ภาพมาโครซีรี่ส์ใหม่ของแมนต้า

วันนี้เป็นวันอาทิตย์
เป็นวันที่หลายๆคนได้หยุดพัก แต่ผมต้องมาทำงานงกๆอยู่
ทำงานตั้งแต่แปดโมงจนมาถึงบ่ายสามโมงเย็น เหนื่อยและเพลียมาก
ความจริงเวลาปิดร้านจะประมาณหนึ่งทุ่ม แต่ทนไม่ไหวแล้ว บอกให้ลูกน้องปิดร้าน ตอนสามโมงนี่แหละ ขืนทำต่อมีหวังก่งก๊งไปซะก่อน ยังไม่อยากจิตตกในตอนนี้
ว่าแล้วก็หยิบกล้องคู่ชีพ พร้อม 105 มาโครใส่รถ บึ่งไปกินข้าวกับแม่ที่บ้านดีกว่า

ตอนที่ผมรู้สึกว่าทำงานต่อไม่ไหวแล้วเนี่ย มันรู้สึกมึนๆ หายใจไม่ทั่วท้อง(บางคนเรียกหายใจไม่อิ่ม) สมาธิสั้น จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ผมรู้ตัวละว่านี่คืออาการเริ่มต้นของความเครียด
จริงๆบางคนถ้าฝึกทำสมาธิมาดีๆ จะควบคุมสถานการณ์นี้ได้ไม่ยาก แต่ผมยังฝึกสมาธิได้ไม่ค่อยเก่ง เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้วิธีการฝึกสมาธิแบบเฉพาะตัวของผม นั่นก็คือการถ่ายภาพมาโคร
งงแล้วหล่ะสิว่ามันทำให้สมาธิเรานิ่งได้อย่างไร

พี่กะว่าก๋าเคยบอกเอาไว้ว่า
การฝึกสมาธิ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงแค่การนั่งสมาธิ เอาเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้ายแต่เพียงอย่างเดียว
หากแต่การฝึกสมาธินั้น คือการทำอย่างไรก็ได้ จุดมุ่งหมายคือเพื่อให้จิตของเรานิ่ง ไม่ว่อกแว่ก

ผมเคยลองนั่งสมาธิดู ก็ใช่ว่าผมจะทำไม่ได้ แต่อาจจะยังทำได้ไม่ดีนัก พอนั่งไปสักพักเดียว จิตมันก็พาลจะคิดวกไปยังเรื่องต่างๆนาๆ
เปรียบเทียบกับตอนที่ผมถ่ายรูปมาโคร ผมกลับทำสิ่งนี้ได้นานกว่าโดยที่จิตว่อกแว่กน้อยมาก
บางทีผมจ้องแมลงตัวนึงอยู่นานมาก เพื่อรอโอกาสและเวลาที่เหมาะสม ผมหายใจช้าๆ ตาจ่อที่วิวไฟน์เดอร์ มือหมุนโฟกัสแบบแมนวลอย่างช้าๆ นี่คือวิธีการทำสมาธิของผม

ถึงแม้ว่าการถ่ายรูปจะไม่ใช่เป็นการทำสมาธิที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์
แต่อย่างน้อย มันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมคุ้นเคยกับการควบคุมจิตของตัวเองง่ายขึ้น
อีกหน่อยถ้าผมควบคุมสมาธิและจิตใจให้นิ่งๆได้มากกว่านี้ ผมอาจนั่งสมาธิเก่งขึ้นก็ได้

เคยคิดเล่นๆว่าตัวผมในตอนนี้คงเหมือนกับตัวหนอนตัวนึง ที่วันๆเอาแต่กินๆนอนๆ
แต่หวังเอาไว้ว่าสักวันตัวหนอนที่ไม่ได้เรื่องตัวนี้ จะมีจิตที่แข็งแรงเสมือนเป็นดักแด้ที่ห่อหุ้มตัวเอาไว้
และก็หวังเอาไว้ด้วยว่าสักวันหนึ่ง ดักแด้ตัวนี้จะกลายเป็นผีเสื้อ ติดปีกโบกโบยบิน หลุดพ้นจากพันธนาการทางจิตที่ไม่เป็นเรื่อง...อีกนานแค่ไหนหนอ??

