใหม่แจ่มแท้ๆค่ะ สวยหยดย้อยเลย
อยากถ่ายมาโครแบบนี้บ้าง รอถอยเลนส์ใหม่อยู่เหมือนกันค่ะ แต่อาจเป็นมือสองดีๆซักตัวก็พอแระ


โดย: มาเรีย ณ ไกลบ้าน วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:42:59 น.  

 

สวย เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของแมลง
สัมผัสได้ถึงความจดจ่อ และสมาธิ ช่วงที่เก็บภาพมา


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:21:48 น.  

 
เลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะชอบภาพไหน..

สวยทุกภาพเลยค่ะ..

จะติดตามซี่รี่ส์ตอนต่อไปค่ะ..





โดย: iamorange วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:35:38 น.  

 
+ โทษทีครับหมอเบส ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยได้อยู่กับเน็ตอ่ะครับ เลยไม่ค่อยได้แวะมาเยี่ยมเยียนเท่าไหร่อ่า

+ เรื่องสมาธิ เห็นด้วยกับคุณก๋านะครับว่า จริงๆ แล้วกับบางคน ถ้าวิธีการแบบ 'Pure สมาธิ' ไม่ได้ผล ก็คงต้องใช้กุศโลบาย แบบที่หมอเอาสิ่งที่รัก มาโยงเข้ากับสมาธิเนี่ยแหละครับ เจ๋งแล้ว (ก็เหมือนกับการเรียนการสอนแบบ child-centered นั่นแล) พอได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและอยากจะทำ สมาธิก็จะบังเกิดเอง แบบที่หมอเป็นอ่ะครับผม

+ ดีใจด้วยกับกับการได้เป็น 1 ใน 20 คนในหน้าที่แล้วนะครับ (พอดีได้ย้อนกลับไปอ่าน) เด๋วไว้มีความคืบหน้า หมอเบสคงอัพลงบล็อกต่อแหละเนาะครับ อุๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:28:18 น.  

 
อยากไปกินข้าวกับแม่เรามั่งจัง


โดย: sasil วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:33:22 น.  

 
ยินดีด้วยครับที่คุณหมอสามารถเข้า
สมาธิได้ด้วยการกำหนดใจให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่สนใจเพียงอย่างเดียว จึงเกิดสมาธิที่
สมบูรณ์ที่สุดแล้ว เพราะถ้ากำหนด ยุบหนอ พองหนอ ที่เราไม่สนใจสักหน่อย ก็จะมีสิ่ง
ที่เราสนใจกว่าเข้ามาแทรกได้ง่าย ฝืนทำ
ไปสมาธิก็ไม่เกิด

แล้วผลจากอุบายที่เข้าสมาธิได้นี้ นอกจาก
ทำให้คุณหมอคลายเครียดได้แล้ว ยังได้ภาพ
สวยๆเก็บไว้ให้ตัวเองและเพื่อนๆชื่นชมด้วย


โดย: หนูหล่อ IP: 203.144.143.196 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:39:01 น.  

 
อยากได้มาโค มั่งจังงงงงงง


โดย: อืม...ครับ เชิญตามสบาย วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:01:49 น.  

 
เครียดมาก ๆ หน้าแก่เน้อหมอ ท่องไว้ เครียดแล้วหน้าแก่ ๆๆ เดี๋ยวก็เลิกเครียดเองเพราะกลัวหน้าแก่....อิอิ


โดย: อู๊ดอี๊ด IP: 202.28.47.15 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:01:22 น.  

 
คุณหมอถามแบบนี้
ผมจะตอบยังไงดีล่ะครับ หุหุหุ
พระอาทิตย์กับพระจันทร์
ไม่อาจเจอกัน
เพราะต้องคำสาป
สงัสยจะมีแต่รักแท้เท่านั้น
ที่ลายคำสาปได้นะครับ 55555

กลิ่นน้ำเน่าลอยมาเลยนะครับเนี่ย 5555


คนรักของฟรีแบบผม
ไม่มีวันเสียตังค์ครับคุณหมอ 5555

ตอนนี้มัลติพลายที่เล่นแบบฟรี
ยัง zoom in รูปได้ขนาด 1000 พิกเซลครับ
เหลือๆเลยครับ เวลาเอาลงบล็อก อิอิอิ



โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:59:46 น.  

 
พี่ว่าเบส ทำงกๆๆๆๆ จริงๆ ด้วย อ่อ ทำงานงกงกหนะ ช่วงนี้เจ้าแทมรอนของพี่ยังไม่ได้ปฏิบัติงานเลยอ่ะ สงสัยต้องตามตัวมาใช้งานซะแล้วววว


โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:54:02 น.  

 
ชอบตัวนี้อะพี่...สีสวยมากๆ



โดย: สิงห์นครพิงค์ วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:08:14 น.  

 
สวยมากค่ะคุณหมอ


โดย: ammataya วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:43:29 น.  

 
ภาพยังสุดยอดเหมือนเดิมครับ

ว่าแต่อารมณ์ศิลปินดีครับ จิตตกปุ๊บ ปิดคลีนิค ออกถ่ายรูปเลย

เหนื่อยๆบางทีถ้าไม่ไหว มันก็คือไม่ไหวล่ะเนอะครับ ฝืนทำไปเดี๋ยวน๊อตหลุดจะไม่คุ้มเปล่าๆ



โดย: jonykeano วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:35:48 น.  

 
เวลาที่เราเศร้า
เราก็คว้ากล้องออกไปถ่ายรูปเหมือนกัน


โดย: VELEZ วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:44:15 น.  

 
โปแป้งเข้าใจเอาเองนะว่าสมาธินั้นคือการจดจ่อปักดิ่งลึกลงไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นงานหรืออะไรซักอย่าง เคยอ่านมาจากหนังสือของท่านพุทธทาส....ก็...ทำสมาธิบ่อยๆกับการทำงาน...ส่วนไปนั่งเป็นจริงจังนั้นยังไม่เคยค่ะ
เวลาถ่ายรูปนี่มันสุขมากๆนะ เจ้าหนอนเสีย2-3วันส่งซ่อมแทบจะคลั่งเป็นมนุษย์หมาป่าเลย .........ยังมิได้ซื้อมาโครเลย ใช้แต่เลนส์คิด กะว่าเก่งๆแล้วจะถอยซักตัวนึงนะ


โดย: popang IP: 58.136.75.12 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:31:20 น.  

 
สวยมาก ๆ เลยค่ะ ชอบทุกภาพเลย โดยเฉพาะตัวสีม่วง ๆ ค่ะ จะแวะเข้ามาดูเรื่อย ๆ นะคะ


โดย: joyjung IP: 117.47.17.49 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:36:33 น.  

 
好漂亮哦。。สวยค่ะ


โดย: หวาน IP: 220.188.104.68 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:15:37:05 น.  

 
ซาหวาดดีน้าค้าพี่หมอแวะมาเยี่ยมจ้า เห็นพี่ที่ทำงานนั่งอ่าน blog อย่างน่าสนใจทีเดียว เหอๆเลยแอบเข้ามาอ่านมั้ง มันน่าสนใจจิงๆด้วย ชอบอ่ะคะ
แล้วจาแวะมาบ่อยๆเลย โหะๆๆ


โดย: artane naka IP: 222.123.98.204 วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:18:20:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Dr.Manta
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




&key



Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dr.Manta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.