ฟ้าใสที่ตุรกี ตอนย้อนอดีต

      Troy เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราเรียกว่าซากเมืองได้อย่างเต็มปาก จาก Canakkale ไปที่ซากเมือง Troy ใช้เดินทางไม่นาน สิ่งที่คนส่วนใหญ่แห่ไปดูก่อนก็คือม้าไม้จำลองตัวใหญ่ (คนสามารถปีนขึ้นไปเข้าท้องม้าได้ เผื่อจะมีใครอยากจำลองตัวเองเป็นทหารกรีกที่ซ่อนอยู่ในม้าไม้ช่วงสงคราม Trojan) จากม้าไม้จำลองเราก็จะเดินไปชมแนวกำแพง, กองหินและโครงสร้างที่เหลือของเมืองที่ถูกสร้างใหม่บนที่เดิม 9 ครั้งตั้งแต่ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล (เมือง Troy ของ Homer น่าจะเป็นเมืองเก่าลำดับที่ 7 เพราะมีหลักฐานว่าถูกทำลายโดยสงครามประมาณ 1,250 ก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับสิ่งที่เขียนใน Iliad ของ Homer) เราคิดว่าถ้าจะดู Troy ให้สนุก ควรมากับคนที่รู้ประวัติศาสตร์ เพราะจะต้องใช้จินตนาการนิดหน่อยที่จะนึกภาพเมืองที่ยิ่งใหญ่อย่าง Troy จากสิ่งที่เหลือค่ะ

ม้าไม้ในสงคราม Trojan ตามจินตการของคนยุคศตวรรษที่ 20

เมืองที่ถูกสร้างบนที่เดิม 9 ครั้ง (ตัวเลขแสดงเมืองแต่ละยุค)

ซากที่เหลือของ Troy มีทั้งโรงละครเล็กๆ, กำแพง, ป้อม ฯลฯ

      เมืองสำคัญอีกเมืองในสมัยโบราณคือ Pergamum (เมือง Bergama ในปัจจุบัน) ที่มีทั้ง Acropolis (เป็นที่พบปะของชาวเมือง) และ Asklepion (สถานพยาบาลแห่งแรกๆในยุคโบราณ) เราไป Acropolis ซึ่งตั้งบนยอดเขาและต้องนั่งกระเช้าขึ้นไป วิวจากยอดเขาทำให้สามารถจินตนาการได้ไม่ยากถึงตอนที่ Pergamum ยังรุ่งเรือง สิ่งก่อสร้างที่นี่ยังเหลือโครงสร้างมากกว่าที่ Troy แต่ Temple of Trajan และแท่นบูชา Zeus ก็เหลือแต่เสาและกองหิน รวมทั้งห้องสมุดของ Pergamum ที่เขาว่าเป็นหนึ่งในห้องสมุดโบราณที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง และเคยเก็บเอกสาร 200,000 ม้วน ตอนนี้ก็เหลือแต่กองหินเหมือนกัน โรงละครกลางแจ้งน่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างเดียวที่ยังเป็นรูปเป็นร่างอยู่ค่ะ

ภาพโรงละครที่ Acropolis จากด้านซ้ายแล้วก็ด้านขวา (สังเกตุความชัน)

จากบนสุดจะมองเห็นวิวของเมืองข้างล่าง รู้สึกหวิวๆดีเหมือนกัน (เป็นโรงละครที่มีความชันมาก คนที่นั่งอยู่ข้างบนคงจะเห็นนักแสดงตัวเท่ามด) เราอ่านจากใน web ว่ามีรูปปั้น, ชิ้นส่วนของแท่นบูชา, งานแกะสลัก ฯลฯ ของ Acropolis อยู่ที่พิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน น่าเจ็บใจแทนคนตุรกีจริงๆ

Temple of Athena ที่อุทิศในกับเทพเจ้าประจำเมือง

ภาพบนสุดคือส่วนหนึ่งของกำแพง ส่วนภาพล่างซ้ายคือฐานของแท่นบูชา Zeus (ส่วนบนที่สวยๆอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน)

Temple of Trajan (Trajan เป็นแม่ทัพที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นจักรพรรดิ์ของโรมัน)

      