ที่พิมพ์บ่นๆมาเนี่ย ไม่ได้หมายความว่าผมเครียดมากมายน่ะครับ
หลังๆมานี้ ผมไม่ค่อยยอมปล่อยตัวเองให้เครียดมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผมเริ่มรู้ตัวเองว่ามีอาการเครียด
ผมก็จะหยุดตัวเองจากภาระกิจการงานที่เรารับผิดชอบเอาไว้ก่อน แล้วหาเวลาให้ตัวเองเพื่อให้จิตใจปลอดโปร่ง ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่ทำให้เราปวดหัว
เทียบกับเมื่อก่อน ผมมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังมีความเครียด เมื่อมีอาการดังกล่าวที่ผมได้พูดเอาไว้ตอนต้นๆ ผมก็ยังเพิกเฉยกับมัน ฝืนทำงานต่อไปเรื่อยๆ
ผลก็คือ......ตูมมมมมมม!!! จิตตกอย่างรุนแรงครับ บางทีจิตตกจนไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว นานเลยครับ กว่าจะฟื้น

เมื่อก่อนเวลามีปัญหาหลายๆอย่างมารุมเร้า ผมมักจะดันทุรังแก้ปัญหา โดยที่บางทีตัวเราเองไม่ค่อยมีความพร้อม ณ เวลานั้น
ยิ่งแก้มันก็ยิ่งยุ่งเหยิง ยิ่งคลายมันก็ยิ่งอีรุงตุงนัง
พักหลังๆมา เวลาที่มีปัญหาและผมยังไม่พร้อมที่จะแก้ไขมัน ณ ตอนนั้น ผมจะพยายามสร้างเกราะขึ้นมาเพื่อบดบังปัญหานั้นๆก่อน แต่ไม่ได้บดบังเอาไว้ตลอด ตอนที่เราอยู่ในเกราะส่วนตัวของเรานั้น เราจะใช้เวลานั้นคิดอย่างถ้วนถี่เพื่อแก้ปัญหา และในที่สุดแล้วเราจะเห็นได้ว่า บางปัญหามันมีทางแก้ที่ง่ายนิดเดียว
แต่บางปัญหาก็อาจจะยังแก้ไม่ได้ อันนี้ก็ต้องว่ากันต่อไป อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าดันทุรังแก้ปัญหาอย่างไร้สติไม่ใช่เหรอ?

เห็นภาพนี้แล้วผมนึกถึง"สิงห์โตหมอบ" ที่คุณกะว่าก๋าเคยพูดเอาไว้
ภาวะสิงห์โตหมอบของพี่กะว่าก๋านั้นหมายถึง
การรอคอย อดทนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆวัน การอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่งผยอง ว่าตัวเองคิดหรือทำได้เหนือใคร การพักผ่อนแบบสงบ นิ่ง และมีความสุข การนิ่งรับกับทุกสถานการณ์ด้วยสติและความคิด

และพี่กะว่าก๋าก็ยังได้สอนเอาไว้อีกว่า
"ควรปล่อยตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของโลก และไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้เชื่อหรือคิดเหมือนเรา
เขาคือเขา เราคือเรา มองให้เห็นข้อดีของทุกคนที่ได้พบ
ใครที่เคยชิงชัง โกรธแค้น ค่อยๆให้อภัยเขา อโหสิกรรม ยกโทษในความผิดพลาดที่เคยมีของตัวเอง และยกโทษให้กับสิ่งที่ผู้อื่นได้เคยทำไม่ดีไว้กับเรา.... มองทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ,ธรรมชาติอย่างที่มันเป็นอยู่"

จริงสิน่ะ . .
หรือว่าที่เราเป็นคนเครียดง่ายนั้นเป็นเพราะเราไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโลก เราคาดหวังที่จะให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น
เราคาดหวังที่จะให้คนอื่นเปลี่ยนความคิดให้เหมือนกับเรา

หากว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเองหล่ะ?
เราเปลี่ยนตัวเองโดยให้เรามีชีวิตที่กลมกลืนกับโลกของเรา ยอมรับในกฏของความเปลี่ยนแปลง ไม่ฝืนในสิ่งที่มันเกิดขึ้น
มองทุกอย่างในแง่ที่เป็นบวกมากขึ้น ทำตัวเองให้โอนอ่อนไปกับกฏของธรรมชาติ
เฉกเช่นดอกไม้ที่เบ่งบานรับความสดใสของแสงแดด แต่หุบกลีบเมื่อยามความมืดมิดที่น่ากลัวเข้ามาครอบคลุม

หากเราทำได้เช่นนี้แล้ว ชีวิตเราก็คงจะเปรียบเสมือนดังหยดน้ำใส
ที่สะท้อนแสงแห่งความสว่างเรืองรอง ยืดหยุ่นกลิ้งลิ้วล้อไปบนใบไม้ได้ในยามที่มีพายุพัดมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
...................
ขอบคุณที่แวะมารับชมภาพครับ
และขอบคุณพี่กะว่าก๋าสำหรับข้อความสอนใจดีๆที่ผมแวะเวียนไปเติมเต็มอยู่เรื่อยๆ (แม้ว่าบางครั้งเติมไปแล้วอาจจะมีรั่วซึมออกไปบ่อยๆก็ตาม)
| Create Date : 21 กรกฎาคม 2551 |
| Last Update : 23 สิงหาคม 2552 16:56:13 น. |
|
33 comments
|
| Counter : 2496 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: Almondblist วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:59:24 น. |
|
|
|
โดย: JewNid วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:15:32 น. |
|
|
|
โดย: Dr.Manta วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:52:55 น. |
|
|
|
โดย: butbbj วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:35:56 น. |
|
|
|
โดย: Dr.Manta วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:40:54 น. |
|
|
|
โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:53:45 น. |
|
|
|
โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:58:59 น. |
|
|
|
โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:08:27 น. |
|
|
|
| โดย: sayphon IP: 125.26.55.93 วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:31:56 น. |
|
|
|
โดย: สะพานไม้ วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:13:31 น. |
|
|
|
โดย: butbbj วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:00:24 น. |
|
|
|
โดย: butbbj วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:05:20 น. |
|
|
|
โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:21:46 น. |
|
|
|
โดย: iamorange วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:35:38 น. |
|
|
|
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:28:18 น. |
|
|
|
โดย: sasil วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:33:22 น. |
|
|
|
| โดย: หนูหล่อ IP: 203.144.143.196 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:39:01 น. |
|
|
|
| โดย: อู๊ดอี๊ด IP: 202.28.47.15 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:01:22 น. |
|
|
|
โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:59:46 น. |
|
|
|
โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:54:02 น. |
|
|
|
โดย: ammataya วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:43:29 น. |
|
|
|
โดย: jonykeano วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:35:48 น. |
|
|
|
โดย: VELEZ วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:44:15 น. |
|
|
|
| โดย: popang IP: 58.136.75.12 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:31:20 น. |
|
|
|
| โดย: joyjung IP: 117.47.17.49 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:36:33 น. |
|
|
|
| โดย: หวาน IP: 220.188.104.68 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:15:37:05 น. |
|
|
|
| โดย: artane naka IP: 222.123.98.204 วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:18:20:19 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ชอบแมลงทับอะค่ะ สีสวยบาดใจจริงๆ เลย
เวลาเราเครียดๆ เราก็ชอบออกไปถ่ายรูป แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายมาโคร แหะๆ