         จากเมือง Pergamum เราก็เดินทางย้อนอดีตไปเมือง Ephesus ซึ่งยังอยู่ในสภาพที่ดีกว่า 2 เมืองที่แล้ว สิ่งก่อสร้างที่เป็น highlight ก็น่าจะเป็น Library of Celsus ที่ถูกสร้างในปีค.ศ. 117 โดยลูกชายของผู้ว่า Julius Celsus Polemaeanus เพื่อเป็นที่ฝังศพ ภาพประตูที่มีเสาใหญ่ข้างๆทำให้เรานึกถึง The Treasury ของ Petra แต่ The Treasury ถูกสร้างโดยใช้วิธีแกะภูเขาหินสีชมพูที่มีริ้วลายสวยงาม แต่ทั้ง 2 แห่งมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือมีนักท่องเที่ยวเยอะจริงๆค่ะ

มองผ่านฝูงคนไปยัง Library of Celsus ที่อยู่ไกลลิบๆ

ผนังด้านหน้าของ Library of Celsus ข้างขวาคือ Gate of Mazeus

Ephesus ยังมีโรงละครที่ค่อนข้างสมบูรณ์ 2 ที่คือ Odeon (ใช้เป็นที่ประชุมของสภาและแสดงดนตรี) ที่เล็กกระทัดรัดและโรงละครใหญ่กลางแจ้ง

หมายเหตุ ถ้าใครมีเวลา ควรจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Ephesus ด้วย เพราะสมบัติที่ขุดได้จากเมืองเก่าถูกนำมาไว้เก็บที่นี่ค่ะ (เราไม่ได้เข้าพิพิธภัณฑ์เพราะทัวร์ไม่ได้พาไป ฮือ น่าเสียดาย… -_-)

ตอนนี้ที่นี่เป็นบ้านของดอกไม้และต้นหญ้า…..

รูปปั้นและงานแกะสลักที่ยังคงเหลือ

Fountain of Trajan (สร้างให้กับจักรพรรดิ์ Trajan)

ภาพซ้ายคือ Domitian Square ภาพล่างขวาเป็นภาพแกะสลักบน Temple of Hadrian (สร้างให้กับจักรพรรดิ์ Hadrian)

      เมืองโบราณสุดท้ายที่ได้ไปดูคือเมือง Hierapolis ซึ่งถูกสร้างขึ้นเป็นสปาเพื่อใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำร้อนที่อยู่ใกล้ๆ แต่นักท่องเที่ยวจะรู้จัก Pamukkale มากกว่าเพราะภาพอ่างหินปูนสีขาวเรียงรายเป็นชั้นๆที่มีน้ำอุ่นๆไหลลงมาสมกับชื่อปราสาทปุยฝ้ายจริงๆ พวกเราเดินขึ้นจากทางเข้าด้านใต้ เดินลุยน้ำอุ่นๆขึ้นไปบนเนินเขาซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเมือง Hierapolis แต่ละคนหยุดถ่ายรูปกันเป็นระยะๆเพราะยิ่งสูงขึ้นไป วิวทั้งข้างล่างและข้างบนก็สวยไปทุกมุม จนกระทั่งมีเวลาแวะ Hierapolis แค่โรงละครเท่านั้น แต่โรงละครที่นี่ยังมีสภาพที่ดีอย่างน้อยก็ยังมีเวทีอยู่ค่ะ :)

ภาพบนคือโรงละครของ Hierapolis ส่วนภาพล่างทำให้เรานึกว่าที่นี่น่าเป็น final resting place ของใครบ้างมั้ย?

ทางเดินที่เราใช้เพื่อไป Hierapolis จากทางเข้าด้านใต้ วิวสุดยอดแต่แดดแรงมากๆค่ะ (แดดบนหัวกับที่สะท้อนจากหินปูนทำให้ยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่)

แอ่งน้ำของ Pamukkale (ไม่ได้มีน้ำทุกแอ่ง)

Pamukkale แบบ panorama!!! (จากกล้องมือถือ)

แสงสุดท้ายที่ Pamukkale ก่อนรีบจ้ำลงไป (ตอนนั้นน่าจะ 2 ทุ่มแล้วค่ะ ^^)




Create Date : 24 มิถุนายน 2555
Last Update : 24 มิถุนายน 2555 20:29:30 น. 0 comments
Counter : 1137 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ปลาฝอยกุ้งกรอบ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วิดวะผู้ทิ้งห้องครัวไปหลายสิบปีหลังทำกินงูๆปลาๆสมัยเรียน ตั้งแต่รู้จัก bloggang และมีน้องๆในบริษัทเต็มใจเป็นหนูทดลอง ทำให้เกิดแรงฮึดอีกครั้ง :-)
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
24 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปลาฝอยกุ้งกรอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